แสงเหนือแจ่มจรัสบนท้องฟ้า

แสงเหนือในไอซ์แลนด์ - ดูแสงออโรร่าที่ไหนและเมื่อไหร่

ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรอง
ไปที่เรื่อง

ศึกษาทุกเรื่องที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับการดูแสงเหนือในไอซ์แลนด์ได้จากบทความนี้ ค้นหาสถานที่และช่วงเวลาที่ดีที่สุดของปีในการชมแสงออโรรา บอเรลลิส นอกจากนี้ ในบทความนี้ยังมีคำตอบว่าแสงเหนือคืออะไร และมีเรื่องลึกลับเกี่ยวกับแสงเหนือมาเล่าให้คุณฟังด้วย ดูโปรแกรมทัวร์แสงเหนือที่เรามีให้เลือกมากมายและค้นหาทัวร์ที่เหมาะกับคุณ



แสงเหนือคืออะไร?

แสงออโรราหมุนวนรอบฟาร์มแห่งหนึ่งในไอซ์แลนด์

แสงสีฟ้าและสีเขียวที่งดงามและส่ายไปมาอยู่บนท้องฟ้าเหนือดินแดนแห่งน้ำแข็งและไฟเป็นสิ่งที่คนจำนวนมากเฝ้ารอและหวังว่าสักวันหนึ่งจะต้องเดินทางมาดูให้เห็นกับตา แต่หลายคนก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามันคืออะไร

แสงเหนือ หรือที่เรียกกันอีกอย่างว่าแสงออโรรา บอเรลลิส เป็นผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นให้เห็นหลังจากที่อนุภาคจากดวงอาทิตย์เคลื่อนที่เข้าสู่สนามแม่เหล็กของโลกและเกิดแตกตัวเป็นไอออนในชั้นบรรยากาศ ซึ่งการแตกตัวนี้ทำให้เกิดเป็นแสงสีต่างๆ ซึ่งโดยมากจะเป็นสีเขียว แต่บางครั้งก็มีสีม่วงแดง ชมพู ส้ม และน้ำเงิน
แต่กิจกรรมบนดวงอาทิตย์นี้เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนและเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวเท่านั้น ดังน้ันแม้ในคืนที่มืดและฟ้าโปร่ง ไอซ์แลนด์ก็อาจจะไม่มีแสงเหนือให้เห็น หรืออีกนัยหนึ่ง แสงเหนืออาจจะเกิดขึ้นในชั้นบรรยากาศในช่วงเวลากลางวันของฤดูร้อนก็ได้ แต่ความสว่างของดวงอาทิตย์ทำให้คุณไม่สามารถมองเห็นพวกมันได้

แสงออโรร่าจะปรากฏในบริเวณใกล้กับขั้วสนามแม่เหล็กของโลกเท่านั้น โดยปกติแล้วจะสามารถมองเห็นแสงได้ที่เหนือละติจูด 60 องศาเหนือ และต่ำกว่า 60 องศาใต้ โดย "แสงใต้" จะเรียกว่าแสงออโรรา ออสเตรลิส

ประเทศไอซ์แลนด์ตั้งอยู่ที่ละติจูด 64 องศาเหนือโดยประมาณ จึงทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการชมแสงเหนือ

ก่อนหน้าที่วิทยาศาสตร์จะสามารถอธิบายถึงที่มาของแสงที่ส่ายไปมาบนท้องฟ้านี้ได้ ผู้คนในอดีตก็มีเรื่องเล่าขานถึงที่มาของแสงเหล่านี้แตกต่างกันไปมากมาย

น่าแปลกที่ไอซ์แลนด์เองกลับไม่มีนิทานพื้นบ้านที่เกี่ยวข้องกับแสงออโรร่า แต่นักวิชาการสมัยใหม่ได้ตั้งทฤษฏีเอาไว้ว่า ชาวนอร์สโบราณอาจจะคิดว่าแสงเหนือคือประกายแวววาวของโล่และชุดเกราะของเหล่านางวาลคิรี (Valkyries) ผู้ทำหน้าที่นำทางให้กับนักรบที่เสียชีวิตระหว่างการสู้รบที่วัลฮัลลา แต่เนื่องจากไม่มีการกล่าวถึงแสงเหนือในเทพนิยายซากาเก่าของไอซ์แลนด์ ดังนั้นทั้งหมดนี้จึงเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น
แสงเหนือเต้นรำเหนือหลังคาบ้านของชาวไอซ์แลนด์

มีรายงานว่าชนพื้นเมืองอเมริกันบางกลุ่มเชื่อว่าแสงออโรร่าเป็นตัวแทนของวิญญาณของคนที่ตายไปแล้ว และยิ่งแสงส่องสว่างมากเท่าไหร่ ก็แปลว่าพวกเขามีความสุขมากเท่านั้น

ในภาษาฟินแลนด์ แสงเหนือ หรือ "revontulet" มีความหมายตรงตัวว่า "จิ้งจอกไฟ" และชาวซามิ (Sami) ชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในแลปแลนด์ของฟินแลนด์คิดว่าแสงไฟนี้เกิดจากการที่สุนัขจิ้งจอกวิ่งผ่านหิมะอย่างรวดเร็วจนเกิดประกายไฟที่หางและพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า
นอกจากนี้แสงออโรร่ายังถูกมองว่าเป็นลางบอกเหตุอย่างหนึ่งด้วย โดยในยุคกลางของยุโรป หลังจากที่ผู้คนหันมานับถือศาสนาคริสต์ พวกเขาเชื่อกันว่าแสงออโรร่าเป็นสัญญาณเตือนถึงยุคมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา

ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับที่มาของแสงออโรร่าให้เรียนรู้อีกมาก รวมถึงผลกระทบของลมสุริยะที่พัดแรงด้วย
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม คุณสามารถเข้าไปค้นหาคำตอบของคำถามเหล่านี้ได้จากคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแสงเหนือในไอซ์แลนด์

ช่วงเวลาไหนเหมาะกับการดูแสงเหนือในไอซ์แลนด์มากที่สุด 

แสงเหนือปรากฏเหนือภูเขาเคิร์กจูแฟลล์

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดูแสงเหนือในไอซ์แลนด์อยู่ระหว่างเดือนกันยายนถึงเมษายน แต่บางครั้งแสงเหนือก็อาจจะปรากฏให้เห็นได้ตั้งแต่ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม โดยอาจจะเห็นเพียงสลัวๆ เท่านั้น เนื่องจากมีแสงอาทิตย์มาบดบัง 

เรามีบทความที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมแสงเหนือในไอซ์แลนด์โดยเฉพาะ ซึ่งเราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับฤดูกาลในการดูแสงเหนือในประเทศไอซ์แลนด์ ตลอดจนช่วงเวลาที่สุดของวันในการรับชมแสงเหนือเอาไว้

กฎพื้นฐานในการดูแสงเหนือคือยิ่งมืดยิ่งมองเห็นสีสันของแสงออโรร่าได้ชัดเจน ซึ่งประเทศไอซ์แลนด์จะมืดมากในช่วงหน้าหนาว และมีชั่วโมงที่มืดมิดยาวนานถึง 20 ชั่วโมงในระหว่างรอบเหมายัน (Winter solstice) ซึ่งเกิดขึ้นในวันี่ 21 ธันวาคมของทุกปี

นอกจากนี้คุณยังต้องตรวจเช็คการพยากรณ์แสงออโรร่าในไอซ์แลนด์ด้วย ซึ่งจะแบ่งเป็นระดับตั้งแต่ระดับหนึ่งถึงเก้า และหากการพยากรณ์มีค่าแสงเหนือตั้งแต่ระดับสามขึ้นไป หมายถึงมีความคุ้มค่าที่จะออกไปล่าแสงเหนือและมีโอกาสที่จะได้เห็นสูง ส่วนระดับสองอาจจะแค่สามารถมองเห็นได้ และการพยากรณ์ยังบอกถึงปริมาณเมฆที่ปกคลุมอยู่ทั่วประเทศด้วย เพื่อให้คุณทราบว่าบริเวณไหนมีท้องฟ้าปลอดโปร่ง

วิธีดูแสงเหนือในไอซ์แลนด์

แสงเหนือในไอซ์แลนด์บนทางโค้งที่มีน้ำแข็งปกคลุม

ทีนี้เมื่อทราบแล้วว่าควรจะไปดูแสงเหนือเมื่อไหร่ สิ่งต่อไปที่ต้องทำก็คือค้นหาวิธีที่ดีที่สุดในการชมแสงเหนือในไอซ์แลนด์ ต่อไปนี้คือ 4 วิธีพื้นฐานในการดูแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์

  1. ล่าแสงเหนือในเมืองที่คุณพักอยู่
  2. ไปกับทัวร์ชมแสงเหนือแบบมีไกด์นำทาง
  3. เช่ารถและขับออกไปนอกเมืองเพื่อตามหาแสงเหนือ (ดูตัวเลือกรถเช่าที่ถูกที่สุดในไอซ์แลนด์ได้ที่นี่)
  4. ออกไปในทะเลกับทัวร์ล่องเรือดูแสงเหนือ

ซึ่งเราจะลงรายละเอียดสำหรับแต่หัวข้อให้ที่ด้านล่าง โดยเริ่มจากสถานที่ที่ดีที่สุดในการชมแสงเหนือในไอซ์แลนด์

สถานที่ดูแสงเหนือในประเทศไอซ์แลนด์

"ฉันจะไปดูแสงเหนือได้ที่ไหนในไอซ์แลนด์" เป็นคำถามที่นักท่องเที่ยวที่มาไอซ์แลนด์ต้องถามเมื่อวางแผนเดินทาง หากสภาพอากาศเป็นใจ คุณสามารถดูแสงเหนือได้จากทุกหนแห่งในประเทศไอซ์แลนด์ แต่บางสถานที่จะมองเห็นแสงเหนือได้ง่ายกว่าและสวยงามกว่าที่อื่น

ดังนั้นหากคุณต้องการล่าแสงออโรร่า คุณควรตรวจสอบว่าคุณจะพักอยู่ในบริเวณไหนก่อน และตามหลักการแล้ว คุณจะต้องหาสถานที่ที่มีมลภาวะทางแสงน้อยที่สุดและมีเมฆปกคลุมน้อยที่สุด

