เปลี่ยนภาษา
เปลี่ยนสกุลเงิน
เข้าสู่ระบบ
เข้าระบบด้วย
ไม่มีบัญชี

โปรแกรม 7 วันในฤดูหนาว|ชมแสงเหนือ และสำรวจถ้ำน้ำแข็ง

โปรแกรม 7 วันในฤดูหนาว|ชมแสงเหนือ และสำรวจถ้ำน้ำแข็ง
โปรแกรม 7 วันในฤดูหนาว|ชมแสงเหนือ และสำรวจถ้ำน้ำแข็ง
เฉดสีฟ้าอ่อนเป็นราวกับการตกแต่งภายในของถ้ำน้ำแข็งให้คล้ายคลึงกับปราสาทน้ำแข็งที่น่ามหัศจรรย์
ภูเขาเคิร์คจูแฟสเมื่อเร็วๆนี้ได้ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำในละครแฟนตาซีเรื่องมหาศึกชิงบัลลังก์(Game of Thrones) ที่สร้างจากนวนิยายโดย จอร์จ อาร์ อาร์ มาร์ติน(George R. R. Martin)
อย่างเดียวที่ทำให้ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนสวยงามมากยิ่งขึ้น ก็คือการเกิดแสงเหนือบนธารน้ำแข็งแห่งนี้
การเดินทางไปไดมอนด์บีชใช้เวลา 4 ชั่วโมง 40 นาทีจากเมืองเรคยาวิกที่เป็นเมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์
รูปถ่ายที่ผ่านกาลเวลาของไดมอนด์บีชเป็นรูปแบบที่เป็นที่นิยมสำหรับสารคดีต่างประเทศ
4.7
โดยจาก 53 รีวิวจากนักท่องเที่ยว

สนุกกับการเดินทางในฤดูหนาวแบบเต็มๆกับสถานที่ และกิจกรรมที่น่าตื่นตา แพ็คเกจนี้จะทำให้คุณได้พบกับทั้งไฮไลท์ของประเทศไอซ์แลนด์ไปจนถึงสถานที่ที่สวยงามแต่ไม่ค่อยมีผู้ใดรู้จัก แต่เป็นจุดที่เราคิดว่าคุณไม่ควรพลาด.

คุณจะได้ไปเที่ยวชมทั้งสามอุทยานแห่งชาติของประเทศไอซ์แลนด์ ที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ตามธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติธิงเวลลีย์(Þingvellir)ในเส้นทางวงกลมทองคำ(Golden Circle) อุทยานแห่งชาติสไนล์เฟลส์โจกุล(Snæfellsjökull)และอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล(Vatnajökull)

แต่การเดินทางนี้ไม่เป็นเพียงแค่การเที่ยวชมเท่านั้น คุณจะได้สนุกกับการขยับแข้งขาไปกับกิจกรรมกลางแจ้ง รวมไปถึงถ้ำน้ำแข็งด้วย ซึ่งเป็นสถานที่ที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับเฉดสีนับพันของคริสตัลสีฟ้า ถ้ำน้ำแข็งนี้จะถูกเลือกอย่างเป็นพิเศษในแต่ละปีเพื่อความสวยงาม และความปลอดภัย. และคุณจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพและเก็บเกี่ยวความทรงจำไว้ในภาพถ่ายที่สวยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้.

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมแต่ละวันได้ที่ด้านล่างนี้ และต้องไม่ลืมที่จะนำเสื้อกันหนาวมาด้วย.

คุณอาจจะเพิ่มความสนุกพิเศษเล็กๆน้อยๆในการท่องเที่ยวเส้นทางวงกลมทองคำ โดยการจองทัวร์ผจญภัยบนหลังม้ารอบๆพื้นที่ปะทุของพลังงานใต้พิภพ ดำน้ำระหว่างแผ่นเปลือกโลกสองแผ่นในทัวร์ดำน้ำตื้นในช่องแคบซิลฟรา หรือขับรถเลื่อนหิมะไถลไปตามธารน้ำแข็ง.

ที่พักทุกคืนได้ถูกรวมไว้ในแพ็คเกจแล้ว แต่คุณยังมีตัวเลือกในการใช้ทุกคืนเพื่อล่าแสงเหนือในสถานที่น่าตื่นตามากมาย.

สนุกสนานไปกับการเดินทางเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่เป็นราวกับเวทมนตร์ที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว ตรวจสอบโปรแกรมได้โดยเลือกวันเดินทางของคุณ.


