15 กิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดในไอซ์แลนด์

ค้นหากิจกรรมยอดนิยมในไอซ์แลนด์ พร้อมอ่านคำแนะนำเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวและสิ่งที่ไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ประสบการณ์ทางวัฒนธรรม หรือจุดลับที่ซ่อนอยู่ เรียนรู้เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปเยือนในไอซ์แลนด์อย่างครบถ้วน

ไอซ์แลนด์เป็นดินแดนแห่งความแตกต่างอันน่าทึ่ง การขับรถเที่ยวรอบเกาะจะพาคุณผ่านธารน้ำแข็งและภูเขาไฟ และคุณยังสามารถชมแสงเหนือที่ส่องประกายบนภูมิประเทศฤดูหนาวอันมืดมิด ด้วยความงดงามและการผจญภัยที่อัดแน่นอยู่ในเกาะเดียว อาจทำให้คุณไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนดี!

เพื่อให้ง่ายต่อการวางแผน คู่มือนี้จะเน้นสิ่งที่ควรสัมผัสในไอซ์แลนด์ ตั้งแต่กิจกรรมยอดนิยมไปจนถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุด

เหตุผลที่คุณวางใจเนื้อหาของเราได้

Guide to Iceland คือแพลตฟอร์มท่องเที่ยวที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในไอซ์แลนด์ โดยช่วยเหลือนักท่องเที่ยวหลายล้านคนในแต่ละปี เนื้อหาทั้งหมดของเราถูกเขียนและตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่นที่รู้จักไอซ์แลนด์เป็นอย่างดี คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง ทันสมัย และเชื่อถือได้

หนึ่งในกิจกรรมยอดนิยมที่สุดในไอซ์แลนด์คือเช่ารถขับเอง เพื่อเที่ยวชม สถานที่ท่องเที่ยวตามถนนวงแหวน (Ring Road) พร้อมพักในโรงแรมชนบทแสนอบอุ่นตลอดเส้นทาง การขับรถเที่ยวมีความยืดหยุ่นและเป็นวิธีที่สวยงามในการสัมผัสธรรมชาติในจังหวะของตัวเอง แต่สำหรับผู้ที่ต้องการพักในเรคยาวิกเป็นฐาน เราก็มีตัวเลือกดีๆ ให้เลือกมากมายเช่นกัน

 

ไม่ว่าคุณจะตามล่าหาน้ำตก สำรวจธารน้ำแข็ง หรือผ่อนคลายในสปาความร้อนจากใต้พิภพ บทความนี้ได้รวบรวมสิ่งที่ดีที่สุดของไอซ์แลนด์สำหรับการผจญภัยในฝันของคุณไว้ให้แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวในไอซ์แลนด์

แผนที่ไอซ์แลนด์แสดง 15 จุดหมายปลายทางยอดนิยม พร้อมไฮไลต์น้ำตก ธารน้ำแข็ง น้ำพุร้อน และภูเขาไฟไอซ์แลนด์เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ไม่ว่าคุณจะวางแผนทริปสั้นหรือยาว ก็สามารถสร้างแผนการเดินทางที่อัดแน่นด้วยประสบการณ์ที่น่าจดจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใช้บริการแพ็กเกจท่องเที่ยว หรือทัวร์ขับรถเองราคาประหยัด ที่ช่วยให้คุณเที่ยวได้ตามใจ

ด้านล่างนี้คือคำแนะนำสั้น ๆ เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์และสิ่งที่แต่ละภูมิภาคมีให้ ก่อนที่เราจะเจาะลึกไปยังแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมยอดนิยม

1. เรคยาวิก - เมืองหลวงของไอซ์แลนด์

วิวพาโนรามาของเรคยาวิกกับหลังคาบ้านสีสันสดใสและภูเขาเอสยันในฉากหลังในวันฤดูร้อนที่อากาศแจ่มใส

จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดของการเดินทางในไอซ์แลนด์คือเรคยาวิก เมืองหลวงของประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติเคฟลาวิกเพียง 45 นาทีโดยรถยนต์

เมืองหลวงแห่งนี้เป็นที่ตั้งของแลนด์มาร์กที่โด่งดังที่สุดของไอซ์แลนด์ เช่น โบสถ์ฮัลล์กริมสคิร์กยา (Hallgrimskirkja) ฮาร์ปาคอนเสิร์ตฮอลล์ (Harpa) และพิพิธภัณฑ์เพอร์ลาน (Perlan) นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหารที่ผสมผสานระหว่างอาหารไอซ์แลนด์ดั้งเดิมกับอาหารนอร์ดิกสมัยใหม่

เรคยาวิกเป็นเมืองขนาดกะทัดรัด เดินเที่ยวได้ง่าย เต็มไปด้วยบ้านสีสันสดใส ศิลปะบนกำแพง และคาเฟ่บรรยากาศอบอุ่น นักท่องเที่ยวจำนวนมากยังใช้เมืองนี้เป็นฐานในการออกเดินทางด้วยการเข้าร่วมกับทัวร์วันเดียวจากเรคยาวิก เพื่อไปยังไฮไลต์อย่างวงกลมทองคำ (Golden Circle) ชายฝั่งทางใต้ (South Coast) หรือคาบสมุทรสไนแฟลซเนส (Snaefellsnes)

2. วงกลมทองคำ (Golden Circle) - เส้นทางยอดนิยมที่สุดของไอซ์แลนด์

น้ำพุร้อนไกเซอร์ (Strokkur geyser) กำลังปะทุในยามพระอาทิตย์ตกในวงกลมทองคำของไอซ์แลนด์ มีไอน้ำ หิมะ และนักท่องเที่ยวชมอยู่ใกล้ ๆ

วงกลมทองคำ เป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของไอซ์แลนด์ด้วยเหตุผลหลายประการ

เส้นทางนี้ครอบคลุม 3 สถานที่สำคัญของประเทศ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ (Thingvellir) มรดกโลกยูเนสโกที่มีความสำคัญทั้งทางธรณีวิทยาและประวัติศาสตร์ พื้นที่น้ำพุร้อนไกเซอร์ (Geysir Geothermal Area) ที่น้ำพุร้อนสโทรคูร์ (Strokkur) ปะทุทุก ๆ ไม่กี่นาที และ น้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss Waterfall) หนึ่งในน้ำตกที่ทรงพลังที่สุดของไอซ์แลนด์

วงกลมทองคำสามารถเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับจากเรคยาวิก หรือเป็นทางแวะระหว่างเที่ยวถนนวงแหวน (Ring Road) ก็ได้ คุณสามารถเลือกทัวร์วงกลมทองคำหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบขับรถเอง ทัวร์พร้อมไกด์ หรือกิจกรรมเฉพาะจุด เช่น ดำน้ำตื้น ขับสโนว์โมบิล ขี่ม้า และแช่น้ำแร่ร้อน

3. ชายฝั่งทางใต้ (South Coast) - แนวชายฝั่งที่สวยที่สุดของไอซ์แลนด์

พระอาทิตย์ตกเหนือดิร์โฮลาเอย์ (Dyrhólaey) และแท่งหินเรย์นิสดรังการ์ (Reynisdrangar) บนชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์ในฤดูหนาว ชายฝั่งทางใต้ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์สำหรับการขับรถเที่ยวหรือไปกับทัวร์พร้อมไกด์ เพราะมีภูมิประเทศที่งดงามตระการตา ภูมิภาคนี้มีสถานที่โด่งดังมากมาย ทั้งน้ำตกหาดทรายดำ และวิวธารน้ำแข็ง

ทางใต้ของไอซ์แลนด์ยังเหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น เดินธารน้ำแข็ง สำรวจถ้ำน้ำแข็ง และขี่ม้า

สามารถเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับจากเรคยาวิก หรือเลือกทัวร์ชายฝั่งทางใต้ แต่แนะนำให้ใช้เวลาอย่างน้อย 2 วันเพื่อสัมผัสประสบการณ์ได้เต็มที่ เพราะภูมิภาคนี้เต็มไปด้วยจุดลับและเส้นทางชมวิวสำหรับผู้ที่มีเวลามากกว่าแค่ไฮไลต์หลัก

4. คาบสมุทรสไนแฟลซเนส (Snaefellsnes) - ไอซ์แลนด์ฉบับย่อ

พระอาทิตย์ตกเหนือแท่งหินบะซอลต์และหน้าผามอสที่อาร์นาสทาปิ (Arnarstapi) ในไอซ์แลนด์ตะวันตก ท้องฟ้าสีม่วงสดใส

คาบสมุทรสไนแฟลซเนส มักถูกเรียกว่า "ไอซ์แลนด์ฉบับย่อ" เพราะรวมภูมิประเทศที่มีชื่อเสียงของประเทศไว้ในภูมิภาคเดียว ภายในอุทยานแห่งชาติสไนเฟลล์สโจกุล (Snaefellsjokull) คุณจะได้พบกับทุ่งลาวา ปล่องภูเขาไฟ หน้าผาริมทะเล และหาดทรายดำที่โดดเด่น

นอกจากการเที่ยวชมวิวและเดินเล่นริมชายฝั่งแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถสำรวจหมู่บ้านชาวประมง ออกทัวร์ชมวาฬหรือพายเรือคายัค เดินป่าตามเส้นทางสวย ๆ ขึ้นรถสโนว์แคทบนธารน้ำแข็งสไนเฟลล์สโจกุล หรือผจญภัยในถ้ำลาวาอันน่าตื่นตา

สไนแฟลซเนสเหมาะกับทั้งทริปวันเดียวจากเรคยาวิก หรือเป็นทางแวะระหว่างเที่ยวถนนวงแหวน (Ring Road) มีทัวร์สไนแฟลซเนสให้เลือกหลายแบบ จึงวางแผนเที่ยวได้ตามเวลาที่มีและสไตล์การเดินทางที่ชอบ

5. ฟยอร์ดตะวันออก (Eastfjords) - ความงามเงียบสงบและเสน่ห์ชายฝั่ง

คนยืนอยู่ในแคนยอนสตูดลากิล (Studlagil Canyon) ในไอซ์แลนด์ตะวันออก รายล้อมด้วยเสาหินบะซอลต์และแม่น้ำธารน้ำแข็งสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ ไอซ์แลนด์ตะวันออกเป็นภูมิภาคที่เงียบสงบและงดงาม มีถนนเลียบชายฝั่งคดเคี้ยว หมู่บ้านชาวประมงเงียบ ๆ และฟยอร์ดที่น่าตื่นตา

ที่นี่คุณจะได้พบกับสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก เช่น บ่อน้ำร้อนธรรมชาติ ฟยอร์ดเงียบสงบ น้ำตกซ่อนตัว และแคนยอน ซึ่งสามารถเที่ยวเองหรือเลือกไปกับทัวร์ฟยอร์ดตะวันออกก็ได้

โดยปกติแล้ว นักท่องเที่ยวจะมาเยือนฟยอร์ดตะวันออกเมื่อขับรถเที่ยวรอบถนนวงแหวน (Ring Road) เพราะอยู่ไกลจากเรคยาวิกเกินกว่าจะเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือบินจากเรคยาวิกไปยังเมืองเอกิลสตาดีร์ (Egilsstadir) แล้วเช่ารถขับเที่ยวต่อ

6. ไอซ์แลนด์เหนือ (North Iceland) - สัตว์ป่าและสิ่งมหัศจรรย์ภูเขาไฟ

ภาพถ่ายทางอากาศของทะเลสาบมิวาทน์ (Lake Mývatn) ในไอซ์แลนด์เหนือ มีเกาะภูเขาไฟ น้ำสีฟ้าใส และภูเขาไกล ๆ ในฤดูร้อน

ไอซ์แลนด์เหนือผสมผสานภูมิประเทศภูเขาไฟ พื้นที่น้ำพุร้อน และสัตว์ป่าหลากหลาย ไฮไลต์ของภูมิภาคนี้เชื่อมโยงกันด้วยเส้นทางไดมอนด์เซอร์เคิล (Diamond Circle) ที่รวมทั้งน้ำตก แคนยอน พื้นที่น้ำพุร้อน และเมืองชมวาฬฮูสาวิก (Husavik)

นอกจากภูมิประเทศแล้ว ไอซ์แลนด์เหนือยังเหมาะกับการพักผ่อนในบ่อน้ำร้อนธรรมชาติและสปา ในฤดูหนาว ที่นี่เป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับชมแสงเหนือและทัวร์นั่งเลื่อนที่ลากโดยสุนัข

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมาเยือนไอซ์แลนด์เหนือระหว่างขับรถรอบถนนวงแหวน (Ring Road) แต่หากเดินทางตรงจากเรคยาวิก ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 2-3 วันเพื่อสัมผัสภูมิภาคนี้อย่างเต็มที่

7. เวสต์ฟยอร์ด (Westfjords) - ภูมิประเทศสวยที่ซ่อนตัวและแนวชายฝั่งสุดตระการตา

บ้านหญ้าเทิร์ฟดั้งเดิมในโบลุงการ์วิก (Bolungarvík) เวสต์ฟยอร์ดของไอซ์แลนด์ ยามพระอาทิตย์ตก มองเห็นทะเลและภูเขาในฉากหลัง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในไอซ์แลนด์จะขับรถเที่ยวรอบถนนวงแหวน (Ring Road) แต่มีเพียงไม่กี่คนที่แวะไปยังเวสต์ฟยอร์ด ทำให้ภูมิภาคที่เงียบสงบและน่าทึ่งนี้มักถูกมองข้ามจากลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวในไอซ์แลนด์

