ทัวร์ขับรถเที่ยวเองฤดูร้อน 8 วัน เที่ยวรอบถนนวงแหวนโดยเน้นสถานที่ท่องเที่ยวบนชายฝั่งทางใต้

ทัวร์ขับรถเที่ยวเองฤดูร้อน 8 วัน เที่ยวรอบถนนวงแหวนโดยเน้นสถานที่ท่องเที่ยวบนชายฝั่งทางใต้
มีแนวโน้มที่จะขายออกเร็ว ๆ นี้
บริการ 24 ชั่วโมง
แผนการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ
สามารถจัดตามความต้องการได้เต็มที่
รถ & ที่พัก

คำอธิบาย

Details

ทัวร์เริ่มจาก
Keflavík International Airport (KEF), Reykjanesbær, Iceland
เวลาออกเดินทาง
ยืดหยุ่น
ระยะเวลา
8 วัน
สถานที่สิ้นสุด
Keflavík International Airport (KEF), Reykjanesbær, Iceland
ความยากลำบาก
ง่าย
มีบริการ
ทั้งปี
Ending time
ยืดหยุ่น
อายุต่ำสุด
ไม่มี

คำอธิบาย

เที่ยวชมสถานที่ยอดนิยมของไอซ์แลนด์และอีกมากมาย ด้วยทริปขับรถเที่ยวเอง 8 วัน ทริปนี้เน้นชายฝั่งทางใต้ ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่ของไอซ์แลนด์อยู่ที่นี่ ค้นพบความสวยงามของธรรมชาติที่ไอซ์แลนด์ในขณะที่คุณเดินทางรอบถนนวงแหวน โดยเริ่มต้นจากเรคยาวิก เมืองหลวงของประเทศ และในช่วงเวลานี้ที่ไอซ์แลนด์จะมีช่วงกลางวันที่ยาวนานมากเป็นพิเศษ คุณสามารถเที่ยวได้อย่างเพลิดเพลินใต้แสงสว่างของพระอาทิตย์เที่ยงคืน

แผนการเดินทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไปเห็นภูมิประเทศและสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายของไอซ์แลนด์ และต้องการเดินทางท่องเที่ยวอย่างอิสระเสรีตามที่ต้องการ

ทัวร์ของคุณจะเริ่มต้นทันทีที่คุณเดินทางมาถึงไอซ์แลนด์ โดยที่คุณไม่ต้องกังวลกับการเดินทางจากสนามบินด้วย เพราะว่าคุณจะรับรถจากที่สนามบินเลย และอีก 8 วันหลังจากนี้ คุณจะเดินทางสำรวจประเทศไอซ์แลนด์อย่างเพลิดเพลิน คุณจะได้ไปเห็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญบนถนนวงแหวน โดยเน้นที่ชายฝั่งทางใต้แบบละเอียดยิบ คุณจะเริ่มต้นออกเที่ยวบนวงกลมทองคำอันโด่งดังก่อน จากนั้นจะมุ่งหน้าลงใต้ แวะชมน้ำตก แนวชายฝั่งที่งดงาม หน้าผาสูงชัน และหาดทรายสีดำ

คุณจะไปชมทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน (Jokulsarlon) ที่สวยแปลกตาเต็มไปด้วยภูเขาน้ำแข็งลอยเท้งเต้ง ก่อนจะเดินทางต่อไปยังฟยอร์ดทางตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่มีคนเข้าไปสัมผัสมากนัก จากนั้นคุณจะไปชมพื้นที่พลังงานความร้อนใต้พิภพในทางตะวันออกเฉียงเหนือของไอซ์แลนด์ และหลังจากที่แวะเที่ยวเมืองอาคูเรย์ริ (Akureyri) เมืองหลวงของทางเหนือ คุณจะเดินทางครบรอบวงกลมทองคำพอดีและวกกลับมาที่เมืองเรคยาวิก (Reykjavík)

เพื่อให้การเดินทางครั้งนี้น่าจดจำมากยิ่งขึ้น คุณสามารถเพิ่มกิจกรรมเสริมเข้าไปในทริปนี้ได้เมื่อคุณทำการจองแพ็คเกจขับรถเที่ยวกับเรา โดยคุณสามารถเลือกไปเที่ยวสปาบลูลากูนที่ใครๆ ก็ชื่นชอบ สามารถไปร่วมกับทัวร์ดูวาฬจากเมืองฮูสาวิค ไปขี่ม้า ปีนธารน้ำแข็ง เที่ยวถ้ำน้ำแข็ง หรือจะลงไปเที่ยวในภูเขาไฟก็ได้

ข้อดีของการเที่ยวในครั้งนี้คือแผนการเดินทางและที่พักของคุณจะถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้หมดแล้ว ดังนั้นในขณะที่คุณเดินทางรอบประเทศไอซ์แลนด์ คุณสามารถโฟกัสไปที่สถานที่ท่องเที่ยวที่คุณชื่นชอบได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องมานั่งกังวลกับรายละเอียดปลีกย่อย

โร้ดทริปครั้งนี้จะทำให้คุณใช้เวลาในไอซ์แลนด์อย่างคุ้มค่า ในขณะที่คุณยังมีอิสระในการเที่ยวและทำสิ่งต่างๆ ได้ตามที่ต้องการ มาดื่มด่ำกับธรรมชาติอันมหัศจรรย์ของไอซ์แลนด์ที่อาบไล้ด้วยเฉดสีสวยงามของแสงอาทิตย์เที่ยงคืน และทำให้ทริปนี้เป็นวันหยุดพักผ่อนที่คุณยากที่จะลืมเลือนอย่างแท้จริง

ทำให้ความฝันอยากเที่ยวไอซ์แลนด์ในหน้าร้อนของคุณกลายเป็นเรื่องจริงตอนนี้เลย คุณสามารถตรวจสอบจำนวนที่ว่างได้โดยระบุวันที่ที่ต้องการเดินทาง

 

อ่านเพิ่ม

ร่วมด้วย

ที่พัก 7 คืน (มีให้เลือกหลายระดับ; รวมอาหารเช้า ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ด้านล่าง)
รถเช่าสำหรับ 8 วัน (Toyota Aygo/Toyota Yaris/Dacia Duster 4X4 หรือรุ่นที่คล้ายกัน สามารถอัปเกรดได้)
ประกันภัยรถเช่าแบบ CDW สำหรับรถระดับซูเปอร์บัดเจท; รถระดับอื่นจะรวมประกัน SCDW และประกันกรวด
ระบบ GPS
รายละเอียดการเดินทาง
ตัวแทนท่องเที่ยวส่วนบุคคล
ภาษี
นักท่องเที่ยวที่จองทัวร์กับ Guide to Iceland สามารถทำนัดหมายล่วงหน้าเพื่อเข้ารับการตรวจโควิดแบบ PCR หรือการทดสอบแอนติเจนแบบเร่งด่วน (ATK) ก่อนที่จะเดินทางออกจากไอซ์แลนด์ได้หากจำเป็น

