รวมลิสต์สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไอซ์แลนด์

อัปเดตล่าสุด: 14 ก.ค. 2569
Andri Gunnar Hauksson
ผู้เขียน: Andri Gunnar Hauksson
ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรอง
อัปเดตล่าสุด: 14 ก.ค. 2569

ภาพนิ่งจากภาพยนตร์ Interstellar ซึ่งถ่ายทำบางส่วนในประเทศไอซ์แลนด์มารู้จักกับสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ยอดนิยมในไอซ์แลนด์ ตั้งแต่ภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ของฮอลลีวูดไปจนถึงสถานที่ถ่ายทำที่มีเอกลักษณ์ ร่วมสำรวจพิกัดที่ฉากดังในตำนานถูกเนรมิตขึ้น พร้อมวางแผนทริปตามรอยภาพยนตร์ในแบบของคุณเองทั่วไอซ์แลนด์ อ่านเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตลิสต์สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ระดับนานาชาติในไอซ์แลนด์ พร้อมภาพนิ่งประกอบจากภาพยนตร์แต่ละเรื่อง

สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไอซ์แลนด์จัดเป็นหนึ่งในจุดโลเคชั่นที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำมากที่สุดในโลก ซึ่งเคยปรากฏในผลงานฟอร์มยักษ์ระดับเมเจอร์มาแล้วมากมาย เช่น Interstellar (อินเตอร์สเตลลาร์ ทะยานดาวกู้โลก), Rogue One (โร้ค วัน: ตำนานสตาร์ วอร์ส) และ Batman Begins (แบทแมน บีกินส์) รวมถึงผลงานเรื่องใหม่ของปี 2026 อย่าง The Odyssey ไม่ว่าจะเป็นทะเลสาบธารน้ำแข็งไปจนถึงหาดทรายดำ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของไอซ์แลนด์ต่างเคยสวมบทบาทเป็นทั้งดาวเคราะห์ต่างดาว อาณาจักรในเทพนิยาย และดินแดนดิสโทเปียอันรกร้างว่างเปล่ามาแล้วทั้งสิ้น

ทำไมคุณถึงวางใจในเนื้อหาของเราได้

Guide to Iceland คือแพลตฟอร์มท่องเที่ยวที่น่าเชื่อถือที่สุดในไอซ์แลนด์ ในแต่ละปี เราช่วยเหลือนักท่องเที่ยวหลายล้านคน เนื้อหาทั้งหมดของเราเขียนและตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่นที่รู้จักไอซ์แลนด์อย่างลึกซึ้ง คุณจึงมั่นใจได้ว่าคำแนะนำด้านการท่องเที่ยวของเรามีความถูกต้อง ทันสมัย และเชื่อถือได้

หากคุณกำลังวางแผนเดินทาง การไปตามรอยสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เหล่านี้ในไอซ์แลนด์นั้นง่ายกว่าที่คุณคิดมาก เพราะสถานที่หลายแห่งตั้งอยู่บนเส้นทางยอดนิยมอย่างเช่นแถบชายฝั่งทางใต้ (South Coast) ซึ่งคุณสามารถเดินทางไปเยือนได้ง่าย ๆ ขณะใช้บริการทริปขับรถเที่ยวเอง เช่ารถขับ หรือเลือกจองจากประสบการณ์ท่องเที่ยวยอดนิยมในไอซ์แลนด์

นอกจากนี้ ซีรีส์ทางโทรทัศน์ชื่อดังอย่าง Game of Thrones, Stranger Things และ True Detective: Night Country ก็เคยเลือกใช้โลเคชั่นในไอซ์แลนด์ในการถ่ายทำด้วยเช่นกัน แต่สำหรับบทความนี้ เราจะมุ่งเน้นไปที่ภาพยนตร์เป็นหลัก โดยคู่มือฉบับนี้จะพาคุณไปสำรวจสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในไอซ์แลนด์ พร้อมแนะนำวิธีเดินทางไปท่องเที่ยวอย่างละเอียด

 

สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ในไอซ์แลนด์

ภาพยนตร์ส่วนใหญ่ถ่ายทำกันที่ไหนในไอซ์แลนด์

ธารน้ำแข็งสวีนาเฟลล์สโจกุล (Svinafellsjokull Glacier) และแนวชั้นน้ำแข็งที่จับตัวกันอย่างสวยงามในอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล (Vatnajokull National Park) ในไอซ์แลนด์

สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ส่วนใหญ่ในไอซ์แลนด์จะอยู่ตามแนวชายฝั่งทางใต้ ซึ่งรวมถึงธารน้ำแข็งในอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล (Vatnajokull National Park) พื้นที่หาดทรายดำอย่างมิร์ดาลส์ซานดูร์ (Myrdalssandur) และน้ำตกต่าง ๆ เช่น น้ำตกสโคกาฟอสส์ (Skogafoss) ด้วยความหลากหลายนี้เอง ทัวร์เที่ยวชายฝั่งทางใต้จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการเดินทางไปเยือนสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลาย ๆ แห่งพร้อมกัน

ในขณะที่ทัศนียภาพอันเต็มไปด้วยน้ำแข็งของโจกุลซาร์ลอน (Jokulsarlon) ก็เป็นโลเคชั่นโปรดยอดนิยมสำหรับภาพยนตร์แนวไซไฟและแฟนตาซี ทำให้ทัวร์ทะเลสาบธารน้ำแข็งเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม ส่วนทางด้านคาบสมุทรสไนแฟลซเนส (Snaefellsnes Peninsula) ก็จัดเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์ จากความโดดเด่นของธารน้ำแข็ง ทุ่งลาวา และภูเขาคิร์กจูเฟลล์ (Kirkjufell) อันเป็นเอกลักษณ์

ภาพยนตร์ปี 2026 ที่ถ่ายทำในไอซ์แลนด์

ผลงานฟอร์มยักษ์หลายเรื่องที่มีกำหนดฉายในปี 2026 เลือกไอซ์แลนด์เป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำ ตั้งแต่ภาพยนตร์มหากาพย์เทพนิยาย ภาพยนตร์ไซไฟบล็อกบัสเตอร์ ไปจนถึงภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ฉบับรีบูต ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลในระดับสากลของวงการภาพยนตร์ในไอซ์แลนด์ ซึ่งความเชี่ยวชาญของทีมงานท้องถิ่นประกอบกับทัศนียภาพอันตระการตา ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนวิธีสร้างสรรค์และเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับโลกภาพยนตร์ยุคปัจจุบัน

2026 - The Odyssey

ภาพเรือยาวไวกิ้งแล่นฝ่าคลื่นลมแรงในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ซึ่งถ่ายทำที่ประเทศไอซ์แลนด์ สำหรับภาพยนตร์เรื่อง The Odyssey

The Odyssey คือผลงานภาพยนตร์ที่ผู้คนทั่วโลกตั้งตารอคอย ซึ่ง Christopher Nolan ได้นำมหากาพย์กรีกโบราณของโฮเมอร์มาดัดแปลง และถือเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ทะเยอทะยานที่สุดที่เลือกถ่ายทำในไอซ์แลนด์ในทศวรรษนี้ ด้วยรายงานทุนสร้างที่สูงถึง 250 ล้าน USD โนแลนได้เลือกให้ไอซ์แลนด์เป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำช่วงสุดท้ายและมีความสำคัญที่สุดในเรื่อง และนี่นับเป็นผลงานภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องที่สามของเขาในประเทศนี้ ต่อจาก Interstellar และ Batman Begins

เหล่านักรบท่ามกลางภูมิทัศน์ภูเขาไฟอันมืดมิด ซึ่งถ่ายทำในไอซ์แลนด์ สำหรับภาพยนตร์เรื่อง The Odyssey

แม้ว่าเนื้อเรื่องจะเกิดขึ้นในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนยุคโบราณ แต่ทัศนียภาพอันสมบุกสมบันของไอซ์แลนด์ก็ถูกนำมาใช้เพื่อถ่ายทอดฉากในเทพนิยายและดินแดนอันรกร้างว่างเปล่า ซึ่งรวมถึงโลกแห่งความตายและดินแดนของยักษ์ตาเดียวไซคลอปส์ นอกจากนี้ แนวชายฝั่งที่ดูตระการตา หน้าผาภูเขาไฟ และท้องทะเลที่บ้าคลั่ง ยังทำให้ที่นี่เป็นตัวแทนที่สมบูรณ์แบบในการจำลองน่านน้ำอันตรายที่โอดีสซียุส ต้องฟันฝ่าในระหว่างการเดินทางกลับบ้านที่ยาวนานนับทศวรรษ

มีรายงานว่าการถ่ายทำเกิดขึ้นในพื้นที่ไฮแลนด์ (Highland) ที่ห่างไกลและบริเวณภูมิภาคธารน้ำแข็งของไอซ์แลนด์ โดยมีการสร้างเรือไวกิ้งขนาดใหญ่ขึ้นใกล้กับท่าเรือลันด์เดย์ยาฮ็อพน์ (Landeyjahofn) เพื่อใช้ในการถ่ายทำ ซึ่งท่าเรือลันด์เดย์ยาฮ็อพน์แห่งนี้ยังเป็นหนึ่งในท่าเรือที่คุณสามารถขึ้นเรือเฟอร์รี่เพื่อเดินทางไปยังหมู่เกาะเวสต์แมน (Westman Islands) ได้อีกด้วย

2026 - Dune: Messiah

ไอซ์แลนด์เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Dune ภาคสาม

Dune: Messiah คือเรื่องราวบทที่สามในมหากาพย์ไซไฟฟอร์มยักษ์ของผู้กำกับ Denis Villeneuve และเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่มีความทะเยอทะยานด้านงานภาพสูงสุดในบรรดาภาพยนตร์ที่ปักหลักถ่ายทำในไอซ์แลนด์ปีนี้ เช่นเดียวกับสองภาคก่อนหน้า กองถ่ายได้เดินทางกลับมายังไอซ์แลนด์อีกครั้งเพื่อเก็บภาพความเวิ้งว้างอันสมจริงและทัศนียภาพที่ดูราวกับอยู่ต่างโลกของดาวเคราะห์ร้าง "อาร์ราคิส" 

ภูมิทัศน์ทะเลทรายทรายสีดำในไอซ์แลนด์ ซึ่งใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Dune ภาคสาม

ตั้งแต่ทะเลทรายทรายดำไปจนถึงที่ราบภูเขาไฟ และพื้นที่ไฮแลนด์อันกว้างใหญ่และเวิ้งว้าง ไอซ์แลนด์ได้สะท้อนภาพทัศนียภาพอันโหดร้ายตามจินตนาการของ Frank Herbert ผู้เป็นเจ้าของบทประพันธ์ ภูมิประเทศที่เกิดจากภูเขาไฟของไอซ์แลนด์นั้นมีความคล้ายคลึงกับสภาพภูมิประเทศของดาวอาร์ราคิสเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะยังไม่มีการยืนยันพิกัดสถานที่ถ่ายทำที่แน่ชัดอย่างเป็นทางการก็ตาม

นอกจากนี้ Rebecca Ferguson ได้ยืนยันว่าเธอจะปรากฏตัวสั้น ๆ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ทว่าโลเคชั่นในการถ่ายทำเฉพาะเจาะจงที่เกี่ยวข้องกับไอซ์แลนด์นั้นยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ แต่หากคุณต้องการไปสัมผัสและเดินบนผืนดินที่ดูราวกับอยู่ต่างโลกแบบเดียวกันนี้ คุณสามารถเดินทางไปสำรวจได้ด้วยบริการทัวร์เที่ยวคาบสมุทรเรคยาเนส 

2026 - Supergirl

ยานอวกาศสุดล้ำเหนือทุ่งลาวาในไอซ์แลนด์จากฉากในภาพยนตร์เรื่อง SupergirlSupergirl: Woman of Tomorrow คือหนึ่งในผลงานหลักกลุ่มแรก ๆ ของจักรวาล DC ยุคเปิดตัวใหม่ภายใต้การดูแลของ James Gunn และถือเป็นตัวแทนของภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่คลื่นลูกใหม่ที่เลือกปักหลักถ่ายทำในไอซ์แลนด์ โดยกองถ่ายได้เริ่มถ่ายทำไปเมื่อช่วงต้นปี 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งทางทีมสร้างได้เลือกใช้ลักษณะทางธรณีวิทยาอันตระการตาและโดดเด่นของไอซ์แลนด์ มาช่วยแต่งแต้มและกำหนดอัตลักษณ์ด้านงานภาพให้กับยุคสมัยใหม่ของภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่นี้

ฉากซูเปอร์ฮีโร่สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Supergirl ถ่ายทำในภูมิประเทศภูเขาไฟบนไฮแลนด์ของไอซ์แลนด์

เนื้อเรื่องจะติดตามการเดินทางข้ามดวงดาวของ Kara Zor-El ผ่านดวงดาวที่ห่างไกลและเต็มไปด้วยอันตราย ซึ่งทัศนียภาพของไอซ์แลนด์นั้นถือเป็นตัวแทนที่สมบูรณ์แบบ แม้ว่าพิกัดสถานที่ถ่ายทำที่แน่ชัดจะยังไม่มีการยืนยันต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าการถ่ายทำน่าจะมุ่งเน้นไปที่บริเวณภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาไฟและธารน้ำแข็งทางตอนใต้ของไอซ์แลนด์

ตั้งแต่ธารน้ำแข็งอันกว้างใหญ่ตระการตาไปจนถึงบ่อน้ำพุร้อนจากพลังงานความร้อนใต้พิภพที่มีไอระเหยคุกรุ่น ไอซ์แลนด์ได้มอบฉากหลังที่ดูสมจริงให้กับดวงดาวอันทุรกันดารและแปลกตาตามที่ปรากฏในภาพยนตร์ หากคุณต้องการไปสัมผัสภูมิประเทศที่ดูราวกับอยู่ต่างโลกนี้ด้วยตัวเอง ลองไปสัมผัสประสบการณ์กับทัวร์ไฮกิ้งบนธารน้ำแข็งสกัฟตาเฟลล์ หรือเลือกไปตื่นตาตื่นใจกับทัวร์ภูเขาไฟบนคาบสมุทรเรคยาเนสก็ได้เช่นกัน

ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์ในช่วง 2020s

ทศวรรษ 2020 ตอกย้ำสถานะของไอซ์แลนด์ในฐานะจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของโลกสำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์ที่ต้องการทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ตระการตา ปัจจุบันไอซ์แลนด์กำลังอยู่ในยุคที่ตื่นตัวและคึกคักที่สุดในประวัติศาสตร์ของการถ่ายทำภาพยนตร์ นับตั้งแต่ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ฟอร์มยักษ์ไปจนถึงมหากาพย์ภาพยนตร์ของคริสโตเฟอร์ โนแลน

2025 - How to Train Your Dragon (ฉบับคนแสดง)

เหล่ามังกรบินอยู่เหนือหน้าผาอันน่าตื่นตาตื่นใจของไอซ์แลนด์ในภาพยนตร์เรื่อง How to Train Your Dragonแฟรนไชส์แอนิเมชันอันเป็นที่รักของคนทั่วโลกอย่าง How to Train Your Dragon (อภินิหารไวน์กิงพิชิตมังกร) ได้กลายมาเป็นภาพยนตร์ฉบับคนแสดงจริงในที่สุด และไอซ์แลนด์ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ลงตัวอย่างที่สุด เพราะแอนิเมชันไตรภาคเวอร์ชันดั้งเดิมนั้น ก็ได้รับแรงบันดาลใจด้านงานภาพอย่างมหาศาลมาจากภูมิประเทศภูเขาไฟ ฟยอร์ดที่มีสายหมอกปกคลุม และแนวชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกเหนืออันเวิ้งว้างและสมบุกสมบันของไอซ์แลนด์อยู่แล้ว

มีการถ่ายทำฉากเรือไวกิ้งเผชิญหน้ากับมังกรยักษ์ในไอซ์แลนด์ สำหรับภาพยนตร์เรื่อง How to Train Your Dragon

สำหรับเวอร์ชันคนแสดงนี้ ผู้กำกับ Dean DeBlois ได้เลือกถ่ายทำฉากบินต่าง ๆ ในไอซ์แลนด์ ซึ่งรวมถึงฉากการล่ามังกรเรดเดธ โดยมีการใช้ภูมิประเทศภูเขาไฟ ธารน้ำแข็ง และหาดทรายดำของไอซ์แลนด์มาเนรมิตเป็นฉากหลังสำหรับลำดับเหตุการณ์ดังกล่าว หากคุณต้องการไปตามรอยจุดที่มังกรเคย "โบยบิน" สามารถเดินทางไปสำรวจได้ในแถบชายฝั่งทางใต้ หรือไปเยือนพื้นที่ภูเขาเวสตราฮอร์น (Vestrahorn) อันยิ่งใหญ่ตระการตา

สิ่งที่ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความพิเศษเป็นอย่างยิ่งคือ วิธีที่ทีมสร้างภาพยนตร์สามารถจับภาพการสอดประสานกันระหว่างสายหมอก ขุนเขา และท้องทะเลได้อย่างงดงาม ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณจะสามารถสัมผัสและดื่มด่ำได้อย่างแท้จริงเมื่อได้ไปยืนอยู่ ณ แหลมสต็อกสเนส (Stokksnes) ในยามรุ่งอรุณเท่านั้น

2025 - Mickey 17

Character inside blue ice cave filmed in Iceland for Mickey 17 movie in 2025.Mickey 17 คือภาพยนตร์ไซไฟแนวตลกร้าย โดยผู้กำกับ Bong Joon-ho นำแสดงโดย Robert Pattinson ในบทบาทของพนักงานประเภท "ใช้แล้วทิ้ง" ในภารกิจอพยพไปตั้งรกรากในอวกาศส่วนลึก ซึ่งทุกครั้งที่มิกกี้เสียชีวิต ร่างของเขาจะถูกพิมพ์ซ้ำขึ้นมาใหม่... ครั้งแล้วครั้งเล่า

คนยืนอยู่ในรอยแยกธารน้ำแข็งที่ลึกในประเทศไอซ์แลนด์ ในฉากจากภาพยนตร์เรื่อง Mickey 17

แม้ว่าการถ่ายทำส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส สตูดิโอส์ ลีฟส์เดน (Warner Bros. Studios Leavesden) แต่ไอซ์แลนด์ก็มีบทบาทอย่างมากในการเป็นภาพฟุตเทจสิ่งแวดล้อมภายนอก โดยพื้นผิวน้ำแข็งอันแปลกตาของดาวเคราะห์อันห่างไกลที่มีชื่อว่า "นิฟล์ไฮม์" (Niflheim) (ซึ่งตั้งชื่อตามอาณาจักรแห่งน้ำแข็งและความหนาวเย็นในตำนานนอร์สได้อย่างประจวบเหมาะ) ถูกถ่ายทำขึ้นบนบริเวณธารน้ำแข็งและที่ราบภูเขาไฟสีดำของไอซ์แลนด์

