เมื่อช่วงเดือน กรกฎาคม ที่ผ่านมาได้มีโอกาศไปขับรถเที่ยวช่วงตอนใต้ ถึง ตะวันตกของประเทศไอซ์แลนด์. ซึ่งทริปนี้เราก็อยากจะไปเห็นสถานที่ใหม่ๆ ที่เรายังไม่เคยไป เลยกำเนิดบล็อกนี้ขึ้นมา.

Vestrahorn 

Vestrahorn หรือ เวสตราฮอร์น หรือมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า Stokksnes ภาษาไทยอ่านว่า สต็อกสเนส เป็นภูเขาที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศไอซ์แลนด์. เมืองที่ใกล้กับภูเขานี้มาที่สุดคือเมืองเฮิฟ์น (Höfn) ซึ่งคนที่เคยมาเที่ยวทางใต้ หรือ ขับรถรอบเกาะจะรู้จักดีเพราะเป็นเมืองแห่งท่าเรือ มีร้านอาหาร และ คนส่วนมากมักจะค้างคืนที่นี่กันก่อนจะออกเดินทางสู่ทางเหนือ หรือ เดินทางกลับเมืองเรคยาวิก. ภูเขาแห่งนี้ได้รับความนิยมมากในหมู่นักถ่ายภาพแลนด์สเคป แต่ก็ยังไม่เห็นมีคนไทยมาเที่ยวที่นี่กันมากมายนัก.

วิวของที่นี่จะเป็นวิวของภูเขามหึมาที่มีความสูงประมาณ 454 เมตร ตั้งอยู่หน้าหาดทรายดำ ซึ่งเมื่อเงาของภูเขาสะท้อนลงน้ำจะดูเมหือนกระจกเลยค่ะ.

การเดินทาง 

เดินทางจากเมืองเรคยาวิก (Reykjavik)

การเดินทางจากเมืองเรคยาวิกนั้นใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง. เส้นทางก็ไม่ยากค่ะ ขับตามถนนหหมายเลขหนึ่งไปทางใต้ ระว่างทางคุณจะผ่านสถานที่ท่องเที่ยวทางตอนใต้หลายที่เลย ที่ดังๆ ก็น้ำตก สโคการ์ฟอสส์ (Skógafoss) , น้ำตกเซลยาแลนด์ฟอสส์ (Selljalandsfoss), โจกุลซาโลน (Jökulsárlón), หาดทรายดำ, หาดทรายเพชร (Diamond beach) และอีกสถานที่หนึ่งที่คนกำลังนิยมคือซากเครื่องบิน Plane Wreck DC-3 ซึ่งหากจะไปตอนนี้มีบริการรถรับส่งแล้ว ไม่จำเป็นต้องเดินทางเท้าเกือบ 4 กิโลเมตรเพื่อไปถ่ายรูปที่นี่. 

สำหรับใครที่อยากจะเที่ยวคาบมหาสมุทรทางใต้ + ซากเครื่องบิน Plane Wreck DC-3 ดูทัวร์นี้

ขอบไปผ่านสถานที่ท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ ตามถนนหมายเลข 1ไปประมาณ 459 กิโลเมตร ก่อนจะขึ้นทางเหนือ ลอดอุโมง ให้เลี้ยวขวา แล้วขับไปเรื่อยๆตามทางลูกรัง ก็จะถึงค่ะ.

เดินทางจากเมือง เฮิฟ์น (Höfn):

ใช้เวลาประมาณ 17 นาที. การเดินทางให้ขับกลับไปที่ถนนหมายเลข 1 แล้วขับตามไปทางเหนือ ก่อนอุโมงขึ้นทางเหนือให้เลี้ยวขวา ขับตามทางลูกรังไปก็จะถึง.
ขอแนะนำให้พักที่เมืองเฮิฟ์น เพราะเมืองน่ารักมาก และมีร้านอาหารร้านหนึ่งชื่อ Pakkhús ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับท่าเรือ. อาหารที่นี่เราประทับใจมาก หรือใครอยากทานอาหารไทยๆ ที่เมืองนี้ก็มีร้านก๋วยเตี๋ยวด้วยค่ะ.

