ขับรถเที่ยวเองในฤดูร้อน 10 วัน เที่ยวบนถนนวงแหวนของไอซ์แลนด์และชมน้ำตกแบบไม่รีบร้อน

ขับรถเที่ยวเองในฤดูร้อน 10 วัน เที่ยวบนถนนวงแหวนของไอซ์แลนด์และชมน้ำตกแบบไม่รีบร้อน
มีแนวโน้มที่จะขายออกเร็ว ๆ นี้
บริการ 24 ชั่วโมง
แผนการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ
สามารถจัดตามความต้องการได้เต็มที่
รถ & ที่พัก

คำอธิบาย

Details

ทัวร์เริ่มจาก
Keflavík International Airport (KEF), Reykjanesbær, Iceland
เวลาออกเดินทาง
ยืดหยุ่น
ระยะเวลา
10 วัน
สถานที่สิ้นสุด
Keflavík International Airport (KEF), Reykjanesbær, Iceland
ความยากลำบาก
ง่าย
มีบริการ
ทั้งปี
Ending time
ยืดหยุ่น
อายุต่ำสุด
ไม่มี

คำอธิบาย

ทริปขับรถเที่ยวเองหน้าร้อนแพ็คเกจนี้ให้คุณสัมผัสความสนุกสนานตื่นเต้นรอบถนนวงแหวนของไอซ์แลนด์เต็มอิ่มในระยะเวลา 10 วัน หากคุณต้องการเดินทางไปชมภูมิประเทศที่มหัศจรรย์มากที่สุดของโลกในแบบไม่ต้องรีบเร่งในสไตล์ของตัวเอง โดยไม่ต้องมานั่งกังวลถึงความยุ่งยากในการจัดทริป ตัวเลือกนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ดีมาก ทัวร์นี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวถนนวงแหวนของไอซ์แลนด์อย่างคุ้มค่ามากที่สุดในช่วงที่พระอาทิตย์เที่ยงคืนของไอซ์แลนด์มอบชั่วโมงที่มีแสงสว่างให้แบบยาวนาน

ทริปนี้คุณจะได้ไปเยือนภูมิภาคต่างๆ รวมถึงคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส พื้นที่พลังงานความร้อนใต้พิภพทางตอนเหนือ และฟยอร์ดทางตะวันตกที่บริสุทธิ์ไร้การแตะต้อง ภายในสิบวันนี้คุณจะมีเวลาอย่างเหลือเฟือในการชมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าทึ่ง และด้วยรายละเอียดการเดินทางที่ได้รับนี้ คุณยังจะมีโอกาสได้ไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวลับๆ ในพื้นที่ห่างไกลด้วย

ทุกคืนคุณจะเข้าพักในโรงแรมในชนบทที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิประเทศที่น่ามหัศจรรย์ของไอซ์แลนด์ ยกเว้นแค่วันที่คุณเพิ่งเดินทางมาถึงไอซ์แลนด์และวันก่อนกลับ และระหว่างที่คุณขับรถเพื่อเดินทางไปยังที่ต่างๆ คุณยังจะมีโอกาสได้สัมผัสมุมมองใหม่เกี่ยวกับความหลากหลายทางธรรมชาติของไอซ์แลนด์ได้มากขึ้นอีกหากคุณจองทัวร์และกิจกรรมเสริมที่มีให้เลือกหลายรูปแบบ

ตัวอย่างกิจกรรมพื้นฐานที่น่าสนใจ ได้แก่ การขี่ม้า ปีนธารน้ำแข็ง และขี่สโนว์โมบิล ในขณะที่การแช่สปาเบียร์ที่ดาลวิก (Dalvik) และการนั่งเฮลิคอปเตอร์ในเรคยาวิก (Reykjavik) เป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะ สำหรับทริปขับรถเที่ยวเอง คุณสามารถใช้เวลาเที่ยวได้อย่างที่คุณต้องการ โดยเฉพาะทริปที่ไม่รีบร้อนเช่นแพ็คเกจนี้ แต่ละวันคุณไม่จำเป็นต้องรีบเดินหรือทางรีบดูโน่นดูนี่เลย

ดังนั้น คุณจึงสามารถปรับเปลี่ยนแผนให้สอดคล้องกับความต้องการของคนในกลุ่มได้ ผู้ที่ชอบสัตว์อาจจะเลือกใช้เวลาไปกับการดูนกพัฟฟิน กวางเรนเดียร์ แมวน้ำ และวาฬ ผู้ที่หลงใหลในวัฒนธรรมสามารถเดินทางไปชมหมู่บ้านและสิ่งปลูกสร้างที่มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่ผู้ที่ต้องการผ่อนคลายสามารถเดินทางไปแช่ตัวในสระน้ำพลังงานความร้อนใต้พิภพได้จำนวนหลายแห่ง

เนื่องจากทริปขับรถเที่ยวเองแพ็คเกจนี้จะพาคุณเดินทางในทิศทางตามเข็มนาฬิกา คุณจึงเดินทางย้อนศรกับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่และมีโอกาสสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวได้ตามเวลาที่คุณสะดวก

ข้อดีอีกอย่างคือแพ็คเกจนี้ออกแบบมาสำหรับช่วงซัมเมอร์ ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม ท้องฟ้าที่ไอซ์แลนด์จะไม่มืดเลยเนื่องจากเป็นช่วงที่มีปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืน ทำให้คุณสามารถเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ได้ยาวนานไปถึงเวลากลางคืนและยังเริ่มออกเดินทางได้ตั้งแต่เวลาเช้ามากๆ ด้วย

เพื่อสัมผัสประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ไอซ์แลนด์ คุณไม่ควรพลาดทริปท่องเที่ยวรอบถนนวงแหวนแบบเดินทางตามเข็มนาฬิกาแพ็คเกจนี้เป็นอันขาด คุณสามารถตรวจสอบจำนวนที่ว่างได้โดยระบุวันที่ที่ต้องการเดินทาง

 

อ่านเพิ่ม

ร่วมด้วย

ที่พัก 9 คืน (มีให้เลือกหลายระดับ; รวมอาหารเช้า ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ด้านล่าง)
รถเช่าสำหรับ 10 วัน (Toyota Aygo หรือรุ่นที่คล้ายกัน สามารถอัปเกรดได้)
ประกันภัยรถเช่าแบบ CDW สำหรับรถระดับซูเปอร์บัดเจท; รถระดับอื่นจะรวมประกัน SCDW และประกันกรวด
ระบบ GPS
รายละเอียดการเดินทาง
ตัวแทนท่องเที่ยวส่วนบุคคล
ภาษี
นักท่องเที่ยวที่จองทัวร์กับ Guide to Iceland สามารถทำนัดหมายล่วงหน้าเพื่อเข้ารับการตรวจโควิดแบบ PCR หรือการทดสอบแอนติเจนแบบเร่งด่วน (ATK) ก่อนที่จะเดินทางออกจากไอซ์แลนด์ได้หากจำเป็น