ทัศนียภาพที่เกิดขึ้นจริงตามธรรมชาติเหล่านี้ได้กลายมาเป็นต้นแบบในการออกแบบฉากน้ำแข็งอันซับซ้อนในภาพยนตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของถ้ำน้ำแข็ง ซึ่งต่อมาได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ด้วยเทคนิควิชวลเอฟเฟกต์ที่ล้ำสมัย หากคุณต้องการไปตามรอยสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Mickey 17 ในไอซ์แลนด์ คุณสามารถเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์จริงได้กับทัวร์ชมถ้ำน้ำแข็ง

2023 - Dungeons & Dragons: Honor Among Thieves

ทิวทัศน์ธารน้ำแข็งในไอซ์แลนด์ที่ปรากฏในภาพยนตร์แฟนตาซีเรื่อง Dungeons & Dragons

Dungeons & Dragons: Honor Among Thieves คือภาพยนตร์แอ็กชันคอมเมดี้แนวแฟนตาซีที่พิสูจน์ให้เห็นว่า เราสามารถสร้างภาพยนตร์ทุนหนาที่สนุกสนานได้อย่างแท้จริงจากเกมกระดานในตำนาน ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย Chris Pine, Michelle Rodriguez และ Hugh Grant โดยมีฉากหลังเป็นโลกแฟนตาซีอันเป็นที่รักอย่าง "อาณาจักรที่ถูกลืมเลือน" (Forgotten Realms)

สำหรับฉากที่ต้องแสดงถึงผืนป่าอันกว้างใหญที่ยังไม่ถูกรุกรานรวมถึงซากปรักหักพังโบราณ ทีมงานสร้างได้พบกับสถานที่ที่เสาะหาซึ่งตอบโจทย์อย่างลงตัวในทุ่งลาวาและพื้นที่ไฮแลนด์อันกว้างใหญ่ภายในใจกลางของไอซ์แลนด์ ภูมิประเทศของไอซ์แลนด์ที่ดูราวกับยุคก่อนประวัติศาสตร์นี้ ช่วยทำให้เรื่องราวในจินตนาการเหนือจริงดูมีความสมจริงและจับต้องได้มากขึ้น

ภาพมังกรท่ามกลางภูมิทัศน์ลาวาภูเขาไฟที่ถ่ายทำในไอซ์แลนด์สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Dungeons & Dragons

แต่สิ่งที่เป็นความมหัศจรรย์และน่าทึ่งที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การที่หนังมีหนึ่งในฉากสเปเชียลเอฟเฟกต์แบบ "เกิดขึ้นจริงในโลก" ที่น่าเหลือเชื่อที่สุดเท่าที่เคยบันทึกภาพมา นั่นคือฉากภูเขาไฟระเบิดที่เกิดขึ้นจริง ๆ! โดยทีมงานได้ลงพื้นที่ถ่ายทำฟุตเทจจริงของการปะทุของภูเขาไฟฟากราดาลส์ฟยาล (Fagradalsfjall Volcano) เมื่อปี 2021 บนคาบสมุทรเรคยาเนส ซึ่งภาพที่บันทึกได้นี้ถูกนำไปใช้ในฉากของดินแดนไอซ์วินด์เดล (Icewind Dale) เผยให้เห็นตัวละครเอกกำลังเดินทางผ่านสายธารลาวาที่ยังคุกรุ่นอยู่ งานนี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งซีจีไอ (CGI) เลยแม้แต่น้อย ในเมื่อคุณมีลาวาหลอมเหลวของจริงอยู่ตรงหน้า!

หากคุณต้องการไปเห็นพิกัดที่ตั้งของภูเขาไฟในชีวิตจริง คุณสามารถดื่มด่ำกับประสบการณ์สุดพิเศษด้วยทัวร์เฮลิคอปเตอร์ชมวิวภูเขาไฟเหนือกลุ่มปล่องภูเขาไฟซุนด์ฮนูคากีการ์ (Sundhnukagigar Craters) หรือจะเลือกไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของทุ่งลาวาที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ในระยะใกล้ด้วยทัวร์เดินเขาไฮกิ้งภูเขาไฟในเรคยาเนสก็ได้เช่นกัน

2023 - Heart of Stone

ฮาร์ปาคอนเสิร์ตฮอลล์ในไอซ์แลนด์ถูกระเบิดในภาพยนตร์เรื่อง Heart of Stone ที่นำแสดงโดย Gal Gadot

Heart of Stone เป็นภาพยนตร์แอ็กชั่นระทึกขวัญแนวสายลับของ Netflix ซึ่งนำแสดงโดย Gal Gadot นักแสดงจากบท Wonder Woman ในฐานะภาพยนตร์สายลับนานาชาติที่แท้จริง เรื่องนี้เดินทางไปถ่ายทำในสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงมีฉากสำคัญๆ ที่ถ่ายในไอซ์แลนด์ด้วย โดยในเรื่องนี้ฮาร์ปาคอนเสิร์ตฮอลล์ (Harpa Concert Hall) ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นที่รักของไอซ์แลนด์จะโดนระเบิด

ฮาร์ปาคอนเสิร์ตฮอลล์ในเรคยาวิก ไอซ์แลนด์

โชคดีที่การระเบิดทั้งหมดเป็นเพียงเอฟเฟกต์พิเศษ และฮาร์ปายังคงยืนหยัดอยู่บริเวณท่าเรือเรคยาวิกจนทุกวันนี้ คุณยังสามารถจองโต๊ะที่ฮาร์ปาและเพลิดเพลินกับอาหารมื้ออร่อยภายในสถาปัตยกรรมอันมหัศจรรย์แห่งนี้ นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นจุดแวะหนึ่งของทัวร์ฮอปออน์ฮอปออฟในเรคยาวิก ซึ่งเป็นทัวร์ยอดนิยมที่พาคุณเที่ยวชมรอบเมือง

2022 - The Northman

Björks นักร้องชาวไอซ์แลนด์ ปรากฏตัวในบท "วอลวา" (völva) ผู้สามารถมองเห็นอนาคต ในภาพยนตร์เรื่อง The NorthmanThe Northman เป็นภาพยนตร์มหากาพย์ไวกิ้งที่มีภาพสวยงามอย่างแท้จริง เรื่องนี้กำกับโดย Robert Eggers และนำแสดงโดย Alexander Skarsgård และ Anya Taylor-Joy โดยได้รับเกียรติร่วมแสดงจาก Nicole Kidman, Ethan Hawke, Willem Dafoe และ Björk ที่เป็นชาวไอซ์แลนด์ (ดูด้านบน) ด้วย นี่คือภาพยนตร์ไวกิ้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยทุนสร้างประมาณ 80 ล้านดอลลาร์

บางส่วนของ Northman ถ่ายทำบนธารน้ำแข็งสวีนาเฟลล์สโจกุลในประเทศไอซ์แลนด์เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่องนี้เกือบทั้งหมดเกิดขึ้นในประเทศไอซ์แลนด์และร่วมเขียนบทโดย Sjón นักเขียนบทและกวีชาวไอซ์แลนด์ นักแสดงชาวไอซ์แลนด์คนอื่นๆ ที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้แก่ Ingvar E. Sigurðsson และ Hafthor Bjornsson หรือ "The Mountain" ด้วยความที่เนื้อหาเชื่อมโยงกับชาวไอซ์แลนด์และเรื่องราวของภาพยนตร์ก็เกิดขึ้นในประเทศไอซ์แลนด์ ดังนั้นคุณอาจคิดว่าส่วนใหญ่จะถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์ แต่ปรากฏว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำในไอร์แลนด์เสียเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องโควิด-19 เมื่อปี 2020

สวีนาเฟลล์สโจกุลเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการเดินป่าธารน้ำแข็งในประเทศไอซ์แลนด์ฉากในอาคารบางฉากถ่ายทำในเมืองอาคูเรย์ริ โดยเป็นฉากที่แสดงให้เห็นด้านในของบ้านลองเฮาส์ของชาวไวกิ้ง นอกจากนี้ยังมีภาพมุมกว้างของการผจญภัยบางส่วนที่เป็นฉากเดินป่าเหนือธารน้ำแข็งสวีนาเฟลล์สโจกุลในประเทศไอซ์แลนด์ด้วย เราขอแนะนำให้คุณลองเดินป่าบนธารน้ำแข็งหรือที่เรียกว่าปีนกลาเซียร์ในไอซ์แลนด์ แต่คุณจะต้องสวมรองเท้าตะปูที่แข็งแรงเพื่อให้คุณเดินได้อย่างมั่นคง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ชาวไวกิ้งในสมัยนั้นยังไม่มีให้ใช้ คุณยังสามารถไปเดินบนธารน้ำแข็งสกัฟตาเฟลล์ ซึ่งเป็นแห่งเดียวกับที่ปรากฏในภาพยนตร์ได้อีกด้วย

2022 - Against the Ice

Against the Ice เป็นภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องการเดินทางของเดนมาร์กไปยังกรีนแลนด์ ซึ่งส่วนใหญ่ถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์Against the Ice เป็นภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการเอาชีวิตรอดที่สร้างจากการเดินทางอันโหดร้ายจากเดนมาร์กไปยังชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะกรีนแลนด์ในปี 1906-1908 เรื่องนี้นำแสดงโดยนักแสดงชาวเดนมาร์ก Nikolaj Coster-Waldau (ซึ่งเป็นผู้ร่วมเขียนบทด้วย) เขาเป็นที่รู้จักดีจากบทบาทอัศวิน Ser Jaime Lannister จากซีรีส์ Game of Thrones ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังนำแสดงโดย Charles Dance ซึ่งรับบท Tywin Lannister พ่อของ Jaime ในซีรีส์ด้วย

ฉากใน Against the Ice นำเสนอสุนัขลากเลื่อนบนธารน้ำแข็งในประเทศไอซ์แลนด์แม้ว่าเหตุการณ์ในภาพยนตร์จะเกิดขึ้นที่ประเทศกรีนแลนด์ แต่ Against the Ice กลับปักหลักถ่ายทำบนธารน้ำแข็งในประเทศไอซ์แลนด์เป็นส่วนใหญ่ โดยใช้ซีจีไอน้อยมาก ซึ่งทีมงานสร้างเลือกไอซ์แลนด์โดยเฉพาะเจาะจงก็เพราะความสามารถในการใช้เป็นตัวแทนของพืดน้ำแข็งในกรีนแลนด์ได้อย่างสมจริง และนี่คือข้อพิสูจน์ที่เด่นชัดว่าสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ในไอซ์แลนด์ได้กลายมาเป็นโลเคชั่นที่มีความหลากหลายและตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับฉากในแถบอาร์กติก

สุนัขไซบีเรียนฮัสกีที่มีความสุขระหว่างทัวร์นั่งเลื่อนสุนัขในไอซ์แลนด์

ภาพยนตร์เรื่องนี้ส่วนใหญ่ถ่ายทำในพื้นที่กลางแจ้งท่ามกลางสภาพอากาศที่โหดร้าย มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ทีมงานต้องหยุดการถ่ายทำกะทันหันและเข้าไปรวมตัวกันอยู่ในเต็นท์เนื่องจากเกิดพายุรุนแรงบนธารน้ำแข็ง ทั้งนี้ ภาพยนตร์ได้รับการอำนวยการสร้างโดย Baltasar Kormákur ผู้กำกับชาวไอซ์แลนด์ และยังร่วมแสดงโดยนักแสดงรุ่นใหญ่ระดับท็อปของไอซ์แลนด์อย่าง Þorsteinn Bachmann และ Gísli Örn Garðarsson

เนื้อหาส่วนใหญ่ของภาพยนตร์เกี่ยวกับนักเดินทางสองคนที่ขี่เลื่อนสุนัขข้ามธารน้ำแข็ง เนื่องจากเรื่องราวในภาพยนตร์เกิดขึ้นก่อนการประดิษฐ์สโนว์โมบิล นี่จึงเป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการเดินทางข้ามธารน้ำแข็งในขณะนั้น คุณมีโอกาสดีๆ มากมายหากคุณต้องการลองนั่งเลื่อนที่ลากด้วยสุนัขในประเทศไอซ์แลนด์ คุณสามารถไปนั่งเลื่อนที่ลากด้วยสุนัขใกล้กับเมืองเรคยาวิก หรือไปนั่งเลื่อนที่ลากด้วยไซบีเรียนฮัสกี้ในทางตอนเหนือของประเทศไอซ์แลนด์

2020 - Eurovision Song Contest: The Story of Fire Saga

ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย Will Ferrell และ Rachel McAdams ฉายทาง Netflix เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2020 เรื่องราวเกิดขึ้นในไอซ์แลนด์และมีตัวละครไอซ์แลนด์ แม้ว่าส่วนใหญ่จะเล่นโดยนักแสดงชาวอเมริกันที่พูดภาษาอังกฤษก็ตาม ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับนักดนตรีสองคนจากฮูสาวิก (Husavik) ผู้ใฝ่ฝันที่จะได้แสดงบนเวทีใหญ่และเข้าร่วมการประกวดเพลงยูโรวิชันในนามของไอซ์แลนด์ และทำให้เมืองเล็กๆ ของพวกเขาภาคภูมิใจ

Will Ferrell รับบทเจ้าหน้าที่ดูแลลานจอดรถในฮูสาวิก ไอซ์แลนด์ Volcano Man ซึ่งใช้เป็นเพลงเปิดตัวตอนเริ่มเรื่อง แสดงให้เห็นสถานที่หลายแห่งทั่วไอซ์แลนด์ ซึ่งรวมถึงชายหาด Valhnukamol บนคาบสมุทรเรคยาเนสที่มีโขดหินทะเล Karlinn เป็นฉากหลังด้วย คีย์บอร์ดทั้งสองตัวยังคงตั้งอยู่ที่นั่นจนทุกวันนี้ โดยยึดติดลงบนพื้น 

Will Ferrell และ Rachel McAdams กับฉากที่มีโขดหิน Karlinn บนคาบสมุทรเรคยาเนสของไอซ์แลนด์นอกจากนี้ยังมีน้ำตกสโคกาฟอสส์ที่กลายเป็นน้ำแข็งในช่วงฤดูหนาวอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ภาพที่ถ่ายออกมานั้นดูเขียวมาก หากคุณต้องการดูว่ามันดูเป็นอย่างไรในชีวิตจริง คุณสามารถจองทัวร์ชายฝั่งทางใต้ ซึ่งจะพาคุณขึ้นไปถึงน้ำตกอันเป็นเอกลักษณ์แห่งนี้ในแบบที่ไม่ได้เขียวเหมือนในภาพยนตร์

น้ำตกสโคกาฟอสส์ตามที่ปรากฏในภาพยนตร์ Eurovision Song Contest: The Story of Fire Sagaนอกจากนี้ยังมีฉากที่ Ferrell และ McAdams เดินผ่านทุ่งลาวาด้านนอกเมืองเรคยาวิก (ดูได้จากภาพขนาดย่อของวิดีโอด้านบน) และยืนอยู่ริมทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอนด้วย

ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอนตามที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง Eurovision Song Contest: The Story of Fire Saga ซึ่งถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์เมื่อทั้งคู่ได้รับการยอมรับให้เข้าร่วมการประกวดเพลงไอซ์แลนด์ในเมืองเรคยาวิก มหาวิทยาลัยไอซ์แลนด์จึงถูกเนรมิตให้เป็นฉากสำนักงานใหญ่ของสถานีโทรทัศน์สาธารณะไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ของโลกแห่งภาพยนตร์!

มหาวิทยาลัยไอซ์แลนด์ที่ถูกใช้เป็นฉากสถานีโทรทัศน์สาธารณะของประเทศไอซ์แลนด์เมืองฮูสาวิกเป็นส่วนสำคัญในภาพยนตร์เรื่องนี้และเป็นฉากสำหรับเรื่องราววุ่นๆ ที่เกิดขึ้น บาร์ที่ Will Ferrell และเพื่อนๆ ขึ้นไปแสดงบ่อยๆ สามารถไปเยี่ยมชมได้หากคุณไปที่ฮูสาวิก (Husavik) ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น Jaja Ding Dong Bar & Eurovision Exhibition ภายในมีการจัดแสดงของที่ระลึกจากการเข้าร่วมประกวดรายการยูโรวิชัน (Eurovision) ของประเทศไอซ์แลนด์ รวมถึงชุดเครื่องแต่งกายต่าง ๆ จากในภาพยนตร์ เช่น ชุดในเพลง Volcano Man สุดอลังการอันเป็นตำนาน

ในภาพยนตร์มีการยกย่องชื่อเสียงของฮูสาวิกในฐานะ "เมืองหลวงแห่งการชมวาฬของยุโรป" ด้วย เมื่อตัวละครของ Will Ferrell พูดคุยกับวาฬที่ท่าเรือของเมือง และวาฬสองตัวก็เต้นโชว์พร้อมกัน! หากคุณต้องการชมวาฬที่อาศัยอยู่ในอ่าวสกาลฟานดิ (Skjalfandi Bay) ให้คุณจองทัวร์ชมวาฬด้วยเรือโอ๊คในฮูสาวิก แต่อาจจะไม่ได้มีวาฬมาโชว์หมุนตัวแบบซิงโครไนซ์เหมือนในหนัง

การดูปลาวาฬเป็นที่นิยมมากในฮูสาวิก และในภาพยนตร์ ตัวละครของวิล เฟอร์เรลล์ก็พูดคุยกับวาฬได้!เรื่องราวของฮูสาวิกที่ได้รับเลือกให้เป็นบ้านเกิดของตัวละครที่แสดงโดย Will Ferrell นั้นค่อนข้างน่าสนใจ เฟอร์เรลล์อยากแสดงหนังตลกเกี่ยวกับยูโรวิชันมาตั้งแต่เขาได้ดูการประกวดร้องเพลงครั้งแรกในปี 1998 กับภรรยาชาวสวีเดนของเขา ซึ่งในอีกสองทศวรรษให้หลังและหลังจากผ่านภาพยนตร์ดังมานับไม่ถ้วน เขาจึงตัดสินใจที่จะทำให้มันเกิดขึ้นในที่สุด อย่างไรก็ตาม สวีเดนประสบความสำเร็จมากเกินไปในยูโรวิชัน โดยได้รับรางวัลมาหลายครั้ง ดังนั้นการแสดงภาพของนักร้องจากสวีเดนที่ไม่มีคุณภาพและตกอับจึงไม่น่าสนใจเท่าไหร่ และนั่นเป็นเหตุผลที่ไอซ์แลนด์ถูกเลือก

ภาพถ่ายของฮูสาวิกจากภาพยนตร์ Eurovision Song Contest: The Story of Fire Saga ซึ่งถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์เมื่อพวกเขาตัดสินใจว่าจะถ่ายทำที่ไหนในไอซ์แลนด์ David Dobkin ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้เพียงชี้ไปที่ฮูสาวิกบนแผนที่แล้วถาม Netflix ว่าจะถ่ายทำที่นั่นได้ไหม โดยที่ยังไม่เคยไปเยือนฮูสาวิกเลย แต่ Netflix ก็เห็นด้วย และที่เหลือก็คือประวัติศาสตร์ หากคุณต้องการเยี่ยมชมเมืองด้วยตัวเอง อย่าลืมจองที่พักในฮูสาวิกก่อนล่วงหน้า เนื่องจากเมืองนี้ได้รับความนิยมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้านบน คุณจะเห็นภาพถ่ายมากมายที่มีเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันโด่งดังไปทั่วโลก

2020 - The Midnight Sky

The Midnight Sky เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทำบางส่วนในประเทศไอซ์แลนด์ กำกับและนำแสดงโดยจอร์จ คลูนีย์The Midnight Sky เป็นภาพยนตร์ที่กำกับและนำแสดงโดย George Clooney และถ่ายทำบางส่วนในประเทศไอซ์แลนด์สำหรับฉากในอาร์กติก ภาพยนตร์หลังโลกล่มสลายนี้เกิดขึ้นในปี 2049 เป็นเรื่องเกี่ยวกับนักวิทยาศาสตร์สูงวัยและเด็กหญิงอายุ 7 ขวบบนฐานขนาดใหญ่ในอาร์กติกที่กำลังมองหาหอสื่อสารท่ามกลางทิวทัศน์หิมะอันกว้างใหญ่เพื่อเตือนนักบินอวกาศเกี่ยวกับสถานการณ์บนโลก มันค่อนข้างจะดีทีเดียว!

