ข้อมูลและความช่วยเหลือ COVID-19

ทัวร์ขับรถล่าแสงเหนือ 10 วันสุดคลาสสิกรอบถนนวงแหวนของไอซ์แลนด์

ทัวร์ขับรถล่าแสงเหนือ 10 วันสุดคลาสสิกรอบถนนวงแหวนของไอซ์แลนด์
มีแนวโน้มที่จะขายออกเร็ว ๆ นี้
บริการ 24 ชั่วโมง
แผนการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ
สามารถจัดตามความต้องการได้เต็มที่
รถ & ที่พัก

คำอธิบาย

Details

ทัวร์เริ่มจาก
Keflavík Airport
เวลาออกเดินทาง
ยืดหยุ่น
ระยะเวลา
10 วัน
สถานที่สิ้นสุด
Keflavík Airport
ความยากลำบาก
ปานกลาง
มีบริการ
กัน. - เมษ.
Ending time
ยืดหยุ่น
อายุต่ำสุด
ไม่มี

คำอธิบาย

สนุกกับทริปขับรถเที่ยวรอบวงกลมไอซ์แลนด์ในช่วงฤดูหนาวเป็นเวลา 10 วัน ทริปนี้จัดทำขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวในท้องถิ่นที่รู้จักพื้นที่และสภาพอากาศในไอซ์แลนด์เป็นอย่างดี และเพื่อให้มีความเหมาะสมกับการเดินทางในช่วงฤดูหนาวของไอซ์แลนด์ รายละเอียดต่างๆ ในแผนการเดินทางจึงมีการคำนึงถึงสภาพท้องถนนและแสงสว่างในเวลากลางวันเป็นสำคัญด้วย

ทริปนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวไอซ์แลนด์อย่างคุ้มค่ามากที่สุด ผู้ที่ต้องการความสนุกตื่นเต้น และต้องการมีอิสรภาพในการกำหนดสถานที่เที่ยวและระยะเวลาที่ใช้ด้วยตนเอง

สำหรับทริปขับรถเที่ยวเองทริปนี้ คุณจะไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อของไอซ์แลนด์ ได้เห็นภูเขาน้ำแข็งลอยอยู่ในทะเลสาบโจกุลซาลอน ได้ชื่นชมทุ่งลาวาเงียบสงัดที่ทะเลสาบมิวาทน์ ได้สัมผัสกับเส้นทางวงกลมทองคำอันมีชื่อเสียง และในขณะที่ความมืดปกคลุมท้องฟ้าคุณอาจจะได้ตื่นตากับแสงเหนือที่เฝ้าคอย คุณจะได้รับรายละเอียดแผนการเดินทางที่จะนำคุณไปยังสถานที่ที่แปลกใหม่ซึ่งไม่ค่อยมีใครรู้จักด้วย โดยคุณจะได้หลีกหนีกลุ่มนักท่องเที่ยวและออกไปดื่มด่ำกับธรรมชาติอันบริสุทธิ์อย่างแท้จริง

หากคุณต้องการสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่หรืออยากลองทำอะไรที่ตื่นเต้นท้าทาย ในขณะที่คุณทำการจองทริปนี้คุณสามารถเลือกเพิ่มกิจกรรมแอดเวนเจอร์ อาทิ นั่งเลื่อนสุนัข ปีนกลาเซียร์ และขี่สโนว์โมบิล เข้าไปในทริปได้ ถ้าคุณเดินทางมาเยือนในช่วงระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคม คุณยังจะมีโอกาสเข้าชมถ้ำน้ำแข็งของจริงด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ได้มีให้เห็นกันบ่อยๆ

การเดินทางรอบไอซ์แลนด์ในช่วงหน้าหนาวจะทำให้คุณได้เห็นดินแดนอันงดงามเหลือเชื่อที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ แต่การขับรถในช่วงนี้อาจจะยากสักหน่อยสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ขับรถบนถนนที่เป็นน้ำแข็งมาก่อน ดังนั้นแนะนำว่าก่อนที่จะตัดสินใจจองทริปนี้ให้ลองสำรวจผู้ร่วมทีมดูก่อนว่ามีคนขับที่มีประสบการณ์มาด้วยหรือเปล่า ถ้าในกลุ่มของคุณมีคนที่เชี่ยวชาญการขับรถบนสภาพถนนแบบนี้มาด้วยแล้วล่ะก็ ทัวร์นี้จะเป็นทริปที่เพอร์เฟ็คมากสำหรับพวกคุณ

อย่าพลาดทริปแอดเวนเจอร์ในไอซ์แลนด์ครั้งนี้ รีบจองตอนนี้เลยเพื่อทริปหน้าหนาวที่คุณจะประทับใจไปตลอดชั่วชีวิต ตรวจสอบจำนวนที่ว่างได้โดยระบุวันที่ที่ต้องการเดินทาง

อ่านเพิ่ม

ร่วมด้วย

ที่พักจำนวน 9 คืน (มีให้เลือกหลายระดับ สำหรับแบบคอมฟอร์ทและควอลิตี้จะรวมอาหารเช้า ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ด้านล่าง)
รถเช่าสำหรับ 10 วัน ((Dacia Duster ขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือรุ่นใกล้เคียง สามารถอัปเกรดได้)
ประกันภัยแบบ CDW, SCDW และ GP สำหรับรถเช่า
ระบบ GPS
รายละเอียดแผนการเดินทาง
ตัวแทนท่องเที่ยวส่วนบุคคล
ภาษี
นักท่องเที่ยวที่จองทัวร์กับ Guide to Iceland สามารถทำนัดหมายล่วงหน้าเพื่อเข้ารับการตรวจโควิดแบบ PCR หรือการทดสอบแอนติเจนแบบเร่งด่วน (ATK) ก่อนที่จะเดินทางออกจากไอซ์แลนด์ได้หากจำเป็น

