แผนท่องเที่ยวที่ดีที่สุดสำหรับทริป 5 วันในไอซ์แลนด์

ฮาร์ปาคอนเสิร์ตฮอลล์อยู่ใกล้ริมชายฝั่งบริเวณท่าเรือเรคยาวิก ภาพนี้ถ่ายตอนพระอาทิตย์ตก
มีแนวโน้มที่จะขายออกเร็ว ๆ นี้
ไม่คิดค่ายกเลิก
บริการ 24 ชั่วโมง
แผนการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ
สามารถจัดตามความต้องการได้เต็มที่
รถ & ที่พัก

คำอธิบาย

สรุป

ทัวร์เริ่มจาก
สนามบินเคฟลาวิก
เวลาออกเดินทาง
ยืดหยุ่น
ระยะเวลา
5 วัน
สถานที่สิ้นสุด
สนามบินเคฟลาวิก
ความยากลำบาก
ง่าย
มีบริการ
เม.ย. - ส.ค.
เวลาสิ้นสุด
ยืดหยุ่น
อายุต่ำสุด
ไม่มี

คำอธิบาย

เดินทางด้วยทัวร์ขับรถเที่ยวไอซ์แลนด์ด้วยตัวเอง 5 วันแพ็คเกจนี้ เพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุดของประเทศไอซ์แลนด์ ในทริปนี้คุณจะได้ไปเยือนวงกลมทองคำ (Golden Circle) อันโด่งดัง ได้ชมความมหัศจรรย์แห่งชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์ และทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนที่งดงาม ทัวร์ขับรถนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เวลาไปกับการชื่นชมสถานที่ที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์

ในระหว่างที่เดินทางด้วยทัวร์ขับรถเที่ยวเองแพ็คเกจนี้ คุณจะเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของไอซ์แลนด์ พร้อมกับมีตัวเลือกในการเข้าร่วมกิจกรรมที่ถือเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากยิ่ง ซึ่งเราคัดสรรมาเพื่อทำให้ทริปของคุณในครั้งนี้พิเศษมากยิ่งขึ้น คุณจะได้ไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมดบนวงกลมทองคำและชายฝั่งทางใต้อันมหัศจรรย์แบบมีเวลาเที่ยวชมแต่ละแห่งอย่างเหลือเฟือ คุณจะได้เห็นภูเขา ภูเขาไฟ ธารน้ำแข็ง หาดทรายดำ ทุ่งลาวา เนินเขา ทะเลสาบธารน้ำแข็ง และน้ำตกที่สวยงามจำนวนนับไม่ถ้วน และคุณจะได้ถ่ายภาพมากมายเอาไว้ดูเมื่อคิดถึงไอซ์แลนด์

หากคุณอยากเพิ่มความสนุกสนานตื่นเต้นให้กับการเดินทางครั้งนี้อีกสักหน่อย คุณก็สามารถเพิ่มกิจกรรมเสริมบางอย่างที่เราแนะนำเข้าไปในทริปนี้ได้ อาทิ ลงไปดำน้ำตื้นด้วยสน็อกเกิลในรอยแยกซิลฟรา (Silfra Fissure) แหล่งน้ำธรรมชาติที่ตั้งอยู่ระหว่างสองทวีป ซึ่งน้ำที่นี่ใสแจ๋วราวกับคริสตัล หรือคุณจะไปขี่สโนว์โมบิลที่ด้านบนของธารน้ำแข็งที่น่าทึ่งแห่งใดแห่งหนึ่งของไอซ์แลนด์ ไปร่วมกับทัวร์ขี่ม้าท่องเที่ยวไปตามภูมิประเทศที่ขรุขระของไอซ์แลนด์ ไปล่องเรือกับทัวร์ล่องเรือท่ามกลางภูเขาน้ำแข็ง หรือไปชมถ้ำน้ำแข็งธรรมชาติที่มีสีฟ้าสวยสดที่อยู่ภายใต้ธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล (Vatnajokull) ธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปก็ได้

มีอะไรให้ดูและทำได้มากมายในทัวร์ขับรถเที่ยวเองแพ็คเกจนี้ ยิ่งไปกว่านั้นคุณยังเป็นผู้เลือกสถานที่ที่ต้องการไปชมและกำหนดระยะเวลาในการเที่ยวในสถานที่แต่ละแห่งได้เองแบบไม่ต้องเกรงใจนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นหรือไกด์ด้วย สำหรับทัวร์ขับรถเที่ยวเองแพ็คเกจนี้ คุณสามารถเดินทางได้ตามอัธยาศัยเลย โดยเราได้จัดทำแผนการเดินทางท่องเที่ยวนี้ขึ้นมาโดยเน้นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุด รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักด้วย เพื่อให้คุณได้หลีกหนีจากที่ที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นบ้าง

