สิ่งไหนที่ควรทำเมื่อมาเที่ยวประเทศไอซ์แลนด์, คุณสามารถหาสถานที่ทีร่สวยที่สุดในประเทศได้ที่ไหน? อ่านบทความนี้ แล้วคุณจะรู้ว่า อะไรที่ควรทำ และที่ไหนที่ควรไป เมื่อยามเยี่ยมประเทศไอซ์แลนด์

ดูทัวร์มากมายในประเทศไอซ์แลนด์ ได้เลยที่นี่


ไอซ์แลนด์ เกาะที่มีภูมิประเทศสวยงามน่าประทับใจ มีแม่น้ำไหลผ่านทะเลทรายและมีไฟปะทุขึ้นจากน้ำแข็ง เราอาจเรียกได้ว่าดินแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง ดินแดนที่มีองค์ประกอบทางธรรมชาติสลับไปมาระหว่างไฟกับน้ำแข็ง สองธาตุจากบรรพกาลที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว และดินแดนที่ฤดูหนาวไร้แสงสว่างในช่วงกลางวันและฤดูร้อนที่พาะอาทิตย์ไม่เคยตก


คุณอาจจะตัดสินใจยากเมื่อนึกถึง สิ่งที่จะทำ และสถานที่จะไปในประเทศไอซ์แลนด์ และวิวทิวทัศไหนที่คุณอยากจะเห็นในวันหยุดของคุณ อาจจะเป็นงานที่ยากเลยทีเดียว.

บางจุดที่แนะนำให้ไป และบางอย่างที่แนะนำให้ทำ ทุกครั้งที่มาเที่ยว ด้านล่างนี้คุณสามารถอ่าน สอ่งที่ต้องทำ และ สถานที่ีที่ต้องไปที่เราจัดเรียงลำดับมาให้ไว้ได้เลย.

โปรดทราบว่ารายชื่อสถานที่นี้ เหมาะสำหรับคนที่มาเที่ยวประเทศไอซ์แลนด์ และซัมซับธรรมชาติเท่านั้น. หากคุณต้องการที่จะท่องเที่ยว และ ดื่มด่ำกับวัฒนธรรมไปด้วย


กรุณาอ่านบทความ ทัวร์วัฒนธรรมในประเทศไอซ์แลนด์ แทน 



10. ภูเขาไฟ และ เกลเซียร์ สไนเฟลส์เนสส์ 

ดอกทิวลิป

หากคุณอยากจะเห็นภูมิภาคที่หลากหลาย สิ่งเดียวที่คุณต้องทำคือวางแผนเที่ยวของคุณไปที่ สไนล์เฟลส์เนส. เขามีชื่อเล่นว่าไอซ์แลนด์ขนาดเล็กเพราะว่าด้วยธรรมชาติที่สวยงามรอบๆ แต่ไม่มีที่ใดเปรียบเทียบกับมงกุฎ สไนล์เฟลส์เนสส์โจกุล (Snæfellsjökull) ของเขาได้.


สไนล์เฟลส์เนสเป็นเกลเซียร์ฝาแฝดที่ตั้งอยู่บนภูเขาไฟร้อมรอมไปด้วยทุ่งลาวามากมาย และ วิวของคาบมหาสมุทร. คุณสามารถเห็นได้จากที่สูง เช่นพื้รที่ของโนสถ์ร้าง ปูดิร์ Búðir หรือ ก้อนหินที่ตั้งอยู่กลางทะเล โลนตรังการ์ (Lóndrangar).

จุดนี้มีสถานที่ ที่สำคัญที่เป็นเหมือนหัวใจของคนไอซ์แลนด์ ที่ได้รับรองเมื่อปี 2001 เป็นอุทยานแห่งชาติ ที่มีแค่อีกสองสถานที่ในประเทศแค่นั้นที่ได้รับชื่อนี้ (ทั้งสองได้มีชื่อยู่ในลิสท์นี้ด้วย).


