ตามรอยเกมออฟโธรนส์กับแพ็คเกจลดราคาพิเศษ | ปีนธารน้ำแข็ง & เที่ยวถ้ำน้ำแข็ง หรือล่องเรือที่โจกุลซาลอน

ตามรอยเกมออฟโธรนส์กับแพ็คเกจลดราคาพิเศษ | ปีนธารน้ำแข็ง & เที่ยวถ้ำน้ำแข็ง หรือล่องเรือที่โจกุลซาลอน
มีแนวโน้มที่จะขายออกเร็ว ๆ นี้
บันเดิล & ประหยัด
การผสมที่ดีที่สุด
บริการ 24 ชั่วโมง
ยืนยันทันที

คำอธิบาย

รายละเอียด

ทัวร์เริ่มจาก
สนามบินเคฟลาวิก (Keflavík)
รายละเอียดการผสม
1 ทัวร์หลายวัน, 2 ทัวร์วันเดียว
มีบริการ
ตุล. - มีน.
อายุต่ำสุด
อายุ 12

คำอธิบาย

ออกสำรวจดินแดนทางเหนือของกำแพงกับทัวร์แบบ 3 in 1 แพ็คเกจนี้ที่จะพาคุณไปเยี่ยมชมสถานที่ถ่ายทำฉากสำคัญในซีรีส์เกมออฟโธรนส์ที่เคยฉายทางช่องเอชบีโอ

ระหว่างที่ไปกับทัวร์นี้ คุณจะได้เดินไปตามเส้นทางเดินหินที่เป็นทางเข้าสู่ปราสาทเอียรี  ซึ่งตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ (Þingvellir National Park) ได้ไปชมหาดทรายสีดำบนชายฝั่งทางใต้ที่เคยใช้เป็นที่ตั้งปราสาทอีสต์วอต์ชบายเดอะซี รวมถึงไปชมถ้ำแห่งความวาบหวามระหว่างจอน สโนว์และอีกริตที่แถวทะเลสาบมิวาทน์ (Lake Mývatn) และจะได้เห็นภูเขาที่ดูเหมือนหัวลูกศรซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส (Snæfellsnes Peninsula) ด้วย

หากคิดว่าที่ว่ามานี้ยังไม่มากพอ ทัวร์นี้ยังจะเปิดโอกาสให้คุณได้ขึ้นไปเดินบนผืนน้ำแข็งขนาดมหึมาของธารน้ำแข็งโซลเฮมาโจกุล (Sólheimajökull glacier) และคุณยังจะได้ไปล่องเรือท่ามกลางภูเขาน้ำแข็งขนาดยักษ์ในทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน (Jökulsárlón glacier lagoon) หรือไปเที่ยวถ้ำน้ำแข็งภายในอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล (Vatnajökull National Park) ด้วย ซึ่งกิจกรรมสองอย่างนี้จะขึ้นกับฤดูกาลที่คุณมาเยือน

ทัวร์โปรแกรมรวมมิตร 3 in 1 นี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับแฟนๆ ซีรีส์เกมออฟโธรนส์ที่ต้องการใช้เวลาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันมหัศจรรย์ของประเทศไอซ์แลนด์ และเมื่อจองทัวร์ทั้งหมดในโปรแกรมนี้พร้อมกันคุณจะได้รับส่วนลด 10% 

สำหรับทัวร์โปรแกรมแรก คุณจะได้เดินทางท่องเที่ยวระยะเวลา 3 วันบนเส้นทางวงกลมทองคำและชายฝั่งทางใต้ ซึ่งระหว่างนี้คุณจะได้พักในที่พักในชนบทอย่างสะดวกสบาย หลังจากนั้นคุณจะกลับไปยังที่พักของคุณเองที่อยู่ในเมืองเรคยาวิก และออกไปเที่ยวกับเดย์ทัวร์เต็มวันอีกโปรแกรมหนึ่งในวันรุ่งขึ้น ซึ่งจะพาไปชมคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส จากนั้นคุณจะจบการสำรวจเวสเทอรอสด้วยการบินข้ามประเทศ แล้วไปใช้เวลาอีกหนึ่งวันเต็มๆ ชมสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอยู่มากมายแถวทะเลสาบมิวาทน์กับทัวร์อีกโปรแกรมหนึ่ง

