ข้อมูลและความช่วยเหลือ COVID-19

เที่ยวไอซ์แลนด์แบบเจาะลึก | โรดทริป 2 สัปดาห์

เที่ยวไอซ์แลนด์แบบเจาะลึก | โรดทริป 2 สัปดาห์
มีแนวโน้มที่จะขายออกเร็ว ๆ นี้
บริการ 24 ชั่วโมง
แผนการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ
สามารถจัดตามความต้องการได้เต็มที่
รถ & ที่พัก

คำอธิบาย

Details

ทัวร์เริ่มจาก
Keflavík Airport
เวลาออกเดินทาง
ยืดหยุ่น
ระยะเวลา
14 วัน
สถานที่สิ้นสุด
Keflavík Airport
ความยากลำบาก
ง่าย
มีบริการ
พฤษ. - ตุล.
Ending time
ยืดหยุ่น
อายุต่ำสุด
ไม่มี

คำอธิบาย

สำรวจครบทุกภูมิภาคของไอซ์แลนด์ และออกแบบทริปวันหยุดครั้งหนึ่งในชีวิตระยะเวลา 2 สัปดาห์นี้ตามความชอบของคุณและผู้ร่วมเดินทาง ผู้ที่ต้องการสัมผัสความมหัศจรรย์ของดินแดนแห่งน้ำแข็งและไฟในทุกสถานที่แบบไม่ต้องรีบเร่ง ไม่ควรลังเลที่จะจองทริปวันหยุดนี้อีกต่อไป

น้ำตกที่ไหลลดหลั่น ธารน้ำแข็งส่องประกายระยิบระยับ ฟยอร์ดอันงดงาม น้ำพุร้อนและไอน้ำ ภูเขาไฟสูงตระหง่าน ทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ในแผนการเดินทางของคุณในขณะที่คุณขับรถเที่ยวบนเส้นทางรอบถนนวงแหวนของไอซ์แลนด์ คาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส  (Snaefellsnes) และฟยอร์ดทางตะวันตก

เนื่องจากเป็นช่วงฤดูร้อนการเดินทางของคุณทั้งหมดจึงอยู่ภายใต้แสงสว่างของพระอาทิตย์เที่ยงคืน ทำให้คุณสามารถออกเดินทางได้เช้ากว่าปกติและในแต่ละวันจะเที่ยวจนดึกแค่ไหนก็ได้

การเดินทาง 14 วันนี้เต็มไปด้วยกิจกรรมสนุกๆ สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง การดูวาฬ ขี่ม้า เที่ยวถ้ำลาวา และปีนธารน้ำแข็งเป็นตัวอย่างของกิจกรรมคลาสสิกที่ได้รับความนิยมในท้องถิ่น รวมถึงการเข้าไปเที่ยวที่ด้านในของภูเขาไฟและอุโมงค์น้ำแข็งก็เป็นประสบการณ์ที่หาได้เฉพาะในไอซ์แลนด์เท่านั้น

นอกจากนี้ คุณยังจะมีโอกาสได้ลงไปแช่ตัวในสปาและสระน้ำจากพลังงานความร้อนใต้พิภพที่พบได้มากมายตลอดการเดินทางในครั้งนี้

หลังจากที่เลือกทัวร์และตัวเลือกสำหรับการเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามความสนใจและตามที่ผู้ร่วมเดินทางต้องการ ทุกอย่างจะถูกจัดเตรียมให้กับคุณ โดยที่คุณไม่ต้องมากังวลกับรายละเอียด เช่น จัดการกับที่พัก หรือหาบริษัทรถเช่า นอกจากนี้ คุณจะได้รับแผนการเดินทางสำหรับทริปนี้ทันทีหลังจากที่ทำการจอง ซึ่งจะบอกรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณสามารถเข้าชมได้ตลอดเส้นทาง ตั้งแต่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงไปจนถึงสถานที่ลับๆ ที่คุณอาจจะต้องใช้ความพยายามในการเดินทางไปให้ถึง

เนื่องจากทริปนี้เป็นการท่องเที่ยวแบบคุณต้องขับรถเอง คุณจึงไม่ต้องถูกบังคับให้ทำตามหมายกำหนดการ ไม่ต้องสนใจความปรารถนาของนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น และไม่ต้องทำตามตารางเวลาที่ไกด์กำหนดด้วย ดังนั้นทริปวันหยุดฤดูร้อนนี้จึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบมากสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมประสบการณ์ในการท่องเที่ยวด้วยตนเอง

หากต้องการสัมผัสประสบการณ์การเดินทางในดินแดนแห่งน้ำแข็งและไฟด้วยทัวร์ขับรถเที่ยวเองฤดูร้อน 2 สัปดาห์แพ็คเกจนี้ คุณสามารถตรวจสอบจำนวนที่ว่างได้โดยระบุวันที่ที่ต้องการเดินทาง

 

อ่านเพิ่ม

ร่วมด้วย

ที่พักจำนวน 13 คืน (มีให้เลือกหลายระดับ พร้อมรวมอาหารเช้า ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ด้านล่าง)
รถเช่าจำนวน 14 วัน (Toyota Aygo หรือรุ่นใกล้เคียง สามารถอัปเกรดได้)
ตั๋วเฟอร์รี่ Baldur รวมนำรถขึ้น 1 คัน
ประกันการเฉี่ยวชนแบบ CDW, SCDW และประกันคุ้มครองการเกิดรอยขีดข่วนจากหินและกรวด
ระบบ GPS
รายละเอียดโปรแกรมท่องเที่ยว
ตัวแทนท่องเที่ยวส่วนบุคคล
ภาษี
นักท่องเที่ยวที่จองทัวร์กับ Guide to Iceland สามารถทำนัดหมายล่วงหน้าเพื่อเข้ารับการตรวจโควิดแบบ PCR หรือการทดสอบแอนติเจนแบบเร่งด่วน (ATK) ก่อนที่จะเดินทางออกจากไอซ์แลนด์ได้หากจำเป็น

แผนที่

สถานที่ท่องเที่ยว

กิจกรรม

ทัวร์ปีนธารน้ำแข็ง
ดำน้ำตื้น
ปีนถ้ำ
สโนว์โมบิล
ขี่ม้า
ชมวาฬ
การเที่ยวชม
ล่องเรือ
แช่บ่อน้ำแร่
กิจกรรมเกี่ยวกับวัฒนธรรม
ชมนก
ถ้ำคริสตัล
ขับรถเที่ยวเอง

แผนการเที่ยวรายวัน

วัน 1
บลูลากูนเป็นสปาความร้อนใต้พิภพที่ล้อมรอบด้วยด้วยภูมิประเทศที่ลึกลับเต็มไปด้วยลาวาขรุขระ

วัน 1 - เดินทางถึงไอซ์แลนด์ รับรถเช่าจากสนามบิน

ยินดีต้องรับสู่ไอซ์แลนด์! เมื่อเครื่องบินลงจอดที่สนามบินนานาชาติเคฟลาวิก และคุณดำเนินการเรื่องเข้าเมือง และไปรับรถเช่าที่รอคุณอยู่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่คุณจะเริ่มต้นออกเดินทาง คุณจะขับรถเที่ยวอย่างมีอิสระไม่เร่งรีบ โดยคุณมีตัวเลือก 3 แบบ ในการเดินทางไปยังเรคยาวิกคุณต้องขับรถข้ามคาบสมุทรเรคยาเนสก่อน แต่ว่าคุณไม่ต้องรีบเร่งเพราะว่าคาบสมุทรแห่งนี้ภูมิประเทศสวยงามเต็มไปด้วยลาวาที่มีมอสขึ้นปกคลุมจนเขียวครึ้ม และมีภูเขาไฟรูปกรวย และทุ่งพลังงานความร้อนใต้พิภพให้ชื่นชม ซึ่งนักเดินทางส่วนใหญ่มักจะเร่งไปให้ถึงเมืองหลวง โดยมองข้ามสถานที่เหล่านี้ไปอย่างน่าเสียดาย บริเวณนี้มีความงดงามมากและถือว่าเป็นการต้อนรับคุณสู่ธรรมชาติของไอซ์แลนด์อย่างเป็นทางการ

หรือ คุณสามารถเลือกแวะที่บลูลากูน (Blue Lagoon) ก่อนได้ สปาที่มีชื่อเสียงระดับโลกแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องน้ำสีฟ้าสดใสและการบำบัดที่หรูหรา สปาแห่งนี้ตั้งอยู่กลางทุ่งลาวาที่ปกคลุมไปด้วยมอสทำให้มีบรรยากาศแปลกตา หากคุณเลือกเพิ่มบลูลากูนเข้าไปในทริป กิจกรรมนี้จะถูกจัดเข้าในโปรแกรมการเดินทางให้สอดคล้องกับเที่ยวบินของคุณ หากคุณยังไม่มีเวลามากพอที่จะไปในวันนี้ ก็ยังสามารถไปในวันอื่นได้ โดยที่ปรึกษาด้านการเดินทางของคุณจะจัดการเรื่องนี้ให้คุณได้

สุดท้าย คุณสามารถตรงไปยังที่พักของคุณในเรคยาวิกเลยก็ได้ เมืองนี้มีชื่อเสียงด้านวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ประวัติศาสตร์ความเป็นมา วงการดนตรีที่เฟื่องฟู ตลอดจนพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ที่แปลกประหลาดแหวกแนว และวันนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการเที่ยวในเมืองเรคยาวิก เพราะอีก 13 วันข้างหน้าคุณจะออกไปเที่ยวในชนบท

ในคืนนี้คุณจะพักเอาแรงอยู่ในเมืองหลวงกันก่อน

อ่านเพิ่ม
วัน 2
อุทยานแห่งชาติ Thingvellir กับผืนน้ำที่สะท้อนเงาเมฆที่มีสีสันสวยงาม