 ดู คู่มือท่องเที่ยวแบบครบครันที่ สไนล์เฟลส์เนส


โบสถ์ร้างที่สไนล์เฟส์เนส

มีศิลปะหลากหลายที่ได้รับแรงบรรดาลใจมาจาก สไนล์เฟฃส์โจกุล (Snæfellsjökull) ที่ดังที่สุดคือจาก Jules Verne’s ‘A Journey เป็นใจกลางของโลก ที่เมื่อทุกคนได้เห็นแล้วจะได้รับแรงบรรดาลใจเหมือนกัน.

สไนล์เฟฃส์โจกุล สามารถมองเห็นได้จากเมืองเรคยาวิก (Reykjavik) โยที่คุณมองข้าม ท่าฟลาซาโฟลอิ (Faxaflói) ไป แต่ก็ไม่เหมือนกับเมื่อคุณไปดูสถานที่ด้วยตัวตัวเอง. หากคุณเลือกที่จะขับรถไปเที่เกลเซียร์เอง คุณสามารถทำได้ภายในวันเดียว มีหลากหลายแพคเกจขับรถเที่ยวเองที่รวมสถานที่นี้ด้วย เช่น แพคเกจขับรถเที่ยวเองหน้าหนาว หกวัน


ดูทัวร์สไนล์เฟลส์เนสที่นี่ 


9. ทะเลที่ทางภาคใต้ 

เรนิสแดรงเกอร์ ในประเทศไอซ์แลนด์ ถ่ายโดยคุณ  Iurie Belegurschi.

คาบมหาสมุทรทางใต้ของประเทศไอซ์แลนด์เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม และสถานที่ท่องเที่ยวที่ทุกคนต้องไปเมื่อกำลังคิดว่าจะทำอะไรในประเทศไอซ์แลนด์. ด้วยน้ำตก, เกลเซียร์ และ ภูเขาไป ที่สวยงาม ยังมีหาดทรายที่เป็นความโดดเด่นขึ้นมาอีก. ื

ด้วยธารน้ำแข็งของประเทศไอซ์แลนดื และผลลัพย์ของคาบมหาสมุทรแล้ว ทางคาบมหาสมุทรของที่นี่จึงมีพื้นผิว ที่เป็นหิน และขรุขระ ด้วยฟยาร์ด ที่แยกให้เป็น ทาง ตะวันออก ตะวันตด และ ทางเหนือ. 

สถนที่ที่โด่งดังมากที่สุดของหาดทราบดำคือ หาดทราย เรย์นิสฟยาร์รา (Reynisfjara) เหมือนทุกที่ในประเทศไอซ์แลนด์ เรย์นิสฟยาร์รา มีความสวยงามจากหินที่ตั้งอยู่ในน้ำ. คลื่นที่มีพลังมากมาย พักมาที่หาดทรายที่มีสีดำ และพัดออกสู่ทะเล สู่ก้อนหินสองก้อนที่เรียกว่า เรย์นิสตรังการ์ (Reynisdrangar)


ดูเพิ่มทางเกี่ยวกับ คาบมหาสมุทรทางใต้ ได้ที่นี่ 


คาบมหาสมุทรทางใต้ประเทศไอซ์แลนด์

เหมือนก้อนหินในประเทศไอซ์แลนด์ที่อื่น ก้อนหินเหล่านี้ ถูดติว่าเป็นโทรลล์ที่ถูกสาบด้วยแสงแดดตอนเช้า. พวกเขาหันหน้าสู่ ภูเขาเรย์นิสฟยาลล์ ที่คุสามารถมองเห็นถ้ำธรรมชาติ ส่องเข้าไปในก้อนหินสีดำ. 

ในระยะทางที่เดินได้จากเรย์นิสฟยารา คือ ดิร์โฮลาเอย์ (Dyrhólaey). จากที่นี่คุณสามารถมองเห็นสถานที่รอบๆได้ และในฤดูร้อนก็จะถูกร้อบรอบไปด้วย นกพัฟฟิน.


ดูเพิ่มเติม วิธีการดูนกพัฟฟินได้ที่ไหน 


เรย์นิสฟยารา (Reynisfjara) ไม่ใช่หาดทรายเดียวในทางใต้ที่ได้รับความนิยม.