แผนที่

สถานที่ท่องเที่ยว

กิจกรรม

ทัวร์ปีนธารน้ำแข็ง
ดำน้ำตื้น
ปีนเขา
สโนว์โมบิล
ขี่ม้า
ชมวาฬ
เที่ยวชมสถานที่
แช่บ่อน้ำแร่
ถ้ำคริสตัล
ขับรถเที่ยวเอง

แผนการเที่ยวรายวัน

วัน 1
บลูลากูนสปาที่มีชื่อเสียงบนคาบสมุทรเรคยาเนสในประเทศไอซ์แลนด์

วัน 1 - ขอต้อนรับสู่ไอซ์แลนด์

ทริปเที่ยวครั้งนี้จะเริ่มต้นขึ้นเมื่อคุณลงเครื่องบินที่ไอซ์แลนด์ ผ่านด่านศุลกากรเข้ามาแล้ว และเดินผ่านประตูอัตโนมัติที่เป็นทางออกของโถงผู้โดยสารขาเข้า คุณจะไปรับรถที่สนามบินและเริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังใจกลางเรคยาวิก เมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ ระหว่างทางไปเมืองหลวงคุณสามารถเลือกแวะเที่ยวที่บลูลากูนก่อนได้

สปาที่มีชื่อเสียงระดับโลกแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องน้ำสีฟ้าสดใสและการบำบัดที่หรูหรา สปาแห่งนี้ตั้งอยู่กลางทุ่งลาวาที่ปกคลุมไปด้วยมอสส์ทำให้มีบรรยากาศแปลกตา หากคุณเลือกเพิ่มบลูลากูนเข้าไปในทริป กิจกรรมนี้จะถูกจัดเข้าในโปรแกรมการเดินทางให้สอดคล้องกับเที่ยวบินของคุณ หากคุณยังไม่มีเวลามากพอที่จะไปในวันนี้ ก็ยังสามารถไปในวันอื่นได้ โดยที่ปรึกษาด้านการเดินทางของคุณจะจัดการเรื่องนี้ให้คุณได้ ในเรคยาวิกและคาบสมุทรเรคยาเนสมีสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมมากมายรอคุณอยู่

เมื่อคุณไปถึงเรคยาวิกและเช็คอินเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว คุณอาจจะไปเดินเล่นชมสถานที่ต่างๆ ในเมือง แวะชิมอาหารในร้านอาหาร สำรวจบาร์และร้านกาแฟ เพื่อทำความรู้จักกับเมืองหลวงทางเหนือสุดของโลกแห่งนี้

อ่านเพิ่ม
วัน 2
Strokkur เป็นน้ำพุร้อนในพื้นที่พลังงานความร้อนใต้พิภพของวงกลมทองคำของไอซ์แลนด์

วัน 2 - วงกลมทองคำ

วันนี้คุณจะได้รู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในไอซ์แลนด์ วงกลมทองคำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด ซึ่งรวมถึงอุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ (Thingvellir) น้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss) และพื้นที่พลังงานความร้อนใต้พิภพไกเซอร์ (Geysir)

คุณจะเริ่มต้นวันด้วยการขับรถออกจากที่พัก โดยมีเป้าหมายคือสถานที่ทั้งสามแห่งนี้ อุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์นั้นได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก พื้นที่ในบริเวณนี้มีความงดงามและมีความสำคัญสำหรับชาวไอซ์แลนด์ด้วย เพราะเป็นสถานที่ตั้งของสภาแห่งแรกที่ผู้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในยุคแรกได้สร้างขึ้นเมื่อประมาณปีค.ศ. 930

ธิงเวลลีร์เต็มไปด้วยหน้าผาและหินลาวาที่ปกคลุมด้วยมอสส์ไอซ์แลนด์ หากมองไกลออกไปจะเห็นว่ามีทิวเขาล้อมรอบบริเวณ พื้นที่แห่งนี้จึงเหมาะสำหรับการไปชมวิวและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาวไอซ์แลนด์

ในขณะที่คุณอยู่ที่ธิงเวลลีร์ คุณสามารถเลือกลงไปดำน้ำตื้นด้วยสน็อกเกิลในรอยแยกซิลฟรา (Silfra) ผืนน้ำที่นี่ตั้งอยู่ตรงกลางจุดที่เป็นรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลกยูเรเชียนและอเมริกาเหนือ และน้ำที่ซิลฟรานั้นถูกกรองผ่านหินลาวามานานนับร้อยๆ ปี จึงมีความใสราวกระจก ซึ่งการไปร่วมดำน้ำกับทัวร์สน็อกเกิลในรอยแยกนี้ คุณจะได้เห็นหุบเขาใต้น้ำที่น่าอัศจรรย์ ซึ่งสามารถมองเห็นได้ไกลถึง 328 ฟุต (100 ม.)

สถานที่สำคัญที่ต้องแวะอีกแห่งคือน้ำตกกุลล์ฟอสส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในน้ำตกที่โดดเด่นที่สุดในไอซ์แลนด์ ชื่อของมันมีความหมายว่า "น้ำตกทอง" และน้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ใต้หุบเขาแม่น้ำฮวิทเอา (Hvita River Canyon) น้ำตกกุลล์ฟอสส์สูง 105 ฟุต (32 ม.) และมีกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากไหลลดหลั่นลงมาสองชั้น ทำให้เกิดละอองน้ำหนาทึบปกคลุมไปทั่ว

สถานที่ต่อไปบนวงกลมทองคำคือพื้นที่พลังงานความร้อนใต้พิภพไกเซอร์ ที่นี่จะทำให้คุณเห็นภาพของพลังงานที่เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไอซ์แลนด์ได้ชัดเจน พื้นที่บริเวณนี้เต็มไปด้วยน้ำพุร้อนและฟูมาโรลที่ระบายก๊าซและไอร้อนออกมาบนพื้นผิวโลก และไฮไลต์ที่ดึงคนมาเที่ยวที่นี่คือไกเซอร์สโทรคูร์ ที่พ่นน้ำขึ้นฟ้าสูงเกือบ 66 ฟุต (20 ม.) ในเกือบทุกห้านาที

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในบริเวณนี้ คุณอาจจะไปชมปากปล่องภูเขาไฟเคริด (Kerid Crater) ในวันนี้ด้วยก็ได้ เพราะอยู่ไม่ไกลจากสถานที่ท่องเที่ยวบนเส้นทางวงกลมทองคำ ปล่องภูเขาไฟแห่งนี้ยังใหม่มาก มีอายุราว 3,000 ปีเท่านั้น และมีสีสันที่สดใสของหินสีแดงสดที่ตัดกับน้ำสีฟ้าครามที่ก้นหลุม