คุณสามารถเข้าถึงเกมออฟโธรนส์อย่างจุใจมากขึ้นด้วยทัวร์ 3 in 1 ราคาลดพิเศษนี้ จองเลยแล้วไปเที่ยวไอซ์แลนด์ตามรอยสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ดังด้วยกัน ตรวจสอบจำนวนที่ว่างของทัวร์นี้ได้โดยระบุวันเดินทางที่ต้องการ

อ่านเพิ่ม

ร่วมด้วย

ทัวร์ชายฝั่งทางใต้ 3 วันพร้อมไกด์ เดินทางด้วยรถมินิบัส พร้อมกิจกรรมปีนธารน้ำแข็งและเที่ยวถ้ำน้ำแข็งในหน้าหนาว หรือล่องเรือในหน้าร้อน
เดย์ทัวร์เที่ยวคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส
เดย์ทัวร์เที่ยวทะเลสาบมิวาทน์ รวมเที่ยวบินระหว่างเรคยาวิกและอาคูเรย์ริ
ที่พัก 2 คืนในโรงแรมชนบท (รวมอาหารเช้า มีห้องน้ำส่วนตัว) ระหว่างทัวร์ชายฝั่งทางใต้ 3 วัน
บริการรับส่งที่สนามบินอาคูเรย์ริ
ไกด์พูดภาษาอังกฤษ

กิจกรรม

ทัวร์ปีนธารน้ำแข็ง
เที่ยวชมสถานที่
ล่องเรือ
ล่าแสงเหนือ
แช่บ่อน้ำแร่
กิจกรรมเกี่ยวกับวัฒนธรรม
ชมนก
ถ้ำคริสตัล
เครื่องบิน

แผนการเที่ยวรายวัน

วัน 1
น้ำตกออกซาราฟอสส์ในอุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์มีความสวยงาม

วัน 1 - เดอะเอียรี

วันนี้คุณจะเริ่มต้นการผจญภัยในประเทศไอซ์แลนด์ด้วยการเดินทาง 3 วันบนเส้นทางวงกลมทองคำ (Golden Circle) และชายฝั่งทางตอนใต้ (South Coast) รถจะไปรับคุณในตอนเช้าและพาคุณเดินทางไปบนเส้นทางท่องเที่ยววงกลมทองคำที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์  ซึ่งในทริปนี้คุณไม่เพียงจะได้เห็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์  น้ำพุร้อน และน้ำตกที่สวยงามเท่านั้น แต่คุณยังจะได้ไปเห็นเส้นทางที่เป็นทางเข้าปราสาทเอียรีอีกด้วย

สถานที่เที่ยวแห่งแรกของวันนี้คืออุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ (Þingvellir National Park) ที่นี่คุณจะได้เห็นทั้งน้ำตก ลำธาร หน้าผาหินขรุขระ และรอยแยกขนาดใหญ่ และอุทยานฯ แห่งนี้ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นที่แผ่นเปลือกโลกของทวีปอเมริกาเหนือหรือยูเรเชียอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่อยู่บนหุบเขาที่เป็นรอยแยกระหว่างสองทวีป ซึ่งบริเวณนี้มีภูมิประเทศเหมือนบนดวงจันทร์และเผยให้เห็นถึงเขตแดนระหว่างสองทวีปอย่างชัดเจน

ในจักรวาลเกมออฟโธรนส์นั้น ธิงเวลลีร์ก็คือบลัดดี้เกท แต่ในไอซ์แลนด์เส้นทางนี้เป็นเส้นทางหินที่นำไปสู่น้ำตกออกซาราร์ฟอสส์ (Öxarárfoss) ลองเงี่ยหูฟังให้ดีๆ ไม่แน่คุณอาจจะได้ยินเสียงหัวเราะของอาร์ยาดังสะท้อนออกมาจากขอบเหวก็ได้

จากอุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ คุณจะเดินทางไปที่เฮยคาดาลูร์ (Haukadalur) หุบเขาที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และนิทานพื้นบ้าน แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือไกเซอร์หรือน้ำพุร้อนนั่นเอง โดยท่ามกลางบ่อโคลนและพุก๊าซมากมายในบริเวณนี้ คุณจะต้องสะดุดตากับไกเซอร์สโทรคูร์ (Strokkur) ซึ่งพ่นน้ำสูง 15-20 เมตรในทุกๆ 5-10 นาทีอย่างแน่นอน

