นิวเยียร์อีฟที่ไอซ์แลนด์เป็นอย่างไรนิวเยียร์อีฟที่เรคยาวิกเป็นแบบไหนอะไรที่ทำให้นิวเยียร์อีฟหรือวันสุดท้ายก่อนขึ้นวันปีใหม่ที่ไอซ์แลนด์เป็นวันสุดพิเศษ และนิวเยียร์อีฟปาร์ตี้สุดเจ๋งในเรคยาวิกจัดขึ้นที่ไหนบ้าง



ช่วงไม่กี่ปีมานี้ไอซ์แลนด์เริ่มมีชื่อเสียงในระดับนานาชาติเรื่องการเฉลิมฉลองนิวเยียร์อีฟส่งท้ายปีด้วยมหกรรมดอกไม้ไฟสุดยิ่งใหญ่ ชาวเมืองจะออกมาชุมนุมบนท้องถนนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและพากันจุดดอกไม้ไฟไปทั่วทุกสารทิศนานติดต่อกันเป็นเวลาหลายชั่วโมงและหลังจากนั้นก็เป็นช่วงเวลาของปาร์ตี้ที่ทุกคนต่างแต่งตัวเต็มที่และสวมรองเท้าบู๊ทลุยหิมะออกมาสนุกสนานไปด้วยกัน

อันที่จริงแล้วผู้คนในไอซ์แลนด์นั้นเฉลิมฉลองนิวเยียร์อีฟกันเกือบจะทุกหนทุกแห่งของประเทศเลยก็ว่าได้

อ่านบทความนี้ต่อไปเพื่อค้นหาเคล็ดลับน่ารู้เกี่ยวกับการออกไปชมดอกไม้ไฟ ไปปาร์ตี้และเรียนรู้วัฒนธรรมนิวเยียร์อีฟของชาวไอซ์แลนด์ ส่วนการไปรับประทานอาหารในวันส่งท้ายปีเก่าในเรคยาวิกนั้นต้องมีการจองโต๊ะล่วงหน้า โดยคุณสามารถเช็คเวลาทำการของร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ สระว่ายน้ำ และสถานที่ต่างๆ ในช่วงนิวเยียร์อีฟได้ออนไลน์

ชาวไอซ์แลนด์ทำอะไรกันในวันส่งท้ายปี

นิวเยียร์อีฟที่ไอซ์แลนด์


  • ชาวไอซ์แลนด์จะรับประทานอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงในช่วงเวลาระหว่าง 18:00 - 19:00 น.
  • หลังมื้ออาหาร ในช่วงเวลาประมาณ 20:00 หรือ 21:00 น. ชาวไอซ์แลนด์จะไปรวมกลุ่มชุมนุมกันที่กองไฟที่ใกล้ที่สุดเพื่อพบปะทักทายเพื่อนฝูงและไปจุดดอกไม้ไฟ
  • หลังกิจกรรมรอบกองไฟท้องถนนจะว่างเปล่าเพราะชาวเมืองต่างเดินทางกลับบ้านเพื่อไปดูทีวีซึ่งจะฉายรายการตลกในเวลา 22:30 น.
  • ก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อยชาวไอซ์แลนด์ก็จะออกมาจุดดอกไม้ไฟบนท้องถนนกันอีกครั้ง
  • พอใกล้เวลา 1:00 น. จะเป็นเวลาแห่งการปาร์ตี้และคนส่วนใหญ่ก็จะเดินทางไปยังบ้านที่เป็นสถานที่จัดงาน แต่ในวันนี้บาร์และคลับต่างๆ ก็จะเปิดทำการจนเกือบสว่าง

ไม่ว่าคุณจะอยู่ตรงไหนไหนไอซ์แลนด์ในช่วงนี้ คุณก็จะได้เห็นสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น ตัวฉันเองนั้นเคยแต่ฉลองนิวเยียร์อีฟอยู่ในเรคยาวิกเท่านั้น แต่ฉันได้ยินมาจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ว่าไม่ว่าจะที่อาคูเรย์ริ (Akureyri) อีสาฟยอร์ดูร์ (Ísafjörður) หรือที่ไหนๆ ก็จัดเหมือนๆ กันหมดอาจมีแตกต่างกันแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น 