แผนที่

สถานที่ท่องเที่ยว

กิจกรรม

ทัวร์ปีนธารน้ำแข็ง
ดำน้ำตื้น
ปีนถ้ำ
สโนว์โมบิล
การเที่ยวชม
ล่าแสงเหนือ
แช่บ่อน้ำแร่
ถ้ำคริสตัล
ขับรถเที่ยวเอง

แผนการเที่ยวรายวัน

วัน 1
ผ่อนคลายกับน้ำร้อนจากพลังงานความร้อนใต้พิภพที่บลูลากูน ทะเลสาบที่ล้อมรอบด้วยลาวาสีดำสนิทที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนจะเป็นประสบการณ์ที่คุณไม่มีวันลืม

วัน 1 - เดินทางมาถึงเรคยาวิก

คุณเดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติเคฟลาวิกของไอซ์แลนด์ หลังจากรับรถที่ในสนามบินแล้วคุณจะเดินทางมุ่งหน้าไปบนเส้นทางที่มีทุ่งลาวามืดมิดบนคาบสมุทรเรคยาเนส (Reykjanes Peninsula) เพื่อเข้าไปที่ในเรคยาวิก (Reykjavík) เมืองหลวงของไอซ์แลนด์ สำหรับวันนี้คุณสามารถเลือกได้เองว่าอยากทำอะไร ระหว่างเดินทางเข้าเมืองคุณสามารถแวะชมภูมิประเทศแบบดิบๆ ที่เต็มไปด้วยภูเขาไฟบนคาบสมุทรเรคยาเนส ไปดูสถานที่สวยๆ อย่างทะเลสาบเคลฟาร์วาทน์ (Kleifarvatn Lake) หรือไปชมพิพิธภัณฑ์ร็อกแอนด์โรลในเมืองเคฟลาวิก (Keflavík) ก่อนก็ได้ หรือคุณจะมุ่งตรงไปที่เรคยาวิกทันทีเพื่อใช้เวลาที่มีวันนี้ในเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันก็ได้

ระหว่างทางไปยังเมืองหลวงของไอซ์แลนด์คุณสามารถเลือกแวะที่ Blue Lagoon สปาที่มีชื่อเสียงระดับโลกแห่งนี้มีชื่อเสียงในด้านการบำบัดน้ำสีฟ้าสดใสและการบำบัดที่หรูหรา มันตั้งอยู่กลางทุ่งลาวาที่ปกคลุมไปด้วยมอสทำให้มันมีบรรยากาศโลกอื่น หากคุณเพิ่ม Blue Lagoon มันจะถูกจัดเรียงตามเที่ยวบินของคุณ หากไม่มีเวลาไปเที่ยวทะเลสาบวันนี้สามารถเพิ่มไปอีกวันที่โดยปรึกษาด้านการเดินทางของคุณจะสามารถจัดการเรื่องนี้ให้คุณได้ ยังมีอีกหลายสิ่งให้ดูและทำในเรคยาวิกหากคุณมีเวลาว่างเพิ่มเติม เมื่อคุณเก็บกระเป๋าเดินทางของคุณและเพิ่มความสดชื่นที่โรงแรมในใจกลางเมืองแล้ว คุณจะสามารถใช้เวลาที่เหลือในตอนเย็นเพลิดเพลินกับเมืองนี้ หากคุณต้องการคุณสามารถกระโดดขึ้นทัวร์ชมแสงเหนือในคืนที่คุณมาถึง.

คืนนี้คุณจะพักค้างคืนที่ในเมืองหลวง

อ่านเพิ่ม
วัน 2
น้ำตกกุลล์ฟอสส์อันยิ่งใหญ่และทิวทัศน์รอบๆ ในหน้าหนาวเป็นอะไรที่งดงามมาก

วัน 2 - วงกลมทองคำ

คุณจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในวันที่สองของทริปชื่นชมสถานที่มหัศจรรย์ 3 แห่งบนเส้นทางวงกลมทองคำ แห่งแรกคืออุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ (Þingvellir National Park) ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างแผ่นเปลือกทวีปอเมริกาเหนือและทวีปยูเรเซีย โดยจุดที่ทั้งสองทวีปแยกตัวออกจากกันนั้นเกิดเป็นรอยแยกระหว่างหุบเขาขนาดใหญ่

รอยแยกซิลฟรา (Silfra) เป็นหนึ่งในรอยแยกที่ว่านี้ และที่ในรอยแยกซิลฟราจะมีน้ำจากธารน้ำแข็งไหลเข้าไปเติมจนเต็ม และน้ำนั้นมีความใสราวกับคริสตัลจนทำให้จุดนี้กลายเป็นจุดดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก หากคุณต้องการลงไปดำน้ำให้เห็นกับตาตนเองคุณสามารถเพิ่มทัวร์สน็อกเกิลระหว่างสองทวีปเข้าไปในทริปนี้ได้ระหว่างที่คุณทำการจองทัวร์ขับรถเที่ยวหน้าหนาวแพ็กเกจนี้

