Gully Gawk ยูลแลด

คริสต์มาสในไอซ์แลนด์ | ประเพณี อาหาร และเรื่องราวเกี่ยวกับคริสต์มาสอีกมากมาย!

ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรอง
ไปที่เรื่อง

แสงเหนือเหนือธิงเวลลีร์ในประเทศไอซ์แลนด์

เรียนรู้เรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับคริสต์มาสในไอซ์แลนด์ ประเพณีเกี่ยวกับคริสต์มาสที่สำคัญของไอซ์แลนด์มีอะไรบ้าง ทำไมไอซ์แลนด์จึงมียูลแลด 13 ตน และพวกเขาคือซานตาคลอสหรือเปล่า ชาวไอซ์แลนด์เฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสกันอย่างไร คริสต์มาสในเรคยาวิกเป็นอย่างไร และเมนูอาหารสำหรับเทศกาลคริสต์มาสแบบดั้งเดิมของชาวไอซ์แลนด์มีอะไรบ้าง พบกับคำตอบทั้งหมดนี้ได้ในบทความนี้



 

 

 

สิ่งที่ทำให้คริสต์มาสในประเทศไอซ์แลนด์มีความพิเศษ


ไอซ์แลนด์เป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับช่วงเทศกาลคริสต์มาสหรือไม่ คำตอบคือ "ใช่" มีสิ่งที่น่าสนใจให้คุณหลงรักมากมายเกี่ยวกับคริสต์มาสที่ไอซ์แลนด์

  • คริสต์มาสในประเทศไอซ์แลนด์กินเวลาทั้งหมด 26 วัน

  • ประเทศไอซ์แลนด์มียูลแลด 13 ตน (หรือมีซานตาคลอส 13 คนนั่นเอง)

  • รับประกันว่าคุณจะได้เจอกับไวท์คริสต์มาสในประเทศไอซ์แลนด์อย่างแน่นอน

  • แสงเหนือมักจะปรากฏขึ้นในไอซ์แลนด์ในระหว่างช่วงเทศกาลคริสต์มาส

  • การมาเที่ยวไอซ์แลนด์ในช่วงคริสต์มาส คุณสามารถไปชมถ้ำน้ำแข็ง ปีนธารน้ำแข็ง และขี่สโนว์โมบิลได้

  • อาหารช่วงคริสต์มาสของประเทศไอซ์แลนด์แสนอร่อย

  • ในวันส่งท้ายปีเก่า เมืองเรคยาวิกมีการแสดงดอกไม้ไฟเป็นเวลาหลายชั่วโมง


เดือนธันวาคมเป็นช่วงเวลาที่มืดที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ แต่ท่ามกลางความมืดนี้จะมีแสงไฟคริสต์มาสประดับประดาสว่างไสว และทุกหนแห่งจะมีหิมะสีขาวปกคลุมอย่างสวยงาม ในคืนที่ท้องฟ้าโปร่ง คุณจะมีโอกาสได้เห็นแสงเหนือส่ายไปมาราวกับกำลังเต้นรำเป็นริ้วสีเขียว สีขาว สีชมพูและสีม่วงเต็มท้องฟ้า ช่วงเวลานี้ของปีจึงเป็นช่วงเวลาที่มหัศจรรย์และเต็มไปด้วยบรรยากาศเปี่ยมสุขของฤดูหนาว

เรคยาวิกในช่วงคริสต์มาส

ภาพโดย Nanna Gunnarsdóttir 

คุณมีโอกาสได้เจอกับคริสต์มาสสีขาวในประเทศไอซ์แลนด์สูงมาก (โดยเฉพาะถ้าคุณใช้เวลาช่วงนี้อยู่ในเมืองเรคยาวิก) ปริมาณหิมะที่ตกในเรคยาวิกในเดือนธันวาคมนั้นสูงถึง 40 เซนติเมตร ซึ่งถือว่ามีหิมะหนามากทีเดียว! และยิ่งคุณเดินทางขึ้นไปทางเหนือมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งได้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศคริสต์มาสที่ขาวโพลนมากขึ้นเท่านั้น

เทศกาลคริสต์มาส (หรือยูล) ในประเทศไอซ์แลนด์กินเวลาถึง 26 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม ไปจนถึงวันที่ 6 มกราคม และประเทศไอซ์แลนด์มีซานตาคลอสที่เรียกกันว่ายูลแลด (Yule Lads) ถึง 13 ตน ฤดูกาลแห่งคริสต์มาสเริ่มต้นเมื่อยูลแลดตัวแรกเดินทางมาถึงเมือง 13 วันก่อนถึงวันคริสต์มาสอีฟ  ซึ่งพวกเขาจะทยอยเดินทางมาทีละตนๆ ทุกคืนจนครบ 13 ตนก่อนถึงคริสต์มาส และเทศกาลวันหยุดคริสต์มาสจะสิ้นสุดเมื่อยูลแลดตัวสุดท้ายเดินทางกลับบ้านบนภูเขาในวันที่ 6 มกราคม

ความพิเศษของไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคมอีกอย่างหนึ่งก็คือมีไฟคริสต์มาสสว่างไสวสวยงามท่ามกลางความมืดของฤดูหนาว ทั่วทั้งเมืองเรคยาวิก ทั้งในย่านการค้าในใจกลางเมืองและชานเมือง ตลอดจนเมืองต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงนั้น ถูกแต่งแต้มด้วยเฉดสีและความศักดิ์สิทธิ์แห่งเทศกาลคริสต์มาส โดยชาวเมืองที่นี่จะเริ่มประดับไฟกันตั้งแต่ช่วงต้นเดือนตุลาคมเลยทีเดียว เพราะต้องต่อสู้กับค่ำคืนที่ยาวนานของฤดูหนาว ซึ่งจะค่อยๆ มืดมิดลงเรื่อยๆ ดังนั้นการประดับไฟจะทำให้เมืองมีความสว่างไสวยาวไปจนถึงวันคริสต์มาส

แสงออโรร่าที่ไอซ์แลนด์ในหน้าหนาว

ในเดือนธันวาคมที่ไอซ์แลนด์จะมีตลาดคริสต์มาสให้คุณเดินเที่ยวด้วย รวมถึงมีลานสเก็ตน้ำแข็งใจกลางเมือง และมีคอนเสิร์ตที่จัดขึ้นทั่วเมืองในช่วงวันหยุดเทศกาล นอกจากนี้คุณยังสามารถเพลิดเพลินกับคริสต์มาสบุฟเฟ่ต์แบบดั้งเดิมที่นำเสนอเมนูอาหารคริสต์มาสแสนอร่อยในแบบฉบับของชาวไอซ์แลนด์

 

 



กิจกรรมช่วงคริสต์มาสของประเทศไอซ์แลนด์

ช่วงฤดูหนาวในเรคยาวิกในประเทศไอซ์แลนด์

หากคุณมาเที่ยวไอซ์แลนด์ในช่วงคริสต์มาสหรือนิวเยียร์อีฟ เราแนะนำให้คุณจองโต๊ะที่ร้านอาหารล่วงหน้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เนื่องจากมีร้านอาหารเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่เปิดในช่วงวันหยุดเทศกาล และส่วนใหญ่จะถูกจองเต็มหมด! สำหรับเวลาทำการของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จะมีการอัปเดตให้ทราบในช่วงเดือนพฤศจิกายนและเดือนธันวาคมเมื่อใกล้ถึงเทศกาลคริสต์มาส

ในช่วงวันหยุดเทศกาลมีกิจกรรมฤดูหนาวที่สนุกสนานมากมายให้คุณเข้าร่วม หากคุณมองหากิจกรรมสนุกๆ ทำที่ไอซ์แลนด์ในช่วงคริสต์มาส คุณสามารถไปเข้าร่วมกับทัวร์ขี่สโนว์โมบิลบนธารน้ำแข็ง หรือเข้าไปสำรวจด้านในของธารน้ำแข็งร่วมกับทัวร์ที่พาเที่ยวถ้ำน้ำแข็ง นอกจากนี้กิจกรรมที่ได้รับความนิยมอื่นๆ ได้แก่ เล่นสเก็ตน้ำแข็ง เล่นสกี และปีนธารน้ำแข็ง

และแน่นอนว่ากิจกรรมที่ห้ามพลาด (หรืออย่างน้อยก็ต้องพยายามดูก่อน) สำหรับการเที่ยวไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคมคือการดูแสงเหนือ เรามีทัวร์ดูแสงเหนือให้คุณเลือกเข้าร่วมได้มากมาย ซึ่งทัวร์เหล่านี้จะพาคุณไปยังตำแหน่งที่ดีที่สุดสำหรับการดูแสงเหนือที่งดงามเมื่อพวกมันปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า

กิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจสำหรับช่วงคริสต์มาสในสไตล์ไอซ์แลนด์ ได้แก่

  • ให้ความอบอุ่นกับร่างกายด้วยการแช่น้ำร้อนที่สระว่ายน้ำพลังงานความร้อนใต้พิภพที่มีอยู่มากมาย

  • ลองดื่มคริสต์มาสคราฟต์เบียร์ตามบาร์ในท้องถิ่น

  • อิ่มอร่อยจุใจกัลอาหารคริสต์มาสแบบดั้งเดิมในร้านอาหารที่เสิร์ฟยูลบุฟเฟต์

  • ซื้อของขวัญคริสต์มาสจากหมู่บ้านคริสต์มาสหรือในตลาด

ทัวร์ฤดูหนาวในไอซ์แลนด์

ทัวร์แสงเหนือ 3 วันบนชายฝั่งทางใต้แพ็คเกจนี้เหมาะสำหรับการใช้เวลาท่องเที่ยวในไอซ์แลนด์เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ก็ยังมีทัวร์ฤดูหนาว 5 วันอีกหนึ่งแพ็คเกจ ทั้งสองโปรแกรมนี้รวมพาไปปีนธารน้ำแข็งและเที่ยวถ้ำน้ำแข็ง ซึ่งเชื่อเถอะว่าไม่มีอะไรจะเหมาะสำหรับวันหยุดในช่วงระหว่างคริสต์มาสและปีใหม่ของคุณมากไปกว่าสองกิจกรรมนี้อีกแล้ว 

หากคุณมีเวลาน้อยกว่านี้ คุณสามารถเลือกไปเที่ยวถ้ำน้ำแข็งกับทัวร์ถ้ำน้ำแข็งบนชายฝั่งทางใต้ 2 วันได้เหมือนกัน

