ไอซ์แลนด์เป็นดินแดนที่ถูกหล่อหลอมด้วยไฟและน้ำแข็ง และไม่มีสิ่งใดสะท้อนพลังธรรมชาติอันดิบเถื่อนของที่นี่ได้ดีไปกว่าน้ำตกนับไม่ถ้วน ตั้งแต่น้ำตกขนาดใหญ่ที่เกิดจากธารน้ำแข็ง ไปจนถึงสายธารเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในทุ่งลาวา น้ำตกในไอซ์แลนด์ล้วนเปี่ยมไปด้วยความงดงามน่าตื่นตาตื่นใจที่จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม
ไอซ์แลนด์มีน้ำตกที่สวยงามมากกว่า 10,000 แห่ง ตั้งแต่น้ำตกยอดนิยมอย่างน้ำตกกุลล์ฟอสส์ไปจนถึงน้ำตกที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติแต่ละแห่งล้วนมอบประสบการณ์ที่แตกต่างกัน คู่มือนี้จะพาคุณไปสำรวจน้ำตกที่สวยที่สุดในไอซ์แลนด์ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร มีกี่ประเภท และควรเที่ยวชมอย่างปลอดภัยได้อย่างไร
เหตุผลที่คุณวางใจเนื้อหาของเราได้
Guide to Iceland คือแพลตฟอร์มท่องเที่ยวที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในไอซ์แลนด์ โดยช่วยเหลือนักท่องเที่ยวหลายล้านคนในแต่ละปี เนื้อหาทั้งหมดของเราถูกเขียนและตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่นที่รู้จักไอซ์แลนด์เป็นอย่างดี คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับข้อมูลท่องเที่ยวที่ถูกต้อง ทันสมัย และเชื่อถือได้
เติมเต็มประสบการณ์ท่องเที่ยวของคุณด้วยการเข้าร่วมทัวร์เที่ยวน้ำตกในไอซ์แลนด์ หรือเช่ารถ แล้ววางแผนออกไปผจญภัยด้วยทัวร์สำหรับผู้ที่ขับรถเที่ยวเอง นอกจากนี้ แพ็กเกจท่องเที่ยวบางรายการยังรวมเส้นทางน้ำตกพร้อมที่พักและการเดินทาง ไม่ว่าคุณจะเดินทางแบบไหน คู่มือนี้จะช่วยให้คุณวางแผนทริปที่น่าจดจำได้อย่างแน่นอน
น้ำตกในไอซ์แลนด์เกิดขึ้นได้อย่างไร
น้ำตกในไอซ์แลนด์เกิดขึ้นจากกระบวนการทางธรณีวิทยาที่ไม่เหมือนใคร เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่บนสันเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติก (Mid-Atlantic Ridge) ซึ่งแผ่นเปลือกโลกอเมริกาเหนือและยูเรเชียกำลังแยกตัวออกจากกัน กิจกรรมทางธรณีวิทยานี้ก่อให้เกิดรอยแยก หน้าผาสูง และหุบเขาลึก ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับการเกิดน้ำตก
ธารน้ำแข็งของไอซ์แลนด์มีบทบาทสำคัญในการหล่อเลี้ยงน้ำตกหลายแห่ง วัทนาโจกุล (Vatnajokull) ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป รวมถึงธารน้ำแข็งอื่น ๆ จะละลายมากขึ้นในช่วงฤดูร้อน ส่งผลให้น้ำไหลหลากลงหน้าผาและแม่น้ำต่าง ๆ อย่างยิ่งใหญ่
ชั้นหินภูเขาไฟที่อยู่ใต้สายน้ำเหล่านี้ ซึ่งมักเป็นหินบะซอลต์และลาวา มีส่วนกำหนดรูปร่างและลักษณะของน้ำตก เมื่อเวลาผ่านไป การกัดเซาะจะสร้างร่องน้ำ หุบผา และชั้นหินต่าง ๆ ที่ทำให้น้ำตกแต่ละแห่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ฤดูกาลก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน ในฤดูร้อน น้ำจากการละลายของธารน้ำแข็งจะเพิ่มปริมาณน้ำตกให้ไหลแรงขึ้น ขณะที่ฤดูหนาวน้ำตกหลายแห่งจะกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งระยิบระยับ ดึงดูดช่างภาพและนักผจญภัยให้มาเยือน
ประเภทของน้ำตกในไอซ์แลนด์
น้ำตกแต่ละแห่งมีลักษณะไม่เหมือนกัน! ธรณีวิทยาของไอซ์แลนด์ทำให้เกิดน้ำตกหลากหลายประเภทที่แตกต่างกันดังนี้:
-
น้ำตกแบบดิ่งลง: น้ำตกที่น้ำไหลตกลงมาในแนวดิ่งโดยไม่สัมผัสกับหน้าผา
-
น้ำตกหางม้า: น้ำตกที่น้ำยังคงสัมผัสกับผิวหินขณะไหลลงมา
-
น้ำตกแบบขั้นบันได: น้ำตกที่ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ หรือเป็นขั้นหลายสเต็ป
-
น้ำตกแก่ง: น้ำตกที่มีปริมาณน้ำมากและไหลแรง
