ม้าไอซ์แลนด์ฝ่าพายุหิมะ

คู่มือที่ดีที่สุดสำหรับเที่ยวไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม

Richard Chapman
โดย Richard Chapman
ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรอง
ไปที่เรื่อง

แสงเหนือในเดือนธันวาคมเหนือทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนค้นหากิจกรรมที่ดีที่สุดสำหรับเดือนธันวาคมที่ไอซ์แลนด์ เดือนธันวาคมเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเที่ยวไอซ์แลนด์มากที่สุด เนื่องจากมีสภาพอากาศที่ยอดเยี่ยมสำหรับการดูแสงเหนือ และมีการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสด้วย อ่านบทความนี้เพื่อศึกษาเกี่ยวกับสภาพอากาศ สถานที่ท่องเที่ยว และกิจกรรมสนุกๆ รวมถึงค้นหาแพ็คเกจทัวร์ที่หลากหลายและน่าสนใจในเดือนธันวาคม และอีกมากมาย

เดือนธันวาคมเป็นเดือนที่หนาวเหน็บและมืดมิดที่สุดของไอซ์แลนด์ หิมะถูกกวาดรวมไว้เป็นหย่อมๆ อยู่ทั่วทั้งประเทศและพระอาทิตย์ก็ปรากฏบนท้องฟ้าเพียงแค่วันละ 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น 

แม้ว่าจะลำบากเล็กน้อย แต่บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองในช่วงคริสต์มาสที่ปกคลุมอยู่ทั่วประเทศก็ชดเชยความหม่นหมองของฤดูหนาวได้ไม่ยาก

ในเดือนธันวาคมสถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อเสียงและทัวร์ส่วนใหญ่ในไอซ์แลนด์ยังเปิดให้บริการตามปกติ และยังถือว่าเป็นช่วงพีคของการทำกิจกรรมสนุกๆ อย่างทัวร์พาเที่ยวถ้ำน้ำแข็งและทัวร์ที่พาออกไปล่าแสงเหนือด้วย ดูทัวร์ที่ดีที่สุดสำหรับเดือนธันวาคมในไอซ์แลนด์ได้ที่นี่ และเพื่อความสะดวกคุณสามารถค้นหาแพ็คเกจทัวร์ฤดูหนาวยอดนิยมได้ที่นี่ด้วย แต่ถ้าหากคุณต้องการขับรถเที่ยวด้วยตัวเองให้คุณเข้าไปดูทัวร์ขับรถเที่ยวไอซ์แลนด์ด้วยตัวเองในฤดูหนาวของเราเลย! 

หิมะตกริมสระน้ำในเรคยาวิกในเดือนธันวาคมเมื่ออากาศหนาวจัด หิมะและน้ำแข็งที่ปกคลุมไปทั่วทั้งประเทศจะทำให้ไอซ์แลนด์อยู่ภายใต้บรรยากาศที่สวยแปลกตาราวกับไม่ใช่สถานที่บนโลกใบนี้ ซึ่งมีสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้อยู่หลายอย่างเหมือนกันหากคุณต้องการเที่ยวไอซ์แลนด์อย่างปลอดภัยมากที่สุด

อ่านบทความนี้ต่อได้เลยถ้าคุณอยากรู้ข้อมูลที่จำเป็นต้องรู้สำหรับการเที่ยวไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม เริ่มจากกิจกรรมที่ไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม



วันหยุดในเดือนธันวาคมที่ประเทศไอซ์แลนด์

การฉลองปีใหม่ในเมืองเรคยาวิกเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่น่าทำที่สุดในไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม!

คริสต์มาสที่ไอซ์แลนด์

ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่ผู้คนนับถือนิกายลูเทอแรนเป็นหลักจึงมีขนบธรรมเนียมที่ไม่เหมือนใครในช่วงคริสต์มาส ถ้าจะเรียกว่าเดือนธันวาคมเป็นช่วงที่ดีที่สุดอันดับสองในการเที่ยวไอซ์แลนด์ก็ไม่ผิดนักเนื่องจากตรงกับช่วงยูลไทด์จอย (Yuletide Joy) พอดี

ในภาษาไอซ์แลนด์และภาษาในแถบสแกนดิเนเวียนอื่นๆ 'Jól' แปลว่าวันหยุดซึ่งเทียบเท่ากับ yule ในภาษาอังกฤษ และคริสต์มาสที่ไอซ์แลนด์เป็นเทศกาลแห่งแสงสว่าง เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่เวลากลางวันจะเริ่มยาวนานขึ้นหลังจากผ่านพ้นช่วงเหมายัน (Winter Solstice) มาแล้ว และถ้าคุณเดินเที่ยวเล่นในเมืองเรคยาวิกช่วงนี้ คุณก็จะได้ยินผู้คนทักทายคนแปลกหน้าที่เดินสวนกันอย่างอบอุ่นด้วยคำว่า Gleðileg jól!  

วันที่สดใสและเต็มไปด้วยหิมะในเดือนธันวาคมที่สวนพฤกษศาสตร์ของเมืองเรคยาวิกไอซ์แลนด์เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์อย่างเป็นทางการเมื่อปีค.ศ. 1000 ซึ่งอยู่ในช่วงเดียวกับอัลธิงกิ (Alþingi) แต่แม้ในช่วงที่เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์อย่างเป็นทางการแล้วก็ยังมีธรรมเนียมปฏิบัติของพวกนอกศาสนาหลงเหลือปะปนให้เห็นอยู่บ้างและถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหากมีการ “ปฏิบัติกันอย่างลับๆ” หรือแม้กระทั่งปัจจุบันนี้ศาสนาอาซะทรู (Ásatrú) ซึ่งเป็นศาสนานอร์สโบราณก็ยังมีคนนับถืออยู่ราว 1% ของประชากรในไอซ์แลนด์

การเฉลิมฉลองคริสต์มาสที่ไอซ์แลนด์จะจัดขึ้นในช่วงการจุติของพระเยซูคริสต์ (Advent) ซึ่งเป็นการรวมเอาความเชื่อทั้งของนิกายลูเทอแรนและลัทธินอกศาสนาเข้าไว้ด้วยกัน งานเฉลิมฉลองจะเริ่มอย่างเป็นทางการในวันอาทิตย์ของสัปดาห์ที่ 4 ก่อนที่จะถึงวันคริสต์มาสอีฟ โดยทั้งประเทศจะมีการประดับไฟต้นคริสต์มาสกันอย่างสวยงาม

ในเมืองหลวงจะมีการประดับไฟต้นคริสต์มาสออสโลอย่างยิ่งใหญ่ (ใช่แล้ว ต้นนี้เป็นของขวัญจากนอร์เวย์) ตั้งอยู่ที่จัตุรัสออสตูร์เวอลูร์ (Austurvöllur) งานนี้ได้รับความนิยมมาก และถือเป็นสัญญาณการเริ่มต้นของเทศกาลคริสต์มาส

ทิวทัศน์ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะของชายฝั่งทางใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคมช่วงใกล้คริสต์มาส คุณอาจจะได้เจอกับซานตาคลอสยูลแลด (Yule Lads) ของชาวไอซ์แลนด์ที่ออกมาเดินทักทายผู้คนไปรอบเมืองด้วย ซึ่งก็มีทั้งเด็กๆ ที่ชื่นชอบและหวาดกลัว และที่น่าสนใจคือในไอซ์แลนด์นั้นไม่มีซานต้าที่ร่าเริงขี่กวางเรนเดียร์แจกของขวัญเหมือนทั่วไป แต่เรามีซาตาคลอสยูลแลดพี่น้อง 13 ตนที่เดินทางลงมาจากภูเขาเพื่อไปแจกของขวัญให้กับเด็กๆ ในเมืองแทน โดยจะนำของขวัญไปใส่ไว้ในรองเท้าที่เด็กๆ เตรียมวางไว้ข้างหน้าต่าง

ยูลแลดตนแรกจะมาถึงเมืองในวันที่ 11 ธันวาคม จากนั้นที่เหลือก็จะตามมาวันละตน ดังนั้นพอถึงวันคริสต์มาสอีฟ เด็กๆ ชาวไอซ์แลนด์ก็จะได้รับของขวัญชิ้นเล็กจำนวน 13 ชิ้นในรองเท้าของพวกเขา แต่ถ้าเด็กคนไหนดื้อเป็นเด็กไม่ดีก็จะได้รับมันฝรั่งขี้เหร่ๆ ใส่ไว้ในรองเท้าแทนของขวัญ

ยูลแลดเหล่านี้เองก็ไม่ได้ทำตัวน่ารักเสมอไป พวกเขามักจะเจ้าเล่ห์และขี้โกงด้วยซ้ำ และแต่ละตนก็ถูกตั้งชื่อตามบุคลิกเฉพาะตัว เช่น "จอมกระแทกประตู" ซึ่งเอะอะโวยวายเสียงดังและโหดมาก และ "จอมกินโยเกิร์ต" ที่ชอบกินสกีร์ (Skyr) หรือโยเกิร์ตแบบไอซ์แลนด์มากที่สุดและมักจะขโมยด้วยถ้าหากหิวมาก ส่วน "จอมดมกลิ่น" นั้นมีจมูกใหญ่โตและมีประสาทรับกลิ่นดีเยี่ยม จึงมักจะได้กลิ่นขนมปังใบไม้ (laufabraud) ทอดใหม่ๆ ที่มักทำขึ้นในช่วงคริสต์มาส

