ถ้ำน้ำแข็งคริสตัลที่งดงามของไอซ์แลนด์

สุดยอดคู่มือท่องเที่ยวถ้ำน้ำแข็งในประเทศไอซ์แลนด์

ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรอง
ไปที่เรื่อง

เรียนรู้ทุกอย่างที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับการเที่ยวถ้ำน้ำแข็งในประเทศไอซ์แลนด์ ถ้ำน้ำแข็งคืออะไร ถ้ำน้ำแข็ง (Ice Caves) แตกต่างจากถ้ำธารน้ำแข็ง (Glacier Caves) อย่างไร คุณจะค้นหาถ้ำน้ำแข็งที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์ได้ที่ไหน ถ้ำคริสตัลสามารถเข้าไปชมได้เมื่อไหร่ ค้นหาคำตอบสำหรับทุกคำถามเหล่านี้ตลอดจนข้อมูลอื่นอีกมากมายด้วยการอ่านคู่มือเที่ยวถ้ำน้ำแข็งในประเทศไอซ์แลนด์ฉบับนี้ เลือกไปเที่ยวถ้ำน้ำแข็งด้วยโปรแกรมทัวร์ถ้ำน้ำแข็งของเราที่มีอยู่มากมายด้วยการค้นหาแพ็คเกจที่เหมาะสำหรับคุณมากที่สุด

สิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับถ้ำน้ำแข็งและถ้ำธารน้ำแข็งของไอซ์แลนด์

ถ้ำคริสตัล (Crystal Cave) เป็นหนึ่งในถ้ำน้ำแข็งของไอซ์แลนด์

  • ถ้ำน้ำแข็งและถ้ำธารน้ำแข็งเป็นถ้ำที่มีลักษณะแตกต่างกัน

  • ถ้ำธารน้ำแข็งไม่ได้มีสีฟ้าทุกแห่ง

  • ถ้ำธารน้ำแข็งสีฟ้าของประเทศไอซ์แลนด์ สามารถเข้าชมได้ตั้งแต่เดือนกลางเดือนตุลาคมไปจนถึงปลายเดือนมีนาคม

  • ผู้ประกอบการทัวร์จำนวนมากจะยังไม่เปิดให้บริการทัวร์ถ้ำน้ำแข็งจนกว่าจะถึงเดือนพฤศจิกายน

  • ไม่ควรเข้าชมถ้ำธารน้ำแข็งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติโดยที่ไม่มีไกด์นำทาง เพราะถ้ำเหล่านี้อันตรายมาก

  • ถ้ำน้ำแข็งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาจึงไม่เหมือนกันเลยสักวัน

  • ถ้ำน้ำแข็งในไอซ์แลนด์อาจจะมีสีขาว สีฟ้า หรือแม้กระทั่งสีดำก็เป็นไปได้

  • การเข้าชมถ้ำธารน้ำแข็งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นหลัก

  • หากทัวร์ถ้ำน้ำแข็งถูกยกเลิกคุณจะได้รับเงินคืนเต็มจำนวน

 

ประเทศไอซ์แลนด์มีธารน้ำแข็งอยู่หลายแห่งจึงทำให้มีภูมิประเทศที่น่าสนใจมากมาย สถานที่พิเศษเหล่านี้ยังรวมถึงผาน้ำแข็งที่สูงตระหง่าน รอยแยกน้ำแข็ง ที่ราบที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ทะเลสาบธารน้ำแข็ง และถ้ำธารน้ำแข็งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

แต่ไม่ใช่ว่าถ้ำน้ำแข็งทุกแห่งจะเหมือนกันไปหมด และถ้ำน้ำแข็งที่น่าทึ่งมากที่สุดคือถ้ำธารน้ำแข็งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

 

คุณสามารถเที่ยวถ้ำน้ำแข็งในไอซ์แลนด์ในฤดูร้อนได้ไหม 

ฤดูกาลแห่งการชมถ้ำธารน้ำแข็งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในไอซ์แลนด์คือช่วงฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม แต่มีถ้ำธารน้ำแข็งอยู่สองแห่งที่เปิดให้เข้าไปชมได้ตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกสำหรับถ้ำน้ำแข็ง (ไม่ใช่ถ้ำธารน้ำแข็ง) ที่คุณสามารถเข้าชมได้ตลอดปีด้วย แต่อาจจะไม่น่าประทับใจเท่าถ้ำธารน้ำแข็งสีฟ้าที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล (Vatnajokull)



ความแตกต่างระหว่างถ้ำน้ำแข็งและถ้ำธารน้ำแข็ง

ถ้ำน้ำแข็งใช้เรียกถ้ำที่มีน้ำแข็งตลอดทั้งปี ไม่ใช่แค่ถ้ำธารน้ำแข็ง

ภาพจาก ทัวร์ชายฝั่งทางตะวันตก 2 วัน | สไนล์แฟลซเนส ถ้ำลาวา & ซากา

เมื่อพูดถึงถ้ำน้ำแข็ง คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงภาพของถ้ำธารน้ำแข็งเหมือนอย่างในภาพที่นำมาให้ดูข้างบน

แต่ตามความหมายที่แท้จริงแล้ว ถ้ำน้ำแข็ง เป็นถ้ำธรรมชาติแบบไหนก็ได้ที่มีส่วนใดส่วนหนึ่งภายในถ้ำที่มีน้ำแข็งอยู่ตลอดทั้งปี ซึ่งไม่จำเป็นว่าถ้ำจะต้องมีโครงสร้างจากน้ำแข็งทั้งหมด