วัน 2 - อุทยานแห่งชาติธิงเวลลีย์ - ไกเซอร์ - น้ำตกกุลล์ฟอสส์

ในวันที่สอง คุณจะขับรถออกจากเรคยาวิกและเริ่มออกสำรวจธรรมชาติอันน่าทึ่งของไอซ์แลนด์อย่างเพลิดเพลิน สถานที่หลักของคุณสำหรับวันนี้คือเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศที่เรียกว่าวงกลมทองคำ สถานที่แรกที่คุณจะไปเยี่ยมชมบนวงกลมทองคำคือธิงเวลลีย์ (Thingvellir) ซึ่งเป็นหนึ่งในสามอุทยานแห่งชาติของไอซ์แลนด์ และแม้ว่าธิงเวลลีย์จะมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมายาวนานนับพันปี แต่ธรรมชาติในบริเวณนี้ก็น่าดึงดูดไม่แพ้กัน ธิงเวลลีย์ตั้งอยู่ในหุบเขาที่อยู่ตรงรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลกของ 2 ทวีป ในบริเวณนี้มีทั้งทุ่งลาวา ป่าต้นเบิร์ช และน้ำที่ใสราวกับคริสตัล ในขณะที่ทำการจองคุณจะสังเกตเห็นว่าคุณสามารถเพิ่มทัวร์ดำน้ำตื้นสน็อกเกิ้ลที่ซิลฟรา (Silfra) เข้าไปในทริปนี้ได้ ซึ่งซิลฟราเป็นหนึ่งในจุดที่มีน้ำใสมากและวิวใต้น้ำก็มีเฉดสีฟ้าสวยๆ ให้เห็นมากมาย การลงไปดำน้ำตื้นที่นี่จะเป็นประสบการณ์การว่ายน้ำในพื้นที่ระหว่างสองทวีปที่มหัศจรรย์จนแทบไม่น่าเชื่อ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งที่สองของวงกลมทองคำคือน้ำพุร้อนสโทรคูร์ (Strokkur) ในพื้นที่ความร้อนใต้พิภพไกเซอร์ ซึ่งรายล้อมไปด้วยน้ำพุร้อนเดือดปุดๆ และดินสีสันสดใส น้ำพุร้อนสโทรคูร์มีไอน้ำและพ่นน้ำขึ้นสูงถึง 66 ฟุต (20 เมตร) ในทุกๆ ไม่กี่นาที

สถานที่แห่งที่สาม ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายบนเส้นทางนี้คือน้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss) ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดในไอซ์แลนด์ สีของน้ำที่นี่เป็นเอกลักษณ์เพราะเป็นน้ำจากธารน้ำแข็งที่ไหลมาจากชั้นน้ำแข็งที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ น้ำตกจะส่งเสียงกระหึ่มด้วยพลังมหาศาลของมวลน้ำที่ถาโถมลงสู่หุบเขาที่ก่อตัวขึ้นตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง จากจุดจอดรถของน้ำตกกุลล์ฟอสส์ คุณสามารถเดินทางไปขี่สโนว์โมบิลบนธารน้ำแข็งลางโจกุล (Langjokull) ได้ ซึ่งการได้เร่งเครื่องทะยานไปบนลานที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งและหิมะที่นี่จะเป็นประสบการณ์ที่คุณไม่มีวันลืมเลือน แต่ถ้าหากทั้งการดำน้ำตื้นและขี่สโนว์โมบิลนั้นยังไม่เหมาะกับคุณ คุณก็ยังสามารถเลือกไปขี่ม้าไอซ์แลนด์ชมทิวทัศน์สวยๆ ของวงกลมทองคำได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นกิจกรรมที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสมัยที่เพิ่งมีการมาสำรวจดินแดนแห่งนี้ใหม่ๆ แล้ว ยังเป็นโอกาสดีที่คุณจะได้รู้จักกับสัตว์ที่เป็นมิตรที่สุดของไอซ์แลนด์ด้วย

หลังจากที่ได้ไปเที่ยวสถานที่ไฮไลต์และทำกิจกรรมตื่นเต้นไปบ้างแล้ว คุณอาจจะอยากลองแวะไปดูสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักในท้องที่นี้ดูบ้างก็ได้โดยสามารถดูได้จากแผนการเดินทางที่คุณมีอยู่ หมู่บ้านเชิงนิเวศโซเลฮิมาร์ (Solehimar) ซีเครทลากูน และทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟเคริด (Kerid) เป็นเพียง 3 ตัวอย่างจากสถานที่ลับที่มีอยู่มากมายแถวนี้ ซึ่งคุณสามารถขับรถไปจากน้ำตกกุลล์ฟอสส์ได้ไม่ยาก และหลังจากเที่ยวจนพอใจแล้ว คืนนี้คุณจะพักค้างคืนในโรงแรมในชนบทในแถบเซลฟอสส์ (Selfoss)

อ่านเพิ่ม
วัน 3
พระอาทิตย์ตกที่น้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์ หนึ่งในน้ำตกที่มีเอกลักษณ์ที่สุดของไอซ์แลนด์

วัน 3 - น้ำตกและหาดทรายดำ

ในวันที่สามของการขับรถเที่ยวเองในฤดูร้อนเป็นเวลาสองสัปดาห์ที่ประเทศไอซ์แลนด์ คุณจะออกเดินทางไปสำรวจชายฝั่งทางใต้ที่น่าทึ่งและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ตลอดการเดินทางคุณจะเห็นทัศนียภาพอันงดงามของมหาสมุทรแอตแลนติกอยู่ทางด้านขวามือ และภูมิประเทศที่งดงามมากมายไม่สิ้นสุดที่ทางด้านซ้ายมือ

สถานที่มหัศจรรย์แห่งแรกคือน้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์ (Seljalandsfoss) ซึ่งมีความสูงถึง 197 ฟุต (60 ม.) เมื่อหลายร้อยปีก่อนธรรมชาติได้สร้างถ้ำขนาดมหึมาไว้ที่หลังน้ำตกแห่งนี้ด้วย ทำให้สามารถมองเห็นวิวน้ำตกได้จากมุมที่ไม่เหมือนใคร ใกล้ๆ กันกับน้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์ยังมีน้ำตกกลูยฟราบูอิ (Gljufrabui) ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งซึ่งซ่อนตัวอยู่นอกเส้นทางในหุบเขาเล็กๆ แม้ว่าน้ำตกทั้งสองนี้จะสวยแต่ก็ถือว่าเป็นน้ำตกที่เบามากและค่อนข้างเงียบสงบเมื่อเทียบกับน้ำตกสโกกาฟอสส์ (Sokgafoss) ที่อยู่ใกล้ๆ กัน เพราะน้ำตกสโกกาฟอสส์นั้นขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำตกที่มีความแรงอย่างไม่น่าเชื่อ ส่งเสียงคำรามดังไปทั่วทั้งหน้าผาและมีละออกน้ำแตกกระจายฟุ้งไปทั่ว คุณสามารถชื่นชอบน้ำตกแห่งนี้ได้จากทั้งด้านล่างและด้านบน เนื่องจากมีบันไดให้ปีนขึ้นด้านบนอยู่ที่ด้านข้างน้ำตก

หลังจากเพลิดเพลินกับน้ำตกจนพอใจแล้ว ในกรณีที่คุณเลือกเพิ่มกิจกรรมปีนธารน้ำแข็งเอาไว้เมื่อตอนที่คุณทำการจองทริปนี้ คุณจะเดินทางออกจากถนนวงแหวนเพื่อไปปีนธารน้ำแข็งกันต่อที่ผืนน้ำแข็งโซเฮมาโจกุล (Solheimajokull) ที่นี่คุณจะได้เห็นแนวสันเขาที่งดงาม กำแพงน้ำแข็ง และรอยแยกสวยๆ บนผืนน้ำแข็ง ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะอยู่ภายใต้การดูแลของไกด์ที่มีประสบการณ์สูง และหากวันนี้อากาศแจ่มใส คุณจะได้เห็นวิวทิวทัศน์ที่น่าประทับใจมาก จากนั้นเมื่อคุณเดินทางมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก ไม่ช้าก็จะมาถึงซุ้มหินดิร์โอลาเอย์ (Dyrhólaey) ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติและบริเวณนี้จะมีนกพัฟฟินมาอาศัยอยู่ในช่วงฤดูร้อน นับว่าเป็นโอกาสครั้งแรกที่คุณจะได้เห็นนกน่ารักเหล่านี้ พวกมันไม่กลัวคนและคุ้นเคยกับการถูกถ่ายรูปเป็นอย่างดี

ติดกับดิร์โอลาเอย์เป็นหาดเรย์นิสฟยารา (Reynisfjara) ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวริมทะเลที่ได้รับความนิยมมาก เพราะมีทรายภูเขาไฟสีดำ คลื่นยักษ์ และหินเรนิสแดรงเกอร์ (Reynisdrangar) อันลึกลับตั้งตระหง่านอยู่ในทะเล ซึ่งหินเหล่านี้มีตำนานที่เล่าขานต่อๆ กันมามากมาย ทำให้บรรยากาศในบริเวณนี้ยิ่งดูลึกลับ วังเวง และชวนให้หลงใหลไปพร้อมกัน หมู่บ้านวิก (Vik) ตั้งอยู่ติดกันกับชายหาดแห่งนี้ และเป็นจุดที่คุณสามารถเลือกไปร่วมกิจกรรมกับทัวร์เที่ยวถ้ำน้ำแข็ง ทัวร์ชมถ้ำน้ำแข็งนี้ต่างจากทัวร์ปีนธารน้ำแข็งตรงที่คุณจะขึ้นไปด้วยรถซูเปอร์จี๊ป และจะได้เข้าไปชมห้องหับต่างๆ และทางเดินภายในถ้ำน้ำแข็ง และตำแหน่งที่ทัวร์จะพาไปนั้นเป็นแผ่นน้ำแข็งที่ปกคลุมภูเขาไฟคัทลา (Katla) ซึ่งเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่มีการปะทุบ่อยที่สุดลูกหนึ่งของไอซ์แลนด์ เรียกว่าเพิ่มความตื่นเต้นให้กับทัวร์นี้ไปอีกขั้นเลยทีเดียว เมื่อเดินทางต่อไปอีกหน่อยจะเป็นหมู่บ้านเคิร์กยูแบร์ยาร์กเลาสเทอร์ (Kirkjubaerklaustur) หมู่บ้านเก่าแก่ที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อยตามชายฝั่งทางใต้ แต่นอกเหนือจากที่กล่าวมานี้ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่นอกเส้นทางอีกมากมาย ซึ่งคุณสามารถดูได้จากแผนการเดินทางที่มี และคุณสามารถใช้เวลาที่เหลือที่สถานที่เหล่านี้ได้ ก่อนที่จะเดินทางกลับเข้าที่พักในคืนนี้ ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านวิก