หลังจากเที่ยวที่ธิงเวลลีร์เสร็จแล้ว คุณจะมุ่งหน้าไปต่อกันที่ทุ่งน้ำพุร้อนไกเซอร์ (Geysir) ซึ่งเป็นศูนย์รวมของไกเซอร์หรือน้ำพุร้อนจำนวนมาก สโทรคูร์ (Strokkur) เป็นน้ำพุร้อนที่มีความน่าสนใจมากที่สุดในตอนนี้เพราะมันพ่นน้ำขึ้นฟ้าสูงถึง 40 เมตร ในทุกๆ 5-10 นาที 

หลังจากนั้นเมื่อขับรถต่อไปอีกไม่ไกลคุณก็จะไปถึงน้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss) ซึ่งเป็นหนึ่งในน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไอซ์แลนด์ โดยคุณจะได้เห็นแม่น้ำธารน้ำแข็งฮวิทเอา (Hvítá) ไหลลดหลั่นเป็นสองชั้นก่อนถาโถมตกลงสู่หุบเขาโบราณที่ด้านล่างด้วยพละกำลังที่รุนแรง หากคุณอยากทำอะไรสนุกๆ ในทริปวันนี้ คุณสามารถเพิ่มทัวร์ขี่สโนว์โมบิลเข้าไปได้อีกกิจกรรมหนึ่ง

หลังจากออกจากน้ำตกกุลล์ฟอสส์ คุณจะใช้บริการรถบัสเพื่อเดินทางไปยังธารน้ำแข็งลางโจกุล (Langjökull) อันยิ่งใหญ่ ซึ่งคุณจะเดินทางข้ามผืนน้ำแข็งสีขาวกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา นับเป็นช่วงเวลาที่ตื่นเต้นและเป็นโอกาสที่คุณจะได้สัมผัสถึงความรู้สึกอิสระที่ได้โลดแล่นอยู่ท่ามกลางพื้นที่ว่างเปล่าอันกว้างใหญ่ไพศาลของไอซ์แลนด์

ที่พักของคุณในคืนนี้อยู่ที่ควอลส์เวิลลูร์ (Hvolsvöllur) บนชายฝั่งทางตอนใต้ ระหว่างเดินทางเข้าสู่ที่พักคุณสามารถใช้แผนการเดินทางที่ได้รับให้เป็นประโยชน์ โดยการไปเที่ยวชมสถานที่แปลกใหม่บนเส้นทางนี้ตามที่ได้รับคำแนะนำ เช่น ทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟเคริด (Kerið) หรือหมู่บ้านโซลเฮมาร์ (Sólheimar) ซึ่งเป็นชุมชนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

อ่านเพิ่ม
วัน 3
หาดทรายดำเรย์นิสฟยาราถูกหิมะปกคุลมท่ามกลางแสงอาทิตย์สีแดงในหน้าหนาว

วัน 3 - จากควอลส์เวิลลูร์สู่หมู่บ้านวิก

วันที่สามคุณจะไปเที่ยวน้ำตก ธารน้ำแข็ง และชมสิ่งมหัศจรรย์บนชายฝั่งทางตอนใต้ หลังจากออกเดินทางไม่นานคุณก็จะมองเห็นเอยาฟยาลลาโจกุลล์ (Eyjafjallajökull) อันยิ่งใหญ่อยู่ทางด้านซ้ายมือและในที่สุดก็จะได้ขับรถผ่านภูเขาไฟชื่อดังกระฉ่อนโลกที่เคยระเบิดอย่างรุนแรงจนเป็นปัญหาต่อการเดินทางทางอากาศครั้งใหญ่ในปี 2010 

สถานที่แห่งแรกที่คุณจะไปในวันนี้คือน้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์ (Seljalandsfoss) ซึ่งคุณสามารถเดินชมน้ำตกแห่งนี้ได้จากทุกทิศทาง และใกล้ๆ กันนั้นก็มีน้ำตกกลูยฟราบูอิ (Gljúfrabúi) ซึ่งงดงามไม่น้อยเช่นเดียวกัน แต่หลายคนมักจะพลาดน้ำตกแห่งนี้ไปเพราะว่ามันหลบซ่อนตัวอยู่ในรอยแยกบนภูเขา และน้ำตกสโกกาฟอสส์ (Skógafoss) ซึ่งได้ชื่อว่ามีพละกำลังรุนแรงอย่างไม่น่าเชื่อจะเป็นจุดหมายปลายทางถัดไปของคุณ

จากนั้นคุณจะมุ่งหน้าไปเที่ยวที่ธารน้ำแข็งมิร์ดาลสโจกุล (Mýrdalsjökull) และบริเวณที่เรียกว่ากลาเซียร์ทังก์ของธารน้ำแข็งแห่งนี้ คุณสามารถเลือกออกสำรวจภูมิประเทศแปลกประหลาดมหัศจรรย์บนผืนน้ำแข็งได้สองวิธีด้วยกัน แบบแรกคือเลือกเข้าร่วมกับทัวร์ขี่สโนว์โมบิล 1 ชั่วโมงที่นี่ หรือไม่อย่างนั้นก็เลือกไปสนุกกับทัวร์ปีนกลาเซียร์บนธารน้ำแข็งโซลเฮมาร์โจกุล (Sólheimajökull) ที่อยู่ใกล้ๆ กัน