กิจกรรม

ดำน้ำตื้น
ปีนเขา
สโนว์โมบิล
ชมวาฬ
เที่ยวชมสถานที่
แช่บ่อน้ำแร่
กิจกรรมเกี่ยวกับวัฒนธรรม
ขับรถเที่ยวเอง

แผนการเที่ยวรายวัน

วัน 1
บลูลากูนใต้แสงสวย

วัน 1 - เดินทางมาถึงประเทศไอซ์แลนด์

การผจญภัยที่สนุกสนานของคุณรอบถนนวงแหวนเริ่มต้นขึ้นเมื่อเครื่องบินของคุณลงจอดที่สนามบินนานาชาติเคฟลาวิก หลังจากคุณผ่านด่านศุลกากรเรียบร้อยแล้ว คุณจะไปรับรถเช่าที่จอดรออยู่ การเดินทางจากสนามบินไปยังเมืองเรคยาวิก คุณจะต้องขับรถผ่านภูมิประเทศที่อึมครึมเต็มไปด้วยลาวาของคาบสมุทรเรคยาเนส (Reykjanes) ซึ่งจะทำให้คุณเข้าใจดีขึ้นว่าธรรมชาติของไอซ์แลนด์เป็นอย่างไร หากคุณมาถึงไอซ์แลนด์ในเวลาที่พอเหมาะ คุณสามารถแวะเที่ยวแถบนี้ก่อนได้ ซึ่งสถานที่น่าสนใจมีทั้งบ่อน้ำพุร้อน ภูเขาไฟ และแนวชายฝั่งที่งดงาม

นอกจากการแวะเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวบนคาบสมุทรแล้ว ในวันนี้คุณยังสามารถแวะที่บลูลากูนได้ด้วย ซึ่งสปาหรูหราแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องคุณสมบัติในการบำบัดรักษาโรคของน้ำสีขุ่นราวกับน้ำนม อีกทั้งยังมีห้องอบไอน้ำและซาวน่าที่ได้ความร้อนมาจากพลังงานใต้พิภพด้วย นอกจากนี้ยังมีแพ็คเกจทรีตเมนต์สำหรับบำบัดฟื้นฟูให้เลือกมากมาย

ทั้งนี้ การเข้าบลูลากูนจำเป็นต้องจองล่วงหน้า ดังนั้น โปรดกดเลือกเพิ่มบัตรเข้าบลูลากูนเมื่อคุณทำการจองทริปด้วย ถ้าหากเวลาของเที่ยวบินของคุณไม่เหมาะสำหรับการไปเยือนบลูลากูนในวันแรกนี้ ตัวแทนท่องเที่ยวที่ดูแลทริปให้คุณจะจัดบลูลากูนเข้าไปในโปรแกรมวันอื่นให้แทน

นอกจากนี้ ในวันนี้คุณยังสามารถตรงเข้าไปในเมืองเรคยาวิกเพื่อพักผ่อนและเก็บแรงไว้ใช้เที่ยวชมธรรมชาติของไอซ์แลนด์ในอีกแปดวันที่เหลืออย่างเต็มที่ หรือไม่อย่างนั้นก่อนที่จะเข้าพักผ่อนในโรงแรมคุณก็ยังสามารถออกไปสัมผัสกับวัฒนธรรมในเมืองหลวงที่อยู่เหนือสุดของโลกได้

อ่านเพิ่ม
วัน 2
ภูเขาเคิร์คจูแฟสบนคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส

วัน 2 - คาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส

ในวันที่สองของการเดินทางท่องเที่ยวรอบถนนวงแหวนของไอซ์แลนด์ในช่วงหน้าร้อน คุณจะเริ่มต้นจากการสำรวจทางตะวันตกของประเทศ โดยจะเริ่มจากคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส (Snaefellsnes) ภูมิภาคที่มีความหลากหลายและสวยงามจนได้ฉายาว่าเป็น "ไอซ์แลนด์ย่อส่วน" ตลอดแนวชายฝั่งทั้งสองด้านมีสถานที่งดงามนับไม่ถ้วนและมีสิ่งที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน

ผู้ที่ชอบสัตว์จะได้เพลิดเพลินกับแมวน้ำที่อิทรี ทุงกา (Ytri-Tunga) และฝูงนกที่ป้อมปราการหินบะซอลต์โลนตรังการ์ (Londrangar) ในขณะที่ผู้ที่ชื่นชอบในประวัติศาสตร์สามารถไปเที่ยวหมู่บ้านเล็กๆ ที่ถูกทิ้งร้าง ชุมชนที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าขาน และแวะไปลองยกหินทดสอบพลังที่หาดตูปาโลนส์ซานดูร์ (Djupalonssandur) ซึ่งเป็นประเพณีของชาวประมงท้องถิ่นที่สืบทอดมาหลายร้อยปี หรือถ้าหากคุณสนใจในพลังอันน่าสะพรึงของภูเขาไฟที่หล่อหลอมธรรมชาติของไอซ์แลนด์ คุณจะพบว่าลาวาที่ก่อตัวขึ้นอย่างแปลกประหลาดเป็นเสาหกเหลี่ยมที่แกร์ดูเบิร์ก (Gerduberg) และปล่องภูเขาไฟเอลด์บอร์ก (Eldborg) ที่อยู่ใกล้ๆ กันนั้นมีความมหัศจรรย์มาก หรือหากคุณเสพติดการดูซีรีส์ คุณน่าจะไม่อยากพลาดไปชมภูเขาเคิร์คจูแฟส (Kirkjufell) ที่ใช้เป็นฉากในเกมออฟโธรนส์

อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดบนคาบสมุทรแห่งนี้อยู่ที่ส่วนปลายสุดของคาบสมุทร สไนเฟลล์โจกุล (Snaefellsjokull) ซึ่งเป็นภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งที่มียอดแฝดนั้นตั้งตระหง่านโดดเด่นท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่น่าสนใจ ภูเขานี้มีความงดงามมากและเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานศิลปะและวรรณกรรมของไอซ์แลนด์มานับไม่ถ้วน ปัจจุบันสไนเฟลล์โจกุลได้รับความคุ้มครองและถูกจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติในชื่อเดียวกัน

ใกล้ๆ กันกับธารน้ำแข็งก็มีถ้ำลาวาวาทน์เฮลลิร์ (Vatnshellir) ซ่อนตัวอยู่ ที่นี่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสำรวจได้ และคุณสามารถจองทัวร์ได้ในขณะที่จองแพ็คเกจนี้ ทัวร์เที่ยวถ้ำนี้นอกจากจะทำให้คุณได้สัมผัสความตื่นเต้นแล้ว คุณยังจะได้ทำความรู้จักกับโลกใต้พิภพที่มีชีวิตชีวาอย่างน่าประหลาดอีกด้วย แต่ถ้าคุณอยากอยู่เหนือพื้นดินมากกว่า คุณสามารถเลือกไปทัวร์กินซูชิแบบชาวไวกิ้งแทนได้ โดยทัวร์ล่องเรือนี้จะออกเดินทางจากหมู่บ้านสติกกิโฮลมูร์ (Stykkisholmur) น่านน้ำทางเหนือของคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนสนั้นมีเกาะแก่งนับไม่ถ้วน มีวิวภูเขาที่สวยงามของฟยอร์ดตะวันตก และมีสัตว์ให้ชมมากมาย

