ข้อมูลและความช่วยเหลือ COVID-19

โรดทริปฤดูร้อน 2 สัปดาห์ในไอซ์แลนด์ เที่ยวน้ำตก ธารน้ำแข็ง & วงกลมทองคำ

โรดทริปฤดูร้อน 2 สัปดาห์ในไอซ์แลนด์ เที่ยวน้ำตก ธารน้ำแข็ง & วงกลมทองคำ
มีแนวโน้มที่จะขายออกเร็ว ๆ นี้
บริการ 24 ชั่วโมง
แผนการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ
สามารถจัดตามความต้องการได้เต็มที่
รถ & ที่พัก

คำอธิบาย

Details

ทัวร์เริ่มจาก
Keflavík Airport
เวลาออกเดินทาง
ยืดหยุ่น
ระยะเวลา
15 วัน
สถานที่สิ้นสุด
Keflavík Airport
ความยากลำบาก
ง่าย
มีบริการ
พฤษ. - ตุล.
Ending time
ยืดหยุ่น
อายุต่ำสุด
ไม่มี

คำอธิบาย

ดื่มด่ำกับธรรมชาติของไอซ์แลนด์ในขณะที่คุณเดินทางบนถนนวงแหวนที่วนรอบประเทศ รวมถึงคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส (Snæfellsnes Peninsula) และฟยอร์ดทางตะวันตกที่อยู่ห่างไกล ระหว่างที่เพลิดเพลินกับการไปเยือนสถานที่ต่างๆ ในไอซ์แลนด์ในโรดทริปขับรถเองเที่ยวฤดูร้อน 15 วันนี้ ขอแนะนำให้แวะแช่น้ำร้อนในบ่อน้ำพุร้อนที่มีอยู่มากมาย หรือคุณจะลงไปแหวกว่ายในสระน้ำธรรมชาติที่มีอยู่ทั่วทุกหนแห่งในพื้นที่ชนบทก็ได้

คุณจะได้ไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าประทับใจบนเส้นทางถนนวงแหวน เช่น น้ำตกสโกการ์ฟอสส์ (Skógafoss) และน้ำตกเดตติฟอสส์ (Dettifoss) ธารน้ำแข็งเอยาฟยาลลาโจกุล (Eyjafjallajökull) ทะเลสาบมิวาทน์อันงดงาม (Mývatn) และหาดทรายดำที่มีอยู่จำนวนมากในไอซ์แลนด์ ในทริปนี้คุณจะได้เห็นทั้งภูมิประเทศแบบชนบทที่ยังมีความเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริงทั้งที่ฟยอร์ดตะวันตก วงกลมทองคำ และอุทยานแห่งชาติทั้งสามแห่งของไอซ์แลนด์

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการลงไปว่ายน้ำในสระว่ายน้ำที่อยู่ในพื้นที่ หยุดแวะระหว่างทางเพื่อแช่น้ำพุร้อนธรรมชาติ หรือจะปิดท้ายวันด้วยการแช่ตัวในสปาที่เงียบสงบก็ได้ เพราะในทุกๆ วันจะมีตัวเลือกที่แตกต่างกันมาให้คุณเพลิดเพลินเสมอ

คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างอิสระเลยเพราะทริปนี้ไม่มีไกด์คอยควบคุม คุณจะเลือกอยู่ห่างจากนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นเพื่อให้ทริปนี้เป็นวันหยุดพักผ่อนสำหรับครอบครัว หรือเป็นทริปโรแมนติกก็ขึ้นอยู่กับความพอใจของคุณ แต่สำหรับทัวร์นี้คุณจะมีแผนการเดินทางท่องเที่ยวที่ออกแบบขึ้นเฉพาะสำหรับคุณและมีตัวแทนท่องเที่ยวที่คุณสามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันในกรณีที่คุณนึกอยากเปลี่ยนแปลงแผนการเดินทาง หรืออยากจะเพิ่มการปีนธารน้ำแข็งเข้าไปในทริปอย่างปัจจุบันทันด่วน

นอกจากปีนธารน้ำแข็งแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย คุณสามารถลองขี่สโนว์โมบิล ปีนน้ำแข็ง เที่ยวถ้ำน้ำแข็ง หรือออกไปดูวาฬ ตลอดจนแวะแช่บ่อน้ำร้อน สระน้ำ และสปาในตลอดเส้นทางที่คุณผ่าน และถ้าหากคุณอยากลงสำรวจน้ำที่เย็นกว่านั้น คุณต้องไม่พลาดการดำน้ำตื้นที่ซิลฟรา (Silfra)

ลงเล่นน้ำให้ชุ่มฉ่ำใจและสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของไอซ์แลนด์ในช่วงฤดูร้อนได้ด้วยทัวร์นี้ คุณสามารถตรวจสอบจำนวนที่ว่างได้โดยระบุวันที่ที่ต้องการเดินทาง

อ่านเพิ่ม

ร่วมด้วย

ที่พักจำนวน 14 คืน (มีให้เลือกหลายระดับ ห้องพักรวมอาหารเช้าสำหรับโรงแรมระดับคอมฟอร์ทและควอลิตี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่าง)
รถเช่าจำนวน 15 วัน (โตโยต้า Aygo หรือรุ่นที่เทียบเท่า สามารถอัปเกรดได้)
ประกันภัยรถเช่าแบบ CDW สำหรับรถระดับซูเปอร์บัดเจท; รถระดับอื่นจะรวมประกัน SCDW และประกันกรวด
ระบบนำทาง GPS
ค่าขึ้นเรือเฟอร์รี่ Baldur รวมรถยนต์ 1 คัน
รายละเอียดการเดินทางเป็นภาษาอังกฤษ
ตัวแทนท่องเที่ยวส่วนบุคคล
ภาษี
นักท่องเที่ยวที่จองทัวร์กับ Guide to Iceland สามารถทำนัดหมายล่วงหน้าเพื่อเข้ารับการตรวจโควิดแบบ PCR หรือการทดสอบแอนติเจนแบบเร่งด่วน (ATK) ก่อนที่จะเดินทางออกจากไอซ์แลนด์ได้หากจำเป็น

แผนที่

สถานที่ท่องเที่ยว

กิจกรรม

ทัวร์ปีนธารน้ำแข็ง
ดำน้ำตื้น
พายเรือแคนู
สโนว์โมบิล
ซูเปอร์ จีป
ปีนน้ำแข็ง
ชมวาฬ
การเที่ยวชม
ล่องเรือ
แช่บ่อน้ำแร่
กิจกรรมเกี่ยวกับวัฒนธรรม
ชมนก
ถ้ำคริสตัล
ขับรถเที่ยวเอง