อ่านเพิ่ม
วัน 4
สกัฟตาเฟลล์เป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่มีชื่อเสียงเรื่องธารน้ำแข็ง น้ำตก และภูมิประเทศที่สวยงาม

วัน 4 - เขตอนุรักษ์ธรรมชาติสกัฟตาเฟลล์ - ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน

ในวันที่สี่ของโรดทริปวันหยุดสองสัปดาห์ในไอซ์แลนด์ครั้งนี้ คุณจะได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล (Vatnajokull) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดของประเทศและมีชื่อเรียกตามธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล ซึ่งเป็นแผ่นน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปและครอบคลุมพื้นที่เกือบสิบเปอร์เซ็นต์ของไอซ์แลนด์ เมื่อคุณเดินทางเข้าไปใกล้จุดหมายปลายทาง คุณจะมองเห็นผืนน้ำแข็งยื่นออกมามากมายแถวบริเวณภูเขา แผ่ขยายเข้าไปในบริเวณที่เป็นทรายสีดำ ที่ราบที่เต็มไปด้วยลาวา และพื้นที่ทำเกษตรกรรมเก่าแก่ หากคุณต้องการดูความมหัศจรรย์ของวัทนาโจกุลแบบใกล้ชิด ก่อนอื่นคุณต้องไปที่สกัฟตาเฟลล์ (Skaftafell) เขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่สวยงามซึ่งมีผืนน้ำแข็งมากมายเป็นที่กำบัง เส้นทางเดินป่าที่มีอยู่มากมายแถวนี้จะช่วยให้นักท่องเที่ยวได้สำรวจภูมิประเทศดั้งเดิมและความงดงามที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ระหว่างพลังของน้ำแข็งและไฟมานับเป็นพันๆ ปี ท่ามกลางความงดงามต่างๆ ที่มีในบริเวณนี้ น้ำตกสวาร์ติฟอสส์ (Svartifoss) สีดำน่าจะเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เพราะมีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติแบบดิบๆ และที่นี่ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับสถาปัตยกรรมไอซ์แลนด์สมัยใหม่อย่างมาก และในวันนี้คุณยังสามารถไปร่วมกับทัวร์ปีนธารน้ำแข็งที่สกัฟตาเฟลล์ ซึ่งจะพาไปเดินแถวผืนน้ำแข็งสวีนาเฟลล์โจกุล (Svinafellsjokull) ได้ด้วยถึงแม้ว่าคุณจะปีนธารน้ำแข็งไปเมื่อวันก่อนแล้วก็ตาม เนื่องจากธารน้ำแข็งแต่ละแห่งก็มีภูมิประเทศที่แตกต่างกันไป และคุณก็จะได้เห็นวิวใหม่ๆ จากบนที่สูง

ถัดจากสกัฟตาเฟลล์ คุณจะขับรถต่อไปยังสถานที่มหัศจรรย์แห่งที่สองในอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล ซึ่งก็คือทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน (Jokulsarlon) ที่งดงาม - ทะเลสาบกว้างใหญ่ไพศาล เต็มไปด้วยภูเขาน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ส่องประกายระยิบระยับกับฝูงแมวน้ำขี้เล่นที่อาศัยอยู่ในบริเวณ ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าคุณนั้นหลุดเข้าไปในโลกแฟนตาซีมากกว่าที่จะเป็นสถานที่จริง คุณจะใช้เวลาเที่ยวที่ทะเลสาบแห่งนี้นานเท่าไหร่ก็ได้ แต่สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าถึงประสบการณ์ในการเที่ยวทะเลสาบแห่งนี้อย่างแท้จริง สามารถเลือกเพิ่มทัวร์ล่องเรือชมภูเขาน้ำแข็งเข้าไปในทริปวันนี้ได้ ซึ่งมีให้เลือกทั้งทัวร์ด้วยเรือสะเทินน้ำสะเทินบก และทัวร์ด้วยเรือยางโซดิแอก และเนื่องจากวันนี้คุณไม่ได้ใช้เวลาบนท้องถนนมากนัก คุณจึงสามารถล่องเรือพร้อมกับการปีนธารน้ำแข็งที่สกัฟตาเฟลล์ได้สบายๆ ถัดจากทะเลสาบโจกุลซาลอน คุณจะไปที่หาดไดมอนด์ซึ่งอยู่ติดกันและเป็นจุดหมายปลายทางสุดท้ายสำหรับทริปในวันนี้ บนหาดทรายสีดำมีภูเขาน้ำแข็งที่เป็นประกายเจิดจ้ามากมายถูกพัดขึ้นมาจากทะเลสาบ และกระจัดกระจายตัวเกลื่อนกลาดอยู่ทั่วไป

หลังจากเที่ยวอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุลจนทั่วแล้ว คืนนี้คุณจะพักค้างคืนที่โรงแรมในบริเวณนี้

อ่านเพิ่ม
วัน 5
ไอซ์แลนด์ตะวันออกเป็นภูมิภาคที่ห่างไกลและสวยงามซึ่งนักท่องเที่ยวเข้าไปเพียงไม่กี่คน

วัน 5 - ชายฝั่งตะวันออก

วันที่ห้าของโรดทริปฤดูร้อนในไอซ์แลนด์ คุณจะหลบหนีจากนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ ด้วยการไปเที่ยวทางตะวันออกของไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นพื้นที่ชนบทห่างไกล บริเวณนี้มีฟยอร์ดที่มหัศจรรย์และเส้นทางคดเคี้ยวขึ้นลงเขาที่คุณต้องเผชิญในการเดินทางระหว่างสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แต่รับรองว่ามีความคุ้มค่าอย่างแน่นอน

ภูเขาสูงตระหง่าน ผืนน้ำที่ส่องประกายระยิบระยับ และหมู่เกาะที่สวยงามมากมายจะทำให้คุณตื่นตาตื่นใจตลอดทุกนาทีในการเดินทาง นอกจากเสน่ห์ของธรรมชาติแล้ว ข้อดีของแถบนี้อีกอย่างคือไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากนัก นอกจากนี้ฟยอร์ดทางตะวันออกยังมีชื่อเสียงเรื่องสัตว์และสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมด้วย นกทะเลมากมายมาทำรังอยู่บนหน้าผาและบินโฉบเฉี่ยวอยู่เหนือท้องทะเล ฝูงแมวน้ำรวมตัวกันอยู่บนชายหาด วาฬและโลมาหยอกล้อท่ามกลางเกลียวคลื่นเป็นภาพที่เห็นได้ทั่วไป และฝูงเรนเดียร์ที่เดินเตร่อย่างอิสระก็สามารถพบได้ที่นี่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

ในส่วนของแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม คุณจะผ่านหมู่บ้านชาวประมงหลายแห่งที่ให้ความรู้สึกราวกับว่าพวกเขาหยุดเวลามานานหลายศตวรรษแล้ว และผ่านบริเวณที่มีตำนานเล่าขานบอกต่อกันมากมาย ตั้งแต่หินเอลฟ์ที่ว่ากันว่าเป็นบ้านของกลุ่มคนที่หลบซ่อนตัวอยู่ (Hidden people) ไปจนถึงทะเลสาบลาการ์ฟโลย์ท (Lagarfjlot) ที่อยู่ของสัตว์ประหลาดน่าสะพรึงกลัว และยังมีเรื่องทำนองนี้อีกมากที่คุณจะได้ค้นพบระหว่างการเดินทาง

จุดหมายปลายทางหลักสำหรับวันนี้คือเอกิลสตาดีร์ (Egilsstadir) เมืองที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ตะวันออก และก่อนที่จะเข้าที่พักในวันนี้ ถ้าหากคุณทำการจองเข้าใช้บริการอ่างอาบน้ำว็อก (Vok) เอาไว้ก็สามารถไปแช่น้ำที่สปาหรูในทะเลสาบทางเหนือของหมู่บ้านได้ ซึ่งที่อ่างน้ำแห่งนี้มีทั้งน้ำอุ่นจากพลังงานความร้อนใต้พิภพและทัศนียภาพอันน่าทึ่ง

อ่านเพิ่ม
วัน 6
Myvatn เป็นชื่อของทะเลสาบที่สวยงามซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการดูนกในไอซ์แลนด์ตอนเหนือ

วัน 6 - ความลึกลับของทะเลสาบมิวาทน์

วันที่หกของวันหยุดฤดูร้อน 2 สัปดาห์ของคุณที่ไอซ์แลนด์จะเต็มไปด้วยกิจกรรมและการผจญภัยทันทีที่คุณเริ่มออกเที่ยวในทางเหนือ ออกเดินทางจากเอกิลสตาดีร์และขับไปบนถนนวงแหวน คุณจะมองเห็นทิวทัศน์ของภูเขาไฟและภูมิประเทศที่เหมือนผิวดวงจันทร์ของอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล (Vatnajokull) ในทางตอนเหนือ ซึ่งหากคุณขับออกนอกเส้นทางไปหน่อยก็จะได้เจอกับน้ำตกที่ทรงพลังที่สุดในยุโรป

