แสงเหนือ คลุมภูเขา ภูเขาเวสตราฮอร์น

ช่วงไหนที่เหมาะแก่การไปชมแสงเหนือที่ประเทศไอซ์แลนด์มากที่สุด ตำแหน่งที่ดีที่สุดในการชมปรากฏการณ์ออโรรา หรือแสงออโรร่าในประเทศไอซ์แลนด์อยู่ตรงไหนบ้าง และบริเวณไหนของเรคยาวิกที่จะเห็นแสงเหนือได้ชัดเจนที่สุด เราแนะนำให้อ่านบทความต่อไปนี้แล้วคุณจะได้คำตอบให้กับทุกคำถามที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับออโรรา บอรีเอลิส หรือปรากฎการณ์ออโรราในประเทศไอซ์แลนด์


ดูตัวเลือกที่มากมายของทัวร์แสงเหนือในประเทศไอซ์แลนด์ 
ล่าแสงเหนือด้วยตัวคุณเอง โดยการจองทัวร์ล่าแสงเหนือขับเที่ยวเอง
ลดลิมิตในการล่าแสงเหนือของคุณโดยการจองทัวร์หน้าหนาว 
รู้เรื่องออโรร่าเพิ่มเติมโดยการอ่านเรื่อง แสงเหนือคืออะไร?
หาทุกอย่างที่คุณอยากรู้ในการถ่ายรูปแสงเหนือ


ชาวไอซ์แลนด์นั้นโชคดีมากที่พวกเขาสามารถมองเห็นแสงเหนือได้ถึงปีละ 8 เดือนคือตั้งแต่ประมาณต้นเดือนกันยายนไปจนถึงปลายเดือนเมษายน และถ้าคุณเดินทางไปไอซ์แลนด์ในช่วงระหว่างนี้คุณเองก็จะมีโอกาสได้ชื่นชมแสงเหนือกับเขาเหมือนกัน  แต่ทั้งนี้การที่จะได้เห็นแสงเหนือหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับโชคของคุณ สภาพอากาศ และปรากฏการณ์หรือกิจกรรมที่เกิดขึ้นบนดวงอาทิตย์ในช่วงนั้นด้วย


ปรากฏการณ์อันน่าตื่นตาของแสงเหนือนั้นมีให้เห็นอยู่เพียงไม่กี่แห่งบนโลกใบนี้ ทั้งนอร์เวย์ ฟินแลนด์ ตอนเหนือของแคนาดา (แถวเยลโลไนฟ์,Yellowknife) และอลาสก้า (แถวแฟร์แบงก์ส, Fairbanks) ต่างก็เป็นจุดที่สามารถมองเห็นแสงเหนือได้เหมือนกัน และถึงแม้ว่าสถานที่เหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีช่วงกลางคืนในฤดูหนาวที่ยาวนานกว่า แต่ก็มีอุปสรรคในการมองเห็นแสงเหนืออยู่มากเพราะมักจะมีเมฆมาบด

ดังนั้นไอซ์แลนด์จึงเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสมมากที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับการออกเดินทางเพื่อไปขีดฆ่าการชมแสงเหนือออกจากรายการสิ่งที่ต้องทำของคุณ

แสงเหนือคืออะไร?

แสงเหนือล่องลอยอยู่บนบ้านฟาร์ม

แสงเหนือที่ปรากฏให้เห็นนั้นเป็นผลจากการที่อนุภาคจากดวงอาทิตย์เคลื่อนที่เข้าสู่สนามแม่เหล็กของโลกในบริเวณบรรยากาศชั้นบนและเกิดการแตกตัวเป็นไอออน และความเข้มของแสงจะขึ้นอยู่กับกิจกรรมของดวงอาทิตย์และการปรับเร่งความเร็วของอนุภาค.

แสงเหนือมีความงดงามมากราวกับว่าพวกมันกำลังเริงระบำพลิ้วไหวอยู่สูงขึ้นไปบนท้องฟ้าเบื้องบนและแสงเหนือสามารถเกิดขึ้นได้หลายสี โดยมากแล้วจะเป็นสีเขียว แต่บางครั้งก็เป็นสีม่วง สีแดง สีชมพู สีส้ม และสีน้ำเงิน ขึ้นอยู่กับชนิดของธาตุที่แตกตัวออกมา.