ส่วนถ้ำที่ก่อตัวขึ้นจากน้ำแข็งทั้งหมด เช่น ก่อตัวขึ้นจากธารน้ำแข็ง เราจะเรียกว่า ถ้ำธารน้ำแข็ง อย่างไรก็ตามคำว่าถ้ำน้ำแข็งและถ้ำธารน้ำแข็งมักถูกนำมาใช้ปะปนกัน

ถ้ำธารน้ำแข็งในไอซ์แลนด์โดยทั่วไปจะมีน้ำแข็งสีฟ้าสวยสดงดงาม แต่คุณอาจจะได้เห็นสีฟ้าของน้ำแข็งมีสีอื่นของตัวถ้ำเข้ามาเจือปนด้วย เช่น สีดำ สีแดง หรือแม้แต่สีทองแดง

ทั้งนี้ ก่อนที่คุณจะจองทัวร์เที่ยวถ้ำน้ำแข็งในไอซ์แลนด์ คุณควรอ่านรายละเอียดของทัวร์และดูภาพประกอบด้วยเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้ไปเยือนถ้ำแบบเดียวกับที่คุณคาดหวังว่าจะได้ชม ซึ่งทัวร์ถ้ำน้ำแข็งส่วนใหญ่ในประเทศไอซ์แลนด์มักจะเป็นทัวร์ที่พาไปถ้ำธารน้ำแข็งที่อยู่ภายในธารน้ำแข็งวัทนาโจกุลข้างทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน (Jokulsarlon) แต่ก็ไม่ไช่ทุกแพ็คเกจ

พื้นผิวของถ้ำน้ำแข็งของประเทศไอซ์แลนด์นั้นชวนให้หลงใหล

ภาพจาก ทริปแอดเวนเจอร์เที่ยวถ้ำน้ำแข็งสีฟ้าที่สกัฟตาเฟลล์ & ปีนธารน้ำแข็ง

ถ้ำน้ำแข็งในประเทศไอซ์แลนด์ อาทิ ถ้ำลาวาลอฟท์เฮลลิร์ (Lofthellir) เป็นถ้ำที่เต็มไปด้วยประติมากรรมน้ำแข็งที่งดงามตลอดทั้งปี และสามารถเข้าชมได้ในช่วงฤดูร้อน (ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม) แต่ถ้ำธารน้ำแข็งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาตินั้นสามารถเข้าชมได้แค่ในช่วงฤดูหนาวที่อากาศหนาวจัดเท่านั้น

ถ้ำบางแห่งนั้นอาจจะมีประติมากรรมน้ำแข็งอยู่ภายในถ้ำเพียงชั่วคราวก็ได้ เช่น ถ้ำลาวาวิดเกลมิร์ (Vídgelmir) และนอกจากนี้ยังมีอุโมงค์น้ำแข็งที่มนุษย์สร้างขึ้นอยู่ภายในธารน้ำแข็งลางโจกุล (Langjokull) ด้วย ซึ่งคุณสามารถเข้าไปชมได้ตลอดทั้งปี

 

 

ธารน้ำแข็งคืออะไร

หนึ่งในธารน้ำแข็งที่ยิ่งใหญ่ของไอซ์แลนด์

ประเทศไอซ์แลนด์มีธารน้ำแข็ง (Glaciers) หลายแห่ง และธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือธารน้ำแข็งวัทนาโจกุลในทางตะวันออกเฉียงใต้และทางตะวันออกของประเทศ

ธารน้ำแข็งเกิดจากน้ำแข็งที่มีความหนาแน่นสูงมากจึงไม่ละลายหายไปแม้แต่ในช่วงฤดูร้อน แต่บางส่วนของธารน้ำแข็งอาจจะละลายได้ และธารน้ำแข็งอาจจะหดตัวมีขนาดเล็กลง หรือขยายขนาดใหญ่ขึ้นได้ด้วย และในกรณีที่น้ำแข็งละลายจนหมดเกลี้ยงเลย ธารน้ำแข็งก็จะหายไปและเผยให้เห็นพื้นดินที่อยู่ด้านล่าง

ที่มาของสมญานามดินแดนแห่งน้ำแข็งและไฟ

ธารน้ำแข็งจะเกิดขึ้นเฉพาะบนแผ่นดินเท่านั้น ก้อนน้ำแข็งที่อยู่ในทะเลหรือในน้ำจะเรียกว่าภูเขาน้ำแข็ง (Icebergs) หรือแผ่นน้ำแข็ง (Ice Sheets) ส่วนทะเลสาบธารน้ำแข็ง (Glacier Lagoons) มักจะพบได้ที่ส่วนปลายของธารน้ำแข็งที่มีการขยับเขยื้อนเคลื่อนตัว เช่น ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนอันโด่งดัง

ลักษณะที่น่าสนใจอีกอย่างของธารน้ำแข็งคือธารน้ำแข็งมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลา และเป็นเพราะน้ำหนักของธารน้ำแข็งนั่นเองที่ทำให้พวกมันเกิดการเคลื่อนตัวและเปลี่ยนรูปร่าง เกิดเป็นรอยแยกน้ำแข็ง โพรงน้ำแข็ง แท่งน้ำแข็งแนวตั้ง นอกจากนี้ยังมักจะมีแม่น้ำไหลผ่านธารน้ำแข็งหรือไหลอยู่ใต้ธารน้ำแข็งด้วยทำให้เกิดเป็นน้ำแข็งรูปร่างต่างๆ ขึ้นมา  

