
สำรวจรากเหง้าของสุราและเหล้าไอซ์แลนด์ พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมการดื่มอันเป็นเอกลักษณ์ที่พัฒนาขึ้นมาอย่างโดดเด่น เหล้าประจำชาติเบรนนิวิน (Brennivin) วอดก้าคัทลา (Katla vodka) ที่นุ่มลื่น และเบียร์ที่หมักด้วยมอสส์ไอซ์แลนด์ สะท้อนถึงวัฒนธรรมที่ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์กับประเพณีดั้งเดิม
ความสัมพันธ์ของไอซ์แลนด์กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกหล่อหลอมด้วยประวัติศาสตร์อันโดดเด่น หลายปีแห่งการห้ามขายแอลกอฮอล์ นโยบายการค้าที่ยุ่งยาก และสภาพอากาศที่ท้าทาย ทำให้ชาวไอซ์แลนด์ต้องคิดค้นวิธีการหมักและกลั่นใหม่ ๆ ทุกวันนี้ ประเทศนี้ผลิตสุราที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและมีเบียร์คราฟต์หลากหลายชนิด ซึ่งสามารถไปลิ้มลองได้เมื่อใช้บริการทัวร์อาหารและเครื่องดื่ม
เหตุผลที่คุณวางใจเนื้อหาของเราได้
Guide to Iceland คือแพลตฟอร์มท่องเที่ยวที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในไอซ์แลนด์ โดยช่วยเหลือนักท่องเที่ยวหลายล้านคนในแต่ละปี เนื้อหาทั้งหมดของเราถูกเขียนและตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่นที่รู้จักไอซ์แลนด์เป็นอย่างดี คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง ทันสมัย และเชื่อถือได้
ทัวร์เหล่านี้จะพาผู้มาเยือนลิ้มลองชแนปส์ จิน วิสกี้ และเบียร์ท้องถิ่นมากมาย มีทัวร์เที่ยวเรคยาวิกหลายโปรแกรมที่มีไฮไลต์เป็นบาร์ที่มีชีวิตชีวาของเมือง ซึ่งบาร์เทนเดอร์จะนำเสนอสุราไอซ์แลนด์และเครื่องดื่มรสชาติใหม่ ๆ ที่สร้างสรรค์
หากต้องการประสบการณ์ที่ช้าลงและลึกซึ้งยิ่งขึ้น มีวอล์กกิ้งทัวร์ในเรคยาวิกที่พานักท่องเที่ยวไปยังบาร์ค็อกเทลลับ เทสติ้งรูม และโรงเบียร์ขนาดเล็ก ตัวเลือกยอดนิยมคือวอล์กกิ้งทัวร์เดินชิมเบียร์และชแนปส์ในเรคยาวิกพร้อมไกด์ ที่นักเดินทางจะได้ลองเครื่องดื่มแปลกใหม่พร้อมเรียนรู้ประเพณีการหมักเบียร์
อ่านต่อเพื่อทำความรู้จักกับเครื่องดื่มยอดนิยมที่ควรลองในไอซ์แลนด์และสถานที่จำหน่ายเครื่องดื่มเหล่านั้น
สรุปประเด็นสำคัญ
-
ไอซ์แลนด์ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาตั้งแต่ยุคตั้งถิ่นฐาน แต่การผลิตเคยเป็นเรื่องยากเพราะสภาพอากาศและข้อจำกัดต่าง ๆ
-
ไอซ์แลนด์เคยมีการห้ามขายแอลกอฮอล์ยาวนานหลายสิบปี และเพิ่งยกเลิกอย่างสมบูรณ์ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20
-
อุตสาหกรรมแอลกอฮอล์ของไอซ์แลนด์รุ่งเรืองและเต็มไปด้วยนวัตกรรม หลายแบรนด์ดัง เช่น Brennivin เป็นที่รู้จักในระดับสากล
-
ชาวไอซ์แลนด์นิยมดื่ม โดยเฉพาะในช่วงแฮปปี้อาวร์
-
วิธีที่ดีที่สุดในการสัมผัสรสชาติสุราไอซ์แลนด์คือการเข้าร่วมวอล์กกิ้งทัวร์ที่มีไกด์พาเดินชิมเครื่องดื่ม หรือเดินสายเที่ยวบาร์ (bar crawl) ที่สนุกสนานจนถึงดึก
ประวัติย่อของสุราไอซ์แลนด์