ดังนั้นอย่าช้า รีบจองทัวร์ขับรถเที่ยวเอง 5 วันตอนนี้เลย แล้วเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทริปท่องเที่ยวไอซ์แลนด์ที่น่าอัศจรรย์ ตรวจสอบจำนวนที่ว่างได้โดยเลือกวันเดินทางที่คุณต้องการ และจองทริปไอซ์แลนด์ของคุณเลย

 

อ่านเพิ่ม

ร่วมด้วย

ที่พัก 4 คืน (มีให้เลือกหลายระดับ รวมอาหารเช้า สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ด้านล่าง)
รถเช่า 5 วัน (Toyota Aygo หรือที่คล้ายกัน สามารถเลือกอัปเกรดได้)
ประกันแบบ CDW สำหรับรถระดับซูเปอร์บัดเจท; รถระดับอื่นมีประกันกรวดให้ด้วย
มี Wi-Fi ฟรีในรถยนต์
แผนการเดินทางท่องเที่ยว
ตัวแทนท่องเที่ยวส่วนตัว
ภาษี

แผนที่

สถานที่ท่องเที่ยว

กิจกรรม

ทัวร์ปีนธารน้ำแข็ง
ดำน้ำตื้น
สโนว์โมบิล
ขี่ม้า
เที่ยวชมสถานที่
ล่องเรือ
แช่บ่อน้ำแร่
ชมนก
ถ้ำคริสตัล
ขับรถเที่ยวเอง

แผนการเที่ยวรายวัน

วัน 1
ภาพถ่ายประติมากรรมซันโวยาจเจอร์ยามพระอาทิตย์ตกในหน้าร้อนริมชายฝั่งในเรคยาวิก

วัน 1 - เดินทางมาถึงไอซ์แลนด์ เที่ยวบลูลากูน

ยินดีต้อนรับสู่ประเทศไอซ์แลนด์! ถึงเวลาที่คุณจะออกเดินทางท่องเที่ยวรอบเกาะแห่งภูเขาไฟที่เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติมากมายหลากหลายรูปแบบกันแล้ว

หลังจากที่เครื่องบินลงจอด คุณจะไปรับรถเช่าที่สนามบินนานาชาติเคฟลาวิก และเมื่อคุณเก็บสัมภาระขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว ก็สตาร์ทรถและออกเดินทางกันเลย!

การเดินทางไปยังเมืองเรคยาวิกจะใช้เวลาขับรถเพียง 40 นาทีเท่านั้น เส้นทางนี้จะผ่านทุ่งลาวาสีดำที่ไหม้เกรียมเหมือนถ่านบนคาบสมุทรเรคยาเนส (Reykjanes Peninsula)

ระหว่างทางไปเรคยาวิกนี้คุณสามารถแวะแช่น้ำร้อนที่บลูลากูน (Blue Lagoon) ก่อนได้ ซึ่งวิธีนี้เป็นการเริ่มต้นทริปเที่ยวไอซ์แลนด์อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะคุณจะได้ผ่อนคลายและคืนความสดชื่นให้กับร่างกายด้วยการแช่น้ำอุ่นที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุหลังจากที่เดินทางมายาวนานทั้งวัน และสถานที่สุดพิเศษแห่งนี้ยังตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิประเทศแบบภูเขาไฟที่น่ามหัศจรรย์ด้วย จึงถือว่าคุ้มค่าน่าแวะมาก

หากคุณเลือกเพิ่มบลูลากูนเข้าไปในวันแรกที่คุณเดินทางมาถึง เราจะจองเวลาเข้าใช้บริการตามที่เหมาะสมกับเที่ยวบินของคุณ แต่ถ้าหากคุณไม่มีเวลามากพอที่จะแวะบลูลากูนในวันนี้ คุณก็ยังสามารถเพิ่มกิจกรรมนี้ในวันอื่นได้ ที่ปรึกษาด้านการเดินทางของคุณจะสามารถจัดการเรื่องนี้ให้คุณได้

