ทัวร์ขับรถล่าแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์ 6 วัน โร้ดทริปจากเรคยาวิก

ทัวร์ขับรถล่าแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์ 6 วัน โร้ดทริปจากเรคยาวิก
มีแนวโน้มที่จะขายออกเร็ว ๆ นี้
บริการ 24 ชั่วโมง
แผนการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ
สามารถจัดตามความต้องการได้เต็มที่
รถ & ที่พัก

คำอธิบาย

รายละเอียด

ทัวร์เริ่มจาก
Keflavík International Airport (KEF), Reykjanesbær, Iceland
เวลาออกเดินทาง
ยืดหยุ่น
ระยะเวลา
6 วัน
สถานที่สิ้นสุด
Keflavík Airport (KEF), Reykjanesbær, Iceland
ความยากลำบาก
ง่าย
มีบริการ
กัน. - เมษ.
เวลาสิ้นสุด
ยืดหยุ่น
อายุต่ำสุด
ไม่มี

คำอธิบาย

สัมผัสความมหัศจรรย์และความสนุกสนานของการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไอซ์แลนด์ไปกับทัวร์ขับรถเที่ยวเองจากเมืองเรคยาวิก 6 วันแพ็คเกจนี้ คุณจะได้ไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าประทับใจที่สุดในประเทศด้วยแผนการเดินทางที่เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวพร้อมกับล่าแสงเหนือ ไม่ว่าจะเดินทางคนเดียว มาเป็นคู่ หรือมาเป็นครอบครัวก็ได้ทั้งนั้น

ทริปในฝันของคุณจะเริ่มต้นขึ้นทันทีที่คุณเดินทางมาถึงไอซ์แลนด์ โดยทั้งรถเช่า ที่พัก และทัวร์เสริมของคุณล้วนถูกจัดเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าก่อนทั้งหมดแล้ว เหลือสิ่งเดียวที่คุณต้องทำเมื่อมาถึงห้องรับรองผู้โดยสารขาเข้าของไอซ์แลนด์คือเที่ยวให้สนุก

ในทริป 6 วันนี้คุณจะพักอยู่ในเรคยาวิกตลอด ซึ่งหมายความว่าคุณไม่ต้องกังวลกับการย้ายโรงแรมไปมา และจะทำให้คุณเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยโดยเฉพาะผู้ที่มาเป็นครอบครัว

จากที่พักของคุณในเมืองหลวงของไอซ์แลนด์ คุณจะเดินทางไปยังสถานที่ที่น่าทึ่งมากที่สุดในประเทศ คุณจะได้เห็นวงกลมทองคำ เส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมของไอซ์แลนด์ ได้ไปชมอุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ (Thingvellir) พื้นที่พลังงานความร้อนใต้พิภพไกเซอร์ (Geysir Geothermal Area) และน้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss) บนเส้นทางวงกลมทองคำ

คุณจะได้เดินทางสำรวจชายฝั่งทางใต้ที่ได้ชื่อว่าเป็นชายฝั่งที่สวยบริสุทธิ์ เต็มไปด้วยหาดทรายสีดำของภูเขาไฟ หน้าผาริมทะเล ธารน้ำแข็ง และน้ำตกสวยๆ อย่างน้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์ (Seljalandsfoss) และน้ำตกสโกกาฟอสส์ (Skogafoss)

คุณยังจะได้ไปเยือนคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส (Snaefellsness) ด้วย ซึ่งคาบสมุทรที่อยู่ทางตะวันตกของไอซ์แลนด์แห่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเขียน ศิลปิน และผู้สร้างภาพยนตร์มานานหลายศตวรรษ

เมื่อคุณทำการจองแพ็คเกจขับรถนี้ คุณสามารถเพิ่มกิจกรรมแอดเวนเจอร์สนุกๆ เข้าไปในทริปแต่ละวันได้ คุณอาจจะเลือกไปใช้เวลาผ่อนคลายในน้ำแร่ที่บลูลากูน ซึ่งเป็นสปาระดับโลก คุณอาจจะเลือกไปดำน้ำที่ใสราวคริสตัลด้วยสน็อกเกิลในรอยแยกซิลฟรา (Silfra) ซึ่งเป็นรอยแยกระหว่างแผ่นเปลือกโลกของสองทวีป หรือจะไปสัมผัสความตื่นเต้นของการขี่สโนว์โมบิลโลดแล่นบนธารน้ำแข็ง ไปดูวาฬ ไปสำรวจถ้ำน้ำแข็ง ลงไปที่อุโมงค์ลาวาใต้ดิน และอีกมากมาย

คุณจะมีเวลาเที่ยวในเรคยาวิกอย่างเหลือเฟือด้วย คุณสามารถดื่มด่ำกับแสงสีของเมืองที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา และยังมีเวลาอีกมากมายในช่วงค่ำในการขับรถออกไปตามล่าหาแสงเหนือ

ใช้เวลาในฤดูหนาวนี้ท่องเที่ยวไปในสถานที่ที่น่าประทับใจที่สุดของโลก อย่าพลาดโอกาสที่จะทำทริปในฝันของคุณให้เป็นจริง เพียงกดเลือกวันที่ต้องการเดินทางและตรวจสอบจำนวนที่ว่าง

