แสงเหนือบนธิงเวลลีย์ในประเทศไอซ์แลนด์

คริสต์มาสในประเทศไอซ์แลนด์เป็นอย่างไร ชาวไอซ์แลนด์ฉลองคริสต์มาสแบบไหน ทำไมมีซานตาคลอสถึง 13 คนในประเทศไอซ์แลนด์ อาหารพื้นเมืองประจำเทศกาลคริสต์มาสของประเทศไอซ์แลนด์คืออะไร 



มีผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆที่ใช้เวลาพักร้อนคริสต์มาสในประเทศไอซ์แลนด์หรือรวมถึงผู้คนจำนวนมากขึ้นที่มายังประเทศนี้ในวันส่งท้ายปีใหม่ ดังนั้นอะไรเป็นสิ่งที่คุณจะได้รับเมื่อมาเที่ยวในประเทศไอซ์แลนด์ระหว่างช่วงวันหยุดเทศกาล.

อะไรทำให้คริสต์มาสในประเทศไอซ์แลนด์พิเศษ?


  • คริสต์มาสในประเทศไอซ์แลนด์
  • ประเทศไอซ์แลนด์มีซานตาคลอส 13 คน
  • รับประกันว่าคุณจะมีคริสต์มาสสีขาวในประเทศไอซ์แลนด์
  • แสงเหนือมักจะปรากฏขึ้นระหว่างช่วงเทศกาลวันหยุดในประเทศไอซ์แลนด์
  • ในช่วงคริสต์มาสคุณสามารถเที่ยวชมถ้ำน้ำแข็ง ปีนถ้ำน้ำแข็งและขับรถเลื่อนหิมะได้
  • อาหารประจำวันคริสต์มาสของประเทศไอซ์แลนด์ที่เอร็ดอร่อย
  • ในวันส่งท้ายปีใหม่ ทั้งเมืองเรคยาวิกจะเต็มไปด้วยการจุดดอกไม้ไฟเป็นเวลาหลายชั่วโมง

เดือนธันวาคมเป็นช่วงเวลาที่มืดที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ แต่อย่างไรก็ตามวันแห่งความมืดนี้ได้ถูกจุดประกายขึ้นด้วยแสงไฟคริสต์มาสที่มากมายแบบนับไม่ถ้วน ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะที่สวยงาม ในคืนที่อากาศสดใสอาจจะมีโอกาสได้ชมแสงเหนือที่กำลังเต้นรำเป็นแนวสีเขียว สีขาว สีชมพูและสีม่วงทั่วท้องฟ้า ด้วยเหตุนี้ทำให้ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่น่าหลงไหลของปีและเป็นสถานที่หนึ่งที่มีช่วงฤดูหนาวที่มีชีวิตชีวา.

โบสถ์ดอมเคิร์คจานในใจกลางเมืองเรคยาวิกระหว่างช่วงคริสต์มาส

รูปภาพโดย Vilhelm Gunnarsson

คุณมีโอกาสที่จะได้ประสบการณ์ที่สวยงามมากมายช่วงคริสต์มาสสีขาวในประเทศไอซ์แลนด์ แม้ว่าจะไม่ได้ถูกระบุ ( โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณใช้เวลาช่วงวันหยุดนี้ในเมืองเรคยาวิก ) อย่างไรก็ตามในปี 2015 เคยได้รับการบันทึกว่ามีหิมะตกตั้งแต่ช่วงต้นเดือนธันวาคมในเมืองเรคยาวิกและมีความหนาของหิมะถึง 42 เซนติเมตร และยิ่งขึ้นไปทางเหนือมากเท่าไหร่หรือในบริเวณชนบท คุณก็จะมีโอกาสในช่วงคริสต์มาสสีขาวเพิ่มมากขึ้น.

คริสต์มาสในปรเทศไอซ์แลนด์มีระยะเวลาถึง 26 วัน จากวันที่ 11 ธันวาคม ถึง 6 มกราคม และประเทศไอซ์แลนด์มีซานตาคลอสถึง 13 คน หรือที่เรียกว่ายู ลาดส์  ( Yule Lads ) ฤดูกาลแห่งคริสต์มาสเริ่มต้นในตอนที่ ยู ลาดส์คนแรกเดินทางมาถึงเมือง ( 13 วันก่อนวันคริสต์มาสอีฟ ) และสิ้นสุดในตอนที่คนสุดท้ายเดินทางออกไปจากเมือง ( ใช้เวลา 12 วัน ).

เมืองเรคยาวิกก็เป็นเหมือนเมืองอื่นๆในประเทศ ที่มีการประดับประดาไฟจำนวนนับไม่ถ้วนที่เป็นไฟคริสต์มาสและไฟแห่งการจุติ ประชาชนเริ่มการประดับไฟตั้งแต่ช่วงต้นเดือนตุลาคมเพื่อต่อสู้กับความมืด.