แผนการเที่ยวรายวัน

วัน 1
แลนด์มาร์กของเรคยาวิก โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยาใต้แสงอาทิตย์เที่ยงคืน

วัน 1 - เดินทางมาถึงไอซ์แลนด์ & เที่ยวเรคยาวิก

ยินดีต้อนรับสู่ดินแดนแห่งน้ำแข็งและไฟ! ทันทีที่คุณมาถึงสนามบินนานาชาติเคฟลาวิก (Keflavík) คุณจะรับรถเช่าในสนามบิน และเริ่มออกไปสัมผัสกับภูมิประเทศแปลกประหลาดที่เต็มไปด้วยลาวาในบริเวณใกล้กับสนามบินได้เลย ระหว่างที่เดินทางจากสนามบินเคฟลาวิกเพื่อเข้าเมืองเรคยาวิก (Reykjavík) จะมีทุ่งลาวาสีดำและเขียวให้ชม พร้อมกับทิวทัศน์ที่มีไอน้ำลอยขึ้นมาจากพื้นดินด้านหน้าภูเขาสีฟ้าที่อยู่ไกลออกไป

หากคุณต้องการไปเที่ยวที่บลูลากูน (Blue Lagoon) บ่อน้ำร้อนที่โด่งดังที่สุดในไอซ์แลนด์ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างสนามบินและเมืองหลวง คุณสามารถจองบัตรเข้าบลูลากูนล่วงหน้าได้ในระหว่างที่ทำการจองทัวร์นี้ และคุณสามารถเลือกเข้าไปใช้บริการสปาแห่งนี้ได้ในวันที่เดินทางมาถึงไอซ์แลนด์ หรือวันที่เดินทางกลับ

นอกจากนี้คุณอาจสนใจไปเที่ยวสระน้ำพลังงานความร้อนใต้พิภพที่มีอยู่มากมายในเรคยาวิกด้วย ซึ่งเมืองนี้มีสระว่ายน้ำ 17 แห่ง แต่ละแห่งนั้นมีสระกลางแจ้ง ห้องซาวน่า และอ่างน้ำร้อนจำนวนมาก ซึ่งให้บริการในราคาถูกจนไม่น่าเชื่อ

วันนี้คุณสามารถเลือกได้เลยว่าอยากจะทำอะไร และหากคุณยังไม่อยากลงแช่น้ำในวันนี้ คุณก็สามารถออกไปเดินเล่นเพื่อสำรวจย่านใจกลางเมืองเรคยาวิก รวมถึงเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยว เช่น โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrímskirkja) สระน้ำในเมือง ท่าเรือเก่า หรือฮาร์ปาคอนเสิร์ตฮอลล์ (Harpa Concert Hall) ได้เหมือนกัน

คืนนี้พักค้างคืนในย่านใจกลางเมืองเรคยาวิก

อ่านเพิ่ม
วัน 2
น้ำตกกุลล์ฟอสส์ หรือน้ำตกทองคำ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่เป็นจุดต้องแวะบนเส้นทางวงกลมทองคำ

วัน 2 - วงกลมทองคำ & สระน้ำจากพลังงานความร้อนใต้พิภพ

วันนี้คุณจะเริ่มต้นออกเดินทางไปยังชนบทของไอซ์แลนด์ โดยเริ่มจากสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอย่างวงกลมทองคำ เส้นทางนี้มีจุดแวะเที่ยว ได้แก่ อุทยานแห่งชาติธิงเวลลีย์ (Þingvellir National Park) ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโก ทุ่งน้ำพุร้อนไกเซอร์ที่มีไกเซอร์สโทรคูร์ (Strokkur) พ่นน้ำอย่างสม่ำเสมอ และน้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss) หรือ "น้ำตกทองคำ" อันงดงาม รวมถึงจุดแวะพักยอดนิยมอย่างทะเลสาบปล่องภูเขาไฟเคริด (Kerið)

นอกจากนี้คุณยังสามารถเติมสีสันให้กับวันนี้ด้วยกิจกรรมเสริมที่สนใจ คุณสามารถไปดำน้ำตื้นที่รอยแยกซิลฟราในอุทยานแห่งชาติธิงเวลลีย์ที่มีน้ำใสราวกับคริสตัล คุณสามารถขี่สโนว์โมบิลข้ามธารน้ำแข็งลางโจกุล (Langjökul) ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของไอซ์แลนด์ หรือคุณจะไปแช่น้ำอุ่นที่ซีเครทลากูน (Secret Lagoon) หรือฟอนทาน่าสปา (Fontana Spa) หลังจากเที่ยวบนเส้นทางวงกลมทองคำจนเหนื่อยมาทั้งวัน

อ่านเพิ่ม
วัน 3
หน้าผา Dyrhólaey เป็นหนึ่งในสถานที่ดูนกพัฟฟินยอดนิยมของไอซ์แลนด์ มีทัศนียภาพที่งดงามรอบทิศ

วัน 3 - ชมทัศนียภาพชายฝั่งทางใต้ & สำรวจธารน้ำแข็ง

ชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์มีชื่อเสียงด้านความงามและสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย คุณสามารถเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการสำรวจน้ำตกน้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์ (Seljalandsfoss) น้ำตกกลูยฟราบูอิ (Gljúfrabúi) และน้ำตกสโกกาฟอสส์ (Skógafoss) อันน่าทึ่ง ก่อนเดินทางต่อไปทางตะวันออกสู่หน้าผาดิร์โอลาเอย์ (Dyrhólaey) และหาดทรายสีดำเรย์นิสฟยารา (Reynisfjara) ซึ่งมีหินเรนิสแดรงเกอร์ (Reynisdrangar) ตั้งตระหง่านอยู่ในมหาสมุทร

การเดินทางในวันนี้คุณจะมองเห็นธารน้ำแข็งเอยาฟยาลลาโจกุล (Eyjafjallajökull) และมิร์ดาลสโจกุล (Mýrdalsjökull) เป็นแลนด์มาร์กที่เด่นเป็นสง่า ถ้าคุณอยากสำรวจธารน้ำแข็งในวันนี้ก็สามารถเลือกกิจกรรมปีนกลาเซียร์หรือปีนน้ำแข็งที่โซลเฮมาโจกุล (Sólheimajökull) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมิร์ดาลสโจกุล หรือเลือกไปสำรวจถ้ำน้ำแข็งสีดำที่อยู่บนภูเขาไฟคัทลา (Katla) ได้