ออกเดินทางไปบนชายฝั่งทางใต้ไปอีกไม่ไกล คุณก็จะไปถึงหาดทรายดำเรย์นิสฟยารา (Reynisfjara) ซึ่งเป็นชายฝั่งทะเลที่มีความงดงามมาก คุณจะประทับใจกับสิ่งมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาหลายรูปแบบในบริเวณนี้ เช่น หินโค้งดิร์โอลาเอย์ (Dyrhólaey) และโขดทะเลเรนิสแดรงเกอร์ (Reynisdrangar) แต่การเที่ยวที่หาดนี้คุณก็ต้องระมัดระวังตัวด้วย เพราะบริเวณนี้มักมีคลื่นมหาภัยซัดเข้ามาบนหาดตอนทีเผลออยู่บ่อยๆ ซึ่งเป็นอันตรายมาก

จากหาดเรย์นิสฟยาราคุณจะเดินทางต่อไปอีกเล็กน้อยเพื่อไปพักค้างคืนที่หมู่บ้านวิก (Vík)

อ่านเพิ่ม
วัน 4
พระอาทิตย์หน้าหนาวส่องแสงสีทองเหนือทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนในขณะที่ภูเขาน้ำแข็งที่ใสราวคริสตัลกำลังเคลื่อนตัวอย่างสงบนิ่งบนผิวน้ำ

วัน 4 - จากหมู่บ้านวิกสู่เฮิฟน์

ในวันที่สี่คุณจะเดินทางจากหมู่บ้านวิกไปยังเฮิฟน์ (Höfn) โดยระหว่างทางจะผ่านสถานที่งดงามตระการตาอย่างเหลือเชื่ออีกสองแห่ง ที่แรกคือเขตอนุรักษ์ธรรมชาติสกัฟตาเฟลล์ (Skaftafell Nature Reserve) ที่รู้จักกันดีว่าเป็นสวรรค์สำหรับนักเดินเขา เนื่องจากในนั้นมีเส้นทางเดินป่าที่เหมาะสำหรับนักเดินเขาทุกระดับ โดยเป็นเส้นทางคดเคี้ยวผ่านทุ่งลาวาและป่าเขาไปจนกระทั่งถึงกลาเซียร์ทังก์และน้ำตกอันงดงามหลายแห่ง หากเมื่อวันก่อนคุณเลือกที่จะขี่สโนว์โมบิลแทนการปีนกลาเซียร์ คุณก็สามารถเลือกไปร่วมกิจกรรมปีนกลาเซียร์ในวันนี้แทนได้

สำหรับคนที่ชอบตื่นเช้า คุณสามารถเลือกที่จะปีนเกลเซียร์ในตอนเช้าได้ และแถมยังมีเวลาเหลือในการล่องเรือไปในธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนด้วย หากว่าคุณมาเที่ยวในช่วงกันยายน และตุลาคม

หลังจากใช้เวลาที่สกัฟตาเฟลล์กันพอสมควรแล้ว คุณจะเดินทางไปทางทิศตะวันออกเพื่อไปยังทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน (Jökulsárlón) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไอซ์แลนด์ และทะเลสาบแห่งนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวังเพราะว่ามันมีความงดงามเหนือคำบรรยายจริงๆ 

ในทะเลสาบเต็มไปด้วยภูเขาน้ำแข็งที่แตกตัวออกมาจากกลาเซียร์ทังก์และพวกมันจะค่อยๆ ลอยตามน้ำออกสู่ทะเลไป นอกจากภูเขาน้ำแข็งแล้ว ในบริเวณนี้ยังเป็นถิ่นที่อยู่ของแมวน้ำจำนวนมากด้วย ไม่แน่คุณอาจจะได้เห็นพวกมันออกมาว่ายน้ำหรือเล่นอยู่บนภูเขาน้ำแข็งด้วย สำหรับช่วงเวลาตั้งแต่เดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย คุณสามารถเลือกไปชมถ้ำน้ำแข็งที่วัทนาโจกุล (Vatnajökull) ได้ในช่วงบ่าย ขอแนะนำให้ตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะไปถึงสถานที่นัดหมายได้ทันเวลา หากว่าคุณเลือกกิจกรรมนี้

ติดกับทะเลสาบเป็นหาดไดมอนด์บีช ซึ่งมีก้อนน้ำแข็งถูกพัดขึ้นฝั่งมาเป็นจำนวนมาก ทำให้แถวนี้มีความสวยงามระยิบระยับไปทั่วบริเวณ หลังจากชมวิวสวยๆ บนหาดเสร็จแล้วคุณจะไปพักค้างคืนที่เฮิฟน์ (Höfn)

อ่านเพิ่ม
วัน 5
ภูเขาเวสตราฮอร์นเป็นสถานที่เด็ดที่คุณไม่ควรพลาดอยู่ไม่ไกลจากเมืองเฮิฟ์น.