แสงเหนือส่ายไปมาเหนือโจกุลซาลอน สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของไอซ์แลนด์

และมักจะกล่าวกันว่าธารน้ำแข็งกำลังคืบคลาน เนื่องจากธารน้ำแข็งมีการเคลื่อนที่อย่างช้าๆ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมโดยรอบ และในระหว่างที่ธารน้ำแข็งเคลื่อนตัวพวกมันจะดันทรายและหินบนพื้นดิน ทำให้พื้นผิวของธารน้ำแข็งมีดินดำๆ ปกคลุมอยู่

ทั้งธารน้ำแข็งถ้ำธารน้ำแข็งมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทุกวัน เนื่องจากมีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้จึงไม่อาจรับประกันได้ว่าสิ่งที่คุณเห็นนั้นจะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกันกับภาพที่คุณเคยถ่ายเอาไว้ก่อนหน้า

ธารน้ำแข็งเหมาะสำหรับการถ่ายภาพมาก

โปรดระลึกไว้เสมอว่าธารน้ำแข็งและถ้ำน้ำแข็งมีอันตรายมาก คุณต้องไม่พยายามที่จะปีนขึ้นไปบนธารน้ำแข็ง หรือเข้าไปชมถ้ำธารน้ำแข็งด้วยตัวเองเป็นอันขาด

ธารน้ำแข็งเต็มไปด้วยรอยแยก ผู้ที่ไม่ได้ผ่านการฝึกฝนมาจนเชี่ยวชาญอาจจะไม่สามารถสังเกตเห็นได้เลย และอาจจะพลัดตกลงไปในรอยแยกที่ลึกหลายสิบหรือหลายร้อยเมตรได้หากไม่ระวัง นอกจากนี้เพดานน้ำแข็งภายในถ้ำธารน้ำแข็งอาจจะแตกและถล่มลงมาได้หากมีอุณหภูมิสูงกว่า 0 องศาเซลเซียส เป็นสาเหตุให้มีคนติดอยู่ข้างใต้น้ำแข็งก้อนมหึมา และหลังจากที่ฝนตก ถ้ำธารน้ำแข็งจะมีอันตรายมากกว่าเดิมอีก และไม่มั่นคงมากพอสำหรับการเข้าชม

และที่น่าแปลกคือถนนที่เป็นเส้นทางไปยังถ้ำธารน้ำแข็งก็มักจะมีอันตรายมากเช่นกัน เพราะต้องขับรถอยู่บนเส้นทางที่เป็นกรวดดำราว 550-650 เมตรก่อนที่จะถึงบริเวณถ้ำ และแม้ว่ามองดูผิวเผินแล้วพวกมันเหมือนจะเป็นพื้นที่แข็ง แต่แท้จริงแล้วกรวดเหล่านี้อยู่บนพื้นผิวที่เรียกว่า "น้ำแข็งมรณะ" เพราะมันไม่ได้ปลอดภัยเหมือนกับถนนปกติทั่วไป

การก้าวขาเข้าไปในถ้ำน้ำแข็งเป็นประสบการณ์ที่เคลิบเคลิ้มเหมือนฝัน

น้ำแข็งมรณะเกิดขึ้นเมื่อธารน้ำแข็งหยุดการเคลื่อนที่และน้ำแข็งละลาย และใต้น้ำแข็งมรณะนี้ก็อาจจะมีแม่น้ำไหลผ่าน ซึ่งหากนักท่องเที่ยวไม่ระมัดระวังมากพอก็อาจจะทำให้รถตกลงไปใต้น้ำแข็งมรณะนี้ได้

นอกจากนี้เมื่อปีนธารน้ำแข็งหรือเข้าไปชมภายในถ้ำธารน้ำแข็ง จำเป็นต้องมีการใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม เช่น หมวกนิรภัย ขวานน้ำแข็ง และรองเท้าตะปู ทั้งหมดนี้คือเหตุผลว่าทำไมคุณควรเข้าไปเที่ยวถ้ำธารน้ำแข็งในไอซ์แลนด์กับทัวร์ที่มีไกด์ที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีเท่านั้น

 

 

ทำไมน้ำแข็งที่ธารน้ำแข็งจึงมีสีฟ้า

ถ้ำธารน้ำแข็งมีชื่อเสียงเพราะมีสีฟ้าสดใส และอย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้นว่าไม่ใช่ทุกถ้ำจะมีสีฟ้าเหมือนกันหมด!

น้ำแข็งในธารน้ำแข็งจะหนา และมีความหนาแน่นมากกว่าน้ำแข็งทั่วๆ ไป เช่น น้ำแข็งที่อยู่ในช่องแข็ง หรือน้ำแข็งที่เกาะอยู่ภายนอกตัวบ้านของคุณ และด้วยความที่น้ำแข็งของธารน้ำแข็งนั้นหนาและมีความหนาแน่นมาก รวมถึงมีอายุยาวนาน พวกมันจึงดูดซับสเปกตรัมสีของคลื่นแสงเอาไว้ทั้งหมด ยกเว้นสีฟ้า ทำให้เรามองเห็นได้เฉพาะสีฟ้านั่นเอง

น้ำแข็งส่วนที่ปราศจากฟองอากาศสีขาวอย่างสิ้นเชิงจะมีสีฟ้าเข้มที่สุด เพราะฟองอากาศเล็กๆ เหล่านี้จะสะท้อนและกระจายแสงที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ดังนั้นเมื่อไม่มีฟองอากาศ แสงก็จะทะลุผ่านน้ำแข็งไปได้ไกลกว่าเดิมและยิ่งสูญเสียสีแดงมากขึ้นไปอีก