หลังจากนั้นคุณจะมุ่งหน้าเข้าเมืองเรคยาวิกซึ่งเป็นเมืองหลวง เพื่อเช็คอินเข้าที่พักและพักผ่อนล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นก่อนที่จะออกไปเที่ยวในเมือง  เมื่อคุณพร้อมแล้วและคุณมีเวลาเหลือมากพอในวันนี้ คุณสามารถออกไปชมสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในเมืองได้ ซึ่งก็มีหลายแห่งด้วยกัน อาทิ โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrimskirkja) จุดชมวิวที่พาร์ลาน (Perlan) และท่าเรือเรคยาวิก แนะนำให้เผื่อเวลาไว้สำหรับเดินเล่นบนถนนในย่านใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาด้วย โดยอาจจะแวะร้านกาแฟ ร้านอาหาร แกลเลอรี่ พิพิธภัณฑ์ และร้านเสื้อผ้าแฟชั่นที่มีอยู่มากมายรอบเมือง

จากนั้นกลางคืนคุณจะกลับเข้าที่พักของคุณซึ่งอยู่ในเรคยาวิก เพื่อพักผ่อนเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการท่องเที่ยวในวันถัดไป

 

อ่านเพิ่ม
วัน 2
ไกเซอร์ที่แอกทีฟมากที่สุดในพื้่นที่พลังงานความร้อนใต้พิภพไกเซอร์บนเส้นทางวงกลมทองคำของไอซ์แลนด์

วัน 2 - วงกลมทองคำ เส้นทางที่ห้ามพลาด

ในวันแรกที่คุณอยู่ในไอซ์แลนด์แบบเต็มวันนี้ คุณจะไปสำรวจวงกลมทองคำ (Golden Circle) ซึ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวอันโด่งดังของประเทศ  

จุดแวะแรกบนเส้นทางนี้คืออุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ (Thingvellir National Park) ซึ่งเป็นแหล่งมรดกของยูเนสโก ธิงเวลลีร์ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่น สถานที่แห่งนี้งดงามและมีความหลากหลาย มีทั้งหุบเขา ป่าไม้ มีน้ำตกจำนวนมาก และมีธิงวาลลาวาทน์ (Thingvallavatn) ทะเลสาบธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ด้วย และยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นประวัติความเป็นมาของรัฐสภาแห่งแรกของโลก หรืออัลธิงกิ (Althingi) ที่ตั้งขึ้นที่นี่เมื่อปีค.ศ. 930 ร่องรอยทางธรณีวิทยาที่ยังคงสมบูรณ์ หรือผลพวงที่ตามมาในด้านวัฒนธรรมอีกหลายอย่าง

การเข้าร่วมกับทัวร์ดำน้ำตื้นสน็อกเกิลที่นี่นั้น ถือเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่คุณหาโอกาสทำได้ยากมาก ในบริเวณนี้มีรอยแยกซิลฟรา (Silfra Fissure) ที่มีน้ำใสราวกับคริสตัล และคุณสามารถลงไปดำน้ำตื้นด้วยสน็อกเกิลในพื้นที่รอยต่อระหว่างสองทวีปได้ ผู้ที่เคยลงไปดำน้ำที่นี่มาแล้วต่างบอกว่าน้ำนั้นใสมากจนสามารถมองเห็นทัศนียภาพในรอยแยกใต้น้ำได้ไกลเกือบ 100 เมตรทีเดียว

สถานที่แห่งต่อไปที่คุณจะแวะคือพื้นที่พลังงานความร้อนใต้พิภพไกเซอร์ (Geysir Geothermal Area) ซึ่งมีชื่อเสียงมาจากการที่มีช่องระบายไอน้ำ บ่อน้ำร้อนเดือดพล่าน และไกเซอร์หรือน้ำพุร้อนที่พุ่งทะยานสูงขึ้นฟ้าอยู่เป็นจำนวนมาก แหล่งน้ำร้อนธรรมชาติเหล่านี้เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนไอซ์แลนด์ไม่ควรพลาด เมื่อไปที่นั่นคุณจะพบว่ามีนักท่องเที่ยวมากมายไปออกันอยู่ที่น้ำพุร้อนสโทรคูร์ (Strokkur) ซึ่งเป็นน้ำพุร้อนที่ทรงพลังมากและในทุกๆ 5-10 นาทีจะพ่นน้ำเดือดๆ ขึ้นไปบนฟ้าได้สูงเกือบ 40 เมตร ทำให้คุณมีโอกาสในการถ่ายภาพสวยๆ อย่างเหลือเฟือ