ส่วนตัวเลือกในการแช่บ่อน้ำร้อนในวันนี้คือสระน้ำเซลลาย์วัลลาเลยก์ (Seljavallalaug) สระน้ำคอนกรีตบนไหล่เขาซึ่งมีน้ำอุ่นตามธรรมชาติไหลลงมาเติมเต็ม สระน้ำนี้ไม่ใช่สระที่มีคนดูแล ดังนั้นห้องสำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้าอาจจะเรียบง่ายมาก และไม่มีฝักบัวหรือห้องน้ำให้บริการ

หลังจากเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวสุดพิเศษมาทั้งวัน คืนนี้พักค้างคืนใกล้กับเมืองวิก (Vík) ที่สวยงาม

อ่านเพิ่ม
วัน 4
ห้ามพลาด ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนที่สวยงามทางตะวันออกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์

วัน 4 - เขตอนุรักษ์ธรรมชาติสกัฟตาเฟลล์ & ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน

ก่อนที่จะเดินทางออกจากเคิร์กยูแบร์ยาร์กเลาสเทอร์ (Kirkjubæjarklaustur หรือเรียกสั้นๆ ว่า Klaustur) อย่าลืมแวะไปที่หุบเขาฟยาดราวกยูเฟอร์ (Fjaðrárgljúfur) ซึ่งอยู่ห่างออกไปโดยใช้เวลาในการขับรถเพียงไม่นาน จากนั้นจึงค่อยมุ่งหน้าไปทางตะวันออกสู่เขตอนุรักษ์ธรรมชาติสกัฟตาเฟลล์ (Skaftafell Nature Reserve) ซึ่งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล (Vatnajökull)

ที่สกัฟตาเฟลล์คุณสามารถเลือกเพิ่มทัวร์ปีนกลาเซียร์หรือปีนน้ำแข็งบนหนึ่งในผืนน้ำแข็งที่เป็นส่วนหนึ่งของวัทนาโจกุลได้ และยังสามารถเดินป่าระยะสั้นๆ เองได้ด้วย โดยให้เดินไปตามเส้นทางที่มีให้ ซึ่งสกัฟตาเฟลล์นั้นมีชื่อเสียงในเรื่องความหลากหลายของเส้นทางเดินป่า เส้นทางที่แนะนำคือเส้นทางเดินป่าไปน้ำตกสวาร์ติฟอสส์ (Svartifoss) ที่สวยงาม ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับการสร้างโบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrímskirkja) อันโด่งดังในเมืองเรคยาวิก

จากนั้นกลับมาที่รถและขับไปทางตะวันออกเล็กน้อยเพื่อไปยังสถานที่งดลามล้ำค่าของไอซ์แลนด์อย่างทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน (Jökulsárlón) และหาดไดมอนด์ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาหลายชั่วโมงที่นั่นเพียงแค่จ้องมองก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาลอยอยู่บนน้ำอันเงียบสงบและดูแมวน้ำที่เอนกายอยู่บนภูเขาน้ำแข็งเหล่านั้น หากคุณต้องการเข้าไปดูภูเขาน้ำแข็งในระยะใกล้ คุณสามารถไปกับทัวร์ล่องเรือที่พาคุณไปดูรอบๆ ภูเขาน้ำแข็งที่ลอยอยู่ได้ ซึ่งเรือจะมีให้เลือกสองแบบ คือเรือสะเทินน้ำสะเทินบกซึ่งช้าหน่อย และอีกอันคือเรือโซดิแอกที่เป็นเรือเร็ว

ในตอนท้ายของวันนี้ คุณสามารถไปผ่อนคลายในอ่างน้ำร้อนที่ฮอฟเฟลล์ (Hoffell) ซึ่งอยู่ก่อนถึงที่พักของคุณในเมืองเฮิฟน์ (Höfn) ทางตะวันออกของไอซ์แลนด์ อ่างน้ำร้อนที่นี่มีค่าธรรมเนียมเล็กน้อยโดยคุณสามารถหยอดตู้ที่ตั้งไว้ได้เลย

อ่านเพิ่ม
วัน 5
ทะเลสาบ Lagarfljót ในฟยอร์ดทางตะวันออกของไอซ์แลนด์ใกล้กับเมืองเอกิลสตาดีร์

วัน 5 - ฟยอร์ดทางตะวันออกในชนบทของไอซ์แลนด์

วันนี้คุณจะได้เดินทางสู่ฟยอร์ดในชนบทของไอซ์แลนด์ตะวันออก ฟยอร์ดแต่ละแห่งมีทิวทัศน์ที่งดงามและมีหมู่บ้านที่มีเสน่ห์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

อย่างเช่นที่หมู่บ้านจูปิโวกูร์ (Djúpivogur) อันงดงาม คุณสามารถเพลิดเพลินกับงานศิลปะกลางแจ้งที่บริเวณอ่าวเกลดิวิก (Gleðivík) และที่หมู่บ้านเฟาส์กรูดสฟยอร์ดูร์ (Fáskrúðsfjörður) ซึ่งมีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับฝรั่งเศสมีป้ายชื่อถนนที่มีทั้งภาษาไอซ์แลนด์และฝรั่งเศส ส่วนหมู่บ้านเซย์ดิสฟยอร์ดูร์ (Seyðisfjörður) นั้นมีชื่อเสียงในด้านชุมชนศิลปะที่เฟื่องฟูและน่าสนใจ อีกทั้งยังมีสภาพแวดล้อมที่สวยงาม บ้านเรือนสีสันสดใส และเป็นที่ตั้งของหนึ่งในร้านซูชิที่ดีที่สุดในยุโรป!