หลังจากที่ชมความมหัศจรรย์ของคาบสมุทรแห่งนี้มาทั้งวันแล้ว คืนนี้คุณจะเข้าพักในโรงแรมที่อยู่บนสมุทร

อ่านเพิ่ม
วัน 3
หินฮวิทแซร์กูร์

วัน 3 - ท่องเที่ยวทางเหนือ

ในวันที่สามของทริปขับรถเที่ยวบนถนนวงแหวนรอบไอซ์แลนด์ คุณจะเดินทางขึ้นไปทางเหนือของประเทศ หากคุณต้องการไปดูสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังไม่เคยไปหรือต้องการกลับไปซ้ำบางสถานที่บนคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนสอีกครั้ง คุณยังพอมีเวลาในช่วงเช้า

ระหว่างที่เดินทางไปยังเมืองอาคูเรย์ริ (Akureyri) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของภาคเหนือ ขอแนะนำให้ขับออกนอกเส้นทางสักเล็กน้อยเพื่อไปชมคาบสมุทรวาทน์เนส (Vatnsnes) บริเวณนี้มีสิ่งที่น่าสนใจสองอย่าง คือ แมวน้ำ และหินฮวิทแซร์กูร์ (Hvitserkur) ซึ่งแมวน้ำสามารถพบเห็นได้ตามชายฝั่งและคุณยังสามารถไปเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์แมวน้ำไอซ์แลนด์ (Icelandic Seal Centre) ที่หมู่บ้านฮวามสตางกี (Hvammstangi) ได้ด้วย ส่วนหินฮวิทแซร์กูร์นั้นเป็นหินรูปร่างแปลกประหลาดที่มองดูคล้ายช้างกำลังดื่มน้ำจากมหาสมุทร

สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมประมงของไอซ์แลนด์ คุณสามารถแวะไปเที่ยวตามชุมชนต่างๆ บนคาบสมุทรทางตอนเหนือกันได้ โดยเฉพาะที่สิกลูฟยอร์ดูร์ (Siglufjordur) โอลาฟสฟยอร์ดูร์ (Olafsfjordur) และดาลวิก (Dalvik)

นอกจากนี้ยังมีสปาเบียร์ ในกรณีที่คุณเลือกเพิ่มกิจกรรมนี้เอาไว้เมื่อทำการจองคุณก็จะได้เดินทางไปสปาเบียร์ที่ดาลวิกเพื่อแช่ตัวในเบียร์ที่เพิ่งหมักใหม่

เมืองอาคูเรย์ริเองก็มีสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมาย โดยมีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม มีร้านแฟชั่นไฮเอนด์ และร้านอาหาร ตลอดจนแกลเลอรี่และพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจ และสวนพฤกษศาสตร์ที่อยู่เหนือสุดของโลกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีวิวมหาสมุทรและภูเขาล้อมรอบที่งดงามมาก และจากเมืองนี้คุณสามารถไปร่วมกับทัวร์ที่พาออกเดินทางจากท่าเรือเพื่อไปดูวาฬยักษ์แสนอ่อนโยนกลางทะเลลึก ทางเหนือของไอซ์แลนด์เป็นแหล่งดูวาฬที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก วาฬหลังค่อมมักจะมาที่นี่ในช่วงหน้าร้อน ส่วนสายพันธุ์หายากอื่นๆ อย่างวาฬสีน้ำเงินและวาฬฟินนั้นมีให้เห็นเป็นประจำ

คืนนี้พักค้างคืนในเมืองอาคูเรย์ริ

อ่านเพิ่ม
วัน 4
ทะเลสาบมิวาทน์ในทางเหนือของไอซ์แลนด์

วัน 4 - ทางเหนือของไอซ์แลนด์และมิวาทน์

ในวันที่สี่ของทริปหน้าร้อนที่ไอซ์แลนด์ คุณจะมีอิสระในการเที่ยวชมภูมิประเทศที่ไม่น่าเชื่อของไอซ์แลนด์เหนือ ไม่ว่าคุณจะแสวงหาธรรมชาติที่สวยงาม อยากเห็นแหล่งพลังงานความร้อนจากใต้พิภพ หรือต้องการส่องชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ ภูมิภาคนี้ก็มีสิ่งที่น่าสนใจสำหรับคุณ

หนึ่งในไฮไลต์ของแถวนี้คือหมู่บ้านประมงฮูสาวิค (Husavik) ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอาคูเรย์ริ ที่นี่เป็นชุมชนเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของไอซ์แลนด์ และขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งการดูวาฬของยุโรปเนื่องจากมีวาฬชุมอย่างไม่น่าเชื่อ และคุณสามารถเพิ่มทัวร์ดูวาฬเข้าไปในทริปวันนี้ได้

ผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายสามารถเลือกทัวร์ที่ใช้เรือแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นเรือขนาดใหญ่ ส่วนผู้ที่ต้องการเข้าไปดูวาฬในระยะใกล้ให้เลือกจองทัวร์ที่ใช้เรือยางทองแบน (RIB) แทน หรือหากคุณอยากใช้เวลาพักผ่อนสบายๆ ในเมืองฮูสาวิก คุณสามารถเลือกจองกิจกรรมแช่น้ำร้อนที่อ่างจีโอซี สระน้ำที่นี่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเพราะเป็นน้ำทะเลร้อนที่มีคุณสมบัติในการบำบัดรักษาและเพิ่มความสดชื่นคืนความกระปรี้กระเปร่าให้กับคุณด้วย

แม้ว่าเมืองฮูสาวิคจะน่าสนใจมากขนาดไหน คุณก็ต้องแบ่งเวลาส่วนใหญ่ของการเที่ยวไอซ์แลนด์เหนือนี้เพื่อไปแถบทะเลสาบมิวาทน์ (Myvatn) กันด้วย ซึ่งที่มิวาทน์จะมีผืนน้ำกว้างใหญ่และสงบเงียบ เต็มไปด้วยนกนานาพันธุ์และพืชพรรณที่สวยงาม เช่นเดียวกับที่มีสิ่งมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาให้ดูมากมาย รวมถึงปล่องภูเขาไฟเทียมหน้าตาแปลกประหลาดที่เรียงรายอยู่ทั่วบริเวณและป้อมปราการลาวาดิมมูร์บอร์กิร์ (Dimmuborgir)