และสถานที่ท่องเที่ยวแห่งสุดท้ายบนเส้นทางวงกลมทองคำคือน้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss) อันงดงาม น้ำตกขนาดมหึมาแห่งนี้มีต้นน้ำมาจากแม่น้ำธารน้ำแข็งฮวิทเอา (Hvita) ซึ่งรองรับน้ำที่ละลายมาจากน้ำแข็งบนธารน้ำแข็งลางโจกุล (Langjokull) และในที่สุดมวลน้ำเหล่านี้จะกลายเป็นน้ำตกที่ลดหลั่นเป็น 2 ชั้น จากความสูง 32 เมตรก่อนไหลลงสู่ถ้ำลึกที่ด้านล่าง เสียงของน้ำปริมาณมหาศาลที่ตกลงมาจากที่สูงชันจะทำให้คุณรู้สึกตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก และหากคุณโชคดีคุณอาจจะได้เห็นรุ้งกินน้ำปรากฏขึ้นบนละอองน้ำที่ปกคลุมหนาทึบบนน้ำตกด้วย 

สำหรับผู้ที่สนใจอยากลองขี่สโนว์โมบิล ให้คุณเลือกไปเข้าร่วมกับทัวร์ที่จะพาคุณออกเดินทางจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่น้ำตกกุลล์ฟอสส์ เมื่อไกด์แจกอุปกรณ์และบรรยายสรุปเกี่ยวกับมาตรการเพื่อความปลอดภัยในการทำกิจกรรมให้คุณฟังเสร็จแล้ว คุณจะมุ่งหน้าขึ้นไปที่ด้านบนสุดของธารน้ำแข็งลางโจกุลที่อยู่ใกล้ๆ กัน และเมื่อขึ้นไปถึงด้านบน คุณจะได้ขี่สโนว์โมบิลโลดแล่นไปบนทุ่งทุนดราที่มีแต่หิมะ และเพลิดเพลินไปกับวิวสวยๆ ของยอดเขามากมายที่ล้อมรอบคุณอยู่

แต่ถ้าทั้งกิจกรรมดำน้ำตื้นด้วยสน็อกเกิลและการขี่สโนว์โมบิลยังไม่ใช่สิ่งที่คุณสนใจ คุณก็ยังสามารถเลือกไปสนุกกับทัวร์ขี่ม้าที่จะพาคุณเดินทางชมภูมิประเทศที่ขรุขระในพื้นที่ส่วนหนึ่งของวงกลมทองคำได้อีกอย่าง กิจกรรมนี้จะทำให้คุณได้ทำความรู้จักและใกล้ชิดกับม้าไอซ์แลนด์ที่มีเสน่ห์และเต็มไปด้วยคาแรกเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์

เมื่อสิ้นสุดวันที่เต็มไปด้วยการผจญภัยที่สนุกสนาน คุณจะได้พักผ่อนในที่พักที่อยู่ในเมืองเซลฟอสส์ (Selfoss) ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล

อ่านเพิ่ม
วัน 3
น้ำตกสโกกาฟอสส์บนชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์ ภาพนี้ถ่ายช่วงหน้าร้อน

วัน 3 - ชายฝั่งทางใต้

การเดินทางในวันนี้จะพาคุณไปทางตะวันออกบนชายฝั่งทางตอนใต้อันมหัศจรรย์ของไอซ์แลนด์

คุณจะผ่านน้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์ (Seljalandsfoss) และน้ำตกสโกกาฟอสส์ (Skogafoss) ที่สูงตระหง่าน ทั้งสองแห่งสูง 60 เมตร จากนั้นจะมุ่งหน้าไปยังผืนน้ำแข็งของธารน้ำแข็งโซลเฮมาโจกุล (Solheimajokull) ซึ่งคุณสามารถเลือกไปเข้าร่วมกิจกรรมปีนธารน้ำแข็งที่นี่ได้ หากคุณเลือกทำกิจกรรมนี้ ระหว่างที่เดินทางขึ้นไปบนธารน้ำแข็งนั้น คุณจะได้เห็นว่าผืนน้ำแข็งของธารน้ำแข็งมีสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ อันเป็นผลมาจากละอองขี้เถ้าจากการปะทุของภูเขาไฟเอยาฟยาลลาโจกุล (Eyjafjallajokull) เมื่อปี 2010 และที่ด้านบนของธารน้ำแข็ง คุณจะได้เพลิดเพลินกับวิวพาโนรามาที่งดงามน่าประทับใจของประเทศไอซ์แลนด์ และที่ด้านบนนี้ คุณยังสามารถนำขวดน้ำไปกรอกเอาน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลกมาชิมได้ด้วย

หรือหากการปีนธารน้ำแข็งไม่ใช่กิจกรรมที่คุณสนใจ คุณก็สามารถเลือกไปขี่สโนว์โมบิลที่ด้านบนของธารน้ำแข็งมิร์ดาลสโจกุล (Myrdalsjokull) แทนได้เพื่อให้อะดรีนาลีนสูบฉีดกันสักหน่อย ซึ่งธารน้ำแข็งแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาไฟคัทลา (Katla) ภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์