คุณสามารถใช้เวลาสำรวจเมืองเล็กๆ เหล่านี้อย่างไม่เร่งรีบ หรือจะขับรถไปชมรอบๆ ทะเลสาบลาการ์ฟโลยต์ (Lagarfljót) ใกล้กับเมืองเอกิลสตาดีร์ (Egilsstaðir) ก็ได้ ซึ่งที่ริมฝั่งทะเลสาบ คุณจะพบป่าฮาลอร์มสตาร์ดาสโกการ์ (Hallormsstaðaskógur) ป่าที่ใหญ่ที่สุดของไอซ์แลนด์และน้ำตกเฮนกิฟอสส์ (Hengifoss) ที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ

คืนนี้พักค้างคืนที่เมืองเอกิลสตาดีร์

อ่านเพิ่ม
วัน 6
วิวสวยจากอ่างน้ำธรรมชาติมิวาทน์

วัน 6 - ทะเลสาบมิวาทน์ & อ่างน้ำธรรมชาติ

วันนี้คุณจะมุ่งหน้าไปยังบริเวณที่สวยงามรอบๆ ทะเลสาบมิวาทน์ และจะใช้เวลาอีกสองคืนที่นี่ ซึ่งที่มิวาทน์มีตัวเลือกกิจกรรมที่น่าสนใจ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ที่ห้ามพลาดมากมาย ถ้าคุณไม่รังเกียจการขับรถระยะทางไกลบนถนนลูกรัง คุณควรไปดูหลุ่มปล่องภูเขาไฟอาสยา (Askja) ด้วย เพราะมีปากปล่องภูเขาไฟวิติ (Víti) ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำอุ่นและคุณสามารถลงเล่นน้ำได้ และการเที่ยวแถวนี้มีข้อควรระมัดระวังอยู่ เนื่องจากสถานที่ต่างๆ อาจมีอุณหภูมิแตกต่างกัน และพื้นดินในบริเวณใกล้ๆ กันอาจจะร้อนมาก และต้องใช้เวลาขับรถหลายชั่วโมง

ที่ริมทะเลสาบมิวาทน์ คุณจะได้สำรวจพื้นที่พลังงานความร้อนใต้พิภพที่เนามาส์การ์ด (Námaskarð) คุณจะได้เห็น (ได้กลิ่นและได้ยินเสียง) ของน้ำพุร้อนหลากสีสันที่เดือดปุด ๆ และมีไอน้ำพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินในทุกทิศทาง

และควรไปเดินป่ารอบๆ ทุ่งดิมมูบอร์กีร์ (Dimmuborgir) ดูหินลาวาสีดำที่ก่อตัวขึ้นบนต้นเบิร์ชสีเขียว หรือขึ้นไปยังปากปล่องแควแฟลล์ (Hverfell) ที่มืดและเต็มไปด้วยทราย

นอกจากนี้คุณยังสามารถสัมผัสประสบการณ์สปาได้ที่อ่างน้ำธรรมชาติมิวาทน์ (Mývatn Nature Baths) ซึ่งเปรียบเสมือนบลูลากูนในทางเหนือ น้ำสีฟ้าขุ่นที่นี่มีอุณหภูมิกำลังพอเหมาะที่ 100°F (38°C) และมีห้องอบไอน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้า และฝักบัวอาบน้ำให้ด้วย

คืนนี้พักค้างคืนที่บริเวณทะเลสาบมิวาทน์

อ่านเพิ่ม
วัน 7
เดตติฟอสส์เป็นน้ำตกที่สวยงามและทรงพลังอย่างมากทางตอนเหนือของไอซ์แลนด์

วัน 7 - น้ำตกเดตติฟอสส์และชมวาฬฮูสาวิก

เลยแถวทะเลสาบมิวาทน์ออกไปยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าทึ่งรอคุณอยู่ วันนี้คุณมีแผนจะไปเที่ยวน้ำตกเดตติฟอสส์ (Dettifoss) น้ำตกที่ทรงพลังที่สุดในยุโรป และเลยออกไปทางใต้อีกหน่อยก็มีน้ำตกเซลฟอสส์ (Selfoss) ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง และเมื่อขับรถต่อไปอีกนิด คุณจะพบกับสถานที่ท่องเที่ยวที่น่ารื่นรมย์อื่นๆ มากมาย รวมทั้งหน้าผาฮิวโยดาคเลตาร์ (Hljóðaklettar) หุบเขาเอาส์บิร์กิ (Ásbyrgi) และเมืองฮูสาวิกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ (Húsavík)

ที่ฮูสาวิก คุณอาจจะเลือกไปเที่ยวกับทัวร์ดูวาฬ เพราะเมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของการดูวาฬของไอซ์แลนด์ จากนั้นคุณสามารถไปแช่อ่างน้ำร้อนที่ออสตาคาริด (Ostakarið) แบบที่คนในแถบนั้นนิยมกันก็ได้ ที่นี่เป็นอ่างน้ำร้อนที่ทำด้วยเหล็กและสามารถลงไปแช่ได้ครั้งละประมาณ 20 คน และใกล้ๆ กันมีห้องสำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ไม่มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำ

นอกจากนี้ที่นอกตัวเมืองฮูสาวิกก็ยังมีอ่างน้ำให้ใช้บริการได้อีกแห่งหนึ่ง เป็นทะเลสาบน้ำอุ่นธรรมชาติขนาดใหญ่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง น้ำที่นี่มีอุณหภูมิประมาณ 20°C เท่านั้นจึงเหมาะสำหรับวันที่อากาศอบอุ่นหน่อย และบางทีคุณอาจจะได้เจอปลาทองแหวกว่ายอยู่ในทะเลสาบด้วย ที่นี่ไม่มีห้องสำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้า และไม่มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำให้

จากนั้นคุณจะเดินทางเข้าที่พักแถวทะเลสาบมิวาทน์ และพักค้างคืนที่นี่อีกคืน

อ่านเพิ่ม
วัน 8
น้ำตกโกดาฟอสส์ทางเหนือของประเทศไอซ์แลนด์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม

วัน 8 - อาคูเรย์ริ: เมืองหลวงแห่งภาคเหนือ

เริ่มต้นวันด้วยการเดินทางไปยังเมืองอาคูเรย์ริ (Akureyri) ระหว่างทางห้ามพลาดแวะชมน้ำตกโกดาฟอสส์ (Goðafoss) อันสวยงาม ที่ว่ากันว่าเป็น "น้ำตกแห่งเทพเจ้า" อาคูเรย์ริเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวมากและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์แล้ว หากไม่นับรวมเรคยาวิกเมืองหลวง ดังนั้นจึงได้ชื่อว่าเป็น "เมืองหลวงแห่งภาคเหนือ" เมืองนี้มีโบสถ์ที่โดดเด่น มีสวนพฤกษศาสตร์ที่สวยงาม และเป็นศูนย์กลางความบันเทิงยามค่ำคืน นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะ โรงละครท้องถิ่นที่มีคนพลุกพล่าน และมีวิวภูเขาและฟยอร์ดอันกว้างใหญ่ สระว่ายน้ำในเมืองเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับกิจกรรมในวันนี้ ซึ่งอาคูเรย์ริมีอ่างน้ำร้อนและซาวน่าอยู่หลายแห่ง และมีสไลเดอร์แสนสนุกสำหรับเด็กๆ (และผู้ใหญ่) ด้วย หลังจากนั้น อย่าลืมลองชิมไอศกรีมในท้องถิ่น รวมทั้งแวะร้านอาหารและบาร์ดีๆ สักแห่งสองแห่งในเมืองนี้