จุดหมายปลายทางแห่งสุดท้ายบนเส้นทางวงกลมทองคำคือน้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss) ซึ่งคุณจะได้เห็นถึงพลังและความงดงามของน้ำตกที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ ซึ่งมีน้ำจากแม่น้ำฮวิทเอา (Hvítá) ที่มาจากธารน้ำแข็งลางโจกุล (Langjökull glacier) ไหลจากความสูง 32 เมตร ลดหลั่นเป็นสองขั้นก่อนดิ่งลงสู่เหวด้านล่างที่ดำรงอยู่มาตั้งแต่ยุคน้ำแข็งสุดท้าย

ก่อนที่จะมุ่งหน้ากลับไปยังที่พักบนชายฝั่งทางใต้ คืนนี้คุณจะมีโอกาสได้ตามล่าแสงเหนือที่สวยงามกันด้วย

อ่านเพิ่ม
วัน 2
หินโค้งดิร์โฮลาเอย์บนชายฝั่งทางใต้ก็ปรากฏในซีรีส์เกมออฟโธรนส์

วัน 2 - อีสต์วอต์ชบายเดอะซี

วันนี้คุณจะได้เที่ยวและเพลิดเพลินกับการผจญภัยบนชายฝั่งทางใต้กันก่อนที่จะได้ไปเห็นบริเวณที่จอน สโนว์และพวกเดินทางมาถึงอีสต์วอต์ชทางเรือในซีซั่น 7 แต่อย่างแรกที่น่าสนใจคือชายฝั่งทางใต้นั้นขึ้นชื่อว่ามีน้ำตกที่สวยงามที่สุดอยู่หลายแห่ง

ซึ่งดาวเด่นแห่งชายฝั่งทางใต้นั้นก็ต้องยกให้กับน้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์ (Seljalandsfoss) และน้ำตกสโกกาฟอสส์ (Skógafoss) อย่างไม่ต้องสงสัย น้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์นั้นไหลลงจากหน้าผาโค้งเว้า ทำให้นักท่องเที่ยวที่ด้านล่างสามารถเดินชมได้รอบม่านน้ำตกหากเส้นทางเดินช่วงนั้นไม่มีอะไรปกคลุม ส่วนน้ำตกสโกกาฟอสส์นั้นสูง 60 เมตรและไหลลงสู่พื้นราบด้านล่าง ทำให้คุณสามารถเดินเข้าไปชมใกล้ได้เลย

จากนั้นคุณจะเดินทางต่อไปยังผืนน้ำแข็งบนธารน้ำแข็งโซลเฮมาโจกุล (Sólheimajökull) ซึ่งไกด์นำเที่ยวธารน้ำแข็งที่มีประสบการณ์สูงจะรอต้อนรับคุณอยู่ หลังจากที่ฟังคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีปีนขึ้นไปบนธารน้ำแข็งแล้ว คุณจะเดินตามไกด์ผ่านหุบเหวรอยแยกลึกและประติมากรรมน้ำแข็งรูปทรงแปลกๆ เพื่อขึ้นไปชมวิวอันน่าทึ่งของธารน้ำแข็งกันที่ด้านบน และถึงแม้ว่าบริเวณนี้จะไม่ได้อยู่ในเรื่องเกมออฟโธรนส์ แต่ทิวทัศน์รอบๆ ก็ชวนให้นึกถึงฉากบริเวณด้านนอกของกำแพงได้อยู่

จากนั้นก็จะไปต่อกันที่อีสต์วอต์ชบายเดอะซี ซึ่งก็คือหาดทรายดำเรย์นิสฟยารา (Reynisfjara) นั่นเอง ที่นี่คุณจะได้เห็นคลื่นมหาสมุทรแอตแลนติกซัดเข้าหาหาดทรายสีดำราบเรียบและได้เห็นหน้าผาสวยๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ส่วนในทะเลก็จะมีโขดทะเลเรย์นิสแดรงการ์ (Reynisdrangar) โผล่ขึ้นมาให้เห็นอย่างโดดเด่น ซึ่งตำนานบอกว่าแท้จริงเป็นยักษ์โทรลล์ที่โดนแสงอาทิตย์จนกลายเป็นหินไป