ที่นี่คุณจะได้พบหน้าผาริมทะเลที่เต็มไปด้วยนกพัฟฟิน ชายหาดห่างไกล น้ำตก และถนนคดเคี้ยวผ่านฟยอร์ดที่ยังคงความบริสุทธิ์ กิจกรรมยอดนิยมในทัวร์เวสต์ฟยอร์ด ได้แก่ เดินป่า พายเรือคายัค ดูนก และแช่น้ำแร่ธรรมชาติ

คุณสามารถขับรถหรือบินไปยังเมืองอีสาฟยอร์ดูร์ (Isafjordur) แล้วเช่ารถขับเที่ยวต่อ เวสต์ฟยอร์ดเหมาะกับการเที่ยวในฤดูร้อนเมื่อถนนเปิดและสภาพอากาศเอื้ออำนวย ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 2-3 วันเต็มเพื่อเที่ยวไฮไลต์ต่าง ๆ ได้อย่างสบาย

8. คาบสมุทรเรคยาเนส (Reykjanes Peninsula) - ความงามแห่งน้ำพุร้อนใกล้เรคยาวิก

วิวสวยของทะเลสาบเคลฟาร์วัทน์ (Kleifarvatn Lake) บนคาบสมุทรเรคยาเนสในไอซ์แลนด์ กับภูมิประเทศภูเขาไฟและท้องฟ้าฤดูร้อนที่สงบ คาบสมุทรเรคยาเนส เป็นจุดแรกและจุดสุดท้ายที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะได้เห็นในไอซ์แลนด์ เพราะเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติเคฟลาวิก

สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดบนคาบสมุทรเรคยาเนสคือบลูลากูน (Blue Lagoon) สปาน้ำแร่ร้อนจากความร้อนใต้พิภพที่โอบล้อมด้วยภูมิประเทศภูเขาไฟ แต่ที่นี่มีอะไรให้เที่ยวมากกว่านั้น ทัวร์เรคยาเนสจะพาคุณไปยังจุดเด่นต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้

สำหรับผู้ที่มีเวลาครึ่งวันก่อนเดินทางกลับบ้านหรือหลังจากที่เครื่องบินมาถึงไอซ์แลนด์ เรคยาเนสสามารถขับรถเที่ยวได้ง่าย สถานที่น่าเที่ยวในภูมิภาคนี้ ได้แก่ พื้นที่ความร้อนใต้พิภพที่มีไอน้ำ ทุ่งลาวา ประภาคาร หน้าผาริมทะเล และภูเขาไฟใหม่ล่าสุดของไอซ์แลนด์อย่างปล่องซุนด์ฮนูคากีการ์ (Sundhnukagigar Craters)

9. ซิลเวอร์เซอร์เคิล (Silver Circle) - ความลับที่ดีที่สุดของไอซ์แลนด์ตะวันตก

น้ำตกเฮิร์นฟอสซาร์ (Hraunfossar) ในเส้นทางซิลเวอร์เซอร์เคิลของไอซ์แลนด์ สายน้ำใสไหลผ่านหินลาวาปกคลุมด้วยมอสลงสู่แม่น้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ ซิลเวอร์เซอร์เคิล เป็นเส้นทางท่องเที่ยวเงียบสงบในไอซ์แลนด์ตะวันตก เดินทางจากเรคยาวิกได้สะดวก มักนิยมเที่ยวระหว่างทางไปคาบสมุทรสไนแฟลซเนส หรือเป็นส่วนหนึ่งของทริปรอบถนนวงแหวน (Ring Road)

ซิลเวอร์เซอร์เคิลมีชื่อเสียงเรื่องน้ำตก น้ำพุร้อน และแหล่งประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวยังจะได้พบหุบเขาเงียบสงบ วิวภูเขา และบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ หลายคนยังเพิ่มทัวร์ธารน้ำแข็งลางโจกุล (Langjokull) เข้าไปในแผนด้วย ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่เป็นอันดับสองของไอซ์แลนด์

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเที่ยวซิลเวอร์เซอร์เคิลในหนึ่งวัน แต่สามารถรวมกับภูมิภาคใกล้เคียงได้หากมีเวลา

10. ไฮแลนด์ (Highlands) - ดินแดนธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และไร้การปรุงแต่งของไอซ์แลนด์

นักเดินป่ายืนอยู่บนสันเขาในลานมันนาเลยการ์ (Landmannalaugar) ไฮแลนด์ของไอซ์แลนด์ กับภูเขาหลากสีในฤดูร้อน ภูมิภาคที่ห่างไกลที่สุดของไอซ์แลนด์แห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์ที่ซ่อนอยู่ ไฮแลนด์ มีภูเขาไรโอไลต์หลากสี หุบเขาน้ำพุร้อน ทะเลทรายดำ และแม่น้ำธารน้ำแข็ง

นักท่องเที่ยวเดินทางมาไฮแลนด์เพื่อเดินป่า แช่น้ำแร่ธรรมชาติ หรือชมทิวทัศน์ดิบ ๆ ที่ยังไม่ถูกรบกวน พื้นที่กว้างใหญ่แห่งนี้เข้าถึงได้เฉพาะกับ ทัวร์ไฮแลนด์พร้อมไกด์ หรือหากมาในฤดูร้อน สามารถเข้าถึงได้ด้วยรถเช่า 4x4 อย่าลืมตรวจสอบถนน F (F-Roads) ที่ต้องใช้ก่อนออกเดินทาง

เมื่อคุณได้รู้จักภูมิภาคต่าง ๆ ของไอซ์แลนด์แล้ว จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะไปที่ไหนตามเวลาที่มีและประสบการณ์ที่ต้องการ อ่านต่อเพื่อดูว่าสิ่งที่ไม่ควรพลาดในไอซ์แลนด์มีอะไรบ้าง ก่อนที่เราจะเจาะลึกกิจกรรมยอดนิยม!

สิ่งที่ควรไปเห็นในไอซ์แลนด์

อินโฟกราฟิกแสดง 12 กิจกรรมยอดนิยมในไอซ์แลนด์ เช่น แสงเหนือ ธารน้ำแข็ง วาฬ และน้ำพุร้อน

ไม่ใช่ความลับเลยว่าไอซ์แลนด์มีธรรมชาติที่โดดเด่นและสวยงามไม่เหมือนใครมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ภูมิประเทศส่วนใหญ่ถูกหล่อหลอมโดยภูเขาไฟและธารน้ำแข็งตลอดเวลา จนเกิดความแตกต่างอันน่าทึ่ง

ประชากรที่น้อยของประเทศยิ่งทำให้ธรรมชาติเหล่านี้พิเศษขึ้นไปอีก เพราะส่วนใหญ่ยังคงความบริสุทธิ์และไม่ถูกรบกวน สิ่งที่ควรไปเห็นในไอซ์แลนด์ ได้แก่ น้ำตกทรงพลัง ธารน้ำแข็งกว้างใหญ่ สัตว์ป่าน่าทึ่ง แสงเหนือในฤดูหนาว และพระอาทิตย์เที่ยงคืนในฤดูร้อน

ด้านล่างนี้คือภาพรวมสั้น ๆ ของ 10 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติยอดนิยม เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าสิ่งไหนควรไปเห็นในไอซ์แลนด์

1. แสงเหนือ - มหัศจรรย์แห่งแสงฤดูหนาวของไอซ์แลนด์

แสงเหนือสะท้อนในทะเลใต้ภูเขาคิร์กจูเฟลล์ (Kirkjufell) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเมษายน คุณสามารถชมแสงเหนือในไอซ์แลนด์ อันน่าอัศจรรย์ได้ หลายคนถือว่านี่คือสิ่งที่ควรไปเห็นที่สุดในไอซ์แลนด์และเป็นไฮไลต์ของทริป

คุณสามารถออกตามล่าแสงเหนือด้วยตัวเอง หรือเลือกทัวร์แสงเหนือพร้อมไกด์ ที่จะพาคุณไปยังจุดลับที่มีโอกาสเห็นแสงเหนือมากที่สุด

2. น้ำตก - ความมหัศจรรย์นับไม่ถ้วนทั่วประเทศ

น้ำตกสโคกาฟอสส์ (Skógafoss) ในไอซ์แลนด์ใต้ กับดอกลูพินสีม่วงบานสะพรั่งในฤดูร้อน ไอซ์แลนด์ขึ้นชื่อเรื่องน้ำตกที่สวยงาม หลายแห่งตั้งอยู่ติดถนนวงแหวน (Ring Road) เช่น น้ำตกสโคกาฟอสส์ (Skogafoss) น้ำตกหลายแห่งยังมีตำนานพื้นบ้านเกี่ยวข้อง เพิ่มความลึกลับให้กับสถานที่

น้ำตกบางแห่ง เช่น น้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss) มีขนาดใหญ่และทรงพลัง ขณะที่บางแห่งเล็กและอ่อนช้อยกว่า และยังมีน้ำตกหลายแห่งที่สามารถเดินลอดด้านหลังได้ เช่น น้ำตกเซลยาแลนด์สฟอสส์ (Seljalandsfoss) อันโด่งดัง

3. ธารน้ำแข็งและทะเลสาบธารน้ำแข็ง - ผืนน้ำแข็งมหึมาและภูเขาน้ำแข็งลอยน้ำ

ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอน (Jökulsárlón Glacier Lagoon) ในไอซ์แลนด์ยามพระอาทิตย์ตก มีภูเขาน้ำแข็งลอยและเงาสะท้อนในน้ำสงบ

ธารน้ำแข็งคือหนึ่งในสิ่งที่ควรไปเห็นที่สุดในไอซ์แลนด์ ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ของประเทศและหล่อเลี้ยงทะเลสาบอันงดงามอย่างทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอน (Jokulsarlon Glacier Lagoon) ที่มีภูเขาน้ำแข็งค่อย ๆ ลอยออกสู่ทะเล

หากอยากสัมผัสประสบการณ์ใกล้ชิดกับธรรมชาติอันน่าทึ่งนี้ สามารถเลือกทัวร์ธารน้ำแข็ง เพื่อเดินบนผืนน้ำแข็งหรือสำรวจถ้ำน้ำแข็งธรรมชาติ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่น่าจดจำในไอซ์แลนด์

4. ถ้ำน้ำแข็ง - สำรวจโลกที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำแข็ง

นักท่องเที่ยวใส่เสื้อกันหนาวสีเหลืองสำรวจถ้ำน้ำแข็งสีฟ้าในไอซ์แลนด์ระหว่างทัวร์ธารน้ำแข็งพร้อมไกด์

ในฤดูหนาว ถ้ำน้ำแข็งจะก่อตัวขึ้นตามธรรมชาติภายในธารน้ำแข็งของไอซ์แลนด์ ถ้ำสีน้ำเงินระยิบระยับเหล่านี้สามารถเข้าชมได้เฉพาะเมื่อเข้าร่วมกับทัวร์ถ้ำน้ำแข็งพร้อมไกด์ ซึ่งมักเปิดให้บริการระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม

ถ้ำน้ำแข็งที่มีชื่อเสียงที่สุดคือถ้ำน้ำแข็งคริสตัลสีน้ำเงิน (Crystal Blue Ice Cave) ในธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล (Vatnajokull) ส่วนถ้ำน้ำแข็งแห่งเดียวในไอซ์แลนด์ที่เที่ยวได้ตลอดปีคือถ้ำน้ำแข็งคัทลา (Katla Ice Cave) ใต้ธารน้ำแข็งมิร์ดาลส์โจกุล (Myrdalsjokull)

5. หาดทรายดำ - ชายฝั่งภูเขาไฟสุดแปลกตา

นกพัฟฟินรวมตัวกันบนหน้าผาหญ้าเหนือหาดทรายดำเรย์นิสฟยารา (Reynisfjara Black Sand Beach) ในไอซ์แลนด์ช่วงฤดูวางไข่ หาดทรายดำในไอซ์แลนด์เกิดจากภูเขาไฟ มีความสวยงามแปลกตา หาดที่มีชื่อเสียงที่สุดคือหาดทรายดำเรย์นิสฟยารา (Reynisfjara) ที่มีหน้าผาบะซอลต์และคลื่นกระหน่ำ

หาดไดมอนด์ (Diamond Beach) ใกล้ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอนก็เป็นอีกหนึ่งหาดที่สวยงาม มีน้ำแข็งระยิบระยับ ส่วนจุดถ่ายภาพยอดนิยมคือโซลเฮมาซานดูร์ (Solheimasandur) ทุ่งทรายดำกว้างใหญ่ที่มีซากเครื่องบิน DC3 ตั้งอยู่