ส่วนเรคยาดาลูร์ (Reykjadalur) เป็นหุบเขาที่ปกคลุมด้วยไอน้ำซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวงกลมทองคำ พื้นที่นี้แถบนี้มีเนินเขาที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อของช่องระบายไอน้ำและบ่อน้ำร้อนกระจายอยู่ทั่วบริเวณ

คุณยังสามารถเพิ่มทัวร์ขี่ม้าซึ่งเป็นกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นเข้าไปในทริปวันนี้ได้ด้วย ม้าไอซ์แลนด์เป็นสายพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ พวกมันแข็งแรง เตี้ย และเป็นมิตรมากจึงเหมาะสำหรับผู้ขี่ทุกระดับ ม้าเหล่านี้ถูกเลี้ยงแยกไม่ให้ปะปนกับสายพันธุ์อื่นอยู่ในประเทศนี้มาเป็นเวลาพันๆ ปีแล้ว และการได้ชมวิวชนบทของไอซ์แลนด์จากบนหลังม้านั้นเป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนที่ไหนอย่างแน่นอน

ผู้ที่ต้องการกิจกรรมสนุกตื่นเต้นเพื่อให้อะดรีนาลีนสูบฉีดก็สามารถเลือกเพิ่มทัวร์ขี่สโนว์โมบิลที่ธารน้ำแข็งลางโจกุลเข้าไปในวันนี้ได้ การขี่สโนว์โมบิลโลดแล่นไปบนธารน้ำแข็งกว้างใหญ่ไพศาลที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและปล่อยให้ลมเย็นปะทะกับร่างกายจะเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กิจกรรมอไหนเลย คืนนี้คุณจะเข้าพักในที่พักในเมืองเซลฟอสส์ (Selfoss) หรือแถวๆ นั้น

อ่านเพิ่ม
วัน 3
เซลยาแลนศ์ฟอสส์เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดบนชายฝั่งทางใต้ของประเทศไอซ์แลนด์

วัน 3 - ชายฝั่งทางใต้

วันนี้คุณยังคงผจญภัยบนถนนวงแหวนกันต่อและจะเริ่มมุ่งหน้าไปทางใต้ ชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์ขึ้นชื่อเรื่องภูเขา ธารน้ำแข็ง หาดทรายดำ น้ำตก และนกหลากสายพันธุ์ จุดแรกที่คุณจะไปแวะบนชายฝั่งทางใต้คือน้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์ (Seljalandsfoss) น้ำตกที่ได้รับความนิยมมากสำหรับผู้ที่มาเยือนไอซ์แลนด์ เนื่องจากอยู่ใกล้กับถนนวงแหวนและโครงสร้างของน้ำตกมีความน่าสนใจ น้ำตกนี้สูง 197 ฟุต (60 ม.) และมีฉากหลังเป็นผาหินมองดูสวยงาม ในช่วงหน้าร้อนหากอากาศดีจะสามารถเดินเข้าไปชมความมหัศจรรย์ของน้ำตกแห่งนี้ได้จากด้านหลังม่านน้ำตก แต่คุณต้องเตรียมเสื้อผ้ากันน้ำไปให้พร้อมเพราะละอองน้ำพัดแรงจนคุณอาจจะเปียกปอนได้

ไม่ไกลจากน้ำตกเซลยานแลนศ์ฟอสส์ก็ยังมีน้ำตกสโกกาฟอสส์อีกหนึ่งแห่ง ซึ่งมีความสวยงามพอกัน สโกกาฟอสส์เป็นหนึ่งในน้ำตกขนาดใหญ่ที่สุดของไอซ์แลนด์ มีความสูง 197 ฟุต (60 ม.) และมีความกว้างถึง 52 ฟุต (25 ม.) โดยสายน้ำที่ตกลงมากระทบกับพื้นที่เกือบจะราบทำให้เกิดเป็นม่านไอน้ำฟุ้งกระจาย ในบางวันเมื่อมีแสงแดดส่องมาที่น้ำตก รุ้งกินน้ำคู่หนึ่งก็จะทอดตัวเป็นสะพานให้นักท่องเที่ยวได้เห็น

เมื่อคุณเดินทางต่อไปตามชายฝั่งทางใต้ คุณจะผ่านโซลเฮมาโจกุลล์ (Solheimajokull) ผืนน้ำแข็งที่เป็นส่วนหนึ่งของธารน้ำแข็งมิดาร์ลสโจกุลล์ หากคุณอยากทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์ในวันนี้ คุณสามารถเลือกไปปีนธารน้ำแข็งที่เป็นแลนด์มาร์คของแถวนี้ได้

ก่อนที่จะปีนธารน้ำแข็ง คุณจะต้องไปพบกับไกด์เพื่อฟังบรีฟเกี่ยวกับความปลอดภัย และรับอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการชมธารน้ำแข็ง โดยคุณจะได้รับหมวกกันน็อก รองเท้าตะปู และขวาน จากนั้นคุณจะเดินเท้าขึ้นไปบนเส้นทางที่สวยงาม เพื่อขึ้นไปบนผืนน้ำแข็งราวกับว่าเป็นนักสำรวจอาร์กติก ซึ่งเมื่อขึ้นไปถึงที่ด้านบนของโซลเฮมาโจกุลล์แล้ว คุณจะพบว่าการได้ยืนบนผืนน้ำแข็งที่ล้อมรอบไปด้วยทิวทัศน์ตระการตาไร้สิ่งบดบังมีความคุ้มค่าและจะเป็นประสบการณ์ที่คุณจะไม่มีวันลืม

จุดหมายต่อไปคือดิร์โอลาเอย์ (Dyrholaey) คาบสมุทรเล็กๆ ที่โด่งดังเพราะมีหน้าผาหินสูงตระหง่านและเป็นแหล่งที่อยู่ของนกนานาชนิด และยังเป็นส่วนใต้สุดของแผ่นดินใหญ่ของไอซ์แลนด์ด้วย ที่นี่คุณจะได้เห็นวิวที่สวยงามของแนวชายฝั่งและนกพื้นเมืองมากมาย

ไม่ไกลจากดิร์โอลาเอย์ก็จะเป็นหาดทรายดำเรย์นิสฟยารา (Reynisfjara) ชายฝั่งบริเวณนี้มีคลื่นที่ซัดเข้าหาหาดทรายภูเขาไฟอย่างแรงจนไม่น่าเชื่อ บนหาดคุณจะได้เห็นหน้าผาที่เต็มไปด้วยเสาหินบะซอลต์หกเหลี่ยม ซึ่งมีความน่าสนใจมาก เนื่องจากเสาเหล่านี้เกิดขึ้นเองตามธรรามชาติเมื่อลาวาเย็นและหดตัวลง และเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสถาปัตยกรรมหลายแห่งทั่วไอซ์แลนด์

