เมื่อไหร่ถึงจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการท่องเที่ยวในประเทศไอซ์แลนด์ ฤดูกาลที่นี่เป็นอย่างไร อากาศของที่ไอซ์แลนด์เป็นแบบไหน ช่วงเวลาใดที่เหมาะสำหรับการดูแสงเหนือ เมื่อไหร่ที่เหมาะสำหรับการไปดูนกพัฟฟิน และช่วงไหนถึงจะได้ชมพระอาทิตย์เที่ยงคืน. 



เหล่านี้มักจะเป็นคำถามที่เราได้รับมาบ่อยๆ และคำถามยอดฮิตที่สุดก็คือช่วงเวลาไหนที่เหมาะที่สุดในการไปเที่ยวที่ประเทศไอซ์แลนด์ มันยากที่จะตอบคำถามนี้เพราะประเทศไอซ์แลนด์มีธรรมชาติและสัตว์ป่าที่มีความหลากหลายและภูมิอากาศของที่นี่ก็ไม่อาจคาดเดาได้ ดังนั้นเราจึงได้รวบรวมข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับภูมิอากาศและสถานที่ท่องเที่ยวตามฤดูกาลเท่าที่จะเป็นไปได้ไว้ให้คุณที่นี่แล้ว.

เนื้อหา

ภูมิอากาศที่ประเทศไอซ์แลนด์เป็นแบบไหน    

ประเทศไอซ์แลนด์มี 4 ฤดูกาล แม้ว่าบางครั้งอาจจะรู้สึกว่าไม่เป็นแบบนั้นเพราะภูมิอากาศที่นี่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อาจจะฟังแล้วเป็นเรื่องตลกที่ว่า ในตอนที่คุณมาเที่ยวที่ประเทศนี้หากคุณไม่ชอบอากาศที่เป็นอยู่ รออีกสัก 5 นาที อากาศก็อาจจะเปลี่ยนไปแล้ว หลายคนคิดว่าประเทศไอซ์แลนด์มักจะมีอากาศที่หนาวเย็นแต่มันก็ไม่เสมอไป

ประเทศไอซ์แลนด์มักจะมีภูมิอากาศที่อ่อนโยนกว่าที่ควรจะเป็น นี่เป็นผลมาจากกระแสลมจากอ่าวที่พัดไปทางตะวันตกและทางใต้ของประเทศ ได้พัดนำความอบอุ่นมาจากทะเลแคริเบียนด้วย.

แต่นับว่าเป็นโชคร้ายเพราะนั่นหมายถึง อากาศอุ่นๆจากมหาสมุทรแอตแลนติกจะไปเจอกับอากาศเย็นๆที่มาจากทวีปอาร์คติกที่มาทางเหนือและเป็นสาเหตุที่ทำให้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยและรวดเร็วซึ่งทำให้เกิดลมและพายุหลายลูกในประเทศนี้และทางใต้ของประเทศจะมีฝนมากกว่าทางเหนือ.
 


 


เวลาไหนนะ ที่ควรมาเที่ยวไอซ์แลนด์? นี่คือรูปของสโทรคูร์ในหน้าหนาว

อีกเหตุผลนึงที่ทำให้เกิดความอบอุ่นในประเทศไอซ์แลนด์ นั่นเกิดจากที่ประเทศนี้ตั้งอยู่บนบริเวณที่ร้อนของแผ่นเปลือกโลก ทำให้ประเทศไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่มักจะเหตุการปะทุที่น่าตื่นตาและเต็มไปด้วยน้ำพุร้อน ไกเซอร์ บ่อโคลนภูเขาไฟ และแผ่นดินไหวในบางครั้ง.

ประเทศไอซ์แลนด์เป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่คุณสามารถเห็นการชนกันของแผ่นเปลือกโลกสองแผ่นบนผิวโลก ที่ปกติแล้วมักจะเกิดขึ้นในทะเล ประเทศไอซ์แลนด์ได้ถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งคือฝั่งของทวีปยูเรเชียนและฝั่งของแผ่นเปลือกโลกอเมริกา รอยแยกของแผ่นเปลือกโลกทั้งสองแผ่นนี้แยกผ่านตรงกลางของประเทศ และสามารถเห็นได้ชัดเจนที่สุดที่อุทยานแห่งชาติธิงเวลล์ลีย์ ที่ซึ่งคุณสามารถไปทำกิจกรรมทั้งดำน้ำลึก หรือ ดำน้ำตื้น ได้ และตรงระหว่างสองแผ่นเปลือกโลกนี้ซึ่งในอีกไม่กี่ล้านปีจะทำให้ประเทศไอซ์แลนด์ถูกแบ่งเป็นสองส่วน.