น้ำตกเดตติฟอสส์ (Dettifoss) มีมวลน้ำมหาศาลถาโถมลงไปในหุบเขาที่เป็นหินสีดำ และรอบๆ นั้นยังมีน้ำตกเซลฟอสส์ (Selfoss) และน้ำตกฮาฟราจิลส์ฟอสส์ (Hafragilsfoss) ที่น่าประทับใจไม่กันด้วย ส่วนเอาส์บิร์กิ (Asbyrgi) เป็นหุบเขารูปร่างคล้ายเกือกม้ายักษ์ที่ล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชันและเต็มไปด้วยป่าไม้เขียวชอุ่ม หลังจากเที่ยวชมสถานที่เหล่านี้เสร็จแล้ว คุณจะเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางหลักอีกสองแห่งของวันนี้คือฮูสาวิก (Husavik) และแถบทะเลสาบมิวาทน์ (Myvatn)

ฮูสาวิกเป็นพื้นที่อยู่อาศัยที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศและเป็นจุดชมปลาวาฬที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก หากคุณเลือกทัวร์ดูวาฬเอาไว้ในระหว่างที่ทำการจองทริปนี้ คุณจะได้นั่งเรือแบบดั้งเดิมออกทะเลไปชมสิ่งมีชีวิตที่น่าทึ่ง แต่ถ้าอยากตื่นเต้นมากขึ้นให้เลือกเป็นทัวร์เรือยางโซดิแอก วาฬหลังค่อมซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการกระโจนขึ้นสู่ผิวน้ำพบได้บ่อยในบริเวณนี้ และยังมีโลมาปากขาว พอร์พอยซ์ วาฬมิงค์ หรือแม้แต่สายพันธุ์ที่หายากมาก เช่น วาฬสี้น้ำเงิน และวาฬเพชฌาตพันธุ์ก็มีให้เห็นเช่นเดียวกัน

ฮูสาวิกยังเป็นที่ตั้งของอ่างน้ำร้อนธรรมชาติจีโอซี (GeoSea) ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการกิจกรรมอื่นแทนการดูวาฬ ที่นี่แตกต่างจากสระน้ำร้อนใต้พิภพและสปาธรรมชาติอื่นๆ ในไอซ์แลนด์ตรงที่น้ำร้อนที่นี่เป็นน้ำเค็มที่มาจากมหาสมุทรโดยตรงจึงอุดมไปด้วยแร่ธาตุจากทะเล แถบมิวาทน์นี้ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดสำหรับไอซ์แลนด์เหนือ โดยเฉพาะทะเลสาบซึ่งเป็นสวรรค์สำหรับผู้ที่มีความสนใจในธรรมชาติของพืชและสัตว์อย่างแท้จริงเพราะมีทั้งดอกไม้งามของแถบอาร์กติกและนกน้ำจืดนานาชนิด

นอกจากนี้ ในบริเวณนี้ยังมีลักษณะทางธรณีวิทยาที่แปลกไปจากที่อื่น โดยมีหลุมอุกกาบาตเทียมและเสาหินบะซอลต์กระจายอยู่ทั่วบริเวณ ป้อมปราการที่เกิดจากลาวาที่ดิมมูร์บอร์กิร์ (Dimmuborgir) นั้นมีความน่าสนใจมากเป็นพิเศษไม่ใช่แค่เพราะมีขนาดที่ใหญ่โตเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ว่ากันว่าเป็นบ้านของโทรลล์คริสต์มาสทั้ง 13 ตัวของไอซ์แลนด์ และแม่ของพวกมันที่กินลูกของตัวเอง อ่างน้ำธรรมชาติมิวาทน์เป็นสปาพลังงานความร้อนใต้พิภพที่ตั้งอยู่ในพื้นที่นี้และคุณสามารถจองเพื่อเข้าใช้บริการอ่างน้ำที่นี่แทนกิจกรรมอื่นที่ระบุเอาไว้ข้างบนได้

ทั้งน้ำที่มีคุณสมบัติในการบำบัดรักษาและสิ่งอำนวยความสะดวกที่มี ทำให้ที่นี่เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนให้หายเหนื่อยหลังจากที่เที่ยวมาทั้งวัน และการเดินทางในวันนี้ของคุณจะไปจบลงที่เมืองอาคูเรย์ริ (Akureyri) ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือ หากคุณยังไม่หมดแรง สถานบันเทิงยามค่ำคืนในเมืองนี้ก็มีความน่าสนใจไม่น้อย อีกทั้งในเมืองยังมีร้านอาหารที่มีชื่อเสียง และมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามให้ได้ชม

อ่านเพิ่ม
วัน 7
ผู้ชื่นชอบธรรมชาติและวัฒนธรรมควรแวะไปที่น้ำตกโกดาฟอสส์ที่สวยงามและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์

วัน 7 - คาบสมุทรโทรลล์

วันนี้คุณจะเที่ยวอยู่ในทางเหนือของไอซ์แลนด์ ระหว่างการเดินทางที่มุ่งหน้าไปยังฟยอร์ดทางตะวันตกจะมีทัศนียภาพที่สวยงามของคาบสมุทรและเมืองที่ห่างไกลให้ได้ชม โดยมีหมู่บ้านน่าสนใจ เช่น สิกลูฟยอร์ดูร์ (Siglufjordur) ซึ่งตั้งอยู่ในฟยอร์ดอันงดงาม และหมู่บ้านโฮฟซอส (Hofsos) ซึ่งมีสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ รับรองว่าคุณสามารถใช้เวลาสำรวจพื้นที่ในแถบนี้ได้อย่างเพลิดเพลิน

ถึงอย่างนั้น ในบริเวณนี้ก็ยังมีทัวร์ถึง 4 แบบที่จะช่วยให้คุณได้สัมผัสกับภูมิภาคที่เป็นเอกลักษณ์นี้ได้อย่างเข้มข้นมากกว่าเดิม ตัวอย่างเช่น ก่อนที่จะเดินทางออกจากอาคูเรย์ริ คุณสามารถไปร่วมทริปดูปลาวาฬที่ออกเดินทางจากท่าเรือที่สวยงามในเมืองได้ ซึ่งทะเลแถบนี้ก็เหมือนกับแถวฮูสาวิคที่มีสัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์ ดังนั้น ผู้ที่รักสัตว์ไม่ควรพลาดแวะไปทักทายกับสัตว์ยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งท้องทะเลบริเวณนี้ด้วย

ทัวร์ที่คล้ายๆ กันแบบนี้ยังมีให้บริการในเมืองเล็กๆ ชื่อเฮยกาเนส (Hauganes) ที่อยู่เหนือฟยอร์ดเอยาฟยอร์ดู (Eyjafjordur) ด้วย โดยทัวร์ที่นี่จะให้คุณเพลิดเพลินกับกิจกรรมตกปลาในทะเลมาทำอาหารเย็น เพื่อเป็นการฆ่าเวลาในระหว่างที่คุณรอชมวาฬ ปลาโลมา ดูนกพัฟฟิน และนกทะเลชนิดอื่นๆ ด้วย และกิจกรรมทางเลือกที่แตกต่างไปจากที่กล่าวมาอีกอย่างหนึ่งคือทัวร์ขี่ม้า ซึ่งคุณสามารถเลือกไปขี่ม้าไอซ์แลนด์แทนการเที่ยวในทะเลได้ ซึ่งภูมิประเทศในทางตอนเหนือนี้จะยิ่งสวยงามมากขึ้นไปอีกเมื่อคุณอยู่บนหลังของเจ้าม้าแสนเชื่องเหล่านี้ และไกด์ของคุณก็จะเล่าให้คุณฟังถึงตำนานต่างๆ ในระหว่างที่คุณขี่ม้าผ่านไปยังที่ต่างๆ ด้วย

ส่วนตัวเลือกกิจกรรมสุดท้ายเป็นการแช่ตัวในสปาเบียร์ที่อาร์สโกสซานดู (Arskogssandur) ที่ตั้งอยู่ข้างโรงเบียร์และมีวิวสวยของฟยอร์ดเอยาฟยอร์ดู ซึ่งการแช่เบียร์ที่ไม่ได้บ่มนานนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ยังมีประโยชน์ต่อผิวมากมายด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครนี้พร้อมกับจิบเบียร์เย็นๆ ไปด้วย และหลังจากที่ใช้เวลาชื่นชมความงามของชายฝั่งและชนบทของไอซ์แลนด์เหนือกันมามากแล้ว คุณจะเดินทางไปที่ศูนย์กลางการค้าของเซยดาร์โครคูร์ (Sauðárkrókur) และจะพักค้างคืนที่นี่ในคืนนี้

อ่านเพิ่ม
วัน 8
ฟยอร์ดทางตะวันตกในวันที่อากาศสงบเป็นหนึ่งในสถานที่สงบสุขที่สุดในโลก

วัน 8 - แนะนำฟยอร์ดตะวันตก

ในวันที่แปดของการเดินทางบนถนนระยะเวลาสองสัปดาห์ในไอซ์แลนด์ คุณจะมุ่งหน้าไปยังฟยอร์ดทางตะวันตก ซึ่งมีนักเดินทางไม่มากที่จะเข้ามาเที่ยวในพื้นที่ห่างไกลนี้เนื่องจากระยะทางที่ไกลจากเรคยาวิกและขนาดพื้นที่ที่กินอาณาบริเวณกว้างขวาง แต่สำหรับคุณแล้วคุณมีเวลาหลายวันในการสำรวจความงดงามที่ซ่อนอยู่ในดินแดนนี้ ดังนั้น คุณสามารถขับรถไปเยือนจุดหมายปลายทางสุดท้ายบนเขตทางเหนือของไอซ์แลนด์ซึ่งอยู่บนเส้นทางนี้ได้สบายๆ