สถานที่ทางธรรมชาติที่งดงามหลายแห่งในไอซ์แลนด์เป็นสถานที่ยอดนิยมในการชมแสงออโรร่าด้วย ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่ อุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ (Thingvellir National Park) ในทางใต้ หุบเขาเอาส์บิร์กิ (Asbyrgi) ในทางเหนือ และภูเขาเคิร์กจูแฟลล์ (Kirkjufell) ในทางตะวันตก 

และต่อไปนี้คือสถานที่ที่ดีที่สุดในการชมแสงเหนือในไอซ์แลนด์

แสงเหนือในฟยอร์ดทางตะวันตกและไอซ์แลนด์เหนือ

แสงเหนือแผ่รัศมีสวยงามเหนือเมืองเรคยาวิกฟยอร์ดทางตะวันตกและไอซ์แลนด์เหนือมีชั่วโมงที่มืดมิดยาวนานกว่าและโดยมากแล้วจะมีเมฆปกคลุมน้อยกว่าบริเวณอื่นของประเทศ ทำให้เป็นจุดที่เหมาะสำหรับการชมแสงออโรรา บอเรลลิส

ยกเว้นแค่ในเมืองอาคูเรย์ริ (Akureyri) เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของไอซ์แลนด์ แม้ว่าสามารถมองเห็นแสงเหนือในเมืองอาคูเรย์ริได้เหมือนกับที่อื่น แต่มลภาวะทางแสงจะทำให้มองเห็นแสงเหนือได้ชัดและสวยน้อยกว่าที่อื่น

แสงเหนือในวิกและไอซ์แลนด์ใต้

สถานที่ห่างไกลหลายแห่งในทางตอนใต้ของไอซ์แลนด์ มีความเหมาะสมในการดูแสงเหนือ สถานที่ที่ดีที่สุดในการชมแสงเหนือในไอซ์แลนด์คือทะเลสาบโจกุลซาลอน (Jokulsarlon) ซึ่งอยู่ติดกับธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล​ (Vatnajokull)

คุณสามารถขับรถไปตามเส้นทางถนนวงแหวน (Ring Road) จากหมู่บ้านวิก (Vik) เพื่อไปที่ทะเลสาบแห่งนี้ หรือจะเลือกหาหาดทรายสีดำสักแห่งในทางใต้เพื่อชมแสงเหนือส่ายไปมาบนท้อฟ้าก็ได้

ตั้งแคมป์ดูแสงเหนือในประเทศไอซ์แลนด์

สถานที่สำหรับดูแสงเหนือที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์ในแบบที่คุณไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มคือการออกไปกางเต็นท์ดูแสงเหนือ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถกางเต็นท์ในไอซ์แลนด์ได้ระหว่างเดือนเมษายนและกันยายนเท่านั้นเนื่องจากช่วงเวลาอื่นๆ มีอากาศหนาวเย็น

พื้นที่สำหรับกางเต็นท์จำนวนมากตั้งอยู่ตามชนบท จึงหมายความว่ามีมลภาวะทางแสงน้อย ทำให้นักท่องเที่ยวอาจจะเห็นแสงเหนือในช่วงระหว่างเดือนเมษายนและสิงหาคม ส่วนช่วงอื่นๆ ที่สามารถกางเต็นท์ได้นั้นมักจะสว่างเกินกว่าที่จะมองเห็นแสงเหนือได้

และแน่นอนว่าคุณอาจจะไม่ได้เห็นแสงเหนือเลย แม้ว่าคุณจะทำทุกอย่างแล้วก็ตาม หรือคุณอาจจะได้เห็นจากบนเครื่องบินขณะที่อยู่เหนือไอซ์แลนด์ หรือระหว่างที่คุณขับรถไปยังสนามบินก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น

ดังนั้นจำไว้เสมอว่าการล่าแสงออโรร่าในไอซ์แลนด์นั้นยังขึ้นอยู่กับดวงด้วยส่วนหนึ่ง

วิธีดูแสงเหนือในเมืองเรคยาวิก

แสงเหนือปรากฏเหนือสระน้ำในเมืองเรคยาวิกของไอซ์แลนด์แม้ว่าคุณจะเที่ยวอยู่ในเมืองหลวง คุณก็มีโอกาสได้เห็นแสงเหนือในเมืองเรคยาวิกเหมือนกัน

วิธีที่ดีที่สุดในการดูแสงเหนือในเมืองเรคยาวิกก็เหมือนกับการไปดูแสงเหนือในที่อื่นๆ ในประเทศไอซ์แลนด์ คือ คุณต้องหาสถานที่ที่มืดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และรอคอยจนกว่าดวงตาของคุณจะชินกับความมืด

เรคยาวิกมีสวนสาธารณะหลายแห่งที่ไม่ค่อยมีมลภาวะทางแสง ซึ่งจะทำให้คุณมีโอกาสในการได้เห็นแสงเหนือมากขึ้น สถานที่ในเมืองเรคยาวิกที่เหมาะกับการชมแสงเหนือ ได้แก่