ธารน้ำแข็ง Skalafellsjokull ในไอซ์แลนด์ถูกใช้ในการถ่ายทำฉากในอาร์กติก ในภาพยนตร์ Midnight Skyในขณะที่ครึ่งหนึ่งของหนังเรื่องนี้เกิดขึ้นนอกอวกาศ อีกครึ่งหนึ่งเน้นไปที่การเดินทางผ่านที่ราบอาร์กติกอันโหดร้าย และเมื่อใดก็ตามที่ภาพยนตร์ต้องการหิมะสีขาวก้อนใหญ่ ธารน้ำแข็งของไอซ์แลนด์ก็เป็นสถานที่ถ่ายทำที่ยอดเยี่ยม
George Clooney ขี่สโนว์โมบิลข้ามธารน้ำแข็งวัทนาโจกุลในไอซ์แลนด์ส่วนที่เป็นฉากในอาร์กติกของภาพยนตร์ ซึ่งมีเพียงจอร์จ คลูนีย์และเด็กสาว ถูกถ่ายทำที่ Skalafellsjokull ซึ่งเป็นลิ้นธารน้ำแข็งของวัทนาโจกุล ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ในบางฉาก พวกเขาจะทะยานไปบนพื้นผิวที่เต็มไปด้วยหิมะด้วยสโนว์โมบิลขณะที่พวกเขาพยายามเข้าถึงเสาอากาศดาวเทียมขนาดใหญ่ คุณสามารถไปขี่สโนว์โมบิลบนธารน้ำแข็งเดียวกันได้กับทัวร์ขี่สโนว์โมบิลบนธารน้ำแข็งเป็นเวลา 3 ชั่วโมงที่วัทนาโจกุล หรือคุณจะจินตนาการว่าคุณเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้กล้าหาญที่กำลังกอบกู้โลกด้วยก็ได้!

ฉากสวยงามในภาพยนตร์เรื่อง Midnight Sky ถ่ายทำภายในถ้ำน้ำแข็งในประเทศไอซ์แลนด์นอกจากนี้ ในภาพยนตร์ยังมีฉากที่งดงามตระการตาซึ่งถ่ายทำภายในถ้ำน้ำแข็งธรรมชาติในไอซ์แลนด์อีกด้วย! โดยสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติเหล่านี้สามารถเดินทางไปสำรวจได้ในไอซ์แลนด์ช่วงฤดูหนาว ลองทำความรู้จักกับทัวร์ถ้ำน้ำแข็งอันยิ่งใหญ่ในวัทนาโจกุล ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการเปิดประสบการณ์การผจญภัยบนธารน้ำแข็งอันเป็นเอกลักษณ์นี้อย่างใกล้ชิด
ถ้ำน้ำแข็งเกิดขึ้นตามธรรมชาติในธารน้ำแข็งของประเทศไอซ์แลนด์และสามารถเยี่ยมชมได้ในช่วงฤดูหนาว

ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์ในช่วง 2010s 

ในช่วงทศวรรษที่สองของศตวรรษที่ 21 ไอซ์แลนด์ได้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองอย่างเต็มที่ว่าเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ที่มีทุนสร้างสูงที่เชื่อถือได้ บริษัทผู้ผลิตในท้องถิ่นได้รับประสบการณ์มากมาย และทีมงานกล้องไอซ์แลนด์ก็ไว้วางใจได้และขยันขันแข็ง ส่งผลให้เกิดโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่มากมายในช่วงทศวรรษนี้

2018 - Through Night and Day

เมื่อคู่รักเดินทางมาถึงเมืองเรคยาวิกในภาพยนตร์เรื่อง Through Night and Dayไม่ใช่แค่ผู้สร้างภาพยนตร์ฮอลลีวูดรายใหญ่เท่านั้นที่หลงใหลเสน่ห์ของไอซ์แลนด์เป็นฉากหลังสำหรับภาพยนตร์ดังของพวกเขา อุตสาหกรรมภาพยนตร์ขนาดเล็กบางแห่งทั่วโลกยังใช้ไอซ์แลนด์สำหรับภาพยนตร์ของตน เช่น ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้จากฟิลิปปินส์เรื่องนี้

คู่รักในภาพยนตร์เรื่อง Through Night and Day กำลังว่ายน้ำในสระ Seljavallalaug ในประเทศไอซ์แลนด์หนังเป็นเรื่องเกี่ยวกับคู่รักที่กำลังจะแต่งงานกัน และพวกเขาตัดสินใจไปเที่ยวไอซ์แลนด์ จุดหมายปลายทางในฝันของคู่หมั้น เพื่อทดสอบความสัมพันธ์ของพวกเขาอย่างเต็มที่ ภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นอันดับ 1 บน Netflix ในฟิลิปปินส์ และค่อนข้างได้รับความนิยมในประเทศบ้านเกิดเมื่อเข้าฉาย

คู่พระนางบนถนน Skolavordustigur ในตัวเมืองเรคยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์โดยไม่ต้องลงรายละเอียดของโครงเรื่อง พวกเขาต้องผ่านช่วงขึ้นๆ ลงๆ ขณะที่เดินทางทั่วประเทศ

ฉากพระเอกนางเอกไปรับประทานอาหารที่ Fridheimar ในเมืองฮแวราแกร์ดิภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอสถานที่และจุดหมายปลายทางต่างๆ มากมายในไอซ์แลนด์จนยากที่จะเน้นให้ครบทุกจุด ฉากที่สวยงามที่สุดในหนังเรื่องนี้เกิดขึ้นภายใน Fridheimar ร้านอาหารและฟาร์มมะเขือเทศในเรคโฮลท์ (Reykholt) คุณสามารถจองโต๊ะที่ Fridheimar ได้หากต้องการไปสัมผัสด้วยตัวเอง

พวกเขาไปที่น้ำตกเซลยาแลนส์ฟอสส์บนชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์แน่นอนว่าพวกเขาต้องไปเยี่ยมชมน้ำตกเซลยาแลนส์ฟอสส์ที่สวยงาม ซึ่งพวกเขาพยายามถ่ายเซลฟี่สุดอลังการโดยไม่เปียกจนเกินไป หากคุณต้องการเซลฟี่ของตัวเองที่นั่น ลองดูทัวร์รถมินิบัสพาเที่ยวชายฝั่งทางใต้เป็นเวลา 10 ชั่วโมงซึ่งจะพาคุณไปยังน้ำตกและเพชรเม็ดงามอื่นๆ ในพื้นที่ทางตอนใต้ของไอซ์แลนด์

คุณไม่จำเป็นต้องซื้อน้ำในประเทศไอซ์แลนด์ เพราะน้ำประปาสะอาดที่สุดในโลก!นอกจากนี้ยังมีฉากตลกๆ ที่ทั้งคู่บ่นเรื่องราคาของในซูเปอร์มาร์เก็ตในไอซ์แลนด์ที่สูงมาก (เมื่อเทียบกับประเทศบ้านเกิด) แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ตระหนักดีพอที่จะไม่จำเป็นต้องซื้อน้ำขวดในประเทศไอซ์แลนด์เนื่องจากน้ำประปาสะอาดที่สุดในโลก!

แสงเหนือเต้นระบำเหนือผู้มาเยือนชาวฟิลิปปินส์ในไอซ์แลนด์และแน่นอนว่าแสงเหนือก็ปรากฏตัวขึ้นด้วย ว่าที่ภรรยาจะโกรธคู่หมั้นของเธอที่ไม่ปลุกเธอให้ตื่นมาเห็นแสงออโรร่า หากคุณต้องการชมแสงเหนือในระหว่างการเยือน อย่าลืมจองทัวร์แสงเหนือเพื่อชมการแสดงแสงเหนือที่ส่องสว่างบนท้องฟ้า

ไคลแม็กซ์ของหนังเรื่องนี้เกิดขึ้นในสวนพฤกษศาสตร์เรคยาวิกฉากสำคัญของภาพยนตร์เกิดขึ้นในสวนพฤกษศาสตร์เรคยาวิกที่สวยงาม ซึ่งใช้ประโยชน์จากเสน่ห์ของฤดูใบไม้ร่วงได้อย่างเต็มที่

2017 - Justice League

ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องดังอย่าง Justice League ถ่ายทำในฟยอร์ดทางตะวันตกของไอซ์แลนด์มีภาพยนตร์ไม่กี่เรื่องที่ใช้ฟยอร์ดตะวันตก (Westfjords) ที่สวยงามและห่างไกลเป็นสถานที่ถ่ายทำ แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นของฉากเปิดเรื่อง Justice League ซึ่งเป็นซูเปอร์ฮีโร่บล็อกบัสเตอร์ โดยในเรื่อง Bruce Wayne ซึ่งรับบทโดย Ben Affleck ไปที่นั่นเพื่อรับสมัคร Aquaman เพื่อเข้าร่วมทีมที่เขากำลังก่อตั้ง

Bruce Wayne ขี่ม้าข้ามธารน้ำแข็ง Fjallsjokull ในไอซ์แลนด์ในภาพยนตร์เรื่องนี้ อควาแมนอาศัยอยู่ในหมู่บ้านห่างไกลในฟยอร์ด ซึ่งเขาถือเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่คอยช่วยเหลือชาวเมืองที่ยากจน แต่ก่อนอื่น Bruce Wayne จำเป็นต้องเดินป่าไปยังหมู่บ้าน และเขาใช้เส้นทางที่ค่อนข้างยากลำบากบนหลังม้าข้ามธารน้ำแข็งฟยาลล์สโจกุล ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของประเทศทางตะวันออกเฉียงใต้

ไม่ต้องกังวลไป คุณไม่จำเป็นต้องบุกบั่นตามรอยการเดินทางของ Bruce Wayne เพื่อไปให้ถึงที่นั่น เพราะคุณสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่เช่ารถ 4x4 หรือเลือกเข้าร่วมหนึ่งในทัวร์ฟยอร์ดทางตะวันตก เพื่อออกสำรวจภูมิภาคแห่งนี้

โรงงานปลาแฮร์ริ่งที่ปิดให้บริการแล้วในเมือง Djupavik ประเทศไอซ์แลนด์ ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำสำหรับ Justice Leagueศาลากลางของหมู่บ้านในเรื่องจริงๆ แล้วเป็นโรงงานปลาแฮร์ริ่งเก่าแก่ในเมืองดยูปาวิก (Djupavik) หากคุณต้องการไปชมด้วยตัวเอง คุณสามารถจองที่พักในฟยอร์ดตะวันตกเพื่อหาที่พักดีๆ ในภูมิภาคนี้ได้

Justice League แสดงให้เห็นภาพรวมที่ยอดเยี่ยมของฟยอร์ดน้ำแข็งข้างๆ ดยูปาวิกที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การถ่ายภาพยนตร์เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากโรงงานปลาแฮร์ริ่งนั้นตั้งตระหง่านอยู่บนหน้าผาซึ่งมีน้ำตกดยูปาวิกูร์ฟอสส์ไหลลงมาและมองเห็นฟยอร์ด ทำให้งดงามอย่างน่าทึ่งเมื่ออยู่หน้ากล้อง อย่างไรก็ตาม น้ำแข็งในฟยอร์ดในภาพนี้ มีการเพิ่ม CGI เข้าไปในขั้นตอนหลังการถ่ายทำ

Justice League ใช้ชาวไอซ์แลนด์เป็นตัวประกอบในฉากนี้ที่ถ่ายทำในฟยอร์ดตะวันตกแม้ว่าภาพยนตร์จะเกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน แต่ชาวไอซ์แลนด์ส่วนใหญ่แต่งตัวเหมือนชาวนาและชาวประมงในศตวรรษที่ 19 ไม่แน่ว่าหากพวกเขาสวมเสื้อผ้า H&M และรองเท้า  Crocs คนดูก็อาจจะรู้สึกเสียอารมณ์ได้

โรงงานปลาแฮร์ริ่งเก่าได้ถูกใช้เป็นฉากศาลากลางในฉาก Justice League ที่ถ่ายทำในฟยอร์ดทางตะวันตกของไอซ์แลนด์อควาแมน ซึ่งรับบทโดย Jason Momoa พยายามที่จะพูดภาษาไอซ์แลนด์ซึ่งฟังดูค่อนข้างเข้าใจยาก แต่เห็นได้ชัดว่าชาวเมืองคุ้นเคยกับสำเนียงของเขาเพราะพวกเขาดูเหมือนจะเข้าใจเขา และเขาก็ได้รับเสียงหัวเราะมากมาย บางทีพวกเขาอาจจะรู้สึกผิดหากไม่หัวเราะกับเรื่องตลกของเทพเจ้าแห่งท้องทะเล?

Jason Momoa ในทะเลสาบธารน้ำแข็ง Fjallsarlon ในไอซ์แลนด์ฉากนี้จบลงเมื่ออควาแมนตัดสินใจร่วมกับแบทแมนในการเดินทางของเขาเพื่อเอาชนะคนเลว ในขณะที่เขาเดินเข้าไปในน่านน้ำเย็นของสิ่งที่ควรจะเป็นฟยอร์ดข้างหมู่บ้าน แต่จริงๆ แล้วคือทะเลสาบธารน้ำแข็งฟยาลล์ซาร์ลอน (Fjallsarlon) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์ คุณเองก็สามารถชมสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่สวยงามนี้ได้อย่างใกล้ชิดด้วยการล่องเรือในทะเลสาบธารน้ำแข็งฟยาลซาร์ลอน เพียงแค่สวมเสื้อผ้าให้อบอุ่นเข้าไว้ เพราะสภาพอากาศบนผืนน้ำอาจจะเย็นได้แม้จะเป็นช่วงฤดูร้อนก็ตาม

2017 - The Fate of the Furious

ทะเลสาบมิวาทน์ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำฉากเมืองวลาโดวิน ประเทศรัสเซีย สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Fate of the FuriousThe Fate of the Furious คือภาพยนตร์แอ็กชันปี 2017 จากแฟรนไชส์ Fast & Furious ที่โด่งดังในเรื่องฉากไล่ล่าด้วยความเร็วสูงและสถานที่ถ่ายทำรอบโลก โดยในภาพยนตร์ ฉากที่เซตให้เป็นฐานทัพทหารของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนอันห่างไกลในภูมิภาคอันหนาวเหน็บของรัสเซีย (ซึ่งเป็นเมืองสมมติ) แท้จริงแล้วถูกถ่ายทำขึ้นที่ทะเลสาบมิวาทน์ (Lake Myvatn) ทางตอนเหนือของไอซ์แลนด์

ทะเลสาบมิวาทน์ในช่วงฤดูร้อนซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศไอซ์แลนด์ดังที่คุณเห็นจากภาพด้านบน ทะเลสาบแห่งนี้ค่อนข้างสวยงามในช่วงฤดูร้อน และมีชื่อเสียงจากปล่องภูเขาไฟจำลองสีเขียว ซึ่งสามารถพบได้ทั้งในและรอบๆ ทะเลสาบ เราขอแนะนำให้เยี่ยมชมอัญมณีที่สวยงามแห่งนี้กับทัวร์เที่ยวมิวาทน์ที่มีอยู่มากมายเพื่อสำรวจพื้นที่

ฉากไล่ล่าอันยิ่งใหญ่บนทะเลสาบมิวาทน์ที่กลายเป็นน้ำแข็งทางตอนเหนือของไอซ์แลนด์พื้นที่บริเวณนี้จัดเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์ เนื่องจากมีภูมิประเทศภูเขาไฟอันกว้างใหญ่ไพศาล และมีทัศนียภาพในฤดูหนาวที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนอย่างสวยงาม ทะเลสาบมิวาทน์ได้รับเลือกให้เป็นสถานที่ถ่ายทำฉากนี้ในภาพยนตร์เรื่องที่ 8 ของแฟรนไชส์ ​​Fast & the Furious อันทรงเกียรติ เพราะมันจะกลายเป็นน้ำแข็งในช่วงฤดูหนาว โดยมีน้ำแข็งหนาพอที่จะรองรับรถยนต์และรถบรรทุกได้หลายสิบคันอย่างปลอดภัย
เรือดำน้ำทะลุผ่านน้ำแข็งหนาของทะเลสาบมิวาทน์ในภาพยนตร์เรื่อง The Fate of the Furiousฉากไล่ล่านี้ไม่เพียงแต่นำเสนอรถลัมโบร์กินี รถถัง รถบรรทุกมอนสเตอร์พร้อมจรวด และ Dwayne Johnson หรือ "เดอะร็อค" เท่านั้น แต่ยังมีเรือดำน้ำรัสเซียขนาดยักษ์ที่ทะลุผ่านน้ำแข็งอีกด้วย

รถยนต์ถูกระเบิดบนทะเลสาบมิวาทน์ที่เป็นน้ำแข็งทางตอนเหนือของไอซ์แลนด์สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Fate of the Furiousและที่น่าตื่นเต้นมากคือฉากระเบิด

ระเบิดที่มนุษย์สร้างขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Fate of the Furiousในเวลานั้น ฉากเรือดำน้ำระเบิดถือเป็นฉากระเบิดที่มนุษย์สร้างขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการถ่ายทำมาในไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นสถิติที่ถูกทำลายลงในเวลาต่อมาโดยภาพยนตร์เรื่อง The Tomorrow War ในปี 2021 

ป้ายฐานทัพทหารรัสเซียแบ่งแยกดินแดนในภาพยนตร์เรื่อง The Fate of the Furiousก่อนฉากไล่ล่าข้ามทะเลสาบที่เป็นน้ำแข็ง มีฉากฐานทัพรัสเซียด้วย ซึ่งถ่ายทำที่ท่าเรืออคราเนส (Akranes) ในโรงงานปูนซีเมนต์ร้าง มีการแพนกล้องถ่ายให้เห็นเฮลิคอปเตอร์ทหารรัสเซียบินขึ้นและมีป้ายบนรั้วเหล็กซึ่งเขียนเป็นภาษาไอซ์แลนด์ว่า "Óviðkomandi bannaður aðgangur" ที่แปลว่า "เฉพาะบุคลากรที่ได้รับอนุญาต" อืม แต่เอ๊ะนั่นควรเขียนเป็นภาษารัสเซียหรือเปล่า?