ที่นอกชายฝั่งของหาดเรย์นิสฟยารา คุณจะมองเห็นหินเรนิสแดรงเกอร์ (Reynisdrangar) อนุสาวรีย์หินธรรมชาติที่โผล่ขึ้นมาจากท้องทะเล โดยตำนานพื้นบ้านของไอซ์แลนด์เล่าว่า หินเหล่านี้เมื่อนานมาแล้วเป็นโทรลล์สองตนที่ลงไปน้ำทะเลที่เย็นเฉียบของมหาสมุทรแอตแลนติกเพื่อลากเรือขึ้นฝั่ง แต่ทั้งคู่โชคไม่ดีที่วางแผนร้ายผิดเวลาไปหน่อย จึงกลับขึ้นฝั่งมาไม่ทันพระอาทิตย์ขึ้น ทำให้โดนแสงแดดส่องจนกลายเป็นหินเรนิสแดรงเกอร์ต้องยืนแข็งอยู่อย่างนั้นชั่วกัปชั่วกัลป์

ถัดไปคือหมู่บ้านวิก (Vik) เมืองริมทะเลที่เหมาะสำหรับหยุดแวะพักเหยียดแข้งขา คุณอาจจะอยากไปชมโบสถ์ของในเมืองนี้ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาและหันหน้าออกทะเลด้วย และคุณยังสามารถไปเข้าร่วมกิจกรรมและทัวร์อีกหลายอย่าง ซึ่งมีจุดเริ่มต้นไม่ไกลจากวิก คุณอาจจะอยากไปชมซากเครื่องบิน DC-3 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่มาตกอยู่ที่โซลเฮมาซานดูร์ (Solheimasandur) เมื่อปี 1973 ซึ่งน่าประหลาดที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้เสียชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว แต่ซากเครื่องบินกลับถูกทิ้งให้เป็นซากปรักหักพัง จนกลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมไปเสียอย่างนั้น

หรือคุณอาจจะเลือกไปเที่ยวถ้ำน้ำแข็ง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์พิเศษของไอซ์แลนด์ก็ได้เช่นกัน ถ้ำน้ำแข็งเหล่านี้ก่อตัวขึ้นเมื่อน้ำแข็งจากธารน้ำแข็งละลายและแข็งตัวใหม่ตามวัฏจักรของมัน โดยในแต่ละปีจะมีถ้ำน้ำแข็งที่หายไปและเกิดใหม่มาทดแทน นั่นหมายถึงว่าถ้ำน้ำแข็งแต่ละแห่งนั้นจะมีเอกลักษณ์เฉพาะไม่ซ้ำกันเลย

ภายในถ้ำคุณอาจจะได้เห็นสิ่งที่ดูเหมือนกับพระราชวังคริสตัล ซึ่งความโค้งและชั้นของน้ำแข็งที่ประดับประดาด้วยเฉดสีฟ้า เทา ขาว และสีดำของเถ้าภูเขาไฟภายในนั้น เปรียบเสมือนแคปซูลแห่งกาลเวลาที่เก็บบันทึกย้อนสู่อดีตไปนับร้อยนับพันปี

หลังจากเที่ยวชมสถานที่และทำกิจกรรมตื่นเต้นสนุกสนานมาทั้งวันแล้ว ที่พักของคุณในคืนนี้อยู่ในเมืองวิก

อ่านเพิ่ม
วัน 4
ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลต์ที่ห้ามพลาดในทางตะวันออกของไอซ์แลนด์

วัน 4 - มุ่งหน้าสู่โจกุลซาลอน

วันนี้คุณจะเที่ยวบนชายฝั่งทางใต้กันต่อและค่อยมุ่งหน้าไปทางตะวันออกของไอซ์แลนด์ คุณจะเริ่มต้นด้วยการเดินทางเข้าไปในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติสกัฟตาเฟลล์ (Skaftafell) ซึ่งอยู่ในอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล (Vatnajokull) แต่ถ้าหากคุณอยากทำกิจกรรมตื่นเต้นในวันนี้ คุณอาจจะเลือกเริ่มต้นวันด้วยการไปปีนธารน้ำแข็งที่สกัฟตาเฟลล์ในรอบเช้า

ภูมิประเทศที่ขรุขระแถบนี้มีพืชพรรณที่น่าสนใจมากมาย ทำให้เหมาะกับการมาถ่ายภาพ และยังมีเส้นทางเดินป่าสวยๆ ระดับง่ายหลายเส้นทาง จึงเป็นสวรรค์ของการเดินป่าด้วย

จากนั้นคุณจะมุ่งหน้าไปยังทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน (Jokulsarlon) ซึ่งเป็นที่สุดยอดของสถานที่ท่องเที่ยวในทางใต้ของไอซ์แลนด์ ที่นี่เป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดของไอซ์แลนด์ โดยมีความลึกถึง 820 ฟุต (250 ม.) และน้ำที่อยู่ในทะเลสาบเป็นน้ำที่ละลายมาจากผืนน้ำแข็งเบีรยดาแมร์คุร์โจกุล (Breidamerkurjokull) ที่เป็นส่วนหนึ่งของธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล

น้ำในทะเลสาบจึงเย็นจัดและเต็มไปด้วยภูเขาน้ำแข็งที่แตกตัวตัวออกมาจากธารน้ำแข็ง (ซึ่งเป็นกระบวนการแบ่งตัวของน้ำแข็งที่เรียกว่า Ice calving) เมื่อภูเขาน้ำแข็งขนาดมหึมาเหล่านี้เดินทางอยู่ในทะเลสาบ พวกมันจะเรืองแสงเป็นสีขาวและสีฟ้าสวยงาม

ที่ทะเลสาบแห่งนี้คุณสามารถเลือกเข้าร่วมกับทัวร์ล่องเรือที่จะพาคุณลงไปในทะเลสาบโจกุลซาลอน ซึ่งมีให้เลือกทั้งทัวร์เรือสะเทินน้ำสะเทินบก ซึ่งเรือจะค่อยๆ เคลื่อนตัวจากบกลงน้ำอย่างช้าๆ ทำให้คุณได้เห็นว่าทะเลสาบนี้ก่อตัวขึ้นอย่างไร และคุณอาจจะโชคดีได้เห็นแมวน้ำออกมาว่ายน้ำหรืออาบแดดอยู่บนก้อนภูเขาน้ำแข็งด้วย ส่วนทัวร์อีกแบบจะพาคุณล่องทะเลสาบด้วยเรือยางท้องแบนโซดิแอก เรือเล็กนี้จะทำให้คุณได้เข้าไปใกล้ภูเขาน้ำแข็งได้มากขึ้นเพื่อชื่นชมขนาดอันใหญ่โตมโหฬารของพวกมันได้อย่างเต็มที่