หิมะในเมืองเรคยาวิกในเดือนพฤศจิกายน ปี 2015

รอบๆเมืองมีตลาดคริสต์มาส ลานไอซ์สเก็ต คอนเสิร์ตจำนวนมากและบุฟเฟ่ต์คริสต์มาสที่คุณสามารถไปลองชิมอาหารประจำเทศกาลคริสต์มาสของชาวไอซ์แลนด์ที่แสนอร่อย.



กิจกรรมช่วงคริสต์มาสของประเทศไอซ์แลนด์

ช่วงฤดูหนาวในเรคยาวิกในประเทศไอซ์แลนด์

อย่างแรก หากคุณมาเที่ยวยังประเทศไอซ์แลนด์ในช่วงคริสต์มาสหรือช่วงส่งท้ายปีเก่า เราแนะนำให้คุณจองโต๊ะที่ร้านอาหารให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ในช่วงคริสต์มาสอีฟ วันคริสต์มาส หรือวันส่งท้ายปี.

คุณสามารถค้นหารายชื่อของ วลาเปิดทำการในช่วงคริสต์มาสและปีใหม่สำหรับปี 2017 สำหรับร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ สระว่ายน้ำ ร้านขายของชำและสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อย่าลืมว่ามีร้านอาหารจำนวนไม่มากนักที่เปิดให้บริการระหว่างช่วงฤดูกาลแห่งวันหยุด และมักจะถูกจองเต็ม ช่วงเวลาที่เปิดทำการจะมีการอัปเดตสำหรับในแต่ละจุดท่องเที่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายน และธันวาคมช่วงใกล้วันคริสต์มาส.

แม้ว่าจะมีทัวร์จำนวนไม่มากที่จัดขึ้นพิเศษสำหรับช่วงคริสต์มาส แต่ช่วงฤดูกาลแห่งวันหยุดนี้ยังคงมีกิจกรรมช่วงฤดูหนาวจำนวนมากให้คุณได้ร่วมสนุกกัน. 

เพื่อจะได้เข้าถึงจิตวิญญาณของเทศกาลนี้ เราแนะนำให้คุณเข้าร่วมใน ทัวร์พิเศษในวันคริสต์มาส ที่จะถูกจัดขึ้นในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนธันวาคม ในระหว่างทัวร์นี้คุณได้รับการบอกเล่าเรื่องราวของซานตาคลอสและฟังเพลงภายในบ้านเรือนของชาวไอซ์แลนด์.

สำหรับการผจญภัยช่วงฤดูหนาวในแถบชนบท ทัวร์ 3 วันในชายฝั่งทางใต้และแพ็กเกจทัวร์ 5 วันช่วงฤดูหนาว นี้ถือว่าเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเที่ยวชมในระหว่างช่วงเวลาว่างของคุณในประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งทัวร์เหล่านี้จะรวมไปถึงการได้ปีนธารน้ำแข็งและเยี่ยมชมถ้ำน้ำแข็ง ที่น่าจะเหมาะที่สุดในการท่องเที่ยวในช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ หรือหากคุณมีเวลาไม่มากคุณไปเยี่ยมชมถ้ำน้ำแข็งโดย ทัวร์ 2 วันในชายฝั่งตอนใต้.

ใช้เวลาของคุณในประเทศไอซ์แลนด์ให้คุ้มค่ามากที่สุดและสำรวจไม่เพียงแต่ชายฝั่งทางใต้และถ้ำน้ำแข็ง เส้นทางวงกลมทองคำและเมืองเรคยาวิกแต่ให้ตรงไปยังคาบมหาสมุทรสไนล์แฟลซเนสในช่วงวันหยุด 7 วันในฤดูหนาวนี้.

หรือหากคุณอาศัยอยู่ในเมืองอาคูเรริย์ ( Akureyri ) ลองดูใน ฤดูหนาวที่แสนมหัศจรรย์ในทางเหนือ|ทัวร์ 1 วันในวันคริสต์มาสจากเมืองอาคูเรริย์.

หรือมองหาความหลากหลายในทัวร์ขับรถเองในช่วงฤดูหนาว ได้ที่นี่ หรือตัวเลือกมากมายสำหรับแพคเกจฤดูหนาวได้ที่นี่.