ใช้เวลาของคุณในประเทศไอซ์แลนด์ให้คุ้มค่ามากที่สุด ด้วยการไปเที่ยวคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส (Snaefellsnes Peninsula) อีกแห่งหนึ่ง โดยคุณจะได้เห็นภูเขาเคิร์กจูแฟลล์ (Mt. Kirkjufell) น้ำตก และธารน้ำแข็งสไนล์เฟลล์โจกุล (Snaefellsjokull) ที่งดงาม ซึ่งทริปแสงเหนือและเที่ยวถ้ำน้ำแข็ง 7 วันแพ็คเกจนี้จะทำให้คุณได้พบกับการผจญภัยที่น่าตื่นเต้น

 

 

ที่พักในประเทศไอซ์แลนด์ในช่วงคริสต์มาส

เรคยาวิกยามค่ำคืนสว่างไสวงดงาม

ผู้ที่อยากเห็นวันหยุดคริสต์มาสที่สมบูรณ์แบบ ทั้งหิมะขาวโพลนปกคลุมไปทั่ว และอาหารสำหรับช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่วางขายทั่วไปตามร้านขายของชำในท้องถิ่น ให้คุณจองเป็นเคบินหรือกระท่อมในชนบทแล้วคุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศโรแมนติกหรือได้ใช้เวลาแสนสุขกับครอบครัวอย่างที่ต้องการจริงๆ โดยเรามีกระท่อมคอตเทจทั้งเล็กและใหญ่ให้คุณเลือกเข้าพักได้มากมายทั่วไอซ์แลนด์เพื่อให้คุณได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศของชนบทท่ามกลางหิมะอันงดงาม

คอตเทจหลายแห่งในไอซ์แลนด์จะมีอ่างน้ำร้อนที่ระเบียงด้านนอกให้ด้วยเพื่อให้คุณได้ลงไปแช่ตัวในช่วงกลางคืนอันยาวนาน ซึ่งเป็นบรรยากาศที่เหมาะอย่างยิ่งในการชมแสงเหนือ

หรือบางทีคุณอาจจะอยากนั่งซุกตัวอุ่นๆ อ่านหนังสือดีๆ สักเล่มท่ามกลางแสงไฟคริสต์มาสและโกโก้ร้อน มีโรงแรมในเรคยาวิกมากมายที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองรายล้อมไปด้วยร้านอาหารชั้นดีและร้านค้าในท้องถิ่น แต่ถ้าหากคุณอยากไปพักในทางเหนือของไอซ์แลนด์ ให้คุณเข้าไปดูตัวเลือกโรงแรมในเมืองอาคูเรย์ริ 



คริสต์มาสในเมืองเรคยาวิก

เลือกซื้อต้นคริสต์มาสในเรคยาวิก

ภาพจาก Nanna Gunnarsdóttir

มีกิจกรรมที่น่าหลงใหลมากมายในเรคยาวิกในช่วงคริสต์มาส แนะนำให้คุณไปชมคอนเสิร์ตวันคริสต์มาส ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวงประสานเสียงที่นำโดยนักร้องนักดนตรีชื่อดังของไอซ์แลนด์

หรือบางทีคุณอาจจะอยากไปเล่นไอซ์สเก็ตที่ทยอร์นิน (Tjornin) สระน้ำเล็กๆ ในใจกลางเมืองเรคยาวิก ซึ่งจะกลายเป็นน้ำแข็งในหน้าหนาวแบบนี้ นอกจากที่นี่ก็ยังมีลานสเก็ตแห่งอื่นอีก ซึ่งตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองในจัตุรัสแองกอล์ฟสต๊อค (Ingólfstorg) ข้างๆ ตลาดคริสต์มาส

หากคุณอยู่ในเรคยาวิกในช่วงคริสต์มาส คุณสามารถไปเดินเล่นตามถนนต่างๆ ในย่านดาวน์ทาวน์และเพลิดเพลินไปกับการตกแต่งร้านรวง ไม่แน่บางทีคุณอาจจะได้เจอกับพวกยูลแลดตัวใดตัวหนึ่งด้วยก็ได้เมื่อพวกเขาเดินทางมาในเมืองแล้ว หรือคุณอาจจะไปชมวิวที่สวยงามของเมืองเรคยาวิกจากบนจุดชมวิวที่ด้านบนของโบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrimskirkja) และเมื่อเดินไปจากใจกลางเมืองอีกหน่อยก็จะเจอกับท่าเรือเก่า ซึ่งจากตรงนี้คุณสามารถเข้าร่วมกับทัวร์ที่พาออกไปดูวาฬได้

ต้นไม้มีไฟประดับประดาในช่วงพลบค่ำของช่วงเทศกาล

ภาพโดย Fred Heap

หรือคุณอาจจะไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านกลางแจ้งอัลบายาลซาฟ (Arbaejarsafn) เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับประเพณีคริสต์มาสแบบดั้งเดิมของชาวไอซ์แลนด์ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมสามารถมีส่วนร่วมกับการทำเทียน ชิมอาหารพื้นเมืองของไอซ์แลนด์ และดื่มช็อกโกแลตร้อนเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายได้