เดินทางต่อไปทางตะวันออก จะเป็น ธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน (Jökulsárlón) ที่เป็นเหมือนมงกุฎของประเทซไอซ์แลนด์ ตั้งอยุ่ใกล้ๆกับ ชายหาดเพชร (Diamond Beach

ทั้งปี ธารน้ำแข็งจะเต็มไปด้วยก้อนน้ำแข็ง ที่แตกออกมาจากลิ้นของภุเขาน้ำแข็ง แล้วจะไหลลงสู่ทะเล. เมื่อพวกเขามาถึง คลื่นทะเลจะผลักให้เขากลับมาที่ทะเล ทำให้เป็นผลลัพย์ที่สวยงาม.

คลื่นทำให้ก้อนน้ำแข็งแตกสบายที่หาดทรายเพชร

แสงที่สะท้อนมาจากหาดทรายทะเล คือสิงที่ทำให้สถานทีนี้สวย. ด้วยสีของน้ำแข็งทำให้เกิดสีขาว ที่เมื่อสะท้อนกับหาดทรายดำแล้วทำให้เด่นขึ้นไปอีก.แสงของพระอาทิตย์เที่ยวคืนทำให้เพิ่มสีของเสงเหนือลงไปในน้ำแข็ง ทำให้สถานที่นี้เหมือนกับอยู่ในเทพนิยาย.

เพราะว่าสถานที่นี้ไม่ได้ร้อบรอบด้วยสิ่งใด คุณจึงสามารถเห็นแมวน้ำมาเล่นกันได้ทั้งปี.


ดู ทัวร์โจกุลซาลอนเพิ่มเติม 


ขณะท่องเที่ยวอยู่หาดทรายนี้ อย่าลืมว่าคลื่นทะเลแห่งนี้นั้นอันตรายมาก ด้วยเหุตุที่น้ำนั้นเย็นทำให้เกิดคลื่นงู ที่สามารถพัดมาที่หาดได้อย่างรวดเร็ว.

บริเวณนี้ห้ามลงเล่นน้ำอย่างเด็ดขาดและควรอยู่ห่างจากคลื่นอย่างน้อย 20-30 เมตร (75-100 ฟุต) ตลอด.


ดู วิธีการท่องเที่ยวในประเทศไอซ์แลนด์ให้ปลอดภัย


เดินไปอีกนิดหน่อยก็จะเจอกับดีร์โฮเลย์ (Dyrhólaey) หินลาวาดำขนาดมหึมาสูง 120 เมตร (400 ฟุต) ก่อตัวเป็นรูปโค้งตั้งตระหง่านอยู่ในทะเลจนเกิดเป็นคาบสมุทรขึ้นและจากบนนั้นนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นธารน้ำแข็งกลาเซียมิร์ดาลสโจกุล (Mýrdalsjökull) อันยิ่งใหญ่รวมถึงวิวชายฝั่งทะเลทางตอนใต้อันงดงามของไอซ์แลนด์ด้วย 

มีแพ็กเกจทัวร์แบบมีไกด์พาเที่ยวพาไปที่ชายหาดแห่งนี้อยู่ตลอด โดยจะออกเดินทางจากหมู่บ้านวิก (Vík) ที่อยู่ใกล้ๆ กัน หากคุณตั้งใจจะไปที่นี่คนเดียวก็ให้ระมัดระวังตัวเอาไว้ด้วยเนื่องจากทะเลบริเวณนี้มีอันตรายมากเพราะมันมีอุณหภูมิที่เย็นจัด มีคลื่นลมแรงและคลื่นมหาภัยที่ชอบโจมตีตอนทีเผลอ และมีกระแสน้ำที่รุนแรงมาก

บริเวณนี้ห้ามลงเล่นน้ำอย่างเด็ดขาดและควรอยู่ห่างจากคลื่นอย่างน้อย 20-30 เมตร (65-100 ฟุต) ด้วย