การบริโภคและผลิตแอลกอฮอล์ในไอซ์แลนด์มีมาตั้งแต่ยุคแรกของการตั้งถิ่นฐาน ขณะที่กฎระเบียบเข้มงวดเพิ่งเริ่มใช้ในศตวรรษที่ 20
ประวัติยุคแรกของสุราไอซ์แลนด์
ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวนอร์สได้นำความรู้ด้านการหมักและกลั่นมาสู่เกาะแห่งนี้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 เอล มีด และเบียร์ถูกกล่าวถึงบ่อยในมหากาพย์และบทกวีไอซ์แลนด์โบราณ ซึ่งบรรยายถึงวัฒนธรรมการดื่มที่มีชีวิตชีวา
ในตำนานนอร์ส แพะชื่อ Heiðrún อาศัยอยู่บนหลังคาของดินแดนวัลฮัลลา (Valhalla) และกินใบของต้นพิภพ หรือต้นไม้โลก (Yggdrasil) การกินใบไม้นั้นทำให้แพะมีมีดหรือเอลไหลออกจากเต้านมอย่างไม่สิ้นสุด
แม้ชาวไอซ์แลนด์จะรักการดื่มมาอย่างยาวนาน แต่บรรพบุรุษของพวกเขาก็ตระหนักถึงอันตรายของการดื่มมากเกินไป ลองอ่านบทกวีไอซ์แลนด์โบราณ “Havamal” ตอนหนึ่ง:
ไม่ดีอย่างที่เขาว่ากันสำหรับลูกหลานมนุษย์
การดื่มเอลบ่อย ๆ:
เพราะยิ่งดื่มมาก สมองยิ่งพร่าเลือน
และยากจะควบคุมสติปัญญา
สภาพอากาศที่ยากลำบากทำให้การหมักและกลั่นแอลกอฮอล์ในประเทศเป็นเรื่องยาก ผู้ดื่มจึงต้องพึ่งพาเครื่องดื่มนำเข้าเป็นหลักตลอดหลายศตวรรษ ในศตวรรษที่ 17 และ 18 ราชวงศ์เดนมาร์กผูกขาดการนำเข้าแอลกอฮอล์เข้าสู่ไอซ์แลนด์
ยุคห้ามขายแอลกอฮอล์ในไอซ์แลนด์
ต้นศตวรรษที่ 20 มีความกังวลมากขึ้นว่าไอซ์แลนด์มีการบริโภคแอลกอฮอล์มากเกินไปและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสังคม ยุคห้ามขายแอลกอฮอล์จึงเริ่มขึ้นในปี 1915 เมื่อมีการประกาศห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
เพียงไม่กี่ปีต่อมา ในปี 1922 ความกดดันทางการค้าที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้องยกเลิกบางส่วนของคำสั่งห้าม โดยสเปนมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้ เนื่องจากขู่ว่าจะหยุดนำเข้าปลาไอซ์แลนด์หากไวน์สเปนยังถูกแบน การนำเข้าแอลกอฮอล์จึงได้รับอนุญาตหากมีปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำกว่า 21% โดยเบียร์ยังคงเป็นข้อยกเว้น
แต่ในช่วงก่อนที่กฎหมายจะกลับมาอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกครั้ง ชาวไอซ์แลนด์ก็ไม่ได้ละทิ้งความชอบในการดื่ม การหมักเองที่บ้านและการลักลอบนำเข้ากลายเป็นเรื่องปกติ และแพทย์สามารถสั่งจ่ายแอลกอฮอล์เพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยได้
ในปี 1935 กฎหมายอนุญาตให้จำหน่ายสุราในไอซ์แลนด์ได้แล้ว แต่เบียร์ยังคงถูกห้ามต่อไป ทำให้ไอซ์แลนด์เป็นประเทศประชาธิปไตยในโลกตะวันตกเพียงประเทศเดียวที่ห้ามจำหน่ายเบียร์ทั่วประเทศเป็นเวลานานเช่นนี้ เนื่องจากเบียร์มีราคาถูก ซึ่งกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อเยาวชน ด้วยเหตุนี้เบียร์จึงถูกแบนจนถึงปี 1989
การแบนเบียร์ถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 1989 ซึ่งชาวไอซ์แลนด์เฉลิมฉลองวันนี้ในชื่อวันเบียร์ (Beer Day)