หุ่นยักษ์กินเด็กชื่อ Gryla และ Leppaludi ในอาคูเรย์ริ

ภาพโดย David Stanley จาก Wikimedia Creative Commons

นอกจากนี้ยังมี "จอมเลียช้อน" "จอมขัดหม้อ" "จอมเลียชาม" "จอมขโมยเทียน" และ "อ้วนเตี้ย" เป็นต้น ก่อนที่พี่น้องยูลแลดเหล่านี้จะถูกปรับให้มีความทันสมัยมากขึ้นเมื่อช่วงต้นศตวรรษที่ 20 พวกเขาเคยเป็นโทรลล์ที่พ่อแม่มักนำมาขู่ให้เด็กกลัวหากทำตัวไม่ดี แต่ในปัจจุบันยูลแลดถูกมองว่ามีความอ่อนโยนมากขึ้น และบางครั้งในดาวน์ทาวน์เรคยาวิกเรายังสามารถพบเห็นยูลแลดที่แต่งชุดสีแดงขาวคล้ายกับซานตาคลอสด้วย

แต่กลีล่า (Grýla) แม่ของยูลแลดนั้นยังไม่ได้ถูกแต่งเรื่องใหม่ให้เข้ากับยุคใหม่เหมือนกับพวกลูกๆ ของนาง ยังคงเป็นนางยักษ์โทรลล์ที่น่าสะพรึงกลัวและควบคุมสมาชิกในครอบครัวของนางด้วยกำปั้นเหล็ก และอยู่เคียงข้างกับสามีโง่เลบปาลูดิ (Leppaludi) ผู้มีอายุมากกว่านางหลายศตวรรษ กรีล่านั้นมีความชั่วร้ายมากที่สุดในบ้าน นางจะลงมาจากภูเขาทุกคริสต์มาส เพื่อมาจับเด็กดื้อไปกินเป็นอาหาร (และบางทีนางก็กินผู้ใหญ่ด้วย) ในรูปภาพด้านบนคือหุ่นของกรีล่าและเลบปาลูดิในเมืองอาคูเรย์ริ

กลีล่ามีแมวยักษ์อยู่หนึ่งตัว เรียกกันว่ายูลแคท (Yule Cat) ซึ่งเจ้าแมวตัวนี้ก็กินเด็กเป็นอาหารเช่นเดียวกัน แต่จะเลือกกินเฉพาะเด็กที่ไม่ได้รับเสื้อผ้าในช่วงวันคริสต์มาส แบบนี้เด็กๆ ก็จะได้เลิกบ่นเมื่อได้รับของขวัญคริสต์มาสเป็นเสื้อหรือถุงเท้า

ด้านล่างนี้เป็นภาพรูปปั้นแมวยูลแคทประดับไฟในช่วงคริสต์มาสที่บริเวณจัตุรัสแลกยาร์ทอร์ก (Laekjartorg) ในใจกลางเรคยาวิก ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

แมวยูล

ภาพโดย TKSnaevarr จาก Wikimedia Creative Commons

ในเดือนธันวาคม ร้านอาหารในไอซ์แลนด์จะเสิร์ฟเมนูยอดนิยม “คริสต์มาสบุฟเฟ่ต์” ซึ่งบรรดาครอบครัวและเพื่อนร่วมงานมักจะไปฉลองกัน ร้านรวงต่างๆ จะเปิดทำการยาวจนถึงเวลาสี่ทุ่มในช่วงระหว่างคืนวันที่ 15-23 ธันวาคม แม้กระทั่งตามบาร์ต่างๆ ก็จะจัดงานคริสต์มาสคอนเสิร์ตและมีการแสดงให้ชมกันในช่วงนี้

อย่างไรก็ตาม ร้านค้า ร้านอาหารบางแห่ง รวมถึงทัวร์บางโปรแกรมในไอซ์แลนด์ก็อาจจะปิดทำการในช่วงนี้ หรืออาจจะปิดเร็วขึ้นหน่อยในช่วงใกล้วันคริสต์มาส ส่วนวันที่ 24, 25, และ 26 ธันวาคม รวมถึงวันที่ 31 ธันวาคมและ 1 มกราคมนั้นมักจะหยุดกันหมด ซึ่งชาวไอซ์แลนด์จะมาร่วมฉลองวันคริสต์มาสด้วยกันและมีประเพณีแลกเปลี่ยนของขวัญในวันคริสต์มาสอีฟ

สำหรับผู้ที่อยากเฉลิมฉลองคริสต์มาสนอกเขตเมืองหลวง คุณสามารถมุ่งหน้าไปที่โอบิกก์ดาเซทริด (Obyggdasetrid) ที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์ธรรมชาติ ที่นั่นมีการจัดทัวร์ "คริสต์มาสรำลึก" ตลอดทั้งเดือนธันวาคม ซึ่งคุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเทศกาลนี้ในไอซ์แลนด์ และเพลิดเพลินไปกับเมนูอาหารคริสต์มาสแบบโฮมเมดของชาวไอซ์แลนด์ด้วย



นิวเยียร์อีฟในไอซ์แลนด์ 

วันก่อนวันขึ้นปีใหม่ที่ไอซ์แลนด์ก็ถือเป็นงานใหญ่เช่นกัน โดยอาจจะเป็นคืนที่มีชีวิตชีวาและน่าตื่นเต้นที่สุดของปีในเมืองเรคยาวิกเลยก็ว่าได้

ในช่วงเข้าสู่ปีใหม่ ผู้คนหลายพันคนจะเดินไปตามท้องถนนเพื่อไปชมการแสดงดอกไม้ไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไอซ์แลนด์ และชาวเมืองจะช่วยกันซื้อดอกไม้ไฟจำนวนมากจากองค์กรกู้ภัยและค้นหาของไอซ์แลนด์ (เพื่อเป็นการมอบทุนสนับสนุนการทำงาน) และจะนำดอกไม้ไฟที่ซื้อไปจุดตามสถานที่ต่างๆ ตลอดทั้งคืน



วันเหมายันในไอซ์แลนด์ 

อิเมจินพีซทาวเวอร์บนเกาะวิเดย์

ภาพจาก Imagine ทัวร์อิเมจินพีซทาวเวอร์

นอกจากคริสต์มาสและปีใหม่ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนไอซ์แลนด์อาจจะสนใจวันเหมายัน (Winter Solstice) ด้วย ทุกๆ ปีในช่วงเหมายัน (วันที่ 21 ธันวาคม) จะมีการประดับไฟอย่างสวยงามที่อิเมจินพีซทาวเวอร์ (Imagine Peace Tower) บนเกาะวิเดย์ (Viðey) และจะเปิดไฟไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม คุณสามารถนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามไปยังเกาะเพื่อชมการเฉลิมฉลองนี้ได้

ในบางปีโยโกะ โอโนะ ก็อาจจะมาร่วมงานด้วย เพราะเป็นเจ้าของไอเดียในการจัดงานนี้ขึ้นเพื่อรำลึกถึงจอห์น เลนนอน สามีผู้ล่วงลับ และที่ฐานของหอคอยแห่งนี้จะมีคำว่า Peace สลักอยู่ทั้งหมด 24 ภาษา ในวันที่อากาศแจ่มใสจะสามารถมองเห็นแสงไฟนี้จากพื้นที่ที่อยู่ไกลถึง 4 กิโลเมตร และอาจจะมองเห็นได้จากอ่าวฟาซาโฟลอิ (Faxafloi) ในใจกลางเมืองเรคยาวิกด้วย

กิจกรรมที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม 

ช่วงนี้อากาศหนาวและถนนหลายสายปิดไม่ให้เข้า แต่ก็มีกิจกรรมให้ทำได้มากมายที่ไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม

กิจกรรมในเรคยาวิกในเดือนธันวาคม 

ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสในเดือนธันวาคมนั้น ในเมืองเรคยาวิกมีกิจกรรมให้ทำได้มากมาย และทัวร์ส่วนมากก็ยังคงเปิดให้บริการอยู่ ซึ่งนั่นหมายความว่ามีอะไรให้ทำมากมายทั้งในเมืองและนอกเมือง

คริสต์มาสในเรคยาวิก

คริสต์มาสในเรคยาวิกเป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเดือนธันวาคม เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด คุณสามารถตรวจเช็คเวลาเปิดทำการในช่วงคริสต์มาสของร้านค้า ร้านอาหาร และสถานที่ต่างๆ ในไอซ์แลนด์ได้จากเว็บไซต์ของเมืองเรคยาวิกได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป

แต่ถ้าหากคุณต้องการดื่มด่ำกับจิตวิญญาณแห่งคริสต์มาสอย่างเต็มที่ ให้คุณเดินทางไปนที่ฮาฟนาร์ฟยอร์ดูร์ (Hafnarfjordur) ซึ่งอยู่ในเขตชานเมืองเรคยาวิก ชุมชนนี้มีความผูกพันกับตำนานพื้นบ้านและประเพณีเก่าแก่ และชาวบ้านก็ทุ่มเทให้กับเทศกาลนี้กันอย่างเต็มที่ และระหว่างช่วงเทศกาลย่านใจกลางเมืองสุดฮิปจะได้รับการตกแต่งแปลงโฉมจนกลายเป็นหมู่บ้านคริสต์มาสเหมือนในเทพนิยายเลยทีเดียว

โบสถ์เทิร์ฟแบบดั้งเดิมของไอซ์แลนด์ในฤดูหนาว

Photo by Regina Hronn Ragnarsdottir

ส่วนสถานที่จัดงานคริสต์มาสที่น่าไปเยือนมากที่สุด ได้แก่ เอาร์ไบยาซาฟ์นโอเพ่นแอร์มิวเซียม (Arbæjarsafn Open Air Museum) พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ปกติแล้วจะเปิดทำการเฉพาะในช่วงฤดูร้อน และจะเปิดทุกสุดสัปดาห์ตลอดเดือนธันวาคม ตั้งแต่เวลา 13:00 – 17:00 น. 