หากกล่าวถึงช็อกโกแลต เมืองเรคยาวิกเต็มไปด้วยคาเฟ่บรรยากาศอบอุ่นที่คุณสามารถแวะไปนั่งชิลดื่มกาแฟ (หรือเบียร์) หรือสนุกกับบอร์ดเกมส์หรือฟังดนตรีสด การไปร้านหนังสือก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่แนะนำว่าไม่ควรพลาด เพราะหนังสือถือว่าเป็นของขวัญวันคริสต์มาสยอดนิยมสำหรับชาวไอซ์แลนด์เลยก็ว่าได้ และในช่วงคริสต์มาสจะมีหนังสือที่ถูกตีพิมพ์ออกมาวางจำหน่ายมากมายในประเทศไอซ์แลนด์ ทำให้ช่วงนี้ถูกเรียกว่าเป็นช่วงที่ท่วมท้นไปด้วยหนังสือ (Christmas Book Flood หรือ Jolabokaflodid ในภาษาไอซ์แลนด์)



มีอะไรให้ทำในช่วงคริสต์มาสที่ไอซ์แลนด์ | ยูล์ไทด์ในไอซ์แลนด์ 

คริสต์มาสในภาษาไอซ์แลนด์เรียกว่า "โยล" (jol) ซึ่งมีรากศัพท์เดียวกับคำว่า "ยูล" (Yule) ในภาษาอังกฤษแบบเก่าที่แปลว่าคริสต์มาส โดยมีการเฉลิมฉลองโยลในไอซ์แลนด์และในประเทศแถบนอร์ดิกมาเป็นเวลานานก่อนที่ประเทศต่างๆ ในแถบนี้จะเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์เสียอีก ในสมัยที่ผู้คนยังนับถือลัทธินอกศาสนาอยู่นั้น พวกเขาพากันเฉลิมฉลองในช่วงนี้เพราะเป็นช่วงที่กลางวันเริ่มยาวนานขึ้นหลังจากช่วงเหมายันซึ่งตรงกับวันที่ 20-23 ธันวาคม 

เมื่อเปลี่ยนมานับถือคริสต์แล้ว เทศกาลเหมายันจึงได้ถูกนำมาผสมผสานเข้ากับประเพณีดั้งเดิมของชาวคริสเตียน เช่น การจุดเทียนในวันอาทิตย์สี่สัปดาห์สุดท้ายก่อนถึงวันคริสต์มาสและการไปร่วมพิธีมิสซาในวันคริสต์มาส

การเฉลิมฉลองคริสต์มาสของชาวไอซ์แลนด์ยังได้รับอิทธิพลจากประเพณีของชาวเดนมาร์กและชาวอเมริกันด้วย โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารที่ชาวไอซ์แลนด์บางส่วนสืบทอดธรรมเนียมในการประดับตกแต่งและการรับประทานขนมหวานพุดดิ้งข้าว หรือ "Ris a l'amande" และถึงแม้ว่าตำนานยูลแลดจะมีต้นกำเนิดมาจากไอซ์แลนด์และไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับซานตาคลอสเลย แต่บางครั้งพวกยูลแลดจะสวมชุดสีแดงโคคาโคลาเหมือนกับซานต้าและมอบของขวัญให้กับเด็กๆ เหมือนกับนักบุญนิโคลัส

เมื่อมาเที่ยวไอซ์แลนด์ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสจะพบว่าในช่วงนี้ชาวไอซ์แลนด์จะทักทายกันด้วยคำว่า "Gledileg jol!" ซึ่งก็แปลว่า Merry Christmas หรือสุขสันต์วันคริสต์มาสนั่นเอง



ชาวไอซ์แลนด์ส่วนใหญ่นับถือนิกายลูเทอแรน และมีบางส่วนที่เชื่อเรื่องอเทวนิยม (ไม่เชื่อว่ามีพระเจ้า) และอีกบางส่วนที่นับถือศาสนาอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีผู้นับถือลัทธินอกรีตซึ่งนับถือเทพเจ้านอร์สโบราณอยู่ด้วย  การเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสอย่าง "เป็นทางการ" ของไอซ์แลนด์จะเริ่มขึ้นในเวลา 18.00 น. ของวันคริสต์มาสอีฟ เมื่อสถานที่วิทยุโทรทัศน์แห่งชาติเริ่มเผยแพร่เสียงระฆังโบสถ์และกล่าว Merry Christmas อวยพรให้ชาวไอซ์แลนด์ทุกคนมีความสุขในวันคริสต์มาส

คริสต์มาสอีฟในไอซ์แลนด์

วันก่อนวันคริสต์มาสอีฟเป็นวันมิสซาเซนต์ธอร์ลัค ที่เฉลิมฉลองเพื่อบูชาขอบพระคุณนักบุญธอร์ลัค (Thorlak Thorhallsson) ซึ่งเป็นนักบุญอุปถัมภ์ของไอซ์แลนด์ถึงแม้ว่าชาวไอซ์แลนด์จะไม่ได้เป็นคาทอลิกแล้ว ในวันนี้จะมีการสังสรรค์ในครอบครัวและมีการรับประทานปลาสเกตหมักและโจ๊กข้าวโอ๊ต บางครั้งจะมีการซ่อนเมล็ดอัลมอนด์ไว้ในข้าวโอ๊ตต้มด้วย ซึ่งใครก็ตามที่เป็นผู้พบเมล็ดอัลมอนด์จะได้รับรางวัล

แล้ววันคริสต์มาสอีฟในไอซ์แลนด์เป็นแบบไหน? ชาวไอซ์แลนด์ส่วนใหญ่จะฉลองวันคริสต์มาสอีฟพร้อมหน้าในครอบครัวด้วยอาหารมื้อค่ำโฮมเมดสุดพิเศษแบบหลายคอร์ส และหลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้วก็จะมาแกะห่อของขวัญด้วยกัน