คืนนี้คุณจะพักค้างคืนที่เมืองน่ารักแห่งนี้

อ่านเพิ่ม
วัน 9
หิน Hvítserkur ทางตะวันตกเฉียงเหนือของไอซ์แลนด์นั้นดูคล้ายกับสัตว์กำลังดื่มน้ำจากทะเล

วัน 9 - มุ่งหน้าสู่ฟยอร์ดตะวันตก

วันนี้ คุณจะออกเดินทางสู่ฟยอร์ดทางตะวันตก โดยเป้าหมายอยู่ที่หมู่บ้านโฮลมาวิก (Hólmavík) ในตอนเย็น แนะนำให้คุณขับรถไปรอบๆ คาบสมุทรโทรล (Tröllaskagi หรือ 'Troll Peninsula') และแวะที่หมู่บ้านซิกลูฟยอร์ดูร์ (Siglufjörður) ด้วย พิพิธภัณฑ์แฮร์ริ่งที่ซิกลูฟยอร์ดูร์เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ห้ามพลาด เพราะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลและที่นี่จะทำให้คุณเข้าใจวัฒนธรรมการเดินเรือของประเทศไอซ์แลนด์อย่างลึกซึ้ง

คุณจะได้เห็นวิวที่สวยงามมากๆ ด้วยในขณะที่ขับรถบนคาบสมุทรนี้ และยิ่งถ้าไปที่สระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ในเมืองเล็กๆ อย่างโฮฟซอส (Hofsós) คุณจะมองเห็นวิวที่สวยกว่าเดิมอีก เพราะสระน้ำแห่งนี้สร้างอยู่บนเนินเขาเหนือทะเล มองออกไปเห็นทั้งวิวฟยอร์ดและและเกาะแดรงกี (Drangey)

หากคุณนึกอยากขับรถออกนอกเส้นทางในระยะไม่ไกล คุณสามารถไปแช่น้ำที่บ่อน้ำเล็กๆ ชื่อเกรทติสส์เลยก์ (Grettislaug) ซึ่งอยู่หน้าอ่าวในโฮฟโซส หรือจะไปดูหินรูปสัตว์ที่ฮวิทเซอร์คูร์ (Hvítserkur) ก็ได้ ในช่วงน้ำลง คุณสามารถเดินขึ้นไปจนถึงหินสูง 15 เมตรนี้ได้ แต่เมื่อน้ำขึ้นสูงก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน เพราะหินจะดูคล้ายกับช้างหรือมังกรกำลังดื่มน้ำจากทะเลโดยรอบ

ในตอนท้ายของวัน คุณจะเดินทางไปถึงหมู่บ้านโฮลมาวิก ซึ่งขึ้นชื่อด้านพิพิธภัณฑ์เวทมนตร์และคาถา และคุณจะใช้เวลาสองคืนถัดไปที่นี่

อ่านเพิ่ม
วัน 10
ทัศนียภาพอันน่าทึ่งของฟยอร์ดทางตะวันตกของไอซ์แลนด์

วัน 10 - เที่ยวทางตะวันออกของฟยอร์ดตะวันตก

วันนี้เป็นวันสบายๆ ในพื้นที่ทางฝั่งตะวันออกของฟยอร์ดทางตะวันตก เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการสำรวจหมู่บ้านฮอลมาวิก (Hólmavík) ที่สวยงาม และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เวทมนตร์ในท้องถิ่น ก่อนออกเดินทางไปตามหาน้ำพุร้อนที่มีทิวทัศน์สวยงาม

วันนี้มีตัวเลือกบ่อน้ำร้อนถึง 3 แห่งด้วยกัน ที่ใกล้ที่สุดอยู่ริมทะเลในใจกลางหมู่บ้านเล็กๆ เปี่ยมเสน่ห์ที่ชื่อแดรงส์เนส (Drangsnes) ซึ่งขับรถไปจากโฮลมาวิกไม่ไกล ชาวบ้านจากทั้งแดรงส์เนสและโฮลมาวิกนิยมมาแช่น้ำร้อนที่บ่อนี้ในช่วงเย็น โดยพวกเขามักจะมาแช่ตัวพร้อมกับจิบเครื่องดื่มที่นำติดมาด้วย และเชิญชวนกันลงไปแช่น้ำเย็นในทะเลเมื่อรู้สึกว่าน้ำในบ่อเริ่มร้อนเกินไป ที่นี่มีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่บนถนนฝั่งตรงข้าม และบ่อเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

แห่งที่สองคือเกวนดาร์เลยก์ (Gvendarlaug) ซึ่ง Hotel Laugarhóll เป็นเจ้าของสถานที่ คุณต้องจ่ายค่าบริการเล็กน้อยที่แผนกต้อนรับของโรงแรม จากนั้นจึงสามารถเข้าใช้สระน้ำอุ่นธรรมชาติ ลำธารร้อนธรรมชาติที่มีหินสำหรับแช่เท้า และสระว่ายน้ำ

แห่งที่สามคือสระครอสส์เนสเลยก์ (Krossneslaug) ที่อยู่ห่างออกไปสุดปลายถนน ระหว่างทาง คุณจะผ่านจูปาวิก (Djúpavík) ชุมชนเล็กๆ เก่าแก่ที่ถูกทิ้งร้าง ซึ่งที่นี่ล้อมรอบด้วยน้ำตกที่สวยงาม โดยสระว่ายน้ำครอสส์เนสเลยก์ตั้งอยู่ริมทะเลและมีทัศนียภาพอันตระการตา การขับรถไปที่นี่ก็มีวิวที่สวยงามมากเหมือนกันแต่ถนนไม่ได้ลาดยาง

เดินทางกลับโฮลมาวิก คืนนี้คุณจะพักค้างคืนที่นี่อีกคืน

อ่านเพิ่ม
วัน 11
เทิร์ฟเฮ้าส์ บ้านแบบดั้งเดิมในโบลุงการ์วิก ในฟยอร์ดทางตะวันตกของไอซ์แลนด์