คาบสมุทรเซลท์ยานาร์เนส

คุณจะได้เห็นแสงออโรร่าที่ไอซ์แลนด์หรือไม่

คาบสมุทรเซลท์ยาร์นาร์เนส (Seltjarnarnes) อยู่ปลายสุดของคาบสมุทรทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองหลวง ตามแนวชายฝั่งด้านนี้มีมลภาวะทางแสงน้อย ทำให้คุณมีโอกาสได้เห็นแสงเหนือในคืนที่ฟ้าโปร่งและมีการคาดการณ์การเกิดแสงเหนือในระดับที่ดี ประภาคารโกรททา (Grotta) เป็นหนึ่งในฉากหลังที่ดีเยี่ยมเมื่อร่วมเฟรมกับแสงเหนือ

นอกจากนี้บนคาบสมุทรยังมีบ่อน้ำร้อนพลังงานความร้อนใต้พิภพขนาดย่อม (Kvika Foot Bath) ที่คุณสามารถจุ่มเท้าในน้ำอุ่นๆ ขณะนั่งรอชมแสงเหนือได้ด้วย

เนินเขาเอิสคูฮลีด

เนินเขาเอิสคูฮลีด (Oskjuhlid) เป็นอีกสถานที่ที่ยอดเยี่ยมในการล่าแสงออโรรา บอเรลลิสในประเทศไอซ์แลนด์ ผืนป่าที่อยู่ล้อมรอบร้านอาหารยอดนิยมและแลนด์มาร์คอย่างพาร์ลาน (Perlan) ปกคลุมไปด้วยความมืดมิด ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับการไปหาจุดที่โล่งๆ ในบริเวณนั้นแล้วมองหาแสงเหนือ

สวนสาธารณะในเมืองเรคยาวิก

หรือคุณจะไปดูแสงเหนือที่สวนสาธารณะในเมืองก็ได้ เช่น ที่แคลมบราทุน (Klambratun) ฮิลยอมส์กาลาการ์ดูร์ (Hljomskalagardur) หรือที่เลยการ์ดาลูร์พาร์ค (Laugardalur) ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางกว่าก็เป็นตัวเลือกที่ดี

ข้อเสียของการล่าแสงเหนืออยู่ในเมือง

เป็นที่น่าเสียดายที่การมองแสงออโรรา บอเรลลิสอยู่ในเขตเมืองในไอซ์แลนด์นั้นมีข้อเสียอยู่หลายประการ เช่น 

  • พื้นที่ชุมชนหรือในเขตตัวเมืองมักจะมีมลภาวะทางแสงมากกว่าพื้นที่รกร้างไร้ผู้คนตามชนบทของไอซ์แลนด์ 
  • หากมีเมฆมาบดบังแสงออโรรา คุณไม่อาจย้ายตำแหน่งที่อยู่ของตัวเองเพื่อให้สามารถมองเห็นแสงได้อย่างสวยงามและชัดเจนที่สุดได้  

ในกรณีที่แสงออโรร่ามีความสว่างเจิดจ้ามาก คุณอาจจะมองเห็นแสงได้แม้อยู่ในเขตเมืองที่มีมลภาวะทางแสง เช่น จากสวนในโรงแรมที่คุณพัก โรงแรม หรือบนท้องถนน แต่ยิ่งคุณอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มืดมากเท่าไหร่ สีสันของแสงที่ปรากฏก็จะยิ่งเข้มมากขึ้นเท่านั้น 

และเพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการได้เห็นแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์ เราขอแนะนำให้ไปกับทัวร์ที่มีไกด์นำทาง

คุณสามารถดูแสงเหนือจากบลูลากูนได้ไหม

ได้ คุณดูแสงเหนือจากที่บลูลากูน (Blue Lagoon) ก็ได้ ซึ่งก็เป็นเช่นเดียวกับการพยายามมองหาแสงออโรรา บอเรลลิสในสถานที่อื่นในประเทศไอซ์แลนด์ที่การมองเห็นแสงเหนือขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและกิจกรรมบนดวงอาทิตย์

บลูลากูนอยู่ห่างจากตัวเมืองจึงมีมลภาวะทางแสงน้อยกว่าในเรคยาวิก แต่เนื่องจากที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก คุณจึงจำเป็นต้องจองบัตรเข้าใช้บริการล่วงหน้า และการจองล่วงหน้าจะทำให้คุณไม่สามารถเปลี่ยนสถานที่ได้หากสภาพอากาศในบริเวณนี้ไม่เอื้ออำนวยต่อการมองเห็นแสงเหนือ

ดังนั้นการที่จะได้แช่ตัวในน้ำแร่ร้อน ไปพร้อมๆ กับการมองเห็นแสงเหนือ จึงต้องพึ่งพาดวงเป็นอย่างมาก

การถ่ายภาพแสงเหนือในไอซ์แลนด์

เรามีบทความเกี่ยวกับวิธีการถ่ายภาพแสงเหนือด้วย และข้อมูลคร่าวๆ มีดังนี้ 

  • ใช้กล้อง DSLR หรือกล้องฟูลเฟรมที่มีประสิทธิภาพความไวแสง ISO สูง กล้องมิเรอร์เลสก็ใช้ได้เช่นกัน แต่ก็ไม่เหมาะนัก 
  • ใช้เลนส์มุมกว้าง (หรือกว้างพิเศษ) 
  • ใช้ขาตั้งกล้องเพื่อความมั่นคงและช่วยให้กล้องไม่สั่นเวลากดชัตเตอร์ 
  • ตั้งค่า ISO ไว้ที่ 1,600 และรูรับแสงที่ f/2.8 หรือต่ำกว่านั้น