ในบริเวณจะมีบ้านเทิร์ฟและโบสถ์เก่าแก่ของไอซ์แลนด์ให้ชมด้วย และมีเวทีการแสดงเกี่ยวกับธรรมเนียมการฉลองคริสต์มาสของชาวไอซ์แลนด์หลากหลายชนชั้นทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ คริสต์มาสถือเป็นเทศกาลวันหยุดที่มีความสำคัญต่อชาวไอซ์แลนด์เป็นอย่างมาก และถ้าไปร่วมงานเทศกาลที่ฮาฟนาร์ฟยอร์ดูร์ คุณยังจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาวไอซ์แลนด์ไปพร้อมกับการจิบโกโก้ร้อนๆ ด้วย

ฮาฟนาร์ฟยอร์ดูร์มีร้านกิ๊ฟช้อปสำหรับเทศกาลคริสต์มาสโดยเฉพาะ โดยจำหน่ายของตกแต่งน่ารักๆ รวมทั้งลูกกวาดต่างๆ คุณจะได้ดูวิธีการผลิตเทียนไข (ซึ่งเป็นของขวัญที่มีประโยชน์มากเพราะให้แสงสว่างได้ตลอดช่วงฤดูหนาว แต่ก็ระวังหน่อย เพราะอาจล่อยูลแลดจอมขโมยเทียน) และหากคุณหิว คุณสามารถไปทดลองชิมคริสต์มาสดินเนอร์ ซึ่งเป็นเมนูสำหรับช่วงเทศกาลนี้ได้ด้วย อย่างเช่น แกะรมควัน (hangikjöt) และขนมปังใบไม้ (laufabrauð) ซึ่งเป็นขนมปังทอดหน้าตาเหมือนใบไม้ (ไม่ใช่ว่าทำจากใบไม้!)



ร้านขายของคริสต์มาสเต็มไปด้วยขนมหวาน สาวๆ คนขายก็แต่งกายชุดพื้นเมืองภาพจาก Regina Hronn Ragnarsdottir

บริการไกด์พาทัวร์มิวเซียมแห่งนี้เริ่มในเวลา 13:00 น. และในโบสถ์เทิร์ฟจะมีงานพิธีคริสต์มาสในเวลา 14:00 น. ส่วนใครที่อยากเจอยูลแลด พวกเขาจะแวะมาสร้างความสนุกสนานตั้งแต่เวลา 14:00 – 16:00 น. และในเวลา 15:00 น. จะมีงานเต้นรำเฉลิมฉลองที่จตุรัสในเมือง

สำหรับบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์สามารถหาซื้อได้ที่หน้างาน หรือใครที่ซื้อบัตรเรคยาวิกซิตี้การ์ดก็จะสามารถเข้าพิพิธภัณฑ์และแกเลอรี่ได้ทั่วเมืองอยู่แล้ว การไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่คุณจะได้สัมผัสถึงจิตวิญญาณของไอซ์แลนด์ในช่วงเดือนธันวาคมได้อย่างแท้จริง

นิวเยียร์อีฟในเรคยาวิก

การแสดงดอกไม้ไฟเป็นงานใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของคืนส่งท้ายปีเก่าในเมืองหลวง และสถานที่ที่คนนิยมไปกันมากที่สุดคือโบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrímskirkja) และอาคาร์ พาร์ลาน (Perlan) 

ซึ่งจุดที่เหมาะสำหรับชมพลุมากที่สุดคือโบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา แลนด์มาร์คที่สามารถมองเห็นวิวได้ทั่วเมือง แต่ไม่ว่าคุณจะอยู่ตรงไหนคุณก็จะเห็นการแสดงดอกไม้ไฟได้อย่างชัดเจน และในวันนี้ทั่วเมืองจะมีการขายแว่นตาสำหรับดูดอกไม้ไฟด้วย คุณสามารถซื้อสวมใส่ได้เพื่อความปลอดภัย

นอกจากนี้ในวันส่งท้ายปี เมืองเรคยาวิกยังมีจัดแข่งวิ่งมาราธอนระยะทาง 10 กิโลเมตรด้วย งานนี้ได้รับความนิยมจากชาวเมืองเป็นอย่างมาก และผู้เข้าร่วมงานจะแต่งชุดแฟนซีมาประกวดชิงรางวัลกัน การแข่งขันวิ่งจะเริ่มต้นและสิ้นสุดที่ฮาร์ปาคอนเสิร์ตฮอลล์ (Harpa Concert Hall)

หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขัน หรือหลังจากปาร์ตี้เล็กๆ วอร์มอัปกันไปบ้างแล้ว คุณยังสามารถไปเที่ยวตามสถานบันเทิงเพื่อชมชีวิตกลางคืนในเรคยาวิกกันต่อได้อีก!

เที่ยวถ้ำน้ำแข็งในเดือนธันวาคม 

ถ้ำน้ำแข็งมีลักษณะพิเศษที่หายาก ซึ่งปรากฏภายใต้เงื่อนไขบางประการเท่านั้นงานเทศกาลต่างๆ ไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคมเพียงอย่างเดียว เพราะว่าช่วงนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย และการเที่ยวถ้ำน้ำแข็งก็เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ขึ้นชื่อและมีความน่าตื่นตาตื่นใจมาก ซึ่งคุณก็สามารถเข้าร่วมได้

น้ำที่ไหลผ่านใต้ธารน้ำแข็งก่อให้เกิดเป็นอุโมงค์น้ำแข็งขึ้น ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปสำรวจโลกมหัศจรรย์ที่อยู่ใต้ผืนน้ำแข็งได้ ในช่วงเดือนธันวาคมจะมีอุโมงค์น้ำแข็งเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชมปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้ที่ธารน้ำแข็ง 3 แห่งในประเทศไอซ์แลนด์ 

ถ้ำน้ำแข็งมีขนาดกว้างใหญ่ แต่ไม่ใช่ถ้ำที่คงทนถ้ำน้ำแข็งที่ไอซ์แลนด์เป็นสถานที่สุดพิเศษที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และทัวร์เที่ยวถ้ำน้ำแข็งเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดอย่างหนึ่ง แต่ถ้ำน้ำแข็งเป็นถ้ำธรรมชาติจึงไม่สามารถเปิดให้เข้าชมได้ทุกเมื่อที่ต้องการ และหลังจากฝนตกหนัก ถ้ำเหล่านี้มักจะมีน้ำท่วมและส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของถ้ำ ซึ่งทัวร์จะพานักท่องเที่ยวเข้าชมได้ก็ต่อเมื่อปลอดภัยจริงๆ เท่านั้น

และการเข้าชมถ้ำน้ำแข็งโดยที่ไม่รู้ว่าภายในถ้ำน้ำแข็งมีความปลอดภัยมากแค่ไหนถือเป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตรายมาก ดังนั้นการเที่ยวถ้ำน้ำแข็งจึงต้องไปกับทัวร์ที่มีไกด์ที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับธารน้ำแข็งเป็นพิเศษเท่านั้น

วัทนาโจกุล (Vatnajokull) เป็นธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป และเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวเพราะแวดล้อมไปด้วยสถานที่งดงามและสามารถเข้าชมได้ตลอดฤดูหนาว

อีกสถานที่หนึ่งที่ได้รับความนิยมเช่นกันคือเขตอนุรักษ์ธรรมชาติสกัฟตาเฟลล์ (Skaftafell Nature Reserve) ในช่วงเดือนธันวาคมธารน้ำแข็งที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวสลับกับขี้เถ้าสีดำจะเปลี่ยนมาเป็นน้ำแข็งสีฟ้าสดใสสวยงามมาก และด้วยความที่อยู่ในเขตอนุรักษ์ ทำให้มีระยะทางเดินที่สั้นและง่ายขึ้น



ถ้ำน้ำแข็งคัทลาเปิดให้เข้าชมได้ถึงสิ้นเดือนธันวาคมเท่านั้นภาพจาก  ทัวร์ 11 ชั่วโมง ปีนธารน้ำแข็งและเที่ยวถ้ำน้ำแข็งคัทลาใต้ภูเขาไฟคัทลาแบบไม่เหมือนใคร ออกเดินทางจากเรคยาวิก

อีกหนึ่งทางเลือกที่อยู่ใกล้กับเรคยาวิกมากขึ้นไปอีก ได้แก่ ทัวร์ถ้ำน้ำแข็งในมิร์ดาลสโจกุล (Mýrdalsjökull) ผืนน้ำแข็งที่นี่ครอบคลุมพื้นที่ของภูเขาไฟคัทลา (Katla) ที่ยังคุกรุ่นอยู่มากที่สุดในไอซ์แลนด์ 

 

 

แสงเหนือที่ไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม

แสงเหนือเหนือปูดิร์บนคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนสในเดือนธันวาคมงดงามอย่างไม่น่าเชื่อ

การที่มีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์แค่ประมาณ 4 ชั่วโมงในช่วงสัปดาห์ใกล้ๆ กับช่วงเหมายันต์ จะทำให้คุณจะมีโอกาสที่จะได้เห็นแสงเหนือมากขึ้นเพราะในแต่ละวันจะมีเวลาช่วงที่ฟ้ามืดถึง 20 ชั่วโมง ซึ่งการที่แสงเหนือจะปรากฏให้เห็นได้นั้นมีเงื่อนไขสองอย่าง คือขอแค่ให้มีกิจกรรมเกิดขึ้นบนดวงอาทิตย์ในระดับสูง และในตอนนั้นท้องฟ้าต้องมีเมฆปกคลุมน้อยที่สุด