ภูเขาไฟที่บาร์ดาร์บุนกา, โฮลุเฮริน

จงอย่าไปสนใจกับการปะทุของภูเขาไฟ หรือการเกิดแผ่นดินไหว เมื่อไหร่ก็ตามที่ภูเขาไฟเริ่มมีการปะทุขึ้น มักจะกลายเป็นจุดสนใจมากกว่าความน่ากลัว แม้ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวหลังจากนั้นอีกบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่เคยมีความเสียหายร้ายแรงเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟหรือแผ่นดินไหว ยกเว้นความเสียหายทางการเกษตรเมื่อหลายร้อยปีก่อน และเคยมีการยกเลิกเที่ยวบินของสายการบินเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เนื่องจากฝุ่นขี้เถ้าที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ฉะนั้นการระเบิดของภูเขาไฟถือเป็นสิ่งที่สวยงามที่น่าอัศจรรย์ และเป็นสิ่งตอกย้ำให้เราเห็นถึงพลังของธรรมชาติ.



อุณหภูมิของประเทศไอซ์แลนด์เป็นแบบไหน

แม้ว่าอุณหภูมิของประเทศไอซ์แลนด์นี้จะดูอ่อนโยนกว่าที่คุณคิด แต่ที่นี่ยังถือได้ว่าค่อนข้างหนาว แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณมาจากประเทศไหน เพราะคุณอาจรู้สึกว่าที่นี่อุ่นกว่าหรือหนาวกว่าประเทศของคุณ (หรืออาจขึ้นอยู่กับโชค หรือช่วงที่เวลาของปีที่คุณมาเที่ยว รวมถึงเสื้อผ้าที่คุณเลือกสวมใส่ด้วย).

อุณหภูมิเฉลี่ยในเรคยาวิค ช่วงฤดูหนาวอยู่ที่ ประมาณ 1-2 องศาเซลเซียส (33-35 องศาฟาเรนไฮต์) และประมาณ 12 องศาเซลเซียส(54 องศาฟาเรนไฮต์)ในช่วงฤดูร้อน ในฤดูหนาวอุณหภูมิสามารถลดลงได้ถึง -10 องศาเซลเซียส (14 องศาฟาเรนไฮต์) หรืออาจสูงขึ้นไปถึง 10 องศาเซลเซียส (50 องศาฟาเรนไฮต์) หรือในช่วงฤดูร้อนอาจลดลงถึงประมาณ 7 องศาเซลเซียส (44 องศาฟาเรนไฮต์) หรือสูงถึง 25 องศาเซลเซียส (77 องศาฟาเรนไฮต์)ได้เช่นกัน.

เมืองเรคยาวิคอยู่ไปทางใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ แต่ถ้าคุณขึ้นไปยังเมืองที่อยู่ทางเหนือของประเทศ หากคุณยิ่งขึ้นไปเหนือเท่าไหร่อุณหภูมิก็จะยิ่งแตกต่างกันมากขึ้น เมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนี้ตั้งอยู่ทางเหนือของประเทศ ชื่อว่าเมืองอาคูเรรีย์(Akureyri) ที่นี่อาจจะรู้สึกว่าอุ่นกว่าในช่วงฤดูร้อน (แต่โดยเฉลี่ยก็ยังคงหนาวกว่าที่เรคยาวิกอยู่ที่ประมาณ 11 องศาเซลเซียส หรือ 52 องศาฟาเรนไฮต์) แต่ในวันที่มีอากาศหนาวในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 0 องศาเซลเซียส (32 องศาฟาเรนไฮต์) และอาจจะลดลงได้อีกหากมีหิมะตกด้วย.

ที่เอย์ซาฟยอร์ตู(Ísafjörður)ในเวสฟยอร์ด (Westfjords)ของประเทศไอซ์แลนด์ ในบางครั้งอาจถูกตัดขาดในช่วงฤดูหนาวเพราะมีหิมะตกหนัก และนั่นเกิดขึ้นได้บ่อยๆกับในเมืองอื่นๆอีกหลายเมือง ในหลายหมู่บ้านในเวสฟยอร์ด หรือเมืองต่างๆในทางเหนือ และทางตะวันออกของประเทศอีกด้วย.

อุณภูมิที่นี่ถือว่าค่อนข้างดี เพราะฤดูหนาวของประเทศไอซ์แลนด์จะไม่หนาวเหมือนกับประเทศแคนนาดา รัสเซีย แม้แต่ในนิยอร์ค หรือเขตประเทศในบอลติก ถึงจะเป็นในช่วงฤดูร้อนแต่ที่นี่ก็ไม่เคยมีวันที่ร้อน แม้ว่าบางวันอาจจะรู้สึกแค่อุ่นๆ อุณหภูมิที่สูงที่สุดที่วัดได้ที่นี่คือ 30.5 องศาเซลเซียส หรือ 86.9 องศาฟาเรนไฮต์ในปี 1939 ในทางตะวันออกของประเทศเท่านั้น.