6. ภูเขาไฟและทุ่งลาวา - พลังดิบของโลก

ภูเขาไฟซุนด์ฮนูคากีการ์ (Sundhnukagigar) ปะทุในไอซ์แลนด์ มีลาวาไหลและปล่องเรืองแสงยามพระอาทิตย์ตก ภูเขาไฟในไอซ์แลนด์ได้หล่อหลอมภูมิประเทศให้เกิดทุ่งทรายดำ ทุ่งลาวาขรุขระ และปล่องภูเขาไฟอันน่าตื่นตา การปะทุบนคาบสมุทรเรคยาเนส (Reykjanes Peninsula) ล่าสุด แสดงให้เห็นว่าไอซ์แลนด์ยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

คุณสามารถเดินข้ามทุ่งลาวาโบราณ เที่ยวปล่องภูเขาไฟ หรือชมจุดปะทุใหม่อย่างปล่องซุนด์ฮนูคากีการ์ (Sundhnukagigar Craters) กับทัวร์ภูเขาไฟพร้อมไกด์ ภูมิประเทศภูเขาไฟยังคงเป็นหนึ่งในสิ่งที่น่าตื่นตาที่สุดในไอซ์แลนด์

7. วาฬ - ยักษ์ใหญ่แห่งท้องทะเล

ภาพถ่ายทางอากาศของวาฬหลังค่อมสามตัวว่ายน้ำในทะเลสีฟ้าใสใกล้ชายฝั่งไอซ์แลนด์ในฤดูชมวาฬ

ไอซ์แลนด์เป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับชมวาฬ มีทัวร์ชมวาฬให้บริการตลอดทั้งปี สามารถพบเห็นวาฬมิงค์ วาฬหลังค่อม และโลมา บางครั้งอาจเห็นวาฬเพชฌฆาตหรือวาฬสีน้ำเงินด้วย

ทัวร์ที่ดีที่สุดออกจากฮูสาวิก (Husavik) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น "เมืองหลวงชมวาฬแห่งยุโรป" รวมถึงเรคยาวิก อาคูเรย์รี (Akureyri) และเมืองชายฝั่งเล็ก ๆ อื่น ๆ ทั่วไอซ์แลนด์

8. นกพัฟฟิน - นกทะเลขวัญใจชาวไอซ์แลนด์

นกพัฟฟินแอตแลนติกสองตัวจรดจะงอยปากกันบนหน้าผาหญ้าในไอซ์แลนด์ช่วงฤดูวางไข่

นกพัฟฟินเป็นหนึ่งในสิ่งที่นักท่องเที่ยวอยากเห็นมากที่สุดในไอซ์แลนด์ โดยพวกมันจะทำรังบนหน้าผาริมทะเลตั้งแต่พฤษภาคมถึงสิงหาคม อาณานิคมนกพัฟฟินที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่หมู่เกาะเวสต์แมน (Westman Islands) นอกชายฝั่งทางใต้

คุณสามารถเลือกทัวร์ดูนก เพื่อชมพัฟฟินใกล้ ๆ หรือบางครั้งอาจเห็นได้ระหว่างทัวร์ชมวาฬ จุดชมพัฟฟินมีอยู่ทั่วชายฝั่งไอซ์แลนด์

9. น้ำพุร้อนและพื้นที่ความร้อนใต้พิภพ - จุดที่ไฟและน้ำมาบรรจบกัน

บ่อน้ำเดือดที่นามาสการ์ด (Námaskarð) พื้นที่น้ำพุร้อนในไอซ์แลนด์เหนือ ดินสีสันสดใสและไอน้ำลอยในยามพระอาทิตย์ตก

เมื่อค้นหาสิ่งที่ควรไปเห็นในไอซ์แลนด์ น้ำพุร้อนธรรมชาติจากความร้อนใต้พิภพมักติดอันดับต้น ๆ บางแห่งอยู่ในที่ห่างไกล ขณะที่บางแห่งได้รับการพัฒนาเป็นสปาน้ำแร่ร้อน

นักท่องเที่ยวสามารถเลือกทัวร์น้ำพุร้อน เพื่อผ่อนคลายในสระน้ำอุ่นตามธรรมชาติ หรือไปเยือนพื้นที่ความร้อนใต้พิภพ ที่เต็มไปด้วยไอน้ำดันขึ้นจากพื้นดิน ดินแร่สีสันสดใส และบ่อโคลนเดือดปุด ๆ

10. พระอาทิตย์เที่ยงคืน – แสงสว่างไม่สิ้นสุดในฤดูร้อนของอาร์กติก

น้ำตกเซลยาแลนด์สฟอสส์ในไอซ์แลนด์ยามพระอาทิตย์เที่ยงคืน แสงทองส่องเหนือภูมิประเทศสีเขียวหนึ่งในประสบการณ์ที่น่าทึ่งที่สุดในไอซ์แลนด์คือพระอาทิตย์เที่ยงคืน ซึ่งเป็นช่วงที่พระอาทิตย์แทบไม่ตกดินในฤดูร้อน โดยเฉพาะรอบวันครีษมายันในเดือนมิถุนายน ช่วงเย็นจะยังคงสว่างจ้าไปจนถึงหลังเที่ยงคืน

ทัวร์พระอาทิตย์เที่ยงคืน ชวนให้นักเดินทางได้เพลิดเพลินกับกลางวันแบบยาว ๆ สำหรับเที่ยวชม ถ่ายภาพ และผจญภัยกลางแจ้ง แสงสว่างที่ยาวนานนี้เองที่ทำให้ฤดูร้อนเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวไอซ์แลนด์

การรู้จักไฮไลต์ธรรมชาติเหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าควรโฟกัสกับเสน่ห์แบบไหนของไอซ์แลนด์ ต่อไปเราจะพาคุณไปรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของไอซ์แลนด์ที่ควรบรรจุไว้ในแผนการเดินทาง เพื่อให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์สุดประทับใจ

10 สถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดในไอซ์แลนด์

น้ำตกกุลล์ฟอสส์ในวงกลมทองคำของไอซ์แลนด์ ไหลลดหลั่นสองชั้นลงสู่หุบเขา ล้อมรอบด้วยหน้าผาเขียวขจีในยามพระอาทิตย์ตกดิน

ไอซ์แลนด์เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่น่าจดจำ แม้จะมีไฮไลต์มากมายที่กล่าวถึงไปแล้ว แต่ต่อไปนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดที่ควรไปเยือนในไอซ์แลนด์

10. ภูเขาคิร์กจูเฟลล์ (Kirkjufell)

ภูเขาคิร์กจูเฟลล์เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่โดดเด่นที่สุดของไอซ์แลนด์ ตั้งตระหง่านราวกับพีระมิดบนคาบสมุทรสไนแฟลซเนส (Snaefellsnes) จนได้รับฉายาว่า “ภูเขาที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดในไอซ์แลนด์” และคุณจะเข้าใจทันทีเมื่อได้มายืนอยู่ตรงหน้า

เมื่อจับคู่กับน้ำตกคิร์กจูเฟลล์ฟอสส์ ที่อยู่ใกล้กัน ก็จะได้ภาพถ่ายที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของไอซ์แลนด์

  • ระยะทางจากเรคยาวิก: ประมาณ 185 กิโลเมตร (115 ไมล์) ใช้เวลาขับรถประมาณ 2.5 ชั่วโมง

  • วิธีเดินทาง: เหมาะกับเดย์ทริปบนคาบสมุทรสไนแฟลซเนส ทั้งทัวร์พร้อมไกด์และทัวร์สำหรับขับรถเอง สามารถรวมคิร์กจูเฟลล์กับไฮไลต์อื่น ๆ เช่น ธารน้ำแข็งสไนเฟลล์สโจกุล (Snaefellsjokull) และหาดดยูปาลอนส์ซานดูร์ (Djupalonssandur)

9. พื้นที่ความร้อนใต้พิภพทะเลสาบมิวาทน์ (Lake Myvatn Geothermal Area)

ภาพมุมสูงแบบพาโนรามาของทะเลสาบมิวาทน์ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของไอซ์แลนด์ น้ำสีฟ้าครามเผยให้เห็นลาวาใต้น้ำ แหลมสีเขียวทอดยาวสู่ทะเลสาบ ล้อมรอบด้วยทุ่งหญ้าและภูมิประเทศภูเขาไฟใต้ท้องฟ้าสวย

ภูมิภาคทะเลสาบมิวาทน์ทางตอนเหนือของไอซ์แลนด์ เป็นจุดหมายที่น่าทึ่งซึ่งมีภูมิประเทศภูเขาไฟสุดอลังการ กิจกรรมความร้อนใต้พิภพ และนกนานาชนิด

ไฮไลต์ได้แก่ ลาวารูปทรงแปลกตาที่ดิมมูบอร์กีร์ (Dimmuborgir) บ่อโคลนเดือดที่ฮแวรีร์ (Hverir) และปล่องภูเขาไฟเทียมที่เกิดจากการปะทุในอดีต นักท่องเที่ยวยังสามารถแช่ตัวในเอิร์ธลากูน (Earth Lagoon) หรือที่เดิมเคยรู้จักกันในชื่อมิวาทน์เนเชอร์บาธส์ (Myvatn Nature Baths) ซึ่งเป็นอีกทางเลือกที่เงียบสงบแทนการไปบลูลากูน พร้อมวิวทะเลสาบกว้างไกล

  • ระยะทางจากเรคยาวิก: ประมาณ 480 กิโลเมตร (300 ไมล์) ใช้เวลาขับรถ 6–7 ชั่วโมง เมืองที่ใกล้ที่สุดคืออาคูเรย์รี (Akureyri) ห่างออกไปประมาณ 90 กิโลเมตร (55 ไมล์)

  • วิธีเดินทาง: เหมาะกับการเที่ยวด้วยทัวร์ไอซ์แลนด์เหนือหรือทัวร์ไดมอนด์เซอร์เคิล (Diamond Circle) หรือขับรถเองตามถนนวงแหวน (Ring Road)

8. อุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ (Thingvellir National Park)

ภาพมุมสูงของอุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของไอซ์แลนด์ หน้าผาภูเขาไฟปกคลุมด้วยมอสและรอยแยกตัดกับทุ่งหญ้าสีทอง แม่น้ำคดเคี้ยวนำไปสู่กลุ่มอาคารสีขาวและโบสถ์ริมทะเลสาบธิงวาลลาวาทน์อุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ (Thingvellir) เป็นมรดกโลกยูเนสโก ที่นี่คือที่ตั้งรัฐสภาแห่งแรกของไอซ์แลนด์ที่สร้างในปี ค.ศ. 930 และยังเป็นมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยา มีรอยแยกระหว่างแผ่นเปลือกโลกยูเรเชียและอเมริกาเหนือให้เห็นอย่างชัดเจน

ผู้มาเยือนสามารถสำรวจร่องเขาอัลมันนากยา (Almannagja) อันน่าตื่นตา ชมน้ำตกออกซาราร์ฟอสส์ (Oxararfoss) และดำน้ำตื้นในน้ำใสบริสุทธิ์ของรอยแยกซิลฟรา (Silfra Fissure)

  • ระยะทางจากเรคยาวิก: ประมาณ 47 กิโลเมตร (30 ไมล์) ใช้เวลาขับรถ 45 นาที

  • วิธีเดินทาง: ธิงเวลลีร์เป็นหนึ่งในสามจุดเที่ยวหลักของวงกลมทองคำ (Golden Circle) ที่รวมอยู่ในทัวร์พร้อมไกด์เกือบทุกแพ็กเกจและการขับรถไปเองก็สะดวกมาก

7. อุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล (Vatnajökull National Park)

อุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล ครอบคลุมพื้นที่เกือบ 15% ของไอซ์แลนด์ รวมถึงธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ภูเขาไฟ หุบเขา และสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาตินับไม่ถ้วน

พื้นที่ยอดนิยมคือเขตอนุรักษ์ธรรมชาติสกาฟตาเฟลล์ (Skaftafell) ที่คุณสามารถร่วมกิจกรรมเดินธารน้ำแข็งและเยือนน้ำตกสวาร์ติฟอสส์ (Svartifoss) น้ำตกเสาหินบะซอลต์สุดอลังการที่เป็นแรงบันดาลใจให้โบสถ์ฮัลล์กริมสคิร์กยา (Hallgrimskirkja) ในเรคยาวิก

  • ระยะทางจากเรคยาวิก: ประมาณ 320 กิโลเมตร (200 ไมล์) ใช้เวลาขับรถ 4.5–5 ชั่วโมง

  • วิธีเดินทาง: เหมาะกับทริปหลายวันตามชายฝั่งทางใต้หรือถนนวงแหวน ทัวร์พร้อมไกด์มักรวมกิจกรรมที่สกาฟตาเฟลล์กับทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอน 

6. น้ำตกสโคกาฟอสส์ (Skogafoss Waterfall)

น้ำตกสโคกาฟอสส์ เป็นหนึ่งในน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดของไอซ์แลนด์ ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางใต้ สายน้ำกว้างและทรงพลังไหลลงมาอย่างสมมาตร มักมีสายรุ้งปรากฏในละอองน้ำ