คาบสมุทรวาทน์เนส (Vatnsnes) เป็นจุดที่มีความโดดเด่นมากเนื่องจากบนคาบสมุทรมีสถานที่ท่องเที่ยวให้ได้เพลิดเพลินมากมาย เช่น เป็นอาณาจักรของแมวน้ำและมีศูนย์จัดนิทรรศการเกี่ยวกับแมวน้ำโดยเฉพาะด้วย (Icelandic Seal Centre) นอกจากนี้ สิ่งที่น่าสนใจยังรวมถึงอนุสาวรีย์ธรรมชาติอย่างป้อมปราการลาวาที่บอร์กาวีร์กี (Borgavirki) และเสาหินฮวิตเซอร์คูร์ (Hvitserkur) ด้วย

เมื่อคุณเดินทางออกจากถนนวงแหวน คุณจะสังเกตเห็นภูเขาขนาดมหึมาของฟยอร์ดทางตะวันตกอยู่ตรงหน้า และทันทีที่คุณขับเข้ามาในพื้นที่ คุณจะตื่นตาตื่นใจกับความงามของธรรมชาติรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากยอดเขา อ่าวที่โอบล้อมผืนน้ำเป็นประกายระยิบระยับ และวิวทิวทัศน์ที่คุณจะต้องร้องว้าวในทุกโค้ง นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้ว แผนการเดินทางของคุณในครั้งนี้ยังรวมถึงการเที่ยวชมเมืองที่มีวัฒนธรรมน่าสนใจด้วย ผู้ที่หลงใหลในประวัติศาสตร์และเรื่องราวเกี่ยวกับเวทมนตร์ต้องไม่พลาดแวะที่โฮลมาวีค (Holmavik) ซึ่งมีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับแม่มดและมนตร์ดำ (Museum of Icelandic Sorcery and Witchcraft) ที่คุณจะได้เรียนรู้ถึงวิธีที่ชาวไอซ์แลนด์ใช้เวทมนตร์จัดการกับพลังลี้ลับของธรรมชาติมาหลายร้อยปี

สิ่งของที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงมีทั้งความน่าสนใจและน่าขนพองสยองเกล้า เช่น กางเกงที่ทำมาจากหนังของมนุษย์ บริเวณใกล้ๆ กับพิพิธภัณฑ์เรียกว่าบยาร์นาร์ฟยอร์ดูร์ (Bjarnarfjordur) ก็มีกระท่อมของพ่อมดหมอผีซึ่งเป็นเทิร์ฟเฮาส์ (กระท่อมที่มีหญ้าเขียวคลุมหลังคา) ที่ตกแต่งเลียนแบบบ้านในศตวรรษที่ 17 ของไอซ์แลนด์ให้เที่ยวชมด้วย ซึ่งคุณจะได้เห็นสัญลักษณ์ของพิธีกรรมซุกซ่อนอยู่ทั่วไปทั้งบนผนังและของตกแต่ง

สถานที่ท่องเที่ยวในฟยอร์ดทางตะวันตกที่เดินทางไปง่ายอีกแห่งสำหรับวันนี้คือเรคโฮลาร์ (Reykholar) ซึ่งเป็นเมืองที่เหมาะกับการไปดูนกและชื่นชมธรรมชาติอันงดงาม และที่นี่มีสระน้ำร้อนแดรงส์เนส (Drangsnes) ให้คุณได้แช่ตัวเพิ่มความสดชื่นกันด้วย การเดินทางในวันนี้จะสิ้นสุดลงที่แถบสตรานดิร์ (Strandir) ที่มีทิวทัศน์สวยงามของหน้าผาฮอร์นสตรานดิร์ (Hornstrandir) ตลอดจนพืชพรรณและสัตว์น้อยใหญ่มากมาย

อ่านเพิ่ม
วัน 9
รุ้งกินน้ำหนึ่งคู่พาดตัวเหนือภูมิประเทศในฟยอร์ดทางตะวันตก

วัน 9 - เจาะลึกฟยอร์ดตะวันตก

ในวันที่เก้าของทริปสองสัปดาห์ที่ไอซ์แลนด์ คุณจะเดินทางลึกเข้าไปในดินแดนแห่งนี้เพื่อชมภูมิประเทศแบบดั้งเดิมของฟยอร์ดทางตะวันตก โดยจะมุ่งหน้าไปที่เมืองอีสาฟยอร์ดูร์ (Isafjordur) ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุด วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่คุณจะเดินทางผ่านทิวทัศน์งดงามระหว่างทางมากมายทั้งช่องเขาสูงและฟยอร์ดที่ถูกกัดเซาะแทรกเข้าไปในหุบสูงชัน เมื่อขับรถตามแผนการท่องเที่ยวที่คุณมี คุณจะมุ่งหน้าออกจากถนนสายหลักเพื่อตามหาสถานที่สวยงามที่ซ่อนอยู่มากมาย เช่น น้ำตก อ่าว และผาดูนก

มีเส้นทางเดินป่าหลายแห่งกระจายอยู่ทั่วภูมิภาคนี้ ซึ่งคุณไม่เพียงแต่จะได้สัมผัสกับทัศนียภาพอันน่าทึ่งเท่านั้น แต่ยังอาจได้เห็นสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกที่มีอยู่มากมายในบริเวณด้วย หากต้องการทำความเข้าใจสัตว์ชนิดนี้ให้ลึกซึ้งมากขึ้น คุณสามารถไปที่ศูนย์ศึกษาสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกซึ่งอยู่ในหมู่บ้านซุดาวิก (Sudavik) ที่สวยงามเพื่อศึกษาถึงแนวทางการอนุรักษ์ พฤติกรรม และเสน่ห์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมพื้นเมืองของไอซ์แลนด์

หรือในขณะที่คุณเดินทางอยู่ริมน้ำ คุณก็จะมีโอกาสได้เห็นปลาวาฬ ปลาโลมา และพอร์พอยส์ออกมาหาอาหารในบริเวณฟยอร์ดอันอุดมสมบูรณ์เหล่านี้ด้วย หากคุณเห็นครีบโผล่เหนือผิวน้ำที่ส่องประกายระยิบระยับเมื่อไหร่ คุณต้องไม่พลาดลงมาชื่นชมกับประสบการณ์ที่น่าประทับใจแบบนี้สักครั้ง แต่อย่าลืมมองหาที่จอดรถที่ปลอดภัยและไม่ผิดกฎจราจรด้วย

อีสาฟยอร์ดูร์ยังมีสภาพแวดล้อมที่งดงามมากกว่าเมืองอื่นๆ ของไอซ์แลนด์ด้วยเพราะล้อมรอบด้วยภูเขายอดราบและทิวทัศน์ตระการตาของฟยอร์ดที่ส่องประกายระยิบระยับ นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ และร้านค้ามากมายให้คุณได้สำรวจก่อนเข้าที่พัก

อ่านเพิ่ม
วัน 10
นกพัฟฟินมารวมตัวกันทุกฤดูร้อนบนหน้าผา Latrabjarg ในฟยอร์ดทางตะวันตก

วัน 10 - ฟยอร์ดทางตะวันตกและดินยานดิ และนกพัฟฟินที่ลาทราบียอร์ก

ในวันที่สิบคุณจะไปเที่ยวสถานที่น่าทึ่งสองแห่งของฟยอร์ดทางตะวันตก ได้แก่ น้ำตกดินยานดิ (Dynjandi) และหน้าผาลาทราบียอร์ก (Latrabjarg) น้ำตกอยู่ห่างจากฝั่งเข้ามาในแผ่นดินและคุณต้องขับรถบนเส้นทางภูเขาที่คดเคี้ยวเพื่อไปยังน้ำตกแห่งนี้ และเส้นทางที่เดินไปยังน้ำตกนั้นก็ยิ่งสวย โดยคุณจะต้องเดินผ่านน้ำตกเล็กๆ อีกมากมายซึ่งแต่ละแห่งล้วนมีเสน่ห์เฉพาะตัว และเมื่อไปถึงน้ำตกดินยานดิแล้วคุณจะแทบไม่สงสัยเลยว่าทำไมน้ำตกนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่งดงามที่สุดของฟยอร์ดทางตะวันตก น้ำตกดินยานดิมีความสูง 328 ฟุต (100 เมตร) ถาโถมลงบนชั้นหินที่ลดหลั่นไล่ระดับมาจากบนหน้าผาสูง ยิ่งไหลลงมาต่ำเท่าไหร่ม่านน้ำก็ยิ่งมีความกว้างมากขึ้นและสวยมากขึ้นด้วย

หลังจากชื่นชมความงามและถ่ายภาพน้ำตกจนพอใจแล้ว คุณจะเดินทางต่อไปยังลาทราบียอร์ก (Látrabjarg) หน้าผาสำหรับดูนกที่สวยงามไม่แพ้กัน แถมมีความยาวมากที่สุดในยุโรป และมีนกมาทำรังในบริเวณจำนวนนับล้านๆ ตัว ซึ่งในบรรดาประชากรนกที่อาศัยอยู่ที่หน้าผาแห่งนี้ นกพัฟฟินถือว่าเป็นไฮไลต์เพราะเป็นนกที่มีจำนวนมากที่สุดและพวกมันยังไม่แตกตื่นตกใจเมื่อมีคนมาเฝ้ามองอยู่ในระยะสองสามฟุตด้วย เมื่อสังเกตให้ดีจะเห็นว่านกพัฟฟินเหล่านี้มักจะกระหนุงกระหนิงอยู่กันเป็นคู่หรือไม่ก็เดินเตาะแตะไปมารอบๆ โพรงของพวกมัน ซึ่งเป็นภาพน่ารักมาก