อุณหภูมิที่นี่ค่อนข้างที่จะเบาบางตลอดทั้งปี และจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงแม้ว่าจะเป็นช่วงรอยต่อระหว่างการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิจากฤดูร้อนไปฤดูหนาว เหมือนบางที่เช่น นิวยอร์ค เป็นต้น.
 

มาเที่ยวไอซืแลนด์ ช่วงไหนดีนะ? นี่คือรูปของช่วงหน้าร้อน

แต่ถึงอุณหภูมิที่นี่จะเบาบาง แต่ก็ไม่สามารถคาดเดาได้ คุณอาจจะตื่นมาในเช้าที่สดใส แต่ในช่วงที่คุณอาบแต่งตัวนั้นอาจมีพายุหิมะตกลงมาก็ได้ หรือ คุณอาจกำลังขับรถอยู่ในหุบเขาที่ใดสักแห่งที่มีท้องฟ้า และทัศนียภาพที่สดใส แต่หลังจากเลยหุบเขานั้นมาแล้วคุณอาจจะเจอกับหมอก และฝนตกได้.

หรืออาจจะเกิดความแตกต่างของภูมิอากาศอย่างรุนแรงในแต่ละพื้นที่ของประเทศเช่น หากคุณอยู่ในที่ราบลุ่ม หุบเขา หรือบนธารน้ำแข็งคุณอาจรู้สึกหนาวกว่าอุณหภูมิที่เป็นอยู่แต่ก็ขึ้นอยู่กับความแรงของลมด้วย ในทางตรงกันข้าม ในวันที่อากาศอบอุ่นอาจจะรู้สึกร้อนขึ้นถ้าเป็นวันที่ไม่ค่อยมีลม และอากาศค่อนข้างแห้ง.

วิวที่คลุมไปด้วยหมอกของประเทสไอซ์แลนด์

ชาวไอซ์แลนด์ส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ และหากคุณจองโปรแกรม ที่อาจจะถูกยกเลิกเนื่องจากสภาพภูมิอากาศ คุณจะได้รับเงินคืนหรืออาจเลือกที่จะเลื่อนไปวันอื่นได้.

เราเชื่อว่าทุกๆฤดูกาลมีข้อดีในตัวเอง คุณสามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความแตกต่างของฤดูกาลของที่นี่และสามารถตัดสินใจด้วยตัวคุณเองว่าเมื่อไหร่จึงจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของคุณในการมาเที่ยว ขึ้นอยู่กับความชอบของคุณเอง.

ช่วงฤดูร้อนถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของที่นี่ และฤดูร้อนเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่เลือกมาเที่ยวด้วย เพราะอากาศจะอุ่นกว่า และช่วงเวลากลางวันจะยาวนานกว่า ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่น่าประทับใจจริงๆในการมาท่องเที่ยวในประเทศไอซ์แลนด์ และหากให้เราแนะนำหรือนี่เป็นการท่องเที่ยวในประเทศไอซ์แลนด์ครั้งแรกของคุณ ช่วงฤดูร้อนนับว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด.

แต่ถ้าคุณมาเที่ยวที่นี่เป็นครั้งที่ 2 หรือ 3 เราก็อาจจะแนะนำให้คุณเลือกมาเที่ยวในช่วงฤดูอื่นๆบ้าง ที่พักจะมีราคาที่ต่ำกว่า (ยกเว้นช่วงคริสต์มาสและปีใหม่) เพราะเป็นช่วงนอกฤดูกาลการท่องเที่ยว แต่คุณจะได้เห็นถึงความแตกต่างกับช่วงฤดูร้อนที่ชัดเจนมาก.

และจุดท่องเที่ยวบางแห่งหรือกิจกรรมบางอย่างก็จะเปิดเฉพาะในช่วงฤดูหนาวเช่น ช่วงฤดูหนาวนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ชมแสงเหนือ ถ้ำน้ำแข็งที่น่าตื่นตาที่เป็นส่วนหนึ่งของธารน้ำแข็งที่มีอยู่มากมายในประเทศไอซ์แลนด์ หรือคุณอาจจะชอบการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นในการนั่งรถซุปเปอร์จี๊ปคันใหญ่ท่ามกลางพายุหิมะ และกลับบ้านพร้อมกับเรื่องราวการเดินทางที่น่าตื่นเต้นและสนุกสนานมากกว่าที่เคยเป็น แน่นอนด้วยว่าไม่มีที่ไหนที่จะดีไปกว่าคืนก่อนวันปีใหม่ในเมืองเรคยาวิกนี้อีกด้วย.