สุราไอซ์แลนด์ในปัจจุบัน
การห้ามขายแอลกอฮอล์และเบียร์ในอดีต ส่งผลให้การผลิตแอลกอฮอล์ในไอซ์แลนด์กลายเป็นอุตสาหกรรมที่เฟื่องฟูในยุคต่อมา โดดเด่นด้วยฝีมือและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ โรงเบียร์และโรงกลั่นในไอซ์แลนด์ผลิตสุราหลากหลาย รวมถึงวอดก้า จิน ชแนปส์ และเหล้าแบบดั้งเดิมที่ผสมสมุนไพรท้องถิ่น
ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2022 โรงเบียร์ไอซ์แลนด์สามารถขายผลิตภัณฑ์ของตนให้ผู้บริโภคโดยตรงได้ เพื่อช่วยส่งเสริมผู้ผลิตท้องถิ่นและกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค ขณะเดียวกัน ภาษีแอลกอฮอล์ที่ร้านดิวตี้ฟรีก็เพิ่มขึ้นมาก และส่งผลต่อช่องทางยอดนิยมในการซื้อสุราในไอซ์แลนด์
มีช่องโหว่ทางกฎหมายให้จำหน่ายแอลกอฮอล์ออนไลน์ได้ แต่ก็เผชิญกับอุปสรรค ล่าสุดในเดือนธันวาคม 2024 ตำรวจนครบาลสั่งให้ผู้ค้าปลีกแอลกอฮอล์ออนไลน์หลายรายระงับการขายในช่วงวันหยุดสำคัญทางศาสนนาของประเทศ
องค์การอนามัยโลก (WHO) ชื่นชมไอซ์แลนด์ในเรื่องนโยบายแอลกอฮอล์ โดยยกย่องการผูกขาดการขายปลีกของรัฐว่าเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมการดื่มอย่างพอเหมาะและลดการดื่มหนัก
วัฒนธรรมการดื่มของไอซ์แลนด์
นักท่องเที่ยวจำนวนมากตกใจกับราคาเครื่องดื่มที่สูงปรี๊ดในบาร์และคลับในเรคยาวิก คนท้องถิ่นเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน หลายคนจึงเลือกดื่มที่บ้านก่อนเพื่อประหยัดเงิน แล้วค่อยออกไปข้างนอกในช่วงดึก
ด้วยเหตุนี้ ย่านใจกลางเมืองจึงดูเงียบในช่วงหัวค่ำ แต่จะคึกคักราวเที่ยงคืน โดยบาร์และคลับเปิดถึง 4.00–5.00 น. โดยเฉพาะคืนวันศุกร์-เสาร์
หากคุณไม่สามารถอยู่ดึกได้ หรืออยากได้ประสบการณ์ที่มีแบบแผนกว่านั้น ลองเข้าร่วมทัวร์อาหารและเครื่องดื่มก่อนออกไปต่อตามบาร์ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีแทนการดื่มอุ่นเครื่องเองในห้องพัก
หากคุณอยู่ในเมืองวันที่ 1 มีนาคม อย่าพลาดโอกาสร่วมฉลองวันเบียร์ (Beer Day) ด้วยคราฟต์เบียร์สักหนึ่งหรือสองแก้ว บาร์และผับหลายแห่งจะมีโปรโมชั่นพิเศษในวันเบียร์
ธอร์ราบลอต (Thorrablot)
การดื่มเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลส่วนใหญ่ในไอซ์แลนด์ รวมถึงเทศกาลกลางฤดูหนาวหรือธอร์ราบลอต (Thorrablot) ที่ผู้คนมารวมตัวกันเพื่อกินดื่ม อาหารแบบดั้งเดิม เช่น เนื้อสัตว์หมัก ฉลามหมัก อัณฑะแกะดอง และไส้กรอกตับ จะถูกเสิร์ฟในเทศกาลนี้
หากรายการอาหารเหล่านี้ไม่ถูกปากคุณ ก็ยังมีเบรนนิวิน (Brennivin) เหล้าขึ้นชื่อของไอซ์แลนด์ไว้ล้างคอ คนท้องถิ่นส่วนใหญ่จะกินอาหารดั้งเดิมของไอซ์แลนด์เหล่านี้ปีละครั้ง แต่สำหรับนักท่องเที่ยวถือเป็นพิธีกรรมที่ต้องลอง
เคล็ดลับของสุราไอซ์แลนด์