การดูดกลืนแสงที่ปลายสีแดงของสเปกตรัมนั้นสูงกว่าที่บริเวณปลายสีฟ้าถึงหกเท่า ดังนั้นยิ่งแสงเดินทางผ่านเข้าไปในน้ำแข็งที่ใสได้ลึกมากเท่าไหร่ น้ำแข็งก็จะยิ่งมีสีฟ้าชัดมากขึ้นเท่านั้น

แต่ทั้งนี้ถ้ำอาจจะมีสีขาว สีเทอร์ควอยซ์ สีเทา สีน้ำตาล หรือสีดำก็ได้ เช่นเดียวกับน้ำที่มีหลายสีขึ้นอยู่กับแสงแดดและความลึกของน้ำ

ถ้ำน้ำแข็งละลายในหน้าร้อน และก่อตัวขึ้นใหม่อย่างน่าสนใจในหน้าหนาว

ถ้ำธารน้ำแข็งบางแห่งมีปากทางที่ปกคลุมด้วยหิมะหรืออยู่ในที่ร่มตลอดเวลา แสงอาทิตย์จึงไม่สามารถส่องผ่านเข้าไปภายในถ้ำได้ ในกรณีเช่นนี้น้ำแข็งจะมีสีเข้มขึ้นหรือเป็นสีดำ หิมะที่เพิ่งตกใหม่หรือเพิ่งแข็งตัวจะทำให้ผิวด้านนอกของน้ำแข็งมีสีขาว แต่ในน้ำแข็งนั้นก็อาจจะมีทราย กรวด และหินปนอยู่เป็นจำนวนมาก จึงทำให้น้ำแข็งมีลวดลายสีดำแซมอยู่

ธารน้ำแข็งยังสามารถดันเอาดินด้านล่างขึ้นมาได้เมื่อพวกมันเคลื่อนที่ไปข้างหน้า และเนื่องจากธารน้ำแข็งหลายแห่งในไอซ์แลนด์นั้นตั้งอยู่บนปล่องภูเขาไฟ พวกมันจึงมักจะมีเถ้าภูเขาไฟสีดำจำนวนมากปะปนอยู่ในน้ำแข็ง



เปรียบเทียบถ้ำธารน้ำแข็งในประเทศไอซ์แลนด์   

ถ้ำน้ำแข็งบางแห่งของไอซ์แลนด์มีขนาดมหึหา ซึ่งนี่คือพลังของธรรมชาติ

ถ้ำที่น่าประทับใจที่สุดในไอซ์แลนด์คือถ้ำธารน้ำแข็ง พวกมันก่อตัวขึ้นเองตามธรรมชาติเมื่อน้ำจากน้ำแข็งที่ละลายในฤดูร้อนไหลกัดเซาะจนเกิดเป็นอุโมงค์สายยาวและเป็นถ้ำอยู่ข้างใต้ผืนน้ำแข็งแผ่นหนา

เนื่องจากถ้ำธรรมชาติเหล่านี้สามารถละลายและพังทลายลงได้เมื่อถึงฤดูร้อน ดังนั้นพวกมันย่อมเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ในแต่ละปีจะมีถ้ำเกิดขึ้นในสถานที่แตกต่างกัน และพวกมันมีขนาดและรูปร่างที่แตกต่างกันไปด้วย บางปีมีถ้ำที่สามารถเข้าไปชมได้เพียงไม่กี่แห่ง และบางถ้ำที่เคยเปิดให้เข้าก็อาจจะถูกปิดได้เช่นกัน 

นอกจากนี้การที่ถ้ำธารน้ำแข็งเปลี่ยนขนาดและรูปร่างไปทุกวันยังทำให้การเข้าไปชมแต่ละครั้งมีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัวด้วย ภาพด้านบนและภาพด้านล่างนี้เป็นถ้ำเดียวกันและถ่ายในมุมเดียวกัน เพื่อให้คุณได้เห็นถึงความแตกต่างที่เกิดขึ้นภายในช่วงระยะเวลาไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์

คุณไม่เคยเห็นสีฟ้าเข้มแบบนี้แน่ๆ!

อากาศที่เย็นจัดอย่างฉับพลันทำให้ถ้ำมีความแข็งแรงมากขึ้น และอากาศเย็นจะทำให้น้ำที่หยดลงมาจากเพดานถ้ำกลายเป็นน้ำแข็งย้อยมีรูปร่างสวยงามน่าประทับใจ และทำให้ถ้ำดูแคบลงและท้าทายนักสำรวจมากยิ่งขึ้น

ซึ่งสภาพอากาศของไอซ์แลนด์นั้นขึ้นชื่อว่ามีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอยู่แล้ว ดังนั้นในระหว่างวันหรือแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็อาจจะมีความแตกต่างเกิดขึ้นภายในถ้ำได้มากมาย



ถ้ำเหล่านี้เต็มไปด้วยประติมากรรมน้ำแข็งที่น่าสนใจและซับซ้อน

อากาศที่อุ่นขึ้นเพียงแค่สองสามวันก็อาจจะกระทบกับสภาพภายในถ้ำได้ โดยจะทำให้ถ้ำมีขนาดใหญ่ขึ้น เพราะน้ำแข็งละลายเป็นโพรงบนเพดานถ้ำทำให้มีแสงแดดส่องลงมาหรือมีหิมะตกลงมา และอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ถ้ำถล่ม หรือมีอันตรายจนไม่สามารถเข้าไปชมได้