เวลาไหนนะที่ควรมาเที่ยวประเทศไอซ์แลนด์? มาเคาท์ดาวที่เรคยาวิกสิ


สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภูมิอากาศและอุณภูมิของประเทศไอซ์แลนด์สามารถดูได้ที่เว็ปไซด์ของกรมอุตุนิยมวิทยาประเทศไอซ์แลนด์ ขอให้ระลึกไว้เสมอว่าภูมิอากาศในประเทศไอซ์แลนด์ไม่สามารถคาดเดาได้จริงๆ(รวมถึงในช่วงฤดูร้อนด้วย)ดังนั้นการพยากรณ์อากาศอาจจะมีการคาดเคลื่อนได้.
 


ฤดูใบไม้ผลิในประเทศไอซ์แลนด์  

มาเที่ยวไอซ์แลนด์ ช่วงไหนดีนะ? ในช่วงฤดูใบใม้ผลิคุณจเห็นถูเขาที่คลุมด้วยหิมะ

ฤดูใบไม้ผลิในประเทศไอซ์แลนด์จะอยู่ในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ชาวไอซ์แลนด์จะมีการเฉลิมฉลองวันแรกของฤดูร้อน ในวันพฤหัสบดีแรกหลังจากวันที่ 18 เมษายนซึ่งในวันนี้ยังเป็นวันเริ่มต้นของฤดูร้อนอย่างเป็นทางการและเป็นวันหยุดราชการด้วย และจะผิดปกติมากถ้ามีหิมะตกในวันนี้ ถึงวันนี้จะถือเป็นวันแรกของฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแต่จริงๆแล้วควรจะบอกว่าเป็นวันแรกของฤดูใบไม้ผลิมากกว่า แม้ว่าอาจจะมีหิมะตกระหว่างเดือนนเมษายนถึงพฤษภาคมที่ประเทศไอซ์แลนด์ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วหิมะจะตกเพียงบนเส้นทางภูเขาและที่ราบสูงซึ่งมองดูสวยมากจากเมืองเรคยาวิกหรือชายฝั่งทะเล และดอกไม้เริ่มต้นที่จะผลิบานด้วย.

ช่วงนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่นกบางชนิดเริ่มอพยพมายังที่นี่ด้วยเช่น นกพัฟฟินที่เป็นที่รู้จักของที่นี่ก็สามารถเริ่มพบเห็นได้ในประเทศไอซ์แลนด์ในช่วงนี้ นกพัฟฟินกลุ่มแรกจะถูกพบได้ในช่วงเดือนเมษายนและจะอยู่ที่นี่ไปจนถึงเดือนกันยายน จริงๆแล้วมีนกอีกชนิดนึงที่ชื่อว่า ลัว(Lóa) หรือ นกโพลเวอร์สีทอง(Golden Plovers) ซึ่งเหมือนกับว่านกเหล่านี้ได้นำฤดูใบไม้ผลิมาด้วย ก็สามารถพบได้ที่นี่ไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคมเช่นกัน. 

 



มาเที่ยวไอซ์แลนด์ช่วงไหนดีนะ? จะดูนกพัฟฟิน ต้องมาในช่วงหน้าร้อน

อากาศในช่วงฤดูใบไม้ผลิในเมืองเรคยาวิกอาจจะมีทั้งหิมะ ลูกเห็บ และฝนไปจนถึงวันที่มีพระอาทิตย์สดใส อุณภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง0-10องศาเซลเซียส ช่วงฤดูใบไม้ผลิอาจจะชุ่มฉ่ำมากกว่าในทางตอนใต้ของประเทศ แต่ถ้าขึ้นไปทางเหนือ(รอบๆเมืองอาคูเรริย์) อากาศจะแห้งกว่า(เย็นกว่า) เส้นทางภูเขาของประเทศไอซ์แลนด์อาจจะหนาวกว่าทางชายฝั่งถึง10องศาและการเดินทางก็จะถูกปิด.

ช่วงฤดูนี้สีสันของธรรมชาติจะโดดเด่นขึ้นมา ต้นหญ้าอาจจะไม่สูงหรือเขียวมากแต่ใบไม้บนต้นไม้จะกำลังเติบโต ดอกไม้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิเช่น ดอกดิน ดอกลิลลี่ จะเริ่มผลิดอกออกมาในสวนของผู้คนในพื้นที่หรือคุณอาจจะเห็นดอกไม้ผลิบานอยู่บนต้นไม้อีกด้วย โดยทั่วไปแล้วผู้คนจะรู้สึกสดชื่นขึ้นในช่วงนี้หลังจากที่ได้ผ่านฤดูหนาวมา และมักจะรู้สึกตื่นเต้นกับอากาศในช่วงฤดูร้อนที่เริ่มเข้ามารอบๆด้วย.

ฤดูใบไม้ผลิถือเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวที่ประเทศไอซ์แลนด์ หากคุณยังต้องการที่จะออกล่าแสงเหนือ และอากาศค่อนข้างจะอุ่นแต่ก็ยังไม่เข้าฤดูกาลการท่องเที่ยว ดังนั้นจะยังคงมีนักท่องเที่ยวไม่มากและราคาก็ยังต่ำกว่าอยู่ คุณอาจจะหาที่พักได้ง่ายกว่าและยังมีโปรแกรมทัวร์หลายอย่างอีกด้วย.