ส่วนกิจกรรมที่เกิดขึ้นบนดวงอาทิตย์เป็นสิ่งที่มีความไม่แน่นอน บางครั้งกลางคืนมืดมิดท้องฟ้าปลอดโปร่งแต่คุณกลับไม่มีโอกาสได้เห็นแสงออโรราเลยไม่ว่าจะเดินทางขึ้นเหนือไปไกลแค่ไหนก็ตาม และบางทีก็มีความเป็นไปได้ที่แสงเหนือจะปรากฏขึ้นเต็มท้องฟ้าในวันใดวันหนึ่งของกลางฤดูร้อนแต่พวกมันก็จะถูกแสงสว่างของดวงอาทิตย์บดบังจนมองไม่เห็น.

ตามลักษณะธรรมชาติของสนามแม่เหล็กโลก แสงออโรราจะปรากฏขึ้นเฉพาะในแถบบริเวณขั้วโลกเท่านั้น คือบริเวณที่มีละติจูดตั้งแต่  60° เหนือขึ้นไปและตั้งแต่บริเวณละติจูด 60° ใต้ลงไป (ซึ่งเรียกว่าแสงใต้หรือออโรรา ออสเตรลิส) ดังนั้นประเทศไอซ์แลนด์ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณละติจูด 64° เหนือ ถือว่าอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมมากสำหรับการเดินทางไปชมแสงเหนือ

ก่อนที่วิทยาศาสตร์จะสามารถอธิบายได้ว่าแสงเต้นระบำเหล่านั้นคืออะไร มนุษย์สมัยก่อนก็มีทฤษฎีเกี่ยวกับแสงที่พวกเขาได้เห็นแตกต่างกันไปในหลากหลายวัฒนธรรม ตัวอย่างเช่น ในตำนานนอร์สโบราณเชื่อว่าแสงพวกนี้คือประกายจากเสื้อเกราะของวาลคิรี เทพธิดาในเทพปกรณัมนอร์สผู้มีหน้าที่คัดเลือกว่าใครจะอยู่หรือตายในสงครามและนำพาผู้ที่เสียชีวิตไปยังดินแดนหลังความตาย

 

แสงเหนือ บนบ้านสไตล์ไอซ์แลนดิก

กลุ่มชนพื้นเมืองอเมริกันบางกลุ่มมีความเชื่อว่าแสงเหล่านี้สื่อถึงวิญญาณของคนที่ตายไปแล้ว ยิ่งแสงที่ปรากฏมีความสว่างมากก็แสดงว่าวิญญาณของคนเหล่านั้นก็มีความสุขมากเช่นกัน

นอกจากนี้แสงออโรรายังถูกมองว่าเป็นลางบอกเหตุอย่างหนึ่งด้วย ในยุโรปยุคกลางที่ผู้คนนับถือศาสนาคริสต์พวกเขาเชื่อกันว่าแสงออโรราเป็นสัญญาณเตือนถึงยุคมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทหารของฝ่ายสมาพันธรัฐได้เห็นแสงออโรราปรากฏอยู่บนท้องฟ้าในยุทธการที่เฟรเดอริกส์เบิร์กและพวกเขาเชื่อว่าจะมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น ซึ่งพวกเขาก็สู้รบอย่างเหี้ยมโหดจนได้ชัยชนะในสมรภูมิรบครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตามโชคที่มากับแสงออโรราของพวกเขาก็ไม่ได้ส่งผลดีไปตลอดระยะเวลาของสงคราม


  • อ่านเรื่องนี้ด้วย แสงเหนือคืออะไร?

สภาวะแบบไหนที่เหมาะสมแก่การชมแสงเหนือในประเทศไอซ์แลนด์มากที่สุด?