-
น้ำตกแบบพัด: น้ำตกที่น้ำกระจายออกไปในแนวนอนขณะตกลงมา
การรู้ประเภทของน้ำตกที่คุณจะไปเยือนจะช่วยเพิ่มความเข้าใจและชื่นชมธรรมชาติได้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ช่างภาพหรือผู้เดินป่าสามารถวางแผนมุมถ่ายภาพและช่วงเวลาที่เหมาะสมได้ด้วย
สำรวจน้ำตกในไอซ์แลนด์ตามภูมิภาค
น้ำตกในไอซ์แลนด์กระจายตัวอยู่ในภูมิประเทศที่หลากหลาย การแบ่งตามภูมิภาคจะช่วยให้นักเดินทางวางแผนเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถผสมน้ำตกกับสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว
น้ำตกในไอซ์แลนด์ตอนใต้
ชายฝั่งทางใต้ (South Coast) เป็นภูมิภาคที่เข้าถึงง่ายและมีน้ำตกมากที่สุด โดยมีน้ำตกชื่อดังหลายแห่งที่ตั้งอยู่ใกล้ถนนวงแหวน (Ring Road) เหมาะสำหรับผู้มาเยือนไอซ์แลนด์ครั้งแรกและนักเดินทางสายโร้ดทริปที่ต้องการชมธรรมชาติอันยิ่งใหญ่โดยไม่ต้องขับรถอ้อมไกล
ทัวร์ชายฝั่งทางใต้หลายโปรแกรมมักรวมจุดแวะน้ำตกชื่อดังอย่างน้ำตกเซลยาแลนด์สฟอสส์ (Seljalandsfoss Waterfall) และน้ำตกสโคกาฟอสส์ (Skogafoss Waterfall) ไว้ด้วย ทำให้สามารถเที่ยวไฮไลต์สำคัญได้ภายในวันเดียว
น้ำตกกุลล์ฟอสส์
น้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss) หรือ "น้ำตกทองคำ" เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติยอดนิยมของไอซ์แลนด์บนเส้นทางวงกลมทองคำ (Golden Circle) น้ำตกแห่งนี้มีสองชั้น โดยชั้นแรกสูง 11 เมตร และชั้นที่สองสูง 21 เมตร ตกลงสู่หุบเขาลึกกว่า 70 เมตร
แม่น้ำฮวีตเอา (Hvita River) ซึ่งได้รับน้ำจากธารน้ำแข็งลางโจกุล (Langjokull Glacier) เป็นแหล่งน้ำหลักของน้ำตกแห่งนี้ ทำให้ปริมาณน้ำเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ในวันที่อากาศแจ่มใส มักจะเห็นสายรุ้งสวยงามพาดผ่านละอองน้ำเหนือลำธาร
นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมวิวได้ทั้งจุดชมวิวด้านบนและด้านล่าง ซึ่งเหมาะสำหรับถ่ายภาพสวย ๆ น้ำตกกุลล์ฟอสส์เปิดให้เข้าชมตลอดปี โดยในฤดูร้อนจะเขียวชอุ่ม ส่วนฤดูหนาวจะกลายเป็นฉากน้ำแข็งสุดมหัศจรรย์ สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเร็ว ควรแต่งกายแบบเป็นชั้น ๆ และสวมรองเท้าที่เหมาะกับการเดิน
น้ำตกสโคกาฟอสส์
น้ำตกสโคกาฟอสส์ (Skogafoss) เป็นน้ำตกขนาดใหญ่บนแม่น้ำสโคกา (Skoga River) สูงประมาณ 60 เมตร และกว้าง 25 เมตร สายน้ำที่ตกลงมาอย่างแรงทำให้เกิดละอองน้ำตลอดเวลา และมักจะเห็นสายรุ้งในวันที่แดดออก คุณสามารถเดินเข้าไปใกล้ฐานน้ำตกเพื่อสัมผัสละอองน้ำและฟังเสียงกระหึ่มของสายน้ำได้อย่างใกล้ชิด
มีบันไดกว่า 370 ขั้นนำขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบน ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์น้ำตกและชายฝั่งทะเลแบบพาโนรามา จากจุดนี้ นักเดินป่าสามารถเดินต่อไปตามเส้นทางฟิมวอร์ดูฮาลส์ (Fimmvorduhals) ไปยังธอร์สมอร์ก (Thorsmork) ได้ ใกล้ ๆ กันยังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านสโคการ์ (Skogar Museum) เพิ่มความน่าสนใจทางวัฒนธรรมให้กับจุดหมายธรรมชาติแห่งนี้
น้ำตกเซลยาแลนด์สฟอสส์
น้ำตกเซลยาแลนด์สฟอสส์ (Seljalandsfoss) สูง 65 เมตร และเป็นหนึ่งใน น้ำตกไม่กี่แห่งที่สามารถเดินชมวิวด้านหลังได้ มอบมุมมองที่หาชมได้ยากจากหลังม่านน้ำตก น้ำตกแห่งนี้ตกจากหน้าผาทะเลโบราณและเป็นที่ชื่นชอบของช่างภาพ โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตก เส้นทางเดินด้านหลังน้ำตกจะเผยให้เห็นวิวที่สวยงามน่าประทับใจ