ก่อนที่จะเดินทางไปถึงหมู่บ้านวิก (Vik) นั้น คุณจะได้แวะชมหาดทรายดำเรย์นิสฟยารา (Reynisfjara) อันโด่งดัง และในบริเวณที่เต็มไปด้วยร่องรอยจากภูเขาไฟเหล่านี้ก็ยังมีโขดทะเลเรย์นิสแดรงเกอร์ (Reynisdrangar) ซึ่งเป็นเสาหินบะซอลต์ที่งดงามราวกับภาพวาด และมีถ้ำมืดมิดขนาดใหญ่อีกหลายแห่งกระจายตัวอยู่ตามชายฝั่ง ทั้งหมดนี้ทำให้หาดมีบรรยากาศอึมครึมแบบแปลกๆ แต่ทว่าน่าสนใจมาก ซึ่งคุณเองก็ต้องคอยรักษาระยะห่างจากเกลียวคลื่นด้วย เพราะในขณะที่คุณไม่ทันตั้งตัวมักจะมีคลื่นแรงๆ ที่มักจะถาโถมซัดเข้ามาใต้ฝ่าเท้ากวาดเอาทุกอย่างลงทะเล

ไฮไลต์ถัดมาคือเขตอนุรักษ์ธรรมชาติสกัฟตาเฟลล์ (Skaftafell) ซึ่งตั้งอยู่ข้างธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล (Vatnajokull) ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป สกัฟตาเฟลล์ในปัจจุบันนับเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล และที่นี่มีเส้นทางเดินป่าที่สวยงามหลายเส้นทางในระดับความยากง่ายแตกต่างกันไป หนึ่งในเส้นทางที่เป็นที่รู้จักกันดีนั้นจะพาคุณไปยังน้ำตกสวาร์ติฟอสส์ (Svartifoss) น้ำตกที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร (เส้นทางเดินป่าระยะ 5 กม.) ที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาลึกและมีแนวเสาหินบะซอลต์หกเหลี่ยมเรียงรายให้น้ำไหลผ่าน

หลังจากออกจากสกัฟตาเฟลล์มาแล้ว คุณจะมุ่งหน้าตรงไปยังทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอน (Jokulsarlon) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเพชรเม็ดงามที่สุดของไอซ์แลนด์ และในฐานะที่เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดและลึกที่สุดของประเทศ โจกุลซาร์ลอนนั้นยังเป็นสถานที่ที่วิเศษที่สุดในการชมภูเขาน้ำแข็งขนาดมหึมาที่แตกตัวออกมาจากผืนน้ำแข็งของเบรดาแมร์คุร์โจกุล (Breidamerkurjokull) และมุ่งหน้าลอยออกสู่ทะเลด้วย ประสบการณ์เหนือจริงที่นี่ยังรวมไปถึงการไปชมหาดไดมอนด์ที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของถนนด้วยเช่นกัน เนื่องจากบนชายหาดแห่งนี้จะมีภูเขาน้ำแข็งที่ถูกน้ำพัดขึ้นมาเกยตื้นและค่อยๆ ละลายเมื่อมีแสงอาทิตย์ส่องลงมา

เย็นนี้คุณจะได้พักผ่อนในที่พักที่อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุลอันงดงาม

อ่านเพิ่ม
วัน 4
ก้อนน้ำแข็งบนหาดไดมอนด์ใกล้กับทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนในทางตะวันออกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์

วัน 4 - ธารน้ำแข็งและหุบเขา

เริ่มต้นวันนี้ด้วยการใช้เวลาเที่ยวชมโจกุลซาร์ลอน เพื่อดื่มด่ำกับผลงานอันน่าทึ่งของธรรมชาติ

นอกจากนี้เรายังแนะนำว่าคุณควรไปเข้าร่วมกับกิจกรรมล่องเรือที่นี่ด้วยหากคุณมาเที่ยวในช่วงหน้าร้อน โดยคุณมีตัวเลือกสองแบบด้วยกัน คือ นั่งเรือสะเทินน้ำสะเทินบกที่เป็นเรือใหญ่ออกไปในทะเลสาบ ซึ่งเรือจะแล่นพาคุณไปชมภูเขาน้ำแข็งสวยๆ ที่ลอยอยู่ในทะเลสาบ หรือหากคุณอยากตื่นเต้นมากขึ้นอีกหน่อย ให้คุณเลือกเป็นเรือยางท้องแบนโซดิแอก เนื่องจากเรือที่มีขนาดเล็กลงมานี้จะพาคุณแล่นลัดเลาะระหว่างภูเขาน้ำแข็ง เพื่อให้คุณได้เชยชมพวกมันในระยะใกล้ชิดมากขึ้น และระหว่างนี้คุณอย่าลืมมองหาแมวน้ำที่มักจะขึ้นมาอาบแดดอยู่บนภูเขาน้ำแข็งด้วย