แสงเหนือ บน ภูเขาเคิร์คจูแฟส

การจะได้เห็นออโรรา บอรีเอลิส แบบแจ่มชัดสวยงามในไอซ์แลนด์นั้นนอกจากจะต้องใช้ความอดทนและต้องมีโชคช่วยแล้ว คุณยังต้องคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้ด้วย :

  • คุณต้องไปดูในช่วงระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนเมษายน

  • คืนนั้นต้องเป็นคืนที่มืดสนิทมากที่สุด (ยิ่งใกล้ช่วงพระจันทร์เต็มดวงแสงออโรราจะยิ่งอ่อนลง)

  • บริเวณนั้นควรมีแสงสว่างจากไฟฟ้าให้น้อยที่สุด (มลภาวะทางแสง)

  • ท้องฟ้าควรมีเมฆน้อยที่สุด ยิ่งท้องฟ้าโปร่งปราศจากเมฆเลยได้ยิ่งดี

  • ช่วงนั้นจะต้องมีกิจกรรมที่เกิดขึ้นบนดวงอาทิตย์มากเพียงพอ

สำหรับปัจจัยสองข้อสุดท้ายนั้นคุณสามารถตรวจสอบล่วงหน้าได้จากการพยากรณ์แสงเหนือและพยากรณ์เมฆ แต่อย่างไรก็ตามการพยากรณ์เหล่านี้ยังไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้มากเกินกว่าหนึ่งหรือสองวัน

แสงเหนือเป็นสิ่งที่น่าดูในประเทศไอซ์แลนด์

ส่วนในเรื่องของสภาพอากาศนั้นพบว่าอุณหภูมิที่หนาวเย็นไม่มีผลกับการปรากฏของออโรรา บอรีลิสแต่อย่างใด แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่เชื่อเช่นนั้น ทั้งที่ความจริงแล้วอากาศที่อุ่นขึ้นหน่อยก็จะทำให้คุณรอดูออโรราได้นานมากขึ้นอีก

และถึงแม้ว่าปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นดูเหมือนจะเอื้ออำนวยเต็มที่แล้ว แต่ธรรมชาติก็ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้อยู่ดีและแสงเหนือก็อาจไม่ปรากฏให้เห็นก็ได้ พูดง่ายๆ ก็คือยิ่งคุณอยู่ในไอซ์แลนด์นานมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งมีโอกาสได้เจอกับแสงเหนือมากขึ้นเท่านั้น หากคุณตั้งใจจะมาอยู่ที่ไอซ์แลนด์เพียงแค่สองสามวันโอกาสที่คุณจะได้เจอกับวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งและมีแสงออโรราก็น้อยลงตามไปด้วย ดังนั้นอย่าลืมคำนึงถึงข้อนี้ด้วยเวลาที่คุณจองทริปไปดูแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์

สำหรับสถานที่ในการดูแสงเหนือนั้นหากใครอยากเห็นแสงเหนือแบบชัดๆ ให้เดินทางไปที่ฟยอร์ดทางตะวันตก (Westfjord) หรือทางตอนเหนือของไอซ์แลนด์ (North Iceland) ซึ่งบริเวณแถบนั้นจะมีช่วงกลางคืนที่ยาวนานกว่าจึงทำให้มีโอกาสได้เห็นออโรรา บอรีลิสมากกว่า อย่างที่เรคยาวิกในฤดูหนาวหรือช่วงเหมายันจะมีช่วงกลางคืนที่ไร้แสงอาทิตย์นาน 20 ชั่วโมง ในขณะที่ทางแถบตอนเหนือสุดจะมืดมิดกันยาวนานถึงเกือบ 22 ชั่วโมงเลยทีเดียว

แสงเหนือ ที่ภูเขาเวสตราฮอร์น ทางตะวันออกของประเทศไอซ์แลนด์

หากคุณตั้งใจจะไปในช่วงเดือนกันยายนหรือเดือนเมษายน การไปตั้งแคมป์ที่ไอซ์แลนด์ก็น่าสนใจมากเหมือนกันเพราะว่าการนอนอยู่ใต้ท้องฟ้าท่ามกลางหมู่ดาวนั้นเป็นการเพิ่มโอกาสในการได้เห็นแสงเหนืออย่างแน่นอน ซึ่งสถานที่ตั้งแคมป์ส่วนใหญ่ก็จะอยู่นอกเมืองอยู่แล้วจึงไม่ค่อยมีมลภาวะทางแสงมารบกวน,