สิ่งสำคัญ

ข้อมูลทัวร์:
  • ที่มีอยู่: ตุล. - มีน.
  • ระยะเวลา: 7 วัน
  • กิจกรรม: ดำน้ำตื้น, ปีนถ้ำ, สโนว์โมบิล, ขี่ม้า, การเที่ยวชม, ล่องเรือ, ล่าแสงเหนือ, แช่บ่อน้ำแร่, ถ้ำคริสตัล
  • ความยากลำบาก: ง่าย
  • อายุต่ำสุด: 8 ปี.
  • ภาษา: English
  • ไฮไลท์ บลูลากูน, วงแหวนทองคำ, เรคยาวิก, โจกุลซาร์โลน, วัทนาโจกุล, สโคกาฟอสส์ , แซลลยาลานด์ฟอสส์ , ไกเซอร์ , กุลล์ฟอสส์, เอยาฟยาลลาโจกุล , ธิงเวลลิร์, เฮรินฟอสสาร์, เดลตาร์ทุงกาแควร์ , สทรอคคูร์ , สไนล์แฟลซเนส, เรคยาเนส, มิร์ตาลส์โจกุล, สกาฟตาแฟล, ซิลฟรา, บอร์การ์ฟยอร์ดูร์ , ธิงวาลลาวาท์น , ทรายหาดดำ เรย์นิสฟยาร่า , แฮลล์นาร์ , บอร์การ์เนส, ปาร์นาฟอสส์ , ลางโจกุลล์ , อาร์นาร์สตาปิ, วีค อี มิร์ตาล, สนามบินนานาชาติเคฟลาวีค, เคริกยูแฟลล์ , เรย์นิสตรังการ์ , เออซาเอาฟอสส์, เฮยคาตาลูร์ , สกัฟตาแฟลส์โจกุล, โลนตรังการ์ , ดยูฟาโลนซานตูร์ , เปรดาแมร์คูร์โจกุล, หาดทรายเพชร , เรยแฟลดส์เกยา จอร์จ
ข้อมูลการมารับ:
  • เลือกเวลามารับ : ยืดหยุ่น.

คุณจะได้รับเวาเชอร์ในการใช้บริการรถรับ-ส่งสนามบินเพื่อนำคุณไปส่งยังโรงแรมโดยตรง.

ร่วมด้วย:
  • รับ-ส่งสนามบิน

  • ที่พัก 4 คืนในเมืองเรคยาวิก (มีให้เลือกหลายระดับ แบบที่รวมอาหารเช้าสำหรับระดับคอมฟอร์ทและคุณภาพ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ด้านล่าง)

  • บัตรผ่านประตูบลูลากูนแบบคอมฟอร์ท (สามรถอัพเกรดเป็นพรีเมี่ยมได้) และรถไป-กลับ

  • ทัวร์ชมเส้นทางวงกลมทองคำกลุ่มเล็กโดยรถมินิบัส (สามารถอัพเกรดเป็นกิจกรรมอื่นได้)

  • ทัวร์กลุ่มเล็ก 2 วันเที่ยวชมชายหาดทางใต้โดยรถมินิบัสพร้อมเที่ยวชมถ้ำน้ำแข็ง

  • ที่พัก 1 คืนในโรงแรมที่อุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุลระหว่างทัวร์ 2 วันท่องเที่ยวชายหาดทางใต้ (รวมอาหารเช้า, ห้องน้ำส่วนตัวขึ้นอยู่กับห้องว่าง)

  • ทัวร์เที่ยวชมสไนล์เฟลส์โจกุล 2 วัน ทัวร์กลุ่มเล็กโดยรถมินิบัสพร้อมเที่ยวชมถ้ำลาวา

  • ที่พัก 1 คืนที่โรงแรมในสไนล์เฟลส์โจกุลระหว่างทัวร์ 2 วันท่องเที่ยวในสไนล์เฟลส์โจกุล(รวมอาหารเช้า ห้องน้ำส่วนตัวขึ้นอยู่กับห้องว่าง)

  • การล่าแสงเหนือ

  • ตารางการเดินทางที่สนุกสนานพร้อมข้อมูลทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศไอซ์แลนด์ ในภาษาอังกฤษ

  • ความช่วยเหลือจากเอเย่นต์ในการดูแลการเดินทางของคุณ

  • ภาษี

  • ค่าธรรมเนียมในการเข้าชมถ้ำลาวาวาท์ทเฮลลิร์

  • อาหารเย็น

  • อาหารกลางวัน


สิ่งที่ควรนำไป:
  • ชุดว่ายน้ำ

  • กล้องถ่ายรูป

  • เสื้อกันหนาว

  • รองเท้าสำหรับฤดูหนาว

  • เสื้อผ้าชั้นนอกที่กันน้ำ


สิ่งที่ควรรู้:

แสงเหนือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งไม่สามารถรับรองได้ว่าจะมองเห็น แต่ในตารางการเดินทางนี้ได้เลือกโอกาสที่เป็นไปได้ที่สุดที่สามารถมองเห็นได้ตามสภาพภูมิอากาศ ในกรณีที่ไม่สามารถมองเห็นแสงเหนือได้เพราะสภาพภูมิอากาศ กิจกรรมอาจถูกยกเลิก และถ้ากิจกรรมที่คุณเลือกถูกยกเลิก เราจะช่วยจัดการให้คุณหรือจองกิจกรรมอื่นๆแทนเท่าที่จะเป็นไปได้ และหากมีส่วนต่างของค่าใช้จ่ายเรายินดีคืนเงินให้คุณ กรุณาอย่าลืมว่าการรับ-ส่งจะสามารถทำได้เฉพาะสถานที่หลักๆในเมือง ไม่ใช่จากสนามบินนานาชาติเคฟลาวิก (Keflavík) เนื่องจากเราไม่แนะนำให้เริ่มทัวร์ของคุณในวันที่คุณเดินทางมาถึงประเทศไอซ์แลนด์ ในตอนที่กลับมาถึงเมืองเรคยาวิกในวันสุดท้ายของทัวร์อาจไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและการจราจร อย่าลืมว่าถนนและทางเท้าของประเทศไอซ์แลนด์อาจจะลื่นในช่วงฤดูหนาว เราแนะนำให้คุณนำรองเท้าที่มีกันลื่นหรืออุปกรณ์ป้องกันน้ำแข็งเกาะรองเท้าของคุณ ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือสถานีน้ำมันทั่วประเทศ. หากว่าคุณจองกิจกรรมเพิ่มพร้อมด้วยกับทัวร์นี้ คุณจะได้ราคาการจองที่ถูกลง.