มีบันไดข้างน้ำตกให้เดินขึ้นไปชมวิวชายฝั่งและแม่น้ำสโคกา (Skoga) จากมุมสูง

  • ระยะทางจากเรคยาวิก: ประมาณ 150 กิโลเมตร (95 ไมล์) ใช้เวลาขับรถราว 2 ชั่วโมงเศษ

  • วิธีเดินทาง: ตั้งอยู่ติดถนนวงแหวน เดินทางง่าย เหมาะกับจัดไว้ในเดย์ทริปเที่ยวชายฝั่งทางใต้หรือรวมในแผนขับรถเที่ยวเอง ทัวร์พร้อมไกด์ส่วนใหญ่ก็แวะที่นี่เช่นกัน

5. บลูลากูน (The Blue Lagoon)

บลูลากูน เป็นสปาน้ำแร่ร้อนชื่อดังของไอซ์แลนด์ ตั้งอยู่ระหว่างสนามบินเคฟลาวิกกับเรคยาวิก น้ำอุ่นที่อุดมด้วยแร่ธาตุเหมาะสำหรับการผ่อนคลายก่อนหรือหลังเดินทาง

สามารถไปเยือนได้ตลอดปี แต่ควรจองบัตรเข้าบลูลากูน ล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่น

  • ระยะทางจากเรคยาวิก: ประมาณ 50 กิโลเมตร (30 ไมล์) ใช้เวลาขับรถประมาณ 45 นาที

  • วิธีเดินทาง: เดินทางสะดวกทั้งโดยรถยนต์หรือรถชัตเทิลจากเรคยาวิกหรือสนามบินเคฟลาวิก บริการรับส่งสนามบินส่วนใหญ่จะพาแวะที่ลากูนด้วย

4. น้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss Waterfall)

จุดแวะสำคัญบนเส้นทางวงกลมทองคำ น้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss) หรือ “น้ำตกทองคำ” เป็นน้ำตกสองชั้นขนาดใหญ่ที่ไหลลงสู่หุบเขาหินผาอย่างทรงพลัง

มีทางเดินชมวิวที่ดูแลอย่างดี เดินทางง่ายจากเรคยาวิกทั้งแบบทัวร์พร้อมไกด์หรือขับรถเอง

  • ระยะทางจากเรคยาวิก: ประมาณ 116 กิโลเมตร (72 ไมล์) ใช้เวลาขับรถ 1.5–2 ชั่วโมง สำหรับเส้นทางวงกลมทองคำแสนคลาสสิกทั้งหมดมีความยาว 300 กิโลเมตร (190 ไมล์) ซึ่งจะใช้เวลา 6-8 ชั่วโมง

  • วิธีเดินทาง: เที่ยวได้ง่ายในทริปวงกลมทองคำทั้งแบบขับเองหรือทัวร์พร้อมไกด์จากเรคยาวิก

3. หาดทรายดำเรย์นิสฟยารา (Reynisfjara Black Sand Beach)

อยู่ใกล้เมืองวิก (Vik) บนชายฝั่งทางใต้ หาดเรย์นิสฟยารา (Reynisfjara) มีชื่อเสียงเรื่องทรายดำ เสาหินบะซอลต์ กองหินกลางทะเล และคลื่นแอตแลนติกที่รุนแรง

เป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพยอดนิยมของไอซ์แลนด์ แต่ควรระวังคลื่นสนีกเกอร์ (Sneaker waves) ที่ซัดแรงและอันตราย

  • ระยะทางจากเรคยาวิก: ประมาณ 185 กิโลเมตร (115 ไมล์) ใช้เวลาขับรถ 2.5–3 ชั่วโมง

  • วิธีเดินทาง: รวมอยู่ในทัวร์ชายฝั่งทางใต้ส่วนใหญ่ หรือสามารถขับรถไปเองได้ตามถนนวงแหวน

หมายเหตุ: ในปี 2026 หาดเรย์นิสฟยาราประสบปัญหาการกัดเซาะอย่างรุนแรงเป็นประวัติการณ์ ปัจจุบันไม่สามารถลงไปเดินบนชายหาดได้ เนื่องจากระดับน้ำทะเลสูงกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม คุณยังคงสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันน่าทึ่งของแนวหิน เสาหินบะซอลต์ และแท่งหินกลางทะเลได้

2. น้ำตกเซลยาแลนด์สฟอสส์ (Seljalandsfoss Waterfall)

น้ำตกเซลยาแลนด์สฟอสส์ (Seljalandsfoss) บนชายฝั่งทางใต้มีเอกลักษณ์ตรงที่สามารถเดินลอดหลังม่านน้ำได้ จึงสามารถเห็นวิวจากด้านในน้ำตก

มองเห็นได้จากถนนวงแหวน เป็นจุดแวะที่เข้าถึงง่ายและสวยงามสำหรับผู้ที่มุ่งหน้าไปน้ำตกสโคกาฟอสส์ เมืองวิก หรือทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอน

  • ระยะทางจากเรคยาวิก: ประมาณ 130 กิโลเมตร (80 ไมล์) ใช้เวลาขับรถ 2 ชั่วโมง

  • วิธีเดินทาง: ขับรถเองสะดวกมาก และเป็นจุดแวะสำคัญของทัวร์ชายฝั่งทางใต้จากเรคยาวิก

1. ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอน (Jokulsarlon Glacier Lagoon)

ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอนมักถูกยกให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของไอซ์แลนด์ เป็นไฮไลต์ของทริปไอซ์แลนด์ตะวันออกเฉียงใต้ ที่นี่ก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาจากธารน้ำแข็งเบรดาแมร์คูร์โจกุล (Breidamerkurjokull) จะหลุดออกมาและลอยผ่านลากูนก่อนจะถึงทะเล

คุณสามารถเดินเล่นริมฝั่ง เข้าร่วมกับทัวร์ล่องเรือในโจกุลซาร์ลอนที่พาชมท่ามกลางภูเขาน้ำแข็ง หรือเดินไปยังหาดไดมอนด์ (Diamond Beach) ที่ก้อนน้ำแข็งถูกซัดขึ้นมาบนหาดทรายดำ

  • ระยะทางจากเรคยาวิก: ประมาณ 380 กิโลเมตร (235 ไมล์) ใช้เวลาขับรถ 5–6 ชั่วโมง

  • วิธีเดินทาง: เหมาะกับทริปขับรถเอง 2 วันพร้อมค้างคืนตามชายฝั่งทางใต้ หรือรวมอยู่ในทัวร์พร้อมไกด์ที่พาเที่ยวไอซ์แลนด์ใต้หรือถนนวงแหวน

15 ประสบการณ์ที่ต้องทำในไอซ์แลนด์

ภูเขาเวสตราฮอร์นปกคลุมด้วยหิมะในไอซ์แลนด์ยามพระอาทิตย์ตก ท้องฟ้าสีสวยและคลื่นทะเลซัดชายฝั่ง

ไม่ว่าคุณจะเลือกขับรถเที่ยวเองรอบไอซ์แลนด์หรือร่วมทัวร์ เราได้รวบรวมกิจกรรมยอดนิยมมาให้ และไม่ใช่แค่ 10 แต่มีถึง 15 ประสบการณ์ที่ต้องทำในไอซ์แลนด์!

15. ขับรถเที่ยวรอบเกาะ สัมผัสไอซ์แลนด์แบบเต็มอิ่ม

รถสีแดงขับบนถนนทรายดำที่สต็อกส์เนส ใกล้ภูเขาเวสตราฮอร์นในไอซ์แลนด์ ทุ่งหญ้าและท้องฟ้ายามพระอาทิตย์ตกต้องยอมรับว่าการขับรถเที่ยวเองคือวิธีที่ดีที่สุดในการสัมผัสไอซ์แลนด์ ไม่ว่าคุณจะขับวนรอบเกาะบนถนนวงแหวน (Ring Road) หรือออกล่าแสงเหนือในฟยอร์ดเงียบสงบ การเดินทางเองนี่แหละที่มักสร้างความประทับใจที่สุด

ไม่มีอะไรเทียบได้กับอิสระบนถนนโล่ง ๆ ที่คุณสามารถจอดแวะชมจุดลับ อย่างน้ำตกไร้ชื่อ ฝูงม้าไอซ์แลนด์ หรือวิวภูเขาสุดตระการตา บนเส้นทางขับรถที่ดีที่สุดได้รวมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมตามถนนวงแหวน ที่เต็มไปด้วยไฮไลต์ไม่รู้จบ

ทัวร์ขับรถเองฤดูร้อน จะได้ประโยชน์จากพระอาทิตย์เที่ยงคืน ให้เที่ยวได้ยาวนานทั้งวันทั้งคืน ส่วนทัวร์ขับรถเองฤดูหนาว ก็ให้ประสบการณ์ต่างออกไป ท่ามกลางหิมะขาวโพลนและคืนที่ได้ล่าแสงเหนือ

ถนนตรงมุ่งสู่ภูเขาและธารน้ำแข็งในอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล ข้างทางมีหิมะปกคลุมใต้ท้องฟ้าสีฟ้าใสนี่คือทัวร์ขับรถเองยอดนิยมที่ได้รับคะแนนสูงสุดสำหรับการผจญภัยในไอซ์แลนด์ที่ไม่มีวันลืม:

แม้ทัวร์พร้อมไกด์จะเหมาะกับผู้ที่ไม่อยากขับรถเอง แต่ไม่มีอะไรเทียบได้กับความยืดหยุ่นและความเป็นส่วนตัวของการเดินทางตามจังหวะของตัวเอง

14. เยือนหมู่บ้านชาวประมงและชมกวางเรนเดียร์ป่าในอีสต์ฟยอร์ด (Eastfjords)

นกพัฟฟินยืนบนโขดหินปกคลุมมอสท่ามกลางดอกเดซี่ในไอซ์แลนด์ตะวันออกช่วงฤดูทำรังฟยอร์ดตะวันออกหรืออีสต์ฟยอร์ด มักถูกนักเดินทางขับรถผ่านอย่างรวดเร็ว แต่ผู้ที่แวะมาจะได้พบกับหมู่บ้านชาวประมงสีสันสดใส ฟยอร์ดสุดอลังการ และวิถีชีวิตที่เนิบช้า เป็นมุมสงบของประเทศที่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมและใกล้ชิดธรรมชาติ

ไอซ์แลนด์ตะวันออกถูกผนวกเข้าในโปรแกรมสำหรับทัวร์หลายวันพร้อมไกด์ และทัวร์ขับรถเองตามถนนวงแหวน หากคุณเลือกสำรวจพื้นที่นี้ นี่คือ เมืองน่าเที่ยวในฟยอร์ดตะวันออก:

นอกจากหมู่บ้านแล้ว ยังมีสถานที่น่าเที่ยวในไอซ์แลนด์ตะวันออกอีกมากมาย เช่น ภูเขาเวสตราฮอร์น (Vestrahorn) บนชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ แคนยอนสตุดลากิล (Studlagil Canyon) ใกล้เอกิลส์สตาดีร์ และ น้ำตกเฮงกิฟอสส์ (Hengifoss) ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหน้าผาสีแดงดำอันโดดเด่น ทะเลสาบลาการ์ฟลจ็อต (Lagarfljot Lake) ที่เล่าขานกันว่ามีสัตว์ในตำนานอาศัยอยู่ ก็เพิ่มสีสันด้านนิทานพื้นบ้านให้ภูมิภาคนี้

กวางเรนเดียร์หากินบนทุ่งหญ้าสีทองใต้ภูเขาเวสตราฮอร์นในไอซ์แลนด์ตะวันออกเฉียงใต้ เมฆต่ำปกคลุมยอดเขาและทะเลอยู่เชิงเขาหนึ่งในกิจกรรมที่ไม่เหมือนใครเมื่อเที่ยวฟยอร์ดตะวันออกคือการชมกวางเรนเดียร์ ไอซ์แลนด์ตะวันออกเป็นภูมิภาคเดียวที่คุณจะได้เห็นฝูงกวางเรนเดียร์ในธรรมชาติ

กวางเรนเดียร์ในไอซ์แลนด์ถูกนำเข้ามาจากนอร์เวย์ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ปัจจุบันมีจำนวนหลายพันตัว โดยจะย้ายถิ่นระหว่างไฮแลนด์ในฤดูร้อนและชายฝั่งในฤดูหนาว

หากอยากเห็นกวางเรนเดียร์ในธรรมชาติ แนะนำให้เลือกทัวร์ซูเปอร์จี๊ปชมกวางเรนเดียร์กับไกด์ท้องถิ่นที่รู้แหล่งหากินของฝูงกวาง หรือไปที่เรนเดียร์พาร์ค (Reindeer Park) ในเอกิลส์สตาดีร์ เพื่อพบกับกวางเรนเดียร์สองตัวที่ได้รับการช่วยเหลือมาดูแลอย่างใกล้ชิด

13. สำรวจธรรมชาติบริสุทธิ์ในเวสต์ฟยอร์ด (Westfjords) อันห่างไกล

การสำรวจเวสต์ฟยอร์ด หรือฟยอร์ดตะวันออก ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมผจญภัยที่สุดของไอซ์แลนด์ เหมาะกับผู้ที่มาเยือนครั้งที่สองหรือผู้ที่ชื่นชอบภูมิประเทศสุดอลังการและความสงบ

เวสต์ฟยอร์ดเป็นภูมิภาคที่ห่างไกลที่สุดแห่งหนึ่งของไอซ์แลนด์ อยู่ไกลจากถนนวงแหวนและไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาเยือน ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือช่วงเดือนที่อากาศอุ่นซึ่งถนนส่วนใหญ่เปิดโล่ง ทัวร์ขับรถเองฤดูร้อนจึงเหมาะกับการสัมผัสภูมิภาคนี้