วัน 5 - จากเฮิฟน์สู่เอกิลสตาดีร์

ในวันที่ห้านี้คุณจะขับรถเข้าไปในฟยอร์ดตะวันออกซึ่งไม่ค่อยมีคนเข้าไปมากนัก ฟยอร์ดตะวันออกเป็นพื้นที่ห่างไกลที่มีความสวยงามมาก มีภูเขา ช่องแคบที่ว่างเปล่า และมีสัตว์ให้ดูหลายชนิด คุณอาจเห็นแมวน้ำวิ่งเล่นอยู่บนชายหาดและเจอฝูงเรนเดียร์หากินอยู่ในบริเวณรอบๆ ซึ่งแถวนี้เป็นเพียงจุดเดียวในไอซ์แลนด์ที่พบกวางเรนเดียร์

คุณสามารถดูในรายละเอียดแผนการเดินทางที่คุณได้รับ ในนั้นจะมีระบุถึงสถานที่แปลกๆ หลายแห่งที่น่าแวะชมธรรมชาติอันบริสุทธิ์ นอกจากเอกิลสตาดีร์ (Egilsstaðir) แล้ว ยังมีสถานที่ที่คนมักแวะไปมากที่สุดอีกสองแห่ง ที่แรกคือฮาลอร์มสตาร์ดาสโกการ์ (Hallormsstaðaskógur) ซึ่งเป็นป่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ ในป่าแห่งนี้มีเส้นทางเดินป่าหลายเส้นทางที่เหมาะสำหรับนักเดินเขาที่เชี่ยวชาญ ส่วนแห่งที่สองคือทะเลสาบลาการ์ฟโลย์ท (Lagarfljót) อันเงียบสงบ ว่ากันว่าในทะเลสาบแห่งนี้มีสัตว์ประหลาดอาศัยอยู่ ซึ่งจากตำนานแล้วดูน่าจะเก่าแก่กว่าสัตว์ประหลาดในล็อกเนสส์อยู่มาก

คืนนี้คุณจะพักค้างคืนที่เอกิลสตาดีร์ ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทางตะวันออก

อ่านเพิ่ม
วัน 6
แสงเหนือบนฟ้าที่เต็มไปด้วยดาวกับไอน้ำร้อนจากแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพใกล้ทะเลสาบมิวาทน์

วัน 6 - จากเอกิลสตาดีร์ถึงมิวาทน์

สำหรับวันที่หกคุณจะขับผ่านพื้นที่ส่วนที่เหลือของฟยอร์ดตะวันออกเพื่อไปยังบริเวณทะเลสาบมิวาทน์ (Mývatn) โดยจะผ่านเส้นทางคดเคี้ยว ยอดเขา และชายฝั่งอันสวยงาม ซึ่งทิวทัศน์ที่จะเห็นในวันนี้ก็น่าประทับใจไม่แตกต่างไปจากวันก่อนหน้าเลย

พอไปถึงที่ทะเลสาบมิวาทน์คุณสามารถเริ่มออกเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ได้ทันที แต่เนื่องจากกว่าจะเดินทางมาถึงก็น่าจะใช้เวลามากอยู่ทำให้วันนี้ยังเที่ยวได้ไม่เต็มที่นัก ดังนั้นคุณจะใช้เวลาหนึ่งวันเต็มที่นี่ในวันพรุ่งนี้แทน แต่ไหนๆ ก็มาถึงแล้วคุณอาจใช้เวลาที่เหลือของวันนี้ไปแช่น้ำร้อนที่อ่างน้ำธรรมชาติมิวาทน์ (Mývatn Nature Baths) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าก่อนที่จะเดินทางเข้าไปยังที่พักในคืนนี้ก็ได้ 

อ่างน้ำธรรมชาติแห่งนี้มีน้ำที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและธรรมชาติแวดล้อมโดยรอบก็มีความสวยงามบริสุทธิ์ ถ้าคืนนี้ฟ้ากระจ่างคุณอาจโชคดีได้ดูแสงเหนือในขณะที่แช่น้ำร้อนจากแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพอยู่ก็ได้

อ่านเพิ่ม
วัน 7
น้ำสีฟ้าในน้ำพุร้อนที่ซ่อนตัวอยู่ในถ้ำเกรียวตาเกาจ์แถวทะเลสาบมิวาทน์

วัน 7 - เที่ยวมิวาทน์

วันที่เจ็ดนี้คุณจะเที่ยวชมรอบๆ บริเวณมิวาทน์ แค่ทะเลสาบและหินบะซอลต์รูปร่างประหลาดที่โผล่เหนือผิวน้ำตื้นๆ ออกมาให้เห็นก็สร้างความอัศจรรย์ให้คุณได้ไม่น้อยแล้ว แต่แถวนี้ยังมีอะไรให้คุณตื่นตามากกว่านั้นอีกมาก

คุณสามารถไปชมทุ่งลาวาดิมมูร์บอร์กิร์ (Dimmuborgir) หรือที่เรียกกันว่า “ป้อมแห่งความมืด” เนื่องจากขนาดและสีของหินที่อยู่ในบริเวณนี้ ไปดูถ้ำน้ำพุร้อนเกรียวตาเกาจ์ (Grjótagjá) ซึ่งใช้เป็นสถานที่ทำเกมออฟโธรนส์ ไปเที่ยวปากปล่องภูเขาไฟเทียมสกูตูสตาดากีการ์ (Skútustaðagígar) เข้าชมทุ่งน้ำพุร้อนเนามาส์การ์ด  (Námaskarð) และสถานที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย แผนการเดินทางของคุณในวันนี้อาจจะต้องอัดแน่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หากคุณอยากทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์ คุณสามารถเลือกเพิ่มกิจกรรมนั่งเลื่อนสุนัขเข้าไปในวันนี้ด้วยก็ได้ แล้วคุณจะได้ใช้เวลาสนุกๆ บนหิมะสีขาวริมทะเลสาบกับเหล่าสุนัขฮัสกีปุกปุยผู้เป็นมิตร