ฤดูร้อนในประเทศไอซ์แลนด์  

ช่วงฤดูร้อนในประเทศไอซ์แลนด์จะเริ่มในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมหรือต้นเดือนมิถุนายนไปจนถึงปลายเดือนสิงหาคม ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลายอดฮิตสำหรับผู้ที่ต้องการมาเที่ยวที่ประเทศไอซ์แลนด์ และพระอาทิตย์เที่ยงคืนก็จะเกิดในช่วงฤดูร้อนของประเทศไอซ์แลนด์นี้ด้วย นั่นหมายถึงช่วงเวลานี้จะมีกลางวันที่ยาวนานและผู้คนก็จะรู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้นเป็นพิเศษ.

หน้าร้อนในประเทศไอซ์แลนด์ที่มีสีสัน

ช่วงเวลากลางวันจะยาวนานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆทุกวัน ไปจนถึงวันที่มีช่วงกลางวันที่ยาวนานที่สุดของช่วงฤดูร้อนซึ่งจะอยู่ประมาณวันที่21มิถุนายน และหลังจากวันครีษมายัน ช่วงกลางวันก็จะเริ่มสั้นลงแต่ก็เพียง1-2นาทีในแต่ละวัน พระอาทิตย์ตกเปลี่ยนเป็นพระอาทิตย์ขึ้น ทำให้เห็นสีสันของแสงเกิดขึ้นซึ่งอาจใช้เวลาหลายชั่วโมง ประเทศไอซ์แลนด์เป็นเหมือนสวรรค์ของนักถ่ายรูปที่ต้องการจะถ่ายรูป “ชั่วโมงสีทอง”ของธรรมชาติ.



มาเที่ยวไอซ์แลนด์ช่วงไหนดีนะ? จะมาดูพระอาทิตย์เที่ยงคืน ต้องหน้าร้อน

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวนาน วันที่ยาวนานแห่งนี้มีประโยชน์มากมายเพราะคุณจะไม่มีวันหลงอยู่ในความมืด หรือไปให้ถึงจุดหมายปลายทางก่อนค่ำ ความมืดไม่มีความแน่นอนแต่ไม่ต้องกังวลเพราะคุณจะยังสามารถนอนหลับได้เพียงปิดผ้าม่านบังไว้.

ในช่วงฤดูร้อนจะมีโปรแกรมทัวร์หลากหลายและมากมาย เพราะในช่วงวันของฤดูร้อนที่ยาวนานนี้ทำให้คุณสามารถไปเที่ยวได้หลายแห่ง รวมไปถึงภูเขา ธารน้ำแข็ง ภูเขาไฟและน้ำตก และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดเยี่ยมอื่นๆอีกมากมายที่พร้อม รอให้คุณไปสัมผัส.

น้ำตกเฮาอิฟอสส์ที่สูงเป็นอันดับสองของประเทศไอซ์แลนด์

อากาศที่นี่ยังคงไม่สามารถคาดเดาได้ และในบางปีอาจจะรู้สึกเหมือนไม่มีฤดูร้อนในประเทศไอซ์แลนด์เลย อุณหภูมิสามารถต่ำได้ถึงถึง 5 องศาเซลเซียส หรือมีอุณหภูมิที่สูงถึง 25 องศาเซลเซียสได้ ซึ่งอุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ 10-15 องศาเซลเซียส ช่วงฤดูร้อนอากาศอาจจะไม่ชุ่มฉ่ำเหมือนช่วงฤดูใบไม้ผลิแต่บางทีก็อาจเกิดฝนตกได้ และอาจมีลมหนาวพัดผ่านมา เพราะประเทศไอซ์แลนด์ถือเป็นประเทศที่มีลมค่อนข้างแรงและถ้าคุณโชคดีคุณได้สัมผัสกับอากาศที่อุ่นและสบายหากคุณยังอยู่ที่นี่ในฤดูร้อนในเมืองคุณจะได้เจอกับเมืองที่มีชีวิตชีวาได้.

ช่วงนี้ยังมีกิจกรรมแคมป์ปิ้งนอกสถานที่และเทศกาลดนตรีจำนวนมากถูกจัดขึ้นในประเทศอีกด้วย ระหว่างในฤดูร้อนนี้ผู้คนจำนวนมากเลือกที่จะท่องเที่ยวไปรอบๆประเทศและพักในเต้นท์ มีการจัดเทศกาลดนตรีฤดูร้อนรวมไปถึงเทศกาลดนตรีครีษมายัน และการแข่งขันเทนนิสเอทีพี(ATP) เช่นเดียวกับเทศกาลเล็กๆอื่นๆอีกมากมายด้วย.