แม่น้ำเซลยาลันด์ (Seljalands River) ซึ่งได้รับน้ำจากธารน้ำแข็งเอยาฟยาลลาโจกุล (Eyjafjallajokull Glacier) เป็นแหล่งน้ำหลักของน้ำตกแห่งนี้ ปริมาณน้ำจะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ตั้งแต่ม่านน้ำบางเบาในฤดูร้อน ไปจนถึงสายน้ำเชี่ยวกรากหลังฝนตก เส้นทางเดินลัดเลาะผ่านหน้าผาและพืชพรรณเขียวขจี เพิ่มความรื่นรมย์ให้กับประสบการณ์การเที่ยวชม เส้นทางได้รับการดูแลอย่างดี สามารถเข้าชมได้ตลอดปี
น้ำตกกลยูฟราบูอิ
ห่างจากน้ำตกเซลยาแลนด์สฟอสส์เพียงเดินไม่กี่นาที น้ำตกกลยูฟราบูอิ (Gljufrabui) เป็นน้ำตกที่ซ่อนตัวอยู่หลังหน้าผาที่ห่มคลุมด้วยมอสส์ นักท่องเที่ยวต้องเดินผ่านช่องเขาแคบ ๆ และลุยลำธารตื้น ๆ เพื่อเข้าไปชม ความรู้สึกเหมือนได้ค้นพบสถานที่ลับแห่งนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบผจญภัยนอกเส้นทางหลัก แนะนำให้สวมรองเท้ากันน้ำเนื่องจากพื้นเปียก
ภายในช่องเขา สายน้ำตกลงมาจากความสูงเกือบ 40 เมตรสู่ห้องหินด้านล่าง แสงแดดที่ส่องผ่านช่องแคบมักสร้างลำแสงและสายรุ้งสวยงาม บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับช่างภาพและผู้รักธรรมชาติที่ต้องการสัมผัสน้ำตกไอซ์แลนด์แบบใกล้ชิด
น้ำตกคแวร์นูฟอสส์
ห่างจากน้ำตกสโคกาฟอสส์เพียงเดินไม่ไกล น้ำตกคแวร์นูฟอสส์ (Kvernufoss) สูง 30 เมตร ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาแคบที่ด้านหลังพิพิธภัณฑ์สโคการ์ (Skogar Museum) เส้นทางเดินไปน้ำตกนั้นเดินง่าย ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ผ่านหุบเขาที่มีทุ่งหญ้าเขียวขจี ที่นี่เงียบสงบกว่าน้ำตกชื่อดังที่อยู่ใกล้กัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวไม่มากนัก ทำให้รู้สึกเหมือนได้ค้นพบขุมทรัพย์ลับ
จุดเด่นของคแวร์นูฟอสส์คือเส้นทางที่สามารถเดินไปด้านหลังน้ำตกได้ จากมุมนี้คุณจะได้ชมสายน้ำตกลงมาตรงหน้า ผนังหุบเขาคลุมด้วยมอสส์และเสียงน้ำตกช่วยเพิ่มบรรยากาศความเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับช่างภาพและผู้ที่มองหาประสบการณ์นอกเส้นทางหลัก
น้ำตกในไอซ์แลนด์ตะวันตก
ไอซ์แลนด์ตะวันตกเต็มไปด้วยทุ่งลาวา ปล่องภูเขาไฟ และแม่น้ำที่ทำให้เกิดสายน้ำตกซึ่งมักไหลออกมาจากหินลาวาโดยตรง การสำรวจน้ำตกในภูมิภาคนี้ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมยอดนิยมของไอซ์แลนด์ตะวันตก สำหรับผู้ที่ชื่นชอบภูมิประเทศแปลกตาและผู้คนไม่พลุกพล่าน
น้ำตกเฮิร์นฟอสซาร์
น้ำตกเฮิร์นฟอสซาร์ (Hraunfossar) หรือ "น้ำตกแห่งลาวา" มีความยาวประมาณ 700 เมตร โดยน้ำจะซึมผ่านหินลาวาแล้วไหลลงสู่แม่น้ำฮวีตเอา (Hvita River) แทนที่จะตกลงมาในแนวดิ่ง สายน้ำหลายสายจะไหลขนานไปกับทุ่งลาวาสีดำ สร้างภาพที่สงบและเหนือจริง ถือเป็นหนึ่งในน้ำตกที่มีเอกลักษณ์และถ่ายรูปสวยที่สุดของไอซ์แลนด์
น้ำตกแห่งนี้เข้าถึงได้สะดวก มีเส้นทางเดินและจุดชมวิว เหมาะสำหรับครอบครัวและมีเส้นทางสั้น ๆ ให้เดินชมวิว โดยเฉพาะฤดูใบไม้ร่วงที่สีสันของธรรมชาติรอบ ๆ จะสดใสเป็นพิเศษ
น้ำตกบาร์นาฟอสส์
ตั้งอยู่เหนือเฮิร์นฟอสซาร์ น้ำตกบาร์นาฟอสส์ (Barnafoss) เป็นน้ำตกแคบ ๆ ที่ไหลเชี่ยวกรากผ่านช่องหินลาวา น้ำจะไหลผ่านหินรูปร่างแปลกตา เกิดเป็นฟองน้ำขาวกระจาย ชื่อของน้ำตกแปลว่า “น้ำตกเด็ก” มาจากตำนานท้องถิ่นเกี่ยวกับเด็กสองคนที่ตกลงไปในแม่น้ำ เรื่องราวนี้เพิ่มความลึกลับให้กับความงามของสถานที่
นักท่องเที่ยวสามารถชมบาร์นาฟอสส์ได้จากเส้นทางเดินและจุดชมวิวใกล้สะพานเหนือแม่น้ำ น้ำตกแห่งนี้แตกต่างจากเฮิร์นฟอสซาร์ตรงที่มีเสียงดังและไหลแรงมาก การได้ชมทั้งสองแห่งจะช่วยให้สัมผัสความแตกต่างทั้งในแง่ของเสียงและภาพ สถานที่นี้เปิดให้เข้าชมตลอดปี เหมาะสำหรับแวะพักชมวิวสั้น ๆ