แม้ไอซ์แลนด์จะเป็นน้องใหม่ในวงการหมักและกลั่นระดับนานาชาติ แต่ก็สร้างชื่อได้อย่างรวดเร็วด้วยข้อได้เปรียบเฉพาะตัว
น้ำบริสุทธิ์ของไอซ์แลนด์
น้ำจืดของไอซ์แลนด์ส่วนใหญ่มาจากธารน้ำแข็งและน้ำพุธรรมชาติ และประเทศนี้มีธารน้ำแข็งและแผ่นน้ำแข็งมากมาย จึงมีน้ำบริสุทธิ์ที่อุดมด้วยแร่ธาตุอย่างเหลือเฟือ
น้ำของไอซ์แลนด์ผ่านการกรองตามธรรมชาติขณะไหลผ่านชั้นหินภูเขาไฟและลาวา กระบวนการกรองนี้ช่วยขจัดสิ่งเจือปน ทำให้น้ำใสสะอาดเป็นพิเศษ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการหมักและกลั่นสุราที่นุ่มนวล
วัตถุดิบธรรมชาติหลากหลาย
ธรรมชาติของไอซ์แลนด์เต็มไปด้วยวัตถุดิบเฉพาะถิ่น เช่น ผลจูนิเปอร์ ไทม์อาร์กติก กิ่งเบิร์ช และมอสส์ไอซ์แลนด์ ซึ่งถูกนำมาใช้ผลิตสุราไอซ์แลนด์
มรดกทางประวัติศาสตร์อันล้ำค่า
วัฒนธรรมการดื่มของไอซ์แลนด์มีประวัติยาวนานตั้งแต่ยุคตั้งถิ่นฐาน ด้วยรากเหง้าไวกิ้งและประเพณีประมงที่สืบทอดมายาวนาน จึงมีแรงบันดาลใจมากมายในการกลั่นสุราและเหล้าที่เป็นเอกลักษณ์
นวัตกรรมเบียร์
คนไอซ์แลนด์โหยหาวัฒนธรรมเบียร์ของตัวเองมาตั้งแต่ก่อนการยกเลิกการแบนเบียร์ จึงมีการสร้างสรรค์เบียร์แปลกใหม่ที่หาไม่ได้จากที่อื่น เช่น เบียร์ที่ใส่อัณฑะวาฬรมควันด้วยมูลแกะ ซึ่งแสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ในการหมักเบียร์ของไอซ์แลนด์ อย่าพลาดโอกาสลองเบียร์เหล่านี้
เหล้าไอซ์แลนด์คลาสสิกที่ห้ามพลาด
พร้อมจะสำรวจสุราไอซ์แลนด์แล้วหรือยัง? เตรียมแก้วของคุณให้พร้อม เพราะเราจะพาไปรู้จักแบรนด์เหล้าท้องถิ่นที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนไอซ์แลนด์
1. Brennivin

เครื่องดื่มประจำชาติของไอซ์แลนด์คือเบรนนิวิน (Brennivin) แปลตรงตัวว่า “ไวน์ที่ถูกเผา” ซึ่งบ่งบอกถึงกระบวนการกลั่นเหนือเปลวไฟ เครื่องดื่มชนิดนี้มีชื่อเล่นว่า "Black Death" ตามคำที่เคยใช้เรียกสุราดีกรีสูงหลายชนิดที่นำเข้าโดยพ่อค้าชาวเดนมาร์กในอดีต
ปัจจุบันชื่อ “Brennivin” ใช้เรียกชแนปส์ใสไร้น้ำตาลชนิดหนึ่งที่ผลิตมาตั้งแต่ทศวรรษ 1930 เป็นเหล้าอควาวิต (akvavit) แบบนอร์ดิกที่มีรสสมุนไพรคาราเวย์เด่นชัด ซึ่งอาจต้องใช้เวลาปรับตัวสำหรับบางคน
เดิมทีรัฐเป็นผู้ผลิตเบรนนิวินในช่วงยุคห้ามจำหน่ายสุรา จนกระทั่งบริษัทเอกชนเข้ามารับช่วงการผลิตต่อในปี 1989 ฉลากดั้งเดิมมีรูปหัวกะโหลกสีดำ เป็นความพยายามที่จะทำให้เครื่องดื่มดูไม่น่าดึงดูดและยับยั้งการบริโภค แต่มันกลับทำให้เครื่องดื่มชนิดนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นโดยไม่ตั้งใจ ฉลากดังกล่าวซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่น ยังคงติดอยู่บนขวดจนถึงปัจจุบัน
แม้เบรนนิวินเคยนิยมใช้ผสมเครื่องดื่ม ปัจจุบันนิยมดื่มแบบช็อตหรือจิบเพียว ๆ มากกว่า และไม่ใช่เครื่องดื่มประจำวัน แต่จะดื่มในโอกาสพิเศษและเทศกาลสำคัญ เช่น ธอร์ราบลอต