ถัดจากโจกุลซาลอนจะเป็นหาดไดมอนด์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว แนวชายแนวชายฝั่งสั้นๆ ในบริเวณนี้เป็นจุดที่น้ำในทะเลสาบโจกุลซาลอนมาบรรจบกับทะเล ซึ่งภูเขาน้ำแข็งที่ถูกพัดไปมาจะค่อยๆ ละลายเมื่อโดนน้ำเค็ม บางส่วนก็ขึ้นไปเกยอยู่บนหาดทรายสีดำ ทำให้มองดูเหมือนกับเป็นอัญมณีล้ำค่า จึงได้ชื่อว่าหาดไดมอนด์

จุดหมายปลายทางต่อไปคือเมืองเฮิฟน์ (Hofn) ที่อยู่ในทางตะวันออก ที่นี่เป็นหมู่บ้านประมงที่สวยงามแปลกตาและมีชื่อเสียงเรื่องล็อบสเตอร์ จึงเหมาะกับการแวะรับประทานอาหารเย็น ร้านอาหารที่มีอยู่มากมายในเมืองมีเมนูที่หลากหลาย รวมถึงล็อบสเตอร์ของขึ้นชื่อของเมืองด้วย

คืนนี้คุณจะพักค้างคืนใกล้กับโจกุลซาลอน

อ่านเพิ่ม
วัน 5
ภาพถ่ายบรรยากาศสงบนิ่งของฟยอร์ดทางตะวันออกของไอซ์แลนด์

วัน 5 - ฟยอร์ดทางตะวันออก

วันนี้คุณจะเดินทางไปยังฟยอร์ดทางตะวันออกอันห่างไกลของไอซ์แลนด์ ที่มีชื่อเรื่องความสวยงามที่มีเอกลักษณ์และความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่ยังไม่ถูกสัมผัส คุณจะไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ หลายแห่ง ฟยอร์ดทางตะวันออกมีทั้งภูเขา หน้าผา วิวชายฝั่ง และเมืองที่แปลกตามากมาย

ภูเขาเวสตราฮอร์น (Vestrahorn) ยิ่งใหญ่และถ่ายรูปสวยมากและยังตั้งอยู่ใกล้กับมหาสมุทร โดยช่วงหน้าร้อนจะมีเงาสะท้อนของภูเขา ตัดกับฉากพื้นหลังเป็นภาพที่งดงามมาก จูปิโวกูร์ (Djupivogur) เป็นเมืองประมงริมชายฝั่งที่ตั้งอยู่ใกล้กับภูเขาทรงปิรามิดที่ชื่อบูลานด์สทินดูร์ (Bulandstindur) หากคุณบังเอิญโชคดีได้ไปเยือนจูปิโวกูร์ในวันที่มีกลางวันยาวที่สุดของปี (ครีษมายัน) ให้คุณเตรียมคำอธิษฐานขอพรเอาไว้ได้เลย เพราะว่ากันว่าภูเขาลูกนี้จะทำให้คำขอของคุณเป็นจริง

ฟาสกรูดสฟยอร์ดูร์ (Faskrudsfjordur) ในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านของชาวประมงที่มาจากฝรั่งเศส และอิทธิพลความเป็นฝรั่งเศสยังคงหลงเหลือให้เห็นในทุกวันนี้ โดยผู้อพยพชาวฝรั่งเศสได้สร้างโรงพยาบาลและท่าเรือขึ้นมาเมื่อพวกเขามาถึง และเมื่อพวกเขาถูกทางการฝรั่งเศสเรียกตัวกลับในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง พื้นที่ส่วนใหญ่ภายในเมืองนี้จึงเริ่มมีความเป็นไอซ์แลนด์ให้เห็น แต่ปัจจุบันป้ายบอกทางบนถนนในหมู่บ้านนี้ก็ยังใช้ทั้งภาษาฝรั่งเศสและไอซ์แลนด์ และโรงพยาบาลได้ถูกเปลี่ยนมาเป็นโรงแรมและพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาที่เกี่ยวโยงกับความเป็นฝรั่งเศสของหมู่บ้านแห่งนี้

เอกิลสตาดีร์ (Egilsstadir) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในฟยอร์ดทางตะวันออก เมืองนี้เหมาะสำหรับแวะพัก เติมน้ำมัน และรับประทานอาหาร ในเอกิลสตาดีร์มีประชากรมากกว่าที่อื่น ดังนั้นจึงมีตัวเลือกมากมายสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งร้านอาหาร ร้านค้า และศูนย์ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังเป็นเหมือนศูนย์กลางในการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวแห่งอื่นๆ ของฟยอร์ดทางตะวันออกด้วย โดยจากเมืองนี้คุณอาจจะเลือกเดินทางไปเที่ยวอ่างน้ำธรรมชาติเวิก (Vok) ซึ่งเป็นสปาพลังงานความร้อนใต้พิภพที่อยู่ห่างออกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของเอกิลสตาดีร์เพียง 3.1 ไมล์ (5 กม.) และมีสระน้ำอุ่นให้คุณได้แช่น้ำผ่อนคลายท่ามกลางทิวทัศน์ที่สวยงามน่าอภิรมย์

ทางตะวันออกของเอกิลสตาดีร์คือเมืองเซย์ดิสฟยอร์ดูร์ (Seydisfjordur) เมืองท่าแห่งนี้มีเสน่ห์ราวกับฉากในภาพยนตร์แฟนตาซี โดยล้อมรอบไปด้วยภูเขาและน้ำตก และยังมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่สร้างขึ้นโดยชาวนอร์เวย์เมื่อครั้งอดีตกาลหลงเหลือให้เห็น ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องศิลปะและวัฒนธรรม และยังถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลศิลปะสำหรับเยาวชนที่เรียกว่า LungA ในช่วงฤดูร้อนของทุกปีด้วย นอกจากนี้ในเมืองยังมีถนนสายรุ้งที่สร้างขึ้นอย่างถาวรเพื่อใช้เป็นทางไปโบสถ์สีฟ้าที่โดดเด่นสะดุดตา และมีทะเลสาบลาการ์ฟโลย์ท (Lagarfljot) ที่ว่ากันว่ามีสัตว์ประหลาดลึกลับหน้าตาคล้ายหนอนยักษ์อาศัยอยู่ ไกลออกจากเมืองไปหน่อยก็มีฮาลอร์มสตาร์ดาสโกการ์ ( Hallormsstaðarskogur) ซึ่งเป็นผืนป่าที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ และมีน้ำตกเฮนกิฟอสส์ (Hengifoss) ที่สวยงามอยู่ด้านหน้าหน้าผาหินบะซอลต์หลากสีสัน