ไฮแลนด์ที่มีสีสันของประเทศไอซ์แลนด์

ในช่วงฤดูร้อนปกติแล้วจะยาวนานไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนหรือต้นเดือนกรกฎาคมเป็นช่วงที่ถนนเส้นทางดอยสูงบนภูเขาถูกเปิดใช้งานหลังจากถูกปิดมาตลอดช่วงฤดูหนาว นี่เป็นช่วงเวลาเดียวในปีที่คุณจะสามารถไปถึงหุบเขาลานมันนาร์เลยการ์ (Landmannalaugar) ที่มีชื่อเสียง (คุณอาจจะเลือกไปกับโปรแกรมท่องเที่ยวฤดูหนาวในหุบเขาลานมันนาร์เลยการ์โดยรถซุปเปอร์จิ๊ป)และหุบเขาโธร์เมิร์ค(Þórsmörk) หากคุณฝันถึงการจะได้เดินป่าในเขตภูเขาของประเทศไอซ์แลนด์เช่น ไปตามเส้นทางภูเขาที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ที่ชื่อว่าเลยร์การ์เวกูริน (Laugavegurinn) และ ฟิมเวอร์ดูร์ฮัลล์(Fimmvörðuháls) เดือนกรกฎาคมหรือต้นเดือนสิงหาคมถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ.



ฤดูใบไม้ร่วงในประเทศไอซ์แลนด์  

สีของฤดูใบไม้ร่วงที่ ธิงเวลลิร์

ฤดูใบไม้ร่วงในประเทศไอซ์แลนด์เริ่มต้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมและยาวนานไปจนถึงปลายเดือนตุลาคมหรือต้นเดือนพฤจิกายน ฤดูใบไม้ร่วงถือเป็นเวลาที่ดีในการท่องเที่ยวไปในประเทศไอซ์แลนด์เพราะมันยังมีความอบอุ่นต่อเนื่องมาจากปลายเดือนสิงหาคมแต่จะมีอากาศเย็นเพิ่มขึ้นในทุกๆวัน ในเดือนกันยายนและเดือนตุลาคมราคาสำหรับที่พักก็จะถูกลดลง แต่คุณก็จะยังสามารถที่จะได้เห็นสีสันของช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่งดงามของประเทศไอซ์แลนด์ได้ บางทีคุณอาจจะได้พบกับหิมะแรกของปีและยังสามารถไล่ล่าแสงเหนือได้อีกด้วย.

อย่างเดียวที่อาจจะไม่ดีในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้คือลมอาจจะค่อนข้างแรง เฉอะแฉะและอาจจะหนาวเลยทีเดียว อุณหภูมิในฤดูใบไม้ร่วงค่อนข้างคล้ายกับในฤดูใบไม้ผลิซึ่งอยู่ในระหว่าง 0-10องศาเซลเซียล แต่จะรู้สึกว่าในฤดูใบไม่ร่วงมีลมมากกว่า เป็นเพราะคุณอาจจะเห็นใบไม้ทั้งหลายที่ร่วงลงมาจากต้นไม้จะถูกพัดไปรอบๆโดยลม ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้อาจหลายๆวันเหมือนกับที่คุณเห็นในภาพด้านบนที่ถ่ายมาจากอุทยานแห่งชาติธิงค์เวลล์ลีย์ได้.

เมื่อมีหิมะเพิ่มขึ้นมาอีกชั้นนึงทำให้สีสันที่เกิดขึ้นมาในฤดูใบไม้ร่วงที่เต็มไปด้วยต้นมอสและลาวา คุณจะได้เห็นการผสมผสานของธรรมชาติที่น่ามหัศจรรย์ ซึ่งคุณสามารถเห็นได้จากรูปภาพนี้ที่ถ่ายจาก ธารลาวาในเฮิร์นฟอสซา (Hraunfossar).

มาเที่ยวไอซ์แลนด์ช่วงไหนดี? สำหรับสีสันที่สนใสต้องช่วง ฤดูใบไม้ผลิ

ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่เหล่านกเริ่มต้นที่จะอพยพไปและโปรแกรมบางโปรแกรมเช่น โปรแกรมล่องแพในแม่น้ำหรือโปรแกรมท่องเที่ยวทางภูเขาจะหยุดให้บริการ แต่ในอีกมุมหนึ่งนี่เป็นเวลาที่คุณจะสามารถออกไปเก็บเห็ดหรือเบอร์รี่ได้ตามชานเมือง คุณสามารถเก็บเบอร์รี่ป่า โครเบอร์รี่และสตอเบอร์รี่ได้ในประเทศไอซ์แลนด์ และคุณยังสามารถพบเรดเคอเรนซ์ได้อีกด้วย แม้ว่าส่วนใหญ่จะถูกปลูกไว้ตามสวนของผู้คนในประเทศ.

และจงอย่าลืมที่จะตามล่าแสงเหนือด้วย.