และขึ้นอยู่กับว่าคุณเดินทางมาเยือนในฤดูกาลไหน คุณอาจจะได้เข้าที่พักที่อยู่บนชายฝั่งทางใต้เลย หรืออาจจะได้มุ่งหน้าไปยังอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล (Vatnajökull National Park) เพื่อไปแวะเที่ยวทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนกันเล็กน้อยก่อนที่จะเข้าไปยังที่พักซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้ๆ กับทะเลสาบก็ได้ ซึ่งคุณจะได้มาสำรวจบริเวณทะเลสาบกันอย่างเต็มอิ่มในวันรุ่งขึ้น

อ่านเพิ่ม
วัน 3
ธารน้ำแข็งที่สกัฟตาเฟลล์เคยใช้เป็นฉากนอกกำแพงในเกมออฟโธรนส์

วัน 3 - ด้านนอกกำแพง

วันนี้เริ่มต้นด้วยการไปเที่ยวทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนอันงดงาม ที่มีภูเขาน้ำแข็งที่แตกตัวออกมาจากธารน้ำแข็งในบริเวณใกล้เคียงลอยเท้งเต้งอยู่ในทะเลสาบอันเงียบสงบ ก่อนที่ภูเขาน้ำแข็งเหล่านั้นจะค่อยๆ เคลื่อนตัวออกสู่ทะเล และใกล้ๆ กันนั้นคุณจะได้ไปชมหาดไดมอนด์ (Diamond Beach) ซึ่งมีเศษของภูเขาน้ำแข็งถูกพัดขึ้นไปอยู่ตามแนวชายฝั่งมากมาย มองดูเป็นประกายระยิบระยับราวกับเป็นอัญมณีล้ำค่าบนผืนทรายสีดำ

หากคุณมาเที่ยวในช่วงหน้าร้อน คุณจะมีโอกาสได้ล่องเรือในทะเลสาบเพื่อเข้าไปชมภูเขาน้ำแข็งในระยะประชิดด้วย ซึ่งคุณจะได้ยินเสียงของน้ำแข็งขนาดมหึมาเหล่านั้นแตกดังเปรี๊ยะๆ เมื่อพวกมันเสียดสีกระทบกระทั่งกันเองเข้า หรือคุณอาจจะได้เห็นแมวน้ำหนึ่งหรือสองตัวที่ชอบออกมาปรากฏตัวทักทายอยู่ตามก้อนภูเขาน้ำแข็งด้วย

อย่างไรก็ตาม หากคุณมาเที่ยวกับทัวร์นี้ในช่วงฤดูหนาว คุณจะได้นั่งรถบรรทุกขนาดใหญ่ขึ้นไปบนธารน้ำแข็งที่อยู่ใกล้ๆ กันแทน เพื่อที่จะไปชมถ้ำน้ำแข็งของจริงที่อยู่ด้านในของธารน้ำแข็ง

จากนั้นคุณจะมุ่งหน้ากลับเข้าเมืองเรคยาวิก โดยจะเดินทางผ่านพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติสกัฟตาเฟลล์ (Skaftafell Nature Reserve) ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำฉากนอกกำแพงที่มีหิมะปกคลุม และจากนั้นรถจะไปส่งคุณลงใกล้ๆ กับที่พักของคุณสำหรับคืนนี้ ซึ่งคุณเป็นผู้จองเอาไว้เอง

อ่านเพิ่ม
วัน 4
เดอะฮาวด์ในเกมออฟโธรนส์บอกว่าเขาเคิร์กจูเฟลล์บนคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนสนั้นเป็น "ภูเขาที่เหมือนหัวลูกศร"

วัน 4 - ภูเขาที่เหมือนหัวลูกศร

วันนี้รถจะไปรับคุณแต่เช้าตรู่และขับไปตามชายฝั่งทางตะวันตกของประเทศไอซ์แลนด์ เพื่อไปยังคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนสอันลึกลับ ซึ่งคุณจะได้เห็นธารน้ำแข็งในตำนาน หน้าผาที่น่าทึ่ง หมู่บ้านที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ และ "ภูเขาที่รูปทรงเหมือนหัวลูกศร"

