บ่อน้ำร้อนหรือฮอตสปริงส์ที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ของไอซ์แลนด์มีที่ไหนบ้างและอะไรที่ทำให้สถานที่เหล่านั้นมีความพิเศษ มีบ่อไหนบ้างที่เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติและบ่อไหนที่เป็นบ่อสปาจากแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพ คุณสามารถลงไปแช่ในบ่อน้ำร้อนเหล่านั้นได้ตลอดทั้งปีหรือไม่ อ่านบทความต่อไปนี้แล้วคุณจะได้รับคำตอบทุกอย่างที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับบ่อน้ำร้อนในประเทศไอซ์แลนด์


สถานที่แช่น้ำร้อนที่แนะนำ

   - ฮอตสปริงส์ในไอซ์แลนด์

   - 5 สปาบ่อน้ำร้อนยอดนิยมในไอซ์แลนด์
     บลูลากูน
      2 - อ่างน้ำธรรมชาติมิวาทน์
      3 - ซีเครทลากูน
      - ครัวมาบาธรีสอร์ต
      5 - อ่างอาบน้ำพลังงานความร้อนใต้พิภพฟอนทานา

   - 5 สระพลังงานความร้อนใต้พิภพยอดนิยมในไอซ์แลนด์
      เซลยาวาทล่าเลยก์
      2 - เกรตติสเลยก์
      3 - กรอสเนสเลยก์
      4 - กูดรูนาร์เลยก์
      5 - บ่อแช่เท้ากวิกา

   - 5 อ่างน้ำร้อนยอดนิยมในไอซ์แลนด์
      1 - อ่างน้ำร้อนดรังส์เนส
      2 - อ่างน้ำร้อนฮอฟเฟลล์
      3 - ออสตาการิด
      4 - บียอร์บอดิน เบียร์สปา
      5 - เนยโทลส์วิค

   - 5 แหล่งแช่น้ำร้อนธรรมชาติในไอซ์แลนด์
      1 เรคยาดาลูร์
      2 - เฮลลูเลยก์
      3 - ลานมันนาเลยการ์
      4 - เลยกาวัลลาเลยก์
      - วิติในอาสยา

   - 5 ฮอตสปริงและสระน้ำร้อนชื่อดังในไอซ์แลนด์ที่ห้ามลงแช่น้ำ
      1 - ไกเซอร์
      2 - กระยอทาก์ยา
      3 - สนอร์ราเลยก์
      4 - บลักแวร์
      5 - บริมเกตติล

ฮอตสปริงส์ในไอซ์แลนด์                

ไอซ์แลนด์ ดินแดนแห่งน้ำแข็ง ดินแดนแห่งไฟ และดินแดนแห่งน้ำ และน้ำ และน้ำ! ประเทศไอซ์แลนด์ตั้งอยู่ในบริเวณที่มีการไหลหรือแผ่กระจายของพลังความร้อนจากใต้พิภพขึ้นสู่ผิวดินมากกว่าปกติ (Hot Spot) จึงส่งผลให้เกิดกิจกรรมของแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพขึ้นมากมาย แต่ในขณะเดียวกันไอซ์แลนด์ก็ยังมีธารน้ำแข็งกลาเซียที่กระจายตัวอยู่มากมายทั่วประเทศด้วย และด้วยความที่เป็นศูนย์รวมของกิจกรรมของแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพ น้ำแข็ง และไฟ เกาะแห่งนี้จึงมีน้ำตก ทะเลสาบ และฮอตสปริงส์เกิดขึ้นมากมายหลายแห่งและกระจายอยู่ทั่วทั้งบริเวณ อีกทั้งนักท่องเที่ยวยังสามารถเพลิดเพลินกับสถานที่เหล่านี้ได้ตลอดทั้งปีและในทุกสภาพอากาศ



หนึ่งในอ่างน้ำแร่ธรรมชาต์ที่เวสทราฮอร์น ทางตะวันออกของประเทศไอซ์แลนด์ภาพจาก  ภูมิทัศน์ในภาคตะวันออก | รถซุปเปอร์จี๊ปและทัวร์บ่อน้ำพุร้อน 

น้ำอุ่นที่ใช้ภายในบ้านเรือนในประเทศไอซ์แลนด์มาจากแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพทั้งสิ้น น้ำร้อนเดือดจากใต้ดินจะถูกส่งไปตามบ้านโดยตรง แต่แทนที่จะต้องไปผ่านกรรมวิธีทำให้น้ำร้อน ที่นี่กลับต้องทำให้น้ำเย็นลงก่อนจึงจะนำไปใช้ได้

เหตุผลนี้เองที่ทำให้ไอซ์แลนด์มีสระว่ายน้ำอยู่มากมายทั่วประเทศ แค่เพียงในเรคยาวิกและบริเวณโดยรอบก็นับได้ถึง 17 แห่งแล้ว! และสระเหล่านี้ก็มีน้ำอุ่นให้คุณได้ผ่อนคลายทุกแห่ง



ฮอตสปริงส์หรือบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาตินั้นแตกต่างจากสระว่ายน้ำ บ่อน้ำร้อนบางแห่งในไอซ์แลนด์นั้นเป็นพุแก๊สที่ร้อนระอุมาก เป็นหลุมโคลนที่เดือดปุดๆ หรือเป็นไกเซอร์หรือเกเซอร์ที่พ่นน้ำร้อนออกมา แต่บางแห่งก็เป็นสระน้ำที่สงบนิ่งและมีอุณหภูมิเหมาะสมกับการลงไปอาบแช่ตัว ซึ่งสระในลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะกลายเป็นสระน้ำที่ได้รับความนิยมมาก

บางแห่งที่มีน้ำธรรมชาติจากใต้ดินแต่สถานที่ไม่เอื้ออำนวยให้ลงไปแช่ ชาวบ้านก็จะสร้างเป็นสระขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์จากน้ำนั้น และหากน้ำนั้นมีอุณหภูมิร้อนเกินกว่าจะลงไปแช่ได้ก็จะนำมาผสมกับน้ำเย็นก่อนเพื่อให้มีอุณหภูมิที่เหมาะสมมากขึ้น

คุณสามารถอาบน้ำได้ในอ่างน้ำแร่ทุกบ่อในประเทซไอซ์แลนด์!

ในไอซ์แลนด์คุณจึงสามารถพบฮอตสปริงส์หรือบ่อน้ำร้อนได้หลายขนาดและหลายรูปทรง ทั้งแบบที่เป็นธรรมชาติสร้างล้วนๆ และแบบที่มีการดัดแปลงนิดๆ หน่อยๆ อันที่จริงแล้วเมื่อพูดถึงคำว่าฮอตสปริงส์หรือบ่อน้ำพุร้อนในไอซ์แลนด์นั้นก็อาจจะสร้างความสับสนอยู่บ้างเล็กน้อย เพราะคนสามารถตีความไปได้หลายอย่างทั้งที่เป็นสระน้ำอุ่น อ่างน้ำร้อน สปา ทะเลสาบพลังงานความร้อนใต้พิภพ สระว่ายน้ำ หรือแม้แต่ไกเซอร์

การแช่น้ำอุ่นๆ ในประเทศไอซ์แลนด์เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่เองด้วย ซึ่งกิจกรรมนี้ยังเหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกประเภทเนื่องจากมีสถานที่ให้บริการหลากหลายรูปแบบมาก และเราขอนำเสนอตัวเลือกที่น่าสนใจไว้ในบทความนี้ อย่างไรก็ตามบ่อน้ำร้อนในไอซ์แลนด์ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะบ่อธรรมชาตินั้นมักจะอยู่นอกเส้นทางหลักและวิธีการเดินทางที่สะดวกที่สุดก็คือการเช่ารถขับด้วยตัวเอง



5 สปาบ่อน้ำร้อนยอดนิยมในไอซ์แลนด์           

บลูลากูน คือสปาที่ดีที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์

ไอซ์แลนด์มีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่เปิดให้เข้าฟรีเหมือนกันแต่สถานที่เหล่านั้นมักจะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ห้องอาบน้ำ หรือห้องน้ำไว้ให้บริการ

ในทางตรงกันข้าม บ่อน้ำร้อนและสระน้ำร้อนที่เก็บค่าเข้าก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีเยี่ยมมากๆ จนทำให้ได้รับความนิยมมากที่สุดในไอซ์แลนด์และทำให้หลายคนเรียกบ่อน้ำร้อนเหล่านี้ว่าสปา ทั้งที่พวกมันเป็นเพียงบ่อน้ำร้อนเท่านั้น

คุณสามารถอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่อาบน้ำบรรยากาศสปาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในไอซ์แลนด์ รวมถึงสาเหตุที่ทำให้สถานที่เหล่านี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใครได้ที่นี่ 

1. บลูลากูน            


บลูลากูน (Blue Lagoon) เป็นบ่อน้ำร้อนที่ได้รับความนิยมและมีชื่อเสียงมากที่สุดในไอซ์แลนด์ น้ำที่มีลักษณะเหมือนน้ำนมสีฟ้าอ่อนๆ นั้นมีอุณหภูมิ 38-39°C ซึ่งเหมาะแก่การลงไปแช่ตัวเป็นอย่างมากและบลูลากูนยังติดหนึ่งใน 25 อันดับสถานที่มหัศจรรย์ของโลกจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกด้วย

แม้ว่าน้ำในบลูลากูนจะเป็นน้ำธรรมชาติล้วนๆ และเต็มไปด้วยแร่ธาตุอย่างซิลิกาและสาหร่าย แต่ทะเลสาบแห่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มันเป็นทะเลสาบที่คนสร้างขึ้นโดยบังเอิญเมื่อปี 1976 แต่เริ่มมีคนลงไปอาบเป็นครั้งแรกในปี 1981 และด้วยสรรพคุณในการบำบัดและผ่อนคลายของน้ำในทะเลสาบแห่งนี้ทำให้มันได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ปัจจุบันทะเลสาบบลูลากูนมีชื่อเสียงระดับโลกและยังเป็นสปารีสอร์ตที่น่าประทับใจที่สุดในไอซ์แลนด์ด้วย โดยในบริเวณจะมีร้านอาหารและคาเฟ่หลายแห่ง บาร์กลางน้ำ ร้านขายของที่ระลึก รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกแบบส่วนตัว พื้นที่สำหรับพักผ่อน และบริการนวดผ่อนคลายด้วย

บลูลากูนขยายขนาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และยังจำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการด้วย ดังนั้นแม้ว่าจะมีคนจองใช้บริการจนเต็มโควต้าก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเบียดเสียดกันเกินไป แต่ถ้าคุณจะไปที่นี่คุณจำเป็นต้องทำการจองล่วงหน้าและค่าเข้าใช้บริการของบลูลากูนมีราคาแพงที่สุดในบรรดาบ่อน้ำร้อนที่มีอยู่ในประเทศไอซ์แลนด์

บลูลากูนตั้งอยู่บนคาบสมุทรเรคยาเนส (Reykjanes Peninsula) และมีทำเลที่เหมาะสมทั้งสำหรับแวะเที่ยวเป็นจุดแรกทันทีหลังจากเดินทางออกจากสนามบินและแวะเป็นจุดสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่องกลับ เพราะใช้เวลาขับรถเพียง 20 นาทีจากสนามบินนานาชาติเคฟลาวิก (Keflavík International airport) และเพียง 30 นาทีจากตัวเมืองเรคยาวิก (Reykjavík) หากคุณมีเวลาพักช่วงสั้นๆ ในไอซ์แลนด์แล้วล่ะก็คุณเองก็ไม่ควรพลาดแวะมาแช่น้ำที่บลูลากูนแห่งนี้



2. อ่างน้ำธรรมชาติมิวาทน์          


อ่างน้ำธรรมชาติมิวาทน์ (Mývatn Nature Baths) เป็นอีกแห่งที่มีลักษณะองค์ประกอบและน้ำสีฟ้าขุ่นคล้ายคลึงกับที่บลูลากูน และเป็นบ่อน้ำร้อนทางตอนเหนือที่มีความงดงามเทียบเท่าสปาชื่อดังของทางตอนใต้เลยทีเดียว

อ่างน้ำธรรมชาติมิวาท์เป็นตัวเลือกที่มีราคาถูกกว่าและได้รับความนิยมมากในหมู่คนที่ต้องการแช่น้ำสีฟ้าขุ่นราวกับน้ำนมแต่รู้สึกว่าบลูลากูนออกจะป๊อบปูล่าร์เกินไปหน่อย 

แต่สิ่งเดียวที่ทำให้นักท่องเที่ยวย่อท้อในการไปเยือนอ่างน้ำธรรมชาติมิวาทน์คือระยะทางที่อยู่ไกลจากเรคยาวิกมาก แค่ขาไปอย่างเดียวก็ต้องขับรถนานถึง 6 ชั่วโมงแล้ว ดังนั้นที่นี่จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มาเที่ยวไอซ์แลนด์เป็นเวลานานหน่อยและมีแผนจะไปเที่ยวทางตอนเหนืออยู่แล้ว

สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกนั้นอ่างน้ำธรรมชาติมิวาทน์ก็มีให้ครบ ทั้งห้องอาบน้ำ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ซาวน่า และคาเฟ่ที่ให้บริการอาหารเครื่องดื่มสำหรับก่อนและหลังแช่น้ำ แถมที่นี่ยังโอบล้อมด้วยวิวธรรมชาติสวยๆ ตลอดทั้งปีอีกด้วยจึงคุ้มสำหรับการเดินทางไกลแน่นอน



3. ซีเครทลากูน               

ซีเครท ลากูนคืออ่างที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

ซีเครทลากูน (Secreat Lagoon) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านฟลูดิร์ (Flúðir) เป็นสระว่ายน้ำที่เก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งในไอซ์แลนด์ โดยมีประวัติความเป็นมานับย้อนไปได้ถึงปี 1891 ซีเครทลากูนถูกละทิ้งมาเนิ่นนานก่อนจะมีการปรับปรุงใหม่และเปิดใช้งานอีกครั้งในปี 2014 โดยมีทั้งห้องน้ำและห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ทำขึ้นใหม่ด้วย

น้ำที่นี่มีอุณหภูมิ 38-40°C เช่นเดียวกับบ่อน้ำร้อนขนาดใหญ่ทั่วไปและอยู่ไม่ไกลจากวงกลมทองคำ (Golden Circle) มากนักทำให้ซีเครทลากูนเหมาะสำหรับแวะมาแช่น้ำร้อนก่อนหรือหลังจากเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ บนเส้นทางวงกลมทองคำอันโด่งดัง

นอกจากเป็นสถานที่สำหรับแช่น้ำร้อนแล้ว ทิวทัศน์รอบซีเครทลากูนก็มีความสวยงามคุ้มค่าแก่การมาเยี่ยมเยือน ซึ่งทั้งบ่อน้ำพุร้อนที่กำลังเดือดพล่าน บ่อไอเดือด และไกเซอร์ขนาดย่อมๆ ที่พ่นน้ำออกมาทุกๆ สองถึงสามนาทีก็อยู่ถัดจากซีเครทลากูนไปไม่ไกล



4. ครัวมาบาธรีสอร์ต                

สปา เครยมาตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกของประเทศไอซ์แลนด์ภาพจาก Krauma.is

เครยมาบาธรีสอร์ต (Krauma Bath Resort) เป็นน้องใหม่ในวงการบ่อน้ำร้อนที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายปี 2017 สปาสไตล์โมเดิร์นแห่งนี้ตั้งอยู่ถัดจากบ่อน้ำพุร้อนเดลดาร์ตุงกูเวอร์ (Deildartunguhver) ซึ่งได้ชื่อว่าทรงพลังมากที่สุดในยุโรป ส่วนน้ำที่นำไปใช้ก็มาจากนำ้พุร้อนแห่งนี้เช่นเดียวกัน

แต่น้ำที่มาจากเดลดาร์ตุงกูเวอร์นั้นมีอุณหภูมิสูงเกินกว่าจะลงไปแช่ได้ทางรีสอร์ตจึงต้องนำมาผสมกับน้ำเย็นจากธารน้ำแข็งกลาเซียที่มีขนาดเล็กที่สุดในไอซ์แลนด์ให้มีอุณหภูมิพอเหมาะเสียก่อน

คุณสามารถผ่อนคลายด้วยการลงไปแช่ตัวในอ่างน้ำร้อนหินอ่อนสีดำอันสวยงามพร้อมกับดื่มด่ำวิวบ่อน้ำพุร้อนเดลดาร์ตุงกูเวอร์ที่อยู่ด้านหน้า หรือจะเพลิดเพลินกับซาวน่าที่ทางรีสอร์ตมีไว้บริการด้วยก็ได้ ครัวมาบาธรีสอร์ตมีบ่อน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิแตกต่างกันให้คุณเลือกถึง 5 บ่อและยังมีบ่อน้ำเย็นอุณหภูมิ 5-8°C สำหรับกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตอีกหนึ่งบ่อ