 

อ่านเพิ่ม

ร่วมด้วย

ที่พักจำนวน 5 คืน (มีให้เลือกหลายระดับ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ด้านล่าง)
รถเช่า 6 วัน (Toyota Aygo หรือรุ่นใกล้เคียง สามารถอัปเกรดได้)
ประกันภัยรถเช่าแบบ CDW สำหรับรถระดับซูเปอร์บัดเจท; รถระดับอื่นจะรวมประกัน SCDW และประกันกรวด
ระบบ GPS
รายละเอียดโปรแกรมท่องเที่ยว
ตัวแทนท่องเที่ยวส่วนบุคคล
ภาษี

กิจกรรม

ปีนเขา
เที่ยวชมสถานที่
ล่าแสงเหนือ
แช่บ่อน้ำแร่
ขับรถเที่ยวเอง

แผนการเที่ยวรายวัน

วัน 1
ภาพถ่ายบลูลากูนสปาในหน้าหนาว

วัน 1 - ขอต้อนรับสู่ไอซ์แลนด์

การผจญภัยของคุณเริ่มแล้ว เมื่อคุณเดินผ่านประตูระหว่างจุดรับกระเป๋าและห้องรับรองผู้โดยสารขาเข้า คุณก็สามารถรับรถเช่าของคุณได้เลยทันที จากนั้นคุณจะออกเดินทางผ่านภูมิประเทศที่เหมือนผิวดวงจันทร์ของคาบสมุทรเรคยาเนส (Reykjanes) ซึ่งเต็มไปด้วยหินลาวาและมอสส์ไอซ์แลนด์อันล้ำค่า คุณจะขับรถไปจนถึงเมืองเรคยาวิก ซึ่งที่พักของคุณอยู่ในเมืองนี้ เมื่อไปถึงคุณสามารถออกไปรับประทานอาหารเย็น เดินเล่นดูแสงสีบนท้องถนนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ หรือถ้าสภาพอากาศดี ระหว่างที่คุณเดินเล่นก็อย่าลืมแหงนหน้าขึ้นฟ้าบ่อยๆ เพื่อมองหาแสงเหนือด้วย

อ่านเพิ่ม
วัน 2
โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยาในกลางเมืองเรคยาวิก

วัน 2 - เมืองหลวงที่อยู่ในเขตเหนือสุดของโลก

วันนี้เป็นวันที่คุณจะสำรวจความมหัศจรรย์ของเมืองเรคยาวิก แม้ว่าจะเป็นเมืองที่มีขนาดเล็กกว่าเมืองหลวงของประเทศอื่นๆ แต่เรคยาวิกก็ขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์กลางของกิจกรรม และมีความเฟื่องฟูทั้งในด้านศิลปะ วัฒนธรรม อาหาร และประวัติศาสตร์ และวันนี้เป็นวันที่คุณควรใช้เวลาดื่มด่ำกับสิ่งเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด

เรคยาวิกมีพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่มากมายจนคุณสามารถใช้เวลาเที่ยวชมได้ทั้งวัน คุณอาจจะเริ่มต้นด้วยการเดินเล่นรอบเมือง เริ่มจากโบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrimskirkja) แลนด์มาร์คสำคัญที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองแห่งนี้มีความสูง 74.5 เมตรเป็นแห่งแรก คุณสามารถขึ้นลิฟต์ไปยังจุดชมวิวที่ด้านบนของโบสถ์เพื่อชมวิว 360 องศาของเมืองหลวงที่อยู่ทางเหนือสุดของโลกได้ โดยมีค่าธรรมเนียมในการเข้าชมเล็กน้อย

หากคุณเป็นสายกิน คุณจะมีของอร่อยให้ชิมได้ตลอดในเมืองเรคยาวิก เพราะเมืองนี้เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมอาหารฟิวชั่นที่ผสมผสานระหว่างอาหารพื้นเมืองกับเมนูจากนานาชาติเอาไว้หลายประเภทและมีราคาที่เหมาะสมกับความต้องการทุกรูปแบบ และถ้าหากคุณมาในช่วงเดือนที่มีอากาาศหนาวเย็นก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบคนท้องถิ่น โดยคุณสามารถเลือกไปแช่น้ำที่สปาบลูลากูนอันโด่งดัง ซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรเรคยาเนส สปาหรูหราระดับโลกแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องการนำพลังงานความร้อนใต้พิภพมาใช้ประโยชน์ในการทำให้น้ำร้อนอยู่ตลอดเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ผ่อนคลายให้กับผู้มาเยือน เชื่อกันว่าการได้ลงไปแช่ตัวในน้ำสีฟ้าสดใสที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุของบลูลากูนจะช่วยให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลายอย่างมาก หากคุณโชคดีไปที่นี่ในวันที่มีหิมะตกก็จะยิ่งประทับใจกับบรรยากาศของการแช่น้ำท่ามกลางปุยหิมะที่ค่อยๆ โปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าด้วย