คืนนี้คุณจะยังคงพักอยู่ในมิวาทน์

อ่านเพิ่ม
วัน 8
ในหน้าหนาว น้ำจากน้ำตกสโกกาฟอสส์ตกลงมาจากหน้าผาที่มีความกว้าง 30 เมตรและกลายเป็นน้ำแข็ง

วัน 8 - จากมิวาทน์สู่อาคูเรย์ริ

ในวันที่แปดคุณจะขับรถขึ้นไปยังอาคูเรย์ริ (Akureyri) เมืองหลวงของทางตอนเหนือ แต่ก่อนจะไปถึงนั้นคุณอาจจะออกนอกเส้นทางไปแวะเที่ยวที่เมืองฮูสาวิก (Húsavík) ซึ่งอยู่ริมทะเลก่อนเพราะทะเลแถวนี้ขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำมาก คุณอาจจะแวะเที่ยวที่น้ำตกโกดาฟอสส์ (Goðafoss) ด้วยก็ได้ และในอาคูเรย์ริก็ยังมีอะไรให้ทำอีกมากมาย เช่น มีสวนพฤกษศาสตร์ที่อยู่ทางเหนือสุดของโลก มีคริสต์มาสเฮ้าส์ที่ตกแต่งสวยงาม มีเนินสกีเจ๋งๆ และมีสระน้ำร้อนพลังงานความร้อนใต้พิภพให้เล่นด้วย

สำหรับคืนนี้คุณจะพักค้างคืนที่ในอาคูเรย์ริ 

อ่านเพิ่ม
วัน 9
หินฮวิทแซร์กูร์ในทางเหนือของไอซ์แลนด์ ดูเหมือนมีมังกรโผล่ขึ้นมาจากทะเล

วัน 9 - จากอาคูเรย์ริสู่เรคยาวิก

วันที่เก้าคุณจะเดินทางลงใต้จากอาคูเรย์ริสู่เรคยาวิก วันนี้คุณจะขับรถไกลหน่อยแต่คุณอาจจะไม่รู้สึกเหนื่อยเลยก็ได้เพราะว่าตลอดเส้นทางนั้นมีอะไรสวยงามให้ดูมากมาย

คุณอาจจะแวะชมฮวิทแซร์กูร์ (Hvítserkur) หินรูปช้างกินน้ำที่ตั้งอยู่ห่างชายฝั่งออกไปแค่เล็กน้อย ถัดไปทางใต้อีกหน่อยคุณสามารถแวะเที่ยวเมืองเรค์คอร์ค (Reykholt) เมืองแห่งประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นบ้านเกิดของสนอร์ริ สตูร์ลูสัน (Snorri Sturluson) นักประวัติศาสตร์ นักการเมือง และนักเขียนชื่อดังแห่งยุคกลาง หรือคุณจะไปแวะชมพิพิธภัณฑ์สนอร์ราสโตฟา (Snorrastofa) เพื่อศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับสนอร์ริเพิ่มเติมก็ได้

บนเส้นทางนี้ยังมีน้ำตกที่สวยมากๆ ตั้งอยู่ด้วย น้ำตกบาร์นาฟอสส์ (Barnafoss) เป็นน้ำตกแคบๆ ที่ไหลลงสู่หุบเหวในขณะที่น้ำตกเฮินฟอซซาร์ (Hraunfossar) ที่อยู่ติดกันนั้นเป็นน้ำตกที่มีขนาดกว้างและเตี้ยกว่าและสวยงามมากกว่าด้วย ซึ่งน้ำตกแห่งนี้มีสายน้ำไหลออกมาจากริมขอบของทุ่งลาวามองดูแปลกตาไปอีกแบบ บริเวณใกล้กันนั้นคุณจะได้เห็นน้ำพุร้อนเดลตาร์ทุงกุแควร์ (Deildartunguhver) น้ำพุร้อนที่สูงที่สุดในยุโรปซึ่งมีน้ำที่มีอุณหภูมิเกือบถึงจุดเดือดพวยพุ่งออกมามากกว่า 180 ลิตรในทุกๆ วินาทีด้วย

นอกจากนี้คุณยังสามารถเลือกเพิ่มทัวร์แบบมีไกด์นำเที่ยวพาเข้าไปในอุโมงค์ลาวาที่วิดเกลมิร์ (Víðgelmir) เข้าไปในทริปวันนี้ได้อีก อุโมงค์นี้เป็นเหมือนถ้ำขนาดใหญ่ที่มีความยาวเกือบ 1,600 เมตรและเป็นหนึ่งในถ้ำลาวาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แต่ถ้าคุณอยากไปเที่ยวชมอะไรที่เย็นๆ มากกว่าที่จะไปดูสถานที่อบอุ่นใต้ดิน ให้คุณเลือกไปเที่ยวที่อุโมงค์น้ำแข็งที่ลางโจกุล (Langjökull) แทน อุโมงค์ที่มนุษย์สร้างขึ้นแห่งนี้อยู่ภายใต้ผืนน้ำแข็งและภายในอุโมงค์มีโถงและทางเดินเป็นสีฟ้าสดและสีขาวงดงามมาก