บริเวณรอบทะเลสาบมิวาทน์นั้นเป็นพื้นที่ที่มีความแตกต่างอย่างน่าสนใจระหว่างพื้นที่พลังงานความร้อนใต้พิภพกับผืนน้ำในทะเลสาบอันสงบนิ่งไม่ไหวติง เนามาส์การ์ด (Namaskard) มีความโดดเด่นมากที่สุดด้วยความที่มีช่องไอน้ำส่งเสียงฟู่ๆ กระจายอยู่เป็นจำนวนมากและพ่นเอาไอก๊าซพิษออกมาปกคุลมทั่วทั้งหุบเขาอันแห้งแล้ง

หากคุณต้องการไปดูพลังความร้อนใต้พิภพที่มีอยู่ตามธรรมชาติที่ไอซ์แลนด์ในแบบที่สงบและผ่อนคลายมากกว่านี้ คุณสามารถเลือกจองบัตรเข้าอ่างน้ำธรรมชาติมิวาทน์พร้อมกับที่จองทริปขับรถแพ็คเกจนี้ได้ สปาแบบดั้งเดิมของไอซ์แลนด์แห่งนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้บริการและมีภูมิทัศน์โดยรอบที่งดงาม

คืนนี้คุณจะพักค้างคืนในแถบทะเลสาบมิวาทน์

อ่านเพิ่ม
วัน 5
น้ำตกเดตติฟอสส์ในทางเหนือของไอซ์แลนด์

วัน 5 - เดินทางสู่ภาคตะวันออก

ในวันที่ห้าของทริปหน้าร้อนที่ไอซ์แลนด์ คุณจะเดินทางออกจากทางเหนือมุ่งหน้าสู่เอกิลสตาดีร์ (Egilsstadir) เมืองหลวงของทางตะวันออก เส้นทางนี้ทอดยาวไปทางเหนือของอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล (Vatnajokull) ซึ่งมีภูมิประเทศและลักษณะที่แปลกตามากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ หนึ่งในนั้นคือน้ำตกเดตติฟอสส์ (Dettifoss) น้ำตกที่ทรงพลังมากที่สุดในยุโรป ที่ส่งเสียงคำรามกึกก้องด้วยแรงน้ำมหาศาลที่ไหลลงในหุบเขาหินลาวาสีดำอันว่างเปล่า ทำให้บริเวณนั้นมีบรรยากาศที่ดูลึกลับน่าประทับใจ และถัดจากเดตติฟอสส์ขึ้นไปทางปากแม่น้ำยังมีน้ำตกที่น่าแวะอีกสองแห่ง นั้นก็คือน้ำตกเซลฟอสส์ (Selfoss) และน้ำตกฮาฟรากิลส์ฟอสส์ (Hafragilsfoss)

ใกล้กันเป็นหุบเขาเอาส์บิร์กิ (Asbyrgi) สิ่งมหัศจรรย์อีกอย่างทางตะวันออกเฉียงเหนือของไอซ์แลนด์ ที่นี่มีรูปร่างคล้ายกับเกือกม้าขนาดยักษ์ ซึ่งชาวไอซ์แลนด์สมัยก่อนเชื่อว่าสิ่งที่สวยงามขนาดนี้ต้องถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือของเทพเจ้าเท่านั้น และพวกเขาคาดว่าหุบเขานี้เกิดจากรอยกีบเท้าของม้าของเทพโอดิน และด้วยความที่มีหน้าผาสูงชันและมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์มากคุณอาจจะต้องใช้เวลาในการเดินป่าชมรอบบริเวณนานหลายชั่วโมงเลยทีเดียว

เมื่อเดินทางไปถึงเอกิลสตาดีร์คุณจะขึ้นไปอยู่บนยอดของฟยอร์ดทางตะวันออก โดยคุณอาจจะขับอ้อมไปตามแนวชายฝั่งเพื่อชมวิวภูเขาและทะเลด้วยก็ได้ ขอแนะนำให้ไปที่บอร์กาฟยอร์ดูร์เอสทรี (Borgarfjordur Eystri) ซึ่งสวยงามที่สุด

แน่นอนว่าคุณจะเลือกไปเที่ยวในตัวเมือง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมและเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของภูมิภาคนี้ หรือจะไปชมสถานที่ท่องเที่ยวรอบเมืองก็ได้ เช่นที่ทะเลสาบลาการ์ฟโลย์ท (Lagarfljot) ที่ลึกลับและป่าฮาลอร์มสตาร์ดาสโกการ์ (Hallormstadasskogar)

สำหรับผู้ที่ต้องการไปแช่น้ำพุร้อนก็มีตัวเลือกที่หรูหราอยู่แห่งหนึ่งใกล้กับเมืองเอกิลสตาดีร์ นั่นก็คืออ่างน้ำเวิก (Vok) สระน้ำสงบเงียบแห่งนี้ตั้งอยู่ในระนาบเดียวกับทะเลสาบอันงดงามและมีทั้งห้องซาวน่าและร้านอาหารให้บริการ

หรือถ้าคุณต้องการไปเที่ยวพื้นที่ไฮแลนด์ของไอซ์แลนด์ในวันนี้ก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ถ้าเลือกไปที่นี่แล้วคุณจะต้องยกเลิกสถานที่อื่นๆ ที่เหลือของวันนี้ไปทั้งหมด และแทนที่จะขับรถออกจากมิวาทน์ในตอนเช้า คุณจะโดยสารรถซูเปอร์จี๊ปเพื่อพาคุณเที่ยวลึกเข้าไปที่ด้านในของแผ่นดินที่มีภูมิประเทศที่เหมือนกับดาวดวงอื่นมากกว่า และคุณจะได้เดินป่าสำรวจธรรมชาติอย่างเต็มที่

ไฮไลต์ของทัวร์นี้แน่นอนว่าต้องเป็นทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟที่กว้างใหญ่ไพศาลที่อาสยา (Askja) และวิติ (Viti) ซึ่งหนึ่งในนี้คุณสามารถลงไปว่ายน้ำได้ด้วย

คืนนี้คุณจะพักค้างคืนในเอกิลสตาดีร์

อ่านเพิ่ม
วัน 6
ภูเขาเอสตราฮอร์นในทางตะวันออกของไอซ์แลนด์

วัน 6 - ฟยอร์ดทางตะวันออก

นอกจากพื้นที่ไฮแลนด์และฟยอร์ดทางตะวันตกแล้ว ฟยอร์ดทางตะวันออกของไอซ์แลนด์ก็นับว่าเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลและไม่ค่อยมีใครแตะต้อง ในวันที่หกของทริปฤดูร้อนนี้คุณจะได้ไปสำรวจพื้นที่เหล่านี้ สถานที่ทุกแห่งที่คุณจะไปเที่ยวในวันนี้เป็นที่เที่ยวลับๆ ที่นักท่องเที่ยวน้อยคนที่มาไอซ์แลนด์จะมีโอกาสได้เห็น ฟยอร์ดที่กว้างใหญ่ ภูเขาสูงตระหง่าน หมู่บ้านที่ห่างไกล เขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่เต็มไปด้วยพืชพรรณบานสะพรั่ง และสถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องปรัมปราล้วนรอให้คุณเข้าไปสัมผัส

เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของฟยอร์ดทางตะวันออกคือสัตว์นานาชนิด แมวน้ำที่แหวกว่ายในน้ำและเกลือกกลิ้งตามชายฝั่ง นกพัฟฟินและนกทะเลหลากสายพันธุ์นับพันๆ ตัวที่มาทำรังอยู่บนหน้าผา และฝูงกวางเรนเดียร์ที่เดินเร่ออกหากินไปทั่วบริเวณ

หากคุณต้องการดูวัฒนธรรม ชุมชนเก่าแก่อายุหลายศตวรรษมีความน่าสนใจไม่น้อย อย่างที่เซย์ดิสฟยอร์ดูร์ (Seydisfjordur) และที่เบรดดาสวิก (Breiddalsvik) นั้นได้ชื่อว่ามีเสน่ห์และมีสภาพแวดล้อมที่โดดเด่น ส่วนที่จูปิโวกูร์ (Djupivogur) ก็มีงานศิลปะสาธารณะ และมีวิถีชีวิตแบบสโลว์ทาวน์ หรือ 'Cittaslow' ให้ชม

ก่อนปิดท้ายการเดินทางในวันนี้ ขอแนะนำให้คุณมองหาภูเขาที่มีเอกลักษณ์และเป็นที่นิยมในการถ่ายภาพมากที่สุดในไอซ์แลนด์สองลูก ได้แก่ ภูเขาเอสตราฮอร์น (Eystrahorn) และภูเขาเวสตราฮอร์ฯ (Vestrahorn) ลูกแรกนั้นอยู่ทางฝั่งใต้สุดของฟยอร์ดตะวันออก ส่วนลูกหลังนั้นอยู่บนคาบสมุทรที่ยื่นออกจากเมืองเฮิฟน์ (Hofn)

หลังจากเที่ยวชมสถานที่สวยๆ มาทั้งวันแล้ว คืนนี้คุณจะพักค้างคืนในทางตะวันออกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์

อ่านเพิ่ม
วัน 7
ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนใต้แสงสวย

วัน 7 - ตะวันออกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์

ในวันที่เจ็ดของทริปสิบวันที่ไอซ์แลนด์ คุณจะได้ไปสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่น่าเชื่อในทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งอยู่ทางใต้ของอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล วันนี้คุณจะใช้เวลาบนถนนน้อยกว่าวันอื่นๆ ที่ผ่านมาและจะต้องรู้สึกขอบคุณที่เวลาเที่ยวมากขึ้น

สถานที่แรกคือทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน (Jokulsarlon) ตั้งอยู่ระหว่างผืนน้ำแข็งและมหาสมุทรทะเลสาบขนาดมหึมาแห่งนี้เต็มไปด้วยภูเขาน้ำแข็งตลอดทั้งปี และบางลูกมีขนาดใหญ่กว่าอาคารสูงหลายชั้นเสียอีก การมองดูพวกมันค่อยๆ ลอยเคลื่อนไปอย่างช้าๆ ในทะเลสาบเป็นประสบการณ์ที่ยากที่จะลืมเลือน นอกจากนี้คุณยังอาจจะเพิ่มกิจกรรมล่องเรือชมภูเขาน้ำแข็งแบบใกล้ชิดเข้าไปในทริปวันนี้ได้ด้วย โดยมีให้เลือกทั้งทัวร์ล่องเรือสะเทินน้ำสะเทินบกและเรือยางท้องแบน (RIB)

เมื่อภูเขาน้ำแข็งในทะเลสาบโจกุลซาลอนลอยออกไปสู่มหาสมุทร พวกมันจะถูกพัดขึ้นฝั่งบนหาดทรายดำที่อยู่ติดกันกับทะเลสาบ หาดนี้มีชื่อว่าหาดไดมอนด์เนื่องจากภูเขาน้ำแข็งเมื่อละลายจะส่องประกายระยิบระยับ ดังนั้นคุณห้ามพลาดไปที่นี่เป็นอันขาดหากต้องการได้เห็นความสวยงามในความแตกต่างของไอซ์แลนด์

แม้ว่าสถานที่ทั้งสองแห่งนี้จะมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง แต่เจ้าแมวน้ำนับร้อยๆ ตัวที่แหวกว่ายวนเวียนอยู่ทั่วบริเวณจะยิ่งทำให้คุณประทับใจมากยิ่งขึ้น และหลังจากเที่ยวจนพอใจแล้ว คุณจะมุ่งหน้าเพื่อไปยังเขตอนุรักษ์ธรรมชาติสกัฟตาเฟลล์ (Skaftafell) กันต่อ ที่นี่เป็นสวรรค์สำหรับคนชอบเดินป่าและถ่ายรูปเพราะมีทางเดินป่าไปยังสถานที่ท่องเที่ยวให้เลือกหลายเส้นทางและหลายระดับความยาก

เส้นทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือเส้นทางไปยังน้ำตกสวาร์ติฟอสส์ (Svartifoss) ซึ่งมีน้ำไหลตกจากหน้าผาเสาหินบะซอลต์หกเหลี่ยม ส่วนเส้นทางอื่นๆ จะเป็นทางไปชมภูมิประเทศงดงามที่เต็มไปด้วยลาวา แม่น้ำที่เชี่ยวกราก ผืนน้ำแข็งที่ยื่นออกมาจากธารน้ำแข็ง และทะเลสาบธารน้ำแข็งอีกหลายแห่ง

หนึ่งในผืนน้ำแข็งเหล่านี้คุณสามารถปีนขึ้นไปได้ โดยคุณต้องเพิ่มทัวร์ปีนธารน้ำแข็งที่สวีนาเฟลล์โจกุลเข้าไปในทริปวันนี้ แล้วคุณจะได้ไปดูการก่อตัวที่น่าประทับใจของน้ำแข็ง รวมถึงรอยแยก กำแพงน้ำแข็ง และถ้ำน้ำแข็ง และทัศนียภาพที่สวยที่สุดของไอซ์แลนด์ และวันนี้ต่างจากวันอื่นๆ ตรงที่คุณสามารถจองกิจกรรมเสริมได้มากกว่าหนึ่งกิจกรรม เนื่องจากทัวร์ล่องเรือจะอยู่ในช่วงเช้าส่วนทัวร์ปีนธารน้ำแข็งจะเป็นช่วงบ่าย

หลังจากที่เที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวในทางตะวันออกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์เสร็จแล้ว คุณจะมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านวิก (Vik) เพื่อพักค้างคืน ซึ่งเมืองนี้ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่สมบูรณ์แบบสำหรับการออกเดินทางไปทางชายฝั่งทางใต้ในวันพรุ่งนี้