หากคุณมาที่ไอซ์แลนด์ก่อนหมดเดือนตุลาคม คุณยังสามารถไปทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์สุดตื่นเต้นด้วยการเข้าไปเที่ยวข้างในภูเขาไฟได้ด้วย ทัวร์นี้จะพาคุณลงไปที่โถงแมกม่าใต้ภูเขาไฟทรีฮนูคาร์กีกูร์ (Thrihnukagigur) ซึ่งเป็นอุโมงค์ลาวาที่ก่อตัวขึ้นมาเมื่อหลายพันปีก่อนหลังจากที่ลาวาจากการปะทุของภูเขาไฟมีอุณหภูมิเย็นลง ปัจจุบันโถงแมกม่านี้ได้กลายเป็นถ้ำใต้ดินที่มีสีสันสวยงามอย่างเหลือเชื่อ และที่นี่ยังเป็นเพียงแห่งเดียวในโลกที่คุณสามารถเข้าไปสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติได้แบบนี้ จากนั้นในช่วงเย็นคุณสามารถใช้เวลาดื่มด่ำกับแสงสีอันอบอุ่นของเมืองเรคยาวิกได้อย่างที่ต้องการ และอย่าลืมมองบนฟ้าบ่อยๆ ด้วย เผื่อมีแสงออโรร่าปรากฏให้เห็นในคืนนี้

อ่านเพิ่ม
วัน 3
น้ำตกกุลล์ฟอสส์บนวงกลมทองคำของไอซ์แลนด์ ถ่ายในฤดูหนาว

วัน 3 - วงกลมทองคำ

วันนี้คุณจะได้ไปเยี่ยมชมหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ วงกลมทองคำอยู่ในอันดับต้นๆ ของสิ่งที่ต้องทำของนักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือนประเทศไอซ์แลนด์ และหลังจากทริปวันนี้คุณจะเข้าว่าเพราะอะไร

เส้นทางนี้ประกอบด้วยสถานที่ท่องเที่ยวหลักสามแห่ง ที่ผสมทั้งความงาม พลัง และประวัติศาสตร์ที่สำคัญเข้าไว้ด้วยกัน จุดแวะแรกในวันนี้คืออุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ (Thingvellir) พื้นที่ส่วนนี้ของไอซ์แลนด์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโก ซึ่งองค์ประกอบหลักภายในบริเวณมีทั้งหน้าผาหิน ที่ราบกว้างใหญ่ แม่น้ำใสสะอาด และทิวทัศน์อันตระการตาของภูเขา ธิงเวลลีร์ยังเป็นสถานที่ตั้งของอัลธิงกิ (Althingi) หรือสภาที่มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยที่มีความเก่าแก่ที่สุดในโลกด้วย

สำหรับผู้ที่ต้องการทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์ในวันนี้ คุณสามารถเลือกเพิ่มทัวร์ดำน้ำตื้นด้วยสน็อกเกิลระหว่างแผ่นเปลือกโลกของสองทวีปเข้าไปในทริปวันนี้ได้ เนื่องจากธิงเวลลีย์ตั้งอยู่บนจุดที่แผ่นเปลือกโลกยูเรเชียนและแผ่นเปลือกโลกอเมริกาเหนือมาบรรจบกัน และพื้นที่ตรงกลางระหว่างแผ่นเปลือกโลกทั้งสองที่มีน้ำเข้าไปเติมจนเต็มนี้เรียกว่ารอยแยกซิลฟรา (Silfra Fissure) โดยน้ำที่ซิลฟรานี้มีการกรองธรรมชาติเมื่อไหลผ่านหินลาวามาเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งร้อยปี ผลที่ได้ก็คือแหล่งน้ำที่สวยงามและใสสะอาดราวกับคริสตัล ทำให้กลายเป็นจุดดำน้ำตื้นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

ในทัวร์ดำน้ำด้วยสน็อกเกิลนี้คุณจะได้รับชุดดรายสูท และอุปกรณ์ที่จำเป็นมาสวมใส่ จากนั้นจะมีการอธิบายถึงข้อปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย และคุณจะได้ลงไปดำน้ำในรอยแยกซิลฟรากัน การที่น้ำต้องผ่านกระบวนการกรองส่งผลให้อุณหภูมิของน้ำที่ซิลฟราคงที่อยู่ที่ 2 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี แต่การสวมชุดดรายสูทจะช่วยปกป้องคุณจากความหนาวเย็นได้ และคุณจะเพลิดเพลินกับเสาและกำแพงใต้น้ำเมื่อคุณลงไปแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางแหล่งน้ำที่มีความพิเศษและใสจนสามารถมองเห็นได้ไกลถึง 100 ม.