ที่พักในประเทศไอซ์แลนด์ระหว่างคริสต์มาส

คนาร์ราฮอลท์เป็นหนึ่งในบังกะโลจาก บังกะโล.com

รูปภาพจาก bungalo.com

สำหรับภาพวันหยุดคริสต์มาสที่สมบูรณ์แบบในภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยหิมะ เต็มไปด้วยอาหารที่ดีที่สุดสำหรับช่วงคริสต์มาสจากร้านขายของชำในท้องถิ่นและเลือกจองห้องพักแถวชนบทจากบังกะโล.คอม ที่เป็นทั้งประตูเปิดไปสู่ความโรแมนติกหรือช่วงเวลาพิเศษกับครอบครัว ที่คุณสามารถเลือกได้จากกระท่อมที่มีขนาดหลากหลายทั้งใหญ่และเล็กจากทั่วประเทศ.

ทำไมไม่ลองมองหาเตาผิงหรืออ่างน้ำร้อน เพราะอ่างน้ำร้อนจะเป็นสถานที่ที่ดีที่สุด ในการจิบแชมเปญและเฝ้าดูแสงเหนือ.

หากคุณต้องการอยู่ท่ามกลางแสงไฟคริสต์มาสในเมืองหลวงหรือที่อาคูเรริย์ที่เป็นเมืองหลวงของทางเหนือ ทั้งที่เรคยาวิกและอาคูเรริย์มีที่พักหลากหลายให้คุณเลือก.



คริสต์มาสในเมืองเรคยาวิก

สเก็ตน้ำแข็งวันคริสต์มาสบนทจอร์นินตรงใจกลางเมืองเรคยาวิก

รูปภาพจาก Grownuptravelguide.com

หากคุณต้องการใช้เวลาในช่วงคริสต์มาสในเมืองเรคยาวิก ต้องไม่พลาดที่จะได้เข้าร่วมชมคอนเสิร์ตคริสต์มาส ส่วนใหญ่ถูกจัดขึ้นโดยเทวทูตที่เป่าแตรประสานเสียงหรือนักดนตรียอดนิยมของประเทศไอซ์แลนด์.

หรือบางทีอาจจะสามารถเล่นไอซ์สเก็ตที่สระน้ำกลางเมืองเรคยาวิกที่ชื่อว่าทยอร์นิน ( Tjörnin ) แต่หากอุณหภูมิไม่เอื้ออำนวยยังมีลานสเก็ตอื่นๆที่ตั้งอยู่ตรงใจกลางเมืองในจตุรัสแองกอล์ฟสต๊อค ( Ingólfstorg ) ข้างๆตลาดเทศกาลคริสต์มาส.

ถนนสำหรับเดินเล่นในตัวเมือง ดูน่าชื่นชมจากการประดับประดา ชมทิวทัศน์ของเมืองเรคยาวิกที่ไม่มีที่ไหนสวยงามเท่าจากยอดหอคอยของโบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา ซื้อของในเทศกาลคริสต์มาส หรือเลือกที่จะกระโดดลงไปในทัวร์ชมวาฬ.

การเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสในพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเอาร์ไบยาซาฟ์นในเมืองเรคยาวิก

รูปภาพโดย Vilhelm Gunnarsson

หรือคุณอาจจะไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านกลางแจ้งอัลบายาลซาฟ ( Árbæjarsafn ) เพื่อที่จะได้มองดูว่าประเพณีในเทศกาลคริสต์มาสของชาวไอซ์แลนด์เป็นอย่างไร พวกเขามักจะมีโปรแกรมพิเศษระหว่างช่วงคริสต์มาส ที่ผู้ที่มาเยี่ยมชมสามารถมาทำเทียน ชิมอาหารในแบบประเทศไอซ์แลนด์และเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายด้วยช็อกโกแลตร้อนๆ.

หากกล่าวถึงช็อกโกแลต เมืองเรคยาวิกเต็มไปด้วยคาเฟ่ ที่คุณสามารถนั่งลงแล้วดื่มสักถ้วย ( หรือสักไพน์ ) และเล่นเกมส์กระดานหรือฟังดนตรีสด



ยูล์ไทด์ในประเทศไอซ์แลนด์

คริสต์มาสในภาษาไอซ์แลนด์เรียกว่า " โยลล์ " ( jól ) ที่เหมือนกับคำว่า ยูล์ มากกว่าคำว่าคริสต์มาส โยลล์ได้มีการจัดการเฉลิมฉลองกันมาตั้งแต่ก่อนที่ประเทศไอซ์แลนด์จะเปลี่ยนเป็นประเทศคริสเตียน เพราะวันที่สั้นที่สุดของปีก็คือวันที่ 21 ธันวาคม ในสมัยของลัทธินอกศาสนานี่เป็นช่วงเวลาที่พวกเขาพากันเฉลิมฉลองเพราะช่วงกลางวันจะเริ่มยาวนานขึ้น ทำให้ช่วงเวลานี้ถูกเรียกว่า เทศกาลแห่งแสง.