จุดแวะแห่งแรกในวันนี้คือหมู่บ้านอาร์นาร์สทาปิ (Arnarstapi) ซึ่งคุณจะได้เดินไปตามแนวชายฝั่งที่ขรุขระเพื่อไปชมซุ้มหินโค้งขนาดใหญ่ที่กาทเคลททูร์ (Gatklettur) และหน้าผาลอนแดรงการ์ (Lóndrangar) ซึ่งยิ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นไปอีก

ในฤดูร้อน แถบนี้จะมีนกนานาชนิดมาอาศัยอยู่เต็มไปหมด แต่พอถึงหน้าหนาวบรรยากาศก็จะยิ่งงดงามยิ่งขึ้นเมื่อหน้าผาสีดำมืดนั้นตัดกับหิมะที่มีสีขาวโพลน

จากบริเวณนี้คุณจะเดินทางผ่านเขาวงกตที่เกิดจากการก่อตัวของลาวาเป็นรูปร่างต่างๆ จนกระทั่งไปถึงหาดกรวดดำที่ดยูปาลอนส์ซานดูร์ (Djúpalónssandur) ที่คุณจะพบกับก้อนหินขนาดใหญ่ที่เคยใช้เป็นสถานที่ทดสอบพละกำลังของชาวประมงไอซ์แลนด์เมื่อในอดีต คุณจะลองยกดูก็ได้หากต้องการวัดความแข็งแกร่งของตัวเอง

จากนั้นคุณจะเดินทางต่อไป โดยระหว่างทางจะมีธารน้ำแข็งสไนล์เฟลล์โจกุล (Snæfellsjökull glacier) ปรากฏให้เห็นอยู่เหนือคุณตลอดเวลา ธารน้ำแข็งแห่งนี้ถูกใช้เป็นประตูทางเข้าสู่การเดินทางใต้พิภพในนวนิยายไซไฟคลาสสิกของจูลส์ เวิร์น (Jules Verne) เรื่อง "A Journey to the Centre of the Earth" ด้วยและคุณจะได้ไปชมภูเขาเคิร์กจูเฟลล์ (Kirkjufell) หรือภูเขาที่มีรูปร่างคล้ายหัวลูกศร ซึ่งเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่งดงามราวกับหลุดออกมาจากหน้าหนังสือนิยายแฟนตาซี

ในเกมออฟโธรนส์นั้น ภูเขาเคิร์กจูเฟลล์ถูกใช้เป็นแลนด์มาร์คของดินแดนนอกกำแพง และถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรกในนิมิตเกี่ยวกับไฟของเดอะฮาวด์ คุณจะมีโอกาสได้ถ่ายภาพสวยๆ ของภูเขาลูกนี้และน้ำตกที่อยู่ใกล้ๆ กันก่อนที่จะขึ้นรถบัสและเดินทางกลับที่พักของคุณในเมืองเรคยาวิก

อ่านเพิ่ม
วัน 5
ถ้ำเกรียวตาเกาในแถบทะเลสาบมิวาทน์เคยถูกใช้เป็นรังรักของจอน สโนว์และอีกริตในเรื่องเกมออฟโธรนส์

วัน 5 - คนเถื่อน & ไวท์​วอล์กเกอร์

เริ่มต้นวันนี้ด้วยการเดินทางไปยังสนามบินในประเทศเรคยาวิก และขึ้นเครื่องบินไปยังเมืองอาคูเรย์ริ (Akureyri) ในทางเหนือ ซึ่งเมื่อไปถึงไกด์จะรอต้อนรับคุณและพาคุณไปทัวร์ชมพื้นที่แถบทะเลสาบมิวาทน์ (Lake Mývatn) อันงดงาม ที่เป็นฉากพื้นที่รกร้างที่เป็นน้ำแข็งในทางเหนือของกำแพงซึ่งเป็นที่อยู่ของพวกคนเถื่อนและไวท์วอล์กเกอร์

จุดแรกที่คุณจะแวะในวันนี้คือโกดาฟอสส์ (Goðafoss) หรือน้ำตกของพระเจ้า ไกด์จะเล่าให้คุณฟังว่าน้ำตกที่งดงามแห่งนี้ได้ชื่อนี้มาได้อย่างไร และจะพาคุณไปยังจุดที่เหมาะกับการถ่ายภาพมากที่สุด