หลังจากแกะห่อของขวัญแล้ว บางคนก็ออกไปร่วมพิธีมิสซาในตอนเที่ยงคืนเพื่อพบปะกับเพื่อนบ้านและเพื่อนฝูง บางคนก็อาจจะอยู่ที่บ้านเพื่อชื่นชมของขวัญที่ได้รับ โดยอาจจะอ่านหนังสือหรือนั่งเล่นไพ่ที่เพิ่งได้รับเป็นของขวัญไปพร้อมกับกินช็อกโกแลตและขนมต่างๆ

เทียนและไพ่เป็นของขวัญคริสต์มาสแบบดั้งเดิมของชาวไอซ์แลนด์ และคุณน่าจะได้รับหนังสือเป็นของขวัญด้วยอย่างน้อยหนึ่งเล่ม เพราะชาวไอซ์แลนด์ชื่นชอบการอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจโดยเฉพาะในช่วงวันหยุดคริสต์มาส!

วันคริสต์มาสและวันเปิดกล่องของขวัญในไอซ์แลนด์

ชาวไอซ์แลนด์ใช้เวลาในวันคริสต์มาสกับครอบครัว พวกเขาจะพักผ่อน รับประทานอาหาร เล่นเกม หรือชมภาพยนตร์เกี่ยวกับคริสต์มาสด้วยกัน บางบ้านอาจจะไปสังสรรค์กันเป็นครอบครัวใหญ่ โดยแต่ละคนมักจะสวมใส่เสื้อผ้าให้เข้ากับเทศกาล พร้อมกับนำเค้กโรลและคุกกี้วันคริสต์มาสติดไม้ติดมือไปด้วย ส่วนในวันที่ 26 ธันวาคม หรือวันเปิดกล่องของขวัญ (Boxing Day) นั้นเป็น "วันที่สองของคริสต์มาส" หรือ Annar i Jolum ในไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ และเหมือนจะเป็นวันที่สบายๆ มากกว่าและมีพิธีรีตองน้อยกว่าวันที่ผ่านมาทั้ง 3 วัน ในวันนี้ผู้คนจะออกไปพบปะเพื่อนฝูง ไปปาร์ตี้และสังสรรค์กันจนดึกดื่น



ประเพณีคริสต์มาสในไอซ์แลนด์

ชาวไอซ์แลนด์ชื่นชอบเทศกาลคริสต์มาสและมีธรรมเนียมเกี่ยวกับวันหยุดคริสต์มาสอยู่มากมาย! คนส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าเทศกาลวันหยุดนี้เริ่มขึ้นในวันอาทิตย์ 4 สัปดาห์ก่อนที่จะถึงวันคริสต์มาสอีฟ หรือวันอาทิตย์แรกของการจุติของพระเยซูในโลก (The First Day of Advent) ซึ่งการจุดเทียนเป็นประเพณีคริสต์มาสที่เก่าแก่ในไอซ์แลนด์และมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

  • ประดิษฐ์พวกมาลัยคริสต์มาสขึ้นจากกิ่งไม้ ใบไม้ ผลเบอร์รี่ และลูกสน (หรืออะไรก็ได้ตามต้องการ ไม่มีกฎตายตัว)

  • วางเทียน 4 เล่มไว้ในพวงมาลัย

  • ในวันอาทิตย์แรกของการจุติของพระเยซูในโลกให้จุดเทียนเล่มแรก วันอาทิตย์ที่สองให้จุดเทียนเล่มแรกและเล่มที่สอง และทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนครบคุณก็จะได้เทียนที่มีขนาดแตกต่างกัน 4 เล่ม 4 ขนาด

ประเพณีคริสต์มาสอีกอย่างในไอซ์แลนด์คือการตัดขนมปังบางกรอบที่เรียกว่า "ขนมปังใบไม้" หรือ laufabraud ให้เป็นลวดลายคล้ายกับใบไม้ และที่ได้ชื่อเช่นนี้ก็เพราะลวดลายบนขนมปังที่เหมือนใบไม้นี่เอง ไม่ได้เป็นเพราะทำมาจากใบไม้

แป้งที่ใช้ทำขนมปังชนิดนี้บางมากและเป็นรูปวงกลมเหมือนกับแพนเค้ก หลังจากตัดให้เป็นลวดลายที่สวยงามแล้วก็จะนำไปทอดและเสิร์ฟให้ทานคู่กับเนย เนื้อสัมผัสของขนมปังใบไม้จะคล้ายกับข้าวเกรียบปาปาดัมแต่มีรสชาติแตกต่างออกไป

ทำไมไอซ์แลนด์จึงฉลองคริสต์มาสในวันที่ 24?