คุณจะเดินทางไปถึงเรคยาวิกในช่วงบ่ายแก่ๆ หรือตอนเย็นและคืนนี้จะพักค้างคืนในเมือง

อ่านเพิ่ม
วัน 10
เรคยาวิกใต้หิมะในหน้าหนาวยิ่งมีเสน่ห์

วัน 10 - ออกเดินทางจากไอซ์แลนด์

ในวันที่สิบนี้คุณจะต้องนำรถไปส่งคืนที่สนามบินเคฟลาวิกและขึ้นเครื่องบินกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ ผู้ที่มีเที่ยวบินในช่วงสายสามารถเลือกไปเที่ยวบลูลากูนในวันนี้ได้ เพื่อปิดทริปแบบผ่อนคลายก่อนที่จะเดินทางไปสนามบิน ซึ่งบลูลากูนเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับมาแช่น้ำแร่ร้อนให้ร่างกายหายเมื่อยล้าในขณะที่นึกย้อนไปถึงประสบการณ์การผจญภัยสนุกๆ ที่คุณเพิ่งสัมผัสมาในดินแดนแห่งน้ำแข็งและไฟ หากเที่ยวบินของคุณออกในช่วงเย็นหรือค่ำ คุณก็ยิ่งมีกิจกรรมให้ทำในเรคยาวิกได้อีกมาก แต่หากเที่ยวบินของคุณอยู่ในช่วงเช้า เราก็ขอให้คุณเดินทางกลับบ้านอย่างมีความสุข

อ่านเพิ่ม

สิ่งที่ควรนำไป

เสื้อผ้าที่อบอุ่น
รองเท้าสำหรับปีนเขาในหน้าหนาว
กล้องถ่ายรูป
ชุดว่ายน้ำและผ้าเช็ดตัว
ใบอนุญาตขับขี่ที่ยังไม่หมดอายุ

สิ่งที่ควรรู้

ทัวร์ขับรถเที่ยวเองครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นได้ทั้งที่ในเมืองเรคยาวิกและสนามบินนานาชาติเคฟลาวิก สิ่งที่คุณจำเป็นต้องมีคือใบอนุญาตขับขี่ที่ยังไม่หมดอายุและประสบการณ์ในการขับรถ 1 ปีแค่นั้นเอง ทั้งนี้แผนการเดินทางที่จัดไว้ให้คุณอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับวันเวลาที่คุณเดินทางมาถึงไอซ์แลนด์

แสงเหนือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ดังนั้นจึงไม่สามารถรับประกันได้ว่าคุณจะได้เห็นหรือไม่ แต่แผนการเดินทางของทริปนี้เราตั้งใจออกแบบขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสในการเห็นแสงเหนือให้กับคุณอยู่แล้วหากสภาพอากาศเอื้ออำนวย ทั้งนี้ก็มีโอกาสเป็นไปได้เหมือนกันที่คุณจะเจอกับสภาพอากาศที่เลวร้ายจนต้องมีการยกเลิกกิจกรรม หากกิจกรรมที่คุณเลือกถูกยกเลิก เราจะช่วยเหลือโดยการจัดการจองให้ใหม่หรือเปลี่ยนเป็นกิจกรรมอื่นให้แทนหากเป็นไปได้ และคุณจะได้รับเงินส่วนต่างคืน (ถ้ามี) ทั้งนี้โปรดทราบว่าถ้ำน้ำแข็งจะสามารถเข้าชมได้เฉพาะช่วงระหว่างเดือนตุลาคมถึงมีนาคมเท่านั้น

นอกจากนี้คุณควรทราบด้วยว่าในฤดูหนาวถนนและบาทวิถีที่ไอซ์แลนด์นั้นค่อนข้างลื่น เราแนะนำให้คุณนำรองเท้าที่มีพื้นกันลื่นหรือพื้นเกาะน้ำแข็งติดมาด้วย หรือไม่อย่างนั้นก็สามารถมาหาซื้อพื้นรองเท้าเกาะน้ำแข็งได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตและสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ

คุณสามารถจองกิจกรรมเสริมได้ในราคาพิเศษ หากคุณจองพร้อมกับทัวร์นี้เลย 

ที่พัก

ดูระดับของที่พักของเราที่ด้านล่างนี้ และดูรายชื่อผู้ให้บริการที่พักที่เราแนะนำได้ที่ใต้แผนการเดินทางในแต่ละวัน ที่พักระดับซูเปอร์บัดเจทจะเป็นโฮสเทลและเตียงนอนแบบหอพักรวม ส่วนระดับอื่นๆ นั้น หากจองเข้าพักเพียงท่านเดียวจะได้รับห้องแบบซิงเกิล หากจองเข้าพักสองท่านขึ้นไปจะได้ห้องพักที่มีเตียงทวิน/เตียงดับเบิ้ล หรือเตียงทริปเปิ้ล สำหรับวัยรุ่นและเด็กจะถูกจัดให้พักห้องเดียวกับผู้ปกครอง หากต้องการห้องเพิ่มจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เมื่อคุณทำการจองกับเรา Guide to Iceland จะจัดหาที่พักที่ดีที่สุดจากพันธมิตรที่เราแนะนำให้กับคุณ ทั้งนี้ คุณภาพของโรงแรมที่พักในแต่ละพื้นที่ของไอซ์แลนด์อาจมีความแตกต่างกัน และเนื่องจากจำนวนที่พักมีอยู่อย่างจำกัดมาก หากที่พักพันธมิตรที่เราแนะนำถูกจองเต็มหมดแล้วในวันที่คุณต้องการ เราจะจัดหาที่พักอื่นที่อยู่ในระดับเดียวกันให้กับคุณตามความเหมาะสม ที่พักระดับควอลิตี้นั้นไม่ได้มีให้บริการในทุกพื้นที่ หากไม่มีที่พักระดับควอลิตี้ในพื้นที่ที่คุณต้องการ เราจะจัดหาที่พักระดับคอมฟอร์ทให้แทน โดยจะเลือกอัปเกรดห้องให้มีราคาสอดคล้องกับที่พักระดับควอลิตี้ เราจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อหาที่พักให้ตรงกับความต้องการพิเศษที่คุณมี ซึ่งบางครั้งอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม กรุณาระบุวันที่ที่คุณต้องการเดินทางเพื่อตรวจสอบจำนวนที่ว่าง