รีสอร์ตมีบริการสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบทั้งห้องอาบน้ำ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า และร้านอาหาร และเนื่องจากรีสอร์ตเพิ่งเปิดทำการได้ไม่นานนักจึงยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยว ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าคนจะเยอะ



5. อ่างน้ำพลังงานความร้อนใต้พิภพฟอนทานา               

อ่างซาวน่า ฟอนทาน่า ได้สร้างบนบ่อน้ำแร่ร้อนธรรมชาติภาพจาก  วงกลมทองคำ & อ่างน้ำพลังงานความร้อนใต้พิภพฟอนทานา | ทริปเที่ยวชมสถานที่ & บ่อน้ำร้อน 

อ่างน้ำพลังงานความร้อนใต้พิภพฟอนทานา (Fontana Geothermal Baths) ตั้งอยู่ติดกับทะเลสาบเลยการ์วาท์น (Laugarvatn Lake) ซึ่งใช้เวลาขับรถประมาณ 90 นาทีจากเรคยาวิก และอยู่ใกล้กับวงกลมทองคำเช่นเดียวกับซีเครทลากูน จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวบนเส้นทางที่มีชื่อเสียงเส้นทางนี้

ทะเลสาบเลยการ์วาท์นตั้งอยู่ในเขตที่มีการไหลหรือแผ่กระจายของพลังความร้อนจากใต้พิภพขึ้นสู่ผิวดินมากกว่าปกติ (Hot Zone) และชาวบ้านในหมู่บ้านชื่อเดียวกันนี้ได้นำน้ำร้อนจากใต้พื้นดินมาใช้ประกอบอาหาร อาบน้ำ และใช้ในครัวเรือนมาตั้งแต่ปี 1929 

อันที่จริงแล้วมีซาวน่าอยู่ห้องหนึ่งในอ่างน้ำฟอนทานาที่เป็นอันเดียวกับที่คนสมัยก่อนเคยใช้เลย (แต่มีการปรับปรุงใหม่แล้ว) โดยห้องซาวน่าห้องนี้ถูกสร้างคร่อมอยู่บนบ่อไอน้ำร้อนเลย และหากผู้ใช้บริการรู้สึกว่าอุณหภูมิในห้องร้อนมากเกินไปก็สามารถเปิดประตูเพื่อระบายความร้อนออกได้

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบกิจกรรมตื่นเต้นคุณจะออกไปเดินเล่นแถวทะเลสาบเลยการ์วาท์นด้วยได้ เนื่องจากบริเวณนี้มีแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพอยู่ แม้ในฤดูหนาวผืนทรายที่อยู่ระหว่างอ่างน้ำกับทะเลสาบก็ยังร้อนระอุ เหมาะสำหรับทำขนมปังไรย์แบบดั้งเดิมคือเอาขนมปังไปฝังกลบไว้ในทราย หรือใครอยากชิมขนมปังอบใหม่ๆ จากใต้ผืนทรายแบบนี้สามารถเข้าไปหาซื้อได้จากคาเฟ่ที่อยู่ตรงปากทางเข้าฟอนทานาสปา 



5 สระพลังงานความร้อนใต้พิภพยอดนิยมในไอซ์แลนด์     

สรำว่ายน้ำ โฮฟซอสในทางเหนือของประเทศไอซ์แลนด์สระว่ายน้ำที่ฮอฟซอส (Hofsós)ในไอซ์แลนด์เครดิตรูปภาพ: Mike Kelley 

ไอซ์แลนด์มีสระว่ายน้ำที่สร้างจากคอนกรีตซึ่งมีห้องอาบน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบกระจายตัวอยู่ตามชนบททั่วประเทศ บางแห่งมีความสวยงามอลังการมากด้วย เช่น สระแบบอินฟินิตี้พูลที่ฮอฟซอส (Hofsós Swimming Pool) และนอกจากสระว่ายน้ำฝีมือมนุษย์สร้างเหล่านี้แล้ว ยังมีสระอีกหลายแห่งที่เป็นลูกผสมระหว่างสระว่ายน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้นและบ่อน้ำร้อน

นั่นหมายความว่าถึงแม้น้ำที่ใช้เป็นน้ำธรรมชาติทั้งหมด แต่ก็ต้องมีคนนำหินหรือคอนกรีตไปสร้างให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับอาบน้ำ

สระน้ำประเภทนี้มักจะอยู่นอกเมืองและมีอาสาสมัครคอยดูแล แต่การเดินทางอาจจะลำบากหน่อยและบางแห่งก็อาจจะไม่มีห้องแต่งตัวและสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้องอาบน้ำ ห้องน้ำ และถังขยะจัดเตรียมไว้ให้ ดังนั้นอย่าลืมนำขยะติดตัวออกมาและช่วยกันรักษาความสะอาดของสถานที่ด้วย

1. เซลยาวาทล่าเลยก์               

สระว่ายน้ำ เซลลาย์วัลลาเลยก์ โดย BiT วิกิพีเดีย

เซลยาวาทล่าเลยก์ (Seljavallalaug) ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนใต้ของไอซ์แลนด์ระหว่างน้ำตกเซลยาลันส์ฟอสส์ (Seljalandsfoss) และน้ำตกสโกการ์ฟอสส์ (Skógafoss)  สระนี้เป็นสระว่ายน้ำขนาดความยาว 25 เมตร และกว้าง 10 เมตรที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1923 และมีทิวทัศน์ที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้แหวกว่ายอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่เงียบสงบอย่างแท้จริง

หุบเขาและธรรมชาติรอบๆ สระนั้นสวยงามจนคุณแทบลืมหายใจทีเดียว น้ำที่ใช้เป็นน้ำธรรมชาติล้วนๆ และสระน้ำถูกสร้างอยู่ติดกับภูเขาเลยโดยใช้ภูเขาเป็นผนังขอบสระด้านหนึ่ง น้ำในสระก็มีอุณหภูมิพอเหมาะไม่ร้อนจนเกินไป แม้ในฤดูหนาวก็ยังอุ่นๆ อยู่ แต่ในฤดูร้อนนั้นมีอุณหภูมิที่เหมาะสำหรับการลงไปเล่นมากที่สุด

สระน้ำที่เซลยาวาทล่าเลยก์มีห้องขนาดเล็กจำนวนสองห้องเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวใช้เก็บเสื้อผ้าและข้าวของส่วนตัว กรุณาช่วยกันรักษาความสะอาดทุกครั้งที่ใช้เพราะว่าที่นี่มีอาสาสมัครเข้ามาทำความสะอาดไม่ค่อยบ่อยนัก และตัวสระจะมีการทำความสะอาดเพียงปีละหนึ่งครั้งเท่านั้นในช่วงฤดูร้อน ดังนั้นแม้ว่าน้ำในสระแห่งนี้อาจจะดูไม่ค่อยสะอาดนัก แต่รับรองว่าธรรมชาติอันสงบสวยงามรอบสระนั้นกินขาดจนลืมเรื่องความสะอาดไปได้เลย

ในปี 2010 สระน้ำเซลยาวาทล่าเลยก์มีการปนเปื้อนของขี้เถ้าจำนวนมากจากการระเบิดของภูเขาไฟเอยาฟยาลลาโจกุลล์ (Eyjafjallajökull) ทำให้อาสาสมัครกลุ่มใหญ่ต้องใช้เวลาหลายวันช่วยกันทำความสะอาดและฟื้นฟูสระให้กลับมามีสภาพดังเดิม

หากขับรถจากเรคยาวิกไปที่สระเซลยาวาทล่าเลยก์จะใช้เวลาเพียง 2-3 ชั่วโมง โดยขับมุ่งหน้าลงใต้ไปตามทางหลักบนเส้นทางวงแหวนทองคำ (Ring Road) ผ่านเซลฟอสส์ (Selfoss) และควอลส์เวิลลูร์ (Hvolsvöllur) เมื่อถึงน้ำตกสโกการ์ฟอสส์(Skógafoss) ให้ชะลอรถและเลี้ยวซ้ายเข้าถนนดินลูกรังมุ่งหน้าไปทางเซลยาเวลลีร์ (Seljavellir) จากนั้นเดินเท้าบนถนนโรยกรวดอีกประมาณ 10-15 นาทีก็ถึงสระน้ำแล้ว

หากคุณต้องการเดินทางไปกับกรุ๊ปทัวร์ มีเพียงแพ็กเกจทัวร์ชายฝั่งตอนใต้เท่านั้นที่จะพาไปที่สระเซลยาวาทล่าเลยก์ แพ็กเกจทัวร์เอาท์ดอร์นี้กินเวลา 14 ชั่วโมงและคุณจะได้ไปชมซากเครื่องบิน DC3 ด้วย