จุดหมายต่อไปคือน้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss) ซึ่งชื่อนี้แปลว่า "น้ำตกทองคำ" และน้ำตกแห่งนี้มีน้ำไหลอย่างแรงจากความสูง 32 ม. ลดหลั่นเป็นสองชั้น เมื่อไปถึงบริเวณน้ำตกคุณจะได้ยินเสียงกึกก้องไปทั่วซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังอันมหาศาลของน้ำ

ถัดมาคุณจะมุ่งหน้าไปที่พื้นที่พลังงานความร้อนใต้พิภพไกเซอร์ (Geysir Geothermal Area) พื้นที่ส่วนนี้ของไอซ์แลนด์เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ เพราะบอกเล่าถึงความเป็นมาว่ากิจกรรมของภูเขาไฟทำให้ดินแดนแห่งนี้เกิดขึ้นจากท้องทะเลเมื่อหลายล้านปีก่อนได้อย่างไร ภูมิประเทศในแถบนี้มีทั้งแร่ธาตุหลากสีสัน รอยแยกบนดิน ปล่องภูเขาไฟ และฟูมาโรลหรือพุก๊าซที่มีควันและไอร้อนพวยพุ่งขึ้นมาตลอด

พื้นที่พลังงานความร้อนใต้พิภพไกเซอร์ยังมีชื่อเสียงมาจากไกเซอร์หรือน้ำพุร้อนที่มีอยู่มากมาย แต่ที่แอกทีฟขยันพ่นน้ำมากที่สุดคือไกเซอร์สโทรคูร์ (Strokkur) ที่พ่นน้ำได้สูงถึง 20 เมตรในเกือบทุกๆ 5 นาที ซึ่งทุกครั้งที่น้ำร้อนถูกฉีดพ่นออกมาจะตามมาด้วยเสียงโห่ร้องที่แสดงถึงความประทับใจจากผู้ชมที่รอดูอยู่

วันนี้ยังเป็นวันที่เหมาะสำหรับการไปใช้เวลากับสัตว์พื้นเมืองอย่างม้าไอซ์แลนด์ด้วย ม้าตัวเตี้ยล่ำแข็งแรงเหล่านี้ถูกเลี้ยงอยู่บนเกาะแบบไม่ให้ปะปนกับม้าสายพันธุ์อื่นมาเป็นเวลากว่า 1,000 ปีแล้ว พวกมันขึ้นชื่อว่าเชื่องและขี่ง่ายจึงเหมาะสำหรับผู้ขี่ทุกระดับ และการไปเข้าร่วมกับทัวร์ขี่ม้าจะทำให้คุณได้เห็นบรรยากาศชนบทในรูปแบบที่แตกต่างออกไปด้วย

แต่ถ้าหากคุณต้องการทำกิจกรรมที่ตื่นเต้นผาดโผนกว่านี้ คุณสามารถเลือกเพิ่มทัวร์ขี่สโนว์โมบิลที่ธารน้ำแข็งลางโจกุล (Langjokull) เข้าไปในทริปวันนี้ได้ โดยคุณจะต้องไปที่เบสแคมป์ก่อน เพื่อไปฟังบรีฟและรับอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยมาสวมใส่ จากนั้นคุณจึงจะได้ขึ้นไปประลองความเร็วบนผืนน้ำแข็งสีขาวอันกว้างใหญ่ของธารน้ำแข็ง

ส่วนผู้ที่ต้องการไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่นอกความสนใจของคนส่วนใหญ่ คุณอาจจะไปชมปากปล่องภูเขาไฟเคริด (Kerid) ที่มีอายุราว 6,500 ปีแทน หรือคุณจะเตรียมชุดว่ายน้ำไปว่ายน้ำที่ทะเลสาบในหมู่บ้านฟลูดิร์ (Fludir) ซึ่งไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวรู้จักก็ได้ และหลังจากท่องเที่ยวมาทั้งวันแล้ว คุณจะกลับไปพักผ่อนยังที่พักหรือจะขับรถออกไปนอกตัวเมืองเล็กน้อยเพื่อไปตามล่าแสงเหนือก็ได้ถ้าสภาพอากาศเอื้ออำนวย

อ่านเพิ่ม
วัน 4
หาดทรายดำเรย์นิสฟยาราถ่ายภาพในฤดูหนาว

วัน 4 - ชายฝั่งทางใต้

วันนี้คุณจะไปสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอยู่มากมายบนชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์ บริเวณแถบนี้ของประเทศได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเนื่องจากมีหาดทรายสีดำ น้ำตก ภูเขา ธารน้ำแข็ง และวิวทะเลที่สวยงาม จุดแรกที่แวะคือน้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์ (Seljalandsfoss) ที่ตกจากความสูงถึง 60 ม. ผ่านวงล้อมของหิน ในฤดูหนาวบางส่วนของน้ำตกจะกลายเป็นน้ำแข็งทำให้เป็นฉากที่งดงามราวกับนิยายแฟนตาซี

ไกลออกไปอีกเล็กน้อยตามแนวชายฝั่งจะมีน้ำตกสโกกาฟอสส์ (Skogafoss) อีกแห่ง น้ำตกนี้สูงพอๆ กับน้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์แต่มีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยน้ำตกสโกกาฟอสส์จะตกลงมาบนพื้นที่เกือบจะราบเรียบ และสายน้ำตกมีมวลน้ำไหลแรงมากจนแทบจะไม่เคยหยุดนิ่งแม้ในฤดูหนาวที่ทุกอย่างกลายเป็นน้ำแข็ง และมักจะทำให้เกิดละอองน้ำมากมาย ซึ่งในวันที่มีแดดจะเกิดรุ้งกินน้ำพาดผ่านสวยงามมาก