เบรนนิวินมักดื่มคู่กับอาหารไอซ์แลนด์ดั้งเดิม เช่น ฉลามหมัก (hakarl) เพราะรสจัดของเบรนนิวินช่วยกลบรสฉุนของเนื้อได้ดี ทัวร์เรกยาวิกฟู้ดวอล์ก จะปิดท้ายด้วยช็อตเบรนนิวิน นี่ถือเป็นการแนะนำวัฒนธรรมอาหารและเครื่องดื่มไอซ์แลนด์ที่ไม่ควรพลาด
-
อ่านเพิ่มเติม: เบรนนิวินคืออะไรและผลิตอย่างไร
2. Flóki Whiskey
Eimverk Distillery มีบทบาทสำคัญในการผลักดันวิสกี้ไอซ์แลนด์สู่เวทีโลก วิสกี้ซิกเนเจอร์ Floki บ่มในถังโอ๊คอเมริกันใหม่ ใช้ข้าวบาร์เลย์จากดินไอซ์แลนด์และน้ำพุธรรมชาติ ให้รสชาติซับซ้อน
วิสกี้นี้ตั้งชื่อตามนักสำรวจไวกิ้ง Hrafna-Flóki หนึ่งในผู้เดินเรือกลุ่มแรกที่มาถึงไอซ์แลนด์และเป็นผู้ตั้งชื่อประเทศนี้ โดย Flóki ใช้อีกาเรเวนออกค้นหาเกาะจนได้ฉายา "Raven-Flóki" ปัจจุบันมีรูปกาดำสามตัวบนโลโก้วิสกี้นี้
ทัวร์เยี่ยมชมโรงกลั่น Eimverk จะพาคุณชมกระบวนการผลิตวิสกี้ จิน และเบรนนิวินอย่างใกล้ชิด
3. Björk Liqueur

อันนี้ไม่ใช่นักร้องนะ!
Bjork ในภาษาไอซ์แลนด์แปลว่า “เบิร์ช” เป็นสุราที่ทำจากน้ำเลี้ยงต้นเบิร์ช เก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ผลิสั้น ๆ แล้วนำไปหมักและกลั่นจนได้สุรานุ่มหวานเล็กน้อย
Bjork เป็นส่วนหนึ่งของเหล้าเบิร์ชตระกูลใหญ่ มีหลากหลายสูตร เช่น Birkir, Bjarki และ Borkur จุดเด่นคือมีไม้เบิร์ชใส่ในขวดทุกขวดเป็นเอกลักษณ์ของโรงกลั่น
3 วอดก้าแบรนด์ไอซ์แลนด์ที่ได้รับความนิยม
แม้ไอซ์แลนด์จะเพิ่งเริ่มผลิตวอดก้า แต่ก็มีแบรนด์คุณภาพสูงหลายแบรนด์ที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ นี่คือ 3 แบรนด์วอดก้าไอซ์แลนด์ที่เราแนะนำ เหมาะสำหรับการฉลอง
1. Reyka Vodka
เปิดตัวในปี 2005 Reyka Vodka เป็นวอดก้าพรีเมียมที่ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วในระดับสากล ผลิตด้วยพลังงานสะอาดและกระบวนการเฉพาะตัวจนได้คุณภาพยอดเยี่ยม
กลั่นในเมืองบอร์การ์เนส (Borgarnes) จากข้าวบาร์เลย์และข้าวสาลี Reyka ใช้น้ำธารน้ำแข็งที่ไหลผ่านลาวาอายุ 4,000 ปี หินภูเขาไฟช่วยกรองน้ำจนได้ความบริสุทธิ์สูงและแร่ธาตุเฉพาะตัวที่เพิ่มรสชาติให้วอดก้า
2. Katla Vodka

ผลิตโดยโรงกลั่นขนาดเล็กของครอบครัว Katla Vodka เป็นอีกหนึ่งวอดก้าคุณภาพของไอซ์แลนด์ ใช้น้ำบริสุทธิ์จนได้รสนุ่มลื่นและกลั่นหลายครั้งเพื่อความบริสุทธิ์สูงสุด
วอดก้านี้ตั้งชื่อตามภูเขาไฟคัทลา (Katla volcano) หนึ่งในภูเขาไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไอซ์แลนด์ บรรจุภัณฑ์ขาวดำสื่อถึงตำแหน่งภูเขาบนแผนที่ ส่วนฉลากแดงที่ฝาหมายถึงลาวา
3. Loki Vodka

Loki Vodka เป็นวอดก้ามันฝรั่งเพียงชนิดเดียวที่กลั่นและบรรจุขวดในไอซ์แลนด์ ได้รับรางวัลระดับนานาชาติและถือเป็นวอดก้าพรีเมียมที่ดีที่สุดแบรนด์หนึ่งในประเทศ
Loki Vodka ตั้งชื่อตามเทพเจ้าแห่งความซุกซนในตำนานนอร์ส บนขวดมีสัญลักษณ์เวทมนตร์ไอซ์แลนด์ขนาดใหญ่ ไม่แน่ว่าสัญลักษณ์ Helm of Awe นี้อาจทำให้คุณซุกซนขึ้นได้ (แต่ที่แน่ ๆ คืออร่อย!)