อีสาฟยอร์ดูร์ (Isafjordur) เป็นเมืองหลักของเวสต์ฟยอร์ด นอกจากวิวหุบเขาและฟยอร์ดแล้ว ยังมีร้านค้า บริการ และกิจกรรมมากมายในอีสาฟยอร์ดูร์ รวมถึงร้านอาหารที่ถนัดเมนูปลาที่สุดในไอซ์แลนด์ (ในความเห็นของเรา) ที่พักในอีสาฟยอร์ดูร์ก็เหมาะเป็นฐานสำหรับผจญภัยในเวสต์ฟยอร์ด หาดทรายสีทองกว้างใหญ่ที่เรยดาซานดูร์ในเวสต์ฟยอร์ดของไอซ์แลนด์ คลื่นซัดชายฝั่งและภูเขาสูงตระหง่านใต้ท้องฟ้าสีฟ้าใส

การขับรถที่นี่ถือเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ถนนคดเคี้ยวเลียบฟยอร์ดยาวไกล ต้องเตรียมพร้อมสำหรับถนนลูกรังและการเดินทางที่ช้ากว่าปกติ แต่ทิวทัศน์สุดอลังการก็คุ้มค่า โดยเฉพาะเมื่อไปถึงสถานที่ธรรมชาติยอดนิยมในเวสต์ฟยอร์ด:

ภูมิภาคนี้ยังมีเมืองเล็ก ๆ วิวสวยที่ให้บริการพื้นฐานและเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมได้สะดวก พาเรกส์ฟยอร์ดูร์ (Patreksfjordur) เป็นเมืองใกล้หน้าผาลาทราบิยาร์กและหาดเรยดาซานดูร์ ส่วนโฮลมาวิก (Holmavik) ทางตะวันออกของเวสต์ฟยอร์ด มีพิพิธภัณฑ์เวทมนตร์และคาถาที่แปลกไม่เหมือนใคร

12. สัมผัสพระอาทิตย์เที่ยงคืนในฤดูร้อนไอซ์แลนด์

พระอาทิตย์เที่ยงคืนเหนือทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอน แสงสีส้มสะท้อนผิวน้ำสงบ

การมาเที่ยวไอซ์แลนด์ฤดูร้อนคือการได้สัมผัสปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดมหัศจรรย์อย่างพระอาทิตย์เที่ยงคืน

ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงต้นสิงหาคม พระอาทิตย์แทบไม่ตกดิน สาดแสงทองยาวนานถึงค่ำคืน เหมาะกับการเที่ยวชมธรรมชาติยามเย็น

ด้วยแสงสว่างที่ยาวนาน คุณจะมีเวลาเที่ยวมากขึ้น ไม่ว่าจะเดินป่ายามเย็น เที่ยวชมสถานที่ หรือถ่ายภาพกลางคืน แสงพิเศษนี้ยังทำให้ภูมิประเทศไอซ์แลนด์ดูเหนือจริงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในไฮแลนด์ ชายฝั่ง และน้ำตก

ภูเขาคิร์กจูเฟลล์กับพระอาทิตย์เที่ยงคืน สีสันพระอาทิตย์ตกสดใสสะท้อนผิวน้ำสงบ

มีทัวร์พระอาทิตย์เที่ยงคืนมากมายที่จัดขึ้นเพื่อให้คุณได้สัมผัสช่วงเวลาทองของแสงอาทิตย์ ทัวร์เหล่านี้จะพาคุณดื่มด่ำกับธรรมชาติไอซ์แลนด์ใต้ท้องฟ้ายามค่ำที่เรืองรอง:

พระอาทิตย์เที่ยงคืนยังเปลี่ยนจังหวะชีวิตของผู้คนที่นี่อีกด้วย นี่คือช่วงเวลาหลักของเทศกาลต่าง ๆ ในไอซ์แลนด์ และคอนเสิร์ตกลางแจ้ง รวมถึงการพบปะสังสรรค์ที่ยืดเยื้อไปจนดึกดื่น เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวัฒนธรรมไอซ์แลนด์ในแบบที่เกิดขึ้นเฉพาะภายใต้แสงสว่างไม่รู้จบนี้เท่านั้น

11. ชื่นชมภูเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดของไอซ์แลนด์บนคาบสมุทรสไนแฟลซเนส

ภูเขาคิร์กจูเฟลล์ (Kirkjufell) เป็นหนึ่งในยอดเขาที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดในไอซ์แลนด์ รูปทรงแหลมข้างน้ำตกคิร์กจูเฟลล์ฟอสส์ (Kirkjufellsfoss) ทำให้ที่นี่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และแฟน ๆ ซีรีส์ Game of Thrones จะรู้จักที่นี่ในชื่อ “ภูเขาหัวลูกศร”

คาบสมุทรสไนแฟลซเนส (Snaefellsnes) มักถูกเรียกว่า “ไอซ์แลนด์ฉบับย่อ” เพราะรวมภูมิประเทศหลากหลายไว้ในที่เดียว เพียงสองชั่วโมงจากเรคยาวิก คุณจะได้เห็นทั้งธารน้ำแข็ง ภูเขาไฟ หาดทรายดำ ทุ่งลาวา และหน้าผาริมทะเลอันตระการตา

ด้วยความหลากหลายและการเดินทางที่สะดวก ทัวร์สไนแฟลซเนสจึงเป็นที่นิยมทั้งแบบไปเช้าเย็นกลับจากเรคยาวิก หรือเป็นทางแวะระหว่างการเดินทางบนถนนวงแหวน (Ring Road)

สติกกิชโฮลมูร์ (Stykkisholmur) คือเมืองหลักของคาบสมุทรนี้ มีท่าเรือ ร้านอาหาร และแหล่งวัฒนธรรม อีกทั้งยังมีเรือเฟอร์รี่เชื่อมต่อไปยังเวสต์ฟยอร์ดส์ (Westfjords) และเกาะฟลาเตย์ (Flatey Island) หมู่บ้านเล็ก ๆ อย่างกรุนดาร์ฟยอร์ดูร์ (Grundarfjordur) โอลาฟส์วิก (Olafsvik) และ เฮลลิซซานดูร์ (Hellissandur) ก็มีบริการและตัวเลือกทัวร์เช่นกัน

พระอาทิตย์ตกเหนือเสาหินทะเล Lóndrangar ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะบนคาบสมุทร Snæfellsnes ของไอซ์แลนด์ในฤดูหนาว

กิจกรรมยอดนิยมบนคาบสมุทรสไนแฟลซเนส ได้แก่ การเยี่ยมชมสถานที่ธรรมชาติอันโดดเด่นเหล่านี้:

คาบสมุทรสไนแฟลซเนสคือภาพรวมของไอซ์แลนด์ที่กระชับแต่ประทับใจ สามารถเที่ยวได้ครบในทัวร์วันเดียวจากเรคยาวิก หรือหากต้องการใช้เวลามากขึ้น ก็สามารถพักที่ที่พักยอดเยี่ยมบนคาบสมุทรสไนแฟลซเนส แล้วค่อย ๆ สำรวจอย่างสบายใจ

10. เดินป่าในไฮแลนด์สุดตระการตาที่ลานมันนาเลยการ์ ธอร์สมอร์ก และแคร์ลิงการ์ฟยอลล์

ภาพมุมสูงของลานมันนาเลยการ์ในพื้นที่ไฮแลนด์ของไอซ์แลนด์ แสดงให้เห็นภูเขาไรโอไลต์สีสันสดใส แม่น้ำธารน้ำแข็งที่ทอดยาว มอสสีเขียว และผืนหิมะเป็นหย่อมๆ ใต้ท้องฟ้าที่มีเมฆมากการเยือนไฮแลนด์คือหนึ่งในประสบการณ์ที่น่าทึ่งที่สุดในไอซ์แลนด์ ดินแดนกว้างใหญ่แห่งนี้เต็มไปด้วยภูเขาหินไรโอไลต์ หุบเขาไอน้ำร้อน ทะเลทรายสีดำ และแม่น้ำธารน้ำแข็ง การเดินป่าเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมที่สุดในการสัมผัสภูมิภาคนี้ และทิวทัศน์อันน่าตื่นตาทำให้ทุกเส้นทางน่าจดจำ

มีสถานที่ให้สำรวจมากมาย แต่สามแห่งที่โดดเด่นที่สุดคือลานมันนาเลยการ์ (Landmannalaugar) กับภูเขาหลากสีและบ่อน้ำร้อน ธอร์สมอร์ก (Thorsmork) หุบเขาเขียวชอุ่มระหว่างธารน้ำแข็ง และแคร์ลิงการ์ฟยอลล์ (Kerlingarfjoll) ดินแดนมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาแห่งเนินเขาสีแดงและไอน้ำร้อน ทั้งสามแห่งนี้สามารถเที่ยวแบบวันเดียวหรือผจญภัยหลายวันก็ได้

การขับรถเข้าไฮแลนด์ทำได้เฉพาะฤดูร้อน เมื่อหิมะละลายและถนน F-roads เปิด หากขับรถเองต้องเช่ารถ 4x4 และควรศึกษาข้อมูลการขับรถบนถนน F-roads ในไอซ์แลนด์ พร้อมวางแผนเส้นทางล่วงหน้า เพราะเส้นทางขรุขระเป็นเรื่องปกติ

นักเดินป่ากำลังเดินไปตามเส้นทางคดเคี้ยวผ่านภูเขาไรโอไลต์ที่ร้อนระอุของ Hveradalir ใน Kerlingarfjöll ประเทศไอซ์แลนด์ โดยมีหิมะและไอน้ำจากธรณีวิทยาพวยพุ่งขึ้นจากเนินเขาหลากสีสันการเข้าร่วมทัวร์ไฮแลนด์แบบมีไกด์เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าสำหรับผู้ขับขี่ที่ไม่มีประสบการณ์ในไอซ์แลนด์ นี่คือทัวร์วันเดียวในไฮแลนด์ยอดนิยม เหมาะสำหรับผู้มีเวลาจำกัด:

ในฤดูร้อน มีรถบัสประจำทางเข้าไฮแลนด์ไปยังลานมันนาเลยการ์และธอร์สมอร์ก ทำให้เข้าถึงพื้นที่เหล่านี้ได้ แม้ไม่เช่ารถ 4x4 หรือไม่ร่วมทัวร์แบบมีไกด์ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักเดินป่าที่วางแผนเดินป่าหลายวันบนเส้นทางเลยกาแวกูร์ (Laugavegur) อันโด่งดัง

9. สัมผัสมหัศจรรย์ธรรมชาติแห่งไอซ์แลนด์เหนือและชมวาฬ

หุบเขา Ásbyrgi ในฤดูใบไม้ร่วง พร้อมด้วยป่าหลากสีสันและหน้าผาหินในอุทยานแห่งชาติ Vatnajökull ประเทศไอซ์แลนด์

ไอซ์แลนด์เหนือมีประสบการณ์แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ผสมผสานธรรมชาติอันยิ่งใหญ่กับเสน่ห์ของเมืองเล็ก ๆ อย่างแท้จริง

จุดหมายห้ามพลาดในไอซ์แลนด์เหนือ ได้แก่ น้ำตกเสียงดังกึกก้อง ภูมิประเทศภูเขาไฟ หมู่บ้านชาวประมงเงียบสงบ และสัตว์ป่ามากมาย เช่น วาฬ แมวน้ำ และนก

อาคูเรย์รี (Akureyri) เมืองใหญ่อันดับสองของไอซ์แลนด์รองจากเรคยาวิก เป็นฐานที่ดีเยี่ยมสำหรับการสำรวจภาคเหนือ จากที่นี่คุณสามารถเข้าร่วม ทัวร์วันเดียวจากอาคูเรย์รี แล้วต่อด้วยการแวะร้านอาหารยอดนิยมในอาคูเรย์รี และสถานที่สำคัญของเมือง

แม้สองวันจะเพียงพอสำหรับไฮไลท์ แต่หากมีเวลา 3-4 วัน จะได้เที่ยวแบบสบาย ๆ และค้นพบจุดลับมากขึ้น หากมีเวลาจำกัด สามารถบินภายในประเทศจากเรคยาวิกแล้วเช่ารถที่อาคูเรย์รีได้

วาฬหลังค่อมโผล่ขึ้นมาใกล้เรือชมวาฬในเมืองฮูสาวิก ทางตอนเหนือของไอซ์แลนด์ ขณะที่ผู้โดยสารมองดูอยู่

วงกลมไดมอนด์ (Diamond Circle) เชื่อมต่อสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในไอซ์แลนด์เหนือมากมาย ทั้งน้ำตก หุบเขา และพื้นที่ความร้อนใต้พิภพ สามารถขับรถเที่ยวเองหรือร่วมทัวร์วงกลมไดมอนด์ โดยปกติจะมีจุดแวะดังนี้:

ยังมีสถานที่น่าสำรวจรอบทะเลสาบมิวาทน์อีกมากมาย ตั้งแต่ลาวารูปทรงแปลกตาอย่างดิมมูบอร์กีร์ (Dimmuborgir) ที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่า ไปจนถึงถ้ำเกรียวทากยา (Grjotagja Cave) ที่โด่งดังจาก Game of Thrones เพิ่มความสนุกด้วยทัวร์ทะเลสาบมิวาทน์ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมนักท่องเที่ยวถึงใช้เวลาทั้งวันที่นี่

หากมีเวลามากขึ้น ลองเดินทางตามเส้นทางอาร์กติกโคสต์เวย์ เส้นทางนอกกระแสหลักที่เลียบชายฝั่งทางเหนือ พร้อมจุดแวะชมวิวอย่างซิกลูฟยอร์ดูร์ (Siglufjordur) และหินทะเลฮวิทแซร์คูร์ (Hvitserkur Sea Stack)

8. เดินเล่นบนถนนช้อปปิ้งเรคยาวิกและเยี่ยมชมแลนด์มาร์กสำคัญ

ร้านค้าและคาเฟ่หลากสีสันเรียงรายอยู่บนถนนที่มีชีวิตชีวาในใจกลางเมืองเรคยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งผู้คนมาเดินเล่น ช้อปปิ้ง และเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาของเมืองไม่มีรายชื่อกิจกรรมในไอซ์แลนด์ใดจะสมบูรณ์ได้หากไม่พูดถึงเมืองหลวง เรคยาวิกมักเป็นจุดเริ่มต้นและจุดสุดท้ายของนักเดินทางในไอซ์แลนด์ แม้หลายคนจะผ่านเมืองนี้อย่างรวดเร็วเพื่อไปชมธรรมชาติ แต่ผู้ที่อยู่ต่อจะได้รางวัลเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ

ใจกลางเมืองเรคยาวิกเดินเที่ยวได้สะดวก เต็มไปด้วยบ้านสีสันสดใส ร้านบูติก และคาเฟ่บรรยากาศคึกคัก เดินเล่นบนถนนเลยกาแวกูร์ (Laugavegur Street) ย่านช้อปปิ้งหลักของเมือง ที่มีทั้งร้านดีไซน์ท้องถิ่น ร้านหนังสือ และของฝากไอซ์แลนด์สุดพิเศษ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่คู่มือช้อปปิ้งเรคยาวิก

สัมผัสวัฒนธรรมของเมืองให้มากขึ้นด้วยการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ยอดนิยมในเรคยาวิก หรือเดินชมงานศิลปะบนกำแพงและสตรีทอาร์ตที่มีสีสันทั่วเมือง

สายกินต้องไม่พลาดร้านอาหารยอดเยี่ยมในเรคยาวิก ที่มีทั้งเนื้อแกะ อาหารทะเลไอซ์แลนด์ ไปจนถึงอาหารนอร์ดิกสมัยใหม่

อย่าลืมสัมผัสชีวิตกลางคืนของเรคยาวิก ตั้งแต่บาร์ค็อกเทลไปจนถึงเวทีดนตรีสด บาร์ยอดนิยมในเรคยาวิกทำให้ค่ำคืนสนุกไม่แพ้กลางวัน

แสงเหนือส่องสว่างเหนือโบสถ์ Hallgrimskirkja และรูปปั้น Leif Erikson ในเมืองเรคยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ ในคืนฤดูหนาวที่อากาศแจ่มใส

ระหว่างเพลิดเพลินกับอาหาร ช้อปปิ้ง และวัฒนธรรม อย่าลืมแวะไปสัมผัสกับประสบการณ์ผ่านกิจกรรมยอดนิยมในเรคยาวิกและชมแลนด์มาร์กสำคัญของเรคยาวิก ที่ห้ามพลาด เช่น:

สัมผัสประสบการณ์ให้มากขึ้น ด้วยการพักในที่พักยอดนิยมในเรคยาวิก หลายคนเลือกใช้เมืองหลวงเป็นฐานแล้วออกไปเที่ยวกับเดย์ทัวร์วันเดียว เพื่อเที่ยวทั่วประเทศ

7. เที่ยวชมน้ำตก หาดทราย และธารน้ำแข็งบนชายฝั่งทางใต้ และขี่ม้าไอซ์แลนด์

เรย์นิสดรังการ์ในไอซ์แลนด์ โดย Iurie Belegurschi

ชายฝั่งทางใต้ (South Coast) ของไอซ์แลนด์เป็นหนึ่งในภูมิภาคยอดนิยมที่สุด ง่ายต่อการเดินทางจากเรคยาวิกและเต็มไปด้วยธรรมชาติอันน่าตื่นตา ทั้งน้ำตก หาดทรายดำ ธารน้ำแข็ง และหน้าผาริมทะเล พื้นที่นี้ถูกหล่อหลอมโดยภูเขาไฟและน้ำจากธารน้ำแข็งไหลที่ไหลเข้าท่วม ก่อให้เกิดที่ราบกว้างและชายฝั่งอันสวยงาม

คุณสามารถเที่ยวภูมิภาคนี้ด้วยการขับรถเที่ยว หรือร่วมทัวร์แอดเวนเจอร์แบบมีไกด์บนชายฝั่งทางใต้ เพื่อประสบการณ์ที่ผ่อนคลายและได้ข้อมูลเชิงลึกจากคนท้องถิ่น สถานที่ยอดนิยมตลอดเส้นทางชายฝั่งทางใต้ ได้แก่:

สถานที่ที่คนยังไม่ค่อยรู้จักแต่สวยงามไม่แพ้กัน เช่น คาบสมุทรดิร์โฮลาเอย์ (Dyrholaey Peninsula) จุดชมพัฟฟินที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในไอซ์แลนด์ช่วงฤดูร้อน และน้ำตกกลูยฟราบูอิ (Gljufrabui Waterfall) ที่ซ่อนตัวหลังหน้าผา

ทัวร์ขี่ม้าบนชายหาดวิก ม้าไอซ์แลนด์และหินทะเลเรย์นิสดรังการ์ทางตอนใต้ของไอซ์แลนด์ประสบการณ์ที่สะท้อนจิตวิญญาณของไอซ์แลนด์ได้ดีที่สุดอย่างหนึ่งคือการขี่ม้าไอซ์แลนด์บนหาดทรายดำอันเงียบสงบ ข้างหนึ่งเป็นทะเล อีกข้างเป็นหน้าผาหินแหลม

ม้าตัวเล็กแข็งแรงเหล่านี้ขึ้นชื่อเรื่องนิสัยอ่อนโยนและท่าทางเดิน "tölt" ที่นุ่มนวล เหมาะทั้งมือใหม่และนักขี่ม้าประสบการณ์สูง

การขี่ม้าท่ามกลางภูมิประเทศเหนือจริงกับทัวร์ขี่ม้าคือหนึ่งในกิจกรรมที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์สำหรับผู้ที่อยากเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างแท้จริง หนึ่งในวิธีที่น่าจดจำที่สุดคือทัวร์ขี่ม้าชมหาดทรายดำจากวิก (Vik)

ทัวร์นี้ถือเป็นกิจกรรมยอดนิยมในวิก และเหมาะกับทุกระดับฝีมือ ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก ครอบครัว หรือเดินทางคนเดียว หลังจบทัวร์ แวะเติมพลังที่ร้านอาหารยอดนิยมในวิก

6. สำรวจอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุลและไฮกิ้งบนธารน้ำแข็งที่สกัฟตาเฟลล์

พระอาทิตย์ตกเหนือสวีนาเฟลล์สโจกุล ธารน้ำแข็งที่ไหลออกจากวัทนาโจกุล พร้อมด้วยกลุ่มน้ำแข็งสีฟ้าและยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไอซ์แลนด์

ห่างจากวิกไปทางตะวันออกประมาณสองชั่วโมงคือวัทนาโจกุล (Vatnajokull) ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ครอบคลุมพื้นที่ 8% ของไอซ์แลนด์ การสำรวจธารน้ำแข็งแห่งนี้คือหนึ่งในประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงที่สุดในไอซ์แลนด์ จากอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล คุณสามารถเข้าร่วมทัวร์ธารน้ำแข็งที่มีหลากหลาย ทั้งแบบเดินบนธารน้ำแข็งและเข้าไปในถ้ำน้ำแข็ง

การเดินทางจากเรคยาวิกไปวัทนาโจกุลถือเป็นหนึ่งในเส้นทางที่สวยที่สุดบนถนนวงแหวน ทิวทัศน์เปลี่ยนจากภูเขาและทุ่งหญ้าเขียวขจีเป็นทะเลทรายสีดำกว้างใหญ่ ก่อนที่ธารน้ำแข็งวัทนาโจกุลจะปรากฏตระหง่านขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมุ่งหน้าไปทางตะวันออก

ประตูสู่ธารน้ำแข็งวัทนาโจกุลที่ดีที่สุดคือเขตอนุรักษ์ธรรมชาติสกัฟตาเฟลล์ (Skaftafell Nature Reserve) ซึ่งเดิมเคยเป็นอุทยานแห่งชาติของตัวเอง แต่ปัจจุบันรวมอยู่ในอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล ในบริเวณมีเส้นทางเดินป่าหลากหลายระดับ ไฮไลท์คือเส้นทางไปน้ำตกสวาร์ติฟอสส์ (Svartifoss) น้ำตกที่มีเสาหินบะซอลต์สีดำล้อมรอบ

สกัฟตาเฟลล์ยังเป็นฐานหลักสำหรับทัวร์ไฮกิ้งเดินบนธารน้ำแข็งบนวัทนาโจกุล ทัวร์ยอดนิยมต่าง ๆ ในสกัฟตาเฟลล์จะพาคุณขึ้นธารน้ำแข็งโดยสวมรองเท้าตะปู (แครมปอน) และเดินตามไกด์ผู้เชี่ยวชาญในเส้นทางปลอดภัย ทัวร์เดินธารน้ำแข็งที่ได้รับคะแนนสูงสุด ได้แก่:

หากคุณพักใกล้เรคยาวิกหรือมีเวลาจำกัด ทัวร์เดินธารน้ำแข็งที่โซลเฮมาโจกุลเป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายกว่า ธารน้ำแข็งโซลเฮมาโจกุล ตั้งอยู่ทางตะวันตกของวิก และยังมีทัวร์ที่รวมการเที่ยวชมสถานที่ เช่น ทัวร์ผจญภัยชายฝั่งทางใต้พร้อมเดินธารน้ำแข็ง

5. ล่องเรือชมภูเขาน้ำแข็งที่ทะเลสาบโจกุลซาร์ลอนและเที่ยวหาดไดมอนด์

เรือท่องเที่ยวพร้อมผู้โดยสารสวมเสื้อชูชีพล่องไปท่ามกลางภูเขาน้ำแข็งที่ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอนในประเทศไอซ์แลนด์ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอน (Jokulsarlon Glacier Lagoon) คือหนึ่งในสถานที่ธรรมชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของไอซ์แลนด์และเป็นจุดหมายในฝันที่ต้องมาเยือนสักครั้ง ที่นี่ ธารน้ำแข็งแตกตัวออกจากธารน้ำแข็งเบรดาแมร์คูร์โจกุล (Breidamerkurjokull) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล แล้วค่อย ๆ ลอยผ่านทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอน ก่อนจะไหลออกสู่ทะเล

วิธีที่ดีที่สุดในการสัมผัสทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอน คือการลงเรือออกไปในน้ำ ท่ามกลางภูเขาน้ำแข็งสูงตระหง่านและขอบธารน้ำแข็งวัทนาโจกุลที่ล้อมรอบ ทะเลสาบแห่งนี้ยิ่งดูน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น นี่คือทัวร์ยอดนิยมของทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอนที่จะพาคุณเข้าไปใกล้น้ำแข็งมากขึ้น:

ทัวร์ล่องเรือที่ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอนจะเปิดให้บริการตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง ส่วนในฤดูหนาวจะเป็นฤดูกาลของถ้ำน้ำแข็งแทน ก้อนน้ำแข็งบนหาดไดมอนด์ยามพระอาทิตย์ขึ้น พร้อมกับคลื่นและท้องฟ้าอันสวยงามใกล้ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอนในประเทศไอซ์แลนด์ เมื่อภูเขาน้ำแข็งจากทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอนลอยออกสู่ทะเล คลื่นจะพัดพวกมันขึ้นมาบนชายหาดภูเขาไฟสีดำที่มีชื่อเล่นว่า หาดไดมอนด์ (Diamond Beach) ซึ่งเป็นภาพที่น่าหลงใหลอย่างยิ่ง

สีฟ้าของน้ำแข็งและสีขาวของคลื่นตัดกับทรายดำ ทำให้หาดไดมอนด์งดงามเป็นพิเศษและเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยที่สุดในไอซ์แลนด์

หากเพิ่มสีสันของแสงเหนือเหนือโจกุลซาร์ลอน หรือแสงพระอาทิตย์เที่ยงคืนที่งดงาม ก็จะได้วิวที่เหมือนหลุดออกมาจากนิยายแฟนตาซี และถ้ายังไม่พอ บางครั้งคุณอาจได้เห็นแมวน้ำเล่นน้ำในทะเลสาบหรือทะเลอีกด้วย!