น้ำตกกลิมูร์
ด้วยความสูง 198 เมตร น้ำตกกลิมูร์ (Glymur) เป็นน้ำตกที่สูงเป็นอันดับสองของไอซ์แลนด์และเป็นที่ชื่นชอบของนักเดินป่าผู้รักการผจญภัย การเดินไปยังน้ำตกนี้ต้องใช้ความพยายามพอสมควร โดยต้องข้ามลำธาร ปีนเนินสูง และลอดถ้ำ ใช้เวลาประมาณ 2.5-3.5 ชั่วโมงไป-กลับ เหมาะสำหรับฤดูร้อนที่สภาพอากาศปลอดภัยและระดับน้ำในแม่น้ำต่ำ
ความพยายามจะได้รับรางวัลเป็นวิวสวยตระการตาของกลิมูร์ที่ตกลงสู่หุบเขาลึกแคบ รายล้อมด้วยหน้าผาสูงชัน จุดนี้เหมาะสำหรับถ่ายภาพและสัมผัสบรรยากาศสงบห่างไกลจากแหล่งท่องเที่ยวหลัก ควรเตรียมรองเท้าและอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับเส้นทางนี้
น้ำตกในไอซ์แลนด์ตอนเหนือ
ไอซ์แลนด์ตอนเหนือเต็มไปด้วยธรรมชาติอันดิบเถื่อนและแม่น้ำที่ได้รับน้ำจากไฮแลนด์ น้ำตกในภูมิภาคนี้มีความยิ่งใหญ่และผู้คนไม่พลุกพล่าน จึงเป็นจุดหมายที่ต้องห้ามพลาดของไอซ์แลนด์เหนือ สำหรับผู้ที่มองหาความสงบและทิวทัศน์งดงาม
น้ำตกโกดาฟอสส์
รู้จักกันในชื่อ "น้ำตกแห่งเทพเจ้า" โกดาฟอสส์ (Godafoss) เป็นน้ำตกทรงเกือกม้าที่สวยงาม สูงประมาณ 12 เมตร และกว้างเกือบ 30 เมตร ไหลลงสู่แม่น้ำสคยาลวานดาฟลยอต (Skjalfandafljot River) น้ำสีฟ้าครามตัดกับหินภูเขาไฟสีเข้มอย่างโดดเด่น ทำให้ที่นี่เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของช่างภาพและผู้รักธรรมชาติ
โกดาฟอสส์ยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ตามตำนานซากาของไอซ์แลนด์ เล่าว่า Þorgeir Ljósvetningagoði ผู้ประกาศกฎหมายได้โยนรูปเทพเจ้าเพแกนที่เขานับถือลงในน้ำตกแห่งนี้ราวปี ค.ศ. 1000 เพื่อแสดงถึงการเปลี่ยนศาสนาของไอซ์แลนด์เป็นคริสต์ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมวิวได้ทั้งสองฝั่งของน้ำตก พร้อมชมความงามของแม่น้ำและธรรมชาติโดยรอบ
น้ำตกอัลเดยาร์ฟอสส์
ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในไฮแลนด์ (Highlands) ของไอซ์แลนด์ น้ำตกอัลเดยาร์ฟอสส์ (Aldeyjarfoss) มีความสูง 20 เมตร ตกลงสู่แอ่งน้ำที่ล้อมรอบด้วยเสาหินบะซอลต์สีเข้ม น้ำตกสีขาวตัดกับหินลาวารูปทรงเรขาคณิตอย่างสวยงาม ถือเป็นหนึ่งในน้ำตกที่ถ่ายรูปสวยที่สุดของไอซ์แลนด์เหนือ บรรยากาศโดยรอบยังคงความดิบและเงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง
การเดินทางไปอัลเดยาร์ฟอสส์ต้องใช้รถ 4x4 โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่ถนนไฮแลนด์เปิดให้สัญจร ช่วงสุดท้ายของเส้นทางเป็นถนนลูกรังที่อาจขรุขระ นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวจากจุดชมวิวหรือเดินเข้าไปใกล้ ๆ ได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความพลุกพล่าน
น้ำตกเดตติฟอสส์
น้ำตกเดตติฟอสส์ (Dettifoss) ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล (Vatnajokull National Park) ทางตอนเหนือของไอซ์แลนด์ เป็นน้ำตกที่ทรงพลังที่สุดในยุโรป สูง 44 เมตร และกว้าง 100 เมตร สายน้ำที่ไหลแรงทำให้เกิดเสียงกระหึ่มและละอองน้ำปกคลุมทั่วบริเวณ สร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ
สามารถเข้าชมน้ำตกได้ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก โดยฝั่งตะวันตกจะเดินทางสะดวกและมีจุดชมวิวที่ปลอดภัยกว่า ภูมิประเทศรอบ ๆ เต็มไปด้วยหินภูเขาไฟและหุบผาลึก เพิ่มบรรยากาศแปลกตาเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่ง เส้นทางเดินและถนนลูกรังได้รับการดูแลอย่างดี เหมาะสำหรับการเดินป่าและถ่ายภาพตลอดปี