ในทางศาสนาคริสต์ เทศกาลแห่งแสงได้ถูกนำมาเกี่ยวเนื่องกับพระเยซูและประเพณีแบบใหม่ก็ได้ถูกยึดถือกันมา การเฉลิมฉลองคริสต์มาสของชาวไอซ์แลนด์ก็ได้รับอิทธิพลมาจากประเพณีของชาวเดนมาร์กและอเมริกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของอาหาร หลายคนที่ยึดถือการตกแต่งตามแบบของชาวเดนมาร์ก และบางทีก็รับประทาน รี อา ลามองด์ ( Ris a l'amande ) และอาหารที่ถือเป็นอาหารยอดนิยมตามประเพณีในช่วงเทศกาลคริสต์มาสได้แก่ หมูย่างกับโค้ก และกับซอสโค้ก.

ซานตาคลอสอ้วนของอเมริกันที่แต่งตัวด้วยชุดสีแดงเกิดขึ้นมาตั้งแต่หลายปีก่อน เพิ่มเติมจากซานต้าผอม 13 คนของชาวไอซ์แลนด์ หรือที่เรียกว่า ยูล์ ลาดส์ ( Yule lads ) ที่จะเดินทางมาถึงเมืองทุกๆปีมานับหลายทศวรรษแล้ว.

ชาวไอซ์แลนด์ส่วนใหญ่นับถือนิกายลูเทอแรน ( Lutheran ) ผสมกับผู้ที่ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้าบางส่วน มุสลิมและประชาชนจากศาสนาอื่นๆ รวมถึงคนนอกศาสนาที่นับถือพระเจ้านอสส์องค์เก่า ผู้คนพากันเฉลิมฉลองคริสต์มาสในแบบที่หลากหลายในแต่ละประเทศ แต่การเฉลิมฉลองคริสต์มาสอย่างเป็นทาการจะถูกจัดขึ้นเวลาหกโมงตรงในคืนคริสต์มาสอีฟ ในวันที่ 24 ธันวาคม.

ในวันนี้ชาวไอซ์แลนด์ส่วนใหญ่เฉลิมฉลองคริสต์มาสด้วยอาหารจำนวนมากมาย อาหารมื้อเย็นที่ปรุงเองภายในบ้านพร้อมกับสมาชิกของครอบครัว และหลังจากอาหารเย็นพวกเขาก็จะร่วมกันเปิดห่อของขวัญ.

หลังจากเปิดของขวัญแล้ว บางคนก็ไปร่วมกับมวลชนในตอนเที่ยงคืน เพื่อจะได้ไปพบกับเพื่อนบ้านและเพื่อนๆของพวกเขา ขณะที่คนอื่นอยู่ที่บ้านและอาจจะลองใช้ของขวัญ เช่นอาจจะลองอ่านหนังสือที่เพิ่งจะได้รับ หรือเล่นเกมส์ไพ่พร้อมกับกินช็อกโกแลตที่วางอยู่ข้างๆ.

ในช่วงกลางวันของวันรุ่งขึ้น ผู้คนมักจะให้เทียนและบางคนอาจจะเล่นเกมส์ไพ่ที่เพิ่งได้รับเป็นของขวัญ แต่ในปัจจุบันนี้เกือบจะทุกคนในประเทศไอซ์แลนด์จะได้รับหนังสืออย่างน้อยหนึ่งเล่ม เพราะชาวไอซ์แลนด์ชอบหมกมุ่นกับการอ่านหนังสือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างวันหยุดคริสต์มาส.



การประดับประดาในวันคริสต์มาสของไอซ์แลนด์

รูปภาพจาก WhatsOn

ในวันคริสต์มาสจริงๆแล้วถือเป็นวันหยุดสำหรับครอบครัว พักผ่อน รับประทานอาหารดีๆ เล่นเกมส์ ดูหนังหรือรวมตัวกันสำหรับครอบครัวใหญ่ คล้ายๆกับวันขึ้นชก ยกเว้นแต่ผู้คนที่ต้องการออกไปปาร์ตี้ในช่วงกลางคืนในบาร์ที่เปิดคนเกือบสว่างเช่นกัน.



ประเพณีคริสต์มาสและอาหารสำหรับวันคริสต์มาสในประเทศไอซ์แลนด์

ขนมหวานวันคริสต์มาสของประเทศไอซ์แลนด์ - ขนมของซาร่า

(รูปภาพจาก Dísukökur - เมนูในวันคริสต์มาส)

ชาวไอซ์แลนด์ชื่นชอบเทศกาลคริสต์มาสและผู้คนก็มีวิถีที่แตกต่างกัน ซึ่งส่วนใหญ่มักเกี่ยวเนื่องกับอาหารและชาวไอซ์แลนด์ก็มีอาหารสำหรับวันคริสต์มาสรสชาติอร่อยและหลากหลายให้ได้ชิม.