จากโจกุลซาโลน (Jökulsárlón):

ใช้เวลาเดินทางประมณ 1 ชั่วโมง 15 นาที. เหมือนเดิมขับตามถนนหมายเลข 1 ไปทางเหนือ ก่อนอุโมงให้เฃี้ยวขวา ขับตามถนนลูกรังไปก็เจอ.

สำหรับคนที่ซื้อแพ็คเกจขับรถเที่ยวเองไอซ์แลนด์ 13 วัน จะได้ไปที่สถานที่นี้ด้วย. สามารถดูแพ็คเกจได้ที่นี่ 

ออกเดินทาง

ของเรานั้นออกเดินทางจากโจกุลซาโลน (Jökusárlón) ไปตอนช่วง 4 ทุ่ม. ค่ะ 4ทุ่ม! อย่างที่เอ่ยไปว่าเราไปเที่ยวกันในช่วงหน้าร้อนซึ่งมีพระอาทิตย์เที่ยงคืน. สำหรับคนที่นยังไม่เคยมาไอซ์แลนด์ แล้วอยากจะเที่ยวแบบเต็มที่แนะนำให้มาช่วงหน้าร้อน เพราะว่าการเดินทางนั้นง่าย เที่ยวได้จุใจ. อยากไปไหนกี่โมงก็ไม่ต้องกังวล.

จากโจกุลซาโลน (Jökulsárlón) ไป เวาตราฮอร์น (Vestrahorn) ใช่เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง. ที่เราอยากออกช่วงดึกเพราะอยากจะได้รูปพระอาทิตย์ตกที่เวสตราฮอร์น. แต่ช่วงนั้นพระอาทิตย์ตกตอน 22:00 นาฬิกา ซึ่งเป็นเวลาที่เรากำลังเดินทางอยู่จึงไม่ได้รูปพระอาทิตย์ตก.

รูปนี้เป็นรูปขณะที่เราออกเดินทางค่ะ จำเห็นว่าแสงอาทิตย์กระทบที่เวสตราฮอร์นตรงหน้าเราพอดีเลย!

เวสตราฮอร์นตรงหน้า

รถ

เราใช้รถเล็กธรรมดาค่ะ. ทางเข้าไปนั้นไม่ยากมาก เป็นถนนลูกรัง แต่ก็ไม่ต้องใช้ 4x4. ใช้รถเล็กค่อยๆขับไปก็ถึง. สามารถเช่ารถได้ที่นี่ หรือใครสนใจรถแคมปิ้งดูได้ที่นี่

แยกเข้าสตราฮอร์น จะอยู่ก่อนอุโมงไปทางเหนือ หาง่ายตาม GPS ก็เจอ. ขับบนถนนลูกรังประมาณ 15 นาทีค่ะ. 

เห็นเวสตราฮอร์นอยู่ข้างหน้า ใกล้ถึงแล้ววววว

กำลังเดินทางไปเวสตราฮอร์น

 

ถึงเวสตราฮอร์น

ตอนที่เราไปถึงแทบไม่มีคนอยู่เลย! ที่นั่นมีคาเฟ่ และ น่าจะเป็นที่นอนค้างคืเกสท์เฮาส์. ตอนเราไปถึงมีสองคนกำลังดื่มกาแฟกันอยู่ ได้บรรยากาศสุดๆไปเลย. สถานที่เงียบสงบมาก เหมาะสำหรับการผ่อนคลายสุดๆ. 

ตอนเราไปคาเฟ่ได้ปิดแล้ว แต่ที่หน้าคาเฟ่มีเครื่อง สำหรับจ่ายเงินค่าเข้าซึ่งคิดราคาคนละ 880 โครน่า คุณสามารถใช้บัตรเครดิตจ่ายผ่านเครื่องได้ หากไปในตอนที่คาเฟ่ปิดเหมือนเรา. คุณสามราถเลือกที่จะจอดรถที่คาเฟ่ (เหมือนเรา) หรือ เลือกที่จะขับรถเข้าไปต่อก็ได้ ซึ่งหากขับเข้าไปอีก ควรระวังหน่อย เพราะว่าถนนเป็นทรายดำ ซึ่งเมื่อลมแรงอาจจะเกิดอันตราย หรือทำให้รถเกิดการเสียหายได้.