การถ่ายภาพคือศิลปะอย่างหนึ่ง และการตั้งค่าเหล่านี้เป็นเพียงแนวทางพื้นฐานเท่านั้น หากคุณไม่มั่นใจ เราก็มีทัวร์สำหรับถ่ายภาพโดยเฉพาะด้วย เช่น ทัวร์เวิร์กช็อปถ่ายภาพแสงเหนือฤดูหนาวระยะเวลา 8 วัน ที่จะช่วยให้คุณได้ภาพถ่ายแสงออโรรา บอเรลิสที่ไอซ์แลนด์กลับบ้านไปแบบสวยงามที่สุด

แอปฯ ที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพแสงเหนือ

กล้องในโทรศัพท์มือถือนั้นมีคุณภาพดีขึ้นทุกวัน แม้ว่าจะยังไม่สามารถเทียบกับกล้อง DSLR ได้ แต่ก็มีแอปฯ หลายตัวที่ช่วยให้คุณถ่ายภาพได้สมบูรณ์แบบมากขึ้น เช่น

แอปพลิเคชันเหล่านี้จะช่วยลดความเร็วของชัตเตอร์ลง หรือไม่ก็ช่วยรวมชุดภาพถ่ายหลายๆ ภาพให้เป็นช็อตเดียว ซึ่งบางแอปฯ นั้นต้องเสียเงินซื้อ เราจึงขอแนะนำให้คุณศึกษาจากรีวิวละเอียดก่อนตัดสินใจเลือกอันที่เหมาะกับคุณที่สุด

ออกล่าแสงเหนือกับทัวร์ล่าแสงเหนือในไอซ์แลนด์แบบมีไกด์นำทาง

ออโรรา บอเรลลิส สามารถเห็นได้ที่ทางขั้วโลกเหนือเท่านั้น

วิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการดูออโรรา บอเรลลิส ในไอซ์แลนด์คือการไปกับทัวร์มินิบัสพร้อมไกด์นำทาง และเพราะมีความคล่องตัวและราคาไม่แพง วิธีนี้จึงถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการชมแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์

ทัวร์เหล่านี้ให้บริการตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงเมษายน หรือเมื่อใดก็ตามที่สามารถมองเห็นแสงเหนือ และหากทริปถูกยกเลิกหรือไม่ประสบความสำเร็จ บริษัททัวร์มักจะให้ลูกค้าออกไปดูอีกครั้งหนึ่งได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ข้อดีของการไปชมแสงเหนือกับทัวร์แสงเหนือ 

  • คุณจะได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านแสงออโรร่า 
  • คุณจะสามารถย้ายสถานที่ชมแสงเหนือไปยังจุดที่มีการพยากรณ์สูงสุด และมีเมฆน้อยที่สุดได้อย่างสะดวก 
  • คุณไม่ต้องกังวลกับการขับรถบนถนนในฤดูหนาวของประเทศไอซ์แลนด์
  • คุณอาจจะได้เห็นสถานที่และวิวใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยเห็นมาก่อนเป็นของแถม 

ทัวร์ระยะเวลา 3 วันแพ็คเกจนี้ นอกจากจะพาออกล่าแสงเหนือแล้ว ยังรวมพาเที่ยวชายฝั่งทางใต้ในฤดูหนาว ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน วงกลมทองคำอันโด่งดัง และผจญภัยในถ้ำน้ำแข็งด้วย

ผู้ที่มีงบจำกัดน่าจะชื่นชอบทัวร์แสงเหนือด้วยรถบัสราคาถูกที่ออกเดินทางจากเรคยาวิกแพ็คเกจนี้ เพราะว่าคุณจะได้ไปเยือนสถานที่ที่คุณมีโอกาสได้เห็นแสงเหนือมากที่สุดในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป และคุณยังสามารถจองทัวร์แบบเดียวกันนี้ได้ทั้งแบบออกเดินทางจากอาคูเรย์ริและทางฝั่งตะวันออกของไอซ์แลนด์

ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับชมแสงออโรรา

ส่วนผู้ที่ไม่จำกัดงบประมาณ หรือต้องการประสบการณ์ในการดูแสงเหนือแบบมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นสามารถเลือกไปกับทัวร์ดูแสงเหนือที่เดินทางด้วยซูเปอร์จี๊ปจากเรคยาวิก ซึ่งทัวร์นี้จะมีช่างภาพเป็นไกด์ร่วมทริปไปด้วย

ทัวร์นี้เป็นทัวร์กรุ๊ปเล็ก ดังนั้นคุณจึงมีโอกาสพูดคุยกับไกด์และเพื่อนร่วมทริปในขณะที่เฝ้ารอชมแสงเหนือ

และคุณยังสามารถเดินทางเข้าไปในสถานที่ที่รถบัสขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าไปได้ หรือไปยังสถานที่ห่างไกลที่ต้องขับข้ามแม่น้ำและบุกตะลุยไปบนเส้นทางขรุขระที่รถทั่วไปไม่สามารถทำได้