เมื่อเที่ยวทางตะวันออกครบหมดแล้ว วันนี้ที่พักของคุณอยู่ในเมืองเอกิลสตาดีร์

อ่านเพิ่ม
วัน 6
เดตติฟอสส์ในทางตอนเหนือของไอซ์แลนด์เป็นน้ำตกที่มีพลังมหาศาล

วัน 6 - พลังงานความร้อนใต้พิภพในทางเหนือ

วันนี้คุณจะมุ่งหน้าไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของไอซ์แลนด์ ในแถบนี้มีน้ำตกที่สวยงาม มีทุ่งกว้าง และมีพื้นที่พลังงานความร้อนใต้พิภพ ด้วยความที่มีสถานที่มากมายที่รอให้คุณไปชม ดังนั้นคุณจำเป็นต้องเลือกสถานที่ที่อยากไป ในระหว่างทางขึ้นเหนือ คุณอาจจะอยากแวะดูน้ำตกเดตติฟอสส์ (Dettifoss) เป็นที่แรก น้ำตกนี้มีขนาดใหญ่และแรงมาก มีความกว้าง 328 ฟุต (100 ม.) และลดลงเหลือ 141 ฟุต (43 ม.) โดยมีอัตราการไหลเฉลี่ย 50,985 แกลลอน (193 ลูกบาศก์เมตร) ต่อวินาที เมื่อคุณยืนอยู่ที่ข้างน้ำตกคุณจะได้ยินเสียงน้ำดังกึกก้องสนั่น และน้ำตกนี้สวยจนผู้กำกับริดลีย์ สก็อตต์เคยใช้เป็นฉากเปิดตัวของภาพยนตร์เรื่องโพรมีธีอุส (Prometheus) เมื่อปี 2012

ส่วนบริเวณรอบๆ ทะเลสาบมิวาทน์ (Myvatn) เป็นพื้นที่ที่มีกิจกรรมของพลังงานความร้อนใต้พิภพมากมาย แถบนี้มีทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของไอซ์แลนด์ นั่นก็คือทะเลสาบมิวาทน์ ซึ่งแปลว่า "ทะเลสาบแมลงวัน" เนื่องจากแมลงตัวจิ๋วเหล่านี้สามารถพบเห็นได้ทั่วไปเป็นเรื่องปกติ ถ้าคุณไปเที่ยวที่มิวาทน์ คุณอาจจะอยากไปแช่น้ำร้อนที่อ่างน้ำธรรมชาติมิวาทน์ ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่หรูหราและได้รับการขนานนามว่าเป็นบลูลากูนแห่งทางเหนือ

ใกล้ๆ ในแถบมิวาทน์ยังมีสถานที่น่าสนใจอีกแห่ง นั่นก็คือคราฟลา (Krafla) ซึ่งเป็นแอ่งภูเขาไฟทางเหนือของทะเลสาบ ที่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของแนวภูเขาไฟขนาดใหญ่และเป็นเขตที่มีภูเขาไฟคุกรุ่นอยู่มากที่สุดในประเทศ ในพื้นที่พลังงานความร้อนใต้พิภพเนามาฟยาลล์ (Namafjall) คุณจะได้เห็นบ่อโคลนเดือน ฟูมาโรลที่เป็นช่องระบายไอน้ำร้อน และผลึกกำมะถันสีน้ำเงิน เขียว เหลือง และขาว

ดิมมูร์บอร์กิร์ (Dimmuborgir) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในแถวมิวาทน์อีกแห่ง หินนี้บางครั้งเรียกว่าเป็น "ป้อมปราการสีดำ" เนื่องจากมีลักษณะคล้ายกับปราสาทในยุคกลาง ตำนานพื้นบ้านของไอซ์แลนด์กล่าวว่า หินและถ้ำลาวาในบริเวณนี้เป็นที่อยู่ของโทรลล์ โดยเฉพาะ "กรีลา" ที่เป็นแม่ของซานต้าทั้ง 13 ของไอซ์แลนด์

หากคุณอยากเที่ยวแถวชายฝั่งมากกว่า คุณสามารถไปที่น้ำตกเดตติฟอสส์ก่อน จากนั้นค่อยขึ้นเหนือเพื่อไปเมืองฮูสาวิค (Husavik) หมู่บ้านริมทะเลที่นี่ถือว่าเป็น "เมืองหลวงแห่งการดูวาฬของยุโรป" เพราะมีวาฬหลายสายพันธุ์มาอาศัยรอบๆ ฮูสาวิค และในบางเดือนบริษัททัวร์ที่พาออกไปดูวาฬสามารถอวดจุดขายได้ว่าทริปที่ออกไปนั้นจะได้เห็นวาฬ 100% เลย

ถ้าคุณต้องการออกทะเลไปชมน่านน้ำในทางเหนือและต้องการดูวาฬ คุณสามารถเลือกไปกับทัวร์ดูวาฬที่ออกเดินทางจากฮูสาวิคได้ โดยทัวร์มีให้เลือกสองแบบ ทัวร์แบบดั้งเดิมจะพานั่งเรือขนาดมาตรฐานออกไปตามล่าหาปลาวาฬ ส่วนถ้าคุณเลือกทัวร์ล่องเรือแบบ RIB คุณจะได้นั่งเรือเล็ก ซึ่งหมายถึงคุณจะได้เข้าไปใกล้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแห่งท้องทะเลชนิดนี้มากขึ้นโดยที่ไม่รบกวนพวกมัน

ฮูสาวิคยังมีแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพให้เห็นมากมาย หนึ่งในนั้นคืออ่างน้ำธรรมชาติจีโอซี ซึ่งแตกต่างไปจากสระน้ำร้อนส่วนใหญ่ในไอซ์แลนด์อย่างสิ้นเชิง โดยน้ำในสระน้ำที่จีโอซีจะเป็นน้ำทะเลอุ่นๆ ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ และเนื่องจากมีการไหลเวียนของกระแสน้ำอยู่ตลอดเวลา น้ำที่นี่จึงเป็นน้ำที่ปราศจากสารเคมีอย่างสิ้นเชิง และการได้แช่น้ำอุ่นท่ามกลางวิวมหาสมุทรนั้นจะเป็นประสบการณ์ที่ผ่อนคลายมาก

ในขณะที่คุณเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางแห่งสุดท้ายสำหรับวันนี้ คุณจะได้เห็นน้ำตกอีกหนึ่งแห่ง น้ำตกโกดาฟอสส์ (Godafoss) เป็นน้ำตกที่มีประวัติน่าสนใจ เพราะเมื่อราวปีค.ศ. 1000 หัวหน้าเผ่าไวกิ้งได้โยนรูปเคารพตามความเชื่อของพวกเขาทิ้งที่นี่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการที่ไอซ์แลนด์รับเอาศาสนาคริสต์มาเป็นศาสนาประจำชาติ

เมื่อสิ้นสุดวันคุณจะเดินทางไปยังที่พักของคุณซึ่งอยู่ในเมืองอาคูเรย์ริ (Akureyri) เมืองหลวงของทางเหนือ