ฤดูหนาวในประเทศไอซ์แลนด์  

ฤดูหนาวในประเทศไอซ์แลนด์จะอยู่ในช่วง เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ท้องฟ้ามืดที่สุดของปี และวันที่ 21 ธันวาคมจะเป็นช่วงกลางวันที่สั้นที่สุดของปีและยังเป็นเพียงไม่กี่วันก่อนวันหยุดคริสต์มาสด้วย ในวันนั้นจะมีแสงสว่างแค่เพียง 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น แต่โชคดีที่ช่วงเวลาคริสต์มาสเต็มไปด้วยแสงไฟนางฟ้าเล็กๆทั้งในสวนและบนถนน.



 

วิวหน้าหนาวของประเทศไอซ์แลนด์

ช่วงฤดูหนาวเป็นช่วงที่ ที่จะนอนกอดกันอุ่นๆอยู่ในบ้านพร้อมกับช็อกโกแลตร้อนอร่อยๆสักถ้วย หรือเลือกที่จะไปแช่น้ำในบ่อน้ำอุ่น สระน้ำอุ่น หรือน้ำพุร้อนที่มีอยู่มากมายในเมืองได้ แม้ว่าคุณสามารถแช่น้ำพุร้อนที่นี่ได้ตลอดทั้งปี แต่มันจะรู้สึกดีและพิเศษมากขึ้นในช่วงฤดูหนาว.

มาเที่ยวไอซ์แลนด์ช่วงไหนดี? สำหรับถ้ำน้ำแข็ง ต้อง หน้าหนาว

สองสิ่งหลักที่พลาดไม่ได้ในช่วงฤดูหนาวในประเทศไอซ์แลนด์ คือ แสงเหนือ และ ถ้ำน้ำแข็งตามธรรมชาติ ถ้ำน้ำแข็งเกิดขึ้นใต้ธารน้ำแข็งที่ชื่อว่าวัทนาโจกุล(Vatnajökull) นี่เป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป ระหว่างช่วงฤดูร้อน น้ำแข็งภายในจะละลายและมีแม่น้ำไหลผ่านใต้ธารน้ำแข็ง คุณจึงไม่สามารถไปเที่ยวที่ถ้ำได้เนื่องจากภายในถ้ำจะเต็มไปด้วยน้ำ แต่เมื่ออุณหภูมิลดลงน้ำก็จะเปลี่ยนกลับไปเป็นน้ำแข็งอีกครั้ง ทำให้ประเทศไอซ์แลนด์มีถ้ำสีฟ้าสวยงามให้ค้นพบอีกครั้ง.

ช่วงเริ่มต้นหน้าหนาว ที่สไนเฟลลส์แนสโจกุล

คุณสามารถไปเที่ยวชมธารน้ำแข็งของประเทศนี้ได้ตลอดปี ถึงที่นี่จะน่าทึ่งมากในช่วงฤดูร้อน เพราะสีสันของพื้นที่ตัดกันกับสีสันของช่วงฤดูร้อน ถึงกระนั้นในช่วงฤดูหนาวมันจะยังมีความงดงามมากอยู่ดี ตรงกันข้ามกับความเชื่อของอีกหลายๆคน ที่เชื่อว่าประเทศไอซ์แลนด์ไม่ได้ถูกปกคลุมด้วยหิมะเป็นประจำในช่วงฤดูหนาว หิมะมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นและละลายแล้วเกิดขึ้นใหม่ ดังนั้นคุณจะยังสามารถเห็นสีสันที่ตัดกันของช่วงฤดูหนาว และขนาดที่น่าทึ่งของธารน้ำแข็งอยู่ดี.

วิวน้ำแข็งที่คาบมหาสมุทร สไนล์แฟลซเนส ภูเขาเคิร์คจูแฟส

ช่วงฤดูหนาวของที่นี่ เป็นช่วงที่คาดเดาได้ยากที่สุด ถ้าคุณอาศัยอยู่ทางใต้ เช่นใน เรคยาวิคอุณหภูมิโดยเฉลี่ยจะอยู่ประมาณ 0 องศาเซลเซียสและอาจจะลงไปได้ถึง -5 องศาเซลเซียส หรือสูงขึ้นได้ถึง 5 องศาเซลเซียส แต่มันก็ไม่ปกติที่จะเย็นลงหรืออุ่นขึ้นขนาดนั้น นั่นไม่นับรวมกับลมหนาวที่พัดมาด้วย.

หากคุณยิ่งขึ้นไปทางเหนือมากเท่าไหร่ เช่น ในอาคูเรยรี่(Akureyri) หรือ ที่อิสาฟยอร์ดูร์  (Ísafjörður) หิมะก็จะมีมากขึ้นรวมทั้งอุณหภมิที่ยิ่งหนาวขึ้นด้วย แม้จะดูไม่ได้มากมาย แต่อุณหภูมิอาจจะลดลงได้ถึง -10 องศาเซลเซียสได้ แต่บางทีที่นี่คุณอาจจะได้เห็นพื้นที่ของฤดูหนาวที่สวยงามเต็มไปด้วยหิมะ น้ำแข็งและหยาดน้ำเเข็งด้วย.