8. บลูลากูน

บลูลากูน (Blue Lagoon,)เป็นสปาน้ำแร่ร้อน และ อาจจะเป็นสิ่งที่โด่งดังมากที่สุดในประเทศด้วย เพราะว่านักท่องเที่ยวหลายคนมักจะวางสถานที่นี้ใว้เป็นอันดับหนึ่งเสมอ. น้ที่นี่เป็นสีฟ้าน้ำนม ไม่เหมือนกับที่อื่นที่คุณสามารถหาได้ในโลกนี้. ที่นี่ร่ำรวยไปด้วยแร่ธาติ รักษาด้วยแบคทีเรียที่ดี และ มาสค์ซิลิคา (silica) ที่มีขายให้กับลูกค้าทุกคน. สิ่งเหล่านี้ทำให้หลายคนคิดว่าบลูลากูนเป็นสถานที่ผ่อนคลาย ร่างกาย สมอง และ วิญญาน. 

บลูลากูนรวมไปด้วยสิ่งสาวยงามที่หลาดหลายเช่นกัน; ตั้งอยู่บนภูเขาไฟ ของคาบมหาสมุทรเรคคยาเนสส์ (Reykjanes Peninsula) ที่มีชื่อเสียงเรื่องของก้อนหิน และ ภูมิทัศที่โล่งโปร่ง. ทุ่งลาวาเป็นที่รู้จักของสถานที่นี้ที่ขยายยาวไปรอบๆคุณ ครอบคลุมด้วยมอสส์สีเทา เมื่อมองผ่านสายน้ำยิ่งทำให้เหมือนอยู่บนโลกอีกใบ. 


ดู ทัวร์บลูลากูน 

 
ทุกทริปที่มาท่องเที่ยวนี่นี้ จะมีค่าเสมอแม้แต่แขกที่ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย แต่แขกที่ต้องการความหรูหราอาจจะเลือกทรีทเม้นแบบส่วนตัวไว้พิจารณา. มีหลายอย่างให้คุณเลือกเช่น นวดตัวในน้ำ หรือคุณสามารถที่จะผ่อนคลายไปกับ การเสริมความสวยความงามแบบธรรมชาติด้วย พืชทะเลจำพวกเห็ดรา (algae) และ แร่ธาติ และการรักษาพิเศษสำหรับคนที่เห็นโรคสะเก้ดเงิน. 
บลูลากูนนั้นเดินทางวะดวก โดยตั้งห่างจากสนามบิน นานาชาติ เคฟลาวิก (Keflavík International Airport)  และ 30นาทีจากเมืองเรคยาวิก. รถ ฟลายบัส (Flybus) ที่บริการขนส่งนักท่องเที่ยวมักจะหยุดจอดที่นี่ก่อนจะเดินทางไปหรือจากเมืองหลวง. 
 
ขอเรียนให้ทราบว่าบลูลากูนเป็นสถานที่ที่ดัง ดังนั้นคุณจึงต้องจองตั๋วก่อนล่วงหน้า.

ดูรถบัสระหว่างเรคยาวิก และ เคฟลาวิก 


 

7. ไปดูวาฬที่ฮูสาวิก 

ฮูสาวิกเป็นสถานที่โด่งดังของการล่าปลาวาฬ

รูปจาก Husavik Traditional Whale Watching

มากกว่า 20สายพันธุ์ของ วาฬ โลมา และ วาฬเพชรฆาตได้ถูกค้นพบในประเทศไอซ์แลนด์ ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ระดับท็อปในการดูวาฬ. ขณะที่มีทัวร์โดยเรือมากมายจากเรคยาวิก และ อาคูรืเรย์รี่ (Akureyri) และสถานที่อีกหนึ่งอันเช่นทางฟอย์ดทางตะวันตก ที่คุณสามารถดูวาฬได้0 ทัวร์ที่ได้รับการตอบรับดีมากที่สุดมักจะมาจากหมู่บ้านที่เล็กที่เมือบงฮุสาวิก (Húsavík)

ที่มักจะได้ขื่อเล่นว่าเมืองแห่งการดูวาฬของประเทศไอซ์แลนด์ เมืองนี้ตั้งอยู่ที่ท่าเรือ สเกาย์วานติ (Skjálfandi) ที่มีสัตว์ทะเลมากมายในช่วงหน้าหนาว. วาฬเพชรฆาต โลมาปากขวด และ วาฬหลังค่อยมักจะเห็นได้เกือบทุกวันที่นี่ และบางโอกาศนักท่องเที่ยวที่โชคดีอาจจะได้เห็น วาฬออรืคาส์ วาฬฟ้า วาฬฟิน หรือ วาฬนาร์วาลก็ได้.