Earth Lagoon ในไอซ์แลนด์เหนือตอนหน้าหนาวหากคุณต้องการไปเยี่ยมชมภูมิภาคนี้ในช่วงฤดูหนาว ตามที่ปรากฏในภาพยนตร์ (แต่ไม่มีเรือดำน้ำนะ) ทะเลสาบแห่งนี้จะมีส่วนบริเวณริมทะเลสาบที่น้ำไม่เคยเป็นน้ำแข็ง และคงมีอุณหภูมิอุ่นตลอดทั้งปี

เอิร์ธลากูนมิวาทน์ (Earth Lagoon Myvatn) จะมอบประสบการณ์อันเงียบสงบในการแช่น้ำอุ่นจากความร้อนใต้พิภพ หากคุณต้องการที่พักค้างคืน อย่าลืมจองที่พักในย่านมิวาทน์ล่วงหน้าด้วย ที่นี่เป็นภูมิภาคที่สวยงามและเงียบสงบที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชม

2016 - Rogue One: A Star Wars Story

ทะเลทรายสีดำ Myrdalssandur ตามที่ปรากฏใน Rouge One: A Star Wars StoryRogue One: A Star Wars Story คือภาพยนตร์ภาคต้นที่เล่าเรื่องราวก่อนเหตุการณ์ใน Star Wars ภาคแรก โดยเล่าเรื่องเกี่ยวกับการที่กองกำลังกบฏได้รับพิมพ์เขียวของ Death Star แม้กระทั่งก่อนที่ Rogue One จะเข้าฉาย ก็เห็นได้ชัดเจนว่าฉากต่างๆ ถูกถ่ายทำที่ชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์ เราจำหาดทรายสีดำและภูเขาเขียวขจีเหล่านั้นได้ทุกแห่ง!

หาดทรายสีดำมิร์ดาลส์ซานดูร์ในไอซ์แลนด์ระหว่างฉากเปิดเรื่อง Rogue Oneภาพยนตร์เริ่มต้นด้วยภาพที่สวยงามของหาดทรายสีดำในประเทศไอซ์แลนด์ โดยมีเพียงยานอวกาศ Star Warsian ขนาดเล็ก (ST 149) เท่านั้นที่มองเห็นได้ในระยะไกล ทำให้รู้ว่านี่ไม่ควรจะเป็นไอซ์แลนด์จริงๆ 

Iceland in Rogue One, with the mountains Hjorleifshofdi and Hafursey in the background.หาดทรายสีดำเหล่านี้สามารถพบได้ทั่วชายฝั่งทางใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ ที่ราบทรายแห่งนี้คือมิร์ดาลส์ซานดูร์ และภูเขาสีเขียวที่สวยงามเหล่านั้นคือ Hjorleifshofdi และ Hafursey ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของวิก

Mads Mikkelsen มองไปที่หาดมิร์ดาลส์ซานดูร์ในไอซ์แลนด์ในภาพยนตร์เรื่อง Rogue Oneไอซ์แลนด์ถูกใช้เป็นฉากสำหรับดาวเคราะห์ Lah'mu ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งตัวละครหลักของเรื่อง Jyn Erso และพ่อแม่ของเธอซ่อนตัวอยู่ตั้งแต่เริ่มต้นเรื่อง พ่อของ Jyn Erso ซึ่งรับบทโดย Mads Mikkelsen นักแสดงชาวเดนมาร์ก เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานเกี่ยวกับการสร้างดาวมรณะ และผู้ร้ายต้องการนำเขากลับมา

การขี่รถเอทีวีข้ามมิร์ดาลส์ซานดูร์ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นอย่างแท้จริงนอกจากปรากฏในภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดังแล้ว มิร์ดาลส์ซานดูร์ยังเป็นที่รู้จักจากซากเครื่องบิน DC-3 ที่ตกลงบนพื้นทรายในปี 1973 คุณสามารถไปเยี่ยมชมซากเครื่องบินและเร่งความเร็วไปบนพื้นทรายได้กับทัวร์ขี่รถเอทีวีสุดระทึกเป็นเวลา 2 ชั่วโมง

Jyn Erso หนีเข้าไปในถ้ำใกล้เคียงระหว่างฉากเปิดเรื่อง Rogue One ที่ถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์ในตอนท้ายของฉาก Jyn Erso ตัวน้อยหนีไปในขณะที่พ่อแม่ของเธอถูกกองทหาร Sith สังหาร เธอซ่อนตัวอยู่ในถ้ำใกล้ๆ ที่เรียกว่า Gygjagja และพยายามหลบหนีจากทหารมรณะ (ใช่แล้ว สตอร์มทรูปเปอร์ในชุดดำเรียกว่าทหารมรณะ)

ถ้ำโยดาในภูเขา Hjorleifshofdi ในประเทศไอซ์แลนด์สำหรับเราภาพยนตร์เรื่องนี้คงไม่มีอะไรน่าสนใจมากไปกว่าข้อเท็จจริงที่ว่าถ้ำที่เธอไปเจอนั้นมีความเชื่อมโยงแปลกๆ กับภาพยนตร์ ​​Star Wars เพราะว่าปากถ้ำนั้นมีรูปร่างคล้ายกับภาพเงาของตัวละครโยดา และบางครั้งที่นี่ถูกเรียกว่าถ้ำโยดา (Yoda Cave) ด้วย คุณสามารถจองโรงแรมในวิกและเดินทางไปยังสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Rogue One ในประเทศไอซ์แลนด์ได้

2016 - Captain America: Civil War

ฉากเปิดเรื่อง Captain America: Civil War ถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์

ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ชื่อดัง Captain America: Civil War ที่ทำให้เหล่าอเวนเจอร์แตกแยกและทะเลาะกัน ส่วนหนึ่งนั้นถ่ายทำในไอซ์แลนด์ โโยฉากเริ่มแรกที่บรรยายถึงความหนาวเย็นของไซบีเรียซึ่งเป็นที่มาของทหารฤดูหนาว ถ่ายทำใกล้กับหมู่บ้านวิกในไอซ์แลนด์

Captain America: Civil War ถ่ายทำบางส่วนในประเทศไอซ์แลนด์นอกเหนือจากฉากเริ่มต้นนั้น ยากที่จะบอกได้ว่าฉากภายนอกอันไหนที่ถ่ายทำจริงในไอซ์แลนด์หรือในสตูดิโอกรีนสกรีนที่สะดวกสบาย 

2016 - War on Everyone

Alexander Skarsgård และ Michael Peña ในภาพยนตร์เรื่อง War on Everyone ซึ่งบางส่วนของภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำที่เมืองเรคยาวิก ไอซ์แลนด์War on Everyone เป็นภาพยนตร์ตลกร้ายแนวตำรวจคู่หูจากสหราชอาณาจักร นำแสดงโดย Alexander Skarsgård และ Michael Peña ในบทตำรวจคดโกงที่วางแผนปล้นโดยได้รับความช่วยเหลือจากอาชญากร ภาพด้านบนนี้อยู่ด้านหน้าโบสถ์ฮัลล์กริมสคิร์กยาพอดี

Reggie ถูกจับได้ที่ไอซ์แลนด์ในภาพยนตร์เรื่อง War on Everyoneมีหลายฉากที่ถ่ายทำในเมืองเรคยาวิก ขณะที่พวกเขาออกตามหาหนึ่งในผู้สมรู้ร่วมคิดที่หนีไปยังไอซ์แลนด์หลังจากการปล้นจบลงอย่างเลวร้าย แม้จะไม่รู้ว่าเขาพักอยู่ที่ไหนในไอซ์แลนด์ แต่ก็เห็นได้ทันทีที่พวกเขาเดินอยู่ท่ามกลางฝูงชนชาวไอซ์แลนด์บนถนน Skolavordustigur และกำลังกินปลาแห้ง

จุดเริ่มต้นของฉากไล่ล่าในเมืองเรคยาวิกในหนังเรื่อง War on Everyoneฉากไล่ล่าเกิดขึ้นทั่วเมือง ไปตาม Skolavordustigur ผ่านถนน Laugavegur และจบลงที่ชายหาด Nautholsvik ซึ่งในที่สุดเขาก็ถูกจับได้ หลังจากนั้น ทั้งสามคนไปดื่มเบียร์ที่ร้าน Kaffibarinn ในตัวเมืองเรคยาวิก เพื่อหารือเกี่ยวกับสาเหตุที่การปล้นครั้งนี้ผิดพลาด การสำรวจสถานที่เหล่านี้ด้วยทัวร์เดินชมเมืองเรคยาวิกแบบมีไกด์นำเที่ยว จะช่วยให้คุณเชื่อมโยงฉากต่าง ๆ ในภาพยนตร์เข้ากับสถานที่จริง ไม่ว่าจะเป็นท้องถนน ร้านกาแฟ หรือแลนด์มาร์กสำคัญ ๆ

ตำรวจขี้โกงในเรื่อง War on Everyone กำลังคุยกันถึงบลูลากูนในไอซ์แลนด์ในฉากที่แล้ว ตำรวจเลวทั้งสองคุยกันเรื่องบลูลากูน โดยตัวละครที่แสดงโดย Michael Peña แสดงความสนใจ ในขณะที่ตัวละครที่แสดงโดย Skarsgård ไม่ค่อยกระตือรือร้นเท่าไหร่นัก หากคุณต้องการแช่ตัวในน้ำอุ่นใต้พิภพของสปาที่มีชื่อเสียงแห่งนี้ ลองเข้าร่วมทัวร์บลูลากูนที่มีให้เลือกมากมาย หรือซื้อบัตรเข้าใช้บริการบลูลากูนโดยตรง

2015 - Star Wars: The Force Awakens

BB-8 มองดูการต่อสู้บนท้องฟ้าเกิดขึ้นเหนือไอซ์แลนด์

ภาพยนตร์เรื่องแรกในไตรภาคของดิสนีย์ในเทพนิยาย Star Wars มีภาพภายนอกบางส่วนจากไอซ์แลนด์ ซึ่งแสดงให้เห็นบางส่วนของฐาน Starkiller อันทรงพลัง ซึ่งคล้ายกับดาวมรณะจากไตรภาคดั้งเดิม ฉากเหล่านี้ในภาพยนตร์ถูกถ่ายทำใกล้กับเอยาฟยาลลาโจกุล (Eyjafjallajokull) ภูเขาไฟมีธารน้ำแข็งปกคลุมที่มีชื่อเสียงจากการปะทุเมื่อปี 2010 จนส่งผลกระทบและทำให้การจราจรทางอากาศทั่วทั้งยุโรปต้องหยุดชะงัก

ทางเข้าฐานทัพสตาร์คิลเลอร์ (Starkiller Base) ในภาพยนตร์เรื่อง Star Wars: The Force Awakens ซึ่งถ่ายทำที่ประเทศไอซ์แลนด์โครงสร้างนี้ถูกเพิ่มเข้ามาในขั้นตอนหลังการถ่ายทำโดยบริษัทวิชวลเอฟเฟกต์ระดับตำนานอย่าง Industrial Light & Magic คุณสามารถสำรวจบริเวณนี้ได้ด้วยทัวร์สโนว์โมบิลที่น่าตื่นเต้นเป็นเวลา 1 ชั่วโมงบนเอยาฟยาลลาโจกุล

แฮร์ริสัน ฟอร์ด ปรากฏตัวใน Star Wars: The Force Awakens ซึ่งถ่ายทำบางส่วนในประเทศไอซ์แลนด์

ภาพที่มีภาพโคลสอัพของตัวละครเอกในภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำด้วยกรีนสกรีน ดังนั้น แฮร์ริสัน ฟอร์ดจึงไม่ได้เดินทางไปไอซ์แลนด์เพื่อถ่ายทำส่วนของเขาสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้

2015 - Dilwale

ภาพยนตร์แอ็คชั่น-คอมเมดี้ของอินเดีย Dilwale มีฉากที่ถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์ทั้งหมด ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศบ้านเกิดและยังคงเป็นหนึ่งในภาพยนตร์อินเดียที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล เพลง "Gerua" ที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำในสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งคุณสามารถดูได้ในวิดีโอด้านบน

สถานที่ต่างๆ ในภาพยนตร์อินเดียเรื่อง Dilwale ที่ถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์

สถานที่บางส่วนที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้แก่ หาดทรายดำเรย์นิสฟยารา (Reynisfjara Black Sand Beach) ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอน (Jokulsarlon Glacier Lagoon) น้ำตกสโคกาฟอสส์ (Skogafoss Waterfall) และภูเขาเวสตราฮอร์น (Mount Vestrahorn) ซึ่งถ้าคุณอยากไปตามรอยสถานที่ถ่ายทำเหล่านี้ ทัวร์แบบวันเดียวเที่ยวชายฝั่งตอนใต้และธารน้ำแข็งถือเป็นวิธีที่สะดวกสบายมาก โดยที่คุณไม่ต้องเหนื่อยขับรถทางไกลเอง

และตามธรรมเนียมอันเป็นเอกลักษณ์ของภาพยนตร์บอลลีวูด ก็ได้มีการใส่สเปเชียลเอฟเฟกต์สุดตระการตาเพิ่มเข้าไปเล็กน้อย เพื่อแต่งแต้มให้ทัศนียภาพอันงดงามของไอซ์แลนด์ดูสวยงามราวกับเวทมนตร์ยิ่งขึ้น หากคุณต้องการเจาะลึกสถานที่ถ่ายทำทั้งหมดที่ปรากฏในมิวสิกวิดีโอตัวนี้ สามารถเข้าไปอ่านบทความเต็มเกี่ยวกับ Diwale ในไอซ์แลนด์ของเราได้

2014 - Interstellar

Matt Damon และ Matthew McConaughey ในภาพยนตร์เรื่อง Interstellar ถ่ายทำที่ไอซ์แลนด์Interstellar เป็นภาพยนตร์นิยายวิทยาศาสตร์มหากาพย์ที่กำกับโดย Christopher Nolan และนำแสดงโดย Matthew McConaughey, Anne Hathaway และ Matt Damon ภาพยนตร์ถ่ายทำในสถานที่สองแห่งในไอซ์แลนด์ซึ่งเป็นตัวแทนของดาวเคราะห์ที่แตกต่างกัน สถานที่ทั้งสองแห่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ และอยู่ห่างกันไม่มาก (หรือใช้เวลาขับรถประมาณหนึ่งชั่วโมง)

ฉากในภาพยนตร์เรื่อง Interstellar ถ่ายทำที่ Mafabot ประเทศไอซ์แลนด์Mafabot เป็นดินแดนที่ราบต่ำระหว่างทะเลเปิดและแม่น้ำ ไม่ไกลจากเมืองคิร์กยูไบยาร์คลอสตูร์ (Kirkjubaejarklaustur) และเป็นที่ซึ่งมีฉากอันเข้มข้นบนดาวเคราะห์ในมหาสมุทรเกิดขึ้น มันไม่ใช่สถานที่ที่คุณสามารถ "เยี่ยมชม" ได้จริงๆ เนื่องจากทีมงานภาพยนตร์ต้องสร้างถนนและขนส่งอุปกรณ์ด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่เพื่อไปถึงที่นั่น

ธารน้ำแข็งสวีนาเฟลล์สโจกุล เป็นตัวแทนของดาวเคราะห์น้ำแข็งที่มาเยี่ยมชมในภาพยนตร์เรื่อง Interstellar ที่ถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์สถานที่ถ่ายทำอีกแห่งคือธารน้ำแข็งสวีนาเฟลล์สโจกุล ซึ่งเป็นตัวแทนของดาวเคราะห์น้ำแข็งที่ตัวละครของ Matt Damon ติดค้างอยู่ มีการถ่ายทำหลายฉากที่ลูกเรืออวกาศกำลังเดินป่าเหนือธารน้ำแข็งพร้อมอุปกรณ์ครบครันเพื่อตามหานักบินอวกาศที่หายไป

Svínafellsjökull ในไอซ์แลนด์เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินสำรวจธารน้ำแข็งที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการเดินป่าบนธารน้ำแข็ง และคุณสามารถเยี่ยมชมได้อย่างง่ายดายด้วยทัวร์ไฮกิ้งบนธารน้ำแข็งพร้อมไกด์ที่สวีนาเฟลล์สโจกุล คุณจะรู้สึกเหมือนกำลังสำรวจพื้นที่ต่างดาว!