คุณสามารถดูพยากรณ์แสงเหนือได้จากเว็บไซต์อุตุนิยมวิทยาของไอซ์แลนด์ และถ้าหากในวันนั้นสภาวะของทั้งสองอย่างเป็นใจ คุณก็มีโอกาสสูงมากที่จะได้เห็นแสงออโรร่า



แสงเหนือเหนือทะเลสาบในไอซ์แลนด์ที่ไอซ์แลนด์นั้นมีวิธีการล่าแสงเหนืออยู่ 3 แบบด้วยกัน แบบแรกคุณอยู่ในเรคยาวิกและพยายามไปอยู่ในตำแหน่งที่มืดมิดที่สุด เช่นที่ประภาคารโกรททา (Grotta) หรือที่แคลมบราทุน (Klambratun Park) ถ้าแสงเหนือมีความเข้มมากๆ คุณก็อาจจะมองเห็นได้แม้จะอยู่ในสถานที่ที่มีมลภาวะทางแสงรบกวนอย่างตามท้องถนนที่มีแสงไฟสลัวหรือหน้าต่างห้องพักที่ในโรงแรม

ข้อเสียของวิธีนี้ก็คือมลภาวะทางแสงที่มีในเมืองจะมีผลต่อความเข้มของแสงออโรร่า และคุณก็ไม่สามารถหลบหนีมวลเมฆได้ง่ายเหมือนกับเวลาที่ขับรถ

แสงออโรร่าเหนือประภาคารโกรททาในเมืองเรคยาวิกวิธีที่สองคือการเช่ารถ (หรือใช้รถส่วนตัว) และออกไปล่าแสงเหนือด้วยตัวเองโดยใช้เว็บไซต์อุตุนิยมวิทยาของไอซ์แลนด์เป็นไกด์พาคุณไปยังบริเวณที่เหมาะสมที่สุด การเช่ารถขับจะทำให้คุณสามารถหลีกเลี่ยงมลภาวะทางแสงในเมืองด้วยการขับรถออกไปตามพื้นที่ชนบทได้ด้วยตัวเอง และยังสามารถมองหาจุดที่ดีที่สุดและมีคนน้อยที่สุดในการชมแสงเหนือได้

และแน่นอนว่าวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มั่นใจในฝีมือการขับรถของตนเท่านั้นและคุณควรจะมีความรู้เกี่ยวกับการเลือกใช้เส้นทางด้วยเพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย



การได้เห็นแสงเหนืออยู่ในลิสต์ของสิ่งที่คนส่วนใหญ่อยากทำให้สำเร็จวิธีสุดท้ายซึ่งสะดวกสบายที่สุดและวางใจได้มากที่สุด คือ การซื้อทัวร์ดูแสงเหนือ แพ็คเกจเหล่านี้จะมีไกด์ผู้เชี่ยวชาญพาไป พวกเขารู้จักถนนหนทางและสภาพถนนเป็นอย่างดี และยังมีความรู้เกี่ยวกับแสงออโรร่า บอเรลลีสด้วย จึงสามารถอธิบายการเกิดปรากฏการณ์นี้ให้คุณฟังและสามารถตอบคำถามที่เกี่ยวข้องได้ รวมถึงสามารถช่วยตั้งค่ากล้องในการถ่ายรูปแสงเหนือให้ได้ด้วย

ที่ดีไปกว่านั้นคือถ้าทัวร์พวกนี้ถูกยกเลิกเพราะสภาพต่างๆ ไม่เอื้ออำนวยต่อการดูแสงเหนือ หรือการพยากรณ์ไม่แม่นยำและไม่เกิดปรากฏการณ์แสงเหนือ คุณสามารถไปร่วมทัวร์ได้ใหม่แบบไม่มีค่าใช้จ่ายจนกว่าคุณจะได้เห็นแสงเหนือ

ทัวร์ดูแสงเหนือส่วนใหญ่มีราคาไม่แพงจนเกินไป เช่นแพ็คเกจ ทัวร์ดูแสงเหนือพร้อมออดิโอไกด์ 10 ภาษาแพ็คเกจนี้ ซึ่งมีบริการถึง 10 ภาษาให้คุณเลือก และเดินทางด้วยรถบัสขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางไปยังจุดที่มีสภาวะเหมาะสม

และยังมีทัวร์แบบส่วนตัวให้เลือกมากมายด้วยหากคุณต้องการดูแสงเหนือแบบเป็นส่วนตัว ซึ่งบางแพ็คเกจจะพาเดินทางด้วยรถซุปเปอร์จี๊ปที่สามารถซอกแซกเข้าถึงสถานที่ที่รถบัสขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าไปได้  ดังนั้นคุณจะได้ไปดูแสงเหนือตามสถานที่ที่ไม่ค่อยมีคนแออัด หรือคุณจะเลือกไปทัวร์ล่องเรือดูแสงเหนือที่พาออกเดินทางจากเรคยาวิกก็ยังได้

 

 

เที่ยวถ้ำลาวาในเดือนธันวาคม

เดือนธันวาคมเหมาะกับการเที่ยวถ้ำลอฟต์เฮลลิร์ภาพโดย Regína Hrönn Ragnarsdóttir 

คุณสามารถเที่ยวถ้ำลาวาได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงหน้าหนาวจะสวยงามเป็นพิเศษเพราะว่าในช่วงนี้ภายในถ้ำจะมีประติมากรรมน้ำแข็งให้เห็น และเนื่องจากหินลาวาเป็นหินที่มีรูพรุน ทำให้น้ำซึมเข้าไปตามรูพรุนและเมื่อแข็งตัวก็จะเป็นน้ำแข็งที่มีลักษณะคล้ายหินงอกหินย้อยงดงามมาก

ถ้ำที่สามารถเข้าถึงได้ตลอดทั้งปี 3 แห่ง ได้แก่ เลดาเรนดิ (Leidarendi) บนคาบสมุทรเรคยาเนส (Reykjanes Peninsula) วิดเกลมิร์ (Vídgelmir) ในทุ่งลาวาฮาลล์มุนตาร์เฮิร์น (Hallmundarhraun) และเรยฟาร์โฮลเซลลิร์ (Raufarholshellir) ที่อยู่ใกล้กับแคว์ราแกดิร์ (Hveragerdi)

การเที่ยวชมโลกใต้ดินด้วยการไปทัวร์ที่อุโมงค์ลาวาเรยฟาร์โฮลเซลลิร์นั้นจะเป็นประสบการณ์ที่พิเศษมาก เพราะว่าคุณจะเดินบนเส้นทางที่เกิดจากการปะทุของลาวาเมื่อ 5,200 ปีก่อน 



เลดาเรนดิเป็นถ้ำลาวาบนคาบสมุทรเรคยาเนสของไอซ์แลนด์

ภาพจาก ถ้ำเลดาเรนดิบนคาบสมุทรเรคยาเนส | ทัวร์ครึ่งวัน ออกเดินทางจากเรคยาวิก

ผู้ที่ไม่สะดวกใจกับที่แคบๆ อาจจะเลือกไปทัวร์ถ้ำวิดเกลมิร์ (Vídgelmir) หรือเรยฟาร์โฮลเซลลิร์ (Raufarholshellir) แทน ปากทางเข้าถ้ำทั้งสองแห่งนี้กว้างและมีบันไดให้เดินลงไปยังทางเดินไม้ที่ด้านล่าง เส้นทางก็มีไฟส่องสว่างและเพดานถ้ำก็สูงทำให้ไม่ต้องเดินงอตัว

การเที่ยวถ้ำลาวาไม่จัดว่าเป็นกิจกรรมที่อันตรายแต่ก็จำเป็นต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือที่เหมาะสม (เช่น ไฟฉาย หมวกกันน็อก และรองเท้าตะปู) และต้องมีไกด์ผู้เชี่ยวชาญพาเข้าไป

 

 

ดำน้ำตื้นด้วยสน็อกเกิลที่ไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม

ดำน้ำตื้นด้วยสน็อกเกิลเป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้ในเดือนธันวาคม

ทัวร์ดำน้ำตื้นหรือทัวร์สน็อกเกิลนั้นสามารถจัดได้ทั้งปีแต่มีความงดงามมากเป็นพิเศษในช่วงหน้าหนาวเช่นเดียวกันทัวร์ถ้ำลาวา สถานที่หลักสำหรับการดำน้ำคือที่รอยแยกซิลฟรา (Silfra fissure) ในอุทยานแห่งชาติธิงเวลลีย์ (Thingvellir National Park)

รอยแยกนี้ตั้งอยู่บนตำแหน่งที่แผ่นเปลือกทวีปอเมริกาเหนือ แยกตัวออกจากแผ่นทวีปยูเรเซียพอดี และมีน้ำจากธารน้ำแข็งลางโจกุล (Langjokull) ไหลเข้ามาเติมเต็มในบริเวณที่แผ่นเปลือกโลกแยกตัวออกจากกัน

เนื่องจากมีระบบการกรองตามธรรมชาติเมื่อน้ำเคลื่อนตัวผ่านทุ่งลาวา น้ำที่ปรากฏในบริเวณนี้จึงมีความใสประดุจคริสตัลและมีความสะอาดอย่างไม่น่าเชื่อ และยังมีอุณหภูมิคงที่อยู่ที่ราว 2 องศาไปตลอดจนกว่าจะไหลไปถึงทะเลสาบธิงวาลลาวาทน์ (Thingvallavatn) จึงเกิดการแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง



รอยแยกซิลฟราใต้แสงเหนือในช่วงเดือนธันวาคมที่ไอซ์แลนด์

สภาพน้ำในบริเวณนี้เหมาะสำหรับการดำน้ำตื้นด้วยสน็อกเกิลเป็นอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวจะต้องประทับใจกับภูมิทัศน์กว้างขวางซึ่งมีลักษณะคล้ายโบสถ์ และน้ำที่มีสีน้ำเงินเข้ม และยิ่งในช่วงหน้าหนาวจะยิ่งงดงามมากขึ้นไปอีก และถ้าจะว่าไปแล้วจะมีสักกี่คนที่มีโอกาสเล่าว่าตัวเองไปว่ายน้ำที่ไอซ์แลนด์ในช่วงกลางฤดูหนาวกัน 

ระหว่างดำน้ำ ชุดดรายสูทจะช่วยไม่ให้คุณเปียก ส่วนชุดอันเดอร์สูทที่หนาจะปกป้องคุณจากความเย็น และถ้าสวมฮูดของเว็ทสูทและถุงมือด้วย ถึงแม้น้ำจะเข้าไปได้แต่มันก็ช่วยให้อุ่นเร็วขึ้นมาก ไกด์ที่พาคุณลงไปนั้นเป็นครูสอนดำน้ำอาชีพที่มีประสบการณ์ในน้ำเย็นโดยเฉพาะ และพวกเขาจะมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมเตรียมไว้ให้คุณด้วย

สามารถดำน้ำตื้นได้ตลอดทั้งปีในประเทศไอซ์แลนด์

ภาพจาก ทัวร์ดำน้ำตื้นด้วยสน็อกเกิล 30 นาที ในน้ำที่ใสราวคริสตัลที่ซิลฟรา พบกันที่จุดดำน้ำ

แต่อย่างไรก็ตามกิจกรรมทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยง การดำน้ำลึกและดำน้ำตื้นด้วยสน็อกเกิลที่ซิลฟราก็เช่นกัน ผู้ที่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมนี้ได้ต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป และมีน้ำหนักอย่างน้อย 50 กิโลกรัม (110 ปอนด์) และสูงตั้งแต่ 150 เซนติเมตร (4'9") ขึ้นไป  

 

 

 

ดูวาฬที่ไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม 

วาฬหลังค่อมในอ่าวฟลาซาโฟลอิ การดูวาฬเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากในเดือนธันวาคมภาพจาก ทัวร์ชมวาฬจากเมืองเรคยาวิก

การดูวาฬในช่วงเดือนธันวาคมเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามาก แม้ว่าวาฬขนาดใหญ่อย่างวาฬบาลีนที่มาที่ไอซ์แลนด์เพื่อหาอาหารในช่วงหน้าร้อนส่วนใหญ่นั้นจะอพยพลงใต้ไปผสมพันธุ์กันหมดแล้ว (แต่ก็อาจจะมีบางกลุ่มที่พลัดหลง และพวกมันจะอยู่ที่นี่ตลอดทั้งปี) และก็ยังมีวาฬพันธุ์อื่นๆ ที่พบเห็นได้อีกมากมาย

จุดชมวาฬที่ดีที่สุดสองแห่งสำหรับทัวร์ดูวาฬที่ไอซ์แลนด์ในช่วงฤดูหนาวคือที่อ่าวฟาซาโฟลอิ (Faxaflói) ในเรคยาวิก และที่คาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส (Snæfellsnes Peninsula) แพ็คเกจทัวร์ดูวาฬในเรคยาวิกในช่วงเดือนธันวาคมจำนวนมากจะพาออกเดินทางจากท่าเรือเก่าเช่นเดียวกันกับช่วงเวลาอื่นของปี ทริปดูวาฬเหล่านี้มักใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง

วาฬที่พบเห็นได้ทั่วไปมีโลมาพันธุ์ปากขวด ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ชอบเล่นกายกรรม มักเดินทางเป็นฝูงและชอบมากระโดดโชว์ตัวและเล่นคลื่น คุณอาจจะได้เห็นฮาร์เบอร์พอร์พอยส์ หรือแม้กระทั่งฝูงวาฬเพชฌฆาตด้วย

วาฬออร์กาในคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนสที่ไอซ์แลนด์ในช่วงเดือนธันวาคม

ภาพโดยr Tómas Freyr Kristjánsson

เนื่องจากในหน้าหนาวมีปลาเฮอร์ริ่งอาศัยอยู่แถวคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนสอย่างชุกชุม ผู้ที่อยากเห็นวาฬนักฆ่าจึงควรออกเดินทางจากบริเวณนี้ ไม่ว่าจะออกจากกรุนดาร์ฟยอร์ดูร์ (Grundarfjordur) หรือโอลาปสวิค (Olafsvík) และจากนั้นคุณจะเดินทางไปดูสัตว์โลกสุดวิเศษเหล่านี้ที่อ่าวเบรียดาฟยอดูร์ (Breidafjordur)

นอกจากนี้ ในบริเวณนี้คุณยังอาจจะได้เห็นวาฬนำร่อง ซึ่งเป็นวาฬที่หาดูได้ยากมาก รวมถึงวาฬจงอยด้วย

 

 



ทัวร์ธารน้ำแข็งที่ไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม

การปีนธารน้ำแข็งในไอซ์แลนด์ หรือปีนกลาเซียร์ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่มาเที่ยวในช่วงเดือนธันวาคม ธารน้ำแข็งโซลเฮมาโจกุล (Solheimajokull) และสกัฟตาเฟลล์โจกุล (Skaftafellsjokull) เป็นธารน้ำแข็งที่ปีนง่ายมากในช่วงเวลานี้ของปี

โซลเฮมาโจกุลนั้นอยู่บนชายฝั่งทางตอนใต้ระหว่างน้ำตกสโกกาฟอสส์ (Skogafoss) และหมู่บ้านวิก (Vik) และคุณสามารถไปเที่ยวได้ด้วยการซื้อแพ็คเกจเดย์ทัวร์ปีนธารน้ำแข็งโซลเฮมาโจกุล ซึ่งบางแพ็คเกจจะรวมกิจกรรมแอดเวนเจอร์อย่างการปีนน้ำแข็งเพิ่มเข้าไปให้คุณด้วย 



ทิวทัศน์อันน่าทึ่งบนยอดเขาสกัฟตาเฟลล์โจกุลในเดือนธันวาคมที่ไอซ์แลนด์ภาพจาก  ทัวร์ซูเปอร์จี๊ป 4  ชั่วโมง & ทัวร์ปีนธารน้ำแข็ง 3 ชั่วโมงที่ฟอลล์โจกุลข้างสกัฟตาเฟลล์  

ธารน้ำแข็งสกัฟตาเฟลล์โจกุล (Skaftafellsjokull) ตั้งอยู่ไกลออกไปบนชายฝั่งทางใต้ ซึ่งอยู่ภายในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติสกัฟตาเฟลล์ (Skaftafell Nature Reserve) วิวจากบนธารน้ำแข็งแห่งนี้งดงามเกินบรรยาย

ทัวร์เกือบทั้งหมดที่พามาบริเวณนี้ในช่วงเดือนธันวาคมเป็นทัวร์แบบให้เดินทางไปพบกันยังสถานที่ท่องเที่ยวเลย เช่น ทัวร์ปีนธารน้ำแข็งสกัฟตาเฟลล์ (ความยากระดับปานกลาง) ซึ่งคุณจะต้องไปเจอกับกรุ๊ปที่สถานที่นัดหมายในเขตอนุรักษ์ นอกจากนี้ยังมีแพ็คเกจทัวร์ปีนธารน้ำแข็งแบบ 2 วัน และ 3 วันที่รวมทัวร์พาเที่ยวสถานที่ใกล้เคียงอย่างทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน หรือน้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์ด้วย

การปีนธารน้ำแข็งเป็นกิจกรรมที่วิเศษมากเพราะว่ามีวิวสวยๆ ให้ชม แต่ก็ไม่ใช่ว่ามีดีแค่วิว การปีนธารน้ำแข็งยังทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นสนุกสนานด้วย และทัวร์เหล่านี้มีไกด์ที่เชี่ยวชาญการปีนกลาเซียร์โดยเฉพาะคอยดูแล ซึ่งพวกเขาสามารถเล่าประวัติความเป็นมาของธารน้ำแข็งให้คุณฟังได้ด้วย

 

 

เล่นสโนว์โมบิลที่ไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม

สโนว์โมบิลบนธารน้ำแข็งลางโจกุลเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ดีที่สุดที่ควรทำในประเทศไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคมภาพจาก สโนว์โมบิลแอดเวนเจอร์ 1 ชั่วโมงบนธารน้ำแข็งลางโจกุล พร้อมบริการรับส่งจากกุลล์ฟอสส์ 

คุณสามารถไปเข้าร่วมกับทัวร์ขี่สโนว์โมบิลได้เช่นกัน สำหรับทัวร์สโนว์โมบิลที่ธารน้ำแข็งลางโจกุล (Langjokull) แบบเช้าไปเย็นกลับจากเรคยาวิกนั้นรวมพาเที่ยวบนวงกลมทองคำด้วย หรือคุณจะเลือกไปกับทัวร์สโนว์โมบิลแอดเวนเจอร์ 1 ชั่วโมงที่รวมบริการรับส่งจากน้ำตกกุลล์ฟอสส์ก็ได้