เมื่อคุณเดินทางต่อไปอีก คุณก็จะผ่านธารน้ำแข็งโซลเฮมาโจกุลล์ (Solheimajokull) สำหรับผู้ที่อยากลองเป็นนักสำรวจอาร์กติกดูสักหนึ่งวัน คุณสามารถเพิ่มกิจกรรมปีนธารน้ำแข็งเข้าไปในทริปวันนี้กันได้ โดยคุณจะต้องไปพบกับไกด์ที่เบสแคมป์เพื่อรับฟังกฎความปลอดภัยต่างๆ และรับอุปกรณ์ก่อนที่จะเดินทางขึ้นไปบนผืนน้ำแข็ง และเมื่อไปถึงด้านบนธารน้ำแข็งแล้ว คุณจะมีเวลาเหลือเฟือสำหรับดื่มด่ำกับวิวทิวทัศน์และการถ่ายภาพบันทึกประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตบนธารน้ำแข็ง

ในวันนี้คุณสามารถขับรถออกนอกเส้นทางหลักเพื่อไปชมสถานที่ท่องเที่ยวอีกหนึ่งแห่งบนชายฝั่งทางใต้ ซึ่งเป็นซากเครื่องบินของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่มาตกลงในทุ่งลาวาที่แห้งแล้งของโซลเฮมาซานดูร์ (Solheimasandur) เมื่อปี 1973 ซึ่งผู้โดยสารทั้งหมดนั้นรอดชีวิต แต่เครื่องบิน DC3 กลับถูกทิ้งเอาไว้จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว

สถานที่น่าสนใจที่ควรค่าแก่การแวะชมอีกแห่งคือผาหินโค้งดิร์โฮลาเอย์ที่มองเห็นทั้งวิวท้องทะเลและหาดทรายสีดำบนชายฝั่ง ไม่ไกลจากที่นี่ก็มีหาดทรายดำเรย์นิสฟยารา (Reynisfjara) ที่โด่งดังมากทั้งเรื่องที่มีคลื่นยักษ์ซัดเข้ากระทบฝั่ง โขดหินรูปร่างประหลาดในทะเล และเสาหินบะซอลต์รูปทรงหกเหลี่ยมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

ต่อไปเป็นหมู่บ้านวิก (Vik) หมู่บ้านริมทะเลแห่งนี้เป็นศูนย์กลางที่น่าสนใจและเหมาะกับการแวะพักยืดแข้งยืดขาและหาอะไรรับประทาน ตัวเมืองนั้นหันหน้าออกทะเลและมีหาดทรายดำเล็กๆ และโบสถ์ที่น่ารักตั้งอยู่บนเนินเขา และมีทัวร์เสริมที่ออกเดินทางจากวิกให้คุณเลือกเพิ่มเข้าไปในทริปวันนี้ได้ด้วย ซึ่งก็คือทัวร์เที่ยวถ้ำน้ำแข็งที่ก่อตัวขึ้นระหว่างที่น้ำจากธารน้ำแข็งละลายและกลายเป็นน้ำแข็งตามวัฏจักรปกติ ถ้ำน้ำแข็งแต่ละแห่งจึงมีลักษณะเฉพาะตัวเหมือนกับลายนิ้วมือมนุษย์ และสำหรับทัวร์ถ้ำน้ำแข็งนี้คุณจะได้เข้าไปชมความงามภายในถ้ำให้เห็นกับตาว่าผนังน้ำแข็งที่มีสีฟ้าขาวคล้ายคริสตัลเจียระไนกับลวดลายหินอ่อนนั้นงดงามขนาดไหน

หรือหากคุณรู้สึกอยากไปดูอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจ ให้คุณเดินทางต่อไปตามชายฝั่งทางใต้เพื่อไปที่ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน (Jokulsarlon) ซึ่งเป็นทะเลสาบธารน้ำแข็งที่ลึกที่สุดในไอซ์แลนด์ และเต็มไปด้วยภูเขาน้ำแข็งที่แตกมาจากธารน้ำแข็งขนาดมหึมา ลอยผ่านน้ำที่เย็นยะเยือกของทะเลสาบโจกุลซาลอนเพื่อเดินทางออกสู่ทะเล แต่ระหว่างทางนั้นภูเขาน้ำแข็งบางส่วนจะถูกพัดขึ้นฝั่งไปเกยอยู่บนหาดทรายสีดำ ทำให้มองดูเหมือนมีอัญมณี และเป็นที่มาของชื่อหาด "ไดมอนด์บีช"

หากคุณเลือกที่จะเดินทางไปจนถึงทางใต้สุด ก็อย่าลืมเผื่อเวลาให้พอกับการขับรถขากลับไปยังเรคยาวิกด้วย เพราะว่าในช่วงฤดูหนาวจะมีแสงสว่างน้อยกว่าฤดูอื่น แต่ตามชนบทก็เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการล่าแสงเหนือ