2014 - Noah

์Noah ที่นำแสดงโดยรัสเซล โครว์ส่วนใหญ่ถ่ายทำทั่วไอซ์แลนด์Noah เป็นภาพยนตร์มหากาพย์เกี่ยวกับพระคัมภีร์เกี่ยวกับเรื่องราวของโนอาห์และน้ำท่วม โปรดิวเซอร์ของ Noah รู้สึกว่าความแปลกใหม่ของไอซ์แลนด์เหมาะกับฉากของพวกเขา นั่นคือจุดเริ่มต้นของโลก

โนอาห์และครอบครัวของเขา ถ่ายทำที่คาบสมุทรเรคยาเนสในไอซ์แลนด์ฉากก่อนน้ำท่วมของหนังเรื่องนี้ส่วนใหญ่ถ่ายทำบนคาบสมุทรเรคยาเนส โดยใช้ประโยชน์จากทุ่งลาวาที่ปกคลุมไปด้วยมอสส์อันเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคนี้อย่างเต็มที่

ภูเขา Hafursey ในภาพยนตร์เรื่อง Noah ถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์Mount Hafursey ก็น่าสนใจเช่นกัน เขาลูกนี้ตั้งอยู่บนชายหาดมิร์ดาลส์ซานดูร์บนชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์ ความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่างทรายสีดำและภูเขาสีเขียวดูดีมากในภาพยนตร์! สถานที่นี้จะถูกนำมาใช้อีกครั้งสำหรับภาพยนตร์เรื่องอื่นที่เข้าฉายในปีถัดไป: Rogue One

ถ้ำ Raufarholshellir ในไอซ์แลนด์ ที่ซึ่ง Anthony Hopkins และ Russell Crowe ถ่ายทำฉากสำหรับภาพยนตร์เรื่อง Noahโนอาห์ไปพบปู่เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับนิมิตเกี่ยวกับน้ำท่วมที่กำลังจะเกิดขึ้น ปู่ของเขาคือเมธูเสลาห์ รับบทโดยแอนโทนี่ ฮอปกิ้นส์ และมีชีวิตอยู่จนถึงวัย 969 ปี ตามที่ระบุไว้ในพระคัมภีร์ ฉากนี้ถ่ายทำภายในถ้ำเรยฟาร์โฮลเชลลิร์ (Raufarholshellir Cave)

อุโมงค์ลาวาเรยฟาร์โฮลส์เฮลลิร์นั้นน่าหลงใหลในการสำรวจคุณสามารถไปเยี่ยมชมถ้ำอันงดงามแห่งนี้ได้กับทัวร์อุโมงค์ลาวาที่สนุกสนานเป็นเวลา 1 ชั่วโมงที่อุโมงค์ลาวาเรยฟาร์โฮลส์เฮลลิร์ คุณยังสามารถยืนในจุดเดียวกับที่เซอร์แอนโทนี่ ฮอปกินส์ทำและแกล้งทำเป็นชายที่อายุมากที่สุดที่เคยมีชีวิตอยู่ได้

2013 - Oblivion

ทอม ครูซ ในภาพยนตร์เรื่อง Oblivion ถ่ายทำที่ไอซ์แลนด์Oblivion เป็นภาพยนตร์ไซไฟบล็อกบัสเตอร์ที่นำแสดงโดย Tom Cruise โดยเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกหลังหายนะในปี 2077 และเมื่อใดก็ตามที่ฮอลลีวูดต้องการสถานที่ที่ดีในการถ่ายทำโลกที่รกร้าง ไม่มีสถานที่ใดดีไปกว่าไอซ์แลนด์! ในภาพด้านบน แท่นไฮโดรเทอร์มอลลอยอยู่เหนือน้ำและเปลี่ยนน้ำทะเลให้เป็นพลังงานฟิวชัน 

ปล่อง Hrossaborg ตามที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง Oblivion ในไอซ์แลนด์ขณะที่ตัวละครของ Tom Cruise มองหามนุษย์คนอื่น ๆ อีกครั้งในโลกหลังหายนะ เขาก็ได้พบกับสนามฟุตบอลรกร้างซึ่งมีการเล่น "ซูเปอร์โบวล์ครั้งสุดท้าย" ในปี 2017 นี่คือปล่องภูเขาไฟฮรอสซาบอร์ก (Hrossaborg) ของจริงๆ ในทางตะวันออกเฉียงเหนือของไอซ์แลนด์ เพียงเพิ่ม CGI ในส่วนของเศษซากของสนามกีฬาเข้าไป

ทอม ครูซ ขี่มอเตอร์ไซค์ข้ามเนินทรายสีดำในประเทศไอซ์แลนด์เพื่อถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Oblivionอีกฉากหนึ่งแสดงให้เห็น Tom Cruise ขี่มอเตอร์ไซค์ข้ามทะเลทรายสีดำใกล้ทะเลสาบเดรคาวาทน์ (Drekavatn) บนไฮแลนด์ของประเทศไอซ์แลนด์ พื้นที่ภายในส่วนใหญ่ของไอซ์แลนด์ประกอบด้วยเนินทรายสีดำเช่นนี้ คุณสามารถสำรวจส่วนนี้ของไอซ์แลนด์ได้จากทัวร์ไฮแลนด์ที่มีให้เลือกมากมายแต่ไม่มีเศษซากที่หลงเหลือจากวันสิ้นโลก

สันเขา Jarlhettur ดังที่เห็นในภาพยนตร์เรื่อง Oblivionฉากสำคัญในภาพยนตร์เรื่องนี้เกิดขึ้นบนฐานสูงบนยอดเขาที่มองเห็นสันเขา Jarlhettur ใกล้กับธารน้ำแข็งลางโจกุล แต่ทีมงานฮอลลีวูดประสบปัญหาในการออกเสียงชื่อไอซ์แลนด์จึงเรียกชื่อนี้ว่า "Earl's Peak"

ในช่วงเวลาที่ Oblivion ถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์ ถือเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์ ร่วมกับ The Secret Life of Walter Mitty และมีนักแสดงที่ดึงดูดมากที่สุดเช่นกัน ความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้และความราบรื่นของการถ่ายทำในไอซ์แลนด์ ได้ปูทางไปสู่ภาพยนตร์ดังหลายเรื่องที่ตามมา ในสารคดีสั้นด้านบน คุณจะได้ยินเกี่ยวกับประสบการณ์การถ่ายภาพของ Tom Cruise ในไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาอยากทำมานานแล้ว 

2013 - Star Trek: Into Darkness

ฉากที่ถ่ายทำที่หาดทรายสีดำเรย์นิสฟยาราในประเทศไอซ์แลนด์สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Star Trek: Into Darkness

ทรายสีดำของประเทศไอซ์แลนด์เป็นที่นิยมสำหรับผู้สร้างภาพยนตร์ที่ต้องการแสดงดาวเคราะห์ที่รกร้างและสิ้นสลายอย่างที่เห็นในภาพยนตร์แอ็คชั่นไซไฟ Star Trek: Into Darkness เกี่ยวกับการผจญภัยของ Kirk, Spock และ USS Enterprise

นักวิทยาศาสตร์สองคนในภาพยนตร์เรื่อง Star Trek: Into Darkness ถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์

Dr. McCoy และ Dr. Marcus ลงจอดบนดาวเคราะห์น้อยใกล้กับ Qo'noS ซึ่งเป็นดาวเคราะห์บ้านเกิดของกลุ่มคลิงออน ภารกิจของพวกเขาคือการเก็บและประกอบตอร์ปิโดระยะไกลขั้นสูง ฉากนี้ถ่ายบนหาดทรายสีดำเรย์นิสฟยาราในประเทศไอซ์แลนด์ หากคุณต้องการสัมผัสบรรยากาศอันน่าตื่นตาตื่นใจนี้ในชีวิตจริง คุณสามารถเดินทางไปสำรวจได้ง่าย ๆ ด้วยบริการเดย์ทัวร์จากเมืองเรคยาวิกที่มีให้เลือกมากมาย

ฉากกู้ระเบิดตอร์ปิโดบนหาดเรย์นิสฟยารา ในภาพยนตร์เรื่อง Star Trek: Into Darknessเราจะบอกว่าพื้นที่นี้ได้รับการ "จินตนาการใหม่" ด้วยความช่วยเหลือของเอฟเฟกต์พิเศษ ดังนั้นมันจึงดูเหมือนทะเลทรายขนาดใหญ่ที่มีหน้าผาสีดำกระจายไปทั่ว แต่มันให้ความรู้สึกของโลกใหม่ที่แปลกประหลาดได้อย่างแน่นอน

2013 - Thor: The Dark World

Chris Hemsworth, Tom Middleton และ Natalie Portman ใน Thor: The Dark World ถ่ายทำในไอซ์แลนด์ไอซ์แลนด์เป็นสถานที่ที่สมเหตุสมผลในการถ่ายทำภาพยนตร์เกี่ยวกับตัวละครที่สร้างจากเทพนิยายนอร์ส ซึ่งตรงกับ Thor: The Dark World ที่นำแสดงโดยคริส เฮมส์เวิร์ธ, ทอม ฮิดเดิลสตัน และนาตาลี พอร์ตแมน

Svartalfheim บ้านของดาร์กเอลฟ์ ถ่ายทำที่ Skeidararsandur ในไอซ์แลนด์ที่ราบทรายสีดำแห่งสเกดาร์ซานดูร์ (Skeidararsandur) เป็นที่ตั้งของ Svartalfheim ซึ่งเป็นดาวเคราะห์บ้านเกิดของดาร์กเอลฟ์ อาณาจักรนี้ตั้งอยู่บนสถานที่ที่มีชื่อเดียวกันจากจักรวาลวิทยานอร์ส ซึ่งมีหลักฐานยืนยันใน Prose Edda ของ Snorri Sturluson 

Thor: The Dark World ถ่ายทำบางส่วนในประเทศไอซ์แลนด์Thor: The Dark World ยังถ่ายทำที่น้ำตกสโคกาฟอสส์ หุบเขาโดมาดาลูร์ (Domadalur) และหุบเขาฟยาดราร์กยูฟูร์ (Fjadrargljufur) ด้วย แต่น่าเสียดายที่ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชวลเอฟเฟ็กต์ที่ Marvel Studios ให้ความสำคัญกับคำว่าดาร์กในชื่อภาพยนตร์เรื่องนี้มากเกินไป เนื่องจากภาพมืดจนคุณมองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ถ่ายทำในไอซ์แลนด์!

ในวิดีโอสั้นด้านบน คุณจะเห็นภาพเบื้องหลังของ Hemsworth และกลุ่มเพื่อนที่ถ่ายกันในไอซ์แลนด์ ก่อนจะลบด้วย CGI จนทุกอย่างปกคลุมไปด้วยความมืดมิด คุณจึงสามารถเห็นทิวทัศน์ของประเทศไอซ์แลนด์ได้อย่างสง่างาม 

2013 - The Secret Life of Walter Mitty

Ben Stiller รับบทเป็น Walter Mitty เล่นลองบอร์ดในไอซ์แลนด์The Secret Life of Walter Mitty กำกับและนำแสดงโดย Ben Stiller เป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่ทำงานเดิมๆ มีชีวิตที่น่าเบื่อจำเจ จนกระทั่งเขาได้ออกเดินทางท่องโลกกว้างแบบที่จะต้องจดจำไปตลอดชีวิต ภาพยนตร์ส่วนใหญ่ถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์ โดยใช้เป็นตัวแทนของสามประเทศ

สติกกิชโฮลมูร์ในไอซ์แลนด์ใช้ถ่ายทำเป็น Nuuk กรีนแลนด์สถานที่แรกของการเดินทางของ Mitty คือ Nuuk ใน กรีนแลนด์ อย่างไรก็ตาม ฉากที่เป็นตัวแทนของกรีนแลนด์ จริงๆ แล้วถ่ายทำที่สติกกิชโฮลมูร์ (Stykkisholmur) ในประเทศไอซ์แลนด์ บ้านสีแดงที่เห็นทางด้านซ้ายในภาพด้านบนคือ Hotel Egilsen ซึ่งเป็นโรงแรมชั้นเยี่ยมในอาคารเก่าแก่

Ben Stiller และ Ólafur Darri ในภาพยนตร์เรื่อง The Secret Life of Walter Mitty ซึ่งถ่ายทำที่ประเทศไอซ์แลนด์ขณะอยู่ใน Nuuk นั้น Mitty ได้พบกับนักบินเฮลิคอปเตอร์ รับบทโดย Ólafur Darri Ólafsson นักแสดงชาวไอซ์แลนด์ผู้มากประสบการณ์ Mitty รู้สึกศรัทธาในตัวนักบินมากและออกเดินทางไปกับนักบินเฮลิคอปเตอร์เพื่อไปยังไอซ์แลนด์ (โดยมีหยุดว่ายน้ำในทะเลที่เต็มไปด้วยปลาฉลามเป็นเวลาสั้นๆ) และเดินทางไปทั่วประเทศ

Ben Stiller รับบทเป็น Walter Mitty ปั่นจักรยานในไอซ์แลนด์เมื่อ Mitty มาถึงไอซ์แลนด์ เขาเริ่มขี่จักรยานมุ่งหน้าไปยังภูเขาไฟเอยาฟยาลลาโจกุล ต่อไปนี้คือชุดภาพความงามของประเทศไอซ์แลนด์ขณะที่ Ben Stiller ปั่นจักรยาน การเดินป่า และเดินทางด้วยลองบอร์ดทั่วประเทศ

4 ฉากในไอซ์แลนด์ในภาพยนตร์เรื่อง Secret Life of Walter Mittyชาวไอซ์แลนด์ยิ่งรู้สึกปลาบปลื้มกับส่วนนี้ของภาพยนตร์เพิ่มขึ้นอีกเมื่อใช้เพลง "Dirty Paws" โดยวงดนตรี Of Monsters and Men ของประเทศไอซ์แลนด์ เป็นเพลงประกอบ

Walter Mitty มาถึงสติกกิชโฮลมูร์ ซึ่งจริงๆ แล้วคือเซย์ดิสฟยอร์ดูร์ในประเทศไอซ์แลนด์Walter Mitty มาที่เมืองสติกกิชโฮลมูร์ ซึ่งจริงๆ แล้วถ่ายกันที่เมืองเซย์ดิสฟยอร์ดูร์ (Seydisfjordur)  Hotel Aldan ซึ่งมองเห็นอยู่เบื้องหลังเป็นโรงแรมสไตล์คันทรีชั้นยอดที่คุณสามารถเข้าพักได้หากคุณกำลังมองหาที่พักในเซย์ดิสฟยอร์ดูร์

ร้านอาหารของ Papa John ในเมืองบอร์การ์เนส ประเทศไอซ์แลนด์มีอยู่ช่วงหนึ่งในภาพยนตร์ Mitty แวะที่ร้าน Papa John's Pizza ในไอซ์แลนด์ นี่เป็นความมหัศจรรย์ของภาพยนตร์อย่างแท้จริง เนื่องจากไม่มี Papa John's ในไอซ์แลนด์ และไม่เคยมีมาก่อนด้วย จริงๆ แล้วมันคือร้านเบเกอรี่ในเมืองบอร์การ์เนส (Borgarnes) ซึ่งแต่งเป็นร้าน Papa John's เพื่อถ่ายภาพยนตร์โดยเฉพาะ นั่นคือความมหัศจรรย์ของการจัดวางผลิตภัณฑ์

น้ำตกสโคกาฟอสส์ที่ปรากฏในภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง The Secret Life of Walter Mitty ซึ่งนำแสดงโดยเบน สติลเลอร์จากนั้น Walter Mitty เดินทางผ่านอัฟกานิสถานพร้อมเพื่อนร่วมเดินทางในท้องถิ่นขณะที่เขามุ่งหน้าไปยังเทือกเขาหิมาลัย ในความเป็นจริง Ben Stiller ยังอยู่ในไอซ์แลนด์ และในภาพด้านบน คุณสามารถเห็นเขาเดินป่าผ่านน้ำตกสโคกาฟอสส์อันโด่งดัง ซึ่งในเรื่องเป็นประเทศอัฟกานิสถาน คุณสามารถเยี่ยมชมน้ำตกแห่งนี้ได้ด้วยการเข้าร่วมทัวร์ 10 ชั่วโมงที่ยอดเยี่ยมบนชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์

4 ฉากจากภาพยนตร์เรื่อง The Secret Life of Walter Mitty ถ่ายทำในไอซ์แลนด์ แต่เป็นตัวแทนของเทือกเขาหิมาลัยในอัฟกานิสถานต่อไปนี้เป็นภาพตัดต่อภาพความงามของประเทศไอซ์แลนด์อีกภาพหนึ่ง แต่คราวนี้เป็นตัวแทนของเทือกเขาหิมาลัยในอัฟกานิสถาน สถานที่ใช้ถ่ายทำฉากเหล่านี้ใน The Secret Life of Walter Mitty ได้แก่ หุบเขาคัลวาเฟลล์สดาลูร์ (Kalfafellsdalur) และธารน้ำแข็งฟยาลล์โจกุล (Fjallsjokull) ซึ่งเป็นแผ่นน้ำแข็งทางออกของธารน้ำแข็งโอไรวาโจกุล (Oraefajokull)

The Secret Life of Walter Mitty ออกฉายในปี 2013 ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ถ่ายทำในไอซ์แลนด์ ร่วมกับ Oblivion ในปีเดียวกันนั้น ด้วยนักแสดงชั้นนำและสถานที่หลายแห่งทั่วประเทศ ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงแสดงให้เห็นว่าไอซ์แลนด์ในฐานะสถานที่ถ่ายทำนั้นยอดเยี่ยมมาก รวมถึงความสามารถของทีมงานภาพยนตร์ชาวไอซ์แลนด์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างภาพยนตร์ด้วย ในคลิปด้านบน คุณสามารถเห็น Ben Stiller พูดถึงประสบการณ์การถ่ายภาพในไอซ์แลนด์ และทำไมเขาถึงรู้สึกว่ามันสมบูรณ์แบบสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ 

2013 - The Fifth Estate

Benedict Cumberbatch และ Daniel Brühl ในภาพยนตร์เรื่อง Fifth Estate ซึ่งถ่ายทำบางส่วนในประเทศไอซ์แลนด์The Fifth Estate เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญที่นำแสดงโดย Benedict Cumberbatch ในบทผู้ก่อตั้ง WikiLeaks, Julian Assange ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังนำแสดงโดย Daniel Brühl และ Anthony Mackie ภาพยนตร์ชีวประวัติเรื่องนี้เล่าเรื่องราวชีวิตของ Assange ระหว่างการก่อตั้ง WikiLeaks ซึ่งมีความสัมพันธ์บางอย่างกับชาวไอซ์แลนด์ รวมถึงหัวหน้าบรรณาธิการคนปัจจุบันคือชาวไอซ์แลนด์

ฉากประท้วงหน้ารัฐสภาในประเทศไอซ์แลนด์ในภาพยนตร์เรื่อง Fifth Estateฉากประท้วงสั้นๆ ถ่ายทำที่หน้ารัฐสภาไอซ์แลนด์ ที่จัตุรัสเอิสตูร์โวลลูร์ (Austurvollur) ในฉากนั้น นักแสดงหญิง Carice van Houten รับบทเป็น Birgitta Jónsdóttir ส.ส.ชาวไอซ์แลนด์ในชีวิตจริง ซึ่งเป็นโฆษกหญิงของ WikiLeaks ขณะที่เธอปราศรัยกับฝูงชน คุณสามารถจองห้องพักที่ Hotel Borg เพื่อชมทิวทัศน์อันงดงามของจัตุรัสประวัติศาสตร์ในเมืองเรคยาวิกแห่งนี้

เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ที่บลูลากูน ประเทศไอซ์แลนด์ ในภาพยนตร์เรื่อง The Fifth Estateอีกฉากหนึ่งของBenedict Cumberbatch and Daniel Brühl เมื่อพวกเขาพบกันอย่างลับๆ ที่บลูลากูน เหตุใดพวกเขาจึงจัดการประชุมลับในสถานที่ยอดนิยมและเป็นที่รู้จักมากที่สุดในไอซ์แลนด์ยังไม่ชัดเจน เหตุใดบลูลากูนจึงว่างเปล่าในวันนั้นซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ยังเป็นปริศนาอยู่ อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการแช่ตัวในความมหัศจรรย์แห่งความร้อนใต้พิภพนี้ ลองดูทัวร์บลูลากูนที่มีให้เลือกมากมาย

2013 - Naayak

ภาพจากภาพยนตร์อินเดีย Naayak ถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์Naayak เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญภาษาเตลูกูของอินเดีย นำแสดงโดย Ram Charan ซูเปอร์สตาร์แห่ง Tollywood ภาพยนตร์ส่วนใหญ่ถ่ายทำในอินเดีย แต่มีซีเควนซ์เพลงซึ่งถ่ายทำในไอซ์แลนด์ทั้งหมด สถานที่ถ่ายภาพส่วนใหญ่อยู่บนชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์ และรวมถึงหาดทรายสีดำเรย์นิสฟยาราและทะเลสาบปล่องภูเขาไฟ เลียวติโพลลูร์ (Ljotipollur)