2. เกรตติสเลยก์               

เกรทติสส์เลยก์ เป็นอ่าง้ำร้อนที่ได้รับความนิยมในทางเหนือของประเทศไอซ์แลนด์ ชื่อนี้ได้มาจาก ไวกิ้ง เกรททิร์ ดิร์ สตองภาพจาก Vegahandbókin

ในตอนเหนือของประเทศไอซ์แลนด์ ทางฝั่งตะวันตกของฟยอร์ดสกากาฟยอร์ดูร์ (Skagafjörður) คุณจะเจอกับสระ 2 สระที่ตั้งอยู่เคียงข้างกัน เกรตติสเลยก์ (Grettislaug) และยาร์สเลยก์ (Jarlslaug) ทั้งสองแห่งนี้เป็นสระทรงกลมที่มีก้อนหินเรียงอยู่รอบสระและมีวิวภูเขาและท้องทะเลที่มีเกาะดรังเกย์ (Drangey) ตั้งตระหง่านอยู่กลางผืนน้ำ

เกรตติสเลยก์ถูกตั้งชื่อตามเกรตติผู้แข็งแกร่ง ชาวไวกิงผู้โด่งดังในนิยายซากาของชาวไอซ์แลนด์ ที่นี่มีฝักบัวอาบน้ำกลางแจ้งและมีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ในบ้านเทิร์ฟเฮาส์เล็กๆ (Turf House) ซึ่งเป็นบ้านแบบโบราณของไอซ์แลนด์ และเนื่องจากสระน้ำทั้งสองแห่งนี้อยู่ในพื้นที่ส่วนบุคคลจึงมีค่าธรรมเนียมเล็กน้อย

3. กรอสเนสเลยก์               

วิวจากสระ คริสส์เนสเลยก์ จาก ทางฟยอร์ดตะวันตกนั้นเยี่ยมยอดมาก!ภาพจาก Siggi Mus at Flickr

สุดถนนหมายเลข 643 บนชายฝั่งทางทิศตะวันออกของฟยอร์ดทางตะวันตก (Westfjords) คุณจะได้พบกับสระกรอสเนสเลยก์ (Krossneslaug Pool) ที่มีความงดงามน่าทึ่ง สระแห่งนี้ได้น้ำอุ่นมาจากบ่อน้ำร้อนที่ภูเขาใกล้ๆ และยังมีอ่างน้ำอุ่นที่มีน้ำอุณหภูมิอุ่นกว่าหน่อยตั้งอยู่ข้างๆ ด้วย

ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานอย่างห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและห้องอาบน้ำให้ โดยมีตระกร้าวางไว้ให้หยอดเงินสำหรับค่าเข้าและค่าบำรุงรักษาสระในราคา 500 โครนาไอซ์แลนด์

แม้จะต้องขับรถบนถนนโรยกรวดเป็นระยะทางไกลและทำเวลาได้ไม่มากนัก สระน้ำแห่งนี้ก็เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวเพราะว่ามันมีวิวที่สวยงามและให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ที่สุดขอบโลกอย่างไรอย่างนั้น



4. กูดรูนาร์เลยก์                

กูดรูนาร์เลยก์ เป็นอ่างที่เก่าแก่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศไอซ์แลนด์ภาพจากบล็อกท้องถิ่น อ่างน้ำร้อนกูดรูนาร์เลยก์ | อ่างน้ำร้อนในตำนานในไอซ์แลนด์ตะวันตก 

กูดรูนาร์เลยก์ (Guðrúnarlaug) เป็นสระน้ำร้อนในประวัติศาสตร์ที่มีการปรับปรุงใหม่ สระนี้ตั้งชื่อตามกูดรูน์ นอฟวิเฟอร์สดอตติร์ (Guðrún Ósvífursdóttir) หนึ่งในสตรีที่เป็นที่รู้จักกันดีในนิยายซากาของชาวไอซ์แลนด์ ซึ่งสระน้ำร้อนธรรมชาติพวกนี้ตั้งอยู่ในบริเวณนี้มานานกว่าหนึ่งพันปีแล้ว แต่ถูกดินถล่มลงมาปิดอยู่นาน 140 ปี จนกระทั่งมีการปรับปรุงและเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าใช้บริการเมื่อปี 2009

สระน้ำร้อนตั้งอยู่ทางตะวันตกของไอซ์แลนด์ระหว่างทางไปฟยอร์ดทางตะวันตก ถ้าจะไปคุณต้องเช่ารถอย่างเดียวเพราะว่าไม่มีรถบัสหรือแพ็กเกจทัวร์ไหนพาไปที่นั่นเลย จากเรคยาวิกมุ่งหน้าขึ้นเหนือบนวงแหวนทองคำหมายเลข 1 เลี้ยวเข้าถนนหมายเลข 60 มุ่งหน้าไปทางฟยอร์ดทางตะวันตกและเลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 589 จนถึงโฮเทล เอ็ดดา (Hotel Edda) ซึ่งอยู่ติดกันกับสระน้ำร้อน ที่นี่ไม่เสียค่าบริการและมีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเล็ก ๆ ให้ด้วย



5. บ่อแช่เท้ากวิกา                

อ่างแช่เท้าควิคา ถูกค้นพบที่ริมทะเลเมืองเรคยาวิก ด้วยวิวภูเขาที่สวยงามภาพจาก Vegahandbókin

บ่อแช้เท้ากวิกา (Kvika Foot Bath) ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับประภาคารโกรททา (Lighthouse Grótta) ในเขตเมืองเรคยาวิก บ่อน้ำร้อนนี้เป็นบ่อที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยเป็นผลงานของศิลปินออลอฟ นอร์ดาล (Ólöf Nordal) และบ่อนี้ยังเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองด้วยโดยมองเห็นภูเขาเอสย่า (Esja) และธารน้ำแข็งสแนเฟลส์โจกุล (Snæfellsjökull) อยู่ตรงหน้าเลย

ออลอฟแกะสลักก้อนหินขนาดใหญ่ให้กลายเป็นสระขนาดเล็กที่มีความกว้าง 80-90 เซนติเมตร และลึก 25-30 เซนติเมตร ส่วนน้ำในบ่อนั้นค่อยๆ หยดมาจากหลุมลึกข้างๆ จนมีอุณหภูมิลดลงเหลือประมาณ 39°C

ทั้งบ่อกวิกาและประภาคารโกรททาเป็นสถานที่ยอดนิยมของชาวเมืองในการดูพระอาทิตย์ตกและดูแสงเหนือพร้อมกับจิบเบียร์ ไม่มีสถานที่สำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้าในบริเวณนี้เพราะว่าบ่อกวิกามีไว้สำหรับแช่เท้าเท่านั้น และไม่เสียค่าเข้าด้วย



5 อ่างน้ำร้อนยอดนิยมในไอซ์แลนด์               

หนึ่งในอ่างน้ำร้อน ที่สามารถหาได้ใน สระว่ายน้ำ เลยการ์ดาลส์เลยก์ ในเมืองเรคยาวิกหนึ่งในอ่างน้ำร้อนในสระว่ายน้ำเลยการ์ดัลสเลยก์ภาพจาก Reykjavik.is

คุณอ่านเกี่ยวกับสระพลังงานความร้อนใต้พิภพมาแล้ว แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านั้นเพราะยังมีอ่างน้ำร้อนสวยๆ อีกเป็นร้อยในไอซ์แลนด์ สระว่ายน้ำสาธารณะแต่ละแห่งในไอซ์แลนด์จะมีอ่างน้ำร้อนอย่างน้อยหนึ่งอ่าง บางที่มีถึง 6 หรือ 7 อ่างด้วยซ้ำ และการมีอ่างน้ำร้อนอยู่ในที่พักส่วนตัวและโรงแรมถือเป็นเรื่องปกติในไอซ์แลนด์

หากคุณชอบแช่อ่างน้ำร้อนแบบเป็นส่วนตัวไม่มีคนอื่นปะปน คุณต้องเลือกหาเช่าซัมเมอร์เคบินส่วนตัว เพราะเคบินตากอากาศฤดูร้อนส่วนใหญ่ในไอซ์แลนด์นั้นมีอ่างน้ำร้อนให้ทั้งนั้น

เรารวบรวมรายชื่ออ่างน้ำร้อนพร้อมวิวมาให้คุณตรงนี้แล้ว แม้จะเป็นอ่างที่มนุษย์สร้างขึ้นแต่อ่างเหล่านี้มีความสวยงามแบบไม่ธรรมดาเลยอีกทั้งยังมีวิวสวยๆ ของภูเขาหรือไม่ก็ทะเลด้วย