เมื่อชาวไอซ์แลนด์พูดถึง "โยล" พวกเขามักจะหมายถึงวันที่ 24 ธันวาคม ซึ่งวันนี้มีชื่อเรียกว่าอัดแฟงกาดากูร์ (Adfangadagur) ในภาษาไอซ์แลนด์ และเหตุผลที่ชาวไอซ์แลนด์ฉลองคริสต์มาสในวันที่ 24 ก็เพราะว่าหากยึดตามปฏิทินไอซ์แลนด์แบบเก่า วันใหม่จะเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่พระอาทิตย์ตกดิน ดังนั้นเมื่อพระอาทิตย์ตกในวันที่ 24 ธันวาคมในเวลาประมาณ 18.00 น. จึงถือว่าเป็นเวลาเริ่มต้นวันคริสต์มาส และการเฉลิมฉลองยูลก็จะเริ่มต้นขึ้น

ส่วนในวันที่ 23 ธันวาคมนั้น ร้านรวงต่างๆ จะปิดร้านดึกหน่อย โดยมากจะเปิดกันถึง 22.00 น. และบาร์จะเปิดถึงตีหนึ่ง (ตามปกติ) ซึ่งชาวไอซ์แลนด์ก็มักแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่ดีๆ และออกไปพบปะกับเพื่อนฝูงในย่านดาวน์ทาวน์

บางคนชอบซื้อของขวัญคริสต์มาสในนาทีสุดท้าย และบางทีก็ตั้งใจผลัดวันประกันพรุ่งมาจนถึงในคืนนี้ ซึ่งผู้คนจำนวนมากจะเข้าไปในใจกลางเมืองเพื่อนัดเจอเพื่อน และถ้าคุณเป็นคนในท้องถิ่น คุณก็มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในช่วงเย็นไปกับการทักทายเพื่อนและอาจจะแวะที่บาร์หรือคาเฟ่เพื่อดื่มเบียร์หรือช็อกโกแลตร้อนสักแก้ว ในคืนนี้ยูลแลดก็จะเดินไปเดินมาทักทาย (และแกล้ง) ผู้คน และนางกรีลา แม่ใจร้ายของพวกเขาก็อาจจะปรากฏตัวให้เห็น

และการเข้าไปในดาวน์ทาวน์เพื่อร่วมพิธีมิสซาเซนต์ธอร์ลัคถือว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ผู้คนตั้งตารอมากที่สุด!

อาหารคริสต์มาสในไอซ์แลนด์

ขนมหวานช่วงคริสต์มาสในไอซ์แลนด์ - ขนม Sarah

ภาพจาก Wikimedia, Creative Commons, by Janet Hudson ไม่มีการดัดแปลงแก้ไข

อาหารมีความเชื่อมโยงกับประเพณีคริสต์มาสของชาวไอซ์แลนด์อย่างมากมาย

ในไอซ์แลนด์ ขนมหวานเป็นอาหารคริสต์มาสที่มีความหมาย หนึ่งในขนมคริสต์มาสที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในไอซ์แลนด์คือขนมซารา "Sara" ซึ่งต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการทำขนมชนิดนี้ โดยขนมถูกตั้งชื่อตามนักแสดงสาวชื่อดังชาวฝรั่งเศส Sarah Bernhardt และเป็นขนมที่มีลักษณะคล้ายมาการองอัลมอนด์สอดไส้ครีมและบิสกิตและเคลือบด้วยช็อกโกแลต

คุกกี้ชนิดนี้แท้จริงแล้วมาจากเดนมาร์ก โดยเชฟขนมอบชาวเดนมาร์กชื่อ Johannes Steen เป็นผู้คิดค้นสูตรขึ้นในปี 1911 เขาทำคุกกี้ชนิดนี้ขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งที่ Sarah มาเยือนเดนมาร์กเพื่อตีพิมพ์หนังสือบันทึกความทรงจำของเธอในภาษาเดนมาร์ก แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือขนมนี้อร่อยและรสชาติดีที่สุดเมื่อนำไปแช่แข็งเล็กน้อยก่อนเสิร์ฟ

ขนมปังขิงเป็นที่นิยมในไอซ์แลนด์

ภาพโดย Dario Mingarelli

นอกจากนี้ถ้าไปตามร้านเบเกอรี่ ร้านค้า และบ้านของชาวไอซ์แลนด์ คุณยังจะได้เห็นขนมหวานชนิดอื่นๆ อีก เช่น ขนมปังขิง คุกกี้ช็อกโกแลต  คุกกี้ชะเอมเทศ (Licorice tops) และอีกมากมาย

ความพยายามในการทำขนมอบนั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบ้าน บางคนจริงจังกับเรื่องนี้มากและเริ่มอบคุกกี้กันตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมหรือบางทีก็เร็วกว่านั้นอีก แต่คนที่เน้นสะดวกก็อาจจะหาซื้อคุกกี้ตามร้านค้าหรือร้านเบเกอรี่เอาก็ได้

อาหารเย็นในวันคริสต์มาสที่ไอซ์แลนด์

อาหารค่ำวันคริสต์มาสของชาวไอซ์แลนด์เป็นไฮไลต์แห่งปี

Photo by Jed Owen

อย่างที่กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้แล้วว่าไอซ์แลนด์มีอาหารพื้นเมืองสำหรับเทศกาลนี้อยู่หลายอย่างเหมือนกัน เช่น ขนมปังใบไม้ ปลาสเกต และพุดดิ้งข้าว บางอย่างก็นำมารับประทานกันในวันคริสต์มาสอีฟ วันคริสต์มาส และวันนิวเยียร์อีฟ และบางบ้านก็อาจจะรับประทานหนึ่งอย่าง สองอย่าง หรือสามอย่างรวมกันเลยก็ได้