อ่านเพิ่ม
วัน 7
หินฮวิทแซร์กูร์ในทางตะวันตกของไอซ์แลนด์เป็นกลุ่มหินที่มีรูปร่างน่าสนใจ

วัน 7 - มุ่งหน้ากลับเรคยาวิก

วันนี้เป็นวันสุดท้ายสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในทริปนี้ หากคุณต้องการใช้เวลาในเมืองหลวงอีกหนึ่งวัน ให้คุณตรงไปที่เรคยาวิกได้เลยเพื่อที่จะได้มีเวลาเที่ยวมากขึ้น แต่ถ้าคุณยังต้องการดื่มด่ำกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ระหว่างทาง คุณก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้เลือกแวะได้อีกหลายแห่ง

ห่างจากเมืองอาคูเรย์ริไปอีกประมาณ 48 ไมล์ (78 กม.) ในทางตะวันตกเฉียงเหนือเป็นที่ตั้งของเมืองสิกลูฟยอร์ดูร์ (Siglufjordur) ซึ่งเป็นเมืองทางเหนือสุดบนแผ่นดินของไอซ์แลนด์ เมืองนี้มีภูเขาล้อมรอบและมีบรรยากาศแบบชนบท เหมาะสำหรับแวะพักยืดแข้งยืดขา และลงไปถ่ายรูปเพื่อบันทึกภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในชุมชนที่อยู่ในฟยอร์ด

ถัดไปประมาณ 124 ไมล์ (200 กม.) ในทางตะวันตกเฉียงใต้ของสิกลูฟยอร์ดูร์จะมีหินฮวิทแซร์กูร์ (Hvitserkur) เสาหินลึกลับที่โผล่ขึ้นจากทะเลตามธรรมชาติแห่งนี้ มีรูปทรงแปลกประหลาดเช่นเดียวกันกับหินเรนิสแดรงเกอร์ในทางตอนใต้ ที่ตำนานบอกว่าเป็นโทรลล์ที่กลายเป็นหินเมื่อโดนแสงอาทิตย์ และปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

ในระหว่างที่คุณมุ่งหน้ากลับเข้าเมืองเรคยาวิก สถานที่ท่องเที่ยวสองแห่งนี้ก็น่าแวะเป็นอย่างมาก ประมาณ 81 ไมล์ (130 กม.) ในทางเหนือของเมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ มีน้ำตกที่น่าสนใจอยู่ 2 แห่ง คือน้ำตกเฮรินฟอซซ่าร์ (Hraunfossar) และน้ำตกบาร์นาฟอสส์ (Barnafoss) ทั้งสองตั้งอยู่ใกล้กันมาก ชื่อของเฮรินฟอซซ่าร์นั้นแปลว่า "น้ำตกลาวา" และน้ำตกแห่งนี้ก็มีบรรยากาศที่สวยงามโดดเด่นคล้ายกับฉากในภาพยนตร์แฟนตาซี ส่วนน้ำตกบาร์นอฟอสส์ หรือ "น้ำตกของเด็ก" นั้นไหลผ่านหุบเขาที่เต็มไปด้วยหิน ทำให้เกิดเป็นแก่งที่มีกระแสน้ำเชี่ยว

หลังจากเดินทางมาทั้งวัน คุณจะเข้าพักในที่พักที่อยู่ในเมืองเรคยาวิก ซึ่งคืนนี้คุณอยากจะออกไปสัมผัสบรรยากาศของแหล่งบันเทิงยามค่ำคืนในเมืองกันก่อนที่จะเดินทางกลับบ้านในวันพรุ่งนี้ด้วยก็ได้

อ่านเพิ่ม
วัน 8
แสงโพล้เพล้บนชายหาดแห่งหนึ่งบนคาบสมุทรเรคยาเนสของไอซ์แลนด์

วัน 8 - กล่าวคำอำลา

วันนี้เป็นวันสุดท้ายในไอซ์แลนด์แล้ว ผู้ที่มีเที่ยวบินในช่วงสายสามารถเลือกไปเที่ยวบลูลากูนในวันนี้ได้ เพื่อปิดทริปแบบผ่อนคลายก่อนที่จะเดินทางไปสนามบิน ซึ่งบลูลากูนเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับมาแช่น้ำแร่ร้อนให้ร่างกายหายเมื่อยล้าในขณะที่นึกย้อนไปถึงประสบการณ์การผจญภัยสนุกๆ ที่คุณเพิ่งสัมผัสมาในดินแดนแห่งน้ำแข็งและไฟ หากเที่ยวบินของคุณออกในช่วงเย็นหรือค่ำ คุณก็ยิ่งมีกิจกรรมให้ทำในเรคยาวิกได้อีกมาก แต่หากเที่ยวบินของคุณอยู่ในช่วงเช้า เราก็ขอให้คุณเดินทางกลับบ้านอย่างมีความสุข

อ่านเพิ่ม

สิ่งที่ควรนำไป

เสื้อผ้าที่อบอุ่น
กล้องถ่ายรูป
ชุดว่ายน้ำ
ใบขับขี่
แว่นกันแดด

สิ่งที่ควรรู้

แพ็คเกจขับรถเที่ยวด้วยตัวเองเริ่มต้นออกเดินทางได้ทั้งจากตัวเมืองเรคยาวิก (Reykjavík) และสนามบินเคฟลาวิก ผู้ขับขี่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่และมีประสบการณ์ในการขับรถอย่างน้อย 1 ปี และรายละเอียดโปรแกรมท่องเที่ยวอาจมีการแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมกับวันและเวลาที่คุณเดินทางมาถึงไอซ์แลนด์

สำหรับกิจกรรมเสริมบางอย่างนั้นคุณอาจจำเป็นต้องใช้ใบอนุญาตขับขี่หรืออาจต้องส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้กับผู้วางแผนโปรแกรมของคุณ นอกจากนี้คุณอาจต้องใช้เอกสารทางการแพทย์ด้วยในกรณีที่คุณเลือกทำกิจกรรมอย่างการดำน้ำหรือการดำน้ำตื้น

และถึงแม้จะเป็นช่วงฤดูร้อน แต่อากาศที่ไอซ์แลนด์ก็ไม่สามารถคาดเดาได้ ดังนั้น โปรดเตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะสมมาด้วย

ที่พัก

ดูระดับของที่พักของเราที่ด้านล่างนี้ และดูรายชื่อผู้ให้บริการที่พักที่เราแนะนำได้ที่ใต้แผนการเดินทางในแต่ละวัน ที่พักระดับซูเปอร์บัดเจทจะเป็นโฮสเทลและเตียงนอนแบบหอพักรวม ส่วนระดับอื่นๆ นั้น หากจองเข้าพักเพียงท่านเดียวจะได้รับห้องแบบซิงเกิล หากจองเข้าพักสองท่านขึ้นไปจะได้ห้องพักที่มีเตียงทวิน/เตียงดับเบิ้ล หรือเตียงทริปเปิ้ล

