Guide to Iceland
สำรวจไอซ์แลนด์
ข้อมูลการท่องเที่ยว
วิธีขับรถอย่างปลอดภัยในไอซ์แลนด์

วิธีขับรถอย่างปลอดภัยในไอซ์แลนด์

Ingólfur Shahin
โดย Ingólfur Shahin
ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรอง

เมื่อวิวข้างหน้ากับวิวในกระจกมองหลังสวยงามไม่แพ้กัน คุณยิ่งต้องขับรถอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ

จะขับรถอย่างไรให้ปลอดภัยในไอซ์แลนด์ มีอันตรายแบบไหนที่ควรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และมีพื้นที่ใดบ้างที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ในช่วงฤดูหนาว อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้คำตอบทุกอย่างเกี่ยวกับวิธีขับรถให้ปลอดภัยที่ไอซ์แลนด์



การขับรถเป็น กับการรู้ว่าขับแบบไหนจึงจะมีความปลอดภัย ไม่ทำให้ตัวเอง หรือบุคคลอื่นได้รับบาดเจ็บ รวมถึงไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออาคารสถานที่/เครื่องกีดขวางการจราจร เป็นประเด็นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และผมไม่ใช่คนแรกที่คิดว่าการขับรถเป็นช่วงเวลาที่คนมักแสดงนิสัยแย่ๆ ที่อยู่ในตัวออกมา

เราทุกคนต่างเคยเห็นพฤติกรรมเลวร้ายกันมาทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นขับรถเร็วเกินกว่าที่จำเป็น แกะห่ออาหารที่อยู่บนเบาะด้านข้างคนขับ บีบสิวกับกระจกมองหลัง ตะโกนก่นด่าคนขับรถคันอื่น พูดพึมพำกับตัวเองแบบไร้สติขณะขับรถ จูนหาคลื่นรายการวิทยุ หรือมัวแกะสายยูเอสบีที่พันกัน

แต่ในหัวคนเรามักคิดเข้าข้างตัวเองว่าทำได้น่า นิดเดียวไม่เป็นอันตรายหรอก 

การไว้วางใจผู้อื่นบนท้องถนนเป็นเรื่องดี แต่คุณจะสามารถเชื่อใจตัวเองได้แค่ไหนล่ะ

โชคดีที่ในไอซ์แลนด์ไม่มีประชากรอาศัยอยู่มากนัก นักท่องเที่ยวจึงสามารถเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้แบบสบายๆ แต่พวกเราก็รู้กันดีว่าไอซ์แลนด์มีจำนวนรถยนต์มากกว่าจำนวนประชากรเสียอีก จึงนำไปสู่คำถามที่ว่าใครหรือสิ่งใดเป็นผู้กุมชะตาบนถนนกันแน่

เราไม่อยากได้การจราจรเหมือนอย่างสี่แยกในกรุงโรม เราไม่อยากเข้าแถวยาวเหมือนบนมอเตอร์เวย์เอ็ม 25 เราไม่ต้องการเห็นความคลุ้มคลั่งโกรธแค้นบนท้องถนนหรือแม้แต่ฉากโลดโผนอย่างในหนังฟาสต์แอนด์ฟิวเรียส 15 ในความคิดของผมนั้นสิ่งสุดท้ายที่ผมต้องการคือคนขับรถที่เป็นภัยคุกคามบนท้องถนน ไอซ์แลนด์เป็นประเทศสงบสุขและรถยนต์เป็นหนึ่งในสิ่งที่อาจจะมาทำลายความสงบของประเทศนี้

กฎพื้นฐาน 3 ข้อ

ผมขอเตือนไว้ก่อนเลยว่าภูมิประเทศอันกว้างใหญ่ไพศาลของไอซ์แลนด์และถนนที่ว่างเปล่ายาวเหยียดสุดลูกหูลูกตาจะดึงเอาวิญญาณความเป็นนักแข่งรถในตัวทุกคนออกมา แต่นอกจากจะต้องพยายามไม่ทำตัวเป็นคนขับรถที่ห่วยแตกแล้ว ทุกคนควรระลึกถึงกฎพื้นฐานในการขับรถ 3 ข้อ นี้อยู่เสมอ

จงปฏิบัติตาม 3 ข้อนี้ตลอดเวลา เพราะการละเลยเพิกเฉยอาจทำให้คุณถูกพิพากษาลงโทษที่สภาในธิงเวลลีย์เหมือนในสมัยศตวรรษที่ 11