โขดทะเลเรย์นิสดรังการ์จำนวนมากที่ปรากฏใน Naayak ซึ่งถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์

นอกจากนี้ยังมีฉากเด็ดของฮีโร่ในเรื่องที่มีโขดหินในทะเลเรย์นิสดรังการ์ (Reynisdrangar Sea Stacks) เป็นฉากหลัง อย่างไรก็ตาม อย่าผิดหวังหากเมื่อคุณไปที่นั่น คุณเห็นหน้าผาในมหาสมุทรเพียงไม่กี่หน้าผา เนื่องจากดูเหมือนว่าพวกมันจะถูกคัดลอก/วางไปทั่วสถานที่สำหรับภาพนี้ เพื่อสร้างวิสัยทัศน์ที่น่าอัศจรรย์อย่างแท้จริงของประเทศไอซ์แลนด์สำหรับหนังเรื่องนี้

2012 - Prometheus

ฉากเปิดภาพยนตร์เรื่อง Prometheus ซึ่งถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์หนังไซไฟสยองขวัญเรื่อง Prometheus ถือเป็นการกลับมาของผู้กำกับ Ridley Scott ในแฟรนไชส์เอเลี่ยน ซึ่งเขาเริ่มต้นด้วยภาพยนตร์ที่มีชื่อเดียวกันในปี 1979 ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำหน้าที่เป็นภาคก่อนของ Alien และบอกเล่าที่มาของเอเลี่ยนที่โด่งดังและจุดกำเนิดของมนุษยชาติ ซึ่งตัวหนังเปิดฉากด้วยภาพมุมกว้างอันงดงามของทัศนียภาพในประเทศไอซ์แลนด์ในช่วงไตเติลขึ้นต้นเรื่อง

น้ำตกเดตติฟอสส์ในไอซ์แลนด์เหมือนที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง Prometheusฉากเปิดเรื่องมีสิ่งที่เรียกว่า "วิศวกร" อยู่ในสถานที่ที่น่าจะไม่ใช่ดาวบ้านเกิดของเขา ฉากนี้ถ่ายทำที่น้ำตกเดตติฟอสส์ (Dettifoss Waterfall) น้ำตกขนาดใหญ่ในทางตอนเหนือของไอซ์แลนด์ นี่คือน้ำตกที่ทรงพลังที่สุดในประเทศ โดยมีมวลน้ำขนาด 6,186 ลูกบาศก์ฟุต (193 ลูกบาศก์เมตร) ไหลลงมาทุกวินาที! คุณสามารถสำรวจน้ำตกนี้ได้ในทัวร์นำชมภาคเหนือของไอซ์แลนด์เป็นเวลา 9 ชั่วโมงพร้อมไกด์นำเที่ยว

วิศวกรในภาพยนตร์เรื่อง Prometheus ริมน้ำตกเดตติฟอสส์ในประเทศไอซ์แลนด์วิศวกรดื่มของเหลวลึกลับ จากนั้นร่างกายของเขาก็เริ่มสลายตัวเมื่อเขาแตกสลายและสะดุดลงไปในน้ำตก เขาถูกน้ำพัดหายไปและคาดว่าจะทำให้เกิดชีวิตใหม่บนโลกต่างดาวดวงนี้

2011 - Tree of Life 

ทุ่งลาวาที่ปกคลุมไปด้วยมอสส์ในไอซ์แลนด์ตามที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง Tree of Life ที่กำกับโดย Terrence MalickTree of Life เป็นละครแนวทดลองที่กำลังเติบโต นำแสดงโดย Brad Pitt และ Sean Penn กำกับโดย Terrence Malick หนังเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพ่อและลูกชายและเกิดขึ้นพร้อมกันในช่วงปี 1950 และ 2010 โดย Sean Penn รับบทเป็นลูกชายของตัวละครของ Brad Pitt

พื้นที่ความร้อนใต้พิภพคราฟลาในประเทศไอซ์แลนด์ในภาพยนตร์เรื่อง Tree of Lifeภาพยนตร์เรื่องนี้ยังนำเสนอการพรรณนาถึงการเริ่มต้นของชีวิตบนโลก ไดโนเสาร์ และทุกสิ่ง! เนื่องจากไอซ์แลนด์เป็นผืนดินที่อายุน้อยที่สุดในโลก จึงสมเหตุสมผลที่จะใช้มันเพื่อแสดงให้ดาวเคราะห์ดวงนี้ที่กำลังจะมีชีวิตเกิดขึ้นมา ในภาพด้านบนคือพื้นที่ความร้อนใต้พิภพคราฟลา (Krafla Geothermal Area)

พื้นที่ความร้อนใต้พิภพนามาฟยาลล์ใน Tree of Lifeสถานที่อีกแห่งหนึ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้คือพื้นที่ความร้อนใต้พิภพนามาฟยาลล์ (Namafjall Geothermal Area) ที่เห็นด้านบน ซึ่งมีพุก๊าซหลากสีและบ่อโคลนเดือด คุณสามารถเดินทางไปเยี่ยมชมได้อย่างง่ายดายด้วยการเข้าร่วมทัวร์ทะเลสาบมิวาทน์ เนื่องจากสถานที่นี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทะเลสาบ และอยู่ติดกับถนนวงแหวนพอดี

2011 - Faust

ทุ่งลาวาที่ปกคลุมไปด้วยมอสส์ในประเทศไอซ์แลนด์ในภาพยนตร์เรื่อง Faust ปี 2011Faust เป็นภาพยนตร์ภาษาเยอรมันของรัสเซียที่สร้างจากตำนานของเฟาสท์ ผู้ซึ่งขายวิญญาณของเขาให้กับปีศาจเพื่อความสุขทางโลก กำกับโดย Alexander Sokurov ผู้สร้างภาพยนตร์ชื่อดังชาวรัสเซีย ผู้ได้รับรางวัลสิงโตทองคำ ซึ่งเป็นเกียรติสูงสุดในเทศกาลภาพยนตร์เวนิส สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ ส่วนใหญ่ถ่ายทำในสาธารณรัฐเช็ก แต่ฉากไคลแม็กซ์ในตอนท้ายของภาพยนตร์ถ่ายทำในไอซ์แลนด์

ฉากไคลแม็กซ์ในตอนท้ายของหนังเรื่อง Faust ซึ่งถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์ตอนจบของหนังมีตัวละครในภาพยนตร์ที่เสี่ยงอันตรายใกล้กับน้ำพุร้อนที่ปะทุ เช่นเดียวกับภาพธารน้ำแข็งมุมกว้างที่สวยงาม ดังที่คุณเห็นจากภาพนิ่งเหล่านี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายในอัตราส่วนภาพ 4:3 และยังมีลำดับภาพยาวโดยที่ภาพซูมเข้าและออกจากโฟกัสในขณะที่เบี่ยงและยืดออกบนหน้าจอ สรุปว่ามันเป็นหนังแนวทดลองเลยทีเดียว

ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์ในยุค 2000s

ในช่วงทศวรรษแรกของศตวรรษที่ 21 ฮอลลีวูดเริ่มเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไอซ์แลนด์ ในช่วงนี้ มีภาพยนตร์ต่างประเทศไม่มากนักที่ถ่ายทำในไอซ์แลนด์ แต่ไม่กี่เรื่องที่เข้ามาถ่ายเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่มีทุนสร้างสูงและมีนักแสดงชื่อดัง ซึ่งมันช่วยประชาสัมพันธ์ให้สตูดิโอถ่ายทำที่อื่นๆ ทราบว่าไอซ์แลนด์ถ่ายภาพยนตร์ออกมาสวยมาก!

2008 - Journey to the Center of the Earth

Brendan Fraser ในภาพยนตร์เรื่อง Journey to the Center of the Earth ถ่ายทำที่ไอซ์แลนด์Journey to the Center of the Earth เป็นภาพยนตร์ผจญภัยที่นำแสดงโดยนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ Brendan Fraser และอิงจากนวนิยายไซไฟคลาสสิกในชื่อเดียวกันโดยจูลส์ เวิร์น ในนวนิยาย การเดินทางผ่านโลกกลวงเริ่มต้นบนธารน้ำแข็งสไนล์เฟลล์สโจกุลในประเทศไอซ์แลนด์

เครื่องบินไอซ์แลนแอร์ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง Journey to the Center of the Earth ที่นำแสดงโดยเบรนแดน เฟรเซอร์ในภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งเกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน ตัวละครของ Brendan Fraser ต้องการตรวจสอบว่าเหตุการณ์ในนวนิยายของเวิร์นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ดังนั้นเขาจึงเดินทางไปกับหลานชายวัย 13 ปีไปยังไอซ์แลนด์ ขณะที่พวกเขาบินไปไอซ์แลนด์ คุณจะเห็นภาพที่สวยงามของเครื่องบินไอซ์แลนด์แอร์ ซึ่งดูเหมือนหลุดมาจากโฆษณาทางทีวีโดยตรง (ซึ่งน่าจะเป็นอย่างนั้น) หากคุณต้องการเดินทางที่คล้ายกัน คุณสามารถจองเที่ยวบินไปไอซ์แลนด์ได้ง่ายๆ วันนี้

Brendan Fraser และ Aníta Briem ในภาพยนตร์เรื่อง Journey to the Center of the Earth ซึ่งถ่ายทำที่ประเทศไอซ์แลนด์เมื่อพวกเขามาถึงไอซ์แลนด์ พวกเขาเริ่มมุ่งหน้าไปยังคาบสมุทรสไนแฟลซเนส ที่ซึ่งพวกเขาได้พบกับลูกสาวของนักภูเขาไฟวิทยาผู้โด่งดัง ซึ่งรับบทโดยนักแสดงหญิงชาวไอซ์แลนด์ Aníta Briem ซึ่งอ้างว่าเหตุการณ์ในนวนิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง พวกเขาปีนขึ้นไปบนธารน้ำแข็งสไนล์เฟลล์สโจกุล โดยมองหาทางเข้าขณะที่พวกเขาติดอยู่ภายในถ้ำระหว่างที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง จากนั้น การผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่เริ่มต้นขึ้นข้างในโลก แต่ทิวทัศน์ภายนอกของไอซ์แลนด์ไม่ได้ปรากฏให้เห็นอีกในภาพยนตร์เรื่องนี้ หากคุณต้องการเดินตามรอยเท้าของ Brendan Fraser คุณสามารถไปปีนธารน้ำแข็งขึ้นไปบนสไนเฟลล์สโจกุลในทัวร์ที่น่าตื่นเต้นนี้ หรือสำรวจถ้ำในไอซ์แลนด์ตะวันตก

2007 - Stardust

ฉากจากหนังเรื่อง Stardust ที่ถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์Stardust เป็นภาพยนตร์ผจญภัยแฟนตาซีที่นำแสดงโดย Michelle Pfeiffer, Robert De Niro, Ricky Gervais, Peter O'Toole, Ian McKellen และ Henry Cavill นั่นค่อนข้างจัดเต็มทีเดียว! ในขณะที่ภาพยนตร์ส่วนใหญ่ถ่ายทำในสกอตแลนด์ มีฉากหนึ่งที่ถ่ายทำบนชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์ใกล้กับภูเขาบรุนน์ฮอร์น (Brunnhorn)

ภูเขาบรุนฮอร์นเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์บางครั้งเรียกเขาลูกนี้ว่า "ภูเขาแบทแมน" และเนื่องจากรูปร่างของมัน เขาลูกนี้จึงปรากฏอยู่ในพื้นหลังของฉากหนึ่งที่ผู้ทำนายพยายามทำนายอนาคตของเจ้าชายเซ็ปติมัสผู้ใจร้ายที่รับบทโดย Mark Strong

2007 - Hostel Part II 

สำหรับภาคต่อของ Hostel ผู้กำกับ Eli Roth ได้ถ่ายทำซีเควนซ์เกี่ยวกับสปาที่ควรจะเกิดขึ้นในอิตาลี แต่จริงๆ แล้วคือบลูลากูนในไอซ์แลนด์ Eli Roth มีความเชื่อมโยงเพิ่มเติมกับไอซ์แลนด์ในฐานะแรงบันดาลใจสำหรับผลงานการกำกับเรื่องแรกของเขาเรื่อง Cabin Fever มาจากตอนที่เขาอยู่ที่ไอซ์แลนด์และมีอาการติดเชื้อที่ผิวหนังอย่างรุนแรง นอกจากนี้ ในภาพยนตร์ Hostel ต้นฉบับ หนึ่งในตัวละครหลักเป็นชาวไอซ์แลนด์ ซึ่งรับบทโดยนักแสดงสมัครเล่นชาวไอซ์แลนด์

2006 - Letters from Iwo Jima

A frame from the movie Letters from Iwo Jima that was shot at Sandvik, IcelandLetters from Iwo Jima เป็นผลงานชิ้นเอกของ Clint Eastwood ที่มีความเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์เรื่อง Flags of Our Fathers เมื่อปี 2005 แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องแรกมาจากมุมมองของชาวอเมริกันระหว่างการรุกรานอิโวจิมะในสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้มุ่งเน้นไปที่ฝั่งญี่ปุ่น โดย Ken Watanabe รับบทเป็นนายพลทาดามิชิ คุริบายาชิ ผู้ดูแลการป้องกันเกาะ เช่นเดียวกับ Flags of Our Fathers ฉากการต่อสู้ของหนังเรื่องนี้ถ่ายทำที่ชายหาดซานด์วิก (Sandvik Beach) บนคาบสมุทรเรคยาเนส โดยที่ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องถ่ายทำติดต่อกัน

2005 - Flags of Our Fathers

Ryan Phillippe and Haukur Páll Valdimarsson ในภาพยนตร์เรื่อง Flags of Our Fathers ซึ่งถ่ายทำที่หาดแซนด์วิกในประเทศไอซ์แลนด์

Flags of Our Fathers เป็นภาพยนตร์สงครามโลกครั้งที่สองที่กำกับโดย Clint Eastwood เกี่ยวกับยุทธการที่อิโวจิมาในปี 1945 แม้ว่าภาพยนตร์ส่วนใหญ่ถ่ายทำในแคลิฟอร์เนีย แต่ก็มีฉากง่ายๆ บางฉากที่ถ่ายทำที่เกาะอิโวจิมาที่แท้จริงในญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทหารญี่ปุ่นกว่า 10,000 นายถูกวางพักบนเกาะในช่วงสงคราม จึงเป็นไปไม่ได้หรือเหมาะสมที่จะดำเนินการรุกรานครั้งใหญ่ที่อิโวจิมะอีกครั้ง ดังนั้น หาดทรายสีดำของซานด์วิกบนคาบสมุทรเรคยาเนสจึงเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการถ่ายทำฉากการต่อสู้ของทั้ง Flags of Our Fathers และ Letters from Iwo Jima

การถ่ายทำ Flags of Our Fathers ถือเป็นเหตุการณ์ที่ซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ของประเทศไอซ์แลนด์ ณ เวลานั้นนี่เป็นการถ่ายทำที่ซับซ้อนอย่างไม่น่าเชื่อ โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1,000 คน รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ รถถัง เรือ และการระเบิดอีกหลายครั้ง แม้ว่าชายหาดของอิโวจิมะจะใหญ่กว่าชายหาดที่แซนด์วิกถึง 10 เท่า แต่พวกเขาก็สามารถสร้างการต่อสู้ขึ้นมาใหม่ได้อย่างน่าเชื่อ และถ่ายทอดออกมาได้น่าหดหู่อย่างที่ต้องการ

2005 - Batman Begins

ฉากที่มี Christian Bale และ Liam Neeson ในภาพยนตร์เรื่อง Batman Begins ถ่ายทำในไอซ์แลนด์

Batman Begins ของคริสโตเฟอร์ โนแลนเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในไตรภาค Dark Knight ที่ได้รับความนิยมและได้รับการยกย่องอย่างสูง เกี่ยวกับซูเปอร์ฮีโร่สวมหน้ากากดำที่รับบทโดย Christian Bale ไอซ์แลนด์ปรากฏในบางฉากที่เผยให้เห็นเรื่องราวต้นกำเนิดของแบทแมนในขณะที่เขาฝึกร่วมกับนักศิลปะการต่อสู้แห่ง League of Shadows ซึ่งนำโดย Ra's al Ghul ผู้ลึกลับ ซึ่งรับบทโดย Liam Neeson

Christian Bale รับบทเป็น Bruce Wayne ใน Batman Begins ถ่ายทำในไอซ์แลนด์แม้ว่าฉากเหล่านี้ควรจะเกิดขึ้นในทิเบต แต่จริงๆ แล้วฉากเหล่านี้ถ่ายทำที่ธารน้ำแข็งสวีนาเฟลล์สโจกุลบนชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์ ในฉากแรกของเรื่องราวต้นกำเนิดนี้ บรูซ เวย์นถูกโยนลงจากรถบรรทุกและทิ้งไว้ข้างถนน ใครก็ตามที่คุ้นเคยกับใบไม้ในประเทศไอซ์แลนด์จะจำทุ่งลาวาที่ปกคลุมไปด้วยมอสส์ในฉากนี้ได้

ธารน้ำแข็งสวีนาเฟลล์สโจกุลในภาพยนตร์เรื่อง Batman Beginsจากนั้นก็มีการถ่ายภาพทางอากาศแบบแพนกล้องเป็นระยะไกลขณะที่ Bruce Wayne เดินไปยังอารามทิเบต ในภาพนี้ ทิวทัศน์ของประเทศไอซ์แลนด์นั้นไม่ผิดเพี้ยนเมื่อเราได้เห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของลิ้นน้ำแข็งของสวีนาเฟลล์สโจกุล หากคุณต้องการเดินป่าบนธารน้ำแข็งเดียวกัน ลองดูทัวร์เดินชมธารน้ำแข็งที่ติดอันดับยอดนิยมในสกัฟตาเฟลล์

Christian Bale และ Liam Neeson ต่อสู้กันในภาพยนตร์เรื่อง Batman Begins ถ่ายทำบนธารน้ำแข็งสวีนาเฟลล์สโจกุลในไอซ์แลนด์จุดสูงสุดของฉากทิเบตที่ถ่ายทำในไอซ์แลนด์คือการดวลดาบยาวระหว่าง Christian Bale และ Liam Neeson ซึ่งปัดฝุ่นทักษะกระบี่แสงของเขาจากการเล่น Qui-Gon Jinn เมื่อไม่กี่ปีก่อน ในระหว่างการถ่ายทำฉากนี้ นักแสดงทั้งสองแสดงความกังวลเกี่ยวกับเสียงแตกของน้ำแข็งขณะที่พวกเขาต่อสู้บนนั้น โดยกลัวว่ามันจะแตกอยู่ใต้ฝ่าเท้าของพวกเขา โชคดีที่นักแสดงทั้งสองคนรอดชีวิตมาได้ และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก

2002 - Die Another Day

Pierce Brosnan as James Bond in Die Another Day, with Jokulsarlon glacier lagoon in Iceland in the background

Die Another Day เป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 20 ของแฟรนไชส์เจมส์ บอนด์ และเป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 2 ที่นำเสนอในประเทศไอซ์แลนด์ เจมส์ บอนด์ รับบทโดย เพียร์ซ บรอสแนน เดินทางไปไอซ์แลนด์เพื่อพบกับมหาเศรษฐีจอมวายร้ายซึ่งมีวังน้ำแข็งริมทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอน 

วังน้ำแข็งของตัวร้ายใน Die Another Day ถ่ายทำที่ไอซ์แลนด์ตัวร้ายทุกคนต้องการสำนักงานใหญ่ที่ดูดีเพื่อวางแผนแผนการชั่วร้ายทั้งหมดของเขาใช่ไหม?