คืนนี้ที่พักของคุณยังคงอยู่ในเมืองเรคยาวิก

อ่านเพิ่ม
วัน 5
ภูเขาเคิร์กจูแฟลล์ทางตะวันตกของไอซ์แลนด์ ถ่ายในฤดูหนาว

วัน 5 - จำลองไอซ์แลนด์มาไว้ในที่เดียว

วันนี้คุณจะไปเยือนคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส (Snaefellsnes) ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมานานหลายศตวรรษ พื้นที่ส่วนนี้ของไอซ์แลนด์ได้รับฉายาว่าเป็น "ไอซ์แลนด์แบบย่อส่วน" เนื่องจากรวมเอาภูมิประเทศหลากหลายรูปแบบของประเทศมาไว้ในพื้นที่ขนาดค่อนข้างเล็ก แลนด์มาร์คที่สำคัญของแถบนี้คือสไนเฟลล์โจกุล (Snaefellsjokull) ธารน้ำแข็งที่ปกคลุมภูเขาไฟเอาไว้ข้างใต้ ซึ่งถูกใช้เป็นฉากเริ่มเรื่องของนวนิยายของจูลส์ เวิร์น เรื่อง Journey to the Center of the Earth ด้วย สไนล์แฟลซเนสเป็นที่ตั้งของภูเขาเคิร์กจูแฟลล์ (Kirkjufell) หนึ่งในสถานที่ที่คนนิยมมาถ่ายภาพมากที่สุดในไอซ์แลนด์และเป็นฉาก "ภูเขาที่มีรูปทรงเหมือนหัวลูกศร" ในซีรีส์เกมออฟโธรนของช่อง HBO ด้วย

บนคาบสมุทรแห่งนี้มีหมู่บ้านขนาดเล็กหลายแห่ง แต่ละหมู่บ้านมีเสน่ห์เฉพาะตัวและมีประวัติความเป็นมาแตกต่างกัน แนะนำให้ไปเที่ยวที่หมู่บ้านอาร์นาร์สทาปิ (Arnarstapi) และหมู่บ้านเฮลล์นาร์ (Hellnar) ซึ่งมีวิวที่สวยมาก นอกจากนี้ยังมีหาดอิทรี ทุงกา (Ytri-Tunga) ซึ่งมีแมวน้ำเจ้าถิ่นออกมาอาบแดดให้เห็นมากมาย ตูปาโลนส์ซานดูร์ (Djupalonssandur) ก็เป็นอีกหาดที่น่าแวะเที่ยวเช่นกัน หาดทรายดำแห่งนี้ตั้งอยู่บนอ่าวโค้งและมีซากเรือลากอวนของอังกฤษที่อับปางลงที่นี่ในปี 1978 กระจายให้เห็นอยู่เกลื่อนชายหาด

วันนี้ยังมีกิจกรรมหนึ่งที่คุณจะได้ไปชมสัตว์น้ำในทะเลแบบใกล้ชิดได้ด้วย จากสไนล์แฟลซเนสคุณสามารถเลือกไปเข้าร่วมกับทัวร์ดูวาฬ ซึ่งจะพาออกไปในน่านน้ำทางเหนือเพื่อตามหาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่น่ารักและเป็นมิตรมากๆ เมื่อคุณดื่มด่ำกับทิวทัศน์ตระการตาของสไนล์แฟลซเนสจนพอแล้ว ก็ถึงเวลากลับที่พักในคืนสุดท้ายของคุณซึ่งอยู่ในเรคยาวิก และอย่าลืมตรวจสอบการพยากรณ์การเกิดแสงเหนือของวันนี้ด้วย

อ่านเพิ่ม
วัน 6
โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยาในดาวน์ทาวน์เรคยาวิกจากด้านบน

วัน 6 - ลาก่อนไอซ์แลนด์ เจอกันใหม่ทริปหน้า

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของทริปไอซ์แลนด์ในครั้งนี้แล้ว ถ้าเที่ยวบินของคุณออกแต่เช้า คุณสามารถขับรถไปสนามบินได้ตามเวลาที่เหมาะสมได้เลย แต่ถ้าเที่ยวบินของคุณออกบ่ายหรือค่ำ คุณยังพอมีเวลาให้เที่ยวได้อีกในวันนี้ ซึ่งน่าเหมาะกับการเที่ยวอยู่ในตัวเมืองเรคยาวิก คุณอาจจะไปหาของอร่อยรับประทาน ไปเลือกซื้อของฝาก หรือไปถ่ายรูปเล่นตามอาคารและสถานที่ต่างๆ ภายในเมืองก็ได้

หากคุณยังไม่ได้ไปเที่ยวภูเขาไฟในทริปนี้ คุณสามารถเลือกเพิ่มทัวร์ที่พาเข้าไปในภูเขาไฟเข้าไปในวันสุดท้ายนี้ได้ ซึ่งการเข้าไปสำรวจโถงแมกม่าเป็นกิจกรรมส่งท้ายทริปไอซ์แลนด์ที่จะสร้างความประทับใจให้กับคุณไปอีกนาน สำหรับผู้ที่ต้องการทำให้ทริปนี้ดีเยี่ยมขึ้นไปอีก สามารถไปเข้าร่วมกับทัวร์เฮลิคอปเตอร์ที่พาชมเมืองกันได้ โดยคุณจะออกเดินทางจากสนามบินในประเทศเรคยาวิกและบินขึ้นชมรอบๆ เมือง ซึ่งคุณจะได้เห็นหลังคาบ้านเรือนหลากสีสันจากด้านบน และจะได้เห็นขนาดและความเป็นเรคยาวิกในรูปแบบที่น่าตื่นตาตื่นใจ