ประสบการณ์น่าตื่นเต้นนี้โดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งคุณจะมีอิสระเสรีในการขี่สโนว์โมบิลไปมาบนหิมะที่เพิ่งตกใหม่ๆ สำหรับผู้ที่จะขี่สโนว์โมบิลต้องเตรียมใบอนุญาตขับขี่ติดตัวมาด้วย และแม้ว่าผู้ประกอบการทัวร์จะเตรียมพวกอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยและอุปกรณ์ให้ความอบอุ่นไว้ให้ครบครัน คุณเองก็ต้องเตรียมสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสมสำหรับฤดูหนาวมาก่อนด้วย

และบนธารน้ำแข็งลางโจกุลคุณจะได้ไปชมอุโมงค์ที่มนุษย์สร้างขึ้นไว้บนส่วนที่มั่นคงที่สุดบนธารน้ำแข็ง ซึ่งมีลักษณะเป็นปราสาทน้ำแข็งที่ภายในมีประติกรรมน้ำแข็งและห้องหับมากมาย

การไปเที่ยวอุโมงค์น้ำแข็งกับเดย์ทัวร์แบบเช้าไปเย็นกลับนี้สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ในขณะที่ถ้ำน้ำแข็งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาตินั้นไปเที่ยวได้แค่ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น และข้อดีอีกอย่างของการเที่ยวอุโมงค์น้ำแข็งก็คือทัวร์อุโมงค์น้ำแข็งไม่ค่อยมีการยกเลิกเนื่องจากสภาพแวดล้อมไม่ปลอดภัย

 

 

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปมากที่สุดในไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม

ในช่วงเดือนธันวาคมมีสถานที่ไหนในไอซ์แลนด์ที่น่าไปเที่ยวบ้าง คำตอบคือมีสถานที่มากมายที่คุณสามารถไปเที่ยวชมได้ตลอดทั้งเดือนธันวาคม สถานที่มีชื่อเสียงอย่างวงกลมทองคำ และตั้งแต่ชายฝั่งทางตอนใต้ของไอซ์แลนด์ไปจนถึงทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน คาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส และคาบสมุทรเรคยาเนสนั้นสามารถเข้าถึงได้ตลอดทั้งปีอยู่แล้ว โดยคุณสามารถเลือกจากทัวร์ที่มีหลากหลาย หรือเลือกเช่ารถขับเคลื่อนสี่ล้อและขับเที่ยวด้วยตัวเองก็ได้ (ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ด้านล่าง) 

สำรวจดินแดนทางใต้ของไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม

ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนในทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไอซ์แลนด์เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่น่าตื่นตาตื่นใจมากที่สุดของไอซ์แลนด์ ที่นี่โดดเด่นตรงที่มีภูเขาน้ำแข็งลอยอยู่ในทะเลสาบที่มีน้ำใสประดุจคริสตัล และยังเป็นสถานที่ชมแมวน้ำที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายที่สุดของไอซ์แลนด์ในช่วงฤดูหนาวด้วย

ทัวร์ชายฝั่งทางใต้ส่วนใหญ่จะออกเดินทางจากหมู่บ้านวิก และรวมพาไปเที่ยวหาดทรายดำเรย์นิสฟยารา (Reynisfjara) โขดทะเลเรนิสแดรงเกอร์ (Reynisdrangar) และซุ้มหินโค้งดิร์โฮลาเอย์ (Dyrholaey) 

ชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์นี้เป็นสถานที่น่าทึ่งมาก ซึ่งคลื่นที่กระแทกเข้ากับโขดหินตามแนวชายฝั่งนั้นมีพละกำลังมหาศาลและไม่สามารถคาดการณ์อะไรได้ทั้งสิ้น ดังนั้นขอให้คุณชื่นชมพลังของคลื่นเหล่านี้โดยรักษาระยะห่างจากชายฝั่งประมาณ 30 เมตร เนื่องจากมักจะมีคลื่นทีเผลอซัดเข้ามาแรงมากได้โดยที่คุณไม่ทันได้ตั้งตัว

การขับรถเข้าไปยังชายฝั่งทางใต้นี้คุณจะต้องผ่านสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของไอซ์แลนด์หลายแห่ง เช่น น้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์ และน้ำตกสโกกาฟอสส์ ซึ่งในช่วงนี้อาจจะกลายเป็นน้ำแข็งหมดแล้ว!

ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม

การขับรถเข้าไปในไฮแลนด์นั้นไม่สามารถทำได้เว้นเสียแต่ว่าคุณจะไปเข้าร่วมกับทัวร์ลานมันนาเลยการ์ด้วยซูเปอร์จี๊ป เนื่องจากช่วงหน้าหนาวถนนหนทางแถวนี้ปกคลุมด้วยหิมะสูงหลายเมตร และบางทีหิมะอาจจะกลบป้ายบอกทางไปหมดเลยด้วย

ภูเขาเวสตราฮอร์นในทางตะวันออกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์ส่วนพื้นที่ทางตอนเหนือของไอซ์แลนด์ และทางตะวันออกของไอซ์แลนด์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งแถวฟยอร์ดทางตะวันตกนั้นสามารถเข้าถึงได้อย่างจำกัด เนื่องจากสภาพอากาศและสภาพถนนไม่เอื้ออำนวย

แต่อย่างไรก็ตามทัวร์ขับรถเที่ยวเองหน้าหนาว 7 วันในไอซ์แลนด์ทางเหนือก็ยังเป็นโร้ดทริปที่น่าตื่นตาตื่นใจ และมีแผนการเดินทางที่ยืดหยุ่นเนื่องจากสภาพอากาศในฤดูหนาวที่ไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคมนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึง

การพักผ่อนในบลูลากูนของไอซ์แลนด์เป็นกิจกรรมฤดูหนาวที่ยอดเยี่ยม

สปาบ่อน้ำร้อนในเดือนธันวาคม

บลูลากูนเปิดให้บริการในเดือนธันวาคมหรือไม่ และคำตอบก็คือสิ่งที่คุณอยากได้ยิน เปิดอย่างแน่นอน! และยังเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเหมือนเดิมด้วย แต่ถ้าหากคุณไม่สามารถจองบัตรเข้าใช้บริการบลูลากูนได้ เราก็ยังมีสระว่ายน้ำและอ่างน้ำร้อนที่ดีที่สุดในเรคยาวิกอีกหลายแห่งให้คุณเลือกไปใช้บริการได้ 

ภายในพื้นที่เรคยาวิกและปริมณฑลนั้นมีสกายลากูน (Sky Lagoon) ซึ่งเป็นสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ที่สวยงามและมองเห็นวิวมหาสมุทร ส่วนทางเหนือของไอซ์แลนด์มีอ่างน้ำธรรมชาติมิวาทน์ (Myvatn Nature Baths) ซึ่งเป็นสปาพลังงานความร้อนใต้พิภพที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ

การได้ลงแช่ตัวในน้ำอุ่นจากพลังงานความร้อนใต้พิภพหลังจากที่ท่องเที่ยวผจญภัยท่ามกลางอากาศฤดูหนาวจะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมาก และการแช่ตัวในน้ำร้อนท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำยังเป็นกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นด้วย



การท่องเที่ยวในไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม

คริสต์มาสและปีใหม่เป็นอีเว้นท์หลักที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาที่ไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม และกิจกรรมฤดูหนาวที่มีอยู่มากมายก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด แต่การมาเที่ยวไอซ์แลนด์ในช่วงฤดูหนาวก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี สองสิ่งที่คุณต้องให้ความสำคัญมากๆ เลยคืออากาศและสภาพถนน

เดือนธันวาคมเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยวในไอซ์แลนด์หรือไม่

เหมาะสิ! ไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคมเป็นช่วงเวลาที่รื่นเริงมากที่สุดช่วงหนึ่ง และอบอวลไปด้วยบรรยากาศของเทศกาลคริสต์มาส และนิวเยียร์อีฟ และการมีวันเหมายันยังทำให้ช่วงนี้มีกลางคืนที่ยาวนานมากที่สุดของปีด้วย ซึ่งเหมาะกับการล่าแสงเหนือ

และอย่างที่บอกไปก่อนหน้าแล้วว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับทัวร์เที่ยวธารน้ำแข็งและทัวร์เที่ยวถ้ำน้ำแข็ง แต่สิ่งที่สำคัญมากๆ คือคุณต้องเตรียมอุปกรณ์กันหนาวมาให้ครบสำหรับทริปนี้!



เดินทางมายังประเทศไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม

มีอยู่สองสามอย่างที่คุณควรคำนึงถึงเมื่อวางแผนเดินทางมาไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม คุณต้องคอยติดตามสภาพอากาศและต้องเตรียมเสื้อผ้าที่อบอุ่นมาให้เพียงพอ และเมื่อคุณจัดตารางการเดินทางไปชมสถานที่ต่างๆ ในแต่ละวันนั้น คุณต้องจำไว้เสมอว่าเดือนธันวาคมเป็นเดือนที่มีช่วงเวลากลางวันสั้นที่สุด

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากคือการขับรถที่ไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม

การขับรถในไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม

อุณหภูมิในช่วงนี้ทำให้ท้องถนนเป็นน้ำแข็งและมักจะลื่น หากคุณวางแผนที่จะเช่ารถขับ เราแนะนำว่าให้เลือกเช่ารถแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณตั้งใจจะขับออกไปนอกเมือง

หากคุณไม่เคยขับรถบนสภาพถนนที่เป็นน้ำแข็งและมีหิมะปกคลุมมาก่อน หรือไม่มั่นใจที่จะขับรถในสภาพแบบนี้คุณสามารถตัดตัวเลือกการเช่ารถทิ้งไปได้เลยและไปซื้อแพ็คเกจทัวร์เที่ยวรอบประเทศแทน โดยยกหน้าที่ขับรถให้กับคนขับที่มีประสบการณ์มากกว่าคุณย่อมเป็นการดีกว่า

การไปกับทัวร์เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ปลอดภัยมากที่สุด และเป็นวิธีที่ไม่เครียดด้วย คุณจะไม่จำเป็นต้องขับรถเองเลย ตั้งแต่ที่คุณเดินทางมาถึงที่สนามบินนานาชาติเคฟลาวิกและมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองเรคยาวิก!