เรคยาวิกในฐานะที่เป็นเมืองใหญ่ที่สุด ชาวเมืองก็จะออกมากระจายตามที่ต่างๆ มากที่สุด ส่วนที่อาคูเรย์ริและอีสาฟยอร์ดูร์นั้นคนจะไปกระจุกกันอยู่แค่เพียงสถานที่เดียว

นิวเยียร์อีฟที่เรคยาวิก

ดอกไม้ไฟในเรคยาวิกในคืนส่งท้ายปี ภาพโดย Jonathan Hood

ภาพโดย Jonathan Hood

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะใช้เวลาในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในเรคยาวิก เราก็เลยจะเน้นที่ในเมืองเป็นหลัก อย่างแรกเลยถ้าคุณอยู่ในเรคยาวิกคุณต้องเตรียมตัวเตรียมใจพบกับการจุดดอกไม้ไฟจำนวนมาก มากขนาดที่คุณสามารถเอาจำนวนที่คุณคิดว่าน่าจะได้เห็นคูณหนึ่งพันแบบนั้นเลย

ชาวไอซ์แลนด์ใช้เงินจำนวนมากอย่างเหลือเชื่อไปกับดอกไม้ไฟทุกปี (หลายร้อยล้านโครนาไอซ์แลนด์) ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพวกเขาคลั่งไคล้การดูดอกไม้ไฟในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เอามาก แต่หลักๆ แล้วเป็นเพราะพวกเขาต้องการอุดหนุนทีมค้นหาและกู้ภัยไอซ์แลนด์ซึ่งพึ่งพารายได้จากการจำหน่ายดอกไม้ไฟและต้นคริสต์มาสในแต่ละปี

ทีมค้นหาและกู้ภัยไอซ์แลนด์ดำเนินการโดยอาสาสมัครและพวกเขาก็มักจะต้องทำงานในสิ่งแวดล้อมที่เป็นอันตรายภายใต้ทุกสภาพอากาศเพื่อช่วยเหลือผู้คนที่กำลังเดือดร้อนในที่ต่างๆ ทั่วประเทศ  การขายดอกไม้ไฟส่วนใหญ่จึงเป็นการหารายได้เพื่อช่วยทีมค้นหาและกู้ภัยไอซ์แลนด์ แต่ก็ไม่ใช่อย่างนั้นทั้งหมด ดังนั้นก่อนจะซื้อคุณก็ต้องดูให้แน่ใจว่าอุดหนุนเจ้าที่ขายเพื่อนำรายได้มอบให้กับทีม อย่างเช่น Flugbjörgunarsveitin และ Landsbjörg

ชาวไอซ์แลนด์บางกลุ่มเริ่มจุดดอกไม้ไฟกันตั้งแต่สองสามวันก่อนถึงนิวเยียร์อีฟและยังจุดต่อไปจนถึงวันที่ 6 มกราคม แต่คนส่วนใหญ่จะเล่นกันในตอนประมาณเที่ยงคืนของวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

冰島新年倒數

เครดิตภาพจาก Arctic-Images/Getty Images

แม้ว่าผู้คนมักจะออกไปรวมกันที่ถนนใกล้บ้านเพื่อจุดดอกไม้ไฟ แต่ก็มีสถานที่ที่คนนิยมไปรวมตัวกันเพื่อดูดอกไม้ไฟอยู่หลายแห่งเหมือนกัน

สถานที่ยอดฮิตสำหรับการไปจุดดอกไม้ไฟหรือไปชมดอกไม้ไฟ ได้แก่ที่โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrímskirkja) และที่อาคาร์ พาร์ลาน (Perlan) โดยเฉพาะบริเวณรอบอนุสาวรีย์ของเลฟร์ อีริกสัน (Leifur Eiríksson) หน้าโบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยานั้นเป็นที่โปรดของทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวเนื่องจากตั้งอยู่ในดาวน์ทาวน์ใกล้กับบาร์ต่างๆ ซึ่งสะดวกมากสำหรับคนที่ต้องการไปเที่ยวต่อ 