ของหวานที่ถือได้ว่าสุดยอดที่สุดก็คือซาร่า (Sara) เพราะมีขั้นตอนในการทำที่ค่อนข้างยาก ที่มีมาการองอัลมอนด์ ฐานทำจากขนมปังกรอบ ถูกเติมด้วยครีมช็อกโกแลตและจุ่มลงในช็อกโกแลตอีกที เป็นขนมหวานที่ได้ชื่อตาม ซาร่า เบอร์หนาด (Sarah Bernhardt) นักแสดงหญิงชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียง คุกกี้เหล่านี้เป็นของประเทศเดนมาร์ก และถูกคิดค้นขึ้นในปี 1911 โดยเชฟขนมหวานที่ชื่อว่า โจฮันเนส สตีน (Johannes Steen) เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับซาร่าในตอนที่เธอเดินทางมายังประเทศเดนมาร์กเพื่อมาทำเครื่องหมายแห่งความทรงจำในเดนมาร์ก อย่างไรก็ตามนี่เป็นขนมที่รสชาติอร่อยมาก และอร่อยที่สุดหากรับประทานในขณะที่เย็น.

ขนมหวานวันคริสต์มาสในประเทศไอซ์แลนด์

รูปภาพด้วย Árni Sæberg

คุณสามารถหาขนมหวานจำนวนมากได้ที่เบเกอรี่ ร้านค้า และในบ้านของคนในท้องถิ่น ผู้คนยังพากันทำขนมปังขิง คุกกี้ช็อกโกแลต ตกแต่งด้วยชะเอมและขนมหวานที่หลากหลาย และแตกต่างกันในแต่ละบ้านและความตั้งใจในการใส่เครื่องปรุงในเตาอบ บางคนเริ่มอบขนมตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมหรืออาจจะก่อนหน้านั้น แต่บางคนเลือกวิธีที่ง่ายกว่านั้นคือการเลือกซื้อจากตามร้านค้า.

คนส่วนใหญ่รู้สึกว่าฤดูกาลแห่งวันหยุดนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่สี่อาทิตย์ก่อนหน้าวันคริสมาสต์อีฟ ที่เป็นวันแรกของเทศกาล และเป็นเรื่องปกติที่จะทำต้นคริสต์มาสให้เป็นรูปร่างของกิ่งไม้ ใบไม้ เบอรรี่ หรือ สนกรวย (หรือรูปอะไรก็ตามที่ต้องการทำออกมาจริงๆ ไม่มีอะไรมากำหนด ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน ) และวางเทียน 4 เล่มบนต้นคริสต์มาสนี้ ในวันแรกของการจุติ คุณจะจุดเทียนเล่มแรกและเล่มที่สองในวันอาทิตย์ที่สองและวันอาทิตย์อื่นๆถัดมา ดังนั้นหลังจากที่คุณจุดเทียนครบทั้ง 4 เล่ม เทียนจะมีขนาดที่ต่างกัน.

รูปแบบของเลาฟราเบรยสำหรับคริสต์มาสในประเทศไอซ์แลนด์

(รูปภาพจาก this blog - และข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเลยฟราเบรย ( laufabrauð ) )

ประเพณีอีกอย่างคือการตัดขนมปังแผ่นบางเป็นรูปแบบต่างๆที่เรียกว่าขนมปังคริสต์มาส หรือเลยฟราเบรย หรือขนมปังใบไม้ ลวดลายอาจจะเหมือนกับใบไม้ ที่เป็นที่มาของชื่อ ขนมปังแป้งโดว์นี้มีความบางมากและเป็นรูปวงกลมคล้ายกับแพนเค้ก เมื่อขนมปังถูกตกแต่งออกมาในรูปแบบที่น่ารักก่อนที่จะถูกนำมาทอดและเสิร์ฟพร้อมกับเนย สัมผัสของขนมปังเหล่านี้มีความกรอบเหมือนกับปาปาดัมในตอนที่ถูกทอดแล้ว แต่อาจจะมีรสชาติที่แตกต่าง.

เมื่อชาวไอซ์แลนด์พูดถึงคริสต์มาส พวกเขามักจะหมายถึงวันที่ 24 ธันวาคม ซึ่งวันนี้ถูกเรียกว่าอัดแฟงกาดากูร์ ( aðfangadagur) ในภาษาไอซ์แลนด์ วันที่ 25 ธันวาคม ที่เป็นวันคริสต์มาส เรียกว่า โยลาดากูร์ (jóladagur) และวันคริสต์มาสที่สอง หรือ อันนา อิ โยลัม (annar í jólum) และวันที่ 23 ธันวาคมก็มีชื่อเรียกว่า โธร์ลักเมสซา ( Þorláksmessa).