วิวน้ำตกในหน้าหนาวของประเทศไอซ์แลนด์

แม้เส้นทางภูเขาจะถูกปิดช่วงฤดูหนาว แต่ยังสามารถเข้าไปเที่ยวชมธารน้ำแข็งบางแห่งได้ นั่นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและทัศนวิสัย โปรแกรมอาจถูกยกเลิกก่อนหน้าเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่หากโปรแกรมถูกยกเลิกคุณจะได้รับข้อเสนอให้เปลี่ยนเป็นโปรแกรมอื่นหรือรับเงินคืนเต็มจำนวน นั่นเพราะคุณไม่ควรขึ้นไปบนยอดธารน้ำแข็งในวันที่มีพายุหิมะหนัก หากถ้าคุณไปคุณอาจจะต้องเผชิญกับอากาศที่หนาวเย็นถึง -15 ถึง -20 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว คำแนะนำที่ดีที่สุดก็คือเตรียมเสื้อกันหนาวไปหลายๆชั้น และควรจะเป็นพวกเสื้อขนสัตว์หรือขนแกะ เพราะวิธีนี้คุณสามารถใส่เสื้อเพิ่มไปได้อีกชั้นหนึ่ง หรือถอดออกได้ตลอดเวลา.

แสงเหนือ  

มาเที่ยวไอซ์แลนด์ช่วงไหนดี? หน้าหนาว สำหรับแสงเหนือ

ช่วงที่จะเห็นแสงเหนือได้ดีที่สุดคือช่วงเดือนกันยายนและเดือนมีนาคม และเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเห็นแสงเหนือในช่วงหน้าร้อน (มิถุนายน/กรกฎาคม) เพราะแสงเหนือจะเห็นได้ในช่วงที่ท้องฟ้ามืดเท่านั้น แต่ช่วงฤดูร้อนนี้จะเป็นเวลาของพระอาทิตย์เที่ยงคืน ที่ยังคงสว่างอยู่แม้ในช่วงกลางคืน ช่วงกลางคืนของเดือนสิงหาคม ท้องฟ้าจะเริ่มมืดมากขึ้น และแสงเหนือก็สามารถถูกพบเห็นได้ ฤดูกาลของแสงออโรร่าจึงจะอยู่ในช่วงเดือนกันยายนจนถึงมีนาคม เมื่อกลางคืนเริ่มที่จะยาวนานขึ้นเรื่อยๆ.

ยิ่งนานวันแสงเหนือก็จะยิ่งมีกำลังมากขึ้นเรื่อยๆเช่น ในปี 2013 ที่เป็นช่วงที่พระอาทิตย์มีกำลังสูงสุด 

ซึ่งก็ได้เกิดแสงเหนือที่น่าตื่นตานี้ด้วย.

แสงออโรร่าที่ ทะเลสาบธารน้ำแข็ง โจกุลซาลอน

ในปี 2012 กรมอุตุนิยมวิทยาได้มีการพยากรณ์การเกิดแสงเหนือ วิธีการนี้ทำให้คุณสามารถรู้ว่า แสงเหนือเกิดขึ้นที่ไหนและมีความแรงมากเท่าไรในแต่ละครั้งและในแต่ละพื้นที่ที่มีการพยากรณ์ มองหาส่วนที่เป็นสีขาวที่เป็นสัญลักษณ์ของท้องฟ้าโปร่ง และนั่นทำให้คุณรู้ว่าแสงเหนือจะเกิดขึ้นในความมืดบนท้องฟ้าโปร่งเมื่อไร การพยากรณ์อาจจะไม่ได้ถูกรับรอง 100% และบางคืนตอนเกิดแสงเหนือที่มีกำลังสูงบนตัววัด (เช่น ระดับ 7 จาก 9) คุณอาจมองไม่เห็นอะไรเลย แต่ในทางตรงข้ามในตอนที่มีกำลังของแสงไม่มาก (แค่ระดับ 1 หรือ 2) คุณอาจจะได้เห็นแสงออโร่ร่าได้อย่างชัดเจนและสวยงาม.

เรายังมีข้อมูลอีกมากมายเกี่ยวกับแสงเหนือ เช่น สถานที่ที่ดีที่สุดในการชมแสงเหนือ หรือ อะไรทำให้เกิดแสงเหนือ หรือ แสงเหนือเป็นอย่างไร เป็นต้น.



แสงเหนือหลากสีที่ประเทศไอซ์แลนด์

ถึงตอนนี้คุณรู้แล้วยังว่าช่วงเวลาไหนเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการท่องเที่ยวในประเทศไอซ์แลนด์สำหรับคุณ.