1. อ่างน้ำร้อนดรังส์เนส               

อ่างน้ำร้อนที่หมู่บ้านเล็กๆ ตรังกาเนสส์ ที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายภาพจาก  ทริปขับรถตามหาซัมเมอร์ฮอตสปริง 15 วัน | เจาะลึกไอซ์แลนด์ 

อ่างน้ำร้อน 3 อ่างนี้อยู่ริมทะเลเลย โดยตั้งอยู่ในใจกลางเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งชื่อว่าดรังส์เนส (Drangsnes) ที่อยู่บนฟยอร์ดทางตะวันตก (Westfjords) ทั้ง 3 อ่างนี้ไม่เสียค่าเข้าและคุณสามารถเข้าไปใช้บริการได้ตลอดไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน

แต่ละอ่างจะมีอุณหภูมิแตกต่างกันไปซึ่งอยู่ระหว่าง 38-42°C ส่วนห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าขนาดเล็กนั้นอยู่อีกฟากของถนน และคุณจะได้เจอชาวบ้านอัธยาศัยน่ารักๆ มานั่งแช่น้ำอุ่นเป็นเพื่อนแน่นอน

เมื่อแช่อ่างน้ำร้อนจนรู้สึกว่าร้อนเกินไปแล้ว คุณสามารถลงไปคลายร้อนในทะเลที่อยู่ติดกันได้ทุกเมื่อ เพียงแต่ระวังหินหน่อยก็แล้วกัน

2. อ่างน้ำร้อนฮอฟเฟลล์               

อ่างน้ำร้อน ฮอฟเฟลล์ที่ทางตะวันออกของประเทศไอซ์แลนด์ ที่ร้อมรอบไปด้วย วิวที่สวยงามภาพจาก Hoffell Accommodation

มีฮอตสปริงอยู่ไม่มากนักในทางตะวันตกของไอซ์แลนด์ แต่อ่างน้ำร้อนฮอฟเฟลล์ (Hoffell) ก็พอจะเชิดหน้าชูตาได้ อ่างน้ำร้อนที่นี่ฝังตัวอยู่ท่ามกลางหินและมีวิวรอบๆ เป็นภูเขาที่มีหิมะปกคลุมสวยงาม

ที่นี่มีอ่างน้ำร้อนเรียงติดกันอยู่ 4 อ่าง ผู้มาใช้บริการทั่วไปจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเล็กน้อย ยกเว้นแขกที่มาพักที่กลาเซียเวิลด์เกสต์เฮาส์ (Glacier World Guesthouse) ที่อยู่ติดกันสามารถลงแช่ได้ฟรี

อ่างน้ำร้อนนี้ตั้งอยู่ห่างจากเมืองฮอฟน์ (Höfn) ซึ่งอยู่ในไอซ์แลนด์ตะวันออกไปทางทิศตะวันตก 20 กิโลเมตร สำหรับการเดินทางให้เลี้ยวจากวงแหวนทองคำเข้าสู่ถนนหมายเลข 984 และมุ่งหน้าไปทางกลาเซียเวิลด์เกสต์เฮาส์

3. ออสตาการิด               

อ่างน้ำร้อน ออสทาการิด ที่ได้รับความนิยมที่เมือง ฮูสาวิก ทางเหนือของประเทศไอซ์แลนด์ภาพจาก Bergljót Snorra

อ่างน้ำร้อนที่เข้าใช้บริการได้ฟรีแห่งนี้เป็นที่นิยมสำหรับชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านทางตอนเหนือของฮูสาวิค (Húsavík) อ่างสามารถจุคนได้ประมาณ 20 คนและก็มักจะมีชาวไอซ์แลนด์มาแช่น้ำและพูดคุยกันเกี่ยวกับสภาพดินฟ้าอากาศ ซุบซิบเรื่องคนนู้นคนนี้หรือไม่ก็วิพากษ์วิจารณ์การเมืองกันอย่างออกรส สำหรับสถานที่ตั้งของอ่างน้ำร้อนออสตาการิด (Ostakarið) นั้นอยู่ห่างออกไปนอกเมือง แต่ถามชาวเมืองคนไหนพวกเขาก็สามารถบอกทางให้คุณได้ไม่ยาก

อ่างน้ำร้อนนี้ทำด้วยเหล็กและมีความยาวเกือบ 7 เมตร กว้าง 1.5 เมตรและลึก 60 เซนติเมตร น้ำร้อนธรรมชาติมาจากบ่อน้ำใกล้ๆ และว่ากันว่าน้ำที่นี่มีสรรพคุณในการรักษาโรคสะเก็ดเงินได้ด้วย

ที่นี่มีห้องสำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้าให้และไม่เสียค่าเข้าด้วย (แต่จะบริจาคสมทบทุนใส่กล่องที่วางไว้ให้ก็ได้)

4. บียอร์บอดินเบียร์สปา               

เบียวปาร์ดิด อ่างเบียร์

หากคุณต้องการความแปลกใหม่ในการแช่อ่างน้ำร้อนเราขอแนะนำให้ไปที่บียอร์บอดิน เบียร์สปา (Bjórböðin Beer Spa) ที่อยู่ในโรงเบียร์คาล์ดิ (Kaldi) ในอาร์สกอสซานเดอร์ (Árskógssandur) ทางตอนเหนือของไอซ์แลนด์ ที่นี่คุณจะได้ดื่มด่ำกับวิวของฟยอร์ดเอยาฟยอร์ดู (Eyjafjörður fjord) และเกาะฮรีสเอ (Hrísey Island) พร้อมกับจิบเบียร์เย็นๆ ในมือในขณะที่แช่ตัวอยู่ในอ่างเบียร์อุ่นๆ ว้าว! 

มีความเชื่อว่าเบียร์อุ่นๆ นั้นดีต่อผิวพรรณและหลังจากแช่เบียร์เสร็จแล้วคุณจะได้ไปพักในห้องผ่อนคลายต่ออีก ที่นี่เขาไม่จำกัดอายุผู้มาใช้บริการ เพราะว่าเบียร์ที่ใช้แช่ตัวนั้นดื่มไม่ได้ แต่แหมใครเขาจะอยากดื่มเบียร์อุ่นๆ กันเล่า

คุณสามารถทำการจองเข้าใช้บริการและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่: บียอร์บอดิน เบียร์สปาในตอนเหนือของไอซ์แลนด์

5. เนยโทลส์วิค               

อ่างน้ำร้อน เนยโทลส์วิกในเมืองเรคยาวิก ที่สามารถใช้ได้ทั้งปี

นอกจากในเรคยาวิกและบริเวณโดยรอบจะมีสระว่ายน้ำที่มีอ่างน้ำร้อนอยู่หลายแห่งแล้ว  เมืองนี้ยังมีชายหาดพลังงานความร้อนใต้พิภพเนยโทลส์วิค (Nauthólsvík) ด้วย ชายหาดที่นี่มีอ่างน้ำร้อนริมทะเลและสระน้ำอุ่นที่มีขนาดใหญ่กว่าหน่อยแต่น้ำค่อนข้างตื้น ภายในบริเวณหาดมีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ซาวน่า และคาเฟ่เล็กๆ ไว้อำนวยความสะดวกด้วย

น้ำในอ่างน้ำร้อนริมทะเลมีอุณหภูมิไม่แน่นอนโดยมีตั้งแต่ 30-39°C แต่สระน้ำตื้นจะมีอุณหภูมิ 38°C ในช่วงฤดูร้อนแม้แต่ทะเลที่ติดกับหาดตรงนี้ก็ยังได้รับความร้อนไปด้วยและน้ำที่อยู่ในบริเวณแนวหินจะมีอุณหภูมิประมาณ 15-19°C

ในช่วงฤดูร้อน (ตั้งแต่ 15 พฤษภาคมถึง 15 สิงหาคม) เข้าใช้บริการได้ฟรี ส่วนในฤดูหนาวจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเล็กน้อยเพื่อใช้ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและระยะเวลาในการให้บริการก็จะสั้นลงด้วย



5 แหล่งแช่น้ำร้อนธรรมชาติในไอซ์แลนด์               

มีแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติที่ไม่ต้องเสียค่าเข้าใช้บริการอยู่มากมายในไอซ์แลนด์เช่นเดียวกัน (บางแห่งชาวบ้านก็ไม่ต้องการเปิดเผยเพราะอยากจะรักษาไว้ไม่ให้ถูกทำลาย!) แต่คำถามสำหรับตอนนี้คือแล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าควรจะเลือกที่ไหน