คุณไม่ควรลองเข้าไปในถ้ำธารน้ำแข็งด้วยตัวเองโดยเด็ดขาดถึงแม้ว่าคุณจะเป็นนักปีนเขาที่มีประสบการณ์ เพราะการเข้าไปชมถ้ำธารน้ำแข็งอย่างปลอดภัยนั้น คุณจะต้องเดินทางไปพร้อมกับไกด์ที่มีความชำนาญเกี่ยวกับธารน้ำแข็ง เพราะพวกเขาจะทราบดีว่าถ้ำไหนปลอดภัยสำหรับการเข้าไปชม 

เหตุผลที่ต้องมีการยกเลิกทัวร์ถ้ำธารน้ำแข็งก็เพื่อความปลอดภัยของคุณ และหากเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นคุณจะได้รับเงินคืนเต็มจำนวน หรืออาจจะได้รับข้อเสนอเป็นตัวเลือกอื่นแทน เช่น ไปปีนธารน้ำแข็ง หรือขี่สโนว์โมบิล และได้รับเงินคืนบางส่วน

เนื่องจากถ้ำธารน้ำแข็งนั้นตั้งอยู่ในวัทนาโจกุล ซึ่งห่างจากเรคยาวิกประมาณ 391 กิโลเมตร เราจึงแนะนำให้เลือกเป็นทัวร์แบบ 2 วัน หรือทัวร์แบบ 3 วันที่พาเที่ยวชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์ ซึ่งจะรวมพาไปชมถ้ำธารน้ำแข็งด้วย เพื่อที่คุณจะได้มีเวลามากพอสำหรับการชมสถานที่ต่างๆ ตลอดเส้นทาง

 

 

ถ้ำคริสตัล (Crystal Cave): ถ้ำธารน้ำแข็งในวัทนาโจกุลที่โด่งดังไปทั่วโลก

ในการเที่ยวถ้ำน้ำแข็งต้องมีอุปกรณ์ป้องกันเพื่อความปลอดภัย

เนื่องจากถ้ำในธารน้ำแข็งของไอซ์แลนด์เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว จึงไม่มีการตั้งชื่อให้กับสถานที่เหล่านี้ แต่หากมีการค้นพบถ้ำหลายแห่งในบริเวณเดียวกัน ถ้ำแต่ละแห่งจะถูกเรียกชื่อตามลักษณะของถ้ำ เพื่อให้ง่ายต่อการแยกแยะ

ถ้ำธารน้ำแข็งขนาดมหึมาแห่งหนึ่งในวัทนาโจกุลนั้นมีชื่อเรียกว่าถ้ำคริสตัล (Crystal Cave) และดูเหมือนว่าถ้ำนี้จะปรากฏขึ้นในตำแหน่งเดิมมาตั้งแต่ฤดูหนาวปี 2011 แล้ว ซึ่งในปัจจุบันถ้ำนี้ถือเป็นถ้ำน้ำแข็งที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์อย่างไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ แต่ด้วยธรรมชาติของถ้ำน้ำแข็งที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาก็คงต้องรอดูกันต่อไป

ผู้คนเดินทางมาจากทั่วโลกเพื่อชมถ้ำน้ำแข็งในประเทศไอซ์แลนด์ในทุกฤดูร้อนถ้ำคริสตัลของไอซ์แลนด์จะก่อตัวขึ้นจากการไหลของแม่น้ำธารน้ำแข็งสายใหญ่ และเป็นถ้ำที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะได้เข้าไปชม แพ็คเกจทัวร์เที่ยวถ้ำส่วนใหญ่ในประเทศไอซ์แลนด์จะพานักท่องเที่ยวไปชมถ้ำแห่งนี้ เพราะถ้ำมีขนาดใหญ่และสามารถเข้าถึงได้ง่าย และเพราะภายในถ้ำมีลักษณะคล้ายกับโดมแก้วคริสตัล ซึ่งก็เป็นที่มาของชื่อถ้ำคริสตัล

ถ้ำน้ำแข็งคริสตัลที่งดงามของไอซ์แลนด์

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ถ้ำคริสตัลกลายเป็นถ้ำธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบริเวณนี้ ซึ่งภายในถ้ำมีขนาดใหญ่พอที่จะจุคนได้ 70-100 คนเลยทีเดียว ถ้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนไปทางตะวันตกเล็กน้อย ซึ่งทัวร์เที่ยวถ้ำต่างๆ ในธารน้ำแข็งวัทนาโจกุลทั้งหมดจะใช้ทะเลสาบธารน้ำแข็งเป็นจุดเริ่มต้นทัวร์

ถ้ำแบล็คไดมอนด์

ภาพโดย Regína Hrönn Ragnarsdóttir

ใกล้กับถ้ำคริสตัล มีถ้ำขนาดเล็กลงมาที่ชื่อว่า ดาร์ค รูบิน (Dark Rubin) ซึ่งบางครั้งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมได้และมีขนาดใหญ่พอที่จะจุคนได้ 30 คน ถ้ำแห่งนี้มืดสนิทและเป็นถ้ำที่เกิดจากน้ำแข็งสีดำ



ถ้ำบลูไดมอนด์ในธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล

คนท้องถิ่นมองว่าถ้ำน้ำแข็งคือปาฏิหาริย์ที่ยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ

ถ้ำบลูไดมอนด์ (Blue Diamond) เป็นถ้ำธารน้ำแข็งอีกแห่งหนึ่งที่ปรากฏขึ้นในวัทนาโจกุลในฤดูหนาวปี 2016 ถ้ำบลูไดมอนด์นี้มีสีฟ้าสวยสด เช่นเดียวกับถ้ำธารน้ำแข็งที่อื่นๆ แต่ที่นี่มีขนาดเล็กกว่าถ้ำคริสตัลและสามารถเข้าชมได้เพียงครั้งละ 17 คนเท่านั้น

และถ้ำแห่งนี้มีสีฟ้าที่สดใสกว่าถ้ำถ้ำคริสตัลเสียอีกจึงทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่าบลูไดมอนด์

อันที่จริงแล้วถ้ำบลูไดมอนด์เป็นถ้ำที่เป็นโพรงน้ำแข็ง (เรียกว่า Moulin หรือรอยแยกแนวตั้งที่ก่อตัวบนธารน้ำแข็ง) ที่ก่อตัวขึ้นจากการที่มีหิมะทับถมสูงขึ้นไปบนธารน้ำแข็ง ไม่ได้เกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำธารน้ำแข็งเหมือนกับถ้ำคริสตัล โดยทั่วไปแล้วโพรงน้ำแข็งเหล่านี้จะเกิดขึ้นในแนวตั้ง แต่บลูไดมอนด์ถือเป็นข้อยกเว้นเพราะถ้ำแห่งนี้เกิดขึ้นในแนวนอน

อุโมงค์น้ำแข็งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม บ่อยครั้งที่ถ้ำบลูไดมอนด์จะเปิดให้เข้าชมได้อยู่แม้ว่าถ้ำคริสตัลจะปิด เนื่องจากถ้ำบลูไดมอนด์อยู่สูงขึ้นไปที่ด้านบนของธารน้ำแข็ง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักจะมีอุณหภูมิต่ำกว่า แต่นั่นก็หมายถึงว่าการเดินทางขึ้นไปจะยากขึ้นด้วย

แต่ถ้ำแห่งนี้ก็เหมือนกับถ้ำอื่นๆ ที่สลายไปหมดแล้ว และไม่น่าจะเกิดขึ้นอีกในฤดูหนาวครั้งต่อๆ ไป

ใกล้กับถ้ำบลูไดมอนด์ยังมีถ้ำแบล็คไดมอนด์ (Black Diamond) อีกแห่ง ถ้ำนี้สามารถจุคนได้ 20 คน แต่น้ำแข็งข้างในถ้ำเป็นสีดำและไม่ค่อยได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว

ถ้ำน้ำตก (Waterfall Cave) ในธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล

มีแม่น้ำไหลผ่านในถ้ำน้ำแข็งที่ไอซ์แลนด์

ถ้ำน้ำตกเกิดขึ้นและดำรงอยู่ในช่วงฤดูหนาวปี 2015-2017 ถ้ำขนาดใหญ่แห่งนี้สามารถเข้าชมได้อย่างปลอดภัย แม้ว่าจะมีแม่น้ำสายเล็กๆ ไหลผ่าน และมีน้ำตกอยู่ด้านในถ้ำ

ถ้ำแห่งนี้เกิดขึ้นจากการที่แม่น้ำไหลผ่านเข้าไปในถ้ำ ซึ่งต่างจากถ้ำแห่งอื่นที่เกิดขึ้นจากการที่มีแม่น้ำไหลออกมาจากถ้ำ และเป็นถ้ำเพียงแห่งเดียวในบรรดาถ้ำธารน้ำแข็งทั้งหมดที่กล่าวมาในที่นี้ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน ข้างๆ หุบเขาเวดูราร์ดาลูร์ (Vedurardalur)

เพดานของถ้ำน้ำตกไม่สูงมากนัก แต่ตัวถ้ำมีขนาดค่อนข้างใหญ่ เมื่อเดินตามแม่น้ำสายเล็กๆ ไปก็จะเจอน้ำตกขนาดย่อมที่งดงามมากดังในภาพด้านบน ซึ่งชาวไอซ์แลนด์ต่างหวังว่าจะมีถ้ำน้ำตกสวยๆ ที่สามารถเข้าชมได้แบบนี้เกิดขึ้นอีกในตำแหน่งเดิมในอนาคต

ถ้ำน้ำแข็งแสงเหนือ (Northern Lights Cave)  

คุณจะได้รับไฟฉายครอบศีรษะและรองเท้าตูเมื่อเข้าไปชมภายในถ้ำ

ถ้ำแสงเหนือ เป็นถ้ำที่สวยงามและได้รับการตั้งชื่อตามแสงออโรร่าที่ส่ายไปมา ถ้ำแห่งนี้สามารถเข้าไปชมได้แค่เพียงครั้งเดียวในช่วงฤดูหนาวเมื่อหลายปีก่อน และเส้นสายที่สวยงามบนเพดานถ้ำนั้นชวนให้นึกถึงแสงออโรร่า บอเรลลิส

คิดว่าทัวร์ถ้ำน้ำแข็งทุกโปรแกรมน่าจะอยากพานักท่องเที่ยวเดินทางไปชมถ้ำแห่งนี้หากมันเกิดขึ้น แต่น่าเสียดายที่ถ้ำนี้เคยเข้าได้แค่เพียงปีเดียวเท่านั้น