อ่านเพิ่ม
วัน 8
โลมานูปูร์ในทางใต้ของไอซ์แลนด์

วัน 8 - ชายฝั่งทางใต้

ในวันที่แปดของทริปเที่ยวไอซ์แลนด์ช่วงหน้าร้อนนี้ คุณจะเดินทางเลียบชายฝั่งทางใต้อันงดงาม ที่วิกคุณจะได้เห็นทิวทัศน์อันสวยงามแปลกตาไม่เหมือนที่ใดในโลก ซึ่งประกอบไปด้วยธารน้ำแข็ง ทะเลทรายที่เต็มไปด้วยเถ้าภูเขาไฟ ทุ่งลาวา และวิวของมหาสมุทรกว้างใหญ่ ในวันนี้คุณสามาถเลือกเพิ่มทัวร์เที่ยวถ้ำน้ำแข็งที่จะพาคุณขึ้นไปบนธารน้ำแข็งที่ปกคลุมภูเขาไฟคัทลาอยู่ การเที่ยวถ้ำน้ำแข็งเป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้เพียงไม่กี่แห่งทั่วโลกเท่านั้น ทำให้ทัวร์นี้เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากจะเป็นชุมชนที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และเป็นศูนย์กลางสำหรับทัวร์ต่างๆ แล้ว วิกยังโด่งดังเรื่องหาดทรายดำเรย์นิสฟยารา (Reynisfjara) ที่งดงามมาก ด้วยมีลักษณะทางธรณีวิทยาชายฝั่งที่แปลกประหลาดมหัศจรรย์ และมีโขดทะเลเรนิสแดรงเกอร์ (Reynisdrangar) ขนาดใหญ่ที่ว่ากันว่าเป็นโทรลล์ที่กลายเป็นหินเพราะโดนแสงแดด

ใกล้กับเรย์นิสฟยารามีสถานที่ท่องเที่ยวริมชายฝั่งที่น่าสนใจอีกแห่ง หินโค้งดิร์โอลาเอย์ (Dyrholaey) มีขนาดใหญ่มากจนเรือสามารถแล่นผ่านซุ้มหินนี้ได้อย่างสบายและมีนักบินใจกล้าบางคนขับเครื่องบินเล็กลอดซุ้มนี้มาแล้วด้วย ในหน้าร้อนดิร์โอลาเอย์นี้เป็นตำแหน่งที่เหมาะเจาะมากที่สุดสำหรับเข้าไปดูนกพัฟฟินนับพันที่มาทำรังแบบใกล้ชิด

เดินทางต่อไปอีกเล็กน้อยตามชายฝั่งทางใต้ คุณจะเริ่มมองเห็นธารน้ำแข็งมิร์ดาลสโจกุลล์ (Myrdalsjokull) หากคุณต้องการปีนผืนน้ำแข็งเพื่อขึ้นไปชมทิวทัศน์ที่สวยงามวิบวับของที่นี่ คุณสามารถเลือกเพิ่มทัวร์ที่จะพาคุณไต่ขึ้นไปบนโซลเฮมาโจกุล (Solheimajokull) เข้าไปในทริปวันนี้ได้ แต่ถ้าคุณเคยปีนธารน้ำแข็งมาแล้ว หรือไม่ชอบกิจกรรมนี้ ให้คุณไปเที่ยวที่ทะเลทรายภูเขาไฟโซลเฮมาซานดูร์ (Solheimasandur) แทน โดยคุณจะได้ไปชมซากเครื่องบินดีซี-3 ที่ถูกทิ้งไว้อย่างโดดเดี่ยวบนทะเลทรายสีดำอันเวิ้งว้าง แต่คุณไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นเรื่องไม่ดีไปเพราะว่าในอุบัติเหตุครั้งนั้นไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเลย

ต่อไปจะสถานที่ท่องเที่ยวสามแห่งสุดท้ายบนชายฝั่งทางใต้ ซึ่งเป็นน้ำตกที่สวยงามไม่แพ้กัน น้ำตกสโกกาฟอสส์ (Skogafoss) เป็นน้ำตกที่ทรงพลังมากที่สุดและมีตำนานเล่าขานว่ามีสมบัติของยักษ์ถูกฝังไว้ที่นี่ด้วย น้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์ (Seljalandsfoss) เป็นน้ำตกเพียงแห่งเดียวที่สามารถเดิมชมได้รอบน้ำตก เนื่องจากสามารถเข้าไปในถ้ำอยู่ที่ด้านหลังน้ำตกได้ ส่วนน้ำตกกลูยฟราบูอิ (Gljufrabui) เป็นน้ำตกลับที่ถูกบดบังจนเกือบมองไม่เห็น แต่เมื่อเข้าไปใกล้จะพบว่ามีสายน้ำไหลลอดถ้ำสวยงามราวฉากในเทพนิยาย

หลังจากเพลิดเพลินกับสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายและน่าตื่นตาตื่นใจบนชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์จนพอแล้ว คุณจะเดินทางไปยังที่พักในคืนนี้ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านชนบทที่ชื่อเซลฟอสส์ (Selfoss)

อ่านเพิ่ม
วัน 9
ไกเซอร์สโทรคูร์ในวงกลมทองคำของไอซ์แลนด์

วัน 9 - วงกลมทองคำ

ก่อนวันสุดท้ายของทริปเที่ยวไอซ์แลนด์หน้าร้อนนี้ คุณจะเดินทางออกจากถนนวงแหวนเพื่อไปเที่ยวชมความมหัศจรรย์ของวงกลมทองคำ สถานที่เที่ยวทั้งสามแห่งนี้มีชื่อเสียงมากที่สุดในไอซ์แลนด์และถือว่าเป็นการทิ้งทายบอกลาธรรมชาติของไอซ์แลนด์ได้อย่างดี

ที่แรกคือน้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss) ที่มีต้นน้ำมาจากแม่น้ำธารน้ำแข็งสีขาวเหมือนน้ำนมไหลผ่านผืนน้ำแข็งลางโจกุล (สามารถมองเห็นได้) น้ำตกแห่งนี้แสดงให้เห็นถึงพละกำลังที่น่าเกรงขามและความสวยงามสงบเงียบไปพร้อมกัน ในหน้าร้อนจะมีทางเดินให้คุณเข้าไปใกล้กับน้ำตกเพื่อสัมผัสละอองสดชื่น

จากบริเวณลานจอดรถของน้ำตกกุลล์ฟอสส์ คุณสามารถเลือกทำกิจกรรมขี่สโนว์โมบิลไปตามเนินชันของธารน้ำแข็งลางโจกุล กิจกรรมแอดเวนเจอร์นี้จะทำให้คุณได้เห็นทิวทัศน์ของพื้นที่ไฮแลนด์ในขณะที่กำลังโลดแล่นอยู่บนหิมะด้วย ซึ่งมีความงดงามอย่างยากที่จะหาสิ่งใดมาเปรียบ