ช่วงหน้าร้อนมักจะมีนกที่น้ายถิ่นฐานมาที่ประเทศไอซ์แลนด์ และได้มาทำรังกัน เช่นนกพัฟฟิน. สิ่งที่สามารถเห็นได้เมื่อล่องเรือดูวาฬที่เรคยาวิก อาร์คูเรย์รี่ หรือ ฮูสาวิกก็ได้ เช่น อันนี้ที่เดินทางฮูสาวิกที่รวมการไปดูรังนกพัฟฟินด้วย. 


ดูทัวร์ล่องเรือดูวาฬ และนกพัฟฟินได้ที่นี่ 


6. เขตอนุรักษ์ธรรมชาติฮอร์นสตรานเดอร์

ฮอร์นสตรานดิร์ ที่ฟยอร์ดทางตะวันตกของประเทศไอซ์แลนด์

พื้นที่ทางฝั่งเหนือสุดของฟยอร์ดทางตะวันตกที่เรียกว่าฮอร์นสตรานเดอร์ (Hornstrandir) มีความผูกพันอยู่กับนิยายซากาและเคยมีประชากรอาศัยอยู่จนกระทั่งเมื่อช่วงสิบปีแรกของศตวรรษที่ 20 หน้าผาขนาดมหึมาแห่งนี้มีความสูง 534 เมตรจากระดับน้ำทะเลและเป็นบ้านที่สมบูรณ์แบบของนกทะเลฝูงใหญ่ที่สุดในโลก,

สถานที่ที่โดดเดี่ยวนี้ เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นสถานที่ที่มีคนอาศัยอยู่น้อยที่สุดในประเทศ และเป็นที่รู้จักว่าไม่มีบ้านอยู่ในที่นี้. หน้าผาที่นี่ ที่มีก้อนหินตั้งอยู่สูงถึง 534 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นเหมือนบ้านของนักทะเบมากมาย. ด้วยทุ่งหญ้าที่กวางคุณสามารถเห็น แมมมอส หรือ สุนักจิ้งจองอาร์ทิคได้. 


ดูเพิ่มเติม สัตว์ป่าในประเทศไอซ์แลนด์ 

เพราะว่าความโดดเดี่ยวมากกว่าศัตวิต สัตว์เหล่านี้ไม่มีปัญหากับการเข้าใกล้ผู้คน คุณสามารถเข้าไปใกล้พวกเขาได้ ในขณะที่การให้อาหารพวกเขาเป็นสิ่งที่ไม่แนะนำเป็นอย่างยิ่ง. 

ฮอร์สตรานติร์สามารถไปได้โดยนั่งเรือจากอีสาฟยาร์ดูร์ (Ísafjörður) และ จากอำเภอ สตรานติร์ 


5.ขับรถไปที่ฟยอร์ดทางตะวันออก

นกพัฟฟินสามารถเห็นได้ที่ที่ทางฟยาร์ดทางตะวันออก

ฟยอร์ดทางตะวันออกของประเทศไอซ์แลนด์นั้นห่างไกลจากเมืองเรคยาวิก แปลว่าคนที่ขับรถเที่ยวถนนวงแหวนทองคำเท่านั้นที่สามารถไปได้. คนที่ไปมักจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขากลับมาด้วยประสบการณ์ที่ประทัยใจเสมอ.


ดูแพคเกจท่องเที่ยวที่นี่ 


ฟยอร์ดทางตะวันออกจะทำให้คุณเข้าใกล้กับภูมิประเทศมากขึ้น และห่างไกลจากนักท่องเที่ยว. ขับรถขึ้นลงภูเขามากมาย พร้อมกับดูหน้าผา คุณจะได้สัมผัสวิวท้องทะเลด้วยตัวเอง และ วิวของธารน้ำแข็งวัทนาโจกุลก็สวยงามไม่แพ้กัน. 