ม้าไอซ์แลนด์ฝ่าพายุหิมะสำหรับการเที่ยวรอบไอซ์แลนด์แบบไม่ต้องขับเองนั้น คุณเพียงแค่จองแพ็คเกจฤดูหนาวแบบมีไกด์นำเที่ยว คุณก็สามารถไปเยือนสถานที่ต่างๆ ได้ทั้งหมด แต่ถ้าคุณอยากขับรถเที่ยวเองก็มีแพ็คเกจสำหรับขับรถเที่ยวเองในฤดูหนาวให้เลือกมากมาย

ถ้าคุณเลือกที่จะขับรถเที่ยวรอบไอซ์แลนด์ด้วยตนเองในเดือนธันวาคม คุณต้องแน่ใจว่าคุณรู้จุดหมายปลายทางที่จะไปก่อนที่จะออกรถ และคุณต้องบอกให้บุคคลอื่นทราบก่อนออกเดินทางด้วย ถนนเส้นทางเข้าไฮแลนด์และเส้นทางรอบฟยอร์ดทางตะวันตกหลายสายจะปิดในช่วงนี้ และคุณก็คงไม่อยากไปติดอยู่บนถนนหรือบนหิมะแน่ๆ เราจึงแนะนำให้คุณตรวจสอบสภาพถนนก่อนขับรถเสมอ

กรมอุตุนิยมวิทยาไอซ์แลนด์จะให้ข้อมูลที่จำเป็นต้องทราบเกี่ยวกับสภาพอากาศที่ไอซ์แลนด์ในช่วงเดือนธันวาคม เช่น ถนนบางสายอย่างเส้นทางหมายเลข 1 ซึ่งเป็นทางไปชายฝั่งทางใต้นั้นมีลมพัดแรง ในขณะที่เส้นทางอื่นๆ มีแนวโน้มจะเกิดหิมะถล่มได้หลังจากมีหิมะตกหนัก ดังนั้นคุณต้องวางแผนอยู่ตลอดเวลาและต้องค่อนข้างยืดหยุ่นด้วยเพราะสภาพถนนส่งผลต่อสวัสดิภาพในการเดินทางของคุณ



สภาพอากาศที่ไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม

ธันวาคมเป็นเดือนที่หนาวที่สุดของปีสำหรับไอซ์แลนด์ และในเดือนนี้ที่ไอซ์แลนด์ยังมีลมพัดแรงมากด้วย โดยความกดอากาศต่ำที่เคลื่อนผ่านไอซ์แลนด์ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็ยังคงดำเนินต่อไปในช่วงฤดูหนาว ดังนั้นไม่ว่าคุณจะไปไหนก็อย่าลืมสวมใส่เสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นและรองเท้าที่สภาพดี แต่ทั้งนี้สภาพอากาศในเมืองเรคยาวิกในเดือนธันวาคมนั้นมักจะอบอุ่นกว่า เนื่องจากมีตึกรามบ้านช่องที่ช่วยกำบังลม

นอกจากนี้เดือนธันวาคมยังค่อนข้างมืด และเมื่อไหร่ที่ความมืด ความหนาวเย็น และความเปียกชื้นมาเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ก็อาจส่งผลให้จิตใจรู้สึกเศร้าหมองได้ ดังนั้นจึงควรกำหนดเวลาตื่นนอนในตอนเช้าและเวลาเข้านอนให้เป็นระบบเพื่อหลีกเลี่ยงอาการซึมเศร้าตามฤดูกาล และควรใช้แสงเป็นที่พึ่ง ทั้งแสงไฟคริสต์มาสอันสวยงามที่ประดับประดาอยู่ตามท้องถนนในเมือง และแสงเหนือ

อุณหภูมิที่ไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม

ประเทศไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคมมีอากาศหนาวขนาดไหน ในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิโดยทั่วไปจะวนเวียนอยู่แถวๆ จุดเยือกแข็ง ตั้งแต่ประมาณ -1 องศาเซลเซียส ไปจนถึง 4 องศาเซลเซียส เดือนธันวาคมเป็นเดือนที่มีฝนตกชุกที่สุดในไอซ์แลนด์อีกเดือนหนึ่งด้วย โดยมีปริมาณน้ำฝนราว 97 มิลลิเมตร

มีหิมะตกที่ไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคมหรือไม่

การมีหิมะตกถือเป็นเรื่องปกติในเดือนธันวาคม ดังนั้นควรต้องเตรียมหมวกและถุงมือที่อบอุ่น ชุดชั้นในที่เก็บกักความร้อน เสื้อผ้าสำหรับสวมชั้นนอกที่กันลมและกันน้ำ และเสื้อผ้าที่อบอุ่นสำหรับสวมอีกหลายๆ ชั้นมาให้ครบ นอกจากนี้ คุณอาจต้องมีรองเท้าบูทสำหรับเดินป่าที่มีสภาพดีด้วยหากคุณมีแผนจะออกไปสำรวจสถานที่ต่างๆ หากคุณไม่มีเครื่องแต่งกายสำหรับฤดูหนาว คุณก็สามารถมาหาซื้อได้จากร้านรวงต่างๆ บนถนนเลยกาแวกูร์ (Laugavegur) ซึ่งเป็นถนนสายช้อปปิ้งอยู่ในย่านใจกลางเมืองเรคยาวิกได้

อย่าลืมตรวจสอบสภาพถนนและสภาพอากาศของไอซ์แลนด์ก่อนออกเที่ยวตามชนบท

สภาพอากาศในเมืองเรคยาวิกในเดือนธันวาคม

ในขณะที่ส่วนอื่นๆ ของประเทศนั้นปกคลุมด้วยหิมะ แต่เรคยาวิกอาจจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะว่าอากาศในเมืองหลวงนั้นอบอุ่นกว่าส่วนอื่นๆ ของไอซ์แลนด์ และมีแนวโน้มว่าจะมีหิมะปกคลุมเป็นระยะๆ แค่ในระหว่างเดือนมกราคมถึงเมษายน ถนนหลายสายในเมืองเรคยาวิกนั้นมีระบบทำความร้อนอยู่ด้านล่างเพื่อช่วยละลายหิมะและป้องกันไม่ให้มีน้ำแข็งเกาะจนลื่น

ควรพักที่ไหนในไอซ์แแลนด์ในเดือนธันวาคม

เรคยาวิกเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ หากต้องการสนุกกับงานเฉลิมฉลองในไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม และเนื่องจากสภาพอากาศส่งผลต่อถนนหนทางในทางเหนือและทางตะวันออกของไอซ์แลนด์ รวมถึงแถบฟยอร์ดทางตะวันตกด้วย ดังนั้นเมืองหลวงและทางตอนใต้ของประเทศไอซ์แลนด์จึงถือเป็นสองทางเลือกที่ดีที่สุด

คุณสามารถค้นหาที่พักที่เราแนะนำในเมืองเรคยาวิก และอ่านคำแนะนำเกี่ยวกับที่พักโดยรวมในประเทศไอซ์แลนด์ของเราได้

บรรยากาศชวนฝันที่ไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม

แสงออโรร่าบอเรลลิสในไอซ์แลนด์มีความโรแมนติกมาก

เดือนธันวาคมเป็นเดือนยอดนิยมสำหรับทริปโรแมนติก เนื่องจากมีบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง หิมะโปรยปราย แสงเหนือ และทัวร์หลากหลายประเภท และช่วงนี้ทั่วทั้งไอซ์แลนด์ก็จะกลายเป็นวินเทอร์วันเดอร์แลนด์ที่เต็มไปด้วยความโรแมนติก ดึงดูดคู่รักให้หลั่งไหลมาจากทั่วโลก

นอกจากนี้ในช่วงนี้ยังเป็นฮอลิเดย์ซีซั่นที่ทั้งเมืองและบริเวณโดยรอบนั้นมีการประดับไฟและการตกแต่งอย่างงดงามที่สุด เป็นความสว่างไสวท่ามกลางความมืดมิดที่ทำให้มีบรรยากาศราวกับเทพนิยาย

เหมาะสำหรับใช้เวลานั่งแนบชิดอิงแอบกันในคาเฟ่อุ่นๆ เดินเล่นบนถนนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ เที่ยวตามชนบท และชื่นชมแสงเหนือในยามค่ำคืนเอามากๆ



แนะนำแผนเที่ยวไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคม

แสงออโรร่าเหนือโจกุลซาลอน

คุณสามารถมีวันหยุดสุดแสนประทับใจ 8-9 วันที่ไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคมได้หลายวิธีด้วยกัน ซึ่งบางท่านอาจจะอยากใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในเรคยาวิก ในขณะที่บางท่านอาจจะอยากออกไปสัมผัสกับธรรมชาติของไอซ์แลนด์ให้ได้มากที่สุด

นักท่องเที่ยวแต่ละท่านนั้นมีความสนใจที่แตกต่างกัน รวมทั้งมีสมรรถภาพในการเดินทาง และงบประมาณไม่เท่ากันด้วย แผนการเดินทางท่องเที่ยวต่อไปนี้จึงเป็นแบบกว้างๆ ที่เราคิดว่าน่าจะน่าสนใจสำหรับคนส่วนใหญ่และออกแบบมาเพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละท่านได้อีก 