ในวันโธร์ลักเมสซาร้านค้าจะเปิดจนถึงดึก โดยปกติแล้วจะเปิดจนถึงเวลา 22.00 นาฬิกาหรือจนถึงเที่ยงคืน บาร์จะเปิดจนถึงตี1 (ซึ่งเป็นเรื่องปกติ) และประชาชนมักแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่สวยงามและไปอยู่รวมกันตรงใจกลางเมือง บางคนอาจจะซื้อของขวัญจนถึงนาทีสุดท้าย บางคนอาจให้ของขวัญจนถึงช่วงกลางคืนนี้ ประชาชนจำนวนมากไปยังใจกลางเมืองเพื่อมองดูผู้คนและถูกมอง หากคุณเป็นคนในท้องถิ่น คุณจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในช่วงเย็นในการทักทายเพื่อนๆและอาจหยุดแวะที่บาร์หรือคาเฟ่เพื่อที่จะดื่มเบียร์สักไพน์หรือช็อกโกแลตร้อนสักถ้วย. 

การไปยังในกลางเมืองในคืนโธร์ลักเมสซาเป็นประเพณีที่บางคนตั้งหน้าตั้งตารอมากที่สุดนั่นรวมถึงตัวของเราด้วย.

ก่อนที่จะเดินทางเข้าไปในเมืองในวันโธร์ลักเมสซา ผู้คนจำนวนมากจะพากันรับประทานปลาสำหรับอาหารเย็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมนูปลาที่เรียกว่าปลาสเกต ปลาสเกตเป็นปลาที่มีกลิ่นค่อนข้างรุนแรง ดังนั้นคุณจะสามารถรู้ได้ว่าใครมีปลาสเกตไว้ที่บ้านบ้าง รสชาติของปลาสเกตแตกต่างจากกลิ่น หรือคุณอาจจะเคยได้ยินว่า ฉันไม่เคยกินมาก่อนเพราะแม่ไม่ชอบ และไม่ชอบให้ทั้งบ้านมีกลิ่นของปลาสเกต ฉันอาจจะได้ชิมในเร็วๆนี้ และขอให้คุณทำเช่นเดียวกันหากมีโอกาส.

อาหารเย็นวันคริสต์มาสในประเทศไอซ์แลนด์

อาหารเย็นวันคริสต์มาสของประเทศไอซ์แลนด์ที่เรียกว่าฮังจิกจอท

เราได้พูดถึงอาหารบางส่วนที่เป็นอาหารพื้นเมืองของประเทศไอซ์แลนด์ไปแล้วเช่น ขนมหวานที่เรียกว่าเลยฟราเบรย ปลาสเกต และพุดดิ้งข้าวของชาวเดนมาร์ก แต่ยังมีอาหารอีกจำนวนมากให้คุณได้ลือก.

ในวันคริสต์มาสอีฟ วันคริสต์มาสหรือวันส่งท้ายปีเก่า มีอาหารเพียงไม่กี่จานที่ถือได้ว่าเป็นอาหารสำหรับวันคริสต์มาส และคนส่วนมากมักจะรับประทานอย่างน้อยหนึ่ง สองหรือสามจาน.

ฮังจิกจอท (Hangikjöt) หรือเนื้อสัตว์รมควันเป็นจานที่พบได้มากที่สุด เนื้อแกะรมควันนี้ มีรสชาติเค็มและมีรสจัด สามารถรับประทานได้ทั้งแบบร้อนและเย็นซึ่งโดยปกติจะรับประทานพร้อมกับเลยฟราเบรย ซอสมันฝรั่งสีขาวที่เรียกว่า เอิฟสตูเฟอร์ (uppstúfur) ถั่ว กะหล่ำสีแดงและเครื่องดื่มสำหรับวันคริสต์มาส ( ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ) ที่เรียกง่ายๆว่าคริสต์มาสอัลเล หรือ โยลาว (jólaöl) ที่มีส่วนผสมของเครื่องดื่มที่มีฟองสีส้มที่เรียกว่า แอปแปลซิน (Appelsín) และมอลล์.

อาหารเย็นวันคริสต์มาสของประเทศไอซ์แลนด์ที่เรียกว่า แฮมโบร์กาฮ์ริกกูร์

(รูปภาพจาก DV)

แฮมโบร์กาฮ์ริกกูร์ (Hamborgarhryggur)เป็นอีกหนึ่งจานที่พบเห็นได้บ่อยเช่นกัน ที่มีหมูย่างเป็นส่วนผสมหลัก ความเข้มของเนื้อตัดกับความหวานของซอส ที่ทำจากโค้ก ที่มักจะถูกเสิร์ฟมาพร้อมกับมันฝรั่งคาราเมล หัวหอมดองสีแดงและผักต่างๆ ครอบครัวของเรามักจะเสิร์ฟสลัดวาลดอร์ฟ (Waldorf) มาพร้อมกันด้วย .