ถ้าถามว่าเป็นไปได้ไหมที่คุณจะไม่ได้เห็นแสงเหนือ คำตอบคือมันก็มีความเป็นไปได้อยู่เล็กน้อยเหมือนกันแม้ว่าจะทำตามแผนทุ กอย่างแล้วก็ตาม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณอาจโชคดีได้เห็นแสงเหนือจากบนเครื่องบินในขณะที่เครื่องอยู่เหนือประเทศไอซ์แลนด์ หรือได้เห็นตั้งแต่ตอนที่รถกำลังแล่นออกจากสนามบินเคฟลาวิก (Keflavík airport)เลยก็ได้ ก็อย่างที่เราบอกไปแล้วก่อนหน้านี้ว่าถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติแล้วล่ะก็บางทีคุณก็ต้องพึ่งพาอาศัยดวงด้วยเหมือนกัน.

วิธีไหนที่ดีที่สุดในการล่าแสงเหนือในไอซ์แลนด์?

หากอยากมีโอกาสในการเห็นแสงเหนือแบบจัดเต็มในไอซ์แลนด์เรามีวิธีล่าแสงเหนือให้คุณเลือกถึง 4 วิธีด้วยกัน วิธีแรกคือรอแสงเหนืออยู่ในเมืองที่คุณพักเลย ไม่ต้องเดินทางออกนอกเมืองให้ลำบาก วิธีที่สองคือซื้อแพ็กเกจทัวร์ที่มีไกด์พาออกไปชมแสงเหนือท่ามกลางธรรมชาติ วิธีที่สามคือขับรถออกไปล่าแสงเหนือด้วยตัวเอง และวิธีสุดท้ายคือไปล่องเรือล่าแสงเหนือ.

แต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป โปรดอ่านบทความนี้ต่อไปเพื่อศึกษาว่าวิธีไหนที่เหมาะกับวันพักผ่อนของคุณมากที่สุด



ดูแสงเหนือที่เรคยาวิกและเมืองอื่นๆ

แสงเหนือเป็นสิ่งที่หายากในประเทศ แต่เมื่อพวกเขาปรากฎตัวแล้ว คุ๊จะรู้สึกเหมือนอยู่อีกโลกใบหนึ่ง

 

หากคุณมีงบประมาณที่จำกัดและการเช่ารถเพื่อขับออกไปล่าแสงเหนือหรือซื้อแพ็กเกจทัวร์ดูเหมือนว่าจะฟุ่มเฟือยเกินไปหน่อย คุณสามารถรอดูแสงออโรราอยู่ที่ในเมืองที่คุณพักอยู่เลยก็ได้

วิธีที่ดีที่สุดคือให้ไปอยู่ในบริเวณที่มืดสนิทมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และรอให้สายตาปรับให้ชินกับความมืด เรคยาวิกเป็นเมืองที่มีสวนสาธารณะหลายแห่ง ดังนั้นจึงมีบริเวณที่เหมาะสำหรับดูแสงเหนือให้คุณเลือกอยู่หลายจุด

แถวประภาคารกรอตต้า (Grótta Lighthouse) บนคาบสมุทรเซลท์ยานาร์เนส (Seltjarnarnes Peninsula) ทางตะวันตกเฉียงเหนือสุดของเมืองเป็นทำเลที่เหมาะที่สุดแห่งหนึ่ง แถบนี้มีมลภาวะทางแสงน้อยมากซึ่งหมายความว่าในคืนที่ฟ้าโปร่งและมีการพยากรณ์ว่าจะเกิดแสงเหนือ คุณจะมีโอกาสได้เห็นสูงมากทีเดียว และจุดนี้ยังมีบ่อพลังงานความร้อนใต้พิภพขนาดย่อมไว้ให้คุณแช่เท้าระหว่างรอคอยด้วย

ท้องฟ้าในแถบขั้วโลกเหนือ มีหลาย รูปแบบ และ สีสัน

เนินเขาเอิสคูฮลีด (Öskjuhlíð) เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เหมาะแก่การล่าแสงเหนือ พื้นที่ป่ารอบๆ ร้านอาหารและแลนด์มาร์กชื่อดังอย่างอาคาร์ พาร์ลาน (Perlan) นั้นมืดมาก ดังนั้นผู้ที่ไปเฝ้ารออยู่ในบริเวณนั้นจึงมักจะไม่ผิดหวัง หรือไม่อย่างนั้นคุณก็สามารถไปรอดูแถวสวนสาธารณะในเมืองก็ได้ เช่น ที่แคลมบราทุน (Klambratún) และเลยการ์ดาลูร์ พาร์ค (Laugardalur Park) ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่กว่า.