นอกเหนือจากสิ่งที่ห่างไกลเหล่านี้มีสถานที่ใกล้เคียงเช่นที่ ดยูปปาโวกูร์ (Djúpivogur)เซย์ดิฟยอร์ดูร์ (Seyðisfjörður) และ เอกิลสตาร์ดูร์ (Egilsstaðir) ที่คุณสามารถหาการบริการเช่น ปั๋มน้ำมัน อาหาร และ ห้องที่สบายได้. หมู่บ้านที่โบราณแห่งนี้เต็มไปด้วยธรรมชาติ ที่ เซย์ดิฟยอร์ดูร์นั้นเต็มไปด้วยฟยอร์ดที่ลึก และ หน้าผามากมายที่สามารถมองเห็นวิวของทะเลได้. 

Egillstaðir sits on the banks of a beautiful lake.

เมื่อคุณเดินทางไปที่ฟยอร์ดทางตะวันออก คุณสามารถมองหาสัตว์ป่าธรรมชาติได้. น้ำนั้นนิ่ง นั่นหมายความว่าคุณสามารถมองหน้าแมมมอส และ นำที่กำลังทำรังอยู่ได้. และนี่เป็นสถานที่เดียวที่คุณสามารถเห็นกวางได้ในประเทศไอซ์แลนด์. 

ในขณะที่มีหลากหลายสถานที่ท่องเที่ยว ที่นี่เป็นสถานที่ที่แนะนำเป็นอย่างยิ่ง เช่นที่ ฮูสเอย์ (Húsey) และ บอร์กาฟยอร์ดูร์ อิสทรา ทำให้ ฟยอร์ดทางตะวันออกเป็นสถานที่ส่วยงามที่โดดเด่น.


ดูทัวร์ เอกิลสทาร์ดิร์ เพื่อที่จะไปที่ ฟยอร์ดทางตะวันออก


4. เพิ่มกิจกรรมไปที่ทัวร์วงกลมทองคำของคุณ

Add some adventure to your Golden Circle trip.

วงกลมทองคำ (Golden Circle) สถานที่หนึ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ สถานที่นี้ใช้เวลาเพียง 5ชั่วโมงในการทัวร์ พร้อมด้วยการชมสถานที่ สำคัญมากมาย เช่น อุทยานแห่งชาติ ธิงเวลลิร์ (Þingvellir National Park)น้ำพุร้อนไกเซอร์ (Geysir) และ น้ำตกกุลฟอสส์ (Gullfoss),


ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทัวร์วงกลมทองคำ 

ธิงเวลลิร์เป็นสถานที่เดียวในประเทศไอซ์แลนด์ที่ได้รับการรองรับจาก ยูเนสโก้. ตั้งอยู่ท่ามกลางรอยแยกของทวีน อเมริกัน เหนือ และ ทวีปยูโรเชี่ยน. ที่นี่เต็มไปด้วยวิวทิวทัศชองทุ่งลาวาและ ภูเขา รวมทั้งกับแม่น้ำที่ใส่มากมาย. 

It is possible to snorkel and dive on the Golden Circle throughout the year.

น้ำพุร้อนไกเซอร์ มีน้ำพุที่พุ่งขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่ทำให้ชื่อของเขาเอง ได้ถุกนำไปใช้ในภาษาอังกฤษด้วย. เพราะด้วยไกเซอร์ได้หายไปแล้ว แต่เพื่อบ้านของเขา สโทรคคูร์ (Strokkur) นั้นพุ่งขึ้นมาทุกๆ 10นาที และพุ่งสูงถึง 20เมตร. 

กุลล์ฟอสส์ (Gullfoss) เป้นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากของประเทศไอซ์แลนด์ ล่องลอยของน้ำที่ไหลลงมาผ่านทุ่ง สู่ยุคน้ำแข็ง (Ice Age) อันสุดท้าย. สำหรับคนที่มาดูในวันที่อากาศโปล่งใสก็จะเห็นสายรุ้งที่นี่ได้.