สำหรับวัยรุ่นและเด็กจะถูกจัดให้พักห้องเดียวกับผู้ปกครอง หากต้องการห้องเพิ่มจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เมื่อคุณทำการจองกับเรา Guide to Iceland จะจัดหาที่พักที่ดีที่สุดจากพันธมิตรที่เราแนะนำให้กับคุณ ทั้งนี้ คุณภาพของโรงแรมที่พักในแต่ละพื้นที่ของไอซ์แลนด์อาจมีความแตกต่างกัน และเนื่องจากจำนวนที่พักมีอยู่อย่างจำกัดมาก หากที่พักพันธมิตรที่เราแนะนำถูกจองเต็มหมดแล้วในวันที่คุณต้องการ เราจะจัดหาที่พักอื่นที่อยู่ในระดับเดียวกันให้กับคุณตามความเหมาะสม

ที่พักระดับควอลิตี้นั้นไม่ได้มีให้บริการในทุกพื้นที่ หากไม่มีที่พักระดับควอลิตี้ในพื้นที่ที่คุณต้องการ เราจะจัดหาที่พักระดับคอมฟอร์ทให้แทน โดยจะเลือกอัปเกรดห้องให้มีราคาสอดคล้องกับที่พักระดับควอลิตี้ เราจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อหาที่พักให้ตรงกับความต้องการพิเศษที่คุณมี ซึ่งบางครั้งอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม กรุณาระบุวันที่ที่คุณต้องการเดินทางเพื่อตรวจสอบจำนวนที่ว่าง

ซูเปอร์บัดเจท

เตียงแบบหอพัก พร้อมห้องน้ำรวมในเกสต์เฮาส์หรือโฮสเทล ที่พักตั้งอยู่ในบริเวณที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุด ไม่รวมอาหารเช้า

บัดเจท

ห้องพักพร้อมห้องน้ำรวมในฟาร์มเฮ้าส์ เกสต์เฮ้าส์ หรือโฮสเทล อยู่ในทำเลดีใกล้สถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุด ไม่รวมอาหารเช้า

คอมฟอร์ท

ห้องพักพร้อมห้องน้ำส่วนตัวในโรงแรมระดับ 3 ดาว หรือเกสต์เฮาส์คุณภาพ ทำเลใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุด รวมอาหารเช้า

ควอลิตี้

ห้องพักพร้อมห้องน้ำส่วนตัวในโรงแรมระดับ 4 ดาว หรือห้องซูพีเรียร์ในโรงแรมระดับ 3 ดาวที่มีคุณภาพ ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์ รวมอาหารเช้า

รถยนต์

ด้านล่างนี้คือตัวเลือกการเช่ารถสำหรับทัวร์ขับรถเที่ยวเอง รถทุกคันของเราเป็นรถรุ่นใหม่หรือรุ่นปัจจุบัน โดยมีอายุไม่เกิน 2 ปี รถระดับซูเปอร์บัดเจทจะมาพร้อมกับประกันที่มีค่าเสียหายส่วนแรก (CDW) ซึ่งเป็นประกันมาตรฐาน ในขณะที่ระดับอื่นๆ ทั้งหมดจะรวมประกันกรวด (GP) และประกันประเภทไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก (SCDW)

ข้อควรรู้: การขับรถออกนอกเขตถนนถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายสำหรับรถยนต์ทุกประเภท รถทุกระดับมี GPS และ Wi-Fi ให้ฟรี คุณสามารถเพลิดเพลินกับการใช้อินเทอร์เน็ตได้ไม่จำกัดด้วยอุปกรณ์ Wi-Fi ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้สูงสุด 10 เครื่องพร้อมกัน ผู้ให้บริการรถเช่ามีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนถนนตลอด 24 ชั่วโมง ข้อกำหนดด้านอายุของผู้ขับขี่สำหรับแต่ละระดับสามารถดูได้ที่ด้านล่าง แต่ไม่ว่ารถระดับใด ผู้ขับขี่จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้องอย่างน้อยหนึ่งปีก่อนวันที่เช่า เราขอแนะนำให้เลือกใช้รถระดับบัดเจทแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับการขับขี่ในฤดูร้อน และระดับคอมฟอร์ทแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับการขับขี่ในฤดูหนาว

ซูเปอร์บัดเจท 2WD

รถขนาดเล็กขับเคลื่อนสองล้อ เช่น Toyota Aygo หรือรุ่นใกล้เคียง เหมาะสำหรับการเดินทางประจำวันทั่วไป มีขนาดกะทัดรัดและสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 2 คน พร้อมกระเป๋าสัมภาระไม่มาก ไม่สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

บัดเจท 2WD

รถขนาดมาตรฐานขับเคลื่อน 2 ล้อ เช่น Toyota Yaris หรือรุ่นใกล้เคียง เหมาะสำหรับการเดินทางประจำวันทั่วไป มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสาร 3 คน พร้อมกระเป๋าสัมภาระไม่มาก ไม่สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

บัดเจท 4x4

รถจี๊ปหรือเอสยูวีขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดมาตรฐาน เช่น Dacia Duster หรือรุ่นใกล้เคียง มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 3 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 2 ใบ เหมาะสำหรับการเดินทางเกือบทุกแบบ รวมถึงการขับขี่บนหิมะและถนนลาดยาง สามารถขับขี่แบบพื้นฐานในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

คอมฟอร์ท 4x4

รถจี๊ปหรือเอสยูวีขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดกลาง เช่น Toyota Rav4 (เกียร์อัตโนมัติ) Suzuki Vitara (เกียร์ธรรมดา) หรือรุ่นใกล้เคียง มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 4 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 3 ใบ เหมาะสำหรับการเดินทางเกือบทุกแบบ รวมถึงการขับขี่บนหิมะและถนนลาดยาง สามารถขับขี่แบบพื้นฐานในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป

รถหรู 4x4

รถจี๊ปขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดใหญ่ เช่น Toyota Land Cruiser หรือรุ่นใกล้เคียง มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 4 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 4 ใบ เหมาะสำหรับการเดินทางเกือบทุกแบบ สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป

รถตู้

รถตู้ขนาดใหญ่ 9 ที่นั่ง เช่น Mercedes Benz Vito หรือรุ่นใกล้เคียง (ขับเคลื่อนสี่ล้อ เกียร์ธรรมดา สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้) รองรับผู้โดยสารได้ 5-7 คน นั่งสบายและเหมาะสำหรับการขับขี่ในฤดูหนาว หากจำนวนผู้โดยสารเต็มทุกที่นั่งจะมีพื้นที่เก็บสัมภาระลดน้อยลง ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 23 ปีขึ้นไป

ข้อตกลงของการบริการ

วิดีโอ

รีวิวที่รับรองแล้ว

ทัวร์ที่คล้ายกัน