1.ไม่จอดรถตามอำเภอใจที่บริเวณข้างทาง

การจอดรถข้างทางเพื่อถ่ายรูปและชมวิวนั้นอาจเป็นอันตรายต่อคนขับรถท่านอื่นๆ หากพวกเขามองไม่เห็นคุณเครดิต: 12019

ใช่แล้ว ท่ามกลางพื้นที่กว้างขวางของประเทศ ไอซ์แลนด์มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันงดงามอยู่เป็นจำนวนมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ และที่บริเวณข้างๆ สถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้นก็จะมีลานสำหรับจอดรถไว้ให้บริการ

ส่วนพื้นที่ตามชนบทแต่ละแห่งนั้นก็มีเสน่ห์กินใจและสะดุดตาบรรดานักท่องเที่ยวที่มาเยือนเป็นครั้งแรกได้ไม่แพ้กัน ซึ่งความสวยงามตามธรรมชาติเหล่านี้มักทำให้นักท่องเที่ยวต้องจอดรถไว้ที่ข้างทางแล้วคว้าโทรศัพท์ลงมาถ่ายรูปโมเม้นต์ที่แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องลงมา

แต่ผมเกรงว่าการกระทำเช่นนี้จะเป็นอันตรายกับคนขับรถท่านอื่นด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรจอดรถไว้บนไหล่ทางโดยพละการอย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งถ้าอดทนรออีกนิดคุณก็จะขับไปถึงจุดพักรถแล้วเพราะที่ไอซ์แลนด์จะมีจุดพักรถในทุกๆ 1,000 เมตรจากสถานที่ชมวิว

2.ใช้ยางสำหรับฤดูหนาว

ยางสำหรับฤดูหนาวเป็นสิ่งจำเป็นเมื่อขับรถที่ไอซ์แลนด์ในช่วงฤดูหนาวเครดิต: MaxPixel.

หลายท่านทราบกันดีอยู่แล้วแต่จะไม่พูดก็ไม่ได้เพราะสำคัญมาก ซึ่งแม้แต่คนที่เพิ่งเคยมาขับรถในไอซ์แลนด์เป็นครั้งแรกก็รู้ดีว่าทั้งฝน หิมะ และน้ำแข็งจะเป็นอุปสรรค์ในการเดินทาง เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้เราไม่สามารถเบรกหรือหยุดรถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และทำให้การขับรถเร็วมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้นไปอีก

ยางสำหรับฤดูหนาว คือสิ่งที่สามารถป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้ เพราะยางชนิดนี้ถูกออกแบบขึ้นโดยมีส่วนผสมของเนื้อยางและซิลิกาเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมทำให้สามารถขจัดปัญหาที่มักจะเกิดกับยางสำหรับฤดูร้อนซึ่งมีโครงสร้างส่วนผสมที่หนาแน่นน้อยกว่า 

บริษัทรถเช่าจะสามารถให้คำแนะนำกับคุณล่วงหน้า รวมถึงช่วยจัดรถที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับแผนการท่องเที่ยวให้กับคุณเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

3.กล่อมปิศาจนักขับรถในตัวคุณไม่ให้ออกอาละวาด

ไอซ์แลนด์มีตำรวจคอยดูแลความปลอดภัย และเช่นเดียวกับที่อื่นๆ อาชญากรรมบนท้องถนนเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด

บางครั้งในขณะที่ขับรถอยู่คนเราอาจเกิดอาการสติหลุด อวดเก่ง และทำอะไรน่าเกลียดได้อีกสารพัดรูปแบบ แต่ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอาการจากจิตใต้สำนึกที่เกิดขึ้นเองแบบไม่รู้ตัวทันทีที่เท้าเริ่มเหยียบคันเร่ง หรือจะเกิดจากอากัปกิริยาหยาบคายของคนขับรถคันอื่นบนท้องถนน ก็ขอให้กระซิบเตือนสติตัวเองอยู่เสมอว่า “ระมัดระวังด้วย… อย่าทำให้เกิดเรื่อง…”



นั่นเป็นเรื่องที่ควรทำ ซึ่งบางครั้งมันก็สามารถช่วยให้เราโมโหน้อยลงได้ด้วย แต่แน่นอนว่ามันก็มีคนขับรถประเภทที่ใจเย็นเหลือเกิน (บางคนถึงกับเย็นเกินไปด้วยซ้ำ) แต่หากเรารักษาสติของเราและควบคุมรถไว้ให้ดีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุก็จะน้อยลง

หายใจลึกๆ ตั้งใจขับรถให้ดี แต่ก่อนหน้านั้นผมอยากให้ทุกคนได้ศึกษาข้อมูลที่มีประโยชน์จากหน่วยงานต่างๆ ในไอซ์แลนด์กันก่อน