4. สำรวจถ้ำน้ำแข็งสีฟ้าในฤดูหนาวของไอซ์แลนด์

สำรวจภายในถ้ำน้ำแข็งสีฟ้าใสในธารน้ำแข็ง Vatnajökull ระหว่างทัวร์ฤดูหนาวในประเทศไอซ์แลนด์

ในช่วงฤดูหนาว ถ้ำน้ำแข็งของไอซ์แลนด์มอบประสบการณ์สุดมหัศจรรย์ให้กับผู้มาเยือน ทุก ๆ ฤดูหนาวในไอซ์แลนด์ ถ้ำน้ำแข็งใหม่จะก่อตัวขึ้นเองตามธรรมชาติจากน้ำละลายที่ไหลใต้ธารน้ำแข็งในฤดูร้อน เนื่องจากถ้ำเปลี่ยนแปลงไปทุกปี ถ้ำน้ำแข็งของฤดูกาลเที่ยวชมในแต่ละปีก็จะไม่เหมือนกันเลย มี 3 พื้นที่หลักที่คุณสามารถเยี่ยมชมถ้ำน้ำแข็งในไอซ์แลนด์ได้:

ถ้ำน้ำแข็งในไอซ์แลนด์สามารถเข้าชมได้เฉพาะกับทัวร์ถ้ำน้ำแข็งพร้อมไกด์ เท่านั้น เนื่องจากสภาพภายในธารน้ำแข็งเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ โชคดีที่มีตัวเลือกทัวร์คุณภาพสูงมากมาย ตั้งแต่แบบที่ต้องเดินระยะสั้นเข้าไปในถ้ำ ไปจนถึงการผจญภัยลึกเข้าไปในธารน้ำแข็ง ภายในถ้ำน้ำแข็งสีสันสดใสในประเทศไอซ์แลนด์ พร้อมด้วยผนังน้ำแข็งกลาเซียร์สีฟ้าและแสงสะท้อนธรรมชาติทัวร์ยอดนิยมส่วนใหญ่ออกเดินทางจากทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอน รวมถึงประสบการณ์ที่ได้รับคะแนนสูงสุดอย่างทัวร์ถ้ำน้ำแข็งสีฟ้าคริสตัลในธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล ภายในถ้ำ ผนังน้ำแข็งสีฟ้าจะเปล่งประกายเมื่อแสงส่องผ่าน พร้อมลวดลายและพื้นผิวที่เปลี่ยนไปทุกฤดูกาล

อีกหนึ่งประสบการณ์สุดตื่นเต้นคือทัวร์ถ้ำน้ำแข็งคัทลา (Katla) ใกล้กับวิก (Vik) ถ้ำน้ำแข็งธรรมชาติแห่งนี้อยู่ใต้ธารน้ำแข็งมิร์ดาลสโจกุล และเป็นแห่งเดียวที่เปิดให้เข้าชมได้ตลอดทั้งปี ชั้นน้ำแข็งสีน้ำเงินและดำที่เกิดจากภูเขาไฟคัทลาช่วยสร้างบรรยากาศที่แตกต่างจากธารน้ำแข็งวัทนาโจกุลอย่างสิ้นเชิง

สำหรับนักเดินทางที่พักอยู่ในเรคยาวิก ทัวร์ถ้ำน้ำแข็งอินทูดิกลาเซียร์ในธารน้ำแข็งลางโจกุล ก็เป็นอีกทางเลือกที่ไม่ไม่เหมือนใคร อุโมงค์น้ำแข็งที่มนุษย์สร้างขึ้นนี้จะพาคุณเดินลึกเข้าไปในธารน้ำแข็ง ผ่านห้องโถงที่มีแสงไฟส่องสว่าง พร้อมเรียนรู้โครงสร้างของธารน้ำแข็งขนาดมหึมาจากภายใน

3. ขับรถเที่ยววงกลมทองคำ (Golden Circle) พร้อมเส้นทางลับสุดพิเศษ

แผนที่วงกลมทองคำของไอซ์แลนด์แสดงจุดแวะหลักๆ ได้แก่ ธิงเวลลีร์ ไกเซอร์ กุลล์ฟอสส์ และปล่องภูเขาไฟเคริด พร้อมข้อมูลการเดินทางหนึ่งในกิจกรรมยอดนิยมที่สุดในไอซ์แลนด์คือการร่วมทัวร์วงกลมทองคำ (Golden Circle) เส้นทางท่องเที่ยวชมวิวระยะทาง 300 กิโลเมตร (186 ไมล์) สุดไอคอนิกนี้จะพาคุณไปสัมผัสสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่โดดเด่นที่สุดของไอซ์แลนด์ และสำหรับนักเดินทางหลายคน ที่นี่คือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยในธรรมชาติไอซ์แลนด์

จุดแรกคืออุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ (Thingvellir) มรดกโลกยูเนสโกที่มีความสำคัญทั้งทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ เป็นที่ตั้งของรัฐสภาแห่งแรกของไอซ์แลนด์ในปี ค.ศ. 930 และตั้งอยู่ในหุบเขารอยแยกระหว่างแผ่นเปลือกโลกอเมริกาเหนือและยูเรเชียท่ามกลางทิวทัศน์ที่งดงาม

ไม่ไกลกัน พื้นที่ความร้อนใต้พิภพไกเซอร์ (Geysir Geothermal Area) คือที่ตั้งของไกเซอร์ต้นแบบที่เป็นที่มาของชื่อ "geyser" ทั่วโลก แม้ไกเซอร์ดั้งเดิมจะไม่ค่อยปะทุแล้ว แต่เพื่อนบ้านอย่างสโทรคูร์ (Strokkur) จะปะทุทุก ๆ 5 นาที พ่นน้ำเดือดสูงกว่า 20 เมตร (65 ฟุต) ขึ้นสู่ท้องฟ้า

จุดสุดท้ายคือน้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss Waterfall) น้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดของไอซ์แลนด์ ไหลตกลงสองชั้นอย่างอลังการสู่หุบเขาธารน้ำแข็งที่เกิดขึ้นในยุคน้ำแข็งสุดท้าย ในวันที่มีแดด ละอองน้ำตกจะสะท้อนแสงจนเกิดเป็นสายรุ้งสดใส สถานที่ท่องเที่ยวไฮไลต์บนเส้นทางโกลเดนเซอร์เคิลในไอซ์แลนด์ ได้แก่ หุบเขารอยแยกธิงเวลลีร์ น้ำตกกุลล์ฟอสส์ น้ำพุร้อนสโทรคูร์ที่พุ่งขึ้นเป็นระยะ และทะเลสาบปล่องภูเขาไฟเคริดนักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกเช่ารถขับเองเพื่อขับรถเที่ยววงกลมทองคำ และมักจะพักค้างคืนในที่พักแถบวงกลมทองคำ

หากคุณมีเวลาเพิ่มในเส้นทางวงกลมทองคำ ยังมีจุดแวะลับ ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมายที่จะทำให้ทริปสนุกยิ่งขึ้น:

2. ผ่อนคลายในบ่อน้ำร้อนชั้นนำของไอซ์แลนด์ เช่น บลูลากูน (Blue Lagoon)

ผู้หญิงกำลังผ่อนคลายในสปาความร้อนใต้พิภพบลูลากูนในประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งรายล้อมไปด้วยไอน้ำและภูเขาไฟที่ปกคลุมไปด้วยไอ ทริปไอซ์แลนด์จะไม่สมบูรณ์หากไม่ได้สัมผัสประสบการณ์สปาน้ำแร่ร้อนชื่อดังระดับโลก ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือบลูลากูน (Blue Lagoon) สถานที่ในฝันที่นักเดินทางทั่วโลกต่างใฝ่ฝันจะมาเยือนสักครั้ง

นอกจากสปาแล้ว คุณยังจะได้พบกับบ่อน้ำร้อนธรรมชาติทั่วชนบทไอซ์แลนด์ บ่อน้ำร้อนลับเหล่านี้มอบประสบการณ์ดิบ ๆ และแท้จริงในการสัมผัสพลังงานความร้อนใต้พิภพของไอซ์แลนด์

การแช่น้ำร้อนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไอซ์แลนด์มานานหลายศตวรรษ เป็นวิธีผ่อนคลาย พบปะสังสรรค์ และรับประโยชน์จากแร่ธาตุในน้ำร้อน

ปัจจุบัน การเยี่ยมชมบ่อน้ำร้อนและสปาชั้นนำในไอซ์แลนด์ ถือเป็นกิจกรรมผ่อนคลายที่ดีที่สุดสำหรับนักเดินทาง ผสมผสานการดูแลสุขภาพจากธรรมชาติเข้ากับทิวทัศน์ที่น่าจดจำ สระว่ายน้ำความร้อนใต้พิภพแบบอินฟินิตี้สกายลากูน มองเห็นวิวทะเลยามพระอาทิตย์ตกดินในประเทศไอซ์แลนด์ พร้อมไอน้ำที่ลอยขึ้นมาจากน้ำ สปาน้ำแร่ร้อนที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์ ได้แก่:

  • บลูลากูน (Blue Lagoon) – แช่ตัวในสปาน้ำแร่ร้อนที่โด่งดังที่สุดของไอซ์แลนด์ ท่ามกลางน้ำสีฟ้าน้ำนมและลาวา เหมาะเป็นจุดเริ่มต้นหรือจุดสุดท้ายของทริป ใกล้สนามบินเคฟลาวิก

  • สกายลากูน (Sky Lagoon) – ลอยตัวในสระอินฟินิตี้ริมทะเลใกล้เรคยาวิก พร้อมพิธีสปา 7 ขั้นตอนและวิวมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ

  • เลยการาส ลากูน (Laugaras Lagoon) – เที่ยววงกลมทองคำพร้อมแวะสปาใหม่ล่าสุดของไอซ์แลนด์ ที่มีสระน้ำร้อน ห้องซาวน่า และวิวธรรมชาติสุดผ่อนคลาย

  • ฮวามม์สวิก ฮอตสปริงก์ (Hvammsvik Hot Springs) – แช่ในสระน้ำร้อนริมทะเลที่ขึ้นลงตามน้ำในฮวาลฟยอร์ดูร์ (Hvalfjörður) ผสมผสานความอบอุ่นกับธรรมชาติบริสุทธิ์ของไอซ์แลนด์

  • ฟอเรสต์ลากูน (Forest Lagoon) – ผ่อนคลายในสระน้ำร้อนท่ามกลางป่าเบิร์ชใกล้อาคูเรย์รี (Akureyri) พร้อมบาร์ในสระและวิวฟยอร์ด เหมาะเป็นจุดแวะพักในไอซ์แลนด์เหนือ

  • เอิร์ธลากูน (Earth Lagoon) – แช่น้ำแร่ร้อนพร้อมชมวิวภูเขาไฟ เปรียบได้กับบลูลากูนแห่งไอซ์แลนด์เหนือ

  • เวิกบาธส์ (Vok Baths) – แช่ในสระน้ำร้อนลอยน้ำบนทะเลสาบอูร์ริดาวาทน์ (Urridavatn) ในไอซ์แลนด์ตะวันออก ผสมผสานการแช่น้ำร้อนกับการจุ่มน้ำเย็นสดชื่น

สำหรับตัวเลือกตั๋วพรีเมียมและบริการรับส่ง ลองดูทัวร์และบัตรเข้าใช้บริการบ่อน้ำร้อนในไอซ์แลนด์ทั้งหมด หากคุณมองหาประสบการณ์แช่น้ำร้อนราคาประหยัด สระว่ายน้ำสาธารณะในเรคยาวิกก็เป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยม

1. ล่าแสงเหนือในท้องฟ้าฤดูหนาวของไอซ์แลนด์

กิจกรรมที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์ช่วงฤดูหนาวคือการล่าแสงเหนือ

ด้วยตำแหน่งที่ตั้งใกล้ขั้วโลกเหนือ ไอซ์แลนด์จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกในการชมแสงออโรรา ปรากฏการณ์แสงสีเขียว ชมพู และม่วงที่เต้นระบำบนท้องฟ้าไอซ์แลนด์นี้สามารถชมได้ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเมษายน

หากโชคดี คุณจะได้เห็นแสงเหนือระยิบระยับเหนือภูเขาน้ำตก ธารน้ำแข็ง และทุ่งลาวา เปลี่ยนภูมิประเทศให้กลายเป็นภาพมหัศจรรย์ที่ไม่มีวันลืม

การจะชมแสงเหนือได้ต้องมีเงื่อนไขที่เหมาะสม: ท้องฟ้าโปร่ง กิจกรรมสุริยะสูง และแสงรบกวนน้อย หากกิจกรรมแสงเหนือแรง คุณอาจได้เห็นแสงเหนือในเรคยาวิกด้วย!