วัน 11 - มุ่งหน้าสู่อีสาฟยอร์ดูร์

วันนี้คุณจะมุ่งหน้าไปยังอีสาฟยอร์ดูร์ (Ísafjörður) เมืองที่ใหญ่ที่สุดในฟยอร์ดทางตะวันตก คุณจะขับรถผ่านภูเขาและวิ่งไปตามฟยอร์ดที่สวยงาม ซึ่งบางแห่งมีน้ำพุร้อนซ่อนอยู่รอให้คุณไปค้นพบ คุณอาจจะอยากไปเที่ยวฟาร์มเฮย์ดาลูร์  (Heydalur) ด้วย เพื่อแวะดื่มกาแฟและใช้บริการสระน้ำ ซึ่งที่นี่มีสระน้ำร้อนถึง 3 สระ ได้แก่ สระในร่มซึ่งอยู่ในเรือนกระจก สระที่สร้างขึ้นกลางแจ้ง และสระธรรมชาติขนาดเล็ก

อย่าลืมเผื่อเวลาเอาไว้ชมวิวบนเส้นทางระหว่างอีสาฟยอร์ดูร์กับตัวเมืองกันด้วย และคุณยังสามารถสำรวจเส้นทางที่ไกลออกไปกว่านี้ได้ เช่น ไปดูวิวภูเขาโบลาฟยาลล์ (Bolafjall) ซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองเล็กๆ ชื่อโบลุงการ์วิก (Bolungarvík)

สระว่ายน้ำที่แนะนำอีกแห่งคือสระในหมู่บ้านซูดีเรย์ริ (Suðureyri) ที่คุณสามารถจิบกาแฟในอ่างน้ำร้อนก่อนที่จะเดินทางกลับที่พักของคุณในคืนนี้ที่อีสาฟยอร์ดูร์

อ่านเพิ่ม
วัน 12
สระว่ายน้ำความร้อนใต้พิภพ Reykjafarðarlaug ในฟยอร์ดทางตะวันตกอันห่างไกลของไอซ์แลนด์

วัน 12 - อัญมณีแห่งฟยอร์ดตะวันตก

เดินทางจากอีสาฟยอร์ดูร์ (Ísafjörður) ลงใต้เพื่อไปยังเมืองพาเทรคสฟยอร์ดูร์ (Patreksfjörður) และล่องเรือชมวิวไปตามฟยอร์ดที่สวยงามมากมาย หากคุณต้องการเริ่มต้นวันนี้ด้วยทัวร์เสริม คุณจะได้ไปสัมผัสกับความตื่นเต้นบนน้ำนิ่งสงบของฟยอร์ดอีสาฟยอร์ดูและพายเรือคายักเพื่อชมความงดงามตระการตาของฟยอร์ดทางตะวันตกจากในทะเล

จากอีสาฟยอร์ดู มุ่งหน้าไปยังดินยานติ (Dynjandi) เพื่อไปดูน้ำตกที่ลดหลั่นลงมาตามหน้าผาสูง 328 ฟุต (100 เมตร) ซึ่งเห็นแล้วคงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมจึงได้ชื่อว่า "อัญมณีแห่งฟยอร์ดทางตะวันตก"

บ่อน้ำพุร้อนที่คุณสามารถไปเที่ยวได้ในวันนี้คือเรคยาฟยาร์ดาร์เลยก์ (Reykjafjarðarlaug) ซึ่งมีเสน่ห์ไม่น้อย ที่นี่มีทั้งสระน้ำและน้ำพุร้อนธรรมชาติ และอ่างน้ำร้อนที่คนในพื้นที่นิยมใช้กันอีกแห่งคือพอลูริน (Pollurinn) ซึ่งเป็นสระน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้นตั้งอยู่ใกล้เมืองเล็กๆ อย่างทัลคนาฟยอร์ดูร์ (Tálknafjörður)

ถ้ายังพอมีเวลาเหลือ คุณสามารถขับรถไปชมทรายสีแดงที่หาดเราดาซานดูร์ (Rauðasandur) หรือไปที่หน้าผาลาทราบียอร์ก (Látrabjarg) ซึ่งเป็นผาสำหรับดูนกในทางตะวันตกสุดของยุโรป หรือไม่อย่างนั้นคุณก็สามารถเก็บไว้ไปเที่ยวในวันพรุ่งนี้เช้าแทนก็ได้ คืนนี้พักค้างคืนในเมืองพาเทรคสฟยอร์ดูร์

อ่านเพิ่ม
วัน 13
เกาะ Flatey อันเงียบสงบในไอซ์แลนด์ตะวันตกเป็นบ้านของนกพัฟฟิน

วัน 13 - นั่งเรือเฟอร์รี่บาลดูร์ไปสติกกิโฮลมูร์

วันนี้คุณจะเดินทางข้ามฟยอร์ดเบรียดาฟยอดูร์ (Breiðafjörður) ด้วยเรือเฟอร์รี่เพื่อไปเที่ยวคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส (Snæfellsnes) และระหว่างทางคุณยังสามารถเลือกแวะเที่ยวเกาะแฟลทเทย์ (Flatey) ได้อีกด้วย แต่ถ้าจะแวะคุณต้องขึ้นเรือเฟอร์รี่เที่ยวเช้าหน่อยแล้วค่อยมาขึ้นเรือรอบเย็นเพื่อไปยังสติกกิโฮลมูร์ (Stykkishólmur)

เกาะแฟลทเทย์เป็นเกาะเงียบสงบ มีชาวบ้านอยู่อาศัยและทำเกษตรกรรมอยู่บนเกาะแบบถาวรเพียงแค่ 2 คน จึงเหมาะกับการไปพักผ่อนสบายๆ คุณอาจจะเพียงแค่นั่งดูนกพัฟฟินที่ริมหาด หรืออาจจะไปเดินเล่นรอบเกาะก็เพลิดเพลินไปอีกแบบ

หรือคุณอาจจะใช้เวลาในวันนี้ทั้งวันที่ฟยอร์ดทางตะวันตก เที่ยวหาดเราดาซานดูร์ (Rauðasandur) หน้าผาลาทราบียอร์ก (Látrabjarg) สระว่ายน้ำบีร์กิเมลูร์ (Birkimelur) หรือไปที่น้ำพุร้อนเฮลลูเลยก์ (Hellulaug) ข้างโรงแรม Hótel Flókalundur ก็ได้ จากนั้นค่อยนั่งเรือเฟอร์รี่รอบเย็นจากโฟลกาลันดูร์ (Flókalundur) ไปที่สติกกิโฮลมูร์ โดยไม่ต้องไปแวะที่เกาะแฟลทเทย์

คืนนี้พักค้างคืนที่สติกกิโฮลมูร์ เมืองที่ใหญ่ที่สุดบนคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส

อ่านเพิ่ม
วัน 14
วิวพระอาทิตย์เที่ยงคืนของธารน้ำแข็ง Snæfellsjökull และภูเขาไฟในไอซ์แลนด์ตะวันตก