ผาลาทราบียอร์กยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับความกล้าหาญด้วย หลังจากที่เรือลากอวนของอังกฤษพลิกคว่ำใต้หน้าผาแห่งนี้ บรรดาลูกเรือที่น่าสงสารเกือบจะต้องจบชีวิตลงทั้งหมดหากไม่ใช่เพราะความกล้าหาญของชาวบ้านแถวนี้ ซึ่งเชี่ยวชาญการไต่หน้าผาลงไปเก็บไข่นก โดยพวกชาวบ้านได้ไต่เชือกลงไปยังเรือโดยไม่ลังเลและได้ช่วยชีวิตลูกเรือไว้ได้จำนวนหนึ่ง หลังจากที่ไปดูสถานที่ลับในฟยอร์ดทางตะวันตกเกือบทั้งหมดแล้ว คืนนี้คุณจะพักค้างคืนในฟยอร์ดอันงดงามอีกแห่งที่ชื่อว่าพาเทรคสฟยอร์ดูร์ (Patreksfjordur)

อ่านเพิ่ม
วัน 11
ภูเขาเคิร์คจูแฟสและเงาสะท้อนบนผิวน้ำเป็นสองสิ่งมหัศจรรย์บนคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนสของไอซ์แลนด์

วัน 11 - เดินทางด้วยเฟอร์รี่จากฟยอร์ดทางตะวันตกสู่คาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส

หลังจากเที่ยวฟยอร์ดทางตะวันตกที่งดงามและห่างไกลเป็นเวลาหลายวัน วันนี้คุณจะเดินทางออกจากภูมิภาคนี้และมุ่งหน้าไปยังคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส (Snaefellsnes) ที่น่าทึ่ง แต่ก่อนที่จะไปนั้นคุณยังสามารถใช้เวลาในช่วงเช้าเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ในท้องถิ่นได้อีก การเดินทางจากฟยอร์ดทางตะวันตกนี้ไปยังคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนสนั้นง่ายที่สุดแล้ว เพราะมีเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่เพียงพอสำหรับบรรทุกผู้โดยสารและรถยนต์คอยวิ่งรับส่ง

อ่าวเบรดาฟยอร์ดูร์ (Breidafjordur) ซึ่งคั่นกลางระหว่างสองภูมิภาคนี้ก็เป็นเหมาะกับการล่องเรืออย่างผ่อนคลายเหมือนกันโดยมีวิวของหมู่เกาะมากมายนับไม่ถ้วนซึ่งเต็มไปด้วยนกนานาชนิดและวิวที่สวยงามตระการตา เมื่อเรือเข้าใกล้สไนล์แฟลซเนส คุณก็จะเข้าใจว่าทำไมแถวนี้จึงถูกมองว่ามีความลึกลับและน่ามหัศจรรย์ที่สุดในประเทศ ตลอดความยาว 56 ไมล์ (90 กม.) ของคาบสมุทรมียอดภูเขาไฟขนาดมหึมาให้เห็นเป็นระยะ หนึ่งในนั้นซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดและน่าประทับใจมากที่สุดคือภูเขาไฟสไนล์แฟลซโจกุล (Snaefellsjokull) อันยิ่งใหญ่ที่บนยอดเขามีธารน้ำแข็งแฝดปกคลุมอยู่

คุณจะไปที่สติกกิโฮลมูร์ (Stykkisholmur) เมืองที่ใหญ่ที่สุดบนคาบสมุทรแห่งนี้และเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมทั้งที่เกี่ยวกับการประมงและนิทานพื้นบ้าน หลังจากเดินเล่นรอบบริเวณเพื่อชมบรรยากาศลึกลับแปลกตาแล้ว คุณจะมุ่งหน้าไปบนถนนสายหลักที่วิ่งรอบสไนล์แฟลซเนสและข้ามผ่านทุ่งลาวาเบอร์เซิร์กยาเริน (Berserkjahraun) ที่มีบรรยากาศอึมครึมวังเวงแตกต่างกับภูมิประเทศเขียวขจีของเกาะแถวเบรดาฟยอร์ดูร์โดยสิ้นเชิง และที่นี่ยังมีเรื่องเล่าสยองขวัญที่เกี่ยวกับการสร้างถนนแถวนี้ด้วย วันนี้คุณยังไม่จำเป็นต้องรีบเที่ยวให้ทั่วสไนล์แฟลซเนสก็ได้ เพราะว่าคุณยังมีเวลาที่นี่พรุ่งนี้อีกวัน

อ่านเพิ่ม
วัน 12
คาบสมุทรสไนล์แฟลซเนสสงบเงียบและสวยงามท่ามกลางธรรมชาติที่หลากหลาย

วัน 12 - กิจกรรมบนคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส

หลังจากตื่นนอนบนคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนสในเช้าวันที่สิบสองของทริปเที่ยววันหยุดสองสัปดาห์ในไอซ์แลนด์ครั้งนี้ คุณยังมีสถานที่และการผจญภัยมากมายรอให้คุณไปค้นพบอยู่ หากคุณใช้เวลาเมื่อวานนี้ทั้งวันเที่ยวทางตอนเหนือของคาบสมุทรมาแล้ว ในวันนี้คุณจะไปดูสิ่งมหัศจรรย์ในอุทยานแห่งชาติสไนล์เฟลล์โจกุล (Snaefellsjokull) และคาบสมุทรทางใต้

อุทยานแห่งชาติสไนล์เฟลล์โจกุลถูกตั้งชื่อตามภูเขาไฟใต้น้ำแข็งที่ใจกลางของอุทยานฯ ซึ่งตั้งอยู่ที่ปลายคาบสมุทร บริเวณนี้มีภูมิประเทศที่สวยงามที่สุดในภูมิภาค และคุณจะตื่นตาตื่นใจไปกับธรณีวิทยาชายฝั่งอันน่าทึ่ง หมู่บ้านชาวประมงที่ถูกทิ้งร้าง และทุ่งลาวาอันกว้างใหญ่ โดยมีผืนน้ำแข็งที่ส่องแสงระยิบระยับเป็นฉากหลังที่สมบูรณ์แบบ นอกจากธารน้ำแข็งแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าทึ่งที่สุดแห่งหนึ่งของอุทยานฯ คือกองทะเลโลนตรังการ์ (Londrangar)

อนุสาวรีย์ธรรมชาติขนาดมหึมานี้คือหลักฐานที่เหลือทั้งหมดของปล่องภูเขาไฟที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ ปัจจุบันเป็นบ้านของนกทะเลหลายแสนตัวที่แวะมาทำรังในฤดูร้อน บริเวณนี้ยังมีสัตว์ป่าอื่นๆ ด้วย เช่น สุนัขจิ้งจอกอาร์กติกที่มักจะออกมากินไข่นก สถานที่ท่องเที่ยวแห่งที่สองภายในอุทยานฯ คือหาดทรายดำตูปาโลนส์ซานดูร์ (Djupalonssandur) แนวชายฝั่งทรายสีดำที่ทอดยาวของไอซ์แลนด์นั้นสวยงามอยู่แล้ว แต่ตูปาโลนส์ซานดูร์นั้นยังมีความโดดเด่นเป็นพิเศษในเรื่องหินทดสอบพลัง (Lifting stones) ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โดยตั้งแต่เมื่อหลายร้อยปีก่อน ชาวบ้านจะมาที่นี่เพื่อทดสอบว่าหินก้อนใดในสี่ก้อนที่พวกเขาสามารถยกขึ้น ซึ่งเป็นการแสดงความแข็งแกร่งและดูว่าพวกเขาเหมาะกับการดำรงชีวิตบนเรือประมงหรือไม่

เพื่อเพิ่มความน่าตื่นเต้นให้กับวันนี้ คุณสามารถไปดื่มด่ำกับธรรมชาติของสไนล์เฟลล์โจกุลด้วยการขึ้นไปบนธารน้ำแข็งกับทัวร์สโนว์แคท (Snowcat) การเดินทางด้วยยานพาหนะที่ไม่เหมือนใครนี้จะพาคุณไต่เนินน้ำแข็งได้ทุกรูปแบบ เรียกได้ว่าตื่นเต้นจนอะดรีนาลีนพุ่งพล่านทีเดียว และหากสภาพอากาศเอื้ออำนวย คุณก็จะได้เห็นทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดในทริปครั้งนี้ด้วย หลังจากที่คุณเที่ยวอุทยานแห่งชาติแห่งที่สามและแห่งสุดท้ายของไอซ์แลนด์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณก็จะเริ่มสำรวจบริเวณชายฝั่งทางใต้ของสไนล์แฟลซเนสกันต่อ

บริเวณนี้จะให้คำอธิบายที่ชัดเจนว่าเหตุใดพื้นที่ดังกล่าวจึงได้รับฉายาว่า 'ไอซ์แลนด์ในรูปแบบย่อส่วน' รอยแยกขนาดมหึมาบนภูเขาเริดเฟลด์ส์กเยา (Raudfeldgsja) นั้นท้าทายนักปีนเขาให้เข้าไปสำรวจความลึกและค้นหาน้ำตกที่ซ่อนอยู่เสมอ ขณะที่ชายหาดอิทรี ทุงกา (Ytri Tunga) นั้นได้รับความนิยมในการชมแมวน้ำและมีบรรยากาศที่เหมาะกับการมาพักผ่อนบนชายฝั่งพร้อมกับมองดูแมวน้ำหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน บรรดาผู้ที่หลงใหลในธรณีวิทยาของไอซ์แลนด์ก็น่าจะตื่นตาตื่นใจกับเสาหกเหลี่ยมของหน้าผาแกร์ดูเบิร์ก (Gerduberg) มาก และในส่วนของผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและนิทานพื้นบ้านก็ไม่ควรพลาดแวะไปเดินเล่นที่หมู่บ้านลึกลับที่ชื่อว่าปูดิร์ (Budir) หลังจากสำรวจสถานที่อันหลากหลายของสไนล์แฟลซเนสจนพอใจแล้ว คุณจะเข้าพักผ่อนในที่พักบนคาบสมุทรแห่งนี้เป็นคืนที่สอง