นอกจากนี้คุณยังสามารถรวมทัวร์ชมแสงเหนือพร้อมไกด์นำทางเข้ากับทริปที่พาไปสถานที่ท่องเที่ยวแห่งอื่นๆ ได้ด้วย เช่น ทัวร์ชมสถานที่รอบวงกลมทองคำ

แสงออโรราเหนือพื้นที่พลังงานความร้อนใต้พิภพ

แต่ถ้าหากคุณไม่ชอบไปกับคณะทัวร์ เราแนะนำให้คุณเลือกทัวร์ขับรถล่าแสงเหนือด้วยตัวเอง ซึ่งคุณจะได้ใช้เวลาอย่างที่คุณต้องการ

ขับรถออกไปล่าแสงเหนือในไอซ์แลนด์ด้วยตัวเอง

แสงเหนือแจ่มจรัสบนท้องฟ้า

หากใบอนุญาตขับขี่ที่คุณมีอยู่นั้นเป็นตัวอักษรละติน คุณสามารถเช่ารถและออกไปล่าแสงเหนือด้วยตัวเองได้

วิธีนี้หมายความว่าจะไม่มีสมาชิกแปลกหน้าร่วมเดินทางไปกับคุณ รวมถึงไม่มีข้อจำกัดในเรื่องเวลา และคุณสามารถเลือกสถานที่ชมแสงออโรรา บอเรลลิสในไอซ์แลนด์ได้ด้วยตัวเอง

การขับรถออกไปหาแสงเหนือในไอซ์แลนด์นั้นต้องใช้คนขับที่เชี่ยวชาญการขับขี่รถ 4x4ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกวิธีขับรถเที่ยวเองนั้น สิ่งที่ควรทราบคือการขับรถบนถนนของไอซ์แลนด์ในช่วงฤดูหนาวนั้นอาจจะเป็นเรื่องยาก และมีข้อควรทราบ อาทิ

  • แม้ว่าถนนส่วนใหญ่จะปราศจากน้ำแข็งในเดือนกันยายน ตุลาคม และเมษายน แต่การขับรถในช่วงระหว่างเดือนพฤจิกายนถึงมีนาคมนั้นอาจจะยากลำบาก
  • สำหรับฤดูหนาว รถเช่าทุกคันในไอซ์แลนด์จะมียางที่มีดอกพิเศษ และแม้ว่าคุณจะมั่นใจในฝีมือการขับขี่ แต่เราก็ยังแนะนำให้เช่ารถแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ
  • คุณควรตรวจเช็คสภาพถนนและพยากรณ์อากาศก่อนออกเดินทาง เพื่อให้แน่ใจว่าจุดหมายปลายทางที่ต้องการไปนั้นสามารถเข้าถึงได้หรือไม่
  • หากคุณไม่ค่อยมีประสบการณ์ในการขับรถท่ามกลางหิมะและการขับรถนอกเขตเมือง การไปกับทัวร์ที่มีไกด์นำทางอาจจะทำให้คุณรู้สึกสบายใจมากกว่า

ดูคำแนะนำในการขับรถที่ไอซ์แลนด์เพิ่มเติมได้จากคู่มือขับรถเที่ยวในประเทศไอซ์แลนด์

ล่องเรือล่าแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์

แสงออโรรามองเห็นได้ทั้งจากบนบกและในทะเล

อีกหนึ่งวิธีชมความมหัศจรรย์ของปรากฏการณ์แสงออโรรา บอเรลลิสในไอซ์แลนด์คือการออกไปดูแสงเหนือกับทัวร์ล่องเรือ

โดยทัวร์เหล่านี้จะพาคุณออกทะเลไปให้ห่างไกลจากมลภาวะทางแสง และยังจะทำให้คุณได้เห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามอีกด้วย

โปรแกรมเหล่านี้มีความสะดวกสบายและพาไปยังอ่าวเอยาฟยอร์ดูร์ (Eyjafjordur) หรืออ่าวฟาซาโฟลอิ (Faxafloi) โดยตรงจากท่าเรือที่อยู่ในตัวเมืองแต่ละแห่ง

ซึ่งเมื่อออกเดินทางไปไม่ไกลจากท่าเรือนัก คุณก็จะพ้นจากแสงสีของเมืองและพร้อมรอชมแสงเหนือได้แล้ว

แม้ว่าการล่องเรือนั้นจะไม่สามารถย้ายที่ได้คล่องแคล่วเหมือนกับเวลาที่ไปกับรถบัสหรือซูเปอร์จี๊ป แต่ก็ถือว่าดีกว่าการล่าแสงเหนืออยู่ในเมือง

มองเห็นแสงเหนือได้ชัดเจนจากในมหาสมุทร

ภาพจาก ล่องเรือชมแสงเหนือ 2 ชั่วโมง พร้อมบริการรับส่งจากท่าเรือเรคยาวิก

ซึ่งข้อได้เปรียบของการล่องเรือนั้นไม่ใช่การ "ล่า" แสงเหนือ แต่เป็นการได้เพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ที่สวยงาม ห้อมล้อมไปด้วยผืนน้ำทะเล และล่องลอยอยู่ใต้หมู่ดาวบนท้องฟ้า

ทั้งนี้ หากไม่มีแสงออโรราปรากฏให้เห็น ทัวร์ส่วนใหญ่ก็จะให้โอกาสคุณได้ออกไปชมอีกครั้งแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย

และในขณะที่ล่องเรือชมแสงเหนือในอ่าวฟาซาโฟลอิ หรืออ่าวเอยาฟยอร์ดูร์อยู่นั้น คุณยังอาจจะโชคดีมีโอกาสได้ชมวาฬเป็นโบนัสด้วย

เนื่องจากสามารถพบเห็นวาฬได้ทั่วไปตามชายฝั่งของประเทศไอซ์แลนด์ และน่านน้ำทั้งสองจุดนี้เป็นที่อยู่อาศัยของโลมาปากขาวและโลมาท่าเรือ ส่วนวาฬมิงค์สามารถพบเห็นได้บ่อยจากในเรคยาวิก ในขณะที่วาฬหลังค่อมมาจะมาเยือนน่านน้ำในทางเหนืออยู่เป็นประจำถึงแม้ว่าโดยมากแล้วคุณจะเห็นพวกมันได้ในฤดูร้อนก็ตาม

สามารถรับประกันได้ไหมว่าจะได้เห็นแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์

แสงเหนือปกคลุมภูเขาเวสตราฮอร์นที่ไอซ์แลนด์ในเดือนมกราคมการที่จะได้เชยชมแสงออโรรา บอเรลลิสในประเทศไอซ์แลนด์นั้น คุณต้องใช้ทั้งความอดทนและต้องมีโชคด้วย และต้องอยู่ภายใต้สภาวะเงื่อนไขเหล่านี้

  • คุณต้องมาที่ไอซ์แลนด์ในช่วงระหว่างเดือนกันยายนและเมษายน ส่วนช่วงปลายเดือนสิงหาคมนั้น บางครั้งก็สามารถมองเห็นแสงเหนือได้เหมือนกัน แต่แสงสว่างจากพระอาทิตย์จะบดบังทำให้มองเห็นแบบเลือนลางมาก
  • แสงเหนือจะปรากฏในคืนที่มืดมิดมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และในคืนที่พระจันทร์เต็มดวงจะทำให้แสงออโรร่าจางมาก
  • สถานที่ดูแสงเหนือควรมีแสงสว่างน้อยที่สุด (หลีกเลี่ยงการดูแสงเหนือในบริเวณที่มีแสงไฟ)
  • สถานที่ดูแสงเหนือควรมีเมฆปกคลุมน้อยที่สุด เนื่องจากแสงเหนือเกิดขึ้นในชั้นบรรยากาศของโลกซึ่งอยู่สูงกว่าเมฆมาก
  • แสงเหนือจะปรากฏเมื่อมีกิจกรรมบนดวงอาทิตย์มากพอ และการพยากรณ์การเกิดแสงออโรร่า มีตั้งแต่ระดับ 0-9 Kp โดยระดับ 2 ขึ้นไปจึงจะมีความเป็นไปได้ที่จะมองเห็นแสงเหนือจากตำแหน่งละติจูดของประเทศไอซ์แลนด์

สำหรับสองข้อสุดท้ายนี้ คุณสามารถตรวจสอบก่อนล่วงหน้าได้จากพยากรณ์เมฆ และพยากรณ์การเกิดแสงออโรร่าในประเทศไอซ์แลนด์ แต่การพยากรณ์เหล่านี้จะสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ไม่เกินสองหรือสามวันเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม คนมักจะเข้าใจผิดว่าสภาพอากาศที่หนาวเย็นมีผลต่อการเกิดแสงเหนือ แต่ความจริงคือ "ไม่เกี่ยวข้อง" กันเลย

และแม้ว่าสภาวะที่เหมาะสมที่กล่าวมาข้างต้นจะเกิดขึ้นพร้อมกันอย่างสมบูรณ์ ธรรมชาติก็ยังเป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุม และแสงเหนืออาจจะไม่ปรากฏออกมาให้เห็นก็ได้ การดูแสงเหนือจึงเหมือนเป็นเกมเสี่ยงดวง ดังนั้นหากอยากเห็นแสงออโรรา บอเรลลิส วิธีที่ดีที่สุดคืออยู่ในไอซ์แลนด์ให้นานขึ้น และคุณควรพิจารณาถึงหลักการข้อนี้เสมอในขณะที่จองทริปเดินทางของคุณ 

โรงแรมยอดนิยมสำหรับดูแสงเหนือในไอซ์แลนด์

โรงแรมที่ดีที่สุดสำหรับการดูแสงเหนือจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและปลอดมลภาวะทางแสง ในช่วงฤดูหนาวโรงแรมหลายแห่งมีบริการโทรปลุกให้ออกไปดูแสงเหนือ เพื่อให้ผู้เข้าพักไม่พลาดโอกาสในการชมแสงออโรร่าที่งดงาม

โรงแรมบางแห่งในไอซ์แลนด์ใช้ความสะดวกสบายในการชมแสงเหนือมาสร้างจุดขายด้วย และเราได้คัดสรรตัวเลือกยอดนิยมมาให้ ดังนี้

ION Adventure Hotel

ION Adventure Hotel ตั้งอยู่บนภูเขาไฟที่สงบแล้ว ล้อมรอบไปด้วยทุ่งลาวาซึ่งอยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ และในบริเวณใกล้เคียงยังมีแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ จึงเหมาะเป็นที่พักสำหรับผู้ที่ต้องการไปแช่น้ำร้อนจากพลังงานความร้อนใต้พิภพด้วย