โรงแรมน้ำแข็งใน Die Another Day ซึ่งควรจะอยู่ในไอซ์แลนด์ในเรื่องที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงพระราชวังน้ำแข็งสำหรับตัวร้ายเท่านั้น แต่ยังเป็น "โรงแรมน้ำแข็ง" ยอดนิยมอีกด้วย เผื่อว่ายังไม่ชัดเจน มันคือโรงแรมที่สร้างจากน้ำแข็งจริง ๆ นั่นแหละ แต่เป็นการผสมผสานระหว่างสเปเชียลเอฟเฟกต์และการออกแบบฉาก อย่างไรก็ตาม มีโรงแรมหลายแห่งใกล้กับทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอนที่คุณสามารถเข้าพัก เช่น Fosshotel Glacier Lagoon ที่ยอดเยี่ยม
จุดเริ่มต้นของฉากไล่ล่าข้ามทะเลสาบโจกุลซาร์ลอนที่เป็นน้ำแข็งในภาพยนตร์เรื่อง Die Another Dayต่อไปนี้คือฉากไล่ล่าอันน่าตื่นเต้นข้ามทะเลสาบน้ำแข็งบนยานพาหนะทุกประเภท สำหรับการถ่ายทำฉากนี้ ทีมผู้สร้างต้องสร้างเขื่อนชั่วคราวเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำทะเลไหลลงสู่ทะเลสาบ ไม่อย่างนั้นมันคงจะร้อนเกินกว่าจะแข็งตัวได้

แสงอาทิตย์ไล่ตามเจมส์ บอนด์ข้ามน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอนในประเทศไอซ์แลนด์เช่นเดียวกับในภาพยนตร์บอนด์ ฮีโร่ของเราต้องหลบหนีจากรังสีดวงอาทิตย์จากดาวเทียมในวงโคจรที่ไล่ล่าเขาข้ามน้ำแข็ง

James Bond โต้คลื่นบนทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอนในประเทศไอซ์แลนด์

จากนั้นบอนด์ก็เล่นพาราไกลด์เซิร์ฟบนคลื่นขนาดใหญ่บนทะเลสาบธารน้ำแข็ง ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันของเขา ขณะที่เขาเล่นร่มร่อนเพื่อความปลอดภัย เขาก็กระโดดขึ้นไปบนสโนว์โมบิลที่จอดรอและพยายามหลบหนี แม้ว่าคุณเองจะไม่ต้องหลบหนีจากผู้ร้าย แต่การไปทัวร์สโนว์โมบิลในประเทศไอซ์แลนด์ก็สนุกมาก!

James Bond บนสโนว์โมบิลในไอซ์แลนด์จากนั้น ฉากไล่ล่าอันยาวนานที่เกี่ยวข้องกับรถแอสตัน มาร์ติน 2 คันพร้อมเครื่องยิงจรวดก็เกิดขึ้นบนน้ำแข็ง นี่เป็นฉากไล่ล่า "ของจริง" ที่มีนักขับรถสตั๊นท์อยู่บนทะเลสาบน้ำแข็ง โดยไม่ต้องใช้ CGI

ฉากไล่ล่าบนน้ำแข็งสำหรับภาพยนตร์เรื่อง Die Another Day ซึ่งถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์ ทีมผู้สร้างรอคอยอยู่สองสามวันเพื่อให้ทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็ง ซึ่งโดยปกติแล้วจะไม่เป็นเช่นนั้น และพวกเขาเกือบจะเก็บข้าวของและย้ายไปถ่ายทำฉากนี้ในแคนาดาแทน โชคดีที่ทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็งได้ทันเวลาพอดี ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถถ่ายภาพฉากไล่ล่าระดับเทพบนน้ำแข็งได้ สิบห้าปีต่อมา ฉากไล่ล่าบนน้ำแข็งของ Fast and the Furious 8 ก็มาถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์

2001 - Lara Croft: Tomb Raider

Angelina Jolie รับบทเป็น Lara Croft ในฉากที่ถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์Angelina Jolie รับบทเป็นตัวละครในวิดีโอเกมชื่อดัง ลารา ครอฟต์ ในภาพยนตร์แอ็คชั่นผจญภัยปี 2001 ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการปล้นสุสานและผจญภัยไปทั่วโลกอย่างแท้จริง ซึ่งเกิดขึ้นในสถานที่แปลกใหม่หลายแห่ง และมีฉากสั้นที่ถ่ายที่ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอนในไอซ์แลนด์

ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอนตามที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง Lara Croft: Tomb Raider

ในฉากนี้ ไอซ์แลนด์คือไซบีเรีย รัสเซีย ซึ่งทะเลสาบธารน้ำแข็งอันโด่งดังที่อยู่เบื้องหลังบอกเราอย่างชัดเจน ในขณะที่กระโจมและกระท่อมที่อยู่เบื้องหน้าเป็นตัวแทนของชุมชนเล็กๆ ในไซบีเรีย แน่นอนว่ามีฮัสกี้มากมาย!

Angelina Jolie แสดงเป็น Lara Croft ล่องเรือข้ามทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอนบนเรือสะเทินน้ำสะเทินบกจากนั้น ลารา ครอฟต์ พาลูกทีมของเธอเดินทางข้ามทะเลสาบธารน้ำแข็งด้วยเรือสะเทินน้ำสะเทินบก นี่เป็นสิ่งที่คุณสามารถทำได้ในช่วงฤดูร้อน ดังนั้นควรจองทัวร์เรือสะเทินน้ำสะเทินบกในทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอน หากคุณต้องการชมภูเขาน้ำแข็งลอยน้ำอย่างใกล้ชิด

Angelina Jolie ในบท Lara Croft เดินทางกับสุนัขลากเลื่อนข้ามหิมะในฉากที่ถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์ขณะที่ลารา ครอฟต์เข้าใกล้วัตถุที่เธอตามหามากขึ้น เธอก็ขี่เลื่อนสุนัขข้ามหิมะ หากคุณต้องการลองสิ่งนี้ ลองดูตัวเลือกทัวร์เลื่อนสุนัขในประเทศไอซ์แลนด์

ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์ในช่วง 2000s

ศตวรรษที่ 20 ไม่ค่อยมีภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในไอซ์แลนด์มากนัก อย่างไรก็ตาม ในช่วงสองทศวรรษสุดท้ายของศตวรรษ ภาพยนตร์ไอซ์แลนด์มีความก้าวหน้าอย่างมาก ภาพยนตร์หลายเรื่องที่ถือว่าเป็นภาพยนตร์คลาสสิกของไอซ์แลนด์ในปัจจุบันถูกสร้างขึ้นในช่วงเวลานั้น เช่น Með allt á hreinu (ด้านบน), Hrafninn flýgur (The Raven Flies), Sódóma Reykjavík (The Remote Control) และ Börn náttúrunnar (Children of Nature) ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ ประสบการณ์ที่ผู้สร้างภาพยนตร์ชาวไอซ์แลนด์ได้รับในช่วงเวลานี้จะพิสูจน์ให้เห็นถึงคุณค่าของทีมงานเมื่อฮอลลีวูดเข้ามาในศตวรรษที่ 21

1995 - Judge Dredd

Sylvester Stallone รับบทเป็น Judge Dredd ซึ่งรวมถึงฉากที่ถ่ายทำบนคาบสมุทรเรคยาเนสในประเทศไอซ์แลนด์Judge Dredd เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นไซไฟที่นำแสดงโดย Sylvester Stallone โดยเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอนาคตอันเป็นโลกดิสโทเปีย ซึ่งภัยพิบัติที่ไม่ระบุรายละเอียดได้เปลี่ยนโลกให้กลายเป็นดินแดนรกร้าง "ต้องคำสาป" และไม่มีสถานที่อื่นใดที่จะบรรยายถึงพื้นที่รกร้างต้องคำสาปได้มากไปกว่าคาบสมุทรเรคยาเนสในประเทศไอซ์แลนด์!

"โลกต้องคำสาป" ในภาพยนตร์เรื่อง Judge Dredd ถ่ายทำบนคาบสมุทรเรคยาเนสในประเทศไอซ์แลนด์ภาพยนตร์ส่วนใหญ่ถ่ายทำในอังกฤษ แต่มีบางฉากที่แสดงถึง "โลกต้องคำสาป" ซึ่งอาชญากรถูกส่งไปตายนั้นถ่ายทำในไอซ์แลนด์ ในภาพด้านบน คุณสามารถเห็นกำแพงเมืองขนาดใหญ่ที่ปกป้องเมืองในภาพยนตร์ ในขณะที่ที่ราบทรายสีดำคือดินแดนของไอซ์แลนด์อย่างไม่ผิดเพี้ยน
ฉากหนึ่งจากภาพยนตร์ Judge Dredd ซึ่งถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์ในภาพด้านบน คุณสามารถเห็นทุ่งลาวาที่กว้างใหญ่บนคาบสมุทรเรคยาเนส ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนดิสโทเปียและแน่นอนว่ามีการใส่ฟิลเตอร์สีแดงเข้มบนเลนส์ ซึ่งทำให้ทุ่งลาวาดูน่าลำบากมากยิ่งขึ้น คุณสามารถสำรวจภูมิภาคนี้ของประเทศไอซ์แลนด์ได้จากทัวร์คาบสมุทรเรคยาเนสที่มีอยู่มากมาย

1985 - A View to a Kill

Roger Moore รับบทเป็น เจมส์ บอนด์ ในภาพยนตร์เรื่อง A View to a Kill ซึ่งฉากเปิดเรื่องถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์ภาพยนตร์ที่ทำให้ไอซ์แลนด์กลายเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดทุนสร้างรายใหญ่ได้อย่างแท้จริงคือ A View to a Kill ซึ่งเป็นภาพยนตร์เจมส์ บอนด์เรื่องที่ 14 และเรื่องสุดท้ายที่มี Roger Moore มารับบทเป็น Agent 007 อันโด่งดัง

ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอน ทะเลสาบน้ำแข็งในประเทศไอซ์แลนด์ในฉากเปิดของ A View to a Kill

ฉากเปิดเรื่องเป็นภาพเฮลิคอปเตอร์ที่บินอยู่เหนือทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอน โดยเป็นภาพมองผ่านม่าน "ลำกล้องปืน" ที่เป็นแว่นขยายตามแบบฉบับเจมส์ บอนด์ อย่างแท้จริง หลังจากจบซีเควนซ์ชื่อเรื่อง

James Bond เล่นสกีใน A View to a Kill ถ่ายทำที่ไอซ์แลนด์ในฉากเปิดเรื่องนี้ ไอซ์แลนด์เป็นตัวแทนของไซบีเรีย โดยที่เจมส์ บอนด์ถูกส่งไปกู้ไมโครชิปของโซเวียตจากศพของสายลับอังกฤษที่ถูกฝังไว้ เมื่อเขาพบชิปแล้ว เขาจะต้องหลบหนีจากเฮลิคอปเตอร์โจมตีและกองทหารองครักษ์โซเวียตที่กำลังลาดตระเวนในพื้นที่บนสกี

เจมส์ บอนด์โจมตีทหารองครักษ์โซเวียตในภาพยนตร์เรื่อง A View to a Kill ถ่ายทำในไอซ์แลนด์ไฮไลท์คือตอนที่เจมส์ บอนด์เอาชนะทหารองครักษ์ติดอาวุธสองคนโดยไม่มีอะไรเลยนอกจากสโนว์บอร์ด!

ฉากสโนว์บอร์ดของ James Bond ที่ถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์

ใครจะรู้ว่า Roger Moore วัย 58 ปีจะเล่นสโนว์บอร์ดได้เทพขนาดนี้?

เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งชนภูเขาน้ำแข็งแห่งโจกุลซาร์ลอนในภาพยนตร์เรื่อง A View to a Killจากนั้นเฮลิคอปเตอร์ของเล่นก็ชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็งลูกหนึ่ง!

การระเบิดเหนือทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอนในภาพยนตร์เรื่อง A View to a Kill ถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์นั่นเป็นการระเบิดครั้งใหญ่สำหรับเฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็กเช่นนี้!

เจมส์ บอนด์ ลงเรือดำน้ำรูปร่างคล้ายภูเขาน้ำแข็งที่เมืองโจกุลซาร์ลอน ประเทศไอซ์แลนด์จากนั้นเจมส์ บอนด์ก็เดินทางเข้าไปในเรือดำน้ำรูปร่างคล้ายภูเขาน้ำแข็งที่ซุ่มซ่อนอยู่ในทะเลสาบ ซึ่งมีธงยูเนียน แจ็กให้เห็น! นี่เป็นภาพยนตร์ที่ใช้ทุนสร้างก้อนใหญ่ชุดแรกที่เคยถ่ายทำในไอซ์แลนด์ ฉันเกลียดที่จะทำลายภาพลวงตาของความมหัศจรรย์ของภาพยนตร์ แต่โรเจอร์ มัวร์ไม่ได้เดินทางไปไอซ์แลนด์เพื่อถ่ายทำซีเควนซ์นี้ ใบหน้าของเขาสามารถมองเห็นได้เพียงสองสามครั้งระหว่างการถ่ายภาพระยะใกล้ ซึ่งถ่ายทำในสตูดิโอ และนักแสดงผาดโผนก็ทำทุกฉากในฉากนี้

1919 - Borgslægtens Historie (Sons of the Soil)

ภาพจากภาพยนตร์เรื่อง Sons of the Soil ซึ่งถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์ตอนนี้เราย้อนเวลากลับไปในยุคภาพยนตร์เงียบด้วยภาพยนตร์เต็มเรื่องโดยผู้กำกับชาวเดนมาร์ก Gunnar Sommerfeldt เรื่องนี้สร้างจากนวนิยายของนักเขียนชาวไอซ์แลนด์ Gunnar Gunnarsson ทำให้เป็นนวนิยายไอซ์แลนด์เรื่องแรกที่ถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ ภาพยนตร์ทั้งเรื่องถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์ โดยใช้นักแสดงชาวเดนมาร์กและไอซ์แลนด์ผสมกัน เป็นภาพยนตร์ดราม่าเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสองพี่น้องในช่วงเปลี่ยนศตวรรษที่ 20

ไม่สามารถรับชม Sons of the Soil ทางออนไลน์ได้ แต่จัดแสดงครั้งสุดท้ายในไอซ์แลนด์ในปี 2021 โดยมีการเรียบเรียงต้นฉบับใหม่โดย Nordic Symphony Orchestra ด้านล่างนี้คือคอลเลคชันกรอบภาพจากประวัติศาสตร์อันน่าทึ่งชิ้นนี้ ซึ่งเผยให้เห็นชีวิตในไอซ์แลนด์เมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว

วิธีตามรอยสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ในไอซ์แลนด์

ภาพมุมสูงของถนนที่สต็อกส์เนส (Stokksnes) พร้อมด้วยภูเขาเวสตราฮอร์น (Vestrahorn) ในภาคตะวันออกของไอซ์แลนด์

สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายแห่งในไอซ์แลนด์สามารถเดินทางไปถึงได้อย่างง่ายดายตามเส้นทางถนนวงแหวน (Ring Road) โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งตอนใต้ การเช่ารถขับเองจึงเป็นวิธีที่ยืดหยุ่นที่สุดในการสำรวจพื้นที่เหล่านี้ตามจังหวะของคุณเอง ซึ่งจุดแวะพักยอดนิยมอย่างน้ำตก หาดทรายดำ และจุดชมวิวธารน้ำแข็ง ล้วนตั้งอยู่ไม่ไกลจากทางหลวงหมายเลข 1 (Route 1)

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าสถานที่ถ่ายทำทุกแห่งในไอซ์แลนด์จะเข้าถึงได้ด้วยรถยนต์ทั่วไป เพราะการไปเยือนธารน้ำแข็ง ถ้ำน้ำแข็ง หรือแถบไฮแลนด์จำเป็นต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบ และในหลาย ๆ กรณีก็ต้องอาศัยไกด์นำเที่ยว นอกจากนี้ ถนน F-roads สายต่าง ๆ (F-roads หรือเส้นทางขึ้นเขา) จะเปิดให้บริการเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ซึ่งมักจะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกันยายนเท่านั้น และจำเป็นต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ (4×4) เสมอ

หากคุณกำลังวางแผนโรดทริปตามรอยภาพยนตร์ สถานที่ถ่ายทำหลายแห่งในไอซ์แลนด์ก็เดินทางไปถึงได้ง่ายตามเส้นทางถนนวงแหวน การเช่ารถและทัวร์ขับรถเที่ยวเอง คือวิธีที่ยืดหยุ่นที่สุดในการสำรวจพื้นที่เหล่านี้ตามจังหวะของคุณ โดยมีจุดแวะพักยอดนิยมอย่างน้ำตก หาดทรายดำ และจุดชมวิวธารน้ำแข็ง

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าสถานที่ถ่ายทำทุกแห่งในไอซ์แลนด์จะเข้าถึงได้ด้วยรถยนต์ทั่วไป ธารน้ำแข็ง ถ้ำน้ำแข็ง และแถบไฮแลนด์ จำเป็นต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบ และในหลายกรณีต้องอาศัยทัวร์แบบมีไกด์นำเที่ยว ส่วนถนน F-roads จะเปิดให้บริการเฉพาะในฤดูร้อน ซึ่งมักเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกันยายน และจำเป็นต้องใช้รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อเสมอ

จำเป็นต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ:

  • ลานมันนาเลยการ์ (Landmannalaugar) ในแถบไฮแลนด์ (จากภาพยนตร์เรื่อง Thor: The Dark World)

  • ปล่องภูเขาไฟฮรอสซาบอร์ก (Hrossaborg Crater) ทางตอนเหนือของไอซ์แลนด์ (จากภาพยนตร์เรื่อง Oblivion)

  • แถบไฮแลนด์มิร์ดาลซานดูร์ (Myrdalssandur Highlands) และพื้นที่โดยรอบ (จากภาพยนตร์เรื่อง Rogue One และ Noah)