และในระหว่างที่เดินทางกลับไปยังเมืองเรคยาวิกนั้น คุณสามารถจอดแวะเที่ยวชมสถานที่ที่คุณยังไม่ได้ไปเยือนในวันที่ผ่านๆ มาได้อีก

และเราขอแนะนำว่าคุณควรแวะชมหุบเขาฟยาดราร์กลูย์ฟูร์ (Fjadrargljufur) ที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้านโคลสตูร์ (Klaustur) ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักดีจากซีรีส์ยอดนิยมทางช่องเอชบีโอเรื่องเกมออฟโธรนส์ และภายในหุบเขาลึกนี้มีเส้นทางเดินป่าริมหน้าผาที่สวยงามเหมาะกับการไปถ่ายภาพมาก

นอกจากนี้ เรายังแนะนำให้ไปชมประภาคารขนาดย่อมที่อยู่ด้านบนของดิร์โฮลาเอย์ (Dyrholaey) อีกแห่งหนึ่ง ที่นี่ใช้เวลาขับรถจากหาดทรายดำเรย์นิสฟยาราเพียง 10 นาทีเท่านั้น และถ้าหากว่าคุณมาเที่ยวในช่วงฤดูร้อน บริเวณนี้ถือเป็นจุดดูนกพัฟฟินที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของไอซ์แลนด์ด้วย โดยจะมีนกมาทำรังอยู่ตามบริเวณริมขอบหน้าผามากมาย

อีกสถานที่หนึ่งที่แนะนำให้แวะคือสระน้ำเซลยาวัลลาเลยก์ (Seljavallalaug) ที่ซ่อนอยู่ระหว่างภูเขาและภูเขาไฟเอยาฟยาลลาโจกุลที่อยู่เลยหมู่บ้านสโกการ์ (Skogar) ไปเล็กน้อย หากคุณใจกล้าพอที่จะลงเล่นน้ำที่นี่ ให้คุณพยายามอยู่ใกล้กับขอบสระทางทิศใต้เข้าไว้ เนื่องจากเป็นจุดที่มีท่อปั๊มน้ำอุ่นจากพลังงานความร้อนใต้พิภพเข้ามา

เมื่อคุณกลับมาถึงเมืองเรคยาวิกแล้ว คุณจะมีเวลาให้ออกไปเที่ยวชมแลนด์มาร์กที่คุณอาจจะยังไม่ได้ไปในวันก่อนหน้านี้ได้อีกครั้ง เราแนะนำให้ไปที่ฮาร์ปาคอนเสิร์ตฮอลล์ (Harpa Concert Hall) ศาลาว่าการ สวนสาธารณะที่มีอยู่หลายแห่งในเมือง และพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้เข้ารอบดึกได้

หากคุณสนใจอยากเห็นชีวิตยามค่ำคืนมากกว่า คุณก็สามารถออกไปสัมผัสกับวัฒนธรรมตามผับบาร์ในย่านใจกลางเมืองได้เช่นกัน และอย่าลืมลองชิมเบียร์ท้องถิ่นกันด้วย

จากนั้นคืนนี้คุณจะพักผ่อนในที่พักที่อยู่ในเมืองเรคยาวิก

อ่านเพิ่ม
วัน 5
สะพานไม้ข้ามผืนน้ำในสปาบลูลากูนที่อยู่ใกล้สนามบินนานาชาติเคฟลาวิก

วัน 5 - วันเดินทางกลับ

วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของการท่องเที่ยวในประเทศไอซ์แลนด์แล้ว! เราหวังว่าคุณจะเพลิดเพลินไปกับสถานที่ท่องเที่ยวและบรรยากาศชายฝั่งของเรา หากคุณอยากเพิ่มเวลาท่องเที่ยวในทริปนี้ให้ยาวขึ้นอีก คุณสามารถติดต่อเราได้เลย แล้วเราจะช่วยจัดการเรื่องนี้ให้คุณเอง