อ่านเพิ่ม
วัน 13
ทางตะวันตกของไอซ์แลนด์มีน้ำตกมากมาย เช่น น้ำตกเฮินฟอซซาร์

วัน 13 - น้ำตกเฮินฟอซซ่าและน้ำตกบาร์นาฟอสส์ - เดลตาร์ทุงกุแควร์

วันที่สิบสามนี้เกือบจะเป็นวันสุดท้ายของวันหยุดฤดูร้อนในไอซ์แลนด์ของคุณแล้ว แต่ความสนุกสนานและการผจญภัยยังเหลืออีกมากมาย วันนี้คุณจะมีโอกาสไปเที่ยวชนบทอันงดงามในทางทิศตะวันตก และอาจจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวที่น่าจดจำครั้งหนึ่งในชีวิตเลยก็ได้ คุณสามารถดูจากแผนการเดินทางของคุณเพื่อหาว่าสถานที่ท่องเที่ยวแบบลับๆ ที่ซ่อนอยู่บนคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนสแห่งไหนบ้างที่คุณอยากไปดูก่อนที่จะออกเดินทางไปจากคาบสมุทรแห่งนี้ เช่น ปล่องภูเขาไฟเอลบอร์ก (Eldborg) และสระว่ายน้ำลีซูโฮลสเลยก์ (Lysuholslaug)

เมื่อคุณเริ่มสำรวจไอซ์แลนด์ตะวันตก คุณสามารถปรับแต่งการเดินทางของคุณได้ตามใจโดยให้พิจารณาว่าคุณต้องการดื่มด่ำกับธรรมชาติ วัฒนธรรม หรือทั้งสองอย่างของภูมิภาคนี้ เพราะว่านอกจากจะมีน้ำตก น้ำพุร้อน และฟยอร์ดมากมายหลายแห่งให้ชมแล้ว ที่นี่ก็มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และการตั้งถิ่นฐานอยู่หลายแห่งทีเดียว ตัวอย่างเช่น เรย์คอลท์ (Reykholt) ที่เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่งดงามราวภาพวาด และมีโบสถ์ที่สวยงามและสภาพแวดล้อมที่สงบเงียบ หรือพิพิธภัณฑ์สนอร์ราสโทฟา (Snorrastofa) ที่เคยเป็นบ้านของสนอร์รี สเทอร์ลิวซัน (Snorri Sturluson) และคุณจะได้เรียนรู้ว่าเขาเป็นนักประวัติศาสตร์ในตำนานแห่งยุคกลางได้อย่างไร ซึ่งสนอร์รีไม่เพียงแต่มีส่วนสำคัญในการบันทึกสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับเทพเจ้านอร์สโบราณเท่านั้น แต่เขายังมีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามกลางเมืองอันวุ่นวายของไอซ์แลนด์อย่างมากด้วย

บอร์การ์เนส (Borgarnes) ก็เป็นหนึ่งในบริเวณที่มีตั้งถิ่นฐานในยุคแรกของไอซ์แลนด์ และก็เป็นเมืองชายฝั่งทะเลที่มีชื่อเรื่องความสวยงามด้วย กิจกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากคือการไปชมนิทรรศการที่ The Settlement Center ซึ่งนักท่องเที่ยวจะเพลิดเพลินไปกับการจัดแสดงแบบอินเทอร์แอคทีฟ ที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวการเข้ามายึดครองเพื่อตั้งถิ่นฐานของชาวไวกิ้งเมื่อพันปีที่แล้ว และเดลตาร์ทุงกุแควร์ (Deildartunguhver) เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โดดเด่นที่สุดและคุณสามารถแวะเยี่ยมชมควบคู่กันไปได้

เดลตาร์ทุงกุแควร์เป็นน้ำพุร้อนที่ไหลแรงที่สุดในยุโรปและเป็นสถานที่ที่สวยงามและเหมาะกับการไปชื่นชมพลังภูเขาไฟที่น่ากลัวของไอซ์แลนด์ ใกล้กันกับพื้นที่พลังงานความร้อนใต้พิภพอันน่าทึ่งแห่งนี้คือน้ำตกแฝด น้ำตกบาร์นาฟอสส์ (Barnafoss) และน้ำตกเฮินฟอซซ่า (Hraunfossar) ที่แม้จะตั้งอยู่ใกล้กัน แต่ความเดือดดาลและความแรงของน้ำของบาร์นาฟอสส์ ซึ่งส่งเสียงคำรามไปทั่วหุบเขาแคบ ๆ ก็แตกต่างจากน้ำตกเฮินฟอซซาร์ที่ไหลผ่านทุ่งลาวาอย่างสงบอย่างสิ้นเชิง

ยิ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทริปวันสุดท้ายของคุณในประเทศไอซ์แลนด์ก็ยิ่งต้องคุ้มค่าน่าจดจำ โดยในวันนี้คุณสามารถเลือกเพิ่มกิจกรรมเสริมกับทัวร์ทั้งสามแบบนี้ได้ แบบแรกคือนั่งรถซูเปอร์จี๊ปขึ้นไปบนทางลาดของธารน้ำแข็งลางโจกุล (Langjokull) เพื่อไปสำรวจความมหัศจรรย์ของอุโมงค์น้ำแข็งที่สร้างด้วยมือและเครื่องจักรแห่งเดียวในโลกที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม เฉดสีฟ้าขาวของน้ำแข็ง ตลอดจนห้องหับและทางเดินภายในอุโมงค์นี้จะมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับคุณอย่างแน่นอน

หรือคุณจะเลือกทัวร์ที่สองเพื่อเข้าไปชมถ้ำลาวาวิดเกลมิร์ (Vidgelmir) ที่งดงามแทนก็ได้ โดยคุณจะได้สำรวจอุโมงค์ที่หลงเหลือจากการปะทุของภูเขาไฟครั้งใหญ่ และตื่นตาตื่นใจไปกับการก่อตัวของหินและสีสันอันโดดเด่นสะดุดตา ทัวร์นี้ไม่เพียงให้ความรู้ด้านธรณีวิทยา แต่คุณยังจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับนิทานพื้นบ้านของไอซ์แลนด์ด้วย เพราะว่ากันว่าบริเวณนี้เป็นบ้านของยักษ์โทรลล์

ตัวเลือกสุดท้ายคือการไปทัวร์อินทูเดอะโวลเคโน (Into the volcano) ซึ่งคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่หนึ่งเดียวที่ไอซ์แลนด์ของการเปลี่ยนถ้ำลาวาให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวคล้ายกับอุโมงค์น้ำแข็ง คุณจะโดยสารลิฟต์ที่พาเข้าไปยังโลกที่กว้างใหญ่ไพศาลและสวยงามอย่างไม่น่าเชื่อภายในห้องแมกมาของภูเขาไฟที่สงบนิ่ง ซึ่งรูปแบบของการก่อตัวของสถานที่แห่งนี้นั้นหาดูได้ยากมาก และนี่เป็นการค้นพบโดยบังเอิญที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่แห่งในโลก

เมื่อคุณได้เห็นครบทุกซอกทุกมุมของไอซ์แลนด์ตะวันตกแล้ว คุณจะเดินทางกลับไปยังเรคยาวิก และหากคุณยังมีพลังงานเหลืออยู่หลังจากการผจญภัยตลอดสองสัปดาห์ คุณก็สามารถใช้พระอาทิตย์เที่ยงคืนให้เป็นประโยชน์และออกไปเดินสำรวจถนนที่สวยงามของเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมของไอซ์แลนด์ได้อีก

อ่านเพิ่ม
วัน 14
ประภาคารโกรททาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวรอบนอกเรคยาวิกที่น่าสนใจ

วัน 14 - คืนรถเช่าที่สนามบิน

น่าเศร้าที่วันหยุดฤดูร้อนสิบสี่วันของคุณที่ไอซ์แลนด์กำลังจะหมดลงและคุณจะต้องขับรถกลับไปที่สนามบินให้ตรงเวลาสำหรับเที่ยวบินของคุณ อย่างไรก็ตาม หากเที่ยวบินของคุณออกเดินทางสายหน่อย คุณก็จะมีเวลาเยี่ยมชมแหล่งธรรมชาติรอบๆ เมืองหลวงได้อีกหลายแห่ง เช่น คาบสมุทรเรคยาเนส (Reykjanes) ภูเขาเอสจา (Esja) หรือหุบเขาน้ำพุร้อนเรคยาดาลูร์ (Reykjadalur) หรือคุณอาจใช้โอกาสนี้ไปซื้อของฝากที่ถนนเลยการแวกูร์ (Laugavegur) ก็ได้ อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำว่าให้คุณซื้อบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ปลาวาฬของไอซ์แลนด์ หรืออาจจะไปเล่นเครื่องเล่นที่ FlyOver Iceland ด้วยก็ได้