ถ้ำธารน้ำแข็งข้างคัทลาในไอซ์แลนด์  

ถ้ำน้ำแข็งหลายแห่งของไอซ์แลนด์อยู่บนชายฝั่งทางใต้ภาพจาก: ทัวร์ถ้ำน้ำแข็งคัทลา | ออกเดินทางจากวิก

หนึ่งในถ้ำน้ำแข็งที่ค้นพบล่าสุดนั้นอยู่ในธารน้ำแข็งเหนือภูเขาไฟคัทลา (Katla) ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่อันตรายที่สุดลูกหนึ่งในไอซ์แลนด์ ส่วนธารน้ำแข็งนั้นมีชื่อว่าธารน้ำแข็งมิร์ดาลสโจกุล (Myrdalsjokull) เป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของไอซ์แลนด์

ที่นี่มีถ้ำธารน้ำแข็งเกิดขึ้นหลายแห่ง แต่ถ้ำที่นี่มืดกว่า และน้ำแข็งก็ไม่ได้เป็นสีฟ้าเหมือนถ้ำธารน้ำแข็งที่วัทนาโจกุล แต่ถ้ำที่คัทลาจะมีขนาดเล็ก และมีอุโมงค์สั้นๆ ที่เต็มไปด้วยสีสันอันหลากหลาย และหากคุณไม่รังเกียจที่จะต้องคุกเข่าลงไปคลานกับพื้นบ้าง คุณก็จะได้เห็นสิ่งที่งดงามมากๆ เป็นรางวัล!

และสิ่งที่น่าสนใจคือที่นี่อยู่ใกล้กับเมืองเรคยาวิกและเดินทางง่ายกว่า โดยใช้เวลาขับรถน้อยกว่าขับไปยังวัทนาโจกุลถึงครึ่งหนึ่ง นอกจากนี้ ถ้ำน้ำแข็งคัทลายังสามารถเข้าชมได้ในช่วงฤดูร้อนด้วย

ถ้ำน้ำแข็งที่คัทลามีสีเข้มกว่าถ้ำน้ำแข็งอื่นๆ

รูปภาพจาก: ทัวร์ร์ถ้ำน้ำแข็งคัทลา | เดินทางจากเรคยาวิก

ทัวร์พาชมถ้ำธารน้ำแข็งคัทลาเริ่มต้นครั้งแรกในฤดูหนาวปี 2016 และยังคงจัดกันเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ โดยสามารถเลือกออกเดินทางได้จากทั้งเมืองเรคยาวิกและวิก

เมื่อคุณไปเที่ยวถ้ำธารน้ำแข็งเหล่านี้ คุณจะได้เห็นน้ำแข็งสีดำที่มีสีฟ้าอ่อนแทรกอยู่เป็นหย่อมๆ หรือมีหิมะสีขาว หรือบางแห่งอาจจะมีน้ำตกที่มีรุ้งระยิบระยับในวันที่มีแดด



ถ้ำน้ำแข็งลางโจกุล  

ที่ลางโจกุลมีถ้ำน้ำแข็งธรรมชาติและมีอุโมงค์น้ำแข็งภาพจาก: ขี่สโนว์โมบิลและเที่ยวถ้ำน้ำแข็งที่ธารน้ำแข็งลางโจกุล ออกเดินทางจากกุลล์ฟอสส์

บนธารน้ำแข็งลางโจกุล (Langjokull) ธารน้ำแข็งที่ใหญ่เป็นอันดับสองของไอซ์แลนด์ คุณสามารถเข้าไปชมถ้ำธารน้ำแข็งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และอุโมงค์น้ำแข็งที่มนุษย์สร้างขึ้นได้ (เดี๋ยวจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย)

มีการค้นพบถ้ำน้ำแข็งธรรมชาติที่ลางโจกุลเมื่อไม่นานมานี้ และที่นี่สามารถเปิดให้เข้าชมได้ตลอดทั้งปี ข้อดีของการเที่ยวถ้ำที่นี่คืออยู่ใกล้เมืองเรคยาวิก และสามารถเพิ่มกิจกรรมสนุกตื่นเต้นอย่างการขี่สโนว์โมบิลเข้าไปในทริปได้ด้วย โดยนักท่องเที่ยวจะต้องนั่งรถซูเปอร์ทรักคันใหญ่เพื่อเดินทางขึ้นไปบนธารน้ำแข็ง

ปีนธารน้ำแข็งและเที่ยวถ้ำน้ำแข็งที่ไอซ์แลนด์

เที่ยวถ้ำน้ำแข็งที่ธารน้ำแข็งวัทนาโจกุลภาพจาก ทัวร์ซูเปอร์จี๊ป ปีนธารน้ำแข็งและเที่ยวถ้ำน้ำแข็งที่วัทนาโจกุล 6 ชั่วโมง

แต่ถ้าหากคุณต้องการปีนธารน้ำแข็งด้วยก็จะยุ่งยากกว่าการนั่งรถขึ้นไปเล็กน้อย ซึ่งบางครั้งคุณก็จะสามารถเดินเท้าขึ้นไปยังถ้ำน้ำแข็งได้เลย หรือบางครั้งอาจจะต้องปีนป่ายไปตามรอยแยกขนาดใหญ่เพื่อหาทางขึ้นไปบนถ้ำธารน้ำแข็ง และแน่นอนว่าวิธีนี้คุณจำเป็นจะต้องไปกับไกด์ผู้เชี่ยวชาญและต้องมีอุปกรณ์ที่จำเป็น