แผนการเที่ยวรายวัน

วัน 1 - เดินทางมาถึง - บลูลากูนและ เรคยาวิก


บริษัทบลูลากูนได้ก่อตั้งขึ้นในปี 1992 และได้เปิดตัวธุรกิจอย่างเป็นทางการในปีนั้นเอง


การผจญภัยในประเทศไอซ์แลนด์ช่วงฤดูหนาวของคุณกำลังจะเริ่มต้นโดยการนั่งรถผ่านไปยังทุ่งลาวาที่มีพื้นที่ราวกับดวงจันทร์เพื่อไปยังเมืองหลวงที่อยู่เหนือสุดของโลกที่ชื่อว่าเรคยาวิก(Reykjavík) คุณจะได้พักโรงแรมในใจกลางเมือง นั่นทำให้การสำรวจบริเวณรอบๆทำได้ง่ายขึ้น.

หากสายการบินของคุณมาถึงก่อนเวลา 16.00 น. คุณสามารถเลือกที่จะไปเที่ยวยังพื้นที่สปาตามธรรมชาติบลูลากูน (Blue Lagoon) ที่อยู่ระหว่างทางที่จะไปยังเมืองเรคาวิก บลูลากูนเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีคนไปเที่ยวชมมากที่สุดในไอซ์แลนด์.

น้ำที่มีสีฟ้าอ่อนถูกล้อมรอบด้วยการก่อตัวของภูเขาไฟสีดำทำให้ประสบการณ์นี้ดูพิเศษมากยิ่งขึ้น และนี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการได้พักผ่อนหลังจากการเดินทาง และคุณอาจจะมีโอกาสได้เห็นแสงเหนือในขณะกำลังพักผ่อนนี้ก็ได้.

หรือคุณสามารถไปที่บลูลากูนนี้ในวันอื่นได้หากคุณต้องการที่จะตรงไปยังเมืองหลวง และเพลิดเพลินกับคาเฟ่ ร้านค้าต่างๆ รวมถึงอาหารหลากหลายของที่นี่ได้.


วัน 2 - คาบมหาสมุทรสไนล์แฟลซเนส


คาบมหาสมุทรสไนล์แฟลซเนสที่สวยงามได้ถูกพูดถึงว่าเป็น ประเทซไอซ์แลนด์ขนาดย่อ ต้องขอบคุณลักษณะตามธรรมชาติที่หลากหลายของที่นี่


วันนี้คุณจะได้ใช้เวลาทั้งวันในการสำรวจคาบมหาสมุทรสไนล์แฟลซเนสที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือที่สวยงามแห่งนี้ รถจะไปรับคุณยังที่พักและหยุดเที่ยวที่สถานที่แรกในอิทรี-ทุงกา (Ytri-Tunga) ชายหาดที่เป็นที่รู้จักในเรื่องของการชมฝูงแมวน้ำ ที่ชอบมานอนอาบแดดบนก้อนหินในช่วงเดือนฤดูร้อน.

อากาศตลอดทั้งวันอาจจะหนาวเกินไปแต่ชายหาดแห่งนี้เป็นจุดที่น่าจะลองขึ้นไปอยู่บนโขดหินตรงชายฝั่งและเฝ้ามองดูคลื่นที่ไม่มีวันสิ้นสุด.

คุณจะได้ไปเที่ยวชมยังเรยดาเฟลจา (Rauðafellsgjá) ที่เป็นรอยแยกขนาดใหญ่ลึกลงไปถึงใต้ภูเขาบอน์ทฟยาล์ (Botnsfjall).

หลังจากนั้นคุณจะได้ชมหมู่บ้านชาวประมง 2 แห่งคืออาร์นาสตาปิ (Arnarstapi) และเฮลล์นาร์ (Hellnar) ที่เฮลล์นาร์คุณจะมีเวลาที่นี่ประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อที่จะได้เดินไปตามหน้าผาเรียบไปตามทะเลและถ่ายรูปที่น่าจดจำมากมายเท่าที่คุณต้องการ และคุณจะได้ไปเที่ยวชมที่อุทยานแห่งชาติสไนล์เฟลส์โจกุล(Snæfellsjökull ) ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นอุทยานแห่งชาติของไอซ์แลนด์ ซึ่งคุณอาจจะมีค่าธรรมเนียมในการเข้าชมเล็กน้อย หรือคุณสามารถเลือกไปชมถ้ำอีกแห่งหนึ่ง ในตอนนี้คุณสามารถเสี่ยงเข้าไปชมที่ถ้ำลาวาวาท์ทเฮลลิร์(Vatnshellir) ที่เพิ่งจะถูกเปิดเป็นสาธารณะในปีคริตศักราช 2011 มีความลึกถึง 200 เมตร (656ฟุต) ที่มีทั้งความมืดและรูปแบบการก่อตัวของหินที่น่าสนใจ.

หลังจากนั้นคุณจะได้สูดความสดชื่นของอากาศริมทะเลที่Djúpalónssandur และDritvík ชายหาดทั้งสองแห่งนี้เป็นจุดสำคัญสำหรับการค้าขายปลา ซึ่งครั้งหนึ่งที่นี่มีการก่อตัวของหินที่น่าอัศจรรย์ และชายหาดที่เป็นที่รู้จักกันในเรื่องของก้อนกรวดที่มีรูปร่างแปลกๆ.

สุดท้ายคุณจะได้เดินตามชายฝั่งทะเลไปยังLóndrangar ที่มีการก่อตัวของหินบะซอลต์ที่มีความสูงถึง 70 เมตร(230 ฟุต).

คุณอาจใช้เวลาคืนนี้ที่หมู่บ้านริมทะเลทางตอนเหนือของคาบสมุทร.


วัน 3 - ภูเขาเคิร์คจูแฟส


ภูเขาเคิร์คจูแฟสในภาษาอังกฤษ หมายถึงโบสถ์ภูเขาที่มีความสูงถึง 463 เมตร


ในวันที่สองที่สไนล์แฟลซเนส คุณจะได้ย้อนกลับไปเพื่อโอกาสในการถ่ายรูปกับภูเขาเคิร์คจูแฟส(Kirkjufell) ภูเขาแห่งนี้มีความสูง 463 เมตร (1519 ฟุต) และเป็นจุดที่มีผู้มาถ่ายรูปมากที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ เนื่องจากอยูใกล้ทะเลสาบที่มีเงาสะท้อนของภูเขานี้ มีน้ำตกหลายแห่งที่นี่ทำให้สถานที่นี้ดูสวยงามมากขึ้นรวมถึงพื้นที่การเกษตรบริเวณใกล้เคียงที่มีสีสันที่ตัดกันด้วย พร้อมทั้งคุณสามารถเที่ยวชมแนวหินบะซอลต์ที่เกดูเบิร์ค(Gerðuberg)ด้วย.

พิพิธภัณฑ์ฉลามที่Bjarnarhöfn เป็นสถานที่ที่คุณจะได้ชม(และลิ้มรสชาติ) เช่นนี้จะทำให้คุณได้เรียนรู้เกี่ยวกับเอกลักษณ์ของชาวประมงในประเทศไอซ์แลนด์ที่ได้สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของสิ่งประดิษฐ์และส่วนประกอบของเรือ และเบจานนี(Bjarni) ผู้ที่ได้ดำเนินโครงการนี้รู้สึกดีใจที่ได้แบ่งปันประสบการณ์ที่มีค่าของเขาจากทั้งชีวิตการเป็นชาวประมง.

คุณอาจจะได้ลองชิมฮาร์เคิร์ล(hákarl) หรือฉลามดอง ที่เป็นเครื่องดื่มโบราณของชาวไอซ์แลนด์ที่เรียกว่า เบรนนิวีน(Brennivín) เคล็ดลับก็คือจะต้องไม่ดมก่อนที่คุณจะได้กลืนลงไปแล้ว แต่ไม่ว่าคุณจะคิดว่ารสชาติเป็นอย่างไร คุณจะได้รู้สึกเหมือนเป็นชาวไวกิ้งจริงๆหลังจากที่ได้ลองชิม.

ถัดจากที่นี่คุณจะได้ไปยังบริเวณบอร์การ์ฟอย์ดูร์ (Borgarfjordur) เพื่อที่จะได้ชมน้ำตก 2 แห่ง ก็คือน้ำตกเฮินฟอซซ่า (Hraunfossar) และบานาฟอสส์(Barnafoss) น้ำตกเฮินฟอซซ่าเป็นน้ำตกที่มีรูปแบบเป็นชั้นๆโดยน้ำที่ไหลมาจากลำธารเหนือทุ่งลาวา ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งลางโจกุลล์(Langjökull)

น้ำตกบานาฟอสส์เป็นจุดที่เรื่องเล่าที่น่าเศร้ามาตั้งแต่โบราณ ที่มีเด็กสองคนที่ได้ข้ามแผ่นดินที่เป็นเหมือนสะพานที่พุพังเหนือแม่น้ำแล้วได้ตกลงไปเสียชีวิต แม่ที่เศร้าเสียใจของพวกเขาได้ทำลายสะพานแห่งนี้ ดังนั้นจึงไม่มีใครต้องเผชิญความเสี่ยงเหมือนเด็กน้อยทั้งสองอีก.

สถานที่สุดท้ายของวันนี้คือเดลตาร์ทุงกุแควร์ (Deildartunguhver) น้ำพุร้อนที่มีความสูงที่สุดในยุโรป และเป็นเพียงสถานที่เดียวในประเทศที่คุณจะได้เห็นกวางเฟิร์นสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเรื่องธรรมชาติต้องไม่พลาดที่จะได้มองหาสัตว์เหล่านี้.

จากนั้นคุณจะได้ขับรถผ่านเมืองบอร์กาเนส (Borgarnes) ที่เป็นเส้นทางกลับมายังโรงแรมในเมืองเรคยาวิก.


วัน 4 - เส้นทางวงกลมทองคำ


ทุ่งน้ำพุร้อนเฮยคาดาลูร์ เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในช่วงเดือนฤดูหนาว ทำให้เข้าใจได้ว่าประเทศไอซ์แลนด์เป็นที่รู้จักว่าเป็น ดินแดนแห่งน้ำแข็งและไฟ


เส้นทางวงกลมทองคำนี้เป็นจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศไอซ์แลนด์อย่างไม่ต้องสงสัย เส้นทางวงกลมทองคำนี้ได้ชื่อตามน้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss) ที่มีความหมายว่า น้ำตกทองคำ และหลายคนได้กล่าวไว้ว่าที่นี่เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ ในช่วงฤดูหนาวที่นี่ก็จะดูสวยงามมากยิ่งขึ้น เพราะว่าน้ำสีขาวที่ราวกับสายฟ้าได้ไหลไปตามเสาน้ำแข็งและแตกออกเป็นก้อนน้ำแข็งและหิมะ.

น้ำตกนี้ตั้งอยู่ใกล้กับทุ่งน้ำพุร้อนไกเซอร์ (Geysir )ที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า geyser ที่มาจากคำว่าGeysir โชคร้ายที่ไกเซอร์แห่งนี้ไม่มีการปะทุอีกแล้ว แต่ก็ยังมีโชคดีอยู่บ้างที่ไกเซอร์สโทรคูร์ (Strokkur) ที่อยู่ใกล้ไกเซอร์ ยังมีการปะทุอยู่และได้พุ่งน้ำร้อนที่มีความสูง 40 เมตร (131 ฟุต) ทุกๆ 5-10 นาที.

ข้อมูลเพิ่มเติมในการชมสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าทึ่งนี้ คุณจะได้เข้าไปเที่ยวชมอุทยานแห่งชาติธิงเวลลีย์(Þingvellir) ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกโดยองค์กรยูเนสโก เพราะความสวยงามและประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้.

ไกด์ที่เพียบพร้อมไปด้วยความรู้ของคุณจะสามารถบอกเล่าเรื่องราวทุกอย่างที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ได้ เพื่อที่จะให้การเดินทางนี้สนุกมากขึ้นและเป็นที่น่าจดจำ คุณจะมีเวลามากพอในการเที่ยวชมในแต่ละสถานที่ เพื่อคุณจะได้ดื่มด่ำกับสถานที่ที่สวยงามและสำรวจสถานที่ที่มีเสน่ห์เหล่านี้.

การเดินทางของคุณจะไปในกลุ่มเล็กๆและสะดวกสบาย ทำให้คุณได้รับประสบการณ์ได้อย่างใกล้ชิดมากกว่าการไปกับรถนำเที่ยวคันใหญ่.

หลังจากการเดินทางที่พิเศษนี้ คุณจะได้กลับไปยังเมืองเรคยาวิกเพื่อที่จะได้พักผ่อนและใช้เวลาอีกคืนในเมืองนี้ก่อนที่จะเริ่มการผจญภัยถัดไป.


วัน 5 - ผจญภัยในชายฝั่งทางใต้


โจกุลซาลอนมีขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของเมื่อ 15 ปีก่อนแต่ก็ยังคงไม่เท่ากับความยิ่งใหญ่ของแสงออโรร่าที่เกิดขึ้นด้านบน


ชายฝั่งทางใต้ของประเทศไอซ์แลนด์เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ที่น่าทึ่ง และวันนี้จะเป็นวันเริ่มต้นการเดินทางของสองวันต่อจากนี้ในชายฝั่งทางใต้ รถจะไปรับคุณแต่เช้าที่โรงแรม ฉะนั้นกรุณาเตรียมตัวให้พร้อมและใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ.

สถานที่แรกคุณจะได้ไปที่น้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์ (Seljalandsfoss) ที่มีความสูงและแคบ ไหลมาตามหน้าผาที่มีถ้ำอยู่ด้านหลัง แน่นอนว่าคุณสามารถเดินไปด้านหลังน้ำตกนี้และเพลิดเพลินกับทัศนียภาพ แต่ต้องระวังทางเดินด้วยก้อนหินแถวนี้จะมีความลื่นเพราะน้ำแข็งในช่วงฤดูหนาว จากนั้นจะไปกันที่น้ำตกสโกการ์ฟอสส์ (Skógafoss)ที่มีขนาดใหญ่กว่าเซลยาแลนศ์ฟอสส์ รวมถึงน้ำตกนี้ยังเป็นน้ำตกที่น่าประทับใจที่อยู่ท้ายสุดที่ตกลงมาจากภูเขาไฟเอยาฟยาลลาโจกุลล์ (Eyjafjallajökull) ที่อยู่ทางชายฝั่งทางใต้อีกด้วย เอยาฟยาลลาโจกุลล์เป็นธารน้ำแข็งที่มีภูเขาไฟอยู่ใต้ลำธารนี้ ในปี 2010 การเดินทางทางอากาศของยุโรปต้องหยุดลงเพราะมีการปะทุจากภูเขาไฟนี้เป็นเวลาหลายวันด้วย.

จุดแวะท่องเที่ยวแห่งต่อไป คือ ชายหาดทรายดำที่กว้างใหญ่ที่ชื่อว่า เรย์นิสฟยารา (Reynisfjara) ที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้านวิก ที่มหาสมุทรแอตแลนติกได้เดินทางอย่างต่อเนื่องจากแอนตาร์กติกไปยังชายฝั่งแห่งนี้ โดยทำให้เกิดคลื่นสีเทาที่มากระทบทรายสีดำภายใต้หน้าผารูปทรงหกเหลี่ยม.

สุดท้ายเราจะมาถึงยังทะเลสาบน้ำแข็งโจกุลซาลอนที่น่าทึ่ง ทะเลสาบแห่งนี้จะมีความสวยงามเป็นพิเศษใต้แสงที่ทอดต่ำลงมา ทำให้น้ำแข็งที่ลอยอยู่เปล่งประกายเหมือนดั่งทองคำ เมื่อภูเขาน้ำแข็งแตกหล่นลงมาในทะเลสาบ คุณจะได้เห็นสีน้ำเงินเข้มที่อยู่ด้านใต้ นั่นเพราะฟองออกซิเจนเคยได้ถูกอัดลงไปในน้ำแข็งตั้งแต่เมื่อหลายพันปีก่อน และคุณจะได้ใช้เวลาในคืนนี้ภายใต้เงาของธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล (Vatnajökull) ด้วย.


วัน 6 - ถ้ำน้ำแข็งในธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล


ถ้ำน้ำแข็งมีหลากหลายรูปร่างและขนาด อาจจะต้องมีการคลานสักนิดหน่อย รวมทั้งอาจจะต้องปีนและสไลด์เพื่อที่เข้าไปในถ้ำ


คุณจะได้เริ่มวันนี้ของคุณด้วยการเข้าชมถ้ำน้ำแข็งที่ถูกค้นพบในธารน้ำแข็งตามธรรมชาตินี้.

คุณจะได้ไปชมถ้ำน้ำแข็งโดยรถซุปเปอร์ทรัคพร้อมทั้งไกด์ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องธารน้ำแข็ง พร้อมทั้งจะได้ผจญภัยบนเส้นทางที่ขรุขระด้วย ซึ่งคุณจำเป็นจะต้องสวมรองเท้าปีนเขากันน้ำและอุปกรณ์ป้องกันหัวเข่าด้วย.

ธารน้ำแข็งนี้มีความงดงามอย่างน่าเหลือเชื่อแต่ก็เต็มไปด้วยอันตราย เส้นทางบนธารน้ำแข็งนี้เต็มไปด้วยรอยแตกแยก ขรุขระ และสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามอุณหภูมิที่อุ่นขึ้นหรือเย็นลงตลอดทั้งฤดูกาล และแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะไปเที่ยวชมธารน้ำแข็งนี้โดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันที่จำเป็นและไกด์ผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่บริเวณนี้.

ไกด์พื้นเมืองของเรารู้จักธารน้ำแข็งและการเปลี่ยนแปลงของธารน้ำแข็งแห่งนี้เป็นอย่างดี ไกด์จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าถ้ำน้ำแข็งแห่งไหนจะเป็นจุดที่ดีที่สุดในการไปเยี่ยมชมในแต่ละช่วงเวลา ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่างๆ เช่น สภาพภูมิอากาศ ถ้ำน้ำแข็งมีขนาดและรูปร่างที่หลากหลายและมีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน ด้วยแสงและสภาพอากาศ ทำให้ถ้ำน้ำแข็งเหล่านี้สวยงามอย่างที่สุด รวมถึงน้ำแข็งสีฟ้าที่น่าตื่นตาเองด้วย.

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ถ้ำน้ำแข็งจะแตก ละลายและเต็มไปด้วยน้ำ ดังนั้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงไกด์ท้องถิ่นของเราได้กำหนดถ้ำแห่งใหม่อีกแห่งให้นักท่องเที่ยวได้ไปเยี่ยมชม นั่นหมายถึงว่าทุกๆถ้ำมีความพิเศษ จะไม่มีทางที่คุณจะได้เห็นถ้ำน้ำแข็งแห่งเดิมเป็นครั้งที่สอง นั่นทำให้ประสบการณ์ครั้งนี้ราวกับเวทมนตร์เลยทีเดียว.

คุณจะใช้เวลาอย่างน้อย 45 นาทีภายในถ้ำน้ำแข็ง ดังนั้นอย่าลืมสวมเสื้อผ้าที่มีความอบอุ่นเพียงพอ ทุกคนจะได้รับหมวกนิรภัย ฉะนั้นอย่าลืมที่จะนำหมวกสำหรับฤดูหนาวที่มีขนาดไม่ใหญ่เกินไปเพราะจะต้องสวมหมวกนิรภัยด้านนอกด้วย.

หลังจากการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นที่ถ้ำน้ำแข็งนี้แล้ว ก็ได้เวลาที่จะตรงกลับไปยังเมืองเรคยาวิก แต่เราจะแวะท่องเที่ยวอีกหนึ่งจุดที่ทะเลสาบน้ำแข็งโจกุลซาลอน เพราะที่นี่จะดูแตกต่างจากแสงในช่วงกลางวัน รวมถึงคุณอาจจะได้พอเห็นแมวน้ำที่กำลังนอนอาบแดดอยู่บนธารน้ำแข็งด้วย.

ในขากลับไปยังเมืองเรคยาวิก ไกด์จะแนะนำให้คุณมองหาแสงเหนือและเราจะหยุดกันอีกครั้งหากมีแสงเหนือปรากฏขึ้น.

หลังจากการเดินทางอย่างเต็มที่ในวันนี้ คุณจะได้ใช้เวลาในคืนสุดท้ายของการท่องเที่ยวครั้งนี้ในโรงแรมที่ตั้งอยู่กลางเมือง และถ้าคุณยังมีพลังงานเหลืออยู่ ทำไมไม่ลองออกไปชมวิถีชีวิตยามค่ำคืนของเมืองเรคยาวิกนี้ด้วยเลย.


วัน 7 - เดินทางออกจากเมืองเรคยาวิก


โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยาได้ชื่อตามนักกวีชาวไอซ์แลนด์ที่ชื่อว่า ฮัลล์กรีมมูร์ เพททูสัน


จงใช้ชั่วโมงสุดท้ายในเมืองเรคยาวิกให้คุ้มค่า ใช้เวลาช่วงพิเศษนี้ในการสำรวจสถานที่ต่างๆบนท้องถนนของเมืองเรคยาวิก เช่น ศิลปะริมถนน พิพิธภัณฑ์ คาเฟ่ ร้านเสื้อผ้า และร้านอาหารอร่อยที่มีอยู่มากมายตรงใจกลางเมือง.

และถ้าคุณโชคดีเพียงพอในการที่มีไฟล์ทช้าสักหน่อย คุณอาจจะมีเวลาในการไปเยี่ยมชมที่บลูลากูนเป็นที่สุดท้ายด้วย เพื่อจะได้แช่น้ำก่อนเดินทางกลับ.

ไม่ว่าคุณจะมีเวลามากแค่ไหนในการมาเที่ยวที่ประเทศไอซ์แลนด์นี้ มักจะมีสถานที่อีกมากที่รอคอยให้คุณมาเยี่ยมชม ฉะนั้นขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ แล้วพบกันใหม่.


ที่พักในเรคยาวิก

ดูระดับที่พักของเรา และผู้บริการพาร์ทเนอร์ของเราใต้แผนการเที่ยวของแต่ละวันด้านล่าง. สำหรับที่พักระดับซูเปอร์บัดเจทจะจัดทำในโฮสเทลและที่นอนแบบหอพัก. สำหรับระดับบัดเจทและระดับคอมฟอร์ท, สำหรับการจองแบบคนเดียวจะจัดเตรียมให้เป็นห้องนอนเดี่ยว, และสำหรับการจองสำหรับสองคนหรือมากกว่านั้นจะจัดเป็นห้องเตียงคู่หรือทริปเปิลรูม. สำหรับระดับมาตรฐาน ผู้พักเลขคี่จะจัดให้เป็นห้องเตียงเดี่ยว. วัยรุ่นและเด็กจะถูกจัดให้กับผู้ปกครอง. หากต้องการห้องเพิ่ม, ค่าเสียหายเพิ่มเติมอาจจะถูกคิดเพิ่ม. Guide to Iceland จะบริการคุณเพื่อคุณภาพที่ดีที่สุดพร้อมด้วยที่พักที่ถูกจองผ่านพาร์ทเนอร์ของเรา. เราขอเรียนให้ท่านทราบว่าโรงแรมในประเทศไอซ์แลนด์มีจำกัด และหากว่าพาร์ทเนอร์ของเราได้ทำการจองเต็มในวันที่คุณต้องการ เราจะต้องหาสถานที่อื่นในระดับเดียวกันให้กับคุณ. ขอเรียนให้ทราบว่าที่พักระดับคุณภาพไม่มีในทุกพื้นที่. ที่พักแบบคอมฟอร์ทจะได้ทำการจัดการในพื้นที่ที่ไม่มีที่พักระดับนั้น. เราจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อให้ตรงกับความต้องการของคุณ, และเหตุนั้นอาจจะคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น. กดเลือกวันเพื่อที่จะหาวันที่ว่าง.

ซูเปอร์บัดเจท

หอพักพร้อมด้วยห้องน้ำรวมในเกสต์เฮาส์หรือโฮสเทล เช่น HI Hostels. บนสถานที่กลางเมืองหลวง. ไม่รวมอาหารเช้า.