พิพิธภัณฑ์ปลาวาฬของไอซ์แลนด์เป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมที่ทุกคนในครอบครัวจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกและสัตว์โลกที่น่าทึ่งที่สุดของประเทศ คุณจะได้เห็นโมเดลขนาดเท่าตัวจริงของวาฬทุกสายพันธุ์ที่เดินทางไปมาในน่านน้ำมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ตั้งแต่โลมาท่าเรือไปจนถึงวาฬสีน้ำเงินขนาดมหึมา สำหรับประสบการณ์สนุกๆ ที่ Icelandic Flyover คุณจะได้เล่นเครื่องเล่นน่าหวาดเสียวมากมาย รวมถึงการชมธรรมชาติของไอซ์แลนด์ในมุมมองใหม่ในขณะที่ตัวคุณอยู่ด้านบน ซึ่งเป็นประสบการณ์การบินที่ต่างจากกิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟทั้งหมดทั้งปวง โดยการเดินทางอันน่าทึ่งนี้สมบูรณ์แบบด้วยเอฟเฟกต์ทั้งลมและกลิ่นเพื่อความสมจริงสูงสุด

ผู้ที่มีเที่ยวบินในช่วงสายและต้องการไปเที่ยวบลูลากูนในวันนี้ คุณจะได้ปิดทริปแบบผ่อนคลายก่อนที่จะเดินทางไปสนามบิน ซึ่งบลูลากูนเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับมาแช่น้ำแร่ร้อนให้ร่างกายหายเมื่อยล้าในขณะที่นึกย้อนไปถึงประสบการณ์การผจญภัยสนุกๆ ที่คุณเพิ่งสัมผัสมาในดินแดนแห่งน้ำแข็งและไฟ หากเที่ยวบินของคุณออกในช่วงเย็นหรือค่ำ คุณก็ยิ่งมีกิจกรรมให้ทำในเรคยาวิกได้อีกมาก แต่หากเที่ยวบินของคุณอยู่ในช่วงเช้า เราก็ขอให้คุณเดินทางกลับบ้านอย่างมีความสุข

อ่านเพิ่ม

สิ่งที่ควรนำไป

เสื้อผ้าที่อบอุ่น
กล้องถ่ายรูป
ใบขับขี่
ชุดว่ายน้ำ

สิ่งที่ควรรู้

ทริปขับรถเที่ยวด้วยตัวเองนี้สามารถเริ่มออกเดินทางได้ทั้งจากในตัวเมืองเรคยาวิกและจากสนามบินนานาชาติเคฟลาวิก ทั้งนี้คนขับจะต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่ยังไม่หมดอายุและมีประสบการณ์ในการขับรถบนถนนอย่างน้อย 1 ปี อย่างไรก็ตามรายละเอียดการเดินทางที่คุณได้รับอาจมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เหมาะสมกับวันเวลาที่คุณเดินทางมาถึงไอซ์แลนด์ด้วย

แม้ว่าคุณจะมาเที่ยวในช่วงฤดูร้อน แต่อากาศในไอซ์แลนด์นั้นก็ยากที่จะคาดเดาได้ถูก ดังนั้นกรุณาเตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะสมติดตัวมาด้วย

ทั้งนี้ ในพื้นที่ฟยอร์ดทางตะวันตกนั้นไม่มีที่พักระดับควอลิตี้ ลูกค้าที่ไปเยือนฟยอร์ดทางตะวันตกจะได้เข้าพักในที่พักระดับที่มีความสะดวกสบายมากที่สุดเท่าที่จะหาได้

ที่พัก

ดูระดับของที่พักของเราที่ด้านล่างนี้ และดูรายชื่อผู้ให้บริการที่พักที่เราแนะนำได้ที่ใต้แผนการเดินทางในแต่ละวัน หากจองเข้าพักเพียงท่านเดียวจะได้รับห้องแบบซิงเกิล หากจองเข้าพักสองท่านขึ้นไปจะได้ห้องพักที่มีเตียงทวิน/เตียงดับเบิ้ล หรือเตียงทริปเปิ้ล สำหรับวัยรุ่นและเด็กจะถูกจัดให้พักห้องเดียวกับผู้ปกครอง หากต้องการห้องเพิ่มจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เมื่อคุณทำการจองกับเรา Guide to Iceland จะจัดหาที่พักที่ดีที่สุดจากพันธมิตรที่เราแนะนำให้กับคุณ ทั้งนี้ คุณภาพของโรงแรมที่พักในแต่ละพื้นที่ของไอซ์แลนด์อาจมีความแตกต่างกัน และเนื่องจากจำนวนที่พักมีอยู่อย่างจำกัดมาก หากที่พักพันธมิตรที่เราแนะนำถูกจองเต็มหมดแล้วในวันที่คุณต้องการ เราจะจัดหาที่พักอื่นที่อยู่ในระดับเดียวกันให้กับคุณตามความเหมาะสม ที่พักระดับควอลิตี้นั้นไม่ได้มีให้บริการในทุกพื้นที่ หากไม่มีที่พักระดับควอลิตี้ในพื้นที่ที่คุณต้องการ เราจะจัดหาที่พักระดับคอมฟอร์ทให้แทน โดยจะเลือกอัปเกรดห้องให้มีราคาสอดคล้องกับที่พักระดับควอลิตี้ เราจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อหาที่พักให้ตรงกับความต้องการพิเศษที่คุณมี ซึ่งบางครั้งอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม กรุณาระบุวันที่ที่คุณต้องการเดินทางเพื่อตรวจสอบจำนวนที่ว่าง

คอมฟอร์ท

ห้องพักพร้อมห้องน้ำส่วนตัวในโรงแรมระดับ 3 ดาว หรือเกสต์เฮาส์คุณภาพ ทำเลใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุด รวมอาหารเช้า

ควอลิตี้

ห้องพักพร้อมห้องน้ำส่วนตัวในโรงแรมระดับ 4 ดาว หรือห้องซูพีเรียร์ในโรงแรมระดับ 3 ดาวที่มีคุณภาพ ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์ รวมอาหารเช้า

รถ

ด้านล่างนี้คือตัวเลือกการเช่ารถสำหรับทัวร์ขับรถเที่ยวเอง รถทุกคันของเราเป็นรถรุ่นใหม่หรือรุ่นปัจจุบัน โดยมีอายุไม่เกิน 2 ปี รถระดับซูเปอร์บัดเจทจะมาพร้อมกับประกันที่มีค่าเสียหายส่วนแรก (CDW) ซึ่งเป็นประกันมาตรฐาน ในขณะที่ระดับอื่นๆ ทั้งหมดจะรวมประกันกรวด (GP) และประกันประเภทไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก (SCDW) ข้อควรรู้: การขับรถออกนอกเขตถนนถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายสำหรับรถยนต์ทุกประเภท รถทุกระดับมี GPS และ Wi-Fi ให้ฟรี คุณสามารถเพลิดเพลินกับการใช้อินเทอร์เน็ตได้ไม่จำกัดด้วยอุปกรณ์ Wi-Fi ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้สูงสุด 10 เครื่องพร้อมกัน ผู้ให้บริการรถเช่ามีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนถนนตลอด 24 ชั่วโมง ข้อกำหนดด้านอายุของผู้ขับขี่สำหรับแต่ละระดับสามารถดูได้ที่ด้านล่าง แต่ไม่ว่ารถระดับใด ผู้ขับขี่จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้องอย่างน้อยหนึ่งปีก่อนวันที่เช่า เราขอแนะนำให้เลือกใช้รถระดับบัดเจทแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับการขับขี่ในฤดูร้อน และระดับคอมฟอร์ทแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับการขับขี่ในฤดูหนาว

ซูเปอร์บัดเจท 2WD

รถขนาดเล็กขับเคลื่อนสองล้อ เช่น Toyota Aygo หรือรุ่นใกล้เคียง เหมาะสำหรับการเดินทางประจำวันทั่วไป มีขนาดกะทัดรัดและสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 2 คน พร้อมกระเป๋าสัมภาระไม่มาก ไม่สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

บัดเจท 2WD

รถขนาดมาตรฐานขับเคลื่อน 2 ล้อ เช่น Toyota Yaris หรือรุ่นใกล้เคียง เหมาะสำหรับการเดินทางประจำวันทั่วไป มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสาร 3 คน พร้อมกระเป๋าสัมภาระไม่มาก ไม่สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

บัทเจท 4x4

รถจี๊ปหรือเอสยูวีขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดมาตรฐาน เช่น Dacia Duster หรือรุ่นใกล้เคียง มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 3 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 2 ใบ เหมาะสำหรับการเดินทางเกือบทุกแบบ รวมถึงการขับขี่บนหิมะและถนนลาดยาง สามารถขับขี่แบบพื้นฐานในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

คอมฟอร์ท 4x4

รถจี๊ปหรือเอสยูวีขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดกลาง เช่น Toyota Rav4 (เกียร์อัตโนมัติ) Suzuki Vitara (เกียร์ธรรมดา) หรือรุ่นใกล้เคียง มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 4 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 3 ใบ เหมาะสำหรับการเดินทางเกือบทุกแบบ รวมถึงการขับขี่บนหิมะและถนนลาดยาง สามารถขับขี่แบบพื้นฐานในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป

รถหรู 4x4

รถจี๊ปขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดใหญ่ เช่น Toyota Land Cruiser หรือรุ่นใกล้เคียง มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 4 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 4 ใบ เหมาะสำหรับการเดินทางเกือบทุกแบบ สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป

รถตู้

รถตู้ขนาดใหญ่ 9 ที่นั่ง เช่น Mercedes Benz Vito หรือรุ่นใกล้เคียง (ขับเคลื่อนสี่ล้อ เกียร์ธรรมดา สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้) รองรับผู้โดยสารได้ 5-7 คน นั่งสบายและเหมาะสำหรับการขับขี่ในฤดูหนาว หากจำนวนผู้โดยสารเต็มทุกที่นั่งจะมีพื้นที่เก็บสัมภาระลดน้อยลง ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 23 ปีขึ้นไป

ข้อตกลงของการบริการ

วิดีโอ

รีวิวที่รับรองแล้ว

ทัวร์ที่คล้ายกัน