ทัวร์ซูเปอร์จี๊ปไปปีนธารน้ำแข็งและเที่ยวถ้ำน้ำแข็งนี้ใช้เวลา 6 ชั่วโมง และเปิดตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนมีนาคม คุณจะเริ่มต้นการเดินทางในทริปที่น่าตื่นเต้นนี้ด้วยรถซูเปอร์จี๊ปดัดแปลงพิเศษสำหรับการขับขี่บนธารน้ำแข็งวัทนาโจกุลเฉพาะ โดยจะขับผ่านภูมิประเทศที่ไม่เหมือนที่ไหนเลย จากนั้นคุณจะต้องเดินเท้าขึ้นไปอีก 1.5 ชั่วโมงจนกว่าจะไปถึงถ้ำน้ำแข็งที่สวยงามอันเป็นจุดหมายปลายทางของการสำรวจครั้งนี้



อุโมงค์น้ำแข็งที่มนุษย์สร้างขึ้นในธารน้ำแข็งลางโจกุล 

อุโมงค์น้ำแข็งลางโจกุลเป็นถ้ำธารน้ำแข็งเทียมที่มนุษย์สร้างขึ้นมาภาพจาก: ทัวร์เที่ยวอุโมงค์ถ้ำน้ำแข็งที่ลางโจกุล

ที่สุดท้ายนี้เป็นอุโมงค์น้ำแข็งเทียมที่มนุษย์สร้างขึ้นในลางโจกุล และที่นี่จะมอบประสบการณ์ที่คุ้มค่ามากเช่นกัน โดยคุณสามารถไปเที่ยวที่นี่ได้ด้วยทัวร์ที่พาออกเดินทางจากเรคยาวิก เส้นทางอุโมงค์ที่ลางโจกุลนี้สร้างขึ้นโดยขุดลึกลงไปในธารน้ำแข็งและมีโบสถ์อยู่ภายในอุโมงค์ด้วยหนึ่งหลัง

พื้นที่ภายในอุโมงค์ธารน้ำแข็งแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่จัดคอนเสิร์ตในเทศกาล Secret Solstice มาแล้วด้วย



อุโมงค์น้ำแข็งอยู่ที่ด้านบนสุดของธารน้ำแข็งลางโจกุลภาพจาก ทัวร์อุโมงค์น้ำแข็งที่ลางโจกุล

อุโมงค์แห่งนี้สร้างขึ้นในตำแหน่งที่อยู่สูงขึ้นไปบนธารน้ำแข็ง ไม่เหมือนกับถ้ำน้ำแข็งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่โดยปกติแล้วมักจะอยู่บริเวณสันของธารน้ำแข็งและไม่ค่อยมั่นคงนัก อุโมงค์แห่งนี้มีความแข็งแรงมากและสามารถเข้าชมได้ตลอดทั้งปี และภายในอุโมงค์คุณจะได้เห็นน้ำแข็งสีฟ้าที่สวยสดงดงามของธารน้ำแข็ง



นิทรรศการเกี่ยวกับธารน้ำแข็งและถ้ำน้ำแข็งที่เมืองเรคยาวิก

เพอร์ลานมีสถาปัตยกรรมที่งดงามและมีจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับธารน้ำแข็งภาพจาก Vidar Nordli-Mathisen

แม้ว่าคุณจะอยู่ในเมืองเรคยาวิกและไม่สะดวกที่จะออกไปชมถ้ำธารน้ำแข็ง คุณก็ยังสามารถเรียนรู้และลองสัมผัสบรรยากาศของถ้ำน้ำแข็งได้ที่นิทรรศการธารน้ำแข็งและถ้ำน้ำแข็ง ซึ่งจัดขึ้นที่เพอร์ลาน (Perlan) ในเมืองเรคยาวิก

ที่นี่ถือเป็นแห่งแรกที่จัดนิทรรศการเกี่ยวกับธารน้ำแข็งและถ้ำน้ำแข็ง และเปิดให้คนทั่วไปเข้าชม โดยเป็นส่วนย่อยของนิทรรศการ "ความมหัศจรรย์ของประเทศไอซ์แลนด์" ซึ่งกว้างขวางมาก และมีนิทรรศการอีกหลายส่วน เช่น ท้องฟ้าจำลอง แสงเหนือ แผ่นดิน ชายฝั่ง และมหาสมุทร

ในนิทรรศการธารน้ำแข็งและถ้ำน้ำแข็ง คุณจะได้ชมถ้ำน้ำแข็งในร่มแห่งแรกของโลกที่อยู่ใจกลางเมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ และสามารถเข้าชมได้ตลอดทั้งปี

หากคุณกำลังมองหากิจกรรมที่น่าสนใจเพิ่มเติมในดินแดนมหัศจรรย์แห่งฤดูหนาวที่ไอซ์แลนด์ ให้คุณลองดูกิจกรรมฤดูหนาวที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์ หรือคุณอาจะเลือกจองเป็นแพ็คเกจฤดูหนาวก็ได้เช่นกัน

คุณเคยไปเที่ยวถ้ำธารน้ำแข็งที่ไหนในไอซ์แลนด์มาแล้วบ้าง คุณมีประสบการณ์ในการเข้าชมถ้ำที่อยากแนะนำไหม คุณอยากไปเห็นถ้ำไหนมากที่สุด โปรดอย่าลังเลที่จะแบ่งปันความคิดเห็นหรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้เข้ามาทางช่องคอมเมนต์ด้านล่าง

บทความที่ได้รับความนิยม

บทความอื่นที่น่าสนใจ