ในเขตชุมชนต่างๆ ที่อยู่ห่างจากเมืองเรคยาวิกออกไป ปกติแล้วจะมีมลภาวะทางแสงน้อยกว่าในเมืองมาก ทำให้มีโอกาสเห็นแสงเหนือได้ง่ายกว่า ยกเว้นที่อาคูเรยรี่ (Akureyri) ซึ่งคุณอาจจะต้องเดินทางออกไปนอกเมืองสักหน่อยเพื่อหาตำแหน่งที่มืดเพียงพอในการชมแสงเหนือ

คุณอยากจะเห็นแสง ออโรร่า ในวันที่คุณมาไอซ์แลนด์ หรือไม่?

แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายอยู่เหมือนกันที่การล่าออโรรา บอเรลลิสจากในเมืองนั้นมีข้อเสียที่เห็นได้ชัดเจนหลายอย่าง อย่างแรกคือในเมืองมักจะมีมลภาวะทางแสงมากกว่าบริเวณที่เป็นทิวทัศน์ทางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของไอซ์แลนด์ อย่างที่สองคือข้อจำกัดด้านเคลื่อนย้ายสถานที่ ในกรณีที่มีเมฆมาบดบังแสงออโรราแถวนั้น คุณจะไม่สามารถขยับหนีไปหามุมอื่นที่ดีกว่าได้.

อย่างไรก็ตามถ้าหากแสงออโรราที่ปรากฏนั้นมีความเข้มสูงมาก คุณอาจจะมองเห็นมันได้อย่างชัดเจนแม้ว่าในเมืองจะมีมลภาวะทางแสงรบกวนอยู่บ้าง ในกรณีเช่นนี้ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่เบียร์การ์เด้น ที่โรงแรม หรือตามท้องถนนในเมืองก็ยังสามารถมองเห็นได้ แต่ถ้าได้ไปดูในที่มืดสนิทกว่าคุณก็จะได้เห็นแสงออโรราที่เข้มกว่า.

ซื้อทัวร์ล่าแสงเหนือที่มีไกด์ให้บริการ

ออโรร่า เบลลาลิส สามารถเห็นได้แค่ ทางซักเหนือของโลก

วิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการดูออโรรา บอรีลิส คือการซื้อทัวร์ที่มีมัคคุเทศก์พาออกไปดูตามสถานที่ธรรมชาติ ทัวร์ลักษณะนี้จัดเป็นประจำตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนเมษายนเมื่อมีการคาดการณ์ว่าจะมีแสงเหนือเกิดขึ้น และในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ประสบความสำเร็จคุณก็ยังจะมีโอกาสได้ไปดูซ้ำอีกโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

แพ็กเกจทัวร์ไอซ์แลนด์ 3 วัน ที่นอกจากจะพาไปล่าแสงเหนือแล้วยังรวมถึงการเที่ยวชมชายฝั่งตอนใต้ในฤดูหนาวและทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน วงกลมทองคำ และถ้ำคริสตัลด้วย

ข้อดีของการซื้อทัวร์มีเยอะมาก คุณจะได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญด้านแสงเหนือโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการพาไปยังบริเวณที่มีแสงเหนือหรือให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการถ่ายรูป และคุณยังสามารถย้ายไปยังบริเวณที่การพยากรณ์คาดว่าจะมีแสงเข้มที่สุดและมีเมฆมาบังน้อยที่สุดได้โดยไม่ต้องพะวงเรื่องการขับรถบนถนนท่ามกลางฤดูหนาวของไอซ์แลนด์ด้วย

และแน่นอนว่าการไปกับทัวร์แบบนี้คุณจะได้เห็นวิวทิวทัศน์ที่คุณอาจจะไม่มีโอกาสได้เห็นถ้าคุณไปเอง.