น้ำตกในไอซ์แลนด์ตะวันออก
ไอซ์แลนด์ตะวันออกมีน้ำตกที่รายล้อมด้วยหน้าผาหินไรโอไลต์สีสันสดใสและเนินเขาปกคลุมด้วยป่าไม้ สร้างบรรยากาศสงบและไม่พลุกพล่าน การสำรวจน้ำตกในภูมิภาคนี้ถือเป็นจุดหมายยอดนิยมของไอซ์แลนด์ตะวันออก และเป็นไฮไลต์ของทัวร์อีสต์ฟยอร์ดส์ สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติอันเงียบสงบ
น้ำตกเฮงกิฟอสส์
น้ำตกเฮงกิฟอสส์ (Hengifoss) สูง 128 เมตร และเป็นหนึ่งในน้ำตกที่สูงที่สุดของไอซ์แลนด์ การเดินไปน้ำตกใช้เวลาประมาณ 45-60 นาทีต่อขา ตามเส้นทางที่มีป้ายบอกชัดเจนผ่านป่าและภูมิประเทศหิน ระหว่างทางยังสามารถแวะชมน้ำตกเล็ก ๆ ชื่อลิตลาเนสฟอสส์ (Litlanesfoss Waterfall) ที่มีเสาหินบะซอลต์สวยงามได้ด้วย
จุดเด่นของเฮงกิฟอสส์คือหน้าผาสีแดงสลับดำที่เกิดจากชั้นหินภูเขาไฟ สร้างลวดลายสีสันสดใสเป็นฉากหลังที่หาชมได้ยาก น้ำตกที่ไหลลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่างช่วยเพิ่มบรรยากาศธรรมชาติ เหมาะสำหรับถ่ายภาพและพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง
น้ำตกฟาร์ดากาฟอสส์
ตั้งอยู่นอกเมืองเอกิลสตาดีร์ (Egilsstadir) น้ำตกฟาร์ดากาฟอสส์ (Fardagafoss) สูง 20 เมตร เดินทางง่ายด้วยเส้นทางเดินประมาณ 20 นาทีผ่านป่าเงียบสงบไปยังน้ำตก ที่นี่เป็นหนึ่งในน้ำตกที่สามารถเดินไปชมด้านหลังม่านน้ำได้
จากเส้นทางเดิน นักท่องเที่ยวยังสามารถชมวิวฟยอร์ดและภูเขาโดยรอบได้อย่างสวยงาม บรรยากาศเงียบสงบเหมาะสำหรับพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ เหมาะสำหรับครอบครัวและผู้ที่ต้องการเที่ยวอีสต์ฟยอร์ดโดยไม่ต้องเดินไกล เส้นทางเดินได้รับการดูแลอย่างดี สามารถเข้าชมได้เกือบตลอดปี
น้ำตกคลิฟเบรกกูฟอสซาร์
ตั้งอยู่ในฟยอร์ดมโยอิ (Mjoifjordur Fjord) อันห่างไกลน้ำตกคลิฟเบรกกูฟอสซาร์ (Klifbrekkufossar) เป็นน้ำตกแบบลดหลั่นหลายชั้นที่ไหลลงมาตามเนินเขาเขียวขจี ความสูงรวมประมาณ 90 เมตร ไหลเป็นชั้น ๆ สร้างภาพที่สวยงามโดยเฉพาะต้นฤดูร้อนที่น้ำจากหิมะละลายและธรรมชาติโดยรอบเขียวขจีที่สุด
การเดินทางไปคลิฟเบรกกูฟอสซาร์ต้องขับรถบนถนนลูกรังแคบ ๆ เข้าไปในฟยอร์ดที่เงียบสงบที่สุดแห่งหนึ่งของไอซ์แลนด์ การเดินทางเองก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของการผจญภัย เพราะจะได้ชมวิวภูเขาและทะเลที่สวยงามตลอดทาง มีจุดจอดรถหลายจุดสำหรับถ่ายภาพและพักผ่อน น้ำตกแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสำรวจภูมิภาคที่ยังไม่ถูกรบกวนของไอซ์แลนด์
น้ำตกในเวสต์ฟยอร์ด
เวสต์ฟยอร์ด (Westfjords) เป็นภูมิภาคที่ห่างไกลที่สุดของไอซ์แลนด์ ธรรมชาติยังคงความบริสุทธิ์และเงียบสงบ น้ำตกงดงามในภูมิภาคนี้อยู่ไกลจากผู้คน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความโดดเดี่ยวและภูมิประเทศอันดิบเถื่อน จึงเป็นไฮไลต์สำคัญของทัวร์เวสต์ฟยอร์ดสำหรับนักเดินทางที่แสวงหาความสงบและธรรมชาติ
น้ำตกดินยานดิ
น้ำตกดินยานดิ (Dynjandi) หรือที่รู้จักกันในชื่อฟยาลล์ฟอสส์ (Fjallfoss) สูง 100 เมตร และกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จากยอดถึงฐานน้ำตกจนมีรูปร่างคล้ายสามเหลี่ยม ชื่อของน้ำตกแปลว่า “เสียงฟ้าร้อง” สะท้อนเสียงน้ำตกที่ก้องกังวานไปทั่วหุบเขา ที่นี่เป็นอนุสรณ์สถานธรรมชาติที่ได้รับการคุ้มครองและไม่ถูกพัฒนาเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำเหมือนน้ำตกอื่น ๆ ในไอซ์แลนด์