3 จินแบรนด์ไอซ์แลนด์ที่ได้รับความนิยม
ช่วงหลังการผลิตจินได้รับความนิยมมากขึ้นในไอซ์แลนด์ ด้วยน้ำบริสุทธิ์และวัตถุดิบท้องถิ่นที่โดดเด่น นี่คือแบรนด์จินไอซ์แลนด์ที่เราแนะนำ
1. Himbrimi Old Tom Gin
Himbrimi ได้แรงบันดาลใจจากสูตรจินยุคศตวรรษที่ 18 และกลิ่นสมุนไพรในธรรมชาติไอซ์แลนด์ Himbrimi เป็นจินรสหวาน มีกลิ่นหอมดอกไม้เด่น และซับซ้อน สไตล์ Old Tom ที่หวานกว่าจินทั่วไป เหมาะกับคนที่ไม่ชอบจินแบบดั้งเดิม “Himbrimi” แปลว่า “นกน้ำ” ในภาษาไอซ์แลนด์ นกประจำถิ่นที่ว่ายน้ำและดำน้ำเก่งนี้ปรากฏอยู่บนฉลากขวด
2. Ólafsson Gin

ตั้งชื่อตามนักสำรวจชื่อดังของไอซ์แลนด์ในศตวรรษที่ 18 Olafsson Gin มีฉลากเหมือนปกนิยายผจญภัย ผลิตด้วยดอกไม้และสมุนไพรป่าไอซ์แลนด์ เช่น ไทม์อาร์กติก มอสส์ไอซ์แลนด์ และจูนิเปอร์
Eggert Ólafsson (1726-1768) เป็นนักเขียน นักธรรมชาติวิทยา และนักเดินทางชาวไอซ์แลนด์ มีชื่อเสียงจากการร่วมเดินทางสำรวจทั่วประเทศกับ Bjarni Pálsson ระหว่างปี 1752-1757 และบันทึกเรื่องราวธรรมชาติและวัฒนธรรมไอซ์แลนด์ไว้
3. Icelandic Eagle Gin
อีกหนึ่งแบรนด์ที่ใช้นกเป็นสัญลักษณ์ Icelandic Eagle Gin ใช้น้ำไอซ์แลนด์บริสุทธิ์และให้รสนุ่มหวาน ผลิตจากจูนิเปอร์ ผักชี ขิง แองเจลิกา และผิวส้มเลมอนเล็กน้อย
นักแสดงและนักกีฬายกน้ำหนัก Hafþór Júlíus Björnsson จากเกมออฟโธรนส์เคยเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Icelandic Mountain Vodka ซึ่งเป็นต้นแบบของ Icelandic Eagle Gin แม้เหยี่ยวจะไม่แข็งแรงเท่านักกล้าม แต่ก็เป็นสัญลักษณ์ที่ดีของไอซ์แลนด์
เหล้าแปลกใหม่ในแบบไอซ์แลนด์
ไอซ์แลนด์ผลิตเครื่องดื่มแปลกใหม่หลายชนิดที่มีเฉพาะบนเกาะนี้ หลายชนิดกลั่นอย่างพิถีพิถันด้วยน้ำบริสุทธิ์และวัตถุดิบท้องถิ่น ต่อไปนี้คือสุราที่มีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมไอซ์แลนด์โดยเฉพาะ
1. Opal
Opal เป็นสุราที่อยู่คู่ไอซ์แลนด์มานาน ผลิตจากลูกอม Opal มีรสหวานนำ กลิ่นชะเอมและเมนทอลเด่น
ใครที่ไม่มีความทรงจำวัยเด็กกับลูกอมชะเอมอาจไม่ถูกใจสุรานี้ ผู้กำกับ Quentin Tarantino เคยบรรยายถึงแบรนด์ Opal เอาไว้ในบทสัมภาษณ์กับ Conan O'Brien:
"ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าพิษมันมีรสชาติยังไง เพราะถ้ารู้ก็คงตายไปแล้ว แต่ถ้าต้องจินตนาการว่าพิษมีรสชาติแบบไหน ก็คิดว่าคงเหมือนกับเจ้า Opal นี่แหละ"
ไม่ว่าคุณจะคิดยังไงกับเหล้า Opal นี้ คุณจะไม่มีวันรู้แน่ชัดจนกว่าจะได้ลองด้วยตัวเอง
2. Landi

Landi คือเหล้าพื้นบ้านของไอซ์แลนด์ เป็นสุรากลั่นเถื่อนที่ได้รับความนิยมในยุคห้ามจำหน่ายสุรา โดยมักผลิตด้วยวิธีการกลั่นแบบโฮมเมด ซึ่งอาจไม่ปลอดภัยเนื่องจากไม่มีการควบคุมมาตรฐานการผลิตและส่วนผสม ตำนานของไอซ์แลนด์เล่าว่า หากดื่มเหล้า Landiในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้สูญเสียการมองเห็นได้