เนื้อแกะรมควันที่เรียกว่าฮังจิกจอท (Hangikjot) หรือเนื้อแขวนนั้นเป็นเมนูที่พบได้บ่อยที่สุด โดยจะนำเนื้อแกะไปรมควันด้วยขี้ม้า เมนูนี้มีรสเค็มและมีกลิ่นหอม สามารถรับประทานได้ทั้งแบบร้อนและเย็น และมักจะกินคู่กับขนมปังใบไม้ ถั่วลันเตา กะหล่ำปลีแดง และซอสมันฝรั่งขาวเอิฟสตูเฟอร์ (Uppstufu) ที่คล้ายกับซอสเบชาเมล และเครื่องดื่มคริสต์มาสแบบปราศจากแอลกอฮอล์ที่เรียกว่าโยลาว (Jolaol) หรือคริสต์มาสเอล ทำมาจากมอลต์และโซดากลิ่นส้ม (Appelsin)

อาหารค่ำวันคริสต์มาสของไอซ์แลนด์ - Hamborgarhryggur

ภาพจาก Wikimedia, Creative Commons, by Martin Sønderlev Christensen ไม่มีการดัดแปลง

แฮมโบร์การ์ฮรีกกูร์ (Hamborgarhryggur) เป็นอีกหนึ่งเมนูที่พบเห็นได้บ่อยเช่นกัน โดยเมนูนี้คือเนื้อหมูย่างที่เคลือบด้วยรสหวานและซอสที่มีรสชาติตัดกันกับรสชาติเค็มของเนื้อหมู ชาวไอซ์แลนด์เสิร์ฟแฮมชนิดนี้กับมันฝรั่งเคลือบคาราเมล หัวหอมแดงดองและผักต่างๆ 

เนื้อสัตว์ป่าที่นิยมล่ามารับประทานอย่างเรนเดียร์และไก่ป่าหิมะ (Ptarmigan) ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน โดยเรนเดียร์นั้นอาศัยอยู่ทางตะวันออกของไอซ์แลนด์เท่านั้น ส่วนไก่ป่าหิมะนั้นสามารถพบได้ทั่วประเทศ และเป็นที่นิยมในกลุ่มนักล่าสัตว์ โดยพวกเขาจะมีการจำกัดจำนวนของไก่ป่าที่จะล่าในแต่ละปีเอาไว้ และสำหรับบางคนแล้วเนื้อของไก่ป่าหิมะเป็นเมนูที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับคริสต์มาส

ส่วนเมนูที่พบเห็นได้น้อยหน่อย แต่ก็เป็นที่นิยมไม่น้อยเช่นกันคือไก่งวง เนื้อวัวแบบพรีเมียม และห่าน ส่วนอาหารทะเลที่มีราคาแพงหน่อยอย่างกุ้งแลงกูสทีนและแซลมอนก็ได้รับความนิยมเหมือนกัน โดยซุปซีฟู้ดและซุปกุ้งมังกรนั้นนิยมเสิร์ฟเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยและอาหารจานหลัก

หากคุณไปทานคริสต์มาสบุฟเฟ่ต์ในไอซ์แลนด์ คุณจะได้ลิ้มลองเนื้อแกะรมควันฮังจิกจอท แซลมอนหมักหรือกราวาแลก (Gravlax) ขนมปังใบไม้ แฟลตเบรด (Flatkokur) และปลาแฮร์ริ่ง

ยูลแลดทั้ง 13 ของประเทศไอซ์แลนด์

Spoon-Licker ยูลแลดของชาวไอซ์แลนด์

ภาพประกอบโดย Haukur Valdimar Pálsson

ชาวไอซ์แลนด์เรียกซานตาคลอสว่าอย่างไร? คำตอบสั้นๆ เลยคือ ไอซ์แลนด์ไม่มีซานตาคลอส แต่มียูลแลด 13 ตนแทน! และชาวไอซ์แลนด์เรียกยูลแลดทั้ง 13 ว่าโยลาสเวียนาร์ (Jolasveinar) ในภาษาไอซ์แลนด์ ยูลแลดแต่ละตัวจะมีชื่อเรียกต่างกันไปตามอุปนิสัย โดยยูลแลดทั้ง 13 ของไอซ์แลนด์อาศัยอยู่ในพื้นที่ไฮแลนด์กับแม่และพ่อที่เป็นโทรลล์ชื่อว่านางกรีลาและเลปปาลูดิ (Gryla and Leppaludi) และมีแมวดำตัวใหญ่ยักษ์ชื่อว่าโยลาคอตตูลินน์ (Jolakotturinn) หรือคริสต์มาสแคทเป็นสัตว์เลี้ยง

แม่ของพวกเขาชื่อว่ากรีลา นางเป็นโทรลล์ยักษ์ที่น่าเกลียดน่ากลัวและชอบกินเด็กดื้อเป็นอาหารโดยจะนำเด็กลงไปต้มในหม้อใบยักษ์

ส่วนพ่อชื่อเลปปาลูดิเป็นโทรลล์จอมขี้เกียจ ตัวพ่อนี้ไม่ชอบกินเด็ก แต่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ชายที่ไม่ค่อยฉลาดและทำตามที่นางกรีลาสั่งทุกอย่าง โดยเขาจะเป็นคนออกไปจับเด็กดื้อมาให้นาง

เจ้าแมวคริสต์มาสแคทเองก็โปรดปรานรสชาติของเนื้อมนุษย์เช่นกันและมันไม่สนด้วยว่าจะเป็นคนดีหรือไม่ดี โดยเจ้าแมวจะเลือกกินแต่คนที่ไม่ได้รับเสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกายชิ้นใหม่ก่อนวันคริสต์มาส ดังนั้นในไอซ์แลนด์หากคุณไม่อยากให้แมวยักษ์มากินคนที่คุณรัก คุณก็ต้องมอบเครื่องนุ่งห่มให้กับพวกเขาโดยอย่างน้อยอาจจะเป็นถุงเท้าหนึ่งคู่ก็ได้!