ที่สูงที่สามารถมองเห็นวิวเมืองได้ชัดเจนก็เป็นอีกจุดที่เหมาะสมมาก อย่างบริเวณรอบเดอะเพิร์ล (The Pearl) ที่เอิสคูฮลีด (Öskjuhlíð) ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่คนนิยมไป หรือใครจะไปชมแถวริมทะเลก็ได้อย่างที่อากิสสิคา (Ægissíða) จะมีการก่อกองไฟตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ หรือที่ประติมากรรมซัน โวยาจ (Sun Voyager) หรือที่ฮาร์ปาคอนเสิร์ตฮอลล์ (Harpa Concert Hall) หรือบางทีคุณอาจอยากไปดูดอกไม้ไฟสะท้อนเงาในผืนน้ำที่สระน้ำเรคยาวิกซิตี้พอนด์ (Tjörnin) ก็ได้

ดอกไม้ไฟในเรคยาวิก วิวจาก Tjörnin

ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจไปอยู่ตรงไหนก็ตาม อย่าลืมติดแชมเปญไปสักหนึ่งขวด แต่งกายด้วยเสื้อผ้ากันหนาว (ทำจากขนสัตว์หลายๆ ชั้นและรองเท้าที่อบอุ่น) และก็ออกไปสนุกกับปาร์ตี้หลังจากนั้น เราแนะนำว่าให้หาแว่นตาไปสวมใส่ป้องกันตัวสักอันก็ดีเหมือนกันเพราะว่าใครๆ ก็ถือดอกไม้ไฟในค่ำคืนนี้ (คุณอาจเจอเด็กน้อยที่ถือดอกไม้ไฟแกว่งไปมาวิ่งเข้าใส่) และรอบๆ ตัวคุณก็จะเต็มไปด้วยดอกไม้ไฟเต็มไปหมดจึงอาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้เสมอ

หลังจากจุดดอกไม้ไฟตอนเที่ยงคืนกันแล้วผู้คนในเมืองก็จะเดินทางไปบ้านที่จัดงานปาร์ตี้ หากคุณรู้จักกับชาวไอซ์แลนด์และมีคนเชิญให้ไปร่วมงานปาร์ตี้ คุณต้องรีบคว้าโอกาสนั้นไว้ แม้ว่าบาร์ต่างๆ จะเปิดจนดึกในค่ำคืนนี้ (หรือจะเรียกว่าเปิดจนเช้าก็ได้) แต่ก็มีการชาร์จค่าเข้าและต้องเข้าคิวยาวเหยียดซึ่งก็เป็นคิวของคนเมาเสียด้วย ปกติแล้วบาร์จะปิดตอนตีห้าแต่คืนนี้ร้านต่างๆ มักจะยืดเวลาออกไปอีกนิดหน่อย และมักจะมีการจัดอาฟเตอร์ปาร์ตี้ในคืนส่งท้ายปีกันด้วย  



บางทีก็จะมีงานกาล่าปาร์ตี้ให้ไปสนุกกันอย่างงาน Gamla Bíó ที่เมื่อปลายปี 2016 ขายบัตรนิวเยียร์อีฟปาร์ตี้จนหมดเกลี้ยง และยังมีงานกาล่าในวันขึ้นปีใหม่อีกซึ่งจะมีวงดนตรีและความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ ถ้าหากคุณสนใจคุณสามารถเช็คว่าร้านอาหารที่ไหนมีเมนูดินเนอร์หรูหราสำหรับวันพิเศษเหล่านี้ได้ตั้งแต่ก่อนที่จะเดินทางมาถึง และถ้าจะไปคุณก็ต้องจองล่วงหน้าเอาไว้ด้วย

นอกจากนี้ในวันส่งท้ายปีเก่าก็ยังมีทัวร์หลากหลายรูปแบบให้เลือก อย่างเช่นทัวร์กิจกรรมรอบกองไฟและดอกไม้ไฟที่จะพาคุณไปดูกองไฟขนาดใหญ่ในเมืองในเวลาประมาณ 20:00 น. และหลังจากนั้นจะพาคุณไปยังจุดที่เหมาะสมในการชมวิวเมืองเรคยาวิกตอนเที่ยงคืน

หรือถ้าคุณอยากเห็นเรคยาวิกจากมุมไกล คุณสามารถไปล่องเรือชมดอกไม้ไฟในวันส่งท้ายปีเก่า หรือไปเฉลิมฉลองนิวเยียร์อีฟกันในทะเล ทั้งสองแพ็คเกจนี้จัดในช่วงเที่ยงคืนและใช้เวลาประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง ก่อนที่จะพาคุณกลับมาส่งที่ในเมืองเพื่อให้คุณได้ไปสนุกกับปาร์ตี้กันต่อ

เล่นรอบกองไฟในเรคยาวิกในวันส่งท้ายปี

ในวันส่งท้ายปีที่ไอซ์แลนด์มีกิจกรรมรอบกองไฟให้เลือกไปร่วมหลายแห่ง ภายในเรคยาวิกและบริเวณโดยรอบอย่างเดียวก็มีราว 15-17 แห่งแล้ว แต่ทั่วทั้งประเทศน่าจะมีประมาณ 90 แห่ง ส่วนใหญ่การเล่นรอบกองไฟจะเริ่มประมาณ 20:00-20:30 น. และสิ้นสุดลงประมาณ 21:30-22:00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ชาวไอซ์แลนด์จะกลับบ้านไปดูรายการตลกแนวเสียดสีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี 

กองไฟที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองเรคยาวิกนั้นตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมืองมากที่สุดด้วย ซึ่งก็คือริมทะเลบนถนนอากิสสิคา (Ægissíða) ทางฝั่งตะวันตกของเมือง

ซึ่งที่นี่จะมีการจัดแสดงดอกไม้ไฟจากทีมค้นหาและกู้ภัยไอซ์แลนด์ตามด้วยกิจกรรมรอบกองไฟ และบางทีก็มีการร้องเพลงด้วย กิจกรรมนี้จัดตอนที่ยังไม่ดึกมากและท้องฟ้าก็ยังไม่มีควันจากดอกไม้ไฟมากนักจึงเป็นช่วงเวลาที่อาจจะมองเห็นแสงเหนือได้ด้วยถ้าในวันนั้นมีแสงเหนือเกิดขึ้น

ชาวไอซ์แลนด์กับกิจกรรมรอบกองไฟในวันส่งท้ายปีที่เรคยาวิก

ภาพโดย  Egill Aðalsteinsson

ในช่วงนิวเยียร์อีฟนี้ชาวเมืองนิยมแต่งตัวและสวมหมวกตลกๆ หรือแต่งหน้าวิบวับออกมา คนในภาพด้านบนคือหนึ่งในทีมงานท้องถิ่นของเราคุณ Regina และสามีของเธอ ซึ่งพากันโพสท่าถ่ายรูปหน้ากองไฟที่เซลยาร์นาร์เนส (Seltjarnarnes) และอย่าลืมว่าคุณต้องแต่งกายให้อบอุ่นไว้ก่อนด้วย!



Áramótaskaup รายการตลกรับปีใหม่ของไอซ์แลนด์ 

ก่อนเที่ยงคืนของวันสิ้นปีชาวไอซ์แลนด์จะฉลองด้วยการรับประทานมื้อค่ำ เล่นรอบกองไฟที่มีอยู่รอบเมืองและจากนั้นก็จะดูรายการตลกเสียดสีทางทีวีในเวลา 22:30 น. (ทุกคนต้องดูรายการนี้ไม่อย่างนั้นเวลาไปร่วมนิวเยียร์อีฟปาร์ตี้จะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง เช่น ปีนี้ตลกหรือไม่ตลก แล้วตอนไหนที่คุณชอบมากที่สุด)

รายการทีวีชื่อว่า Áramótaskaup หรือเรียกย่อๆ ว่า Skaupið ที่แปลว่ารายการตลกปีใหม่หรือง่ายๆ ก็คือรายการตลกนั่นเอง มีมาตั้งแต่ไอซ์แลนด์เริ่มมีช่องรายการโทรทัศน์เมื่อปี 1966 และได้กลายเป็นส่วนสำคัญของการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าของคนในชาติมาโดยตลอด

รายการความยาว 50 นาทีนี้แบ่งออกเป็นตอนสั้นๆ ที่เป็นการแสดงล้อเลียนเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นภายในปีนั้น ชาวไอซ์แลนด์ชอบล้อเลียนตัวเองและงานนี้ก็ไม่มีใครได้รับการยกเว้น โดยเฉพาะพวกนักการเมือง ศิลปินหรือประธานาธิบดี

ด้านบนคุณสามารถรับชมตอนหนึ่งของรายการเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นตอนที่ล้อเลียนวิธีการที่ชาวไอซ์แลนด์แสดงความเป็นไอซ์แลนด์ให้ชาวโลกเห็นและการที่นักท่องเที่ยวมองไอซ์แลนด์แบบสวยงาม ตอนนี้ฉายในปี 2014 ในช่วงที่ประเทศไอซ์แลนด์เริ่มเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวใหม่ๆ ส่วนตอนอื่นๆ นั้นสามารถหาชมได้ออนไลน์ แต่ทุกตอนจะเป็นภาษาไอซ์แลนด์ทั้งหมด

ในปี 2016 มีการทำคัฟเวอร์ “Viking Chant” หลังจากที่ไอซ์แลนด์เพิ่งเข้าแข่งขันฟุตบอลยูโรคัพไปเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่ง Magnús Magnússon หนึ่งในตัวละครสมมุติได้ให้สัมภาษณ์อย่างเปิดอกเกี่ยวกับความรู้สึกแปลกแยกที่เกิดขึ้นเมื่อตอนที่เขาไม่สามารถปรบมือตามจังหวะของ Viking Chant ได้ หัวข้อล้อเลียนอื่นๆ มีทั้งความคลั่งไคล้โปเกมอนโก การเลือกตั้ง ปานามาเปเปอร์ส การตัดงบระบบสาธารณสุข และโรงแรมที่ขายน้ำประปาบรรจุขวดให้กับลูกค้า

พวกเราตั้งหน้าตั้งตารอคอยชมรายการในปีนี้มาก เนื่องจากปีนี้มีเรื่องให้ล้อเลียนเยอะทีเดียว

อีเว้นท์ทางวัฒนธรรมในวันส่งท้ายปีที่ไอซ์แลนด์

วันที่ 31 ธันวาคมเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาที่ไอซ์แลนด์เป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะมีการฉลองคริสต์มาสในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้าแล้ว ที่ไอซ์แลนด์ยังมีอีเว้นท์ทางวัฒนธรรมหลายอย่างที่คุณไม่ควรพลาด

ในปี 2017 งานเทศกาลดนตรี Norður & Niður ของ Sigur Rós' เป็นงานที่เด่นมากงานหนึ่ง (Norður & Niður แปลตรงตัวได้ว่าเหนือ & ด้านล่าง แต่ในที่นี้หมายถึง “Go To Hell” หรือไปลงนรก) งานนี้จัดขึ้น 4 วันตั้งแต่วันที่ 27-30 ธันวาคมซึ่งภายในงานก็มีทั้งดนตรี เต้นรำ และทัศนศิลป์ นอกจากนี้ยังมีศิลปินท้องถิ่นจำนวนมากไปร่วมงานด้วย เช่น Sigur Rós และ Reykjavík Dance Company ส่วนศิลปินนานาชาติมี Jarvis Cocker, Mogwai และ Peaches ไปร่วมแสดงบนเวที

ส่วนป๊อบไอคอนของชาวไอซ์แลนด์อย่าง Páll Óskar ก็มีแสดงโชว์ครั้งใหญ่ในวันที่ 30 ธันวาคม โดยจัดเต็มแดนซ์กระจายภายใต้แสงสี แดนเซอร์ และอุปกรณ์ประกอบฉากวิบวับ โดยเขาจะนำผลงานยอดฮิตตั้งแต่ปี 1991-2017 มาจัดแสดงให้ชมกัน

หากคุณไม่ได้ชื่นชอบปาร์ตี้เต้นรำมากมาย แต่อยากแต่งตัวเก๋ๆ ออกไปดื่มด่ำกับอะไรที่คลาสสิกกว่านั้น ทุกปีหลังนิวเยียร์อีฟจะมีวงซิมโฟนีของไอซ์แลนด์มาแสดงเรียกว่า Viennese Favourites หรือคอนเสิร์ตเวียนนา ในปี 2018 นั้นจัดขึ้นวันที่ 4-6 มกราคมที่ฮาร์ปาคอนเสิร์ตฮอลล์ (Harpa) ในเมืองเรคยาวิก

หรือถ้าคุณอยากแต่งตัวไปสนุกกับความบันเทิงแบบอึกทึกหน่อยคุณไม่ควรพลาดการแสดงคาบาเร่ต์และแดร็กโชว์ที่ไกกูรินน์ (Gaukurinn)

นอกจากนี้ยังมีการแสดงคอนเสิร์ตเล็กๆ อีกมากมายหลายแห่งในช่วงนี้ อย่าลืมเข้าไปอ่านบทความแนะนำสถานที่เพิ่มเติมแบบรายสัปดาห์ได้ที่ เทศกาลที่ดีที่สุดที่ไอซ์แลนด์



นิวเยียร์อีฟในชนบทของไอซ์แลนด์

อย่างที่เล่าไปแล้วว่าแม้ว่าคุณจะไปอยู่ที่เมืองอื่นๆ ที่ไม่ใช่เรคยาวิก นิวเยียร์อีฟที่ไอซ์แลนด์นั้นก็คล้ายกันหมด แค่เมืองอื่นจะมีตัวเลือกบาร์ที่เปิดให้เข้าไปปาร์ตี้พบปะเพื่อนฝูงหลังเที่ยงคืนน้อยกว่าแค่นั้นเอง ใครอยากเห็นภาพลองดูคลิปด้านบนก็ได้ สถานที่ในคลิปคือเมืองเคฟลาวิก (Keflavík)

ช่วงหัวค่ำชาวไอซ์แลนด์จะใช้เวลากับครอบครัว และหลังจากเที่ยงคืนค่อยออกไปพบปะเพื่อนฝูงและเต้นรำ  ถ้าคุณอยู่ในเมืองเล็กหรือในชนบทให้คุณถามเอาจากชาวเมืองว่าที่เมืองนั้นมีธรรมเนียมอะไรเป็นพิเศษหรือมีงานเลี้ยงปีใหม่หรือคอนเสิร์ตที่ไหนที่คุณสามารถไปเข้าร่วมได้บ้าง

แต่ถ้าคุณต้องการหนีจากความอึกทึกของปาร์ตี้และต้องการปลีกตัวไปอยู่เงียบๆ กับคนที่คุณรัก คุณก็สามารถเช่าบังกะโลหน้าหนาวที่ล้อมรอบด้วยทิวทัศน์สวยๆ ของฤดูหนาว มีอ่างน้ำร้อนให้คุณแช่ผ่อนคลายและมีที่ให้ดูดาวและมีเตาผิงให้ความอบอุ่น คุณสามารถเข้าไปเลือกดูได้ที่ Bungalo.com.

นอกจากนี้ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองนิวเยียร์อีฟที่ไอซ์แลนด์ยังเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการออกไปผจญภัยในหน้าหนาวด้วย อย่าลืมตรวจเช็คแพ็คเกจทัวร์หน้าหนาวและแพ็คเกจขับรถเที่ยวหน้าหนาวด้วยตนเองที่เรามีอยู่ ซึ่งจะพาคุณออกไปเที่ยวชมความงามของน้ำตก ธารน้ำแข็ง ถ้ำน้ำแข็ง และดูแสงเหนือ

และสุดท้ายเราขอส่งท้ายบทความนี้ด้วย "Gleðilegt Nýtt Ár" ที่แปลว่า Happy New Year ในภาษาไอซ์แลนด์!