หากคุณอยากได้ประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนขึ้นบิน ให้คุณเลือกเพิ่มกิจกรรมที่ฟลายโอเวอร์ไอซ์แลนด์ (FlyOver Iceland) แทน ซึ่งเป็นเครื่องเล่นแบบอินเทอร์แอคทีฟที่จำลองเที่ยวบินพาคุณบินชมรอบประเทศไอซ์แลนด์ ฟลายโอเวอร์ไอซ์แลนด์นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเมือง ตั้งอยู่ที่กรานดิ (Grandi) ใกล้กับท่าเรือเรคยาวิก โดยมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มารวมเข้ากับวิดีโอสวยๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนให้กับผู้เข้าชม

เมื่อได้เวลากลับบ้าน คุณจะเดินทางไปยังสนามบินเพื่อเช็คอินขึ้นเครื่อง ในทริปเที่ยวไอซ์แลนด์ครั้งนี้คุณน่าได้สัมผัสประสบการณ์มากมายที่คุณเองก็อาจจะไม่เคยคาดคิดมาก่อน และเราหวังว่าคุณจะมีความสุข แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้า Goða Ferð!

อ่านเพิ่ม

สิ่งที่ควรนำไป

เสื้อผ้าที่อบอุ่น
กล้องถ่ายรูป
ชุดว่ายน้ำ
ใบขับขี่

สิ่งที่ควรรู้

ทริปขับรถเที่ยวครั้งนี้สามารถเริ่มต้นออกเดินทางได้จากทั้งในเมืองเรคยาวิก หรือสนามบินนานาชาติเคฟลาวิก ผู้ที่ทำหน้าที่ขับรถจะต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่ยังไม่หมดอายุและมีประสบการณ์ในการขับรถบนท้องถนนอย่างน้อยหนึ่งปี ทั้งนี้แผนการท่องเที่ยวที่จัดไว้อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับวันเวลาที่คุณเดินทางมาถึงไอซ์แลนด์ด้วย

โปรดทราบว่าสำหรับกิจกรรมบางอย่างที่คุณเลือก คุณอาจจะต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่ยังไม่หมดอายุ หรือคุณอาจจะต้องส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้กับผู้วางแผนการเดินทางของคุณ และคุณอาจจะต้องแสดงเอกสารรับรองทางการแพทย์ในการดำน้ำตื้น

และถึงแม้จะเป็นช่วงฤดูร้อน แต่อากาศที่ไอซ์แลนด์ก็ไม่สามารถคาดเดาได้ ดังนั้น โปรดเตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะสมมาด้วย

ที่พัก

ดูระดับของที่พักของเราที่ด้านล่างนี้ และดูรายชื่อผู้ให้บริการที่พักที่เราแนะนำได้ที่ใต้แผนการเดินทางในแต่ละวัน หากจองเข้าพักเพียงท่านเดียวจะได้รับห้องแบบซิงเกิล หากจองเข้าพักสองท่านขึ้นไปจะได้ห้องพักที่มีเตียงทวิน/เตียงดับเบิ้ล หรือเตียงทริปเปิ้ล

สำหรับวัยรุ่นและเด็กจะถูกจัดให้พักห้องเดียวกับผู้ปกครอง หากต้องการห้องเพิ่มจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เมื่อคุณทำการจองกับเรา Guide to Iceland จะจัดหาที่พักที่ดีที่สุดจากพันธมิตรที่เราแนะนำให้กับคุณ ทั้งนี้ คุณภาพของโรงแรมที่พักในแต่ละพื้นที่ของไอซ์แลนด์อาจมีความแตกต่างกัน และเนื่องจากจำนวนที่พักมีอยู่อย่างจำกัดมาก หากที่พักพันธมิตรที่เราแนะนำถูกจองเต็มหมดแล้วในวันที่คุณต้องการ เราจะจัดหาที่พักอื่นที่อยู่ในระดับเดียวกันให้กับคุณตามความเหมาะสม

ที่พักระดับควอลิตี้นั้นไม่ได้มีให้บริการในทุกพื้นที่ หากไม่มีที่พักระดับควอลิตี้ในพื้นที่ที่คุณต้องการ เราจะจัดหาที่พักระดับคอมฟอร์ทให้แทน โดยจะเลือกอัปเกรดห้องให้มีราคาสอดคล้องกับที่พักระดับควอลิตี้ เราจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อหาที่พักให้ตรงกับความต้องการพิเศษที่คุณมี ซึ่งบางครั้งอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม กรุณาระบุวันที่ที่คุณต้องการเดินทางเพื่อตรวจสอบจำนวนที่ว่าง

ซูเปอร์บัดเจท

เตียงแบบหอพัก พร้อมห้องน้ำรวมในเกสต์เฮาส์หรือโฮสเทล ที่พักตั้งอยู่ในบริเวณที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุด ไม่รวมอาหารเช้า