  • กลุ่มปล่องภูเขาไฟลาคากีการ์ (Lakagigar Volcanic Craters) (จากภาพยนตร์เรื่อง Batman Begins)

แนะนำให้ใช้บริการทัวร์แบบมีไกด์นำเที่ยว:

  • การเดินบนธารน้ำแข็งสวีนาเฟลล์สโจกุล (Svinafellsjokull) (จากภาพยนตร์เรื่อง Interstellar, Batman Begins และซีรีส์ Game of Thrones)

  • การเดินบนธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล (Vatnajokull) (จากภาพยนตร์เรื่อง The Secret Life of Walter Mitty)

  • ถ้ำน้ำแข็งในธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล (จากซีรีส์ Game of Thrones และภาพยนตร์เรื่อง Noah)

  • พื้นที่ขับสโนว์โมบิลบนธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล และลางโจกุล (Langjokull) (จากภาพยนตร์เรื่อง Die Another Day และ Interstellar)

ทัวร์ไอซ์แลนด์ที่ดีที่สุดสำหรับการเยี่ยมชมสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดัง

ธารน้ำแข็ง Skaftafell ในอุทยานแห่งชาติ Vatnajokull ประเทศไอซ์แลนด์ โดดเด่นด้วยรูปทรงของน้ำแข็งที่น่าตื่นตาตื่นใจและทิวทัศน์ภูเขาทัวร์เหล่านี้จะช่วยให้คุณเดินทางไปเยือนสถานที่ถ่ายทำอันเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่จดจำมากที่สุดของไอซ์แลนด์ จากทั้งภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์และซีรีส์ดังได้อย่างสะดวกสบาย

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเยือนสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ในไอซ์แลนด์

นักท่องเที่ยวยืนอยู่ที่น้ำตก Skogafoss ทางตอนใต้ของไอซ์แลนด์ ท่ามกลางละอองน้ำและหน้าผา

คุณสามารถเดินทางไปเยือนสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ต่าง ๆ ของไอซ์แลนด์ได้ตลอดทั้งปี แต่ประสบการณ์ที่จะได้รับจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในแต่ละฤดูกาล โดยทั่วไปแล้ว ฤดูร้อนในไอซ์แลนด์จะเป็นช่วงเวลาที่เดินทางได้ง่ายที่สุดสำหรับการทำโรดทริป เพื่อเก็บแต้มสถานที่ถ่ายทำหลัก ๆ ทั้งบริเวณชายฝั่งตอนใต้ ไอซ์แลนด์ตอนเหนือ และคาบสมุทรสไนแฟลซเนส

ในขณะเดียวกัน ฤดูหนาวในไอซ์แลนด์จะให้บรรยากาศที่ดูสวยงามสมจริงราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์ เหมือนอย่างที่เห็นในหนังไซไฟและแฟนตาซีหลาย ๆ เรื่องที่ยกกองมาถ่ายทำกันที่นี่ นอกจากนี้ยังเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดในการจัดทริปตามรอยหนัง ควบคู่ไปกับทัวร์ที่พาออกล่าแสงเหนือและสัมผัสประสบการณ์ทัวร์ถ้ำน้ำแข็งอีกด้วย

ฤดูร้อน (พฤษภาคม–สิงหาคม)

  • ข้อดี: ช่วงเวลากลางวันยาวนาน ถนนหนทางเปิดใช้งานทั่วประเทศ เข้าถึงพื้นที่ห่างไกลได้ง่ายที่สุด

  • เหมาะสำหรับ: การขับรถเที่ยวแถบชายฝั่งตอนใต้ คาบสมุทรสไนแฟลซเนส แถบไฮแลนด์ และทัวร์แบบหลายวันในไอซ์แลนด์

  • ลักษณะทัศนียภาพ: ทัศนียภาพที่สว่างสดใสและเห็นรายละเอียดชัดเจน รายล้อมด้วยมอสส์สีเขียวขจี พร้อมแสงสีทองอันนุ่มนวลแบบที่เห็นในภาพยนตร์เรื่อง The Secret Life of Walter Mitty, Oblivion และ Rogue One

ฤดูหนาว (ตุลาคม–มีนาคม)

  • ข้อดี: ทัศนียภาพที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน น้ำตกที่กลายเป็นน้ำแข็ง แสงเหนือ และถ้ำน้ำแข็งตามธรรมชาติ

  • เหมาะสำหรับ: การเที่ยวถ้ำน้ำแข็ง การถ่ายภาพที่เน้นอารมณ์ดรามาติก-ตระการตา และทัวร์ล่าแสงเหนือ

  • ลักษณะทัศนียภาพ: ความหนาวเหน็บ เวิ้งว้าง และอ้างว้าง ราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง Interstellar, The Midnight Sky และ Against the Ice

คำถามที่พบบ่อย
มีภาพยนตร์เรื่องดังเรื่องใดบ้างที่ถ่ายทำในประเทศไอซ์แลนด์?
ไอซ์แลนด์เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลกหลายเรื่อง ด้วยภูมิประเทศที่โดดเด่นและสวยงาม เช่น: - Interstellar (2014) - The Secret Life of Walter Mitty (2013) - Prometheus (2012) - Batman Begins (2005) - Lara Croft: Tomb Raider (2001) - ภาพยนตร์ Star Wars และ Marvel หลายเรื่อง ภูมิประเทศภูเขาไฟ ธารน้ำแข็ง และชายหาดทรายดำ ของไอซ์แลนด์ มักถูกเลือกใช้เป็นฉากโลกต่างดาว ฉากหลังวันสิ้นโลก หรือดินแดนแฟนตาซีในภาพยนตร์เหล่านี้
ทำไมภาพยนตร์จำนวนมากถึงถ่ายทำในไอซ์แลนด์?
ไอซ์แลนด์มีภูมิประเทศที่หลากหลายและแปลกตา ทำให้ผู้สร้างภาพยนตร์สามารถเลือกฉากธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจได้ในประเทศเดียว ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ไอซ์แลนด์กลายเป็นโลเคชั่นยอดนิยมสำหรับหนังไซไฟ แฟนตาซี และผจญภัยมาตั้งแต่ยุค 1980 - ภูมิประเทศหลากหลาย: ธารน้ำแข็ง ทุ่งลาวา น้ำตก และชายหาดทรายดำ ที่สามารถใช้แทนโลกต่างดาวหรือดินแดนแฟนตาซีได้ - สิทธิประโยชน์ด้านภาพยนตร์: รัฐบาลสนับสนุนเงินคืนสูงสุด 25% ช่วยลดต้นทุนการถ่ายทำ - ทีมงานมืออาชีพ: บริษัทโปรดักชั่นท้องถิ่น เช่น True North และ Saga Film มีประสบการณ์กับงานระดับโลก - แสงธรรมชาติพิเศษ: พระอาทิตย์เที่ยงคืนให้แสงสีทองเกือบ 24 ชั่วโมงในฤดูร้อน ส่วนฤดูหนาวก็มีเงายาวสวยงามตลอดวัน - แทบไม่ต้องใช้ CGI: ธรรมชาติของไอซ์แลนด์เหมือนโลกต่างดาว ขั้วโลก หรือดินแดนรกร้างได้อย่างสมจริง โดยแทบไม่ต้องแต่งเติมด้วยคอมพิวเตอร์
ภาพยนตร์มาถ่ายทำที่จุดไหนของไอซ์แลนด์บ้าง?
สถานที่ถ่ายทำกระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยโลเคชั่นยอดนิยมในไอซ์แลนด์ ได้แก่: - ธารน้ำแข็งวัทนาโจกุลและสวีนาเฟลล์สโจกุล: ปรากฏใน Interstellar และ Game of Thrones สามารถไปสัมผัสได้กับทัวร์เดินธารน้ำแข็งจากชายฝั่งทางใต้ สติกกิชโฮลมูร์และไฮแลนด์ในไอซ์แลนด์: ปรากฏใน The Secret Life of Walter Mitty สติกกิชโฮลมูร์เดินทางง่ายด้วยโร้ดทริปขับเที่ยวคาบสมุทรสไนแฟลซเนส ส่วนไฮแลนด์ต้องใช้รถ 4x4 หรือไปกับทัวร์ซูเปอร์จี๊ปเที่ยวลานมันนาเลยการ์ อุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์และมิวาทน์: จุดถ่ายทำสำคัญของ Game of Thrones ธิงเวลลีร์รวมอยู่ในทัวร์เที่ยววงกลมทองคำทุกโปรแกรม ส่วนมิวาทน์ในทางเหนือเหมาะสำหรับเที่ยวด้วยทัวร์ถนนวงแหวนแบบใช้เวลาหลายวัน ชายฝั่งทางใต้: ใช้ถ่ายทำหลายเรื่อง ด้วยชายหาดทรายดำและน้ำตกที่สวยงาม เดินทางง่าย มีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมหลายแห่ง เช่น วิก สโคกาฟอสส์ และเรย์นิสฟยารา เหมาะสำหรับการขับรถเองหรือไปกับทัวร์วันเดียวจากเรคยาวิก
สามารถขับรถไปเที่ยวสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ในไอซ์แลนด์ได้หรือไม่?
ได้ สถานที่ถ่ายทำที่โด่งดังหลายแห่งในไอซ์แลนด์สามารถเดินทางไปได้ด้วยรถยนต์ โดยเฉพาะในไอซ์แลนด์ตอนใต้ ตอนเหนือ และคาบสมุทรสไนแฟลซเนส ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยถนนสายหลัก Route 1 แต่บางจุด เช่น ธารน้ำแข็ง อาจต้องใช้บริการทัวร์ไฮกิ้งบนธารน้ำแข็งพร้อมไกด์ เพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะในอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล ส่วนพื้นที่ไฮแลนด์ ต้องใช้รถ 4x4 และเข้าได้เฉพาะหน้าร้อน เมื่อถนน F-road เปิด ซึ่งปกติจะเปิดช่วงปลายมิถุนายน-ต้นกันยายน ควรตรวจสอบสภาพถนนที่ road.is ก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน-มีนาคม)
ภาพยนตร์เรื่อง The Secret Life of Walter Mitty ถ่ายทำที่ไหนในไอซ์แลนด์?
The Secret Life of Walter Mitty (2013) ที่กำกับและแสดงนำโดย Ben Stiller ถ่ายทำในไอซ์แลนด์หลายแห่ง โดยสถานที่ถ่ายทำหลายแห่งอยู่บนคาบสมุทรสไนแฟลซเนส รวมถึงเซย์ดิสฟยอร์ดูร์ ซึ่งใช้ถ่ายทำฉากเล่นลองบอร์ดอันโด่งดัง และกรุนดาร์ฟยอร์ดูร์ใกล้ภูเขาคิร์กจูเฟลล์ ซึ่งใช้ถ่ายทำฉากเดินทางมาถึงเมืองนุก (Nuuk) ด้วยเรือ หากใช้บริการทัวร์คาบสมุทรสไนแฟลซเนสจากเรคยาวิก ก็สามารถแวะเยี่ยมชมสถานที่ถ่ายทำจากภาพยนตร์เรื่องนี้ได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ ยังมีสถานที่อีกหลายแห่งทั่วไอซ์แลนด์ที่ถูกใช้เป็นโลเคชันในภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกสโคกาฟอสส์ ซึ่งปรากฏในฉากที่วอลเตอร์เดินในอัฟกานิสถาน หรือหมู่บ้านชาวประมงการ์ดูร์บนคาบสมุทรเรคยาเนส ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำฉากที่วอลเตอร์ออกตามหาฌอน โอคอนเนลล์
ฉันสามารถไปเที่ยวสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Walter Mitty ในไอซ์แลนด์ได้ไหม?
ได้ สถานที่ถ่ายทำ The Secret Life of Walter Mitty ในไอซ์แลนด์เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชม และสามารถเที่ยวตามรอยได้ระหว่างการเดินทางรอบประเทศ ฉากสำคัญหลายฉากถ่ายทำในภูมิภาคตะวันตกของไอซ์แลนด์ รวมถึงสถานที่ต่าง ๆ ตลอดแนวชายฝั่งทางใต้และภูมิภาคอีสต์ฟยอร์ด หากต้องการเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ได้อย่างเต็มที่ ทัวร์ขับรถเที่ยวเอง 10 วัน พร้อมแวะคาบสมุทรสไนแฟลซเนส เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม เพราะคุณสามารถเดินทางได้ตามจังหวะของตัวเอง ระหว่างทางยังมีโอกาสแวะเยี่ยมชมเมืองและสถานที่ทางธรรมชาติที่ปรากฏในภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นสติกกิโฮลมูร์ เซย์ดิสฟยอร์ดูร์ กรุนดาร์ฟยอร์ดูร์ และน้ำตกสโคกาฟอสส์
สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Interstellar ในไอซ์แลนด์อยู่ที่ไหนบ้าง?
Interstellar (2014) ใช้สถานที่ถ่ายทำ 2 แห่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์ ซึ่งสามารถเที่ยวได้ภายในวันเดียว ผู้กำกับคริสโตเฟอร์ โนแลนเลือธารน้ำแข็งวัทนาโจกุลและสวีนาเฟลล์สโจกุลให้เป็นดาวแมนน์ โลกน้ำแข็งนอกพิภพในภาพยนตร์ ส่วนพื้นที่มาฟาบอต ใกล้เมืองคิร์กยูไบยาร์คลอสตูร์ ใช้ถ่ายทำฉากมหาสมุทรตื้นบนดาวมหาสมุทร ภูมิประเทศอันเวิ้งว้างและแห้งแล้งของไอซ์แลนด์ช่วยสร้างบรรยากาศของโลกต่างดาวได้อย่างสมจริง โดยแทบไม่ต้องพึ่งพาเทคนิคซีจี พื้นที่เหล่านี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ โดยเฉพาะธารน้ำแข็งสวีนาเฟลล์สโจกุล ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของทัวร์เดินบนธารน้ำแข็งในเขตสกัฟตาเฟลล์พร้อมไกด์
แฮร์รี่ พอตเตอร์ ถ่ายทำที่ไอซ์แลนด์หรือเปล่า?
ไม่ ภาพยนตร์ชุด Harry Potter ไม่ได้ถ่ายทำในไอซ์แลนด์ ภาพยนตร์ทั้ง 8 ภาคถ่ายทำในสหราชอาณาจักรทั้งหมด โดยใช้สถานที่อย่างปราสาทแอล์นวิก ที่ราบสูงสกอตแลนด์ และโลเคชันต่าง ๆ ในกรุงลอนดอน แม้ว่าภูมิประเทศอันลึกลับชวนค้นหาของไอซ์แลนด์จะให้บรรยากาศละม้ายคล้ายกับโลกของ Harry Potter แต่ก็ไม่มีฉากใดในภาพยนตร์ที่ถ่ายทำที่นี่
สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Rogue One: A Star Wars Story ในประเทศไอซ์แลนด์อยู่ที่ไหนบ้าง?
ดาวลาห์มูในฉากเปิดเรื่อง ถ่ายทำที่ที่ราบทรายดำมิร์ดาลซานดูร์บนชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์ โดยมีภูเขาสีเขียวฮยอร์เลย์ฟส์ฮอฟดิ (Hjorleifshofdi) และฮาฟูร์เซย์ (Hafursey) เป็นฉากหลัง ตามที่เห็นเหมือนในภาพยนตร์ ถ้ำที่ Jyn Erso ซ่อนตัว ซึ่งมีรูปร่างคล้าย Yoda เรียกว่าถ้ำโยดาอยู่ใกล้เมืองวิกและเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม การเดินไปถ้ำโยดาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีผ่านเส้นทางธรรมชาติ ควรใส่รองเท้าที่เหมาะสม ทัวร์เอทีวีบนมิร์ดาลซานดูร์ก็เป็นอีกวิธีที่สนุกในการสัมผัสบรรยากาศเหมือนในหนัง
ภาพยนตร์เรื่อง Noah ถ่ายทำที่ไหนในไอซ์แลนด์?
Noah (2014) ถ่ายทำหลัก ๆ ในไอซ์แลนด์ตอนใต้ เพื่อสร้างบรรยากาศโลกก่อนน้ำท่วม สถานที่สำคัญ ได้แก่ ชายหาดทรายดำเรย์นิสฟยารา และแท่งหินทะเลเรย์นิสดรังการ์ ที่โผล่ขึ้นจากทะเลอย่างโดดเด่น รวมถึงบริเวณฮาฟูร์เซย์ (Hafursey) และดิร์โฮลาเอย์ (Dyrholaey) ที่มีวิวชายฝั่งสวยงาม ฉากถ้ำที่ Anthony Hopkins แสดง ถ่ายทำในถ้ำเรยฟาร์โฮลเชลลิร์ ห่างจากเรคยาวิกเพียง 45 นาที ปัจจุบันสามารถเที่ยวเรย์นิสฟยาราและดิร์โฮลาเอย์ได้กับบริการทัวร์ชายฝั่งใต้ ส่วนเรยฟาร์โฮลเชลลิร์ สามารถเข้าชมได้กับทัวร์เที่ยวถ้ำพร้อมไกด์
ภาพยนตร์เรื่อง Against the Ice ถ่ายทำที่ไหนในไอซ์แลนด์?
Against the Ice (2022) ถ่ายทำเกือบทั้งหมดในไอซ์แลนด์ โดยใช้ภูมิประเทศธารน้ำแข็งจริงเพื่อจำลองสภาพอาร์กติกของกรีนแลนด์อย่างสมจริง สถานที่สำคัญ ได้แก่  สกาลาเฟลส์โจกุล (Skalafellsjokull) สำหรับฉากเดินทางบนธารน้ำแข็งและขี่สโนว์โมบิล ชายฝั่งขรุขระของสต็อกเนสและฉากหลังภูเขาเวสตราฮอร์นใช้แทนชายฝั่งกรีนแลนด์ ส่วนไฮแลนด์ของไอซ์แลนด์ เป็นฉากการเอาชีวิตรอดในถิ่นทุรกันดาร นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประสบการณ์คล้ายกันได้กับทัวร์สโนว์โมบิลบนวัทนาโจกุล หรือทัวร์ถ้ำน้ำแข็งฤดูหนาวที่อยู่ในธารน้ำแข็ง
Stardust ถ่ายทำที่ไหนในไอซ์แลนด์?
Stardust (2007) มีฉากหนึ่งถ่ายทำที่สต็อกเนสใกล้เมืองเฮิพน์ (Hofn) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์ ชายหาดทรายดำที่มีภูเขาเวสตราฮอร์นซึ่งมียอดแหลมคมและมีรูปร่างคล้ายป้อมปราการเป็นฉากหลัง ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำฉากที่เจ้าชายเซ็ปติมัสพบกับหมอดู แนะนำให้ไปช่วงน้ำลง เพราะทรายดำจะสะท้อนเงาภูเขาเวสตราฮอร์นได้สