ทริปล่าแสงเหนือสุดหรูหนึ่งสัปดาห์ | เที่ยวเรคยาวิก บลูลากูน และสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์

ทริปล่าแสงเหนือสุดหรูหนึ่งสัปดาห์ | เที่ยวเรคยาวิก บลูลากูน และสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์
มีแนวโน้มที่จะขายออกเร็ว ๆ นี้
แผนการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ
สามารถจัดตามความต้องการได้เต็มที่
บริการ 24 ชั่วโมง

คำอธิบาย

รายละเอียด

ทัวร์เริ่มจาก
Iceland
เวลาออกเดินทาง
ยืดหยุ่น
ระยะเวลา
7 วัน
สถานที่สิ้นสุด
Iceland
ภาษา
English
ความยากลำบาก
ง่าย
มีบริการ
ทั้งปี
อายุต่ำสุด
ไม่มี

คำอธิบาย

ด้วยแพ็คเกจนี้คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์สุดหรูท่ามกลางภูมิประเทศหน้าหนาวของไอซ์แลนด์เป็นเวลาเจ็ดวัน พร้อมโอกาสมากมายที่จะได้ตื่นตาตื่นใจกับแสงเหนือ ผู้ที่ต้องการทริปสุดพิเศษ เข้าพักในโรงแรมที่ดีที่สุด รับประทานอาหารในร้านที่ดีที่สุด และสนุกกับการท่องเที่ยวด้วยทัวร์แบบส่วนตัวที่น่าประทับใจไม่ควรพลาดจองแพ็คเกจนี้!

ตั้งแต่วินาทีที่คุณมาถึงไอซ์แลนด์จนถึงนาทีสุดท้ายก่อนออกเดินทางกลับบ้าน คุณและคณะจะได้รับการดูแลอย่างเหนือระดับ โดยคนขับรถส่วนตัวจะไปรับคุณจากสนามบินนานาชาติเคฟลาวิกและพาคุณไปส่งยังโรงแรมบูติกในเรคยาวิก ซึ่งคุณจะเข้าพักเป็นเวลาสองคืน

สองคืนถัดมาคุณจะเข้าพักในโรงแรมที่ดีที่สุดในบริเวณวงกลมทองคำที่โด่งดัง ส่วนสองคืนสุดท้ายนั้น คุณจะเข้าพักในสถานที่ที่หรูหราไม่แพ้กันภายในสปาบลูลากูน อีกทั้งยังมีตัวเลือกให้อัปเกรดเข้าพักที่ Retreat Hotel ซึ่งเป็นที่พักระดับห้าดาวแห่งแรกในไอซ์แลนด์แทนได้ด้วย 

ตลอดทุกวันของทริปนี้ คุณจะได้รับบริการอย่างมีระดับจากทัวร์ส่วนตัวที่พาคุณไปชมธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์ พร้อมด้วยไกด์ส่วนตัวที่พร้อมปรับแต่งทริปให้เข้ากับความสนใจเฉพาะของคนในกลุ่ม คุณจะได้ไปสำรวจวงกลมทองคำที่มีชื่อเสียง ชายฝั่งทางใต้ที่สวยงาม คาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส (Snaefellsness) อันหลากหลาย และคาบสมุทรเรคยาเนส (Reykjanes) ที่เต็มไปด้วยภูเขาไฟ และในทริปนี้คุณสามารถเข้าร่วมกับกิจกรรมแอดเวนเจอร์ได้มากมาย เช่น ดำน้ำตื้นด้วยสน็อกเกิล ขี่สโนว์โมบิล และเที่ยวถ้ำน้ำแข็ง

นอกจากนี้ เมื่ออยู่ในเรคยาวิก คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์น่าประทับใจจากการนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมเมือง และทัวร์ที่พาเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่สุด ตลอดจนร้านบูติกสุดหรูในเมือง และไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในทริปนี้ คุณก็จะได้เพลิดเพลินกับประสบการณ์การรับประทานอาหารชั้นเลิศที่เป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจ

แน่นอนว่าทริปไอซ์แลนด์ในฤดูหนาวครั้งนี้จะไม่สมบูรณ์แบบหากไม่มีการล่าแสงเหนือ ดังนั้นในสองคืนแรก คนขับรถส่วนตัวจะพาคุณไปยังจุดที่มืดที่สุด ห่างไกลจากฝูงชน เพื่อให้คุณมีโอกาสได้เห็นแสงออโรร่าอันตระการตามากที่สุด ส่วนเมื่อคุณไปอยู่แถววงกลมทองคำและบลูลากูนแล้ว คุณจะอยู่ห่างจากเขตเมืองมากเพียงพอที่จะมองเห็นแสงเหนือได้จากในที่พัก

ค้นพบความมหัศจรรย์ของประเทศไอซ์แลนด์ในฤดูหนาวไปกับทริปท่องเที่ยวสุดหรูระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่เน้นมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หรูหรามีระดับและโอกาสในการมองเห็นแสงเหนือ คุณสามารถตรวจสอบจำนวนที่ว่างได้โดยระบุวันที่ที่ต้องการเดินทาง

 

อ่านเพิ่ม

ร่วมด้วย

บริการรับ-ส่งสนามบินแบบส่วนตัว วันที่เดินทางมาถึงไอซ์แลนด์/วันเดินทางกลับ
ที่พักระดับหรูหราจำนวน 2 คืนในเรคยาวิก
ที่พักระดับหรูหราจำนวน 2 คืนในบริเวณวงกลมทองคำ
ที่พักระดับหรูหราจำนวน 2 คืนในบริเวณบลูลากูน
ทะเลสาบส่วนตัวที่บลูลากูน
ทัวร์ชมเมืองเรคยาวิกแบบส่วนตัว 5 ชั่วโมง
ทัวร์เฮลิคอปเตอร์แบบส่วนตัว 1 ชั่วโมง พาบินเหนือเมืองเรคยาวิก (สามารถอัปเกรดได้)
ทัวร์ชมสถานที่บนเส้นทางวงกลมทองคำแบบส่วนตัว 7 ชั่วโมง (สามารถอัปเกรดได้)
ทัวร์ชมสถานที่บนเส้นทางชายฝั่งทางใต้แบบส่วนตัว 10 ชั่วโมง (สามารถอัปเกรดได้)
ทริปออกล่าแสงเหนือ 2 ทริป พร้อมคนขับรถส่วนตัว
อาหารทุกมื้อที่ไอซ์แลนด์
รายละเอียดแผนการเดินทาง
ตัวแทนท่องเที่ยวส่วนบุคคล
ภาษี

กิจกรรม

ปีนเขา
เที่ยวชมสถานที่
ล่าแสงเหนือ
แช่บ่อน้ำแร่
กิจกรรมเกี่ยวกับวัฒนธรรม
เฮลิคอปเตอร์

แผนการเที่ยวรายวัน

วัน 1
ไอซ์แลนด์มีชื่อเสียงเรื่องแสงออโรร่า

วัน 1 - เดินทางมาถึงไอซ์แลนด์

ยินดีต้อนรับสู่ไอซ์แลนด์! หลังจากที่คุณผ่านด่านศุลกากรที่สนามบินนานาชาติเคฟลาวิกแล้ว คุณจะพบว่าพนักงานขับรถส่วนตัวรอคุณอยู่แล้วเพื่อที่จะขับรถที่กว้างขวางนั่งสบายพาคุณเดินทางข้ามคาบสมุทรเรคยาเนสไปยังโรงแรมบูติก ซึ่งเป็นที่พักของคุณในเมืองหลวง และไกด์ของคุณยินดีที่จะตอบทุกคำถามเกี่ยวกับภูมิประเทศอันน่าทึ่งรอบตัวคุณและชีวิตในดินแดนแห่งน้ำแข็งและไฟ

เมื่อคุณเดินทางไปถึงที่พักที่สวยงามแล้ว คุณจะมีเวลาก่อนอาหารค่ำอีกเล็กน้อย ซึ่งคุณสามารถใช้โอกาสนี้นอนหลับพักผ่อนหรือออกไปสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอันน่าทึ่งของเมืองเรคยาวิกเองก่อนก็ได้ และในวันพรุ่งนี้คุณจะมีไกด์ส่วนตัวพาชมสถานที่ต่างๆ ในเมืองอีกที

จากนั้นคุณจะเดินทางไปยังร้านอาหารที่มีชื่อเสียงของเมืองเพื่อรับประทานอาหารมื้ออร่อยที่ปรุงจากวัตถุดิบดั้งเดิมในท้องถิ่นในรูปแบบที่ทันสมัย

เมื่อคุณได้ลิ้มรสอาหารเลิศรสในเรคยาวิกเป็นครั้งแรกแล้ว จากนี้ก็เป็นเวลาสำหรับการล่าแสงเหนือครั้งแรกของคุณ คนขับรถส่วนตัวของคุณจะพาคุณออกจากเมืองไปอยู่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่มืดมิดที่สุด และมีเมฆและผู้คนน้อยที่สุดด้วย เพื่อประสบการณ์ในการชมแสงเหนือที่ดีที่สุด และถ้าหากคุณโชคดี อีกไม่นานคุณก็จะได้เห็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มหัศจรรย์และน่าทึ่งที่สุดของโลก

หลังจากที่ได้เห็นแสงออโรร่ากันแล้ว (เราหวังเช่นนั้น) คุณค่อยเดินทางกลับไปพักผ่อนที่โรงแรมหรูเพื่อเตรียมตัวเที่ยวกันต่อในวันพรุ่งนี้

อ่านเพิ่ม
วัน 2
ฮาร์ปาคอนเสิร์ตฮอลล์มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงาม

วัน 2 - เมืองหลวงแห่งประเทศนอร์ดิก

ในวันที่สองของสัปดาห์แห่งความหรูหราในไอซ์แลนด์ ไกด์ส่วนตัวของคุณจะทำให้คุณได้รู้จักเรคยาวิกมากขึ้นอีก พวกเขาจะไปรับคุณจากที่พักและปรับแต่งการเดินทางในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าให้ตรงกับความต้องการของคณะของคุณ

หากคุณต้องการเห็นสถาปัตยกรรมที่น่าทึ่งที่สุดของเมืองเรคยาวิก คุณสามารถเดินทางไปชมโบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrimskirkja) ฮาร์ปาคอนเสิร์ตฮอลล์ (Harpa Concert Hall) อาคาร์ พาร์ลาน (Perlan) และสถานที่อื่นๆ อีกหลายแห่ง แต่ถ้าคุณอยากเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ เรคยาวิกก็มีแกลเลอรี่และพิพิธภัณฑ์ให้คุณเลือกเข้าชมมากมาย หรือหากคุณสนใจในสถานที่ทางธรรมชาติของเมือง คุณสามารถไปเที่ยวป่าเอิสคูฮลีด (Oskjuhlid) ชายหาดพลังงานความร้อนใต้พิภพเนยโทลส์วิก (Nautholsvik) หรืออาจจะเลือกไปชมสวนสาธารณะในท้องถิ่นที่สวยงามซึ่งมีอยู่หลายแห่ง

หลังจากเพลิดเพลินกับเรคยาวิกจนพอแล้ว คุณจะได้ไปรับประทานอาหารกลางวันมื้อที่หรูหราแสนอร่อย จากนั้นจะเป็นช่วงเวลาที่น่าประทับมากเพราะคุณจะได้ไปทัวร์ด้วยเฮลิคอปเตอร์กัน!

คุณมีสองทางเลือกสำหรับทัวร์นี้ โดยคุณสามารถเลือกบินข้ามเมืองในเวลาหนึ่งชั่วโมง ผ่านอ่าวฟาซาโฟลอิ (Faxafloi) และไปลงจอดที่เอสยาน (Esjan) ซึ่งเป็นภูเขายอดราบ ระหว่างบินคุณจะตื่นตาตื่นใจไปกับแลนด์มาร์คต่างๆ รวมถึงหลังคาบ้านเรือนสังกะสีที่เรียงต่อกันอย่างสวยงามในเมืองเรคยาวิก และคุณยังจะได้เพลิดเพลินกับการจิบสปาร์กลิงไวน์เมื่อเฮลิคอปเตอร์ลงจอดให้คุณลงไปชมวิวพาโนรามาด้วย

หรือคุณจะอัปเกรดเป็นทริปสองชั่วโมงที่พาคุณบินชมพื้นที่เหนือชนบทที่สวยงามทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไอซ์แลนด์เพื่อชมธรรมชาติแทนก็ได้ แต่แทนที่จะเป็นภูเขาเอสยาน คุณจะไปลงจอดบนธารน้ำแข็งลางโจกุล (Langjokull) ซึ่งเป็นผืนน้ำแข็งขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศแทน ซึ่งมีสถานที่เพียงไม่กี่แห่งที่จะมีวิวทิวทัศน์สวยงามน่าทึ่งเหมือนที่คุณจะได้เห็นเมื่อมองลงมาจากเนินบนลางโจกุล

หรือหากคุณต้องการเพิ่มระยะเวลาในการบิน ตัวแทนท่องเที่ยวของคุณก็สามารถจัดการให้คุณได้เช่นกัน

ในตอนเย็น คุณจะได้ลิ้มรสอาหารเมนูอร่อยที่ร้านอาหารสไตล์บูติก ก่อนออกเดินทางไปตามหาแสงออโรร่าบอเรลลิสแบบเป็นส่วนตัวครั้งที่สองของทริปนี้ท่ามกลางภูมิประเทศที่มืดมิดและสวยงาม

คุณจะได้ใช้เวลาคืนที่สองนี้อย่างหรูหราภายในโรงแรมที่อยู่ในเรคยาวิก

อ่านเพิ่ม
วัน 3
สโทรคูร์เป็นไกเซอร์ที่แอกทีฟที่สุดในพื้นที่พลังงานความร้อนใต้พิภพไกเซอร์

วัน 3 - สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวบนวงกลมทองคำสามแห่ง

ในวันที่สามของทริปล่าแสงเหนือระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์นี้ คุณจะได้ออกไปเที่ยววงกลมทองคำแบบเป็นส่วนตัว โดยวงกลมทองคำเป็นเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมของไอซ์แลนด์ และไกด์ของคุณจะมอบประสบการณ์ความเป็นส่วนตัวที่คุณจะไม่มีวันลืมเลือน

การเที่ยวบนเส้นทางนี้โดยทั่วไปใช้เวลาเจ็ดชั่วโมง และครอบคลุมสถานที่ 3 แห่ง แห่งแรกคืออุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ (Thingvellir) ซึ่งเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก อุทยานฯ แห่งนี้ขึ้นชื่อว่ามีภูมิประเทศที่สวยงามและมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ และยังโดดเด่นตรงที่มีหน้าผาสองแห่ง ซึ่งเป็นพื้นที่สุดขอบของแผ่นเปลือกโลกทวีปอเมริกาเหนือและยูเรเชีย ดินแดนระหว่างทวีปนี้ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่เลยและเต็มไปด้วยป่าเบิร์ช ทุ่งลาวา และลำธารใสสะอาด

นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ตั้งเดิมของรัฐสภาของประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่คริสตศักราช 930 และยังคงดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งที่สองคือสโทรคูร์ (Strokkur) น้ำพุร้อนในพื้นที่ความร้อนใต้พิภพไกเซอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการพ่นน้ำถี่ๆ ในทุกๆ สองสามนาทีและพ่นน้ำได้สูงถึงประมาณ 65 ฟุต (20 เมตร) ส่วนน้ำพุร้อนอีกแห่งที่ชื่อว่าไกเซอร์ (Geysir) ซึ่งตั้งอยู่ข้างกันนั้นปัจจุบันไม่แอกทีฟแล้ว แต่ครั้งหนึ่งนั้นเคยทำงานอย่างน่าทึ่งมากจนทำให้ชื่อของมันถูกนำไปเรียกปรากฏการณ์ที่คล้ายคลึงกันแบบนี้ทั่วโลกว่าไกเซอร์

จุดแวะที่สามคือน้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss) หรือที่มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "น้ำตกทองคำ" ซึ่งเป็นที่มาของชื่อของวงกลมทองคำด้วย ที่นี่เหมาะสำหรับมาตื่นตาตื่นใจกับพลังของธรรมชาติของไอซ์แลนด์ และในอดีตนั้นไอซ์แลนด์เกือบสูญเสียพื้นที่บริเวณนี้ให้กับการสร้างเขื่อนเพื่อผลประโยชน์ของต่างชาติไปแล้ว แต่โชคดีที่ยังรักษาเอาไว้ได้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นข้อพิสูจน์ถึงความเป็นนักอนุรักษ์ของชาวไอซ์แลนด์ได้เป็นอย่างดี

สำหรับที่ธิงเวลลีร์คุณมีตัวเลือกกิจกรรมแอดเวนเจอร์ที่น่าทึ่งให้เพิ่มเข้าไปในทริปวันนี้ได้ โดยคุณสามารถเพิ่มทัวร์ที่พาไปดำน้ำตื้นในแหล่งน้ำในรอยแยกซิลฟรา (Silfra) โดยคุณจะสวมชุดดรายสูทเพื่อปกป้องคุณจากความหนาวเย็นก่อนที่จะลงไปสัมผัสกับโลกใต้น้ำอันตระการตาที่เต็มไปด้วยสีฟ้าหลากหลายเฉดและหุบเขาที่ซ่อนตัวอยู่ระหว่างแผ่นเปลือกทวีปทั้งสอง การดำน้ำที่นี่มีทัศนวิสัยที่ดีมากและคุณจะสามารถมองเห็นได้ไกล 100 เมตรเลยทีเดียว

อีกทางเลือกหนึ่ง คุณสามารถจองและเพิ่มทัวร์ขี่สโนว์โมบิลที่ออกเดินทางจากน้ำตกกุลล์ฟอสส์เข้าไปในทริปวันนี้ได้เช่นกัน ซึ่งทัวร์นี้จะพาคุณกลับไปที่ธารน้ำแข็งลางโจกุลอันงดงาม แต่กิจกรรมในวันนี้จะทำให้อะดรีนาลีนของคุณสูบฉีดได้ดีกว่ามากเพราะเป็นการขี่สโนว์โมบิลบนทางลาดที่เต็มไปด้วยหิมะบวกกับทัศนียภาพโดยรอบที่น่าตื่นตาตื่นใจของทางตอนใต้

หากคุณเลิกเพิ่มกิจกรรมพิเศษเข้าไปในวันนี้ การเดินทางทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณสิบชั่วโมง โดยคุณจะยังมีเวลาสำหรับรับประทานอาหารค่ำแสนอร่อยที่ร้านหรูในโรงแรมที่คุณเข้าพักในบริเวณวงกลมทองคำด้วย และคุณต้องไม่ลืมมองหาแสงออโรร่าในตอนกลางคืน!

อ่านเพิ่ม
วัน 4
น้ำตกสโกกาฟอสส์สวยงามในหน้าหนาว

วัน 4 - ชายฝั่งทางใต้

ในวันที่สี่ของทริปหนึ่งสัปดาห์ในช่วงหน้าหนาวที่ไอซ์แลนด์ครั้งนี้ คนขับรถส่วนตัวของคุณจะพาคุณไปชมสถานที่สวยงามหลากหลายรูปแบบบนชายฝั่งทางใต้ คุณจะเดินทางผ่านภูมิประเทศที่งดงามของพื้นที่พลังงานความร้อนใต้พิภพและชนบทที่เต็มไปด้วยเนินเขาก่อนที่จะไปถึงบริเวณริมชายฝั่ง หากอากาศแจ่มใส ไกด์จะชี้ชวนให้คุณดูวิวที่สามารถมองเห็นเอยาฟยาลลาโจกุลล์ (Eyjafjallajokull) ภูเขาไฟที่ปกคลุมด้วยธารน้ำแข็ง ซึ่งเคยปะทุไปเมื่อปี 2010 และหมู่เกาะเวสต์แมน (Westman Islands) อันสวยงาม

สองแห่งแรกที่คุณจะแวะคือน้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์ (Seljalandsfoss) และน้ำตกสโกกาฟอสส์ (Skogafoss) น้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์อาจจะไม่ได้เป็นน้ำตกที่มีพละกำลังมากมาย แต่ด้วยความสูงและการที่มีถ้ำเป็นองค์ประกอบที่ด้านหลังของน้ำตกนั้นทำให้ที่นี่มีชื่อเสียงโดดเด่นไม่น้อย ซึ่งถ้าสภาพอากาศเอื้ออำนวย ไกด์จะพาคุณเดินชมได้รอบน้ำตกเลยทีเดียว ส่วนน้ำตกสโกกาฟอสส์นั้นมีน้ำไหลแรงกว่ามากและมีรูปทรงที่คลาสสิกสวยงาม สมกับเป็นน้ำตกที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศไอซ์แลนด์

สถานที่ต่อไปบนเส้นทางนี้คือชายหาดเรย์นิสฟยารา (Reynisfjara) ที่ได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งในหาดที่สวยงามที่สุดในโลกสำหรับหาดที่ไม่ใช่หาดเมืองร้อน คุณจะได้ลงไปเดินเล่นบนหาดทรายสีดำที่มีลักษณะแปลกตา ตื่นตาตื่นใจไปกับเกลียวคลื่นที่ซัดสาดและลักษณะทางธรณีวิทยาที่น่าประทับใจ อันได้แก่ เสาหินบะซอลต์หกเหลี่ยมที่เรียงรายอยู่ที่บริเวณหน้าผ่าเรย์นิสฟยาลล์และโขดทะเลเรนิสแดรงเกอร์ (Reynisdrangar) ขนาดมหึมานอกชายฝั่ง ซึ่งตามตำนานพื้นบ้านบอกว่าโขดหินสูงตระหง่านเหล่านี้ แท้จริงแล้วเป็นโทรลล์ที่ออกมาลากเรือเข้าฝั่งแต่โดนแสงอาทิตย์เข้าเลยตัวแข็งกลายเป็นหินอยู่อย่างนั้น

ต่อจากนั้นคุณจะมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านวิก (Vik) ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ทางใต้สุดของไอซ์แลนด์ ที่นี่จะสวยงามมากในช่วงหน้าหนาวที่มีหิมะปกคลุม หากคุณเลือกจะเที่ยวอยู่แค่ที่วิกจนหมดวัน คุณสามารถเพลิดเพลินกับการเที่ยวชมสิ่งต่างๆ ได้ในเวลา 10 ชั่วโมง แต่ถ้าหากคุณอยากสัมผัสกับประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจมากกว่านี้ คุณสามารถเดินทางต่อไปบนชายฝั่งทางใต้เพื่อไปยังทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน (Jokulsarlon) ทะเลสาบแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นที่สุดของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของไอซ์แลนด์ และมีชื่อเสียงมาจากการที่มีภูเขาน้ำแข็งจำนวนนับพันๆ ลูก ลอยตัวอยู่ในทะเลสาบ และมีประชากรแมวน้ำมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ โปรดทราบว่าการเดินทางมาที่นี่จะต้องใช้เวลาทั้งสิ้น 14 ชั่วโมง

หรืออีกทางเลือกหนึ่งคุณสามารถเพิ่มกิจกรรมแอดเวนเจอร์ระยะเวลาสองชั่วโมงเข้าไปในทริปวันนี้ได้ โดยทัวร์เสริมนี้เป็นทัวร์ที่พาไปเที่ยวถ้ำน้ำแข็งคัทลา (Katla) ซึ่งคุณจะได้นั่งรถซูเปอร์จี๊ปที่พาไต่ขึ้นไปบนเนินของธารน้ำแข็งมิร์ดาลสโจกุลเพื่อไปยังอุโมงค์และถ้ำใต้ธารน้ำแข็ง สถานที่เหล่านี้มีสีสันและพื้นผิวที่สวยงาม ซึ่งเมื่อสะท้อนกับแสงจะยิ่งเกิดเอฟเฟกต์ที่งดงามอย่างไม่น่าเชื่อ และไม่ว่าคุณจะเลือกไปเที่ยวทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน หรือเลือกมาเที่ยวถ้ำน้ำแข็งคุณก็จะรู้สึกเหมือนกับหลุดเข้าไปในโลกแฟนตาซีเหมือนๆ กัน

เมื่อทัวร์แบบส่วนตัวของคุณสิ้นสุดลงแล้ว คุณจะเดินทางกลับไปยังโรงแรมที่อยู่ในบริเวณวงกลมทองคำ ช่วงมื้อค่ำคุณจะได้ชิมเมนูอาหารพิเศษที่เป็นเทสติ้งเมนู และหลังจากนั้นคุณอาจจะนอนพักผ่อนเพื่อเติมพลังหลังจากเหนื่อยมาสองวันเต็มๆ หรือจะออกไปนอกโรงแรมเพื่อรอชมแสงออโรร่าก็ได้

อ่านเพิ่ม
วัน 5
ภูเขาเคิร์กจูแฟลล์เป็นดาวเด่นบนคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส

วัน 5 - เรคยาวิก หรือ คาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส

ในวันที่ห้าของแพ็คเกจดูแสงเหนือหน้าหนาวที่ไอซ์แลนด์นี้ คุณมีสองตัวเลือก คุณสามารถไปผ่อนคลายที่บลูลากูนเพื่อเพิ่มความสดชื่นหลังจากที่ท่องเที่ยวมาหลายวัน หรือคุณจะท่องเที่ยวแบบเป็นส่วนตัวต่อไปและเดินทางไปยังคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส (Snaefellsnes) ก็ได้

บลูลากูนเป็นสปาที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดของไอซ์แลนด์เนื่องจากมีน้ำสีฟ้าที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อผิวและสุขภาพร่างกาย และยังมีมาสก์ซิลิกาเอาไว้ให้บริการกับแขกทุกท่านด้วย และคุณยังสามารถจองบริการนวดและทรีตเมนต์อื่นๆ เพิ่มเติมได้ด้วย

แต่ถ้าหากคุณเลือกเข้าพักที่ The Retreat Hotel คุณก็ยังสามารถไปใช้บริการ Retreat Spa ของโรงแรมได้อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งจะมีคนน้อยกว่าที่บลูลากูน และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่หรูหราตามสไตล์โรงแรมมีระดับ

ส่วนคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนสนั้นได้รับฉายาว่าเป็น "มินิไอซ์แลนด์" เพราะสถานที่ต่างๆ บนคาบสมุทรแห่งนี้มีความแตกต่างหลากหลายมาก คุณจะเดินทางไปชมสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เช่น สติกกิโฮลมูร์ (Stykkisholmur) เมืองแห่งประวัติศาสตร์ หมู่บ้านเฮลล์นาร์ (Hellnar) ที่ถูกทิ้งร้าง และโบสถ์ปูดิร์ (Budir) ที่ยืนหยัดท้าลมแรงด้วยทริปแบบส่วนตัว และจะได้เห็นชีวิตสัตว์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นฝูงนกที่โลนตรังการ์ (Londrangar) และฝูงแมวน้ำที่อาศัยอยู่บริเวณหาดอิทรี ทุงกา (Ytri Tunga)

ภายในอุทยานแห่งชาติสไนล์เฟลล์โจกุล (Snaefellsjokull) คุณจะได้เห็นภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งชื่อเดียวกัน หาดทรายดำตูปาโลนส์ซานดูร์ (Djupalonssandur) และปากปล่องภูเขาไฟ

แซกโฮล (Saxholl) สถานที่ท่องเที่ยวอื่นที่ไกด์อาจจะพาคุณไป ได้แก่ ช่องเขาริมผาเรยด์เฟลด์จยา (Raudfeldsgja) และภูเขาเคิร์กจูแฟลล์ (Kirkjufell) ที่มียอดทรงพีระมิด ซึ่งแฟนซีรีส์เกมออฟโธรนส์น่าจะรู้จักดี

หากคุณต้องการทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์ในวันนี้ คุณสามารถเพิ่มทัวร์เที่ยวถ้ำลาวาที่วาทน์เฮลลิร์ (Vatnshellir) เข้าไปในทริปวันนี้ได้

หลังจากเที่ยวจนพอแล้ว คุณจะเดินทางไปยังโรงแรมที่บลูลากูน โรงแรม Silica Hotel นั้นเป็นโรงแรมที่มีมาตรฐานที่ดีและหรูหราสวยงามทีเดียว แต่ถ้าคุณอยากอัปเกรด คุณสามารถเลือกเข้าพักที่ Retreat Hotel ซึ่งเป็นโรงแรมระดับห้าดาวแทนได้ ซึ่งห้องจูเนียร์สวีทที่นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่หรูหราที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์

คืนนี้คุณจะเพลิดเพลินกับมื้อค่ำแสนอร่อยที่ห้องอาหาร Lava หรือ Moss ก่อนที่จะกลับไปพักผ่อนเอาแรง

อ่านเพิ่ม
วัน 6
การเข้าพักที่ Blue Lagoon Retreat Hotel เป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่หรูหราที่สุดในไอซ์แลนด์

วัน 6 - บลูลากูน

ในวันก่อนวันสุดท้ายของทริปหรูหราหนึ่งสัปดาห์ในไอซ์แลนด์ คุณจะมีตัวเลือกระหว่างกิจกรรมที่เป็นการพักผ่อนและกิจกรรมแอดเวนเจอร์เหมือนเช่นเคย โดยคุณสามารถเลือกไปผ่อนคลายที่บลูลากูน (Blue Lagoon) หรือที่รีทรีตลากูน (Retreat Lagoon) หรือคุณจะเลือกออกเดินทางด้วยทัวร์แบบส่วนตัวเพื่อไปยังคาบสมุทรเรคยาเนส (Reykjanes) แทนก็ได้

แม้จะอยู่ใกล้กับทั้งสนามบินนานาชาติเคฟลาวิกและเรคยาวิก แต่คาบสมุทรเรคยาเนสก็มีภูมิประเทศที่มหัศจรรย์อย่างไม่น่าเชื่อและก็ไม่ค่อยมีคนไปเที่ยวสักเท่าไหร่ ดังนั้นคุณจึงจะได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างเงียบสงบห่างไกลจากนักท่องเที่ยว พื้นที่พลังงานความร้อนใต้พิภพ เช่นที่กุนนูฮแวร์ (Gunnuhver) และที่คริสุวิก (Krysuvik) ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอย่างบริมเคตติลล์ (Brimketill) หรือ​ "อ่างน้ำโทรลล์" และประภาคารเรคยาเนสวิติ (Reykjanesviti) และสะพานระหว่างสองทวีป (Bridge Between the Continents) คือตัวอย่างของสิ่งที่น่าสนใจบนคาบสมุทรแห่งนี้ นอกจากนี้คุณยังสามารถไปชมลาวาที่เพิ่งปะทุออกมาจากภูเขาไฟฟากราดาลสฟยาลล์ (Fagradalsfjall) ใหม่ๆ ได้ด้วย

ระหว่างทางคุณจะได้เห็นภูมิประเทศที่แห้งแล้งแต่เต็มไปด้วยความงดงามของคาบสมุทรเรคยาเนส ทั้งภูเขาไฟทรงกรวย ปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ และทุ่งมอสส์ที่กว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตา ไกด์ของคุณจะสามารถแนะนำสถานที่ที่เหมาะกับความสนใจของคุณและจัดสรรเวลาในการเที่ยวในสถานที่แต่ละแห่งให้อย่างเหมาะสม

คืนสุดท้ายนี้ คุณจะไปรับประทานอาหารแบบไฟน์ไดนิ่งที่บลูลากูน และถ้าโชคดีในคืนนี้คุณอาจจะได้เห็นแสงเหนือก่อนที่จะกลับเข้าในโรงแรมก็ได้

อ่านเพิ่ม
วัน 7
แสงออโรร่าเต้นรำเหนือภูมิประเทศสวยงามของไอซ์แลนด์

วัน 7 - เดินทางกลับบ้าน

วันที่เจ็ดเป็นวันสุดท้ายของทริปล่าแสงเหนือแบบหรูหราที่ไอซ์แลนด์ของคุณในครั้งนี้แล้ว ไกด์ส่วนตัวของคุณจะพาคุณเดินทางจากโรงแรมเพื่อไปยังสนามบินนานาชาติเคฟลาวิกตามเวลาของเที่ยวบิน หากเที่ยวบินของคุณออกสายหน่อย คุณยังสามารถไปแช่น้ำที่บลูลากูนส่งท้ายได้อีกครั้งหนึ่ง หรือถ้าหากเที่ยวบินของคุณอยู่ในช่วงค่ำ ตัวแทนท่องเที่ยวของคุณอาจจะช่วยวางแผนให้คุณได้ใช้เวลาที่เหลือในวันนี้ได้อย่างเหมาะสม

ขอให้ทุกท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพและเราหวังว่าคุณจะกลับมาเที่ยวที่ไอซ์แลนด์อีกเร็วๆ นี้

อ่านเพิ่ม

สิ่งที่ควรนำไป

เสื้อผ้าที่อบอุ่นและกันน้ำสำหรับสวมใส่ภายนอกอาคาร
รองเท้าสำหรับปีนเขาที่มีสภาพดี
ชุดว่ายน้ำและผ้าเช็ดตัว
กล้องถ่ายรูป

สิ่งที่ควรรู้

ข้อควรรู้: แสงเหนือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะได้เห็นหรือไม่ ควรเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ และแผนการท่องเที่ยวที่จัดไว้อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับวันเวลาที่คุณเดินทางมาถึงไอซ์แลนด์ด้วย

มื้ออร่อย

เราได้คัดสรรร้านอาหารที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์มาให้บริการคุณในทริปนี้ อาหารกลางวันและอาหารเย็นทุกมื้อของคุณในไอซ์แลนด์ถูกจัดเตรียมไว้ให้ล่วงหน้าแล้ว คุณจะได้เพลิดเพลินกับมื้อกลางวันและมื้อเย็นแสนอร่อยตลอดทั้งทริปที่คุณเดินทางอยู่ในไอซ์แลนด์ ดังนั้นในทริปนี้คุณจะเที่ยวอย่างสนุกสนานและเพลิดเพลินกับการได้รับประทานของอร่อยมากมาย

ไอซ์แลนด์ล้อมรอบด้วยมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือที่มีความอุดมสมบูรณ์ ดังนั้นจึงเต็มไปด้วยแหล่งน้ำและธรรมชาติที่สะอาดบริสุทธิ์ ซึ่งทำให้ชาวไอซ์แลนด์มีวัตถุดิบในการปรุงอาหารที่สดใหม่ที่สุดในโลก และพลังงานความร้อนใต้พิภพที่มีอยู่ทำให้ไอซ์แลนด์สามารถเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย

อาหารไอซ์แลนด์ขึ้นชื่อเรื่องความสด ไม่ว่าจะเป็นปลาสด เนื้อแกะที่นุ่ม และกุ้งแลงกูสทินไอซ์แลนด์ที่โด่งดังมาก โดยร้านอาหารทุกแห่งจะมีตัวเลือกให้ทั้งแบบอาหารธรรมดาและอาหารมังสวิรัติ และเมื่อคุณไปถึงที่ร้านอาหารคุณสามารถแจ้งให้กับทางร้านทราบได้หากคุณมีข้อจำกัดในการบริโภค

บริการรับ-ส่งแบบส่วนตัว

Mercedes-Benz Vito

ระหว่างที่อยู่ในไอซ์แลนด์ คุณจะเดินทางด้วยรถ Mercedes-Benz Vito ซึ่งมีความสะดวกสบายมาก

ข้อตกลงของการบริการ

ทัวร์ที่คล้ายกัน