จากนั้นจะไปต่อกันแถวทะเลสาบมิวาทน์ คุณจะได้ไปชมปากปล่องภูเขาไฟเทียมสกูตูสตาดากีการ์ (Skútustaðagígar) ซึ่งกระจายอยู่รอบๆ ทะเลสาบ โดยพื้นที่ทั้งหมดในแถบนี้ก่อตัวขึ้นจากการปะทุเมื่อประมาณ 2,000 ปีที่แล้ว ซึ่งก็ส่งผลให้รอบๆ ทะเลสาบนั้นมีภูมิประเทศที่แปลกประหลาดมาก

หลังจากนั้นคุณจะไปเที่ยวที่ทุ่งลาวาดิมมูบอร์กีร์ (Dimmuborgir) โดยจะได้เห็นกองหินลาวาสีดำ ถ้ำต่างๆ และบางทีอาจจะได้เห็นแคมป์ของหัวหน้าคนเถื่อน แมน เรเดอร์ด้วย จากนั้นจะไปชมถ้ำเกรียวตาเกา (Grjótagjá) ซึ่งมีน้ำพุร้อนสีฟ้าอยู่ในถ้ำ และคุณอาจจะจำได้ว่าที่นี่เป็นรังรักแสนโรแมนติกระหว่างจอน สโนว์ และอีกริต

คุณจะได้ไปแวะชมพื้นที่พลังงานความร้อนใต้พิภพข้างภูเขาเนามาฟยาลล์ Mt. (Námafjall) กันด้วย และเนื่องจากใต้ดินแถวนี้มีความร้อนสูงมาก จึงมีแอ่งโคลนเดือดและพุก๊าซที่ปล่อยไอน้ำร้อนให้คุณเห็นมากมาย ซึ่งแร่ธาตุที่อยู่ในพื้นดินได้ทำให้บริเวณนี้ทั้งหมดมีสีสันในเฉดที่คุณแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง และแถวนี้ยังเป็นบริเวณที่แซมเวลล์ ทาร์ลีย์ต้องติดอยู่ท่ามกลางพายุหิมะ

ก่อนกลับเข้าที่พักของคุณในเรคยาวิกในช่วงเย็น คุณจะเลือกปิดการเดินทางของทัวร์นี้อย่างผ่อนคลายด้วยการลงแช่น้ำอุ่นท่ามกลางบรรยากาศสวยๆ ของอ่างน้ำธรรมชาติมิวาทน์ (Mývatn Nature Baths) ก็ได้หากต้องการ ซึ่งจะเป็นวิธีพักผ่อนร่างกายที่สมบูรณ์แบบมากหลังจากที่คุณออกไปสำรวจไอซ์แลนด์และเวสเทอรอสกันมาทั้งวัน 

อ่านเพิ่ม

สิ่งที่ควรนำไป

เสื้อผ้าที่อบอุ่นและกันน้ำ
รองเท้าเดินป่าสภาพดี
เครื่องดื่มและของว่าง
ชุดสำหรับเล่นน้ำและผ้าเช็ดตัวหากต้องการลงแช่น้ำในอ่างน้ำธรรมชาติมิวาทน์

สิ่งที่ควรรู้

สำหรับการพักค้างคืนบนชายฝั่งทางใต้ เราแนะนำให้คุณนำสัมภาระติดตัวไปเพียงเล็กน้อย และหากคุณต้องการนำติดตัวไปเพียงกระเป๋าใบเล็กหรือเป้ คุณสามารถเลือกใช้บริการรับฝากกระเป๋าเดินทางได้

ทั้งนี้ โปรดทราบว่ากิจกรรมบางอย่างจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ

แสงเหนือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ดังนั้นจึงไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะได้เห็นหรือไม่ แต่แผนการเดินทางนี้ออกแบบมาเพื่อเพิ่มโอกาสในการมองเห็นแสงเหนือให้กับคุณ ในกรณีที่สภาพอากาศเอื้ออำนวย

นอกจากนี้ ถนนและทางเท้าในประเทศไอซ์แลนด์ในหน้าหนาวนั้นอาจจะลื่น เราแนะนำให้คุณนำรองเท้าที่มีพื้นกันลื่นหรือรองเท้าที่มีที่ยึดเกาะน้ำแข็งมาด้วย ที่ครอบรองเท้ากันลื่นสามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามซุปเปอร์มาร์เก็ตและปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ

รีวิวที่รับรองแล้ว

ทัวร์ที่คล้ายกัน