แต่เหล้าแบรนด์ Landi ที่วางขายมีการควบคุมมาตรฐานอย่างดีและเปิดตัวในฟยอร์ดบอร์การ์ฟยอร์ดูร์ (Borgarfjordur) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่การกลั่นเหล้าเถื่อนเคยแพร่หลายในยุคห้ามจำหน่ายสุรา Landi สมัยใหม่นี้ยังคงยึดตามประเพณีดั้งเดิม แต่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และกระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน ภายใต้ข้อกำหนดที่เข้มงวด
3. Fjallagrasa Icelandic Schnapps

คุณเคยคิดไหมว่า "เครื่องดื่มนี้จะสมบูรณ์แบบขึ้นถ้ามีมอสส์ก้อนโตลอยอยู่ข้างใน"? ถ้าใช่ คุณจะต้องถูกใจสิ่งนี้แน่นอน
ไอซ์แลนด์ชแนปส์ Fjallagrasa เป็นสุราที่มีเอกลักษณ์ ผลิตจากมอสส์ภูเขาไอซ์แลนด์ที่เก็บด้วยมือ โดยนำมอสส์บดแช่ในแอลกอฮอล์แล้วกลั่นจนได้สุราที่เข้มข้น
ชื่อของ Fjallagrasa ไอซ์แลนด์ชแนปส์ มาจากมอสส์ไอซ์แลนด์ที่ใช้เป็นวัตถุดิบ ซึ่งมอสส์ไอซ์แลนด์นี้มีการนำมาใช้ประโยชน์หลากหลายแบบในอดีต ทั้งเป็นยารักษาโรคทางเดินหายใจ เช่น อาการไอและเจ็บคอ และในด้านอาหารก็นิยมนำมาทำโจ๊ก
จะหาซื้อแอลกอฮอล์ในไอซ์แลนด์ได้ที่ไหน
การเดินทางระหว่างประเทศมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมการดื่มของไอซ์แลนด์อย่างมาก ทำให้เบียร์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่น ๆ ได้รับความนิยมและมีความต้องการเพิ่มขึ้นหลังปี 1989
อย่างไรก็ตาม การจำหน่ายแอลกอฮอล์ในไอซ์แลนด์ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ ร้านจำหน่ายสุราของรัฐ Vinbudin เป็นร้านเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ขายปลีกแอลกอฮอล์ ถ้าไม่นับกรณีล่าสุดที่เพิ่งอนุญาตให้โรงเบียร์ขายตรงได้
นี่คือคำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการซื้อและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไอซ์แลนด์
ดิวตี้ฟรี สนามบินเคฟลาวิก
หากคุณเดินทางมาถึงสนามบินเคฟลาวิก (Keflavik Airport) และวางแผนจะดื่มในไอซ์แลนด์ การซื้อเครื่องดื่มจากร้านดิวตี้ฟรีถือเป็นไอเดียที่ดี เพราะราคาถูกกว่า หากคุณติดใจสุราไอซ์แลนด์ระหว่างทริป ที่นี่ก็เป็นจุดที่เหมาะจะซื้อกลับไปเป็นของฝาก
ร้านแอลกอฮอล์ Vinbudin
ทั่วไอซ์แลนด์ คุณจะพบกับร้านแอลกอฮอล์ของรัฐชื่อ Vinbudin ซึ่งเปิดให้บริการวันจันทร์ถึงเสาร์ ร้านขนาดใหญ่จะมีสุรา เบียร์ และไวน์ให้เลือกหลากหลาย ส่วนร้านขนาดเล็กจะเน้นสินค้าหลัก ๆ
เวลาทำการอาจแตกต่างกันไปตามพื้นที่ โดยร้านในหมู่บ้านชนบทมักจะเปิดทำการสั้นกว่าร้านในเมือง
บาร์และร้านอาหาร
ไอซ์แลนด์มีบาร์ที่คึกคักมากมาย โดยแต่ละแห่งจะมีสุราจากผู้ผลิตและโรงเบียร์หลากหลายให้เลือก หากคุณไม่เจอเครื่องดื่มที่ต้องการ อย่าลังเลที่จะลองเปลี่ยนบาร์หรือเลือกเมนูเครื่องดื่มอื่น ๆ ดู
ถ้ากังวลเรื่องราคา อย่าลืมตรวจสอบวีไอพีคลับของคุณ เพื่อรับส่วนลดและข้อเสนอพิเศษที่บาร์และร้านอาหารยอดนิยมในเรคยาวิกหลายแห่ง
รสชาติความเป็นไอซ์แลนด์ในทุกแก้ว
วงการสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไอซ์แลนด์สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการปรับตัวของชาวเกาะแห่งนี้ ตั้งแต่เบรนนีวินที่เป็นที่ชื่นชอบของคนทั้งชาติ ไปจนถึงวอดก้าคราฟต์อย่าง Reyka และเครื่องดื่มแปลกใหม่อย่าง Fjallagrasa schnapps แต่ละแก้วล้วนมีเรื่องราวที่หยั่งรากลึกในประเพณีและทรัพยากรธรรมชาติของไอซ์แลนด์
แม้จะมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับแอลกอฮอล์ ทั้งจากอุปสรรคในการผลิตในอดีตและยุคห้ามจำหน่ายสุราที่ยาวนาน ไอซ์แลนด์ก็เติบโตขึ้นเป็นศูนย์กลางแห่งนวัตกรรมและคราฟต์แมนชิป ผู้ผลิตสุราและโรงเบียร์ต่างใช้ประโยชน์จากน้ำจากธารน้ำแข็งบริสุทธิ์ พืชพรรณท้องถิ่น และวัตถุดิบพื้นเมือง เพื่อสร้างรสชาติที่ไม่เหมือนใครในโลก
ไม่ว่าคุณจะลิ้มลองสุราที่บาร์บรรยากาศอบอุ่นในเรคยาวิก ร่วมทัวร์เดินชิมเบียร์และชแนปส์ หรือเลือกซื้อเป็นขวดจาก Vinbudin เพื่อดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ ไอซ์แลนด์ก็มีวิธีมากมายให้คุณได้สัมผัสวัฒนธรรมการดื่มที่มีชีวิตชีวา
ยกแก้วของคุณขึ้น แล้วพูดว่า "Skal!" เพื่อเฉลิมฉลองรสชาติอันกล้าหาญและมรดกอันน่าทึ่งของสุราไอซ์แลนด์
อายุที่สามารถดื่มแอลกอฮอล์ได้ตามกฎหมายในไอซ์แลนด์คือเท่าไร?
สามารถซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ที่ไหนในไอซ์แลนด์?
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไอซ์แลนด์ราคาแพงไหม?
เบียร์เคยเป็นสิ่งผิดกฎหมายในไอซ์แลนด์หรือไม่?
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชื่อดังของไอซ์แลนด์มีอะไรบ้าง?
ในไอซ์แลนด์ สามารถดื่มแอลกอฮอล์ในที่สาธารณะได้หรือไม่?
วัฒนธรรมการดื่มของชาวไอซ์แลนด์เป็นอย่างไร?
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่แรงที่สุดของไอซ์แลนด์คืออะไร?
หากอยากสัมผัสประสบการณ์การดื่มแบบไอซ์แลนด์แท้ ๆ ควรลองอะไร?
พร้อมหรือยังที่จะออกสำรวจรสชาติร้อนแรงของแอลกอฮอล์ของไอซ์แลนด์? ถ้าคุณเคยลองแล้ว เครื่องดื่มไอซ์แลนด์ชนิดไหนที่คุณชอบที่สุด? หรืออยากลองชนิดไหนมากที่สุด? คอมเมนต์ด้านล่างเพื่อบอกเราได้เลย!

I’m Andri Gunnar Hauksson, a marketing specialist, travel writer, and copywriter from Keflavík who specializes in Icelandic travel, local culture, and destination storytelling. I’m an expert in the Reykjanes Peninsula and passionate about sharing the region’s volcanic landscapes, coastal scenery, hidden spots, and cultural history through engaging and informative content. Now based in downtown Reykjavík, I write about travel, music, culture, and local experiences while helping businesses communicate through clear, effective copywriting and marketing. I’m a music and culture nerd from Keflavík who enjoys sharing honest recommendations, local knowledge, and practical insights to help people experience Iceland beyond the typical tourist route.