น้ำตกในทางเหนือของไอซ์แลนด์ก่อนอื่นคุณต้องตัดสินใจให้ได้ก่อนที่จะเดินทางมาถึงที่ไอซ์แลนด์ว่าคุณจะเลือกเช่ารถขับเคลื่อนสี่ล้อไว้ขับเองหรือไม่ มีแพ็คเกจขับรถเที่ยวเองในช่วงฤดูหนาวให้คุณเลือกมากมาย ซึ่งหากเลือกวิธีนี้ คุณจะได้เดินทางไปยังจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างสะดวกสบายภายในระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์

นอกจากนี้ยังมีโร้ดทริประยะเวลา 2 วันไปทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนที่รวมการเที่ยวถ้ำน้ำแข็งด้วย ซึ่งคุณก็ยังสามารถเอาโร้ดทริปนี้ไปรวมเข้ากับทริปขับรถเที่ยวเอง 5 วันที่จะไปสำรวจชายฝั่งทางใต้ได้ด้วย (วงกลมทองคำและคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส) โดยการรวมสองแพ็คเกจนี้เข้าด้วยกันจะทำให้คุณได้ไปเห็นพื้นที่อันกว้างใหญ่ของประเทศไอซ์แลนด์ภายในระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ และถ้าคุณอยู่ได้นานขึ้นอีกคุณก็ยังสามารถไปสนุกกับการเฉลิมฉลองที่ในเรคยาวิกได้ด้วย

หรือคุณจะเลือกรวมเอาสองทริปข้างต้นมารวมกันเป็นทริปขับรถเที่ยวเอง 9 วันในฤดูหนาวที่รวมทั้งเที่ยวสไนล์แฟลซเนสและชายฝั่งทางใต้ก็ยังได้

ภูเขาน้ำแข็งที่โจกุลซาลอนและเนื่องจากการขับรถในช่วงฤดูหนาวของไอซ์แลนด์นั้นเหมาะสำหรับผู้ที่มั่นใจว่ามีประสบการณ์จริงๆ เท่านั้น แผนการเดินทางท่องเที่ยวด้านล่างนี้ จึงขอกล่าวถึงแต่ทริปที่เป็นแพ็คเกจและทัวร์

ตัวเลือกที่โดดเด่นที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวไอซ์แลนด์คือแพ็คเกจหน้าหนาวระยะเวลา 8 วันแพ็คเกจนี้ ซึ่งภายในเวลาหนึ่งสัปดาห์คุณจะได้เห็นวงกลมทองคำ ชายฝั่งทางใต้ ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน คาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส และคุณยังสามารถเลือกใช้เวลาอย่างอิสระได้อีกหนึ่งวันสำหรับเที่ยวเรคยาวิก หรือบินไปยังอาคูเรย์ริ (Akureyri) และไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ รอบทะเลสาบมิวาทน์ (Lake Mývatn)

คุณจะไปเที่ยวถ้ำน้ำแข็ง ได้ออกไปดูแสงเหนือด้วยรถบัสหรือล่องเรือแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย และสามารถเลือกทำกิจกรรมได้หนึ่งอย่างระหว่างไปขี่ม้า ขี่สโนว์โมบิล หรือไปดำน้ำตื้นได้ด้วย

เนื่องจากเดือนธันวาคมเป็นฤดูแห่งการเฉลิมฉลอง คุณอาจจะอยากใช้เวลาอยู่ในเมืองหลวงให้นานขึ้น และการรวมแพ็คเกจแบบนี้จะทำให้คุณได้สัมผัสทุกรสชาติทั้งการเที่ยวในเมืองและเที่ยวท่ามกลางธรรมชาติ

ฮาร์ปาในเมืองเรคยาวิกมักมีการจัดงานในช่วงคริสต์มาสในวันแรกที่คุณเดินทางมาถึงสนามบินเคฟลาวิก คุณจะนั่งรถฟลายบัส (Flybus) และออกเดินทางกันแบบสบายๆ ที่แรกที่จะไปคือบลูลากูน หลังจากผ่อนคลายกับน้ำอันสงบนิ่งที่บลูลากูนจนคุณคลายเมื่อยล้าจากการนั่งเครื่องบินนานๆ กันแล้ว คุณจะเดินทางต่อเพื่อเข้าไปในเรคยาวิกและเข้าพักที่โรงแรม

หลังจากนั้นคุณจะมีเวลาอิสระอย่างมากมายสำหรับสำรวจดาวน์ทาวน์เรคยาวิก ซึมซับบรรยากาศคริสต์มาสตามท้องถนนสายหลัก ถนนเลยกาแวกูร์ (Laugavegur) และย่านดาวน์ทาวน์ที่มีประดับไฟและตกแต่งอย่างงดงาม

คุณยังจะได้ใช้เวลาในเรคยาวิกอีกในทริปนี้ แต่ก่อนอื่นคุณต้องมุ่งหน้าออกไปเที่ยวนอกเมืองก่อน สำหรับแพ็คเกจทัวร์ 2 วันนี้จะพาคุณสำรวจชายฝั่งทางใต้ และแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวระหว่างทางที่จะไปทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนในช่วงเย็นวันแรก ในวันนี้ถ้าคุณโชคดี คุณอาจจะได้เห็นแสงออโรร่าบอเรลลีสออกมาเริงระบำอยู่เหนือภูเขาน้ำแข็งก็ได้

ส่วนในวันที่สอง คุณจะได้ไปเที่ยวถ้ำน้ำแข็งก่อนที่จะเดินทางกลับสู่เมืองหลวง

ความงดงามของถ้ำน้ำแข็งสำหรับวันที่สี่ของคุณที่ในไอซ์แลนด์ คุณจะใช้เวลาทำความรู้จักกับเรคยาวิกให้มากขึ้น คุณสามารถใช้เวลาช่วงเช้าออกไปศึกษาประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจของไอซ์แลนด์ที่เรคยาวิกแมริไทม์มิวเซียม (Reykjavik Maritime Museum) หรือจะแวะไปขำกันที่ Phallological Museum ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์องคชาติแห่งเดียวในโลก ก่อนที่จะเดินทางไปที่เอาร์ไบยาซาฟ์นโอเพ่นแอร์มิวเซียม (Arbæjarsafn) ซึ่งเปิดทำการในเวลา 13:00 น.

และไม่ว่าใครก็ต้องหลงใหลไปกับบรรยากาศคริสต์มาสของที่นี่ แถมในเมืองยังเหมาะสำหรับการช้อปปิ้งซื้อของขวัญเก๋ๆ ด้วย ช่วงเย็นวันนี้คุณอาจจะไปรับประทานอาหารค่ำที่ร้านอาหารชั้นนำในเมือง หรือจะออกไปเที่ยวกลางคืนตามบาร์ที่มีอยู่มากมายก็ได้

วันที่ห้าและหกคุณจะออกเดินทางไปกับทริป 2 วัน เพื่อไปเที่ยวที่คาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส (Snæfellsnes Peninsula) คุณจะได้เห็นทิวทัศน์ที่หลากหลายมาก เช่น ภูเขาเคิร์คจูแฟส (Kirkjufell) ธารน้ำแข็งสไนล์แฟลซโจกุล (Snæfellsjokull Glacier) และเสาหินลอนตรังการ์ (Londrangar) และยังมีโอกาสได้ไปดูแมวน้ำและเที่ยวถ้ำลาวาด้วย 

ภูเขาเคิร์กจูเฟลล์ในช่วงฤดูหนาว

วันที่เจ็ดคุณจะไปเที่ยววงกลมทองคำ และวันนี้เป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่คุณจะได้สัมผัสกับชนบทของไอซ์แลนด์ ซึ่งในวันนี้คุณสามารถเพิ่มทัวร์อื่นๆ เข้าไปได้ด้วย เช่น ทัวร์ขี่ม้า ทัวร์ขี่สโนว์โมบิล หรือทัวร์ดำน้ำด้วยสน็อกเกิล

สำหรับวันที่แปดคุณจะเดินทางไปที่สนามบินนานาชาติเคฟลาวิกเพื่อขึ้นเครื่องบินกลับบ้าน แต่ถ้าหากคุณยังพอมีเวลาเหลืออยู่ คุณอาจจะเที่ยวในเรคยาวิกให้นานขึ้นอีกก็ได้ เพื่อดื่มด่ำกับเทศกาลเฉลิมฉลองและซื้อของขวัญคริสต์มาสให้จุใจ

 

คุณมีแผนที่จะมาเที่ยวไอซ์แลนด์ในเดือนธันวาคมใช่ไหม คุณคาดหวังว่าคุณจะได้เห็นแสงเหนือ หรือคุณจะไปเที่ยวถ้ำน้ำแข็งด้วยหรือไม่ คุณเคยมาเยือนเรคยาวิกในช่วงคริสต์มาสหรือนิวเยียร์อีฟแล้วหรือยัง ถ้าเคยแล้วช่วยบอกให้เราทราบหน่อยได้ไหมว่าคู่มือนี้มีประโยชน์กับคุณแค่ไหน และทัวร์แบบไหนที่คุณสนใจมากที่สุด! และถ้าหากคุณเคยมาเที่ยวไอซ์แลนด์ในช่วงเดือนธันวาคมแล้ว ช่วยเล่าให้เราฟังได้ไหมทริปของคุณเป็นอย่างไรบ้าง

 

บทความที่ได้รับความนิยม

บทความอื่นที่น่าสนใจ