เส้นทางเดินไปดินยานดิจะผ่านน้ำตกเล็กอีก 7 แห่ง แต่ละแห่งมีชื่อและลักษณะเฉพาะของตัวเอง ตลอดทางมีป้ายข้อมูลเกี่ยวกับธรณีวิทยาและประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีร่องรอยฐานบ้านดินเก่า ๆ ซึ่งเป็นหลักฐานของการตั้งถิ่นฐานในอดีต สิ่งอำนวยความสะดวกมีไม่มาก ควรเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับประสบการณ์ธรรมชาติที่เงียบสงบและห่างไกล
น้ำตกธิงมันนาอา
ซ่อนตัวอยู่ในอาร์นาร์ฟยอร์ดูร์ (Arnarfjordur) อันห่างไกล น้ำตกธิงมันนาอา (Thingmannaa) เป็นน้ำตกที่สวยงามแต่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก ตกจากความสูงกว่า 30 เมตร ผ่านหุบเขาแคบที่ปกคลุมด้วยมอสส์ หุบเขาแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ชุมนุมสำคัญในอดีต ชื่อของน้ำตกแปลว่า “แม่น้ำแห่งนักประชุม” อ้างอิงถึงการประชุมสมัยโบราณของชาวไอซ์แลนด์ นักท่องเที่ยวมีน้อย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสงบและการไตร่ตรองอย่างเงียบ ๆ
การเดินทางต้องขับรถบนถนนลูกรังและเดินเท้าระยะสั้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีรถ 4x4 และชอบผจญภัย แม่น้ำด้านบนของน้ำตกยังเป็นแหล่งตกปลาเทราต์ชั้นดีที่รู้จักกันในกลุ่มคนท้องถิ่นเท่านั้น ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว ควรเตรียมเสบียงไปด้วยและสัมผัสธรรมชาติบริสุทธิ์ในแบบของคุณเอง
น้ำตกที่ซ่อนตัวและไม่ค่อยมีคนรู้จักในไอซ์แลนด์
นอกจากน้ำตกชื่อดังแล้ว ยังมีน้ำตกอีกมากมายที่ซ่อนตัวอยู่ในธรรมชาติของไอซ์แลนด์ แม้จะมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมมากมายในไอซ์แลนด์ แต่ยังมีน้ำตกที่ซ่อนตัวอยู่อีกหลายแห่งซึ่งมอบความงดงามเงียบสงบและบรรยากาศธรรมชาติที่ยังไม่ถูกรบกวน จุดเหล่านี้ซึ่งไม่ค่อยมีใครรู้จักจะทำให้คุณได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด โดยมักจะไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นอยู่ในสายตา การเดินทางไปถึงอาจต้องเดินเท้าหรือขับรถออกนอกเส้นทางหลักเล็กน้อย แต่ผลตอบแทนที่ได้รับนั้นคุ้มค่ากับความพยายาม เพราะคุณจะได้เห็นอีกด้านหนึ่งของไอซ์แลนด์ที่นักเดินทางส่วนใหญ่ไม่เคยสัมผัส
น้ำตกเรคยาฟอสส์
น้ำตกเรคยาฟอสส์ (Reykjafoss) ตั้งอยู่ในภูมิภาคสคากาฟยอร์ดูร์ (Skagafjordur) ทางตอนเหนือของไอซ์แลนด์ น้ำตกแห่งนี้สูงประมาณ 20 เมตร ไหลลงสู่แม่น้ำที่เงียบสงบ ท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี แม้จะไม่สูงเท่าน้ำตกชื่อดังอื่น ๆ ในไอซ์แลนด์ แต่เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่บรรยากาศสงบและการเดินทางที่สะดวกสบาย ถนนลูกรังและทางเดินสั้น ๆ ใกล้ ๆ ทำให้ที่นี่เป็นจุดแวะพักที่เหมาะสำหรับผู้ที่ขับรถเที่ยวทางเหนือ
จุดเด่นของเรคยาฟอสส์คืออยู่ใกล้กับฟอสส์เลยก์ (Fosslaug) บ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่ใช้เวลาเดินเพียงไม่กี่นาทีจากน้ำตก นักท่องเที่ยวนิยมแช่น้ำอุ่นพร้อมชมวิวแม่น้ำและสายน้ำตกที่อยู่ใกล้ ๆ พื้นที่นี้เป็นที่นิยมในหมู่คนท้องถิ่น แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติเท่าไรนัก ที่นี่ไม่มีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ดังนั้นควรเตรียมตัวมาให้พร้อม
น้ำตกแฟกซาฟอสส์
น้ำตกฟาซาฟอสส์ (Faxafoss) หรือที่รู้จักกันในชื่อแฟกซี (Faxi) เป็นน้ำตกที่กว้างและไหลเอื่อย สูงประมาณ 7 เมตร และกว้างถึง 80 เมตร ตั้งอยู่บนเส้นทางวงกลมทองคำ น้ำตกแห่งนี้แตกต่างจากน้ำตกอื่น ๆ ที่มีความอลังการ เนื่องจากมีสายน้ำกว้างและไหลนิ่ง สร้างบรรยากาศสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนจากจุดท่องเที่ยวที่คึกคักอย่างน้ำตกกุลล์ฟอสส์ หรือพื้นที่น้ำพุร้อนไกเซอร์ (Geysir Geothermal Area)