สถานที่ไฮไลต์แห่งที่สองของวงกลมทองคำคือทุ่งน้ำพุร้อนไกเซอร์ (Geysir) ซึ่งมีน้ำพุร้อนสโทรคูร์ (Strokkur) ปะทุพ่นน้ำร้อนขึ้นฟ้าอวดพละกำลังให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมอยู่ทุกห้าถึงสิบนาที รอบๆ สโทรคูร์ยังมีน้ำพุร้อนอื่นให้ชมอีกมากมาย เช่น น้ำพุร้อนไกเซอร์ที่ทุกวันนี้สงบนิ่งไม่ไหวติงแล้ว

สถานที่แห่งสุดท้ายที่คุณจะได้ชมในวันนี้คืออุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ (Thingvellir) ล้อมรอบด้วยขอบหน้าผาที่เป็นรอยแยกแผ่นเปลือกโลกของสองทวีป อุทยานฯ ที่น่าทึ่งนี้ประกอบไปด้วยผืนป่า สายน้ำ ทุ่งลาวา วิวทะเลสาบ และภูเขาไฟมากมายที่อยู่รายรอบ และยังมีบทบาทสำคัญในโลกประชาธิปไตยสมัยใหม่ด้วย​ซึ่งคุณสามารถไปเรียนรู้ได้จากที่นั่นเมื่อไปถึง

ในอุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ คุณสามารถใส่สน็อกเกิลและชุดดรายสูทแล้วลงไปดำน้ำที่ซิลฟราซึ่งเป็นหุบเหวน้ำพุธรรมชาติได้ น้ำที่นี่สะอาดมากจนสามารถดื่มได้และใสแจ๋วจนมองเห็นได้ไกลถึง 328 ฟุต (100 ม.)

หลังจากชมสถานที่ต่างๆ บนวงกลมทองคำเสร็จแล้ว คุณจะมุ่งหน้าตรงเข้าเรคยาวิกและใช้เวลาในเมืองที่มีชีวิตชีวาแห่งนี้กันก่อนที่จะเข้านอนในวันนี้ อย่างไรก็ตาม ในทางตะวันตกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์ยังมีวัฒนธรรมและธรรมชาติที่สวยงามอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวมักมองข้าม ซึ่งคุณสามารถขับออกนอกเส้นทางเพื่อไปชมสิ่งเหล่านี้ได้ไม่ยาก

อ่านเพิ่ม
วัน 10
ฮาร์ปาคอนเสิร์ตฮอลล์ในเรคยาวิก

วัน 10 - เดินทางกลับบ้าน

ในวันที่สิบที่ไอซ์แลนด์ คุณจะขับรถไปยังสนามบินนานาชาติเคฟลาวิกพร้อมด้วยความประทับใจของทริปหน้าร้อนครั้งนี้ คุณจะนำรถไปส่งคืนในเวลาที่เหมาะสมกับเที่ยวบินของคุณ แต่สำหรับผู้ที่มีเที่ยวบินในช่วงสายหน่อย คุณยังสามารถใช้เวลาเที่ยวได้อีก

ตัวอย่างเช่น จากสนามบินภายในประเทศในเมืองเรคยาวิก คุณสามารถนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมแลนด์มาร์คในเมืองและบ้านเรือนที่มีหลังคาสีสันสดใส หรือจะให้เฮลิคอปเตอร์พาไปทุ่งพลังงานความร้อนใต้พิภพที่มีอยู่รอบเมือง หรือพาไปลงจอดบนยอดเขาที่ห่างไกลก็ยังได้

หรือคุณสามารถจองทริปท่องเที่ยวที่ทำได้เฉพาะที่ไอซ์แลนด์และที่ภูเขาไฟลูกนี้ลูกเดียวเท่านั้น นั่นคือการลงไปชมโถงแมกมา หลังจากที่เดินป่าระยะสั้นๆ คุณจะลงลิฟต์ในเหมืองเพื่อไปยังถ้ำใต้ดินที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยสีสันอย่างไม่น่าเชื่อ คุณจะได้สำรวจและตื่นตาตื่นใจไปกับพลังของภูเขาไฟ

หากทัวร์เหล่านี้ยังไม่น่าสนใจ คุณสามารถใช้เวลาในวันนี้ชื่นชมศิลปะ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมอยู่ภายในเมืองหลวงแทนก็ได้ หรือคุณอาจจะใช้เวลาที่เหลือด้วยการขับรถชมธรรมชาติรอบๆ เมืองก็ได้เช่นกัน

สำหรับผู้ที่ยังไม่มีเวลาไปเที่ยวที่บลูลากูนในวันแรกที่มาถึง คุณก็สามารถไปแช่น้ำอุ่นบำบัดความอ่อนล้าก่อนเดินทางออกจากไอซ์แลนด์ได้ ขอให้ทุกท่านเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ และหวังว่าจะได้พบกันใหม่ในเร็ววัน!

อ่านเพิ่ม

สิ่งที่ควรนำไป

เสื้อผ้าที่อบอุ่น
กล้องถ่ายรูป
ชุดว่ายน้ำ
ใบขับขี่
แว่นกันแดด

สิ่งที่ควรรู้

ทริปขับรถเที่ยวครั้งนี้สามารถเริ่มต้นออกเดินทางได้จากทั้งในเมืองเรคยาวิก หรือสนามบินนานาชาติเคฟลาวิก ผู้ที่ทำหน้าที่ขับรถจะต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่ยังไม่หมดอายุและมีประสบการณ์ในการขับรถบนท้องถนนอย่างน้อยหนึ่งปี ทั้งนี้แผนการท่องเที่ยวที่จัดไว้อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับวันเวลาที่คุณเดินทางมาถึงไอซ์แลนด์ด้วย

โปรดทราบว่าสำหรับกิจกรรมบางอย่างที่คุณเลือก คุณอาจจะต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่ยังไม่หมดอายุ หรือคุณอาจจะต้องส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้กับผู้วางแผนการเดินทางของคุณ และคุณอาจจะต้องแสดงเอกสารรับรองทางการแพทย์ในการดำน้ำตื้น

และถึงแม้จะเป็นช่วงฤดูร้อน แต่อากาศที่ไอซ์แลนด์ก็ไม่สามารถคาดเดาได้ ดังนั้น โปรดเตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะสมมาด้วย

ที่พัก

ดูระดับของที่พักของเราที่ด้านล่างนี้ และดูรายชื่อผู้ให้บริการที่พักที่เราแนะนำได้ที่ใต้แผนการเดินทางในแต่ละวัน ที่พักระดับซูเปอร์บัดเจทจะเป็นโฮสเทลและเตียงนอนแบบหอพักรวม ส่วนระดับอื่นๆ นั้น หากจองเข้าพักเพียงท่านเดียวจะได้รับห้องแบบซิงเกิล หากจองเข้าพักสองท่านขึ้นไปจะได้ห้องพักที่มีเตียงทวิน/เตียงดับเบิ้ล หรือเตียงทริปเปิ้ล