บัดเจท

ห้องพักพร้อมห้องน้ำรวมในฟาร์มเฮ้าส์ เกสต์เฮ้าส์ หรือโฮสเทล อยู่ในทำเลดีใกล้สถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุด ไม่รวมอาหารเช้า

คอมฟอร์ท

ห้องพักพร้อมห้องน้ำส่วนตัวในโรงแรมระดับ 3 ดาว หรือเกสต์เฮาส์คุณภาพ ทำเลใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุด รวมอาหารเช้า

ควอลิตี้

ห้องพักพร้อมห้องน้ำส่วนตัวในโรงแรมระดับ 4 ดาว หรือห้องซูพีเรียร์ในโรงแรมระดับ 3 ดาวที่มีคุณภาพ ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์ รวมอาหารเช้า

รถยนต์

ด้านล่างนี้คือตัวเลือกการเช่ารถสำหรับทัวร์ขับรถเที่ยวเอง รถทุกคันของเราเป็นรถรุ่นใหม่หรือรุ่นปัจจุบัน โดยมีอายุไม่เกิน 2 ปี และรวมประกันที่มีค่าเสียหายส่วนแรก (CDW) ซึ่งเป็นประกันมาตรฐาน ประกันประเภทไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก (SCDW) และประกันกรวด (GP)

ข้อควรรู้: การขับรถออกนอกเขตถนนถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายสำหรับรถยนต์ทุกประเภท รถทุกระดับมี GPS และ Wi-Fi ให้ฟรี คุณสามารถเพลิดเพลินกับการใช้อินเทอร์เน็ตได้ไม่จำกัดด้วยอุปกรณ์ Wi-Fi ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้สูงสุด 10 เครื่องพร้อมกัน ผู้ให้บริการรถเช่ามีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนถนนตลอด 24 ชั่วโมง ข้อกำหนดด้านอายุของผู้ขับขี่สำหรับแต่ละระดับสามารถดูได้ที่ด้านล่าง แต่ไม่ว่ารถระดับใด ผู้ขับขี่จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้องอย่างน้อยหนึ่งปีก่อนวันที่เช่า เราขอแนะนำให้เลือกใช้รถระดับบัดเจทแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับการขับขี่ในฤดูร้อน และระดับคอมฟอร์ทแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับการขับขี่ในฤดูหนาว ในฤดูหนาวรถเช่าทุกคันมาพร้อมยางสำหรับฤดูหนาว

ซูเปอร์บัดเจท 2WD

รถขนาดเล็กขับเคลื่อนสองล้อ เช่น Toyota Aygo หรือรุ่นใกล้เคียง เหมาะสำหรับการเดินทางประจำวันทั่วไป มีขนาดกะทัดรัดและสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 2 คน พร้อมกระเป๋าสัมภาระไม่มาก ไม่สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

บัดเจท 2WD

รถขนาดมาตรฐานขับเคลื่อน 2 ล้อ เช่น Toyota Yaris หรือรุ่นใกล้เคียง เหมาะสำหรับการเดินทางประจำวันทั่วไป มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสาร 3 คน พร้อมกระเป๋าสัมภาระไม่มาก ไม่สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

บัดเจท 4x4

รถจี๊ปหรือเอสยูวีขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดมาตรฐาน เช่น Dacia Duster หรือรุ่นใกล้เคียง มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 3 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 2 ใบ เหมาะสำหรับการเดินทางเกือบทุกแบบ รวมถึงการขับขี่บนหิมะและถนนลาดยาง สามารถขับขี่แบบพื้นฐานในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

คอมฟอร์ท 4x4

รถจี๊ปหรือเอสยูวีขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดกลาง เช่น Toyota Rav4 (เกียร์อัตโนมัติ) Suzuki Vitara (เกียร์ธรรมดา) หรือรุ่นใกล้เคียง มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 4 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 3 ใบ เหมาะสำหรับการเดินทางเกือบทุกแบบ รวมถึงการขับขี่บนหิมะและถนนลาดยาง สามารถขับขี่แบบพื้นฐานในไฮแลนด์ได้ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป

รถหรู 4x4

รถจี๊ปขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดใหญ่ เช่น Toyota Land Cruiser หรือรุ่นใกล้เคียง มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 4 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 4 ใบ เหมาะสำหรับการเดินทางเกือบทุกแบบ สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป

รถตู้

รถตู้ขนาดใหญ่ 9 ที่นั่ง เช่น Mercedes Benz Vito หรือรุ่นใกล้เคียง (ขับเคลื่อนสี่ล้อ เกียร์ธรรมดา สามารถขับขี่ในไฮแลนด์ได้) รองรับผู้โดยสารได้ 5-7 คน นั่งสบายและเหมาะสำหรับการขับขี่ในฤดูหนาว หากจำนวนผู้โดยสารเต็มทุกที่นั่งจะมีพื้นที่เก็บสัมภาระลดน้อยลง ผู้ขับขี่ต้องมีอายุ 23 ปีขึ้นไป

ข้อตกลงของการบริการ

รีวิวที่รับรองแล้ว

ทัวร์ที่คล้ายกัน