บัดเจท

ห้องพร้อมด้วยห้องน้ำรวม ในฟาร์มเฮาส์, เกสต์เฮาส์ หรือโฮสเทล เช่น Capital Inn Guesthouse บนสถานที่กลางเมืองหลวง. ไม่รวมอาหารเช้า.

คอมฟอร์ท

ห้องพร้อมห้องน้ำส่วนตัวในโรงแรม 3 ดาว หรือเกสต์เฮาท์คุณภาพดี. ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงหรือใกล้เคียง. รวมอาหารเช้า.

คุณภาพ

ห้องพร้อมห้องน้ำส่วนตัวในโรงแรม 4 ดาวที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง เช่นโรงแรม Hotel Alda. รวมอาหารเช้า.


อาหาร

คุณสามารถเพิ่มอาหารลงไปในการจองของคุณได้แล้ว.
เลือกเพิ่มอาหารค่ำลงไปในการจองของคุณ แล้วเราจะบริการเวาท์เชอร์อาหารลงไปในการจองของคุณ. เราจะเลือกอาหารให้คุณจากร้านอาหารระดับเยี่ยม เพื่อให้เข้ากับแผนการท่องเที่ยวของคุณ.
ที่ร้านอาหารคุณจะได้รับเมนูอาหารเป็นเซ็ท ซึ่งคุณสามารถเลือกเป็น เนื้อสัตว์,ปลา หรือ มังสวิรัติก็ได้. หากว่าคุณต้องการอย่างอื่นก็สามารถทำได้ โดยเวาท์เชอร์จะทำหน้านี้เป็นคูปองทนแทนอาหารที่ไม่ได้อยุ่ในเมนูอาหารเซ็ทแทน. กรุณาบอกให้ร้านอาหารทราบล่วงหน้า หากว่าคุณมีคความต้องการอาหารที่พิเศษ. เวาท์เชอร์อาหารไม่สามารถขอเงินคืนได้.


รถรับส่งส่วนตัว

รถจะใช้เวลาประมาณ 45 นาทีจากสนามบินเพื่อไปส่งคุณที่สถานที่มารับในเมืองเรคยาวิก.

เอเย่นจะไปรับคุณที่โถงผู้โดยสารขาเข้าพร้อมกับป้ายเพื่อต้อนรับคุณ. คุณจะได้ขึ้นรถและเดินทางออกไปที่เมืองหลวง หรือ ที่ บลูลากูน โดยที่คุณไม่ต้องรอ.
หากว่าคุณเลือกที่จะไปที่บลูลากูนในวันมาถึง คนขับรถจะพาคุณไปที่นั่นก่อน โดย จะใช้เวลา ประมาณ 15 ถึง 20 นาที. คุณจะได้ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงที่บลูลากูน.
คนขับรถของคุณจะรอคุณที่ล็อบบี้ และ พาคุณไปที่ที่พักของคุณในเมืองเรคยาวิก หลังจากนั้น โดยจะใช้เวลาประมาณ 30 ถึง 35 นาที.
ในขากลับ คนขับรถส่วนตัวของคุณจะไปรับคุณที่ที่พัก และ ไปส่งคุณที่สนามบินโดยตรง. โดยจะใช้เวลาประมาณ 45 นาที.
โปรดทราบว่าหากว่าคุณไม่สามารถไปบลูลากูนในวันที่มาถึง/กลับ ได้ คุณจะต้องนั่งรถรับส่งระหว่าง บลูลากูน ไปที่เมืองหลวง.


ประกันการยกเลิก

ประกันนี้จะการันตีว่าคุณสามารถยกเลิกทัวร์ และ แพ็คเกจที่จองไปแล้วได้ โดยคุณจะได้เงินคืนเต็มจำนวน หักจากเงินประกัน ในราคา 5.000โครน่า ต่อคน.

การยกเลิกควรทำมากกว่า 48 ชั่วโมงก่อนเวลาเริ่ม โดยเวลาจะเขียนไว้ที่เวาท์เชอร์ที่คุณได้รับ. เพื่อทำการยกเลิก และ รับเงินคืน คุณเพียงแค่ติดต่อเรามาที่ info@guidetoiceland และ ทำการขอเงินคืน.

เราขอเรียนให้ทราบว่าประกันนี้ครอบคลุมการยกเลิกของทัวร์ และ แพ็คเกจทั้งหมด. การยกเลิกของบริการบางอัน นั้นไม่สามารถขอเงินคืนนี้ แต่ได้ครอบคลุมไว้หมดแล้ว หากคุณทำการยกเลิกแพ็คเกจทั้งหมดเลย.


แผนที่


รีวิวที่รับรองแล้ว

ค่าเฉลี่ย4.753 รีวิว
ไทย
เรทติ้งทั้งหมด

ยังไม่มีรีวิวในภาษา/ระดับนี้ ,

กำลังโหลดราคาที่ดีที่สุด
มารับฟรี
ไม่มีค่าส่วนต่างของบัตรเครดิต
ไม่คิดค่าจอง