บัดเจท

ห้องพักพร้อมห้องน้ำรวมในฟาร์มเฮ้าส์ เกสต์เฮ้าส์ หรือโฮสเทล อยู่ในทำเลดีใกล้สถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุด ไม่รวมอาหารเช้า

คอมฟอร์ท

ห้องพักพร้อมห้องน้ำส่วนตัวในโรงแรมระดับ 3 ดาว หรือเกสต์เฮาส์คุณภาพ ทำเลใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุด รวมอาหารเช้า

ควอลิตี้

ห้องพักพร้อมห้องน้ำส่วนตัวในโรงแรมระดับ 4 ดาว หรือห้องซูพีเรียร์ในโรงแรมระดับ 3 ดาวที่มีคุณภาพ ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์ รวมอาหารเช้า

รถ

ด้านล่างนี้คือตัวเลือกการเช่ารถสำหรับทัวร์ขับรถเที่ยวเอง รถทุกคันของเราเป็นรถรุ่นใหม่หรือรุ่นปัจจุบัน โดยมีอายุไม่เกิน 2 ปี และรวมประกันที่มีค่าเสียหายส่วนแรก (CDW) ซึ่งเป็นประกันมาตรฐาน ประกันประเภทไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก (SCDW) และประกันกรวด (GP) ข้อควรรู้: การขับรถออกนอกเขตถนนถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายสำหรับรถยนต์ทุกประเภท รถทุกระดับมี GPS และ Wi-Fi ให้ฟรี คุณสามารถเพลิดเพลินกับการใช้อินเทอร์เน็ตได้ไม่จำกัดด้วยอุปกรณ์ Wi-Fi ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้สูงสุด 10 เครื่องพร้อมกัน ผู้ให้บริการรถเช่ามีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนถนนตลอด 24 ชั่วโมง ข้อกำหนดด้านอายุของผู้ขับขี่สำหรับแต่ละระดับสามารถดูได้ที่ด้านล่าง แต่ไม่ว่ารถระดับใด ผู้ขับขี่จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้องอย่างน้อยหนึ่งปีก่อนวันที่เช่า เราขอแนะนำให้เลือกใช้รถระดับบัดเจทแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับการขับขี่ในฤดูร้อน และระดับคอมฟอร์ทแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับการขับขี่ในฤดูหนาว ในฤดูหนาวรถเช่าทุกคันมาพร้อมยางสำหรับฤดูหนาว

บัดเจท 4x4

รถจี๊ปหรือเอสยูวีขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดมาตรฐาน เช่น Dacia Duster หรือรุ่นใกล้เคียง มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 3 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 2 ใบ เหมาะสำหรับการเดินทางเกือบทุกแบบ รวมถึงการขับขี่บนหิมะและถนนลาดยาง สามารถขับขี่แบบพื้นฐานในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

คอมฟอร์ท 4X4

รถจี๊ปหรือเอสยูวีขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดกลาง เช่น Toyota Rav4 (เกียร์อัตโนมัติ) Suzuki Vitara (เกียร์ธรรมดา) หรือรุ่นใกล้เคียง มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 4 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 3 ใบ เหมาะสำหรับการเดินทางเกือบทุกแบบ รวมถึงการขับขี่บนหิมะและถนนลาดยาง สามารถขับขี่แบบพื้นฐานในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป

รถหรู 4x4

รถจี๊ปขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดใหญ่ เช่น Toyota Land Cruiser หรือรุ่นใกล้เคียง มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 4 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 4 ใบ เหมาะสำหรับการเดินทางเกือบทุกแบบ สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป

รถตู้

รถตู้ขนาดใหญ่ 9 ที่นั่ง เช่น Mercedes Benz Vito หรือรุ่นใกล้เคียง (ขับเคลื่อนสี่ล้อ เกียร์ธรรมดา สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้) รองรับผู้โดยสารได้ 5-7 คน นั่งสบายและเหมาะสำหรับการขับขี่ในฤดูหนาว หากจำนวนผู้โดยสารเต็มทุกที่นั่งจะมีพื้นที่เก็บสัมภาระลดน้อยลง ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 23 ปีขึ้นไป

ข้อตกลงของการบริการ

วิดีโอ

รีวิวที่รับรองแล้ว

ทัวร์ที่คล้ายกัน