สรุปข้อมูลเกี่ยวกับการขับรถในไอซ์แลนด์

กฎจราจรเป็นเรื่องจริงจังมากที่ไอซ์แลนด์เนื่องจากต้องการสร้างความปลอดภัยให้กับผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่เครดิต: 12019

ถนนที่อยู่บนภูเขาทุกเส้นซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในตอนกลางของประเทศนั้นเป็นทางลูกรัง หรือแม้แต่ทางหลวงส่วนใหญ่ก็เป็นถนนลาดยางมะตอย และผิวถนนที่โรยด้วยกรวดเหล่านี้มักจะไม่ได้อัดแน่นโดยเฉพาะที่บริเวณไหล่ทาง ดังนั้นจึงควรขับรถด้วยความระมัดระวังและลดความเร็วลงเมื่อมีรถวิ่งสวนทาง



ถนนบนภูเขาส่วนมากมักจะเป็นทางแคบๆ และมีพื้นผิวขรุขระไม่เหมาะกับการเร่งความเร็ว เช่นเดียวกับสะพานต่างๆ ซึ่งมีความกว้างเพียงพอที่รถจะขับผ่านไปได้ทีละหนึ่งคันเท่านั้น นอกจากจะไม่ได้ราดยางแล้ว ถนนบนภูเขายังมักจะมีความคดเคี้ยวมากด้วย ดังนั้นการเดินทางบนถนนแบบนี้จะใช้เวลามากกว่าที่คาดไว้เสมอ ผู้ขับขี่จึงควรเผื่อเวลาไว้ด้วย

การกำหนดความเร็วบนท้องถนนสำหรับในเขตเมืองอยู่ที่ไม่เกิน 50 กม./ชม. ถนนลูกรังในชนบทไม่เกิน 80 กม./ชม. และไม่เกิน 90 กม./ชม. สำหรับถนนลาดยาง

หมายเหตุ: ป้ายเตือนต่างๆ เป็นการบอกให้ระมัดระวังอันตรายที่อยู่ข้างหน้า เช่น โค้งหักศอก แต่โดยปกติแล้วจะไม่มีป้ายเตือนให้ลดความเร็ว

กรุณาเลือกใช้ความเร็วที่เหมาะสมกับสภาพถนนเพื่อความปลอดภัย

ตามกฎหมายในขณะที่ขับรถผู้ขับขี่ต้องเปิดไฟหน้ารถตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน และในไอซ์แลนด์นั้นมีข้อห้ามอย่างเด็ดขาดไม่ให้ขับรถออกนอกถนนหรือเส้นทางที่กำหนด

ตามกฎหมายผู้โดยสารในรถทั้งด้านหน้าและด้านหลังจำเป็นต้องคาดเข็มขัดนิรภัย และกฎหมายไอซ์แลนด์ห้ามไม่ให้ขับขี่รถทุกชนิดเมื่อมีการดื่มแอลกอฮอล์

ประกันภัยรถยนต์

สำหรับผู้ขับขี่ที่นำรถยนต์ของตัวเองเข้ามาในไอซ์แลนด์จำเป็นต้องมีกรีนการ์ดหรือเอกสารการประกันภัยบุคคลที่สามมาแสดง ยกเว้นว่าคุณจะมาจากประเทศต่อไปนี้

ออสเตรีย เบลเยียม สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก หมู่เกาะแฟโร ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ยิบรอลตาร์ เกาะบริเตนใหญ่ กรีซ ฮังการี ไอร์แลนด์ ไอล์ออฟแมน อิตาลี ลิกเตนสไตน์ ลักเซมเบิร์ก โมนาโก เนเธอร์แลนด์ ไอร์แลนด์เหนือ นอร์เวยน์ โปรตุเกส ซานมารีโน สโลวาเกีย สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ และนครรัฐวาติกัน
ผู้ขับขี่ที่ไม่มีกรีนการ์ด (หรือเอกสารที่เทียบเท่า) จำเป็นต้องซื้อประกันภัยบุคคลที่สาม (ประกันภัยความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก) เมื่อเดินทางมาถึงไอซ์แลนด์

สถานีบริการน้ำมัน

สำหรับเขตเมืองเรคยาวิกและบริเวณโดยรอบสถานีบริการน้ำมันเปิดให้บริการในวันจันทร์-เสาร์ เวลา 07:30-20:00 น. วันอาทิตย์ เวลา 09:00-20:00 น. (ตุลาคม-พฤษภาคม เวลา 10:00-20:00 น.) สถานีบริการจำนวนมากเปิดให้บริการจนถึงเวลา 23:30 น.