เพราะว่าใช้เวลาแค่ครึ่งวันในการท่องเที่ยวไปที่สถานที่เหล่านี้ ผู้บริการหลายบริษัทจึงได้เพิ่มกิจกรรมต่างๆให้นักท่องเที่ยวด้วย. 

สำหรับคนที่ไม่กลัวที่จะเปียกก็สามารถ สนอร์เกิ้ล หรือ ดำน้ำ ได้ที่ ธิงเวลลิร์ ที่ ซิลฟรา (Silfra) เพื่อประสบการณ์เยี่ยมชมโลกใต้นำของโลก. สำหรับคนที่รักการผจญภัยสามารถเพิ่ม สโนว์โมบิล ที่เดินทางจากน้ำตกกุลล์ฟอสส์ ที่จะพาคุณเดินทางจาก ธารน้ำแข็งเกลเซียร์ ลางโจกุล (Langjökull) ที่ใหญ่โต,


ดู 9สถานที่ยอดฮิตบทวงกลมทองคำ


ธิงเวลลีย์เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของไอซ์แลนด์ เพราะเป็นที่ตั้งของหุบเขาทรุดซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของเทือกเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติกและเป็นที่ตั้งของธิงวัลลาวัทน์ (Þingvallavatn) ทะเลสาบธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ด้วย นอกจากนี้ยังมีจุดดำน้ำซิลฟรา (Silfra) อันมหัศจรรย์อยู่บนรอยแยกระหว่างทวีปอเมริกาและทวีปยุโรป ซึ่งบรรดานักดำน้ำต่างบอกว่าที่นี่เปรียบเสมือนเป็นความลับสุดยอดของไอซ์แลนด์เลยทีเดียว

สภา หรืออัลทิงกิ (Alþingi) ก็ถูกจัดตั้งขึ้นที่ธิงเวลลีย์ในปี 930 และใช้เป็นสถานที่ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายทุกประเภทไปจนกระทั่งปี 1789 ด้วยเหตุนี้ที่นี่จึงเป็นเหมือนศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองที่สำคัญ สถานที่ซึ่งคนยากไร้ คนป่วย และคนที่มีคุณธรรมถูกเนรเทศ พิจารณาคดี จำคุก และถูกจับถ่วงน้ำที่เดรกกิงการ์ฮีลูร์ (Drekkingarhylur) หรือสระถ่วงน้ำ



3. ถ่ายรูปหุบเขาเอาส์บิร์กิ

เหวเอาส์บิร์กิ ที่ประเทศไอซ์แลนด์

เป็นหนึ่งในสถานที่ ที่สงสัยว่า ผู้คนลึกลับของประเทศไอซ์แลนด์อาจจะมากันจากที่นี่ 


กดตรงนี้สำหรับการเดินทางไปเอาส์บิร์กิจากอาคูเรยรี่


2. ปีนเขาจาก เขตอนุรักษ์ธรรมชาติสกาฟตาเฟล

สวาร์ติิฟอสส์ ที่สกัฟตาเฟลล์ ใกล้ อุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล

สกาฟตาเฟล (Skaftafell) ​นั้นมีธรรมชาติที่สวยงาม และครั้งหนึ่งเคยเป็นอุทยานแห่งขาติ แต่ตอนนี้ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ ที่สวยงามที่สุด และเข้าถึงมากที่สุด ที่รวมไปด้วยกับ อุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล (Vatnajökull National Park) ที่ยิ่งใหญ่ 

สถานที่นี้อยู่ท่ามกลางระหว่างน้ำและไฟ วึ่งคุณสามารถแคมปิ้งได้ที่ ป่าเบิร์ช ใกล้กับแม่น้ำที่ไหลมาจากเกลเซียร์ และเดินไปไม่กี่นาทีคุณก็จะได้เข้าถึง หาดทรายดำ และ ทุ่งลาวา.