Hofsstadir Country Hotel

Hofsstadir Country Hotel ในสกากาฟยอร์ดูร์ (Skagafjordur) ในทางตอนเหนือของไอซ์แลนด์ มีหน้าต่างบานกว้างสำหรับชมวิวสวยของทุ่งลาวาเวิ้งว้างและฟยอร์ด และทางโรงแรมยังมีบริการอาหารชั้นเลิศด้วย เพื่อให้คุณได้เพลิดเพลินกับมื้ออร่อยระหว่างที่รอลุ้นให้แสงเหนือปรากฏ

Hotel Ranga

Hotel Ranga ในเฮลลา (Hella) ซึ่งอยู่ห่างจากเรคยาวิกไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 100 กิโลเมตร มีหอสำหรับดูดาวและบริการปลุกเพื่อดูแสงออโรร่า เพื่อให้ผู้เข้าพักไม่พลาดโอกาสในการรับชมหากมีแสงเหนือปรากฏในระหว่างที่พักอยู่ในโรงแรม

Magma Hotel

Magma Hotel เป็นโรงแรมขนาด 12 ห้องในทางใต้ของไอซ์แลนด์ ที่ล้อมรอบไปด้วยทุ่งลาวาเอลด์เฮิร์น (Eldhraun) และด้วยความที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ห่างไกล จึงหมายความว่าผู้เข้าพักที่นี่จำนวนมากจะมีโอกาสได้เห็นแสงเหนือ

Reykjavik Domes

Reykjavik Domes ดูเหมือนว่าจะเป็นที่พักเพียงแห่งเดียวในไอซ์แลนด์ที่มีลักษณะคล้ายโดมกระจก และเนื่องจากไม่ได้ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง จึงทำให้มีโอกาสได้เห็นแสงเหนือสูงหากคุณอยู่ที่นี่นานพอ

จองทริปแสงเหนือในไอซ์แลนด์

แสงออโรราส่ายไปมาราวกับกำลังเต้นระบำเหนือประภาคารแห่งหนึ่งในไอซ์แลนด์

หากคุณต้องการมาเที่ยวไอซ์แลนด์เพื่อชมแสงเหนือเป็นหลัก เรามีทัวร์ขับรถเที่ยวด้วยตัวเองและแพ็คเกจทัวร์มากมายที่จะช่วยให้คุณสมปรารถนา

ส่วนแพ็คเกจเหล่านี้อาจจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาเที่ยวไอซ์แลนด์แบบจำกัดมากกว่า เช่น ทริปขับรถเที่ยว 3 วันเพื่อไปถ้ำน้ำแข็ง และแพ็คเกจท่องเที่ยวชายฝั่งทางใต้และวงกลมทองคำ 5 วัน

และอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ยิ่งคุณอยู่ที่ไอซ์แลนด์นานเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งมีโอกาสที่จะได้เห็นแสงเหนือที่น่าตื่นตาตื่นใจมากขึ้นเท่านั้น

 

แสงเหนือจะทำให้ภาพถ่ายของคุณในทริปนี้สมบูรณ์แบบ

 

ทริปเที่ยวระยะเวลาราวหนึ่งสัปดาห์จะเพิ่มโอกาสในการเห็นแสงเหนือให้กับคุณได้ คุณอาจจะลองพิจารณาทริปขับรถเที่ยวเอง 8 วันบนวงกลมทองคำของไอซ์แลนด์ ซึ่งในระหว่างเดินทางคุณจะได้ชื่นชมภูมิประเทศที่สวยงามในเวลากลางวัน และใช้เวลากลางคืนมองหาแสงออโรร่าบนท้องฟ้า

ในทริปนี้คุณมีโอกาสได้เห็นแสงออโรร่าเหนือทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน ซึ่งเมื่อแสงเหนือสะท้อนกระทบกับภูเขาน้ำแข็งที่เบื้องล่างจะเกิดเป็นภาพที่ชวนหลงใหลอย่างยิ่ง

หรือคุณจะเดินทางรอบประเทศไอซ์แลนด์และคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส เพื่อออกล่าแสงเหนือทุกคืนด้วยทริปขับรถเที่ยว 12 วันแพ็คเกจนี้ก็ได้ โดยตัวเลือกนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มั่นใจฝีมือการขับรถบนถนนในฤดูหนาวเท่านั้น

หากคุณไม่ต้องการขับรถ คุณสามารถเดินทางท่องเที่ยวรอบถนนวงแหวนของไอซ์แลนด์และคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนซในฤดูหนาวได้ด้วยทัวร์ระยะเวลา 8 วันพร้อมไกด์นำทางแพ็คเกจนี้

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคำแนะนำในการดูแสงเหนือในไอซ์แลนด์เหล่านี้จะช่วยให้คุณมีความรู้ความเข้าใจและมีความกล้าที่จะเดินทางมาที่ไอซ์แลนด์ เพื่อออกไปตามหาสิ่งคนจำนวนมากเฝ้าใฝ่ฝันอยากเห็นมานาน

บทความที่ได้รับความนิยม

บทความอื่นที่น่าสนใจ