หากเที่ยวบินขากลับของคุณอยู่ในช่วงเย็น คุณก็ยังสามารถใช้เวลาในวันนี้ไปเที่ยวบลูลากูนได้หากคุณยังไม่ได้ไปในวันแรกที่มาถึง ซึ่งการได้ไปแช่น้ำในวันนี้จะช่วยให้คุณผ่อนคลายหลังจากที่ท่องเที่ยวผจญภัยมาหลายวัน ลงแช่น้ำให้สบายตัวแล้วใช้เวลาระหว่างนี้นึกถึงช่วงเวลาดีๆ ของคุณในไอซ์แลนด์

หรือหากคุณอยากจะใช้เวลาในวันนี้เที่ยวอยู่ในเรคยาวิก และไปช้อปปิ้งซื้อของฝากกันในนาทีสุดท้ายก่อนกลับก็สามารถทำได้เช่นกัน

แต่ถ้าเที่ยวบินของคุณอยู่ในช่วงเช้า เราก็ขอให้คุณเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ต้อนรับคุณอีกครั้งที่ไอซ์แลนด์

 

อ่านเพิ่ม

สิ่งที่ควรนำไป

เสื้อผ้าที่อบอุ่น
รองเท้าเดินป่า
ชุดว่ายน้ำและผ้าเช็ดตัว

สิ่งที่ควรรู้

แพ็คเกจขับรถเที่ยวด้วยตัวเองเริ่มต้นออกเดินทางได้ทั้งจากตัวเมืองเรคยาวิก (Reykjavík) และสนามบินเคฟลาวิก ผู้ขับขี่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่และมีประสบการณ์ในการขับรถอย่างน้อย 1 ปี และรายละเอียดโปรแกรมท่องเที่ยวอาจมีการแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมกับวันและเวลาที่คุณเดินทางมาถึงไอซ์แลนด์

สำหรับกิจกรรมเสริมบางอย่างนั้นคุณอาจจำเป็นต้องใช้ใบอนุญาตขับขี่หรืออาจต้องส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้กับผู้วางแผนโปรแกรมของคุณ นอกจากนี้คุณอาจต้องใช้เอกสารทางการแพทย์ด้วยในกรณีที่คุณเลือกทำกิจกรรมอย่างการดำน้ำหรือการดำน้ำตื้น

และแม้ว่าทริปนี้จะอยู่ในช่วงหน้าร้อน แต่อากาศที่ไอซ์แลนด์ก็ไม่สามารถคาดเดาได้ คุณต้องเตรียมเสื้อผ้ามาให้เหมาะสมกับสภาพอากาศด้วย

อ่านเพิ่ม

ที่พัก

ดูระดับของที่พักของเราที่ด้านล่างนี้ และดูรายชื่อผู้ให้บริการที่พักที่เราแนะนำได้ที่ใต้แผนการเดินทางในแต่ละวัน หากจองเข้าพักเพียงท่านเดียวจะได้รับห้องแบบซิงเกิล หากจองเข้าพักสองท่านขึ้นไปจะได้ห้องพักที่มีเตียงทวิน/เตียงดับเบิ้ล หรือเตียงทริปเปิ้ล

สำหรับวัยรุ่นและเด็กจะถูกจัดให้พักห้องเดียวกับผู้ปกครอง หากต้องการห้องเพิ่มจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เมื่อคุณทำการจองกับเรา Guide to Iceland จะจัดหาที่พักที่ดีที่สุดจากพันธมิตรที่เราแนะนำให้กับคุณ ทั้งนี้ คุณภาพของโรงแรมที่พักในแต่ละพื้นที่ของไอซ์แลนด์อาจมีความแตกต่างกัน และเนื่องจากจำนวนที่พักมีอยู่อย่างจำกัดมาก หากที่พักพันธมิตรที่เราแนะนำถูกจองเต็มหมดแล้วในวันที่คุณต้องการ เราจะจัดหาที่พักอื่นที่อยู่ในระดับเดียวกันให้กับคุณตามความเหมาะสม

ที่พักระดับควอลิตี้นั้นไม่ได้มีให้บริการในทุกพื้นที่ หากไม่มีที่พักระดับควอลิตี้ในพื้นที่ที่คุณต้องการ เราจะจัดหาที่พักระดับคอมฟอร์ทให้แทน โดยจะเลือกอัปเกรดห้องให้มีราคาสอดคล้องกับที่พักระดับควอลิตี้ เราจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อหาที่พักให้ตรงกับความต้องการพิเศษที่คุณมี ซึ่งบางครั้งอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม กรุณาระบุวันที่ที่คุณต้องการเดินทางเพื่อตรวจสอบจำนวนที่ว่าง