ลิ้นของธารน้ำแข็ง สามารถเห็นได้ที่นี่ ซึ่งเป็นเกลเซียร์ที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป. สหรับคนที่ชอบผจญภัยคุณสามารถ จองทัวร์ปีนเกลเซียร์ บนเกลเซียร์ ที่ สวีนาแฟลลส์โจกุล (Svínafellsjökull)


ดูทัวร์สกัฟตาแฟลล์ ได้ที่นี่


สวีนาแฟลลส์โจกุล ที่สกัฟตาแฟลล์

หากว่าคุณไม่อยากที่จะปีนเขาน้ำแข็ง คุณสามารถเพลินเพลินไปกับการเดินแบบอื่นก็ได้ และที่ที่ขึ้นชื่อคือ เส้นทางการเดินไปที่ สวาร์ติฟอสส์ (Svartifoss).

สกัฟตาแฟลล์ รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ที่คาบมหาสมุทรทางใต้ โดยใช้เวลาภายในหนึ่งชั่วโมง.


ดูทัวร์ปีนเขา 


1. แหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพทะเลสาบมิวาทน์

มิวาท์นเป็นสถานที่สำคัญของประเทศ

มิวาทน์ (Mývatn) อยู่ห่างไปทางทิศตะวันออกของอาคูเรยรี่ (Akureyri) ประมาณ 90 กม. (55 ไมล์) ที่นี่เป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับที่สี่ของไอซ์แลนด์ ซึ่งเกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟครั้งใหญ่เมื่อ 2300 ปีก่อน ปัจจุบันบริเวณนี้ก็ยังคงเป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยงอยู่เพราะอยู่ใกล้กับภูเขาไฟที่คราฟลา (Krafla) ที่เพิ่งระเบิดไปครั้งล่าสุดเมื่อปี 1984

ทะเลสาบมิวาทน์มีนกอาศัยอยู่มากมายและบริเวณโดยรอบก็เต็มไปด้วยธรรมชาติซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ล้ำค่าของไอซ์แลนด์

ดิมมูบอร์กิร์อันเร้นลับ (Dimmuborgir) หรือเมืองแห่งความมืดนั้นเป็นสถานที่ซึ่งมีหินลาวารูปทรงประหลาด ตามตำนานว่ากันว่าซาตานเคยมาเยือนที่นี่เมื่อตอนที่ถูกขับไล่ลงมาจากสวงสวรรค์และกลายเป็นผู้ร้ายที่ภายหลังโดนเอลฟ์สว่างเปลี่ยนสุสานนรกของเขาให้กลายเป็นเมืองหลวง

น้ำตกเดตติร์ฟอสส์  ที่ไหลลงมาแรง ที่มิวาท์น

ถ้าไปเดินอยู่ท่ามกลางทุ่งหินลาวาบางทีคุณอาจบังเอิญได้เจอกับรอยแตกและถ้ำหิน ซึ่งในนั้นอาจมีน้ำร้อนธรรมชาติที่อุณหภูมิเหมาะกับการแช่ก็ได้

แต่การเกิดแผ่นดินไหวอาจส่งผลให้น้ำธรรมชาติเหล่านั้นมีอุณหภูมิสูงมากและก่อให้เกิดอันตรายหากลงไปแช่ ดังนั้นทางที่ดีคุณควรสอบถามคนท้องถิ่นให้แน่ใจก่อนที่จะลงไปเล่นน้ำ

มีแพ็กเกจทัวร์จากมิวาทน์ไปยังภูเขาไฟคราฟลา (Krafla) และบางโปรแกรมก็พาไปสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ที่อื่นด้วย อย่างเช่นน้ำตกเดตติฟอสส์ (Dettifoss) น้ำตกที่ทรงพลังมากที่สุดในยุโรป



คุณชอบสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในไอซ์แลนด์อันไหนบ้างคุณมีสถานที่ดีๆที่อยากจะแบ่งปันกับพวกเราบ้างหรือเปล่าถ้ามีที่ไหนอยากแนะนำหรือมีคำถามก็อย่าลังเลที่จะพิมพ์ลงในคอมเมนต์ด้านล่างนี้