วัน 14 - จากสไนล์แฟลซเนสไปยังเรคยาวิก

ในช่วงท้ายของวันนี้คุณจะไปอยู่ในเมืองเรคยาวิก แต่ก่อนที่คุณจะออกเดินทางลงใต้ คุณยังมีเวลาเหลือให้เที่ยวคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนสได้ครบทั้งหมด รวมถึงไปดูภูเขาเคิร์คจูแฟส (Kirkjufell) รูปทรงกรวย ดื่มด่ำกับความงามของธรรมชาติของสถานที่ต่างๆ ภายในอุทยานแห่งชาติสไนล์แฟลซโจกุล เช่น หาดทรายดำตูปาโลนส์ซานดูร์ (Djúpalónssandur) หรือเลือกไปทัวร์ถ้ำวาท์ทเฮลลิร์ (Vatnshellir) สถานที่สวยงามอื่นๆ ได้แก่ หมู่บ้านเฮลล์นาร์ (Hellnar) และอาร์นาร์สทาปิ (Arnarstapi) ที่มีหินรูปทรงประหลาดที่เชื่อว่าเป็นยักษ์โทรลล์ถูกสาป

บนชายฝั่งตะวันตกของไอซ์แลนด์ คุณสามารถเลือกไปผ่อนคลายกับสปาที่เครยมา (Krauma) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่ทางประวัติศาสตร์อย่างเรค์คอร์ค (Reykholt) น้ำตกเฮินฟอซซาร์ (Hraunfossar) ที่สวยงาม และน้ำพุร้อนเดลตาร์ทุงกุแควร์ (Deildartunguhver) อันทรงพลัง

หากคุณยังมีแรงเหลืออยู่บ้างในช่วงท้ายของวัน คุณสามารถเดินขึ้นเขาเป็นเวลา 2-3 ชั่วโมงไปยังน้ำตกกลีมูร์ (Glymur) ซึ่งเป็นน้ำตกที่สูงเป็นอันดับสองของประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งอยู่ที่ด้านล่างของฟยอร์ดควาลฟยอร์ดูร์ (Hvalfjörður) ไม่ไกลจากเรคยาวิก นอกจากนี้คุณยังสามารถไปเที่ยวอุโมงค์ถ้ำน้ำแข็ง ซึ่งเป็นกลุ่มอุโมงค์ที่สลับซับซ้อนอยู่ภายในธารน้ำแข็งลางโจกุล (Langjökull)

อ่านเพิ่ม
วัน 15
ใจกลางเมืองเรคยาวิกในค่ำคืนฤดูร้อนที่สวยงาม

วัน 15 - เดินทางกลับ

วันนี้คือวันสุดท้ายของคุณในไอซ์แลนด์ คุณจะมีเวลาว่างสำหรับเที่ยวสถานที่ต่างๆ ทั้งหมดในเมืองเรคยาวิก ซึ่งบางทีคุณอาจอยากแช่น้ำที่ไอซ์แลนด์อีกสักครั้งในสระว่ายน้ำแห่งใดแห่งหนึ่งในเมือง หรือคุณอาจจะจองการเข้าชมบลูลากูนไว้สำหรับวันนี้ก็ได้ หรือไม่อย่างนั้นคุณอาจจะไปนั่งจิบกาแฟในคาเฟ่ในเมืองหรือไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่สนใจ แต่อย่าลืมเผื่อเวลาเอาไว้สำหรับเดินทางไปสนามบินเพื่อส่งคืนรถเช่าและขึ้นเครื่องบินกลับบ้านด้วย ขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพและพบกันใหม่อีกเร็วๆ นี้

อ่านเพิ่ม

สิ่งที่ควรนำไป

เสื้อผ้าที่อบอุ่นและกันน้ำ
รองเท้ากันน้ำอย่างดี
ชุดว่ายน้ำและผ้าเช็ดตัว
กล้องถ่ายรูป
ใบอนุญาตขับขี่

สิ่งที่ควรรู้

ทริปขับรถเที่ยวครั้งนี้สามารถเริ่มต้นออกเดินทางได้จากทั้งในเมืองเรคยาวิก หรือสนามบินนานาชาติเคฟลาวิก ผู้ที่ทำหน้าที่ขับรถจะต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่ยังไม่หมดอายุและมีประสบการณ์ในการขับรถบนท้องถนนอย่างน้อยหนึ่งปี ทั้งนี้แผนการท่องเที่ยวที่จัดไว้อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับวันเวลาที่คุณเดินทางมาถึงไอซ์แลนด์ด้วย

โปรดทราบว่าสำหรับกิจกรรมบางอย่างที่คุณเลือก คุณอาจจะต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่ยังไม่หมดอายุ หรือคุณอาจจะต้องส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้กับผู้วางแผนการเดินทางของคุณ และคุณอาจจะต้องแสดงเอกสารรับรองทางการแพทย์ในการดำน้ำตื้น

และถึงแม้จะเป็นช่วงฤดูร้อน แต่อากาศที่ไอซ์แลนด์ก็ไม่สามารถคาดเดาได้ ดังนั้น โปรดเตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะสมมาด้วย

ทั้งนี้ ในพื้นที่ฟยอร์ดทางตะวันตกนั้นไม่มีที่พักระดับควอลิตี้ ลูกค้าที่ไปเยือนฟยอร์ดทางตะวันตกจะได้เข้าพักในที่พักระดับที่มีความสะดวกสบายมากที่สุดเท่าที่จะหาได้