อ่านหัวข้อ 5 แหล่งน้ำธรรมชาติในไอซ์แลนด์ของเราเพื่อเรียนรู้ความแตกต่างของแต่ละสถานที่ ซึ่งแต่ละแห่งก็มีความยากง่ายในการเข้าถึงไม่เหมือนกัน

คุณสามารถเลือกเดินทางไปแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติเหล่านี้กับแพ็กเกจทัวร์ฮอตสปริง หรือจะเช่ารถขับไปเองก็ได้

1. เรคยาดาลูร์               

ทุ่งเรคยาดาลูร์ที่เมือง แควร์ลาแกร์ดิร์

เรคยาดาลูร์ (Reykjadalur) ที่มีความหมายว่าหุบเขาแห่งไอน้ำนั้นเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติที่เข้าถึงได้ง่ายมากที่สุดจากเรคยาวิก โดยขับรถ 45 นาทีก็จะถึงเมืองฮเวอร์ราเกอร์ดิ (Hveragerði) และจากที่นั่นคุณสามารถเดินขึ้นเขาไปยังธารน้ำอุ่นที่ไหลลงมาจากหุบเขาเรคยาดาลูร์ (Reykjadalur Valley) ได้เลย

เส้นทางเดินขึ้นเขาก็ไม่ได้ยากลำบากมากนักแม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นทางเดินขึ้นเนิน แต่ก็อาจจะไม่ค่อยชิลนักถ้าคุณเป็นคนกลัวความสูงเพราะว่าระหว่างทางคุณจะต้องเจอกับหน้าผาที่ด้านล่างเป็นเหวลึก 

วิวจากทางเดินที่ เรคยาดาลูดร์ประเทศไอซ์แลนด์ภาพจาก Regína Hrönn

ถ้าคุณแข็งแรงและไม่ได้แวะพักระหว่างทางบ่อยนักคุณควรจะไปถึงแม่น้ำใน 45-60 นาที แต่การเดินขึ้นไปตามเส้นทางนี้อาจใช้เวลานานถึง 90 นาทีก็ได้

ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณเดินเร็วแค่ไหนและหยุดเพื่อถ่ายรูปน้ำตกในเหวและบ่อโคลนเดือดที่อยู่ระหว่างทางบ่อยขนาดไหน และข้างบนนั้นไม่มีที่สำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้า ทุกอย่างเป็นธรรมชาติจริงๆ

คุณสามารถเที่ยวแม่น้ำเรคยาดาลูร์ (Reykjadalur River) ได้ด้วยแพ็กเกจทัวร์เดินเขาไปฮอตสปริง 



2. เฮลลูเลยก์               

บ่อน้ำร้อน แฮลลูเลยก์ ที่ทางตะวันตกของไอซ์แลนด์ภาพจาก Visit Westfjords

เฮลลูเลยก์ (Hellulaug) อยู่ที่ฟยอร์ดทางตะวันตก (Westfjords) ห่างจากโรงแรมฟลอกาลันดูร์ (Hotel Flókalundur) ไปทางทิศตะวันออกเพียง 500 เมตร หากคุณข้ามฟยอร์ดเบรดาฟยอร์ดูร์ (Breiðafjörður) ด้วยเฟอร์รี่บัลดูร์ (Baldur) ซึ่งบางทีคุณอาจจะแวะที่เกาะแฟลทเทย์ (Flatey island) ก่อนก็ได้ จากนั้นค่อยขับรถจากที่จอดเรือเฟอร์รี่ที่ปรอย์นสไลคูร์ (Brjánslækur) ไปอีก 5 นาทีก็ถึงสระน้ำร้อน

คุณจะมองไม่เห็นสระน้ำร้อนจากบนถนนทั้งที่มันตั้งอยู่ริมถนนเลย น้ำมีอุณหภูมิ 38°C ซึ่งกำลังสบายและสระมีความลึก 60 เซนติเมตร และถ้าเมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกว่าร้อนเกินไปก็สามารถไปแช่ตัวในทะเลที่อยู่ใกล้ๆ ได้! บริเวณนี้ไม่มีที่เปลี่ยนเสื้อผ้า ห้องน้ำ หรือห้องอาบน้ำให้บริการ



3. ลานมันนาเลยการ์                

อ่าน้ำแร่ร้อน ลานมานนาเลยการ์ภาพจากซุปเปอร์จี๊ปทัวร์ลานมันนาเลยการ์

ลานมันนาเลยการ์ (Landmannalaugar) เป็นที่รู้จักดีในเรื่องความงดงามของภูมิทัศน์หลากสีและเป็นจุดหมายปลายทางสุดโปรดของนักปีนเขาเดินป่า

ในบริเวณนี้ไม่ว่าคุณจะมองไปทางไหนก็จะเห็นภูเขาทรายสีแดง สีน้ำเงิน สีเหลือง สีม่วง และสีดำ และหลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการเดินขึ้นเขามาทั้งวันสิ่งที่วิเศษที่สุดๆ ก็คือการลงไปผ่อนคลายในสระน้ำร้อนจากแหล่งพลังงานใต้พิภพที่รอคุณอยู่ข้างๆ ที่ตั้งแคมป์

สระน้ำแห่งนี้มีอุณหภูมิอุ่นสบายตลอดฤดูร้อนและมักมีนักเดินป่ามาแช่ตัวเพื่อผ่อนคลายมากมาย เราจะเรียกว่าที่นี่เป็นโอเอซิสบนที่ราบสูงก็ไม่ผิดนัก 



ภูเขาที่มีสีสันของลานมันนาเลยการ์

แม้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวที่มาแช่น้ำที่นี่โดนพวกตัวปรสิตในน้ำกัดอยู่บ้างเหมือนกัน แต่พวกมันก็ไม่ได้เป็นอันตรายอะไรยกเว้นว่าคุณเป็นคนที่มีอาการแพ้เมื่อถูกยุงกัดอยู่แล้ว ถ้าเช่นนั้นคุณอาจจะอยากหลีกเลี่ยงการลงสระแถวนี้

ลานมันนาเลยการ์สามารถเข้าถึงได้เฉพาะในช่วงฤดูร้อนเท่านั้นและต้องใช้เฉพาะรถขับเคลื่อน 4 ล้อด้วย เพราะคุณจะต้องขับรถลุยข้ามแม่น้ำหลายแห่ง ดังนั้นถ้าคุณไม่ชำนาญการขับรถในที่สูงคุณอาจจะสนใจอยากใช้บริการรถบัส (รถบัสพิเศษสำหรับที่สูง) หรือไปกับทัวร์ซุปเปอร์จี๊ปแทน 

ในกรณีที่คุณเลือกที่จะขับรถเอง โปรดขับอย่างระมัดระวังและให้ไปข้ามแม่น้ำตรงบริเวณที่กว้างที่สุด (เพราะว่าน้ำจะลึกและไหลแรงกว่าในบริเวณที่แคบ) ลองถามคนขับรถคันอื่นๆ ที่คุณเจอก็ได้ว่าไปข้ามตรงไหนเหมาะที่สุด เพราะว่าแม่น้ำนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา



4. เลยกาวัลลาเลยก์               

น้ำตกร้อนเลยการ์วัลลาเลยกร์ ที่ทางตะวันออกของประเทศไอซ์แลนด์ภาพจาก East.is

ที่เลยกาวัลลาเลยก์ (Laugavallalaug) ไม่ได้แค่มีบ่อน้ำร้อนให้ลงไปแช่ตัวเท่านั้นแต่ยังมีน้ำตกน้ำร้อนธรรมชาติด้วย! สระน้ำธรรมชาติแห่งนี้เข้าถึงได้ยากกว่าสถานที่อื่นๆ เพราะว่าตั้งอยู่บนที่ราบสูงทางตะวันออก คุณต้องมีรถที่ดีเนื่องจากจะต้องขับบนถนน F-Road เป็นระยะทาง 7 กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางนี้มีเฉพาะรถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้นที่ผ่านไปได้ แล้วจากนั้นคุณก็ต้องเดินอีก 200 เมตรเพื่อเข้าไปยังสระน้ำ

หรืออีกวิธีหนึ่งคือคุณสามารถเลือกขับรถขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อปกติไปยังเขื่อนเคาราห์นยูการ์ (Kárahnjúkar) แล้วเดินขึ้นเขาไปทางแฮฟราห์แวมมากยูเฟอร์แคนยอน (Hafrahvammagljúfur) เพื่อไปยังน้ำตกร้อน เส้นทางเดินขึ้นเขานี้เบ็ดเสร็จแล้วจะใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง (รวมแช่น้ำ)