คอมฟอร์ท

ห้องพักพร้อมห้องน้ำส่วนตัวในโรงแรมระดับ 3 ดาว หรือเกสต์เฮาส์คุณภาพ ทำเลใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุด รวมอาหารเช้า

ควอลิตี้

ห้องพักพร้อมห้องน้ำส่วนตัวในโรงแรมระดับ 4 ดาว หรือห้องซูพีเรียร์ในโรงแรมระดับ 3 ดาวที่มีคุณภาพ ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์ รวมอาหารเช้า

รถยนต์

ด้านล่างนี้คือตัวเลือกการเช่ารถสำหรับทัวร์ขับรถเที่ยวเอง รถทุกคันของเราเป็นรถรุ่นใหม่หรือรุ่นปัจจุบัน โดยมีอายุไม่เกิน 2 ปี รถระดับซูเปอร์บัดเจทจะมาพร้อมกับประกันที่มีค่าเสียหายส่วนแรก (CDW) ซึ่งเป็นประกันมาตรฐาน ในขณะที่ระดับอื่นๆ ทั้งหมดจะรวมประกันกรวด (GP) และประกันประเภทไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก (SCDW)

ข้อควรรู้: การขับรถออกนอกเขตถนนถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายสำหรับรถยนต์ทุกประเภท รถทุกระดับมี GPS และ Wi-Fi ให้ฟรี คุณสามารถเพลิดเพลินกับการใช้อินเทอร์เน็ตได้ไม่จำกัดด้วยอุปกรณ์ Wi-Fi ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้สูงสุด 10 เครื่องพร้อมกัน ผู้ให้บริการรถเช่ามีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนถนนตลอด 24 ชั่วโมง ข้อกำหนดด้านอายุของผู้ขับขี่สำหรับแต่ละระดับสามารถดูได้ที่ด้านล่าง แต่ไม่ว่ารถระดับใด ผู้ขับขี่จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้องอย่างน้อยหนึ่งปีก่อนวันที่เช่า เราขอแนะนำให้เลือกใช้รถระดับบัดเจทแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับการขับขี่ในฤดูร้อน และระดับคอมฟอร์ทแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับการขับขี่ในฤดูหนาว

ซูเปอร์บัดเจท 2WD

รถขนาดเล็กขับเคลื่อนสองล้อ เช่น Toyota Aygo หรือรุ่นใกล้เคียง เหมาะสำหรับการเดินทางประจำวันทั่วไป มีขนาดกะทัดรัดและสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 2 คน พร้อมกระเป๋าสัมภาระไม่มาก ไม่สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

บัดเจท 2WD

รถขนาดมาตรฐานขับเคลื่อน 2 ล้อ เช่น Toyota Yaris หรือรุ่นใกล้เคียง เหมาะสำหรับการเดินทางประจำวันทั่วไป มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสาร 3 คน พร้อมกระเป๋าสัมภาระไม่มาก ไม่สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

บัดเจท 4x4

รถจี๊ปหรือเอสยูวีขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดมาตรฐาน เช่น Dacia Duster หรือรุ่นใกล้เคียง มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 3 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 2 ใบ เหมาะสำหรับการเดินทางเกือบทุกแบบ รวมถึงการขับขี่บนหิมะและถนนลาดยาง สามารถขับขี่แบบพื้นฐานในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

คอมฟอร์ท 4x4

รถจี๊ปหรือเอสยูวีขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดกลาง เช่น Toyota Rav4 (เกียร์อัตโนมัติ) Suzuki Vitara (เกียร์ธรรมดา) หรือรุ่นใกล้เคียง มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 4 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 3 ใบ เหมาะสำหรับการเดินทางเกือบทุกแบบ รวมถึงการขับขี่บนหิมะและถนนลาดยาง สามารถขับขี่แบบพื้นฐานในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป

รถหรู 4x4

รถจี๊ปขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดใหญ่ เช่น Toyota Land Cruiser หรือรุ่นใกล้เคียง มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 4 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 4 ใบ เหมาะสำหรับการเดินทางเกือบทุกแบบ สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป

รถตู้

รถตู้ขนาดใหญ่ 9 ที่นั่ง เช่น Mercedes Benz Vito หรือรุ่นใกล้เคียง (เกียร์ธรรมดา) รองรับผู้โดยสารได้ 5-7 คน หากจำนวนผู้โดยสารเต็มทุกที่นั่งจะมีพื้นที่เก็บสัมภาระลดน้อยลง ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 23 ปีขึ้นไป

วิดีโอ

รีวิวที่รับรองแล้ว

ทัวร์ที่คล้ายกัน