เราเดินเล่นกันไปรอบๆสถานที่เพื่อหามุมสวยๆ การเดินเท้านั้นไม่ยากค่ะ ไม่ได้ปีนเขาหรืออะไร มีทางให้เดิน. ซึ่งบริเวณรอบๆ จะมีหมู่บ้านไวกิ้งสไตล์ไอซ์แลนด์เก่าๆ อยู่ ซึ่งก็น่าถ่ายรูปเหมือนกัน. หมุ่บ้านนี้ถูกส้รางขึ้นมาเพื่อถ่ายหนังเท่านั้น. บริเวณของสถานที่นี้ไม่ใหญ่มากนัก ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็เอาอยุ่. แต่สำหรับคนที่อยากแค่มาถ่ายรูป แค่แวะถ่ายรูปก่อนเดินทางต่อก็ได้ เพราะห่างจากถนนใหญ่ไม่ไกลนัก. แต่สำหรับเรา เราอยากจะใช้เวลานานๆ เดินเล่นผ่อนคลาย ดูแสงท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยน เพราะไหนๆก็มาแล้ว และไม่ใช่ว่าจะมีโอกาสมาได้บ่อย.

พอพร้อมแล้วก็เริ่มหามุมถ่ายรูปเลย

เวสตราฮอร์น

ที่เห็นท้องฟ้าเป็นสีฟ้า เพราะว่าเราไปถึงในช่วง Blue hours พอดี ซึ่งเกิดขึ้นประมาณ 20-30 นาทีหลังจากที่พระอาทิตย์ตกแล้ว. ช่วงนี้สีกำลังละมุนค่ะ จะเห็นสีฟ้าสะท้อนยอดเขา.

มุมนี้ได้รับความนิยมมากในหมู่ช่างภาพ. การหามุมคือเดินไปทางประภาคารค่ะ จะมีพุ่มหญ้าเล็กๆน้อยๆอยู่. แปลกดีเหมือนกันที่หญ้าสีเขียวสามารถเกิดบนทรายสีดำแบบนี้ได้. 

พุ่มหญ้าที่เวสตราฮอร์น

เดินจากกุ่มหญ้ามุ่งหน้าไปที่ภูเขาก็จะเจอบ่อน้ำแบบรูปด้านล่าง. ซึ่งเป็นนำทะเลบนหาดทราบดำ และมีแสงกระทบจากภูเขาเวสตราฮอร์น Vestrahorn ได้อารมณ์ดราม่าไปอีก!

ภูเขากระทบน้ำ

พอเริ่มหามุมที่เราชอบแล้วก็เริ่มถ่ายรูแกันเลย!

ตัวเรานั้นเล็กนิดเดียวเองค่ะ เมื่อเทียบกับธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่.

เวสตราฮอร์น

มุมที่เราชอบที่สุดคงเป็นมุมนี้ จะเห็นรอยเท้าของคนที่เคยเหยียบที่นี่หลังจากที่น้ำลดลงแล้ว.

ปิดท้ายด้วยภาพนี้. แนะนำสำหรับคนที่อยากจะถ่ายรูปกับภูเขาแห่งนี้ ให้ใส่เสื้อสีสันสดใสมา เพราะจะทำให้ตัวเราโดดออกมาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้ดีเลยทีเดียว.

[เที่ยว] Vestrahorn/Stokksnes ภูเขาที่โดดเด่นทางตอนใต้ของประเทศไอซ์แลนด์

 

ยังไงก็หวังว่าจะชอบบล็อกนี้กัน เพราะที่นี่ยังไม่ค่อยมีคนไทยมา และ อยากให้มาเที่ยวสถานที่ที่สวยงามนี้กัน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เราชอบมากเหมือนกันในประเทศไอซ์แลนด์.

ส่งข้อความหา Pidsinee