ที่พัก

ดูระดับของที่พักของเราที่ด้านล่างนี้ และดูรายชื่อผู้ให้บริการที่พักที่เราแนะนำได้ที่ใต้แผนการเดินทางในแต่ละวัน ที่พักระดับซูเปอร์บัดเจทจะเป็นโฮสเทลและเตียงนอนแบบหอพักรวม ส่วนระดับอื่นๆ นั้น หากจองเข้าพักเพียงท่านเดียวจะได้รับห้องแบบซิงเกิล หากจองเข้าพักสองท่านขึ้นไปจะได้ห้องพักที่มีเตียงทวิน/เตียงดับเบิ้ล หรือเตียงทริปเปิ้ล สำหรับวัยรุ่นและเด็กจะถูกจัดให้พักห้องเดียวกับผู้ปกครอง หากต้องการห้องเพิ่มจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เมื่อคุณทำการจองกับเรา Guide to Iceland จะจัดหาที่พักที่ดีที่สุดจากพันธมิตรที่เราแนะนำให้กับคุณ ทั้งนี้ คุณภาพของโรงแรมที่พักในแต่ละพื้นที่ของไอซ์แลนด์อาจมีความแตกต่างกัน และเนื่องจากจำนวนที่พักมีอยู่อย่างจำกัดมาก หากที่พักพันธมิตรที่เราแนะนำถูกจองเต็มหมดแล้วในวันที่คุณต้องการ เราจะจัดหาที่พักอื่นที่อยู่ในระดับเดียวกันให้กับคุณตามความเหมาะสม ที่พักระดับควอลิตี้นั้นไม่ได้มีให้บริการในทุกพื้นที่ หากไม่มีที่พักระดับควอลิตี้ในพื้นที่ที่คุณต้องการ เราจะจัดหาที่พักระดับคอมฟอร์ทให้แทน โดยจะเลือกอัปเกรดห้องให้มีราคาสอดคล้องกับที่พักระดับควอลิตี้ เราจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อหาที่พักให้ตรงกับความต้องการพิเศษที่คุณมี ซึ่งบางครั้งอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม กรุณาระบุวันที่ที่คุณต้องการเดินทางเพื่อตรวจสอบจำนวนที่ว่าง

ซูเปอร์บัดเจท

เตียงแบบหอพัก พร้อมห้องน้ำรวมในเกสต์เฮาส์หรือโฮสเทล ที่พักตั้งอยู่ในบริเวณที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุด ไม่รวมอาหารเช้า

บัดเจท

ห้องพักพร้อมห้องน้ำรวมในฟาร์มเฮ้าส์ เกสต์เฮ้าส์ หรือโฮสเทล อยู่ในทำเลดีใกล้สถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุด ไม่รวมอาหารเช้า

คอมฟอร์ท

ห้องพักพร้อมห้องน้ำส่วนตัวในโรงแรมระดับ 3 ดาว หรือเกสต์เฮาส์คุณภาพ ทำเลใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุด รวมอาหารเช้า

ควอลิตี้

ห้องพักพร้อมห้องน้ำส่วนตัวในโรงแรมระดับ 4 ดาว หรือห้องซูพีเรียร์ในโรงแรมระดับ 3 ดาวที่มีคุณภาพ ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์ รวมอาหารเช้า

รถ

ด้านล่างนี้คือตัวเลือกการเช่ารถสำหรับทัวร์ขับรถเที่ยวเอง รถทุกคันของเราเป็นรถรุ่นใหม่หรือรุ่นปัจจุบัน โดยมีอายุไม่เกิน 2 ปี รถระดับซูเปอร์บัดเจทจะมาพร้อมกับประกันที่มีค่าเสียหายส่วนแรก (CDW) ซึ่งเป็นประกันมาตรฐาน ในขณะที่ระดับอื่นๆ ทั้งหมดจะรวมประกันกรวด (GP) และประกันประเภทไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก (SCDW) ข้อควรรู้: การขับรถออกนอกเขตถนนถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายสำหรับรถยนต์ทุกประเภท รถทุกระดับมี GPS และ Wi-Fi ให้ฟรี คุณสามารถเพลิดเพลินกับการใช้อินเทอร์เน็ตได้ไม่จำกัดด้วยอุปกรณ์ Wi-Fi ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้สูงสุด 10 เครื่องพร้อมกัน ผู้ให้บริการรถเช่ามีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนถนนตลอด 24 ชั่วโมง ข้อกำหนดด้านอายุของผู้ขับขี่สำหรับแต่ละระดับสามารถดูได้ที่ด้านล่าง แต่ไม่ว่ารถระดับใด ผู้ขับขี่จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้องอย่างน้อยหนึ่งปีก่อนวันที่เช่า เราขอแนะนำให้เลือกใช้รถระดับบัดเจทแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับการขับขี่ในฤดูร้อน และระดับคอมฟอร์ทแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับการขับขี่ในฤดูหนาว

ซูเปอร์บัดเจท 2WD

รถขนาดเล็กขับเคลื่อนสองล้อ เช่น Toyota Aygo หรือรุ่นใกล้เคียง เหมาะสำหรับการเดินทางประจำวันทั่วไป มีขนาดกะทัดรัดและสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 2 คน พร้อมกระเป๋าสัมภาระไม่มาก ไม่สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

บัดเจท 2WD

รถขนาดมาตรฐานขับเคลื่อน 2 ล้อ เช่น Toyota Yaris หรือรุ่นใกล้เคียง เหมาะสำหรับการเดินทางประจำวันทั่วไป มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสาร 3 คน พร้อมกระเป๋าสัมภาระไม่มาก ไม่สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

บัดเจท 4x4

รถจี๊ปหรือเอสยูวีขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดมาตรฐาน เช่น Dacia Duster หรือรุ่นใกล้เคียง มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 3 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 2 ใบ เหมาะสำหรับการเดินทางเกือบทุกแบบ รวมถึงการขับขี่บนหิมะและถนนลาดยาง สามารถขับขี่แบบพื้นฐานในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

คอมฟอร์ท 4x4

รถจี๊ปหรือเอสยูวีขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดกลาง เช่น Toyota Rav4 (เกียร์อัตโนมัติ) Suzuki Vitara (เกียร์ธรรมดา) หรือรุ่นใกล้เคียง มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 4 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 3 ใบ เหมาะสำหรับการเดินทางเกือบทุกแบบ รวมถึงการขับขี่บนหิมะและถนนลาดยาง สามารถขับขี่แบบพื้นฐานในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป

รถหรู 4x4

รถจี๊ปขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดใหญ่ เช่น Toyota Land Cruiser หรือรุ่นใกล้เคียง มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 4 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 4 ใบ เหมาะสำหรับการเดินทางเกือบทุกแบบ สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป

รถตู้

รถตู้ขนาดใหญ่ 9 ที่นั่ง เช่น Mercedes Benz Vito หรือรุ่นใกล้เคียง (ขับเคลื่อนสี่ล้อ เกียร์ธรรมดา สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้) รองรับผู้โดยสารได้ 5-7 คน นั่งสบายและเหมาะสำหรับการขับขี่ในฤดูหนาว หากจำนวนผู้โดยสารเต็มทุกที่นั่งจะมีพื้นที่เก็บสัมภาระลดน้อยลง ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 23 ปีขึ้นไป

ข้อตกลงของการบริการ

วิดีโอ

รีวิวที่รับรองแล้ว

ทัวร์ที่คล้ายกัน