เกมส์ล่าสัตว์อย่างเช่นกวางเรนเดียร์และนกตามิเกนก็ได้รับความนิยมด้วยเช่นกัน เรนเดียร์อาศัยอยู่แค่ในฝั่งทางตะวันออกของประเทศไอซ์แลนด์แต่นกพามิเกนหรืออาร์จูปา (rjúpa) ในภาษาไอซ์แลนด์ สามารถถูกพบได้ทั่วประเทศ และนี่ถือเป็นเกมส์ล่าสัตว์ยอดนิยมเลยทีเดียว นกพามิเกนสามารถถูกล่าได้อย่างจำกัดในแต่ละปี และสำหรับบางคนจะถือว่าคริสต์มาสยังไม่มาถึงหากยังไม่ได้นำสัตว์เหล่านี้มาขึ้นโต๊ะอาหาร.

ซึ่งเหล่านี้อาจจะเป็นอาหารที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป แต่ก็ยังมีอาหารประเภทอื่นๆที่ได้รับความนิยมมากเช่นกันเช่น ไก่งวง เนื้อชิ้นพรีเมี่ยม ห่านและอาหารทะเลที่หรูหรา เช่น แลงกูสตีน (ล็อบสเตอร์ของประเทศไอซ์แลนด์) หรือแซลมอน ซุปทะเลหรือซุปล็อบสเตอร์ถือเป็นอาหารจานแรกของมื้อที่ได้รับความนิยมมาก หรือยังถูกนำมาเป็นส่วนประกอบในอาหารจานหลักด้วย.

หากคุณไปทานอาหารบุพเฟ่ต์ช่วงคริสต์มาสในประเทศไอซ์แลนด์ คุณจะได้ชิมเนื้อแกะรมควัน แซลมอนดิบ ขนมปังคริสต์มาส ขนมปังแผ่น และปลาเฮอริ่งในรูปแบบต่างๆ.

ซาตาคลอสทั้ง 13 ของประเทศไอซ์แลนด์

ความประทับใจในยูร์ ลาดส์ของไอซ์แลนด์โดยนักแสดงตลกชื่อ ฮัคเลยรกูร์ แดกส์สัน ( Hugleikur Dagsson )

( รูปภาพโดย Hugleikur Dagsson)

ซาตาคลอสของประเทศไอซ์แลนด์ หรือยูล์ ลาดส์ เพราะพวกเขามักถูกเรียกแบบนั้น ( พวกเขาถูกเรียกว่า โยลาสเวียนาร์ ในภาษาไอซ์แลนด์ ) ซานตาคลอสทั้ง 13 ได้ถูกเรียกชื่อตามลักษณะของพวกเขา ยูร์ลาดส์ของไอซ์แลนด์อาศัยอยู่ในพื้นที่สูงกับพ่อแม่ที่เป็นพวกโทรลล์ที่ชื่อว่า กริลาร์ ( Grýla ) และเลปปาลูดิ ( Leppalúði ) พร้อมด้วยแมวสีดำตัวใหญ่ที่ต่อมาได้ถูกขนานนามให้เป็นแมวแห่งวันคริสต์มาสที่เรียกว่า โยลาค๊อตตูลินน์ ( jólakötturinn ).

กริลาร์ผู้เป็นแม่ เธอเป็นโทรลล์ขนาดใหญ่และสกปรกมากคนหนึ่ง เธอไม่เคยชอบอย่างอื่นมากกว่าการรับประทาน สกปรก หรือเด็กซนๆที่เธอชอบนำมาปรุงอาหารในหม้อขนาดใหญ่ เธอมีรูปร่างค่อนข้างอ้วน ดังนั้นดูเหมือนว่าเธอจะได้เด็กที่ซุกซนมาเป็นอาหารมากมายในแต่ละปี.

เลปปาร์ลูร์ดิผู้เป็นพ่อ เขาเป็นคนผู้ที่ชื่นชอบในการกินเด็กๆ และโดยเฉพาะเด็กชายที่ใช้งานไม่ได้ เขาเป็นโทรลล์ที่รูปร่างผอม และมักจะทำในสิ่งที่กริลาร์บอกให้เขาทำ ดังนั้นเขามักจะออกไปจับเด็กที่ซุกซนให้หล่อนนำมาปรุงเป็นอาหาร.