เวลาทำการสำหรับสถานที่อื่นๆ ทั่วประเทศนั้นแตกต่างกันตามความประสงค์ของผู้ประกอบการเอกชนแต่ละราย แต่ส่วนใหญ่เปิดถึงช่วงเย็น 22:00 น. หรือบางแห่งก็เปิดถึงเวลา 23:30 น.

สถานีบริการจำนวนมากในเขตเรคยาวิกยังคงให้บริการด้วยเครื่องอัตโนมัติหลังจากเลยเวลาทำการไปแล้ว โดยเครื่องจะรับธนบัตร 1,000 โครน่า บัตรเครดิต และบัตรเดบิต สถานีบริการน้ำมันอีกหลายแห่งทั่วไอซ์แลนด์ก็ให้บริการด้วยระบบเครื่องอัตโนมัติด้วยเช่นเดียวกัน

ค่าออกเทนที่ใช้ในไอซ์แลนด์มีทั้งแบบไร้สารตะกั่ว ออกเทน 92 แบบพรีเมียมเติมสารตะกั่ว ออกเทน 98 และแบบพรีเมียมไร้สาร ออกเทน 95

ถนนสายที่มุ่งหน้าสู่ไฮแลนด์

ลานมันนาเลยการ์ ในตอนกลางของไฮแลนด์เป็นสวรรค์สำหรับนักปีนเขา

ถนนบนภูเขาส่วนใหญ่ปิดจนถึงต้นเดือนกรกฎาคมหรือนานกว่านั้น เนื่องจากสภาพถนนเฉอะแฉะและเต็มไปด้วยโคลนทำให้รถไม่สามารถวิ่งผ่านได้

แต่เมื่อถนนเปิด ส่วนใหญ่แล้วก็จะมีเพียงรถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้นที่สามารถขับเข้าไปในถนนเหล่านั้นได้



แนะนำว่าทางที่ดีควรมีเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วยกันอย่างน้อย 2 คัน

ก่อนที่จะเดินทางเข้าไปในตอนกลางของประเทศ นักท่องเที่ยวควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสภาพถนนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยสามารถหาข้อมูลจากสำนักงานการท่องเที่ยว ศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว หรือ องค์การบริหารการจราจรไอซ์แลนด์ (ICERA) โทร: +522 1000 หรือ 1777

หรือสามารถติดต่อขอรับคู่มือถนนบนภูเขา (Mountain Roads) ได้จากศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวและสำนักงานคณะกรรมการท่องเที่ยวไอซ์แลนด์ในต่างประเทศ และอย่าลืมนำแผนที่แบบละเอียดติดตัวไปด้วยเมื่อออกเดินทาง

วิธีเดินทางท่องเที่ยวในไอซ์แลนด์แบบอื่นๆ

ไอซ์แลนด์มีทางหลวงที่เจริญน้อยที่สุดในยุโรป ซึ่งถนนบางส่วนนั้นรถวิ่งไม่ได้ในช่วงฤดูหนาว

การเดินทางท่องเที่ยวในไอซ์แลนด์ในช่วงฤดูร้อนเป็นเรื่องง่าย แต่สำหรับฤดูหนาวอาจจะมีความลำบากอยู่บ้าง และการใช้บริการสายการบินภายในประเทศเป็นวิธีที่เชื่อถือได้มากที่สุดในช่วงหน้าหนาวซึ่งมีหิมะและน้ำแข็งปกคลุมถนนหนทางส่วนใหญ่จนรถไม่สามารถวิ่งได้

ในฤดูร้อนสายการบินต่างๆ ให้บริการเที่ยวบินระหว่างเมืองเรคยาวิกและจุดหมายปลายทางหลักอื่นๆ ทุกวัน ที่ไอซ์แลนด์ไม่มีรถไฟและทางหลวงของไอซ์แลนด์มีความเจริญน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศในยุโรป



Bifreiðastöð Íslands (BSÍ) เป็นองค์กรที่ดูแลเครือข่ายรถบัสทางไกล โดยบริษัทมีการดำเนินงานที่ดีและครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีบริการเรือเฟอร์รี่ระหว่างท่าเรือต่างๆ และมีสำนักงานตัวแทนบริษัทรถเช่าตั้งอยู่ในเมืองสำคัญส่วนใหญ่ด้วย แต่สำหรับนักปั่นจักรยานแล้วถนนหนทางที่ขรุขระในไอซ์แลนด์ เนินเขาสูงชันและสภาพอากาศที่โหดร้ายนั้นดูไม่ค่อยจะเหมาะต่อการขี่จักรยานเท่าใดนัก