ทุกๆ ปีจะมีรูปปั้นของเจ้าแมวยักษ์คริสต์มาสแคทจัดแสดงอยู่ที่จัตุรัสแลคยาร์ทอร์ก (Laekjartorg) ในย่านดาวน์ทาวน์ของเมืองเรคยาวิก ซึ่งก็น่าไปชมไม่น้อย ดังในรูปภาพด้านล่าง 

ยูลแคท

ภาพโดย TKSnaevarr จาก Wikimedia Creative Commons

กรีลาและเลปปาลูดิมีลูกชาย 13 ตน ซึ่งก็คือยูลแลด! ซึ่งพวกมันออกจะร้ายกาจแม้ว่าช่วงหลังๆ ไม่กี่ปีมานี้เรื่องราวของพวกยูลแลดจะถูกปรับให้อ่อนโยนลงบ้างแล้วก็ตาม เด็กๆ มักจะวางรองเท้าไว้ที่ขอบหน้าต่างเพื่อให้ยูลแลดนำของขวัญมาให้ทุกเช้าเป็นเวลา 13 วันก่อนที่จะถึงคริสต์มาส แต่ถ้าหากเด็กคนไหนดื้อและซนก็จะได้รับแค่มันฝรั่งเน่าๆ เป็นของขวัญ 

ทำไมคริสต์มาสที่ไอซ์แลนด์จึงมี 13 วันแทนที่จะเป็น 12 วัน และคริสต์มาส 13 วันของไอซ์แลนด์มีอะไรบ้าง?

ยูลแลดตัวแรกที่เดินทางมาถึงมีนิสัยชอบแกล้งแกะ (Sheep-Cote Clod) โดยมันจะมาถึงเมือง 13 วันก่อนที่จะถึงวันคริสต์มาสอีฟ ซึ่งก็คือคืนวันที่ 11 ธันวาคม เจ้าตัวนี้มีขาเป็นไม้และชอบทำให้แกะของชาวนาตกใจกลัว

ในคืนต่อมายูลแลดที่มีนิสัยชอบลักซ่อน (Gully Gawk) ก็จะมาปรากฏตัวให้เห็น โดยหมอนี่เป็นที่เลื่องลือเรื่องการขโมยดูดนมของแม่วัว!

Gully Gawk ยูลแลด

ภาพประกอบโดย Haukur Valdimar Pálsson

คืนถัดจากนั้นเตี้ยม่อต้อ (Stubby) ซึ่งตัวเตี้ยกว่าใครเพื่อนก็จะเดินทางมาถึง และพวกมันจะทยอยมาเช่นนี้ทุกคืน โดยคืนถัดมาจะเป็นตัวที่มีนิสัยชอบเลียช้อน (Spoonlicker) ชอบขูดหม้อ (Pot Scraper) ชอบเลียชาม (Bowl Licker) ชอบกระแทกประตูเสียงดัง (Door Slammer) และชอบขโมยกินสกีร์ (Skyr Gobbler) ตามด้วยยูลแลดที่ชอบแอบฉกไส้กรอก (Sausage Swiper) จากนั้นเป็นตัวที่ชอบแอบมองตามหน้าต่าง (Window Peeke) ชอบทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่น (Door Sniffer) ชอบขโมยเนื้อ (Meat Hook) และตัวสุดท้ายที่มาถึงคือตัวที่ชอบขโมยเทียน (Candle Beggar)

หลังจากวันที่ 24 ธันวาคม ยูลแลดก็จะกลับบ้านแล้ว ตัวแรกที่มาถึงคือ Sheep-Cote Clod จะออกเดินทางกลับในวันคริสต์มาส และพวกที่เหลือก็จะค่อยๆ ทยอยกลับไปทีละตัวๆ โดยพวกมันจะเดินทางมุ่งหน้าไปยังไฮแลนด์จนกระทั่งเทศกาลวันหยุดจะสิ้นสุดลง เมื่อตัวสุดท้าย Candle Beggar เดินทางกลับบ้านจะตรงกับวันที่ 6 มกราคม ซึ่งวันนี้เรียกว่า "วันที่สิบสาม" หรือเทรตตานดินน์ (Threttandinn) ในภาษาไอซ์แลนด์

ในวันนี้จะมีการก่อกองไฟขึ้นทั่วประเทศและบางครั้งก็จะมีขบวนพาเหรดของโทรลล์ เอลฟ์ และสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ ที่ออกมาเดินกันบนถนนสายหลักของเมือง นอกจากนี้ผู้คนในเมืองก็จะพากันนำดอกไม้ไฟที่เหลือมาจากวันส่งท้ายปีเก่าออกมาจุดเล่นให้หมดไปพร้อมกับการสิ้นสุดของเทศกาลคริสต์มาสและเตรียมรอพบกับเทศกาลนี้อีกครั้งในเดือนธันวาคม

เราหวังว่าคุณจะอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับคริสต์มาสในไอซ์แลนด์อย่างเพลิดเพลิน สุขสันต์วันคริสต์มาสและสวัสดีปีใหม่ – Gleðileg jól og farsælt komandi ár!

บทความที่ได้รับความนิยม

บทความอื่นที่น่าสนใจ