กลุ่มคนกำลังเชิดชมแสงเหนือภาพจาก ทัวร์ชมแสงเหนือกลุ่มเล็กบนรถซุปเปอร์จี๊ป

สำหรับคนที่ต้องการควบคุมงบประมาณก็สามารถเลือกเป็นทัวร์แบบรสบัสที่มีราคาถูกลงมาหน่อยก็ได้ ซึ่งก็จะพาคุณไปยังสถานที่เด็ดๆ สำหรับชมแสงเหนือได้โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายสูงมาก คุณสามารถจองทัวร์แบบนี้ได้จากเรคยาวิกอาคูเรยรี่ และ อีสต์ไอซ์แลนด์

ส่วนคนที่ไม่กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายมากนักหรืออยากดื่มด่ำกับประสบการณ์แบบเป็นส่วนตัวมากหน่อย คุณจะเลือกซื้อเป็นซุปเปอร์จี๊ปทัวร์จากเรคยาวิกก็ได้ ซึ่งจะออกเดินทางแบบกลุ่มเล็กกว่ามาก นั่นหมายความว่าคุณมีโอกาสได้คุยกับไกด์มากขึ้นและไม่ต้องวุ่นวายกับคนจำนวนมากๆ เวลาดูแสงเหนือ

นอกจากนี้รถจี๊ปยังสามารถพาคุณลุยข้ามแม่น้ำและเส้นทางที่ขรุขระเพื่อเข้าไปยังบริเวณจุดชมแสงเหนือที่รสบัสขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้.

การตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ให้นานเป็นสิ่งที่ควรทำ ในการถ่ายแสงเหนือ

ภาพจาก ทัวร์ชมแสงเหนือจากอาคูเรยรี่

 

รู้ไหมว่าคุณจะหาทัวร์ล่าแสงเหนือที่มีโปรแกรมท่องเที่ยวหรือกิจกรรมทางวัฒนธรรมรวมอยู่ด้วยก็ยังได้ เช่น ทัวร์รอบวงกลมทองคำ และล็อบสเตอร์ดินเนอร์

ถ้าไม่นับเรื่องงบประมาณแล้ว สาเหตุที่ทำให้คุณตัดสินใจไม่ซื้อแพ็กเกจไปชมแสงเหนือท่ามกลางธรรมชาติของไอซ์แลนด์มีอยู่แค่สองข้อเท่านั้น คือคุณอยากไปเห็นภาพประทับใจของแสงออโรราที่ปรากฏอยู่เหนือผืนน้ำทะเลมากกว่า หรือไม่อย่างนั้นคุณก็สนุกกับการขับรถด้วยตัวเอง

 



ขับรถล่าแสงเหนือด้วยตัวเอง

แสงเหรือที่มีความแจ่มแจ้งในท้องฟ้า

หากคุณมีใบอนุญาตขับขี่ที่ใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ (อาจเป็นภาษาอื่นก็ได้แต่ต้องเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ) คุณก็มีสิทธิ์เช่ารถและออกไปล่าแสงเหนือด้วยตัวเองได้แล้ว วิธีนี้คุณจะมีอิสระอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องมีคนอื่นมาวุ่นวาย ไม่มีการจำกัดเวลา และคุณสามารถเลือกสถานที่ล่าแสงเหนือได้เอง

แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลือกวิธีนี้ ขอให้ลองศึกษาดูก่อนว่ามีข้อจำกัดที่สำคัญอะไรบ้าง แม้ว่าในเดือนกันยายน เดือนตุลาคม และเดือนเมษายน ถนนส่วนใหญ่จะไม่มีหิมะแล้ว แต่ในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคมบางเส้นทางอาจจะมีความลำบากอยู่บ้าง หากคุณยังไม่มีประสบการณ์ในการขับรถไปตามเส้นทางชนบทที่มืดมิดท่ามกลางสภาพอากาศอันหนาวเย็นมากเพียงพอ การล่าแสงเหนือด้วยวิธีอื่นน่าจะเหมาะสมกับคุณมากกว่า.