ที่นี่มีลานจอดรถขนาดเล็กและจุดชมวิว ทำให้เดินทางสะดวก ข้างน้ำตกมีทางสำหรับปลาแซลมอนว่ายทวนน้ำ ซึ่งหาชมได้ยากในไอซ์แลนด์ บริเวณใกล้เคียงมีพื้นที่ปิกนิกและผู้คนไม่พลุกพล่าน เหมาะสำหรับการพักผ่อน ถ่ายรูป หรือรับประทานอาหารพร้อมชมวิว
น้ำตกโอวาเอรูฟอสส์
น้ำตกโอวาเอรูฟอสส์ (Ofaerufoss) ตั้งอยู่ในเอลด์เกียแคนยอน (Eldgja Canyon) รอยแยกภูเขาไฟขนาดใหญ่ในเขตไฮแลนด์ (Highlands) ของไอซ์แลนด์ น้ำตกแห่งนี้สูงประมาณ 40 เมตร ไหลลดหลั่นสองชั้นผ่านหินบะซอลต์ที่ซ้อนกัน รายล้อมด้วยหน้าผาสูงชันและมอสส์สีเขียวสดในฤดูร้อน การเข้าถึงที่สะดวกที่สุดคือช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน โดยต้องใช้รถ 4x4 ผ่านถนนภูเขา F208
แม้จะอยู่ห่างไกล แต่น้ำตกโอวาเอรูฟอสส์ก็ตอบแทนนักเดินทางสายผจญภัยด้วยเส้นทางเดินเงียบสงบ วิวพาโนรามา และความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยา ที่นี่เคยมีซุ้มหินธรรมชาติพาดผ่านน้ำตกจนกระทั่งพังทลายลงในช่วงปี 1990 ปัจจุบัน นักเดินป่าจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สงบและผู้คนไม่พลุกพล่าน เหมาะสำหรับนักสำรวจที่มีประสบการณ์
หุบเขาซิโกลดูกลยูฟูร์
หุบเขาซิโกลดูกลยูฟูร์ (Sigoldugljufur) หรือที่เรียกกันว่า “หุบเขาน้ำตา” (Valley of Tears) เป็นหุบเขาลับในเขตไฮแลนด์ของไอซ์แลนด์ เต็มไปด้วยน้ำตกเล็ก ๆ หลายสิบสายและลำธารสีฟ้าเทอร์ควอยซ์สดใส ยาวเกือบ 1.5 กิโลเมตร รายล้อมด้วยหน้าผาคลุมด้วยมอสส์และภูมิประเทศภูเขาไฟอันขรุขระ สีสันสดใสของน้ำเกิดจากน้ำแข็งละลายที่กรองผ่านหินลาวา
การเดินทางไปซิโกลดูกลยูฟูร์ต้องใช้รถ 4x4 และเดินเท้าสั้น ๆ จากถนนภูเขา F208 แม้จะงดงามแต่ยังมีนักท่องเที่ยวไม่มากเพราะอยู่ห่างไกล ไม่มีเส้นทางหรือป้ายบอกทางอย่างเป็นทางการ ทำให้ยังคงความเป็นธรรมชาติและดิบอยู่เสมอ ที่นี่เป็นจุดโปรดของช่างภาพและนักเดินป่าที่ต้องการสัมผัสไอซ์แลนด์ในมุมสงบและมหัศจรรย์
ควรไปเที่ยวน้ำตกในไอซ์แลนด์ช่วงไหน
น้ำตกในไอซ์แลนด์มีเสน่ห์ตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่คุณต้องการ แต่ละฤดูจะมีทิวทัศน์ การเข้าถึง และโอกาสถ่ายภาพที่แตกต่างกัน:
-
ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม):
-
เดินทางได้ทั่วทุกภูมิภาค รวมถึงเขตไฮแลนด์
-
กลางวันยาวนาน เหมาะกับการเที่ยวแบบเต็มวัน
-
ภูมิประเทศเขียวขจีและน้ำตกไหลแรง
-
-
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - ตุลาคม):
-
ใบไม้เปลี่ยนสีสวยงาม นักท่องเที่ยวน้อยลง
-
อากาศเย็นลงและกลางวันสั้นลง
-
บางพื้นที่ห่างไกลอาจเริ่มปิดเพราะสภาพอากาศ
-
-
ฤดูหนาว (พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์):
-
น้ำตกบางแห่งกลายเป็นน้ำแข็งและเกิดรูปทรงน้ำแข็งสวยงาม
-
จุดท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างน้ำตกกุลล์ฟอสส์และโกดาฟอสส์ยังเข้าถึงได้
-
น้ำตกในพื้นที่ห่างไกลหรือไฮแลนด์ส่วนใหญ่เข้าถึงไม่ได้เพราะหิมะและถนนปิด
-
-
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม):
-
หิมะละลายทำให้น้ำตกไหลแรง
-
นักท่องเที่ยวน้อยลงและกลางวันเริ่มยาวขึ้น
-
เส้นทางเดินอาจยังเปียกหรือมีน้ำแข็ง โดยเฉพาะต้นฤดูใบไม้ผลิ
-
น้ำตกบางแห่ง เช่น กุลล์ฟอสส์ เซลยาแลนด์สฟอสส์ และโกดาฟอสส์ สามารถเข้าชมได้ตลอดทั้งปี แต่สำหรับน้ำตกในไฮแลนด์ (เช่น อัลเดยาร์ฟอสส์ หรือโอวาเอรูฟอสส์) มักจะเข้าถึงได้เฉพาะฤดูร้อนเท่านั้นเนื่องจากสภาพถนน