นอกจากนี้ยังมีสระน้ำธรรมชาติสวยๆ ที่มีหินวงกลมล้อมรอบอยู่อีก 2 สระที่เคบิน เลยการ์แฟส (Laugarfell) บนที่ราบสูงซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก (และสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า) ซึ่งเหมาะสำหรับพักค้างคืนเมื่อมาเที่ยวในบริเวณนี้ และมีทัวร์ซุปเปอร์จี๊ปและทัวร์เดินป่าที่ออกเดินทางจากแถวนี้หรือจากเมืองเอกิลสตาดีร์ (Egilsstaðir) ที่อยู่ใกล้ๆ กัน



5. วิติในอาสยา               

อ่างน้ำแร่ร้อน วิทิ ที่ อาสกยา โดย คุณ เฮนริก ทอร์เบิร์น จาก  Wikimedia Commons

สถานที่แห่งนี้คือปากปล่องภูเขาไฟวิติ (Víti crater) ที่อยู่ในอาสยา (Askja) ซึ่งอยู่ในฝั่งตะวันออกของไอซ์แลนด์ใกล้ๆ กับเลยกาวัลลาเลยก์ (Laugavallalaug) อย่าไปจำสับสนกับวิติที่อยู่ในคราฟลา Krafla ซึ่งเป็นคนละแห่งกัน โดยคำว่าวิติ (Víti) นั้นมีความหมายตรงตัวว่านรก



อางน้ำในอ่างน้ำร้อนวิทิ ที่ประเทศไอซ์แลนด์ภาพจาก เดินขึ้นเขาและบ่อน้ำร้อนที่อาสยา

อุณหภูมิของน้ำที่นี่มีตั้งแต่ 20°C ถึง 60°C และที่ก้นสระก็เป็นโคลน แต่ปากปล่องภูเขาไฟเป็นสถานที่ซึ่งมีอันตรายซ่อนอยู่เหมือนกันเนื่องจากในบางแห่งจะมีโคลนซึ่งมีความร้อนมาก (ทางตะวันตกของปากปล่อง) นอกจากนี้ยังมีซัลเฟอร์ในน้ำสูงและไอน้ำที่เกิดจากซัลเฟอร์ก็สามารถทำให้คนเป็นลมหมดสติได้

แต่ที่นี่ก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นสถานที่สุดวิเศษแห่งหนึ่งในไอซ์แลนด์ ใครก็ตามที่ได้ขึ้นไปยืนตรงปากปล่องภูเขาไฟตรงนี้จะไม่มีวันลืมประสบการณ์นั้นได้เลย!

5 ฮอตสปริงและสระน้ำร้อนชื่อดังในไอซ์แลนด์ที่ห้ามลงแช่น้ำ               

คุณคงไม่อยากจะลงบ่อน้ำพุร้อนที่ เนามัสสการ์ด หรอก!

หากคุณไม่คุ้นเคยกับฮอตสปริงมันก็ยากที่จะบอกความแตกต่างระหว่างอันที่ปลอดภัยและไม่ปลอดภัยสำหรับการลงไปแช่น้ำ โดยเฉพาะเมื่อมันไม่มีป้ายบอกไว้หรือเมื่อน้ำในสระนั้นมองดูแล้วก็เหมือนจะไม่มีอันตรายใดๆ

มีฮอตปริง สระน้ำ อ่างน้ำร้อน และไกเซอร์ในไอซ์แลนด์มากมายที่ไม่เหมาะแก่การลงเล่นน้ำ ซึ่งก็มีทั้งแบบที่ธรรมชาติสร้างและที่ไม่ใช่ เหตุผลที่ไม่ควรลงเล่นน้ำมีอยู่หลากหลายอย่าง แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเพราะว่ามันมีอันตรายมากเกินไปเนื่องจากน้ำมีอุณหภูมิสูงเกิน มีอุณหภูมิเย็นเกิน หรือไม่ก็มีอุณหภูมิที่ไม่คงที่

หากน้ำนั้นเดือดปุดๆ ก็แปลว่ามันร้อนเกินกว่าที่จะลงไปเล่น ซึ่งอันนี้ก็คงทราบกันดีอยู่แล้ว ในพื้นที่ที่เป็นแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพส่วนใหญ่จะมีการล้อมรั้วสระพวกนี้เอาไว้และมีป้ายเตือนให้ระมัดระวัง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแบบนี้ทุกที่

ห้ามลงเล่นน้ำในทะเลสาบที่มีภูเขาน้ำแข็งลอยอยู่เพราะน้ำนั้นเย็นเกินไปและห้ามปีนขึ้นไปยืนบนภูเขาน้ำแข็งด้วยเนื่องจากมันมีโอกาสล้มได้ตลอดเวลาหรืออาจทำให้คุณตกลงไปในน้ำได้

ฮอตสปริงหลายแห่งอยู่ในพื้นที่ทรัพย์สินส่วนบุคคลและเจ้าของก็ไม่ว่าอะไรถ้าหากจะมีบุคคลภายนอกมากมายเข้าไปในสนามหลังบ้านของพวกเขา แต่บางแห่งก็ห้ามเข้าเนื่องจากพวกมันมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์

ฮอตสปริงบางแห่งก็สวยจนคุณอดใจไม่ไหวอยากจะลงไปแช่เสียเดี๋ยวนั้น ถ้าเจอเคสแบบนี้เมื่อไหร่เราแนะนำให้คุณอ่านป้ายที่ติดไว้ให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจกระโดดลงไป ต่อไปนี้คือตัวอย่างของฮอตสปริงที่คุณเห็นแล้วต้องอดใจไม่ไหว (แต่ห้ามลงไปเล่นเป็นอันขาด)

1. ไกเซอร์               

น้ำพุร้อนที่ไกเซอร์นั้นร้อนเกินกว่าจะลงแช่ได้

แม้ไม่ได้พ่นน้ำขึ้นฟ้าเกือบจะเป็นการถาวรแล้ว แต่ไกเซอร์ที่ชื่อว่าไกเซอร์ (Geysir) แห่งนี้ก็ยังมีน้ำที่ร้อนมากเกินกว่าที่จะลงไปสัมผัสได้

พื้นที่แหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพรอบๆ ไกเซอร์แห่งนี้มีไกเซอร์อันเล็กๆ อยู่มากมาย รวมทั้งสโทรคูร์ (Strokkur) อันโด่งดังที่พ่นน้ำทุกๆ ไม่กี่นาทีด้วย และยังมีสระน้ำไอน้ำหรือน้ำพุร้อนที่เย้ายวนใจให้ลงไปอีกหลายแห่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่มีอากาศหนาวเหน็บในช่วงฤดูหนาว

เนื่องจากที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ซึ่งมีคนไปเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไอซ์แลนด์ ฮอตสปริงพวกนี้จึงถูกล้อมรั้วกั้นไว้และมีป้ายเตือนบอกให้ทราบว่าน้ำในนี้มีอุณหภูมิสูงถึง 100°C 

อย่างไรก็ตามในปี 2000 ไกเซอร์มีการปะทุครั้งใหญ่โดยที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน และก็มีกลุ่มคนที่ยืนอยู่ใกล้กับมันมากเกินไปจนวิ่งหนีเอาตัวรอดกันแทบไม่ทันจนหลายคนถูกน้ำร้อนลวกเข้าที่เท้าและขา ดินที่อยู่รอบๆ ไกเซอร์ก็มีความร้อนมากๆ เหมือนกันและนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมจึงต้องมีการเตือนให้คนเดินตามทางเดินเท่านั้นอย่าได้เอาเท้าไปจุ่มลงดินโคลนที่ร้อนระอุพวกนั้น

ดังนั้นทุกคนควรมีความระมัดระวังในการเที่ยวชมพื้นที่แหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพในไอซ์แลนด์ให้มาก



2. กระยอทาก์ยา               

ถ้ำกระยาทาร์ยา และ อ่างน้ำร้อน ภาพถ่ายโดย Chmee2 จาก  wikimedia commons

โด่งดังไปทั่วโลกหลังจากถูกใช้เป็นฉากสวยๆ ในการพลอดรักระหว่างตัวละครจอน สโนว กับ อีกริดในเกมออฟโธรนส์ กระยอทาก์ยา (Grjótagjá) อาจจะดูเหมือนเป็นสถานที่ซึ่งเหมาะกับการลงไปอาบน้ำอุ่น แต่ว่านั่นมันไม่จริงเลย