หากคุณวางแผนขับรถเที่ยวเองในฤดูหนาว และมีรถเช่า คุณสามารถล่าแสงเหนือได้ด้วยตัวเอง เพียงขับไปยังพื้นที่มืดและเช็กพยากรณ์แสงเหนือและ พยากรณ์เมฆ เพื่อหาท้องฟ้าโปร่ง แสงเหนือเต้นรำเหนือภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะในไอซ์แลนด์ในคืนฤดูหนาว นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกทัวร์ล่าแสงเหนือพร้อมไกด์ เพื่อความสะดวก โดยไกด์ผู้เชี่ยวชาญจะพาคุณไปยังจุดชมแสงเหนือที่ดีที่สุดในแต่ละคืน นี่คือทัวร์ล่าแสงเหนือยอดนิยมจากเรคยาวิก:

แสงเหนือคือหนึ่งในประสบการณ์ที่น่าจดจำที่สุดที่คุณจะได้รับในไอซ์แลนด์ หากต้องการวางแผนทริปให้ตรงกับฤดูกาลแสงเหนือ ดูคำแนะนำฉบับเต็มของเราเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมแสงเหนือในไอซ์แลนด์

กิจกรรมใหม่ล่าสุดในไอซ์แลนด์ 2026

ทิวทัศน์ของใจกลางเมืองเรคยาวิกในยามพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งมีโบสถ์ Fríkirkjan และอาคารโดยรอบสะท้อนบนผืนน้ำนิ่งของสระ Tjörnin ภายใต้ท้องฟ้าหลากสีสันอันน่าทึ่งไอซ์แลนด์ยังคงเพิ่มประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้นสำหรับนักเดินทาง โดยมีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่เปิดตัวในปีก่อน หรือจะเปิดในปี 2026 สถานที่เหล่านี้จะมอบวิธีใหม่ ๆ ในการสัมผัสภูมิประเทศภูเขาไฟ ผจญภัยในไฮแลนด์ ชมสัตว์ป่าชายฝั่ง และผ่อนคลายกับน้ำแร่ร้อน

ร่วมชมสุริยุปราคาในไอซ์แลนด์ (12 สิงหาคม 2026)

คนสวมแว่นกรองแสงสุริยุปราคา กำลังชมสุริยุปราคาในไอซ์แลนด์ โดยดวงอาทิตย์ถูกบดบังบางส่วนในช่วงสุริยุปราคาเต็มดวง

หนึ่งในไฮไลต์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดของการมาเที่ยวไอซ์แลนด์ในปี 2026 คือการได้ชมสุริยุปราคาเต็มดวงอันหายาก เมื่อดวงจันทร์เคลื่อนมาบดบังดวงอาทิตย์จนมิดสนิท ท่ามกลางฉากหลังของธารน้ำแข็ง ภูเขาไฟ และแนวชายฝั่งอันยิ่งใหญ่ของประเทศ

สุริยุปราคาในไอซ์แลนด์จะเกิดขึ้นในวันที่ 12 สิงหาคม 2026 โดยสามารถมองเห็นได้ชัดเจนในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเวสต์ฟยอร์ด คาบสมุทรสไนแฟลซเนส และกรุงเรคยาวิก ซึ่งจะได้สัมผัสช่วงสุริยุปราคาเต็มดวงยาวนานที่สุดในทวีปยุโรป นี่คือโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ควรค่าแก่การวางแผนเดินทางมาไอซ์แลนด์อย่างแท้จริง

สัมผัสประสบการณ์แช่น้ำที่เรคยาบด บาธส์ (Reykjabod Baths; เปิดให้บริการในปี 2026)

บ่อน้ำพุร้อนใต้พิภพ Reykjabod ในไอซ์แลนด์ สปาหรูแห่งใหม่ที่มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2026 ท่ามกลางภูมิทัศน์ที่มีไอร้อนลอยกรุ่นอย่างน่าตื่นตา

บ่อน้ำร้อน Reykjabod Hot Springs คือสปาน้ำพุร้อนใต้พิภพแห่งใหม่ที่ตั้งอยู่ใกล้หุบเขาน้ำพุร้อนเรคยาดาลูร์ (Reykjadalur Hot Spring Valley) ในเมืองฮแวราแกร์ดิ (Hveragerdi) โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปี 2026

สปาแห่งใหม่นี้ในไอซ์แลนด์ตอนใต้จะประกอบด้วยลากูนแช่น้ำอุ่น บ่อแช่น้ำเย็น ซาวน่า สวิมอัพบาร์ และบิสโทรภายในสถานที่ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติอันเงียบสงบ เหมาะสำหรับนักเดินป่า ผู้เดินทางเส้นทางวงกลมทองคำ (Golden Circle) และชายฝั่งตอนใต้ที่ต้องการผ่อนคลายหลังจากออกสำรวจพื้นที่โดยรอบ

ผ่อนคลายที่เลยการาส ลากูน (Laugaras Lagoon)

ทะเลสาบความร้อนใต้พิภพและสะพานแขวนที่ทะเลสาบ Laugarás เรืองแสงภายใต้ท้องฟ้าสีฟ้าสดใส วงกลมทองคำ ไอซ์แลนด์สปาน้ำแร่ร้อนแห่งใหม่ล่าสุดของไอซ์แลนด์ Laugaras Lagoon ตั้งอยู่บนเส้นทางวงกลมทองคำ มีสระน้ำหลายระดับพร้อมวิวป่าและแม่น้ำ ห้องอบไอน้ำ สระน้ำเย็น บาร์ในสระ และร้านอาหารในสถานที่ คุณสามารถจองบัตรเข้าใช้บริการเลยการาส ลากูน ออนไลน์ได้แล้ว

ขับรถเที่ยวเส้นทางภูเขาไฟโวลเคนิกเวย์ (Volcanic Way)

การปะทุของภูเขาไฟ Litli-Hrutur ใกล้ Fagradalsfjall ในประเทศไอซ์แลนด์ โดยมีลาวาที่เรืองแสงและควันในยามพระอาทิตย์ตกเส้นทาง Volcanic Way เป็นเส้นทางขับรถเที่ยวด้วยตัวเองผ่านไอซ์แลนด์ตอนใต้และคาบสมุทรเรคยาเนส แบ่งเป็น 8 ช่วง โดยแต่ละช่วงเน้นภูเขาไฟสำคัญ เชื่อมต่อ 17 เมืองและหมู่บ้านตั้งแต่เคฟลาวิก (Keflavik) ถึงเฮิพน์ (Hofn) ภูเขาไฟเด่น ๆ ได้แก่:

  • ฟากราดาลสฟยาลล์ (Fagradalsfjall) – จุดเกิดการปะทุครั้งล่าสุดแห่งแรกของคาบสมุทรเรคยาเนส

  • เฮงกิลล์ (Hengill) – พื้นที่ความร้อนใต้พิภพใกล้วงกลมทองคำ

  • เฮกลา (Hekla) – หนึ่งในภูเขาไฟที่ยังปะทุอยู่บ่อยที่สุดของไอซ์แลนด์

  • เอยาฟยาลลาโจกุล (Eyjafjallajokull) – ภูเขาไฟที่มีชื่อเสียงจากการปะทุในปี 2010

  • เอลด์เฟลล์ (Eldfell) – เปลี่ยนโฉมหมู่เกาะเวสต์แมน (Westman Islands) ในปี 1973

  • คัทลา (Katla) – ภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งมิร์ดาลสโจกุล (Mýrdalsjökull)

  • ลาคากีการ์ (Lakagigar) – มีชื่อเสียงจากลาวาไหลครั้งใหญ่ในปี 1783

  • ออไรวาโจกุล (Oraefajokull) – มีประวัติการปะทุครั้งใหญ่ในอดีต

พักที่ Highland Base Kerlingarfjoll

Highland Base hotel มีสระว่ายน้ำร้อนใต้พิภพในเทือกเขา Kerlingarfjoll ของประเทศไอซ์แลนด์รีสอร์ทแนวรักษ์โลกแห่งใหม่ในใจกลางไฮแลนด์ มีที่พักตั้งแต่แคมป์ปิ้งไปจนถึงห้องหรู ที่ Highland Base Kerlingarfjoll คุณจะได้เพลิดเพลินกับการแช่น้ำร้อนที่ไฮแลนด์บาธส์ เส้นทางเดินป่า ดูดาว และทัวร์ผจญภัยในไฮแลนด์แบบมีไกด์ เช่น ทัวร์จักรยานไฟฟ้า สามารถเดินทางไปยังโรงแรมด้วยรถเช่า 4x4 หรือจองรถรับส่งจากเรคยาวิกไป Highland Base

โหนซิปไลน์บนธารน้ำแข็งโซลเฮมาโจกุล (Solheimajokull)

คู่รักกำลังเล่นซิปไลน์เหนือธารน้ำแข็ง Solheimajokull ในประเทศไอซ์แลนด์ โดยสวมอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยและมีใบหน้ายิ้มแย้มสัมผัสประสบการณ์โหนซิปไลน์สุดตื่นเต้นบนธารน้ำแข็งโซลเฮมาโจกุล (Solheimajokull) บนชายฝั่งทางใต้

คุณจะได้เดินขึ้นธารน้ำแข็งและโหนซิปไลน์เหนือกองตะกอนธารน้ำแข็ง พร้อมชมวิวธารน้ำแข็ง ภูเขา และที่ราบทรายดำสุดอลังการ

เพลิดเพลินกับโวลเคโนเอ็กซเพรส (Volcano Express) ที่ฮาร์ปา 

Volcano Express คือประสบการณ์เสมือนจริงภายในฮาร์ปาคอนเสิร์ตฮอลล์ (Harpa) ในเรคยาวิก การเดินทางเสมือนจริงนี้ใช้เทคโนโลยีจำลองการเคลื่อนไหวและเอฟเฟกต์ภาพ เพื่อถ่ายทอดประวัติภูเขาไฟของไอซ์แลนด์อย่างน่าตื่นเต้นและเข้าถึงได้ง่าย แนะนำให้จองบัตร Volcano Express ล่วงหน้า

เยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์วาฬเบลูกาในหมู่เกาะเวสต์แมน (Westman Islands)

ปลาวาฬเบลูกา 2 ตัวกำลังว่ายน้ำอยู่ที่เขตรักษาพันธุ์ปลาวาฬเบลูกาในหมู่เกาะเวสต์แมน ประเทศไอซ์แลนด์ศูนย์อนุรักษ์วาฬเบลูกาในทะเลเปิดแห่งแรกของโลก บ้านของ Little White และ Little Grey นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทางทะเล และเยี่ยมชมศูนย์ช่วยเหลือนกพัฟฟินบนเกาะเฮมาเอย์ (Heimaey) ได้ด้วยบัตรเข้าชมศูนย์เบลูกา ซึ่งใช้เข้าได้ทั้งสองแห่ง

แผนที่กิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์

คู่มือท่องเที่ยวไอซ์แลนด์อาจหนาเท่าพจนานุกรม เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวและภูมิประเทศที่ไม่เหมือนใครมากมายจนยากจะเลือกใส่ไว้ในทริปเดียว เราจึงจัดทำแผนที่สถานที่ห้ามพลาดในไอซ์แลนด์ไว้ด้านบนให้คุณใช้วางแผนเที่ยว!

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในไอซ์แลนด์

นกพัฟฟินแอตแลนติก 2 ตัวอยู่บนขอบหน้าผาที่มีหญ้าปกคลุมที่ Dyrhólaey โดยตัวหนึ่งบินอยู่และอีกตัวหนึ่งเกาะอยู่ ท่ามกลางแสงสีทองจากพระอาทิตย์ตกในช่วงฤดูร้อนเหนือชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์มีบางสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในไอซ์แลนด์ด้วยเหตุผลต่าง ๆ เราได้รวบรวมไว้ในสิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดในไอซ์แลนด์

ในแง่ของสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรหลีกเลี่ยง เราขอบอกว่าทุกแหล่งท่องเที่ยวในไอซ์แลนด์สวยจริงเหมือนในรูป แต่เพื่อไม่ให้ผิดหวัง ควรจองล่วงหน้าสำหรับสถานที่ยอดนิยมอย่างบลูลากูน

อย่าลืมเคารพธรรมชาติขณะเดินทางในชนบท อย่าทิ้งขยะ และช่วยกันรักษาความสะอาดให้ไอซ์แลนด์ยังเหมือนกับอดีตที่ผ่านมากว่า 1,000 ปี

หวังว่าคู่มือนี้จะช่วยให้คุณค้นพบสถานที่ท่องเที่ยวในไอซ์แลนด์และกิจกรรมที่ดีที่สุดเพื่อให้ทริปของคุณคุ้มค่าที่สุด บอกเราด้วยว่าสถานที่ธรรมชาติที่คุณชอบที่สุดในไอซ์แลนด์คือที่ไหน และแบ่งปันจุดลับที่คุณค้นพบระหว่างเดินทางท่ามกลางภูมิประเทศอันเป็นเอกลักษณ์นี้!

บทความอื่นที่น่าสนใจ

Link to appstore phone
ติดตั้งแอปท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของไอซ์แลนด์

ดาวน์โหลดตลาดการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของไอซ์แลนด์ลงในโทรศัพท์ของคุณเพื่อจัดการการเดินทางทั้งหมดของคุณได้ในที่เดียว

สแกนรหัส QR นี้ด้วยกล้องในโทรศัพท์ของคุณแล้วกดลิงก์ที่ปรากฏขึ้นเพื่อเพิ่มตลาดการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของไอซ์แลนด์ไว้ในกระเป๋าของคุณ ป้อนหมายเลขโทรศัพท์หรือที่อยู่อีเมลของคุณเพื่อรับ SMS หรืออีเมลพร้อมลิงก์ดาวน์โหลด