แต่กระนั้นจำนวนนักท่องเที่ยวที่พยายามจะใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทางในไอซ์แลนด์ก็มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย โดยนักท่องเที่ยวสามารถหาเช่าจักรยานได้จากในใจกลางเมืองส่วนใหญ่ รวมถึงโรงแรม โฮสเทล และเกสต์เฮ้าส์ต่างๆ

การเดินทางในท้องถิ่นมีให้เลือกทั้งรถเมล์และแท็กซี่ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการในการเที่ยวชมสถานที่ได้

การขับรถออกนอกถนน

การขับรถออกนอกถนนทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบนิเวศน์ของไอซ์แลนด์

ธรรมชาติที่หลากหลายในไอซ์แลนด์คือจุดสนใจที่นักท่องเที่ยวต่างอยากมาเห็น แต่สถานที่หลายแห่งบนผืนแผ่นดินแห่งนี้มีความเปราะบางมากและหากขับรถอย่างไม่ระมัดระวังก็อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติได้ง่ายๆ ซึ่งการฟื้นฟูให้กลับมาเหมือนเดิมอาจต้องใช้เวลาหลายปีหรือหลายทศวรรษทีเดียว ดังนั้นขอทุกท่านให้ความร่วมมือและเคารพธรรมชาติในขณะเดินทางท่องเที่ยวด้วย!

ดินในไอซ์แลนด์เป็นดินภูเขาไฟดังนั้นจึงมีความร่วนมาก และล้อรถยนต์หรือยานพาหนะอื่นๆ สามารถทิ้งร่องรอยลึกไว้บนผิวดินได้ง่ายไม่ว่าดินนั้นจะมีพืชปกคลุมอยู่หรือไม่ก็ตาม

ความเสียหายที่เกิดจากร่องรอยของล้อรถที่ขับออกนอกเส้นทางเหล่านี้ยากที่จะฟื้นฟู ไอซ์แลนด์ตั้งอยู่ทางใต้ของวงกลมอาร์กติก ดังนั้นจึงมีฤดูเพาะปลูกที่สั้นมากและอาจต้องใช้เวลาหลายทศวรรษกว่าที่พืชพรรณต่างๆ จะฟื้นตัวจากความเสียหาย ยิ่งในบริเวณที่เป็นทรายและบริเวณที่ไม่มีพืชพรรณขึ้นอยู่เลยยิ่งยากที่จะฟื้นตัวเมื่อเกิดความเสียหายมากกว่าบริเวณที่มีพืชขึ้นเสียอีก

รอยล้อรถทำให้หน้าดินเปลี่ยนรูปและสามารถกลายเป็นทางน้ำที่เร่งให้เกิดการกัดเซาะหน้าดินและเร่งการทำลายพืชพรรณให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก รอยยางล้อรถยนต์ที่วิ่งออกนอกเส้นทางนั้นยังเป็นจุดสนใจและทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ ออกนอกเส้นทางตามไปด้วย

คุณควรขับรถอยู่บนถนนและเส้นทางที่ทำไว้แล้วเท่านั้น ไม่ควรออกนอกเส้นทาง หากรถไม่สามารถเข้าไปถึงที่หมายได้ให้ลงเดินหรือถอยหลังกลับแทนในกรณีที่รถไม่สามารถขับต่อไปได้

หาข้อมูลเส้นทางที่จะใช้ไว้ล่วงหน้า ใช้แผนที่เพื่อวางแผนก่อนการเดินทาง ในพื้นที่ที่ไม่มีผู้คนอาศัยและพื้นที่ไฮแลนด์ คุณต้องเคารพกฎจราจรและข้อห้ามสำหรับช่วงฤดูกาลนั้นๆ และติดตามข่าวสถานการณ์สภาพถนนอยู่ตลอดเวลา

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสภาพถนนได้ที่ โทร. 1777 หรือเว็บไซต์ของ องค์การบริหารการจราจรไอซ์แลนด์ (ICERA) 


หากคุณพบว่าเรายังตกหล่นข้อมูลในเรื่องใด หรือมีคำแนะนำที่อยากแบ่งปันให้ผู้อ่านท่านอื่นทราบ คุณสามารถแสดงความคิดเห็นหรือฝากคำถามไว้ที่เฟซบุ๊กคอมเมนต์ด้านล่าง

บทความที่ได้รับความนิยม

บทความอื่นที่น่าสนใจ