อุณหภูมิของน้ำในกระยอทาก์ยาเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และเริ่มร้อนเกินกว่าจะลงไปแช่ได้ตั้งแต่ช่วงยุค 70 แล้ว (โดยมีอุณหภูมิประมาณ 50°C) แม้ตอนนี้จะเย็นลงหน่อยแต่ก็ยังไม่สามารถลงไปเล่นได้อยู่ดี ทั้งนี้อุณหภูมิในแต่ละวันจะไม่เท่ากันซึ่งขึ้นอยู่กับกิจกรรมอย่างการเกิดแผ่นดินไหวด้วย

เนื่องจากความร้อนของน้ำไม่คงที่ มีหินเหลวอยู่ในถ้ำ และมีการไหลเวียนของน้ำที่น้อยมากๆ ทำให้ปัจจุบันมีการประกาศห้ามไม่ให้ลงเล่นน้ำที่นี่ แต่แค่ได้ไปชื่นชมความสวยงามก็คุ้มค่าแล้ว ถ้าคุณอยากแช่น้ำจริงๆ ก็สามาถเดินทางไปยังอ่างอาบน้ำธรรมชาติมิวาทน์ (Mývatn Nature Baths) ที่อยู่ใกล้ๆ กันได้

กระยอทาก์ยา (รอยแยกหิน) อยู่ไกลจากเรคยาวิกพอสมควร แต่ถ้าหากคุณจะเดินทางไปทางเหนือของไอซ์แลนด์ หรือไปพักในอาคูเรยรี่ (Akureyri) และต้องการไปสำรวจธรรมชาติอันงดงามรอบทะเลสาบมิวาทน์ (Lake Mývatn) อยู่แล้ว กระยอทาก์ยาก็อยู่ไม่ไกลจากแถวๆ นั้น

การเดินทาง: จากหมู่บ้านเรคยาฮลีด (Reykjahlíð) บนวงแหวนทองคำให้ขับรถไปทางทิศตะวันออกอีกกี่กิโลเมตร จากนั้นให้เลี้ยวขวาก่อนถึงถนนที่จะไปอ่างอาบน้ำธรรมชาติมิวาทน์



3. สนอร์ราเลยก์               

หมู่บ้านเรย์คอลท์ (Reykholt) ทางตะวันตกของไอซ์แลนด์เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศ โดยมันตั้งอยู่ตรงนี้มานานและเคยเป็นที่อยู่ของนักประวัติศาสตร์ยุคกลาง กวี และผู้บัญญัติกฎหมายชื่อสนอร์รี สเทอร์ลิวซัน (Snorri Sturluson) และเห็นได้ชัดว่าสนอร์รีก็เคยลงแช่น้ำในบริเวณนี้ด้วยเพราะว่าสระสนอร์ราเลยก์ของเขาก็ตั้งอยู่ในหมู่บ้านนี่เอง

สระแห่งนี้เป็นหนึ่งในสระที่มีโครงสร้างเก่าแก่ที่สุดและเนื่องจากที่นี่เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์จึงห้ามมิให้ลงไปแช่น้ำ ว่ากันว่าอุณหภูมิในสระมีความไม่แน่นอน บางทีก็ร้อนมากและอาจทำให้ได้รับอันตรายจากการลงแช่น้ำได้

สระมีขนาดเล็กมากโดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางแค่ประมาณ 4 เมตรเท่านั้นและลึก 0,7-1 เมตร ดังนั้นถ้าคนจำนวนมากลงไปก็คงจะสกปรกและหมดความสวยอย่างรวดเร็ว 

แต่ว่านักท่องเที่ยวก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อแช่น้ำอยู่แล้ว เพราะพวกเขาตั้งใจมาเพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์สนอร์ราส์ทอฟา (Snorrastofa Museum) ที่อยู่ใกล้ๆ กันและศึกษาประวัติศาสตร์ เรื่องราวเทพปกรณัมนอร์ส และประวัติของสนอร์รี สเทอร์ลิวซัน ชายที่มีชื่อเดียวกับสระต่างหาก

4. บลักแวร์                

บลักแวร์ จากพื้นที่ในแควร์ลาแกร์ดิร์

เนื่องจากมีสีฟ้าสวยงาม น้ำที่บลักแวร์ (Bláhver) จึงดูน่าลงเล่นยิ่งนัก แถมน้ำยังนิ่งไม่ไหวติงไม่มีท่าทีว่าจะมีกิจกรรมจากพลังงานความร้อนใต้พิภพใดๆ คุณอาจคิดว่าถ้าคุณลงไปแหวกว่ายท่ามกลางน้ำสีฟ้านั้นภาพที่ออกมาต้องสวยแน่ แต่อย่าได้หย่อนขาลงไปเชียวเพราะน้ำร้อนในบ่อนี้มีอันตรายร้ายแรงแอบซ่อนอยู่

น้ำนี้ไม่ได้แค่ร้อนจัดจนลวกคุณให้สุกได้เท่านั้นแต่บริเวณขอบบ่อยังมีความเปราะบางมากและแตกได้ทุกเมื่อหากมีคนไปเหยียบโดนมันเข้า และถ้าเข้าไปแล้วก็คงจะออกมาได้ยากด้วย

โชคยังดีที่บ่อน้ำร้อนแห่งนี้และบ่ออื่นๆ ในเขตแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพของฮเวอราเวดลีร์ (Hveravellir) ที่อยู่ใกล้กับทะเลสาบมิวาทน์มีการล้อมรั้วเอาไว้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงดงาม (และสูดกลิ่น) จากระยะไกลเท่านั้น

แต่ถ้าคุณอยากเล่นน้ำก็มีสระที่ให้ลงไปแช่ได้อยู่ห่างออกไม่ไกล ซึ่งน้ำที่ใช้ก็เป็นน้ำร้อนธรรมชาติจากในเขตนี้ที่นำไปทำให้เย็นลงจนมีอุณหภูมิเหมาะสมแล้ว

5. บริมเกตติล               

สภาพธรรมชาติของที่นี่ดูจะเหมาะสมกับการลงไปเล่นน้ำมากและก็เคยมีผู้กล้าลงไปแหวกว่ายมาแล้วจริงๆ ดังที่เห็นอยู่ในวิดีโอด้านบน แต่คลิปนี้ถ่ายมานานมากแล้ว (และถ่ายในวันที่อากาศดีมีแดด) ก่อนที่จะมีการห้ามไม่ให้ลงไปเล่นน้ำในสระธรรมชาติแห่งนี้เนื่องจากมันอันตรายมากเกินไป

บริมเกตติล (Brimketill) ไม่ใช้สระน้ำร้อนและน้ำในนั้นก็ห่างไกลจากคำว่าอุ่นด้วยซ้ำ สิ่งที่คุณจะได้สัมผัสคือน้ำเย็นยะเยือกจากมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งเย็นขนาดที่ทำให้เกิดภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติได้เลยถ้าอยู่ในน้ำนั้นนานเกินไป และยิ่งไปกว่านั้นคือหินรอบๆ ก็ลื่นด้วยเพราะโดนน้ำทะเลกระเซ็นใส่เป็นประจำ เชื่อว่าคุณคงไม่อยากไปลื่นบนหินพวกนั้นแล้วหล่นลงน้ำแน่ๆ

ในวันที่มีแดดและอากาศแจ่มใสน้ำในสระนี้จะน่าเล่นเป็นพิเศษ แต่ส่วนใหญ่แล้วบริเวณนี้จะมีลมแรงมากและมีคลื่นสูงกระแทกเข้ากับหินตลอดเวลาเพราะว่าวันแดดจัดในไอซ์แลนด์ไม่ค่อยมีให้เห็นบ่อยนัก

ชื่อบริมเกตติลนั้นมีความหมายว่า “หม้อที่มีน้ำเชี่ยว” ซึ่งก็มีที่มาจากเกลียวคลื่นสีขาวที่แตกกระจายยามกระทบกับหินรอบๆ อยู่ตลอดเวลานั่นเอง วิวแบบนี้งดงามมากแต่ควรไปชื่นชมจากระยะไกลที่มีความปลอดภัยจะดีกว่า

คุณสามารถเดินทางไปที่บริมเกตติลได้โดยการขับรถไปตามคาบสมุทรเรคยาเนส (Reykjanes Peninsula) หรือซื้อแพ็กเกจทัวร์



คุณชอบฮอตสปริงอันไหนมากที่สุดหรือหากคุณมีสถานที่แช่น้ำร้อนที่คุณโปรดปรานในไอซ์แลนด์ที่เรายังไม่ได้พูดถึงก็สามารถบอกเราได้ด้วยการทิ้งข้อความไว้ในคอมเม้นต์ด้านล่างนี้!