 



 

ในกรณีที่คุณมั่นใจในฝีมือการขับรถและต้องการขับรถล่าแสงเหนือด้วยตัวเองจริงๆ คุณก็จำเป็นต้องเช่ารถแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และต้องตรวจเช็คสภาพถนนและพยากรณ์อากาศให้ดีก่อนออกเดินทางด้วยเพื่อให้แน่ใจว่าจุดหมายปลายทางของคุณนั้นสามารถเข้าถึงได้

โดยเฉพาะพยากรณ์อากาศนั้นถือเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้เลยในการล่าแสงเหนือ เพราะมันจะบอกค่าการเกิดแสงเหนือโดยแบ่งออกเป็นระดับต่างๆ ตั้งแต่ 1 ถึง 9 (ระดับ 3 ขึ้นไปก็ถือว่าคุ้มค่ากับการออกไปล่าแสงเหนือแล้ว) และการพยากรณ์ยังสามารถคาดการณ์การเกิดเมฆในไอซ์แลนด์ได้ด้วย คุณจะได้รู้ว่าท้องฟ้าในบริเวณไหนแจ่มใสมากที่สุด.

แม้ว่าการขับรถล่าแสงเหนือจะให้ความเป็นส่วนตัวและความเป็นอิสระแก่คุณ แต่วิธีนี้ก็มีข้อเสีย อย่างแรกคือคุณจะไม่มีไกด์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ ซึ่งไกด์เหล่านี้ไม่ได้มีความรู้แค่เรื่องแสงเหนือเท่านั้น แต่พวกเขายังรู้จักสถานที่ดีๆ ซึ่งเหมาะกับการดูแสงเหนือด้วย อย่างที่สองคือการขับรถในไอซ์แลนด์ในช่วงฤดูหนาวนั้นสามารถสร้างความเครียดให้กับคนขับได้เหมือนกัน ใครก็อยากจะมาเที่ยวพักผ่อนให้สบายด้วยกันทั้งนั้นและการขับรถเองก็อาจทำให้ได้เจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันได้.

ล่องเรือล่าแสงเหนือ

วิวที่สวยงามจากท่าเรือ ฟาซาโฟลอิ

แสงเหนือบนท้องฟ้าเหนือหอคอยอิเมจิน พีซ ทาวเวอร์  ภาพจาก ทัวร์ดูแสงเหนือแบบดีลักซ์

 

วิธีสุดท้ายที่คุณจะได้สัมผัสกับปรากฏการณ์อันน่าพิศวงของออโรรา บอเรลลิส คือการซื้อแพ็กเกจทัวร์เพื่อล่องเรือชมแสงเหนือ ซึ่งมีทั้งจากที่อาคูเรยรี่ (Akureyri) และเรคยาวิก (Reykjavík) โดยเรือจะพาคุณล่องไปในทะเลที่ห่างไกลจากมลภาวะทางแสงทำให้คุณมีโอกาสได้เห็นแสงเหนือมากขึ้น

ทัวร์ประเภทนี้ถือว่ามีความสะดวกสบายมากเพราะเรือจะพาคุณออกเดินทางจากท่าเรือในตัวเมืองมุ่งหน้าตรงไปยังอ่าวฟาซาโฟลอิ (Faxafloí Bay) หรือเอยาฟยอร์ดูร์ ฟยอร์ด (Eyjafjörður Fjord) เลย และใช้เวลาเพียงแค่ไม่นานเรือก็แล่นพ้นจากแสงไฟในตัวเมืองแล้ว

วิวจากท่าเรือ เรคยาวิก

ภาพจาก  ทัวร์ล่องเรือชมแสงเหนือที่เรคยาวิก

 

ถึงแม้ว่าคุณจะเคลื่อนย้ายตำแหน่งไม่สะดวกเหมือนกับการออกทัวร์ล่าแสงเหนือด้วยรถบัสหรือซุปเปอร์จี๊ป แต่การอยู่บนเรือก็ยังถือว่าเคลื่อนที่ได้ดีกว่าการรอดูอยู่ในเมือง ข้อดีของการล่องเรือดูแสงเหนือก็คือคุณจะไม่รู้สึกซีเรียสกับการไล่ล่าแสงเหนือมากนักเพราะแค่ได้ออกทะเลมาเห็นวิวสวยๆ และดาวเต็มท้องฟ้าก็เป็นอะไรที่เพลิดเพลินเจริญตาอย่างยิ่งแล้ว.

และถึงแม้ว่าทัวร์ล่องเรือของคุณจะถูกยกเลิกหรือไม่ได้เห็นแสงเหนือคุณก็ยังมีโอกาสมาแก้ตัวอีกเป็นครั้งที่สอง.