สำหรับวัยรุ่นและเด็กจะถูกจัดให้พักห้องเดียวกับผู้ปกครอง หากต้องการห้องเพิ่มจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เมื่อคุณทำการจองกับเรา Guide to Iceland จะจัดหาที่พักที่ดีที่สุดจากพันธมิตรที่เราแนะนำให้กับคุณ ทั้งนี้ คุณภาพของโรงแรมที่พักในแต่ละพื้นที่ของไอซ์แลนด์อาจมีความแตกต่างกัน และเนื่องจากจำนวนที่พักมีอยู่อย่างจำกัดมาก หากที่พักพันธมิตรที่เราแนะนำถูกจองเต็มหมดแล้วในวันที่คุณต้องการ เราจะจัดหาที่พักอื่นที่อยู่ในระดับเดียวกันให้กับคุณตามความเหมาะสม

ที่พักระดับควอลิตี้นั้นไม่ได้มีให้บริการในทุกพื้นที่ หากไม่มีที่พักระดับควอลิตี้ในพื้นที่ที่คุณต้องการ เราจะจัดหาที่พักระดับคอมฟอร์ทให้แทน โดยจะเลือกอัปเกรดห้องให้มีราคาสอดคล้องกับที่พักระดับควอลิตี้ เราจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อหาที่พักให้ตรงกับความต้องการพิเศษที่คุณมี ซึ่งบางครั้งอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม กรุณาระบุวันที่ที่คุณต้องการเดินทางเพื่อตรวจสอบจำนวนที่ว่าง

ซูเปอร์บัดเจท

เตียงแบบหอพัก พร้อมห้องน้ำรวมในเกสต์เฮาส์หรือโฮสเทล ที่พักตั้งอยู่ในบริเวณที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุด ไม่รวมอาหารเช้า

บัดเจท

ห้องพักพร้อมห้องน้ำรวมในฟาร์มเฮ้าส์ เกสต์เฮ้าส์ หรือโฮสเทล อยู่ในทำเลดีใกล้สถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุด ไม่รวมอาหารเช้า

คอมฟอร์ท

ห้องพักพร้อมห้องน้ำส่วนตัวในโรงแรมระดับ 3 ดาว หรือเกสต์เฮาส์คุณภาพ ทำเลใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุด รวมอาหารเช้า

ควอลิตี้

ห้องพักพร้อมห้องน้ำส่วนตัวในโรงแรมระดับ 4 ดาว หรือห้องซูพีเรียร์ในโรงแรมระดับ 3 ดาวที่มีคุณภาพ ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์ รวมอาหารเช้า

รถยนต์

ด้านล่างนี้คือตัวเลือกการเช่ารถสำหรับทัวร์ขับรถเที่ยวเอง รถทุกคันของเราเป็นรถรุ่นใหม่หรือรุ่นปัจจุบัน โดยมีอายุไม่เกิน 2 ปี รถระดับซูเปอร์บัดเจทจะมาพร้อมกับประกันที่มีค่าเสียหายส่วนแรก (CDW) ซึ่งเป็นประกันมาตรฐาน ในขณะที่ระดับอื่นๆ ทั้งหมดจะรวมประกันกรวด (GP) และประกันประเภทไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก (SCDW)

ข้อควรรู้: การขับรถออกนอกเขตถนนถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายสำหรับรถยนต์ทุกประเภท รถทุกระดับมี GPS และ Wi-Fi ให้ฟรี คุณสามารถเพลิดเพลินกับการใช้อินเทอร์เน็ตได้ไม่จำกัดด้วยอุปกรณ์ Wi-Fi ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้สูงสุด 10 เครื่องพร้อมกัน ผู้ให้บริการรถเช่ามีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนถนนตลอด 24 ชั่วโมง ข้อกำหนดด้านอายุของผู้ขับขี่สำหรับแต่ละระดับสามารถดูได้ที่ด้านล่าง แต่ไม่ว่ารถระดับใด ผู้ขับขี่จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้องอย่างน้อยหนึ่งปีก่อนวันที่เช่า เราขอแนะนำให้เลือกใช้รถระดับบัดเจทแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับการขับขี่ในฤดูร้อน และระดับคอมฟอร์ทแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับการขับขี่ในฤดูหนาว

ซูเปอร์บัดเจท 2WD

รถขนาดเล็กขับเคลื่อนสองล้อ เช่น Toyota Aygo หรือรุ่นใกล้เคียง เหมาะสำหรับการเดินทางประจำวันทั่วไป มีขนาดกะทัดรัดและสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 2 คน พร้อมกระเป๋าสัมภาระไม่มาก ไม่สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

บัดเจท 2WD

รถขนาดมาตรฐานขับเคลื่อน 2 ล้อ เช่น Toyota Yaris หรือรุ่นใกล้เคียง เหมาะสำหรับการเดินทางประจำวันทั่วไป มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสาร 3 คน พร้อมกระเป๋าสัมภาระไม่มาก ไม่สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

บัดเจท 4x4

รถจี๊ปหรือเอสยูวีขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดมาตรฐาน เช่น Dacia Duster หรือรุ่นใกล้เคียง มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 3 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 2 ใบ เหมาะสำหรับการเดินทางเกือบทุกแบบ รวมถึงการขับขี่บนหิมะและถนนลาดยาง สามารถขับขี่แบบพื้นฐานในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

คอมฟอร์ท 4x4

รถจี๊ปหรือเอสยูวีขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดกลาง เช่น Toyota Rav4 (เกียร์อัตโนมัติ) Suzuki Vitara (เกียร์ธรรมดา) หรือรุ่นใกล้เคียง มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 4 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 3 ใบ เหมาะสำหรับการเดินทางเกือบทุกแบบ รวมถึงการขับขี่บนหิมะและถนนลาดยาง สามารถขับขี่แบบพื้นฐานในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป

รถหรู 4x4

รถจี๊ปขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดใหญ่ เช่น Toyota Land Cruiser หรือรุ่นใกล้เคียง มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 4 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 4 ใบ เหมาะสำหรับการเดินทางเกือบทุกแบบ สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป

รถตู้

รถตู้ขนาดใหญ่ 9 ที่นั่ง เช่น Mercedes Benz Vito หรือรุ่นใกล้เคียง (ขับเคลื่อนสี่ล้อ เกียร์ธรรมดา สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้) รองรับผู้โดยสารได้ 5-7 คน นั่งสบายและเหมาะสำหรับการขับขี่ในฤดูหนาว หากจำนวนผู้โดยสารเต็มทุกที่นั่งจะมีพื้นที่เก็บสัมภาระลดน้อยลง ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 23 ปีขึ้นไป

ข้อตกลงของการบริการ

วิดีโอ

รีวิวที่รับรองแล้ว

ทัวร์ที่คล้ายกัน