ทัวร์ไฮแลนด์ส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการในช่วงสั้น ๆ นี้ เพื่อพานักท่องเที่ยวไปสัมผัสธรรมชาติอันห่างไกลและงดงามที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ในช่วงเวลาอื่นของปี
ข้อควรระวังเมื่อเที่ยวน้ำตกในไอซ์แลนด์
น้ำตกในไอซ์แลนด์ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงามที่สุดของประเทศ แต่ด้วยกระแสน้ำที่แรง พื้นที่ลื่น และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงเร็ว นักท่องเที่ยวจึงควรระมัดระวังเพื่อความปลอดภัย เคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยให้คุณเที่ยวชมน้ำตกได้อย่างปลอดภัยและสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นจุดท่องเที่ยวชื่อดังหรือพื้นที่ห่างไกล
-
เดินบนเส้นทางที่กำหนด: เส้นทางใกล้น้ำตกอาจขรุขระ ชัน หรือเปียกแฉะ หากเดินออกนอกเส้นทางจะเสี่ยงต่อการลื่นล้มและเกิดอุบัติเหตุ
-
ระวังละอองน้ำและพื้นเปียก: ละอองน้ำรอบน้ำตกทำให้หินและทางเดินลื่นมาก ควรสวมรองเท้าที่พื้นกันลื่นและแข็งแรง
-
เคารพป้ายเตือนและรั้วกั้น: การติดตั้งป้ายและรั้วเพื่อความปลอดภัยมีเหตุผล อย่าข้ามเพื่อถ่ายรูปหรือใช้เป็นทางลัด
-
ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง: ฝน ลม หรือระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอาจทำให้บางน้ำตกอันตรายหรือเข้าไม่ถึง ควรเช็กพยากรณ์อากาศและสภาพถนนเสมอ
-
ปกป้องอุปกรณ์ของคุณ: น้ำตกมีละอองน้ำแรง อาจทำให้โทรศัพท์หรือกล้องเสียหาย ใช้ถุงกันน้ำหรือเคสกันน้ำ และพกผ้าแห้งสำหรับเช็ดเลนส์
การปฏิบัติตามข้อควรระวังเหล่านี้จะช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับน้ำตกอันน่าทึ่งของไอซ์แลนด์ได้อย่างปลอดภัยทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับน้ำตกในไอซ์แลนด์
นี่คือคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับน้ำตกในไอซ์แลนด์
ไอซ์แลนด์มีน้ำตกกี่แห่ง?
ไอซ์แลนด์มีน้ำตกประมาณ 10,000 แห่ง ตั้งแต่ลำธารเล็ก ๆ ที่เกิดตามฤดูกาลไปจนถึงน้ำตกขนาดใหญ่ที่ทรงพลัง น้ำตกหลายแห่งยังไม่มีชื่อ และด้วยภูมิประเทศที่เป็นเอกลักษณ์ของเกาะแห่งนี้ น้ำตกใหม่ ๆ ก็เกิดขึ้นอยู่เสมอจากการละลายของธารน้ำแข็งหรือกิจกรรมภูเขาไฟ
น้ำตกในไอซ์แลนด์กลายเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาวหรือไม่?
น้ำตกบางแห่งกลายเป็นน้ำแข็งบางส่วนหรือทั้งหมด ทำให้เกิดรูปทรงน้ำแข็งสวยงาม แต่โดยมากน้ำยังคงไหลอยู่ใต้ผิวน้ำแข็ง
ต้องเสียค่าเข้าชมน้ำตกหรือไม่?
ส่วนใหญ่เข้าชมฟรี แต่บางแห่งที่ได้รับความนิยมอาจมีค่าจอดรถหรือค่าบำรุงรักษา
สามารถว่ายน้ำใกล้น้ำตกในไอซ์แลนด์ได้หรือไม่?
โดยทั่วไปไม่แนะนำ เพราะกระแสน้ำแรงและน้ำเย็นจัด แต่บางแห่ง เช่น ฟอสส์เลยก์ (Fosslaug) มีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติใกล้ ๆ
สรุปส่งท้าย
น้ำตกในไอซ์แลนด์ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงพลังธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของเกาะแห่งนี้ ไม่ว่าคุณจะหลงใหลในความยิ่งใหญ่ของน้ำตกขนาดมหึมา หรือชื่นชอบเสน่ห์เงียบสงบของน้ำตกที่ซ่อนตัวอยู่ ไอซ์แลนด์ก็มีโอกาสให้คุณได้ค้นพบอย่างไม่รู้จบ
พร้อมหรือยังที่จะวางแผนผจญภัยน้ำตกในไอซ์แลนด์และออกค้นหาอัญมณีลับที่รอคุณอยู่นอกเส้นทางยอดนิยม?
I was the Content Manager at Guide to Iceland from 2013 to 2018, and now run the creative studio Huldufugl while working as a freelance writer. I’m passionate about storytelling, Icelandic culture, and creating thoughtful experiences through words and visuals.