แมวแห่งคริสต์มาสก็ชอบรสชาติของมนุษย์เช่นกัน ไม่ว่าเขาจะซุกซนหรือไม่ เจ้าแมวตัวนี้จะกินเฉพาะมนุษย์ทุกๆปีแต่ก็เฉพาะคนที่ไม่ได้รับเสื้อผ้าใหม่ก่อนคริสต์มาส ดังนั้นหากคุณไม่อยากให้คนที่คุณรักถูกจับไปกินโดยเจ้าแมวโทรลล์ยักษ์ คุณจะต้องให้เสื้อผ้าหรืออย่างน้อยถุงเท้าสักคู่แก่เขา.

ที่นี่คุณสามารถได้ฟังเพลงของนักร้องที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศไอซ์แลนด์ที่ชื่อว่าบจอร์ค ( Björk ) ที่ร้องเพลงเกี่ยวกับเจ้าแมวยักษ์ตัวนี้ และยังสามารถอ่านคำแปลจากภาษาไอซ์แลนด์เป็นภาษาอังกฤษได้ด้วย.

กริลาร์และเลปปาร์ลูร์ดิมีลูกๆทั้งหมด 13 คนและพวกเขาเป็นผู้ชายทั้งหมดและได้เป็นซานตาคลอสของประเทศไอซ์แลนด์ พวกเขาค่อนข้างจะซุกซนเล็กน้อย แม้ว่าพวกเขาจะมีความอ่อนโยนมากขึ้นในหลายปีที่ผ่านมาและได้เริ่มต้นที่จะแจกของขวัญให้แก่เด็กๆในรองเท้าของเขาที่ถูกทิ้งไว้ข้างหน้าต่างข้างหนึ่งในทุกๆคืน แต่หากคุณเป็นคนไม่ดีคุณจะได้รับเพียงมันฝรั่งเน่า.

13 วันก่อนวัคริสต์มาสอีฟ (ในคืนวันที่ 11 ธันวาคม) เป็นวันที่ซานต้าคนแรกเดินทางมาถึงยังเมือง เขามีชื่อว่าซานตาครอสขาไม้ หรือ สเต๊กคจาสเตาร์ (Stekkjastaur) เขามีขาเป็นไม้และชอบไปไล่ต้อนแกะในฟาร์มของพวกชาวนา.

12 วันก่อนวันคริสต์มาสอีฟเป็นวันที่ กูลลี่ กว๊อค (Gully Gawk) ได้ปรากฏตัวขึ้น.

ยูร์ ลาดส์ของประเทศไอซ์แลนด์

คืนถัดไปเป็นคืนที่ สตั๊บบี้ (Stubby) มาถึงเขาเป็นคนที่ตัวเล็กที่สุด แล้วก็ผ่านไปในทุกๆคืนหลังจาก สตั๊บปี้ สปูนลิคเกอร์ ( Spoonlicker ) ก็มาถึง ต่อมาคือ พอท สแครเปอร์ (Pot Scraper), โบลล์ ลิ๊คเคอร์ (Bowl Licker)  ดอร์ สแลมเมอร์ (Door Slammer) สกายล์ ก๊อบเบลอร์ (Skyr Gobbler) ซอสเซส สวีปเปอร์ (Sausage Sweeper) วินโดว์ พีคเกอร์ (Window Peeker) ดอร์ สนิ๊ฟเฟอร์ (Door Sniffer) มีท ฮุ๊ค (Meat Hook) และ แคนเดิ้ล เบกเกอร์ (Candle Beggar) เป็นคนสุดท้าย.

และหลังจากวันที่ 24 ธันวาคม ยูร์ ลาดส์ ก็เดินทางกลับบ้านของพวกเขาทีละคน ดังนั้นเมื่อคนแรกที่เดินทางมาถึงเริ่มเดินทางกลับในวันคริต์มาสและคนอื่นๆก็เริ่มทะยอยเดินกลับทีละคนไปยังบ้านของพวกเขาตรงที่ราบสูง จนถึงวันสุดท้ายของเทศกาลวันหยุดนี้จบสิ้นอย่างเป็นทางการ และวันนั้นถูกเรียกว่า " วันที่สิบสาม " หรือ เบรธตานดินน์ ( rettándinn ) ซึ่งในภาษาอังกฤษถูกเรียกว่า คืนที่สิบสอง.

ในวันนั้นจะถือเป็นเรื่องปกติที่จะจุดกองไฟรอบๆประเทศ ในตอนที่คนส่วนใหญ่พากันจุดดอกไม้ไฟในวันส่งท้ายปีเก่า.

คุณอยากรู้อะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันคริสต์มาสในประเทศไอซ์แลนด์อีกไหม ถ้าใช่สามารถบอกให้เราทราบในคอมเมนต์.

สุขสันต์วันคริสต์มาสและสวัสดีปีใหม่ - leðileg jól og farsælt komandi ár! :)