นอกจากนี้ระหว่างที่ล่องเรือชมแสงเหนือคุณอาจจะบังเอิญได้เห็นปลาวาฬด้วย ไม่ว่าคุณจะออกมาจากที่ฟาซาโฟลอิ (Faxafloí) หรือเอยาฟยอร์ดูร์ (Eyjafjörður) เพราะผืนน้ำใกล้กับทั้งสองแห่งนี้เป็นถิ่นที่อยู่ของปลาโลมาปากขาวและพอร์พอยส์ ส่วนวาฬมิงก์นั้นพบเห็นได้ทั่วไปที่เรคยาวิกและวาฬหลังค่อมนั้นก็เป็นแขกที่มาเยือนน่านน้ำทางตอนเหนืออยู่เป็นประจำ.



ทริปฮอลิเดย์กับแสงเหนือ

เสงเหนือที่เต้นรำอยู่บน ประภาคารเมืองเรคยาวิก

หากคุณอยากใช้เวลาในช่วงวันหยุดพักผ่อนของคุณไปกับการชื่นชมแสงเหนือในไอซ์แลนด์ เราก็มีทั้งทัวร์แบบขับรถเที่ยวไอซ์แลนด์หน้าหนาวและแพ็กเกจสำหรับวันหยุดให้คุณเลือกมากมาย ซึ่งทัวร์เหล่านี้เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาเพียงแค่ไม่กี่วันด้วย เช่น แพ็กเกจขับรถเที่ยวถ้ำคริสตัล 3 วัน  และแพ็กเกจเที่ยวรอบชายฝั่งทางใต้และวงกลมทองคำ 4 วัน

แต่ก็อย่างที่เราบอกไปแล้วข้างต้นคือยิ่งคุณอยู่นานขึ้นมากเท่าไหร่คุณก็จะยิ่งมีโอกาสได้เห็นปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์ของแสงเหนือเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น.

ถ้ามีเวลามาอยู่ที่ไอซ์แลนด์สักหนึ่งสัปดาห์ คุณก็จะมีโอกาสได้เห็นแสงเหนือมากขึ้น อย่างแพ็กเกจขับรถล่าแสงเหนือ 7 วันอันนี้ คุณสามารถดื่มด่ำกับทิวทัศน์อันแสนงดงามของไอซ์แลนด์ในช่วงกลางวันและออกล่าแสงออโรร่าในช่วงกลางคืนได้อย่างสบายๆ และในทริปนี้คุณยังอาจจะมีโอกาสได้เห็นแสงออโรราปรากฏอยู่เหนือทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน( Jökulsárlón) ด้วยซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์ที่วิเศษมากๆ

หรือถ้ามีเวลามากขึ้นอีกคุณสามารถขับรถเที่ยวรอบไอซ์แลนด์และบริเวณคาบมหาสมุทรสไนล์แฟลซเนส (Snæfellsness) เพื่อออกตระเวณไล่ล่าแสงเหนืออย่างจุใจได้ทุกคืนด้วยแพ็กเกจขับรถล่าแสงเหนือ 12 วัน แต่โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับคนที่มั่นใจในฝีมือการขับรถเท่านั้น



หากคุณไม่อยากขับรถเอง แพ็กเกจฤดูหนาว 7 วันเป็นตัวเลือกที่เหมาะ เพราะมีทั้งการพาไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ พาไปทำกิจกรรมที่น่าสนใจ และมีการออกไปดูแสงเหนือทุกคืน หรือคุณจะเลือกเที่ยวตามเส้นทางถนนวงแหวนทองคำรอบเกาะของไอซ์แลนด์และคาบมหาสมุทรสไนล์แฟลซเนสในหน้าหนาวด้วยแพ็กเกจ 12 วันก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

แสงเหนือที่จะทำให้รูปภาพในทริปของคุณนั้นเจ๋งขึ้น



การไล่ล่าแสงเหนือหรือแสงออโรราในประเทศไอซ์แลนด์นั้นสามารถทำได้หลายวิธี แต่ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหนทุกคนก็มุ่งไปที่สิ่งเดียวกันคือการได้เห็นปรากฏการณ์แสงมหัศจรรย์ที่มีความสวยงามอลังการให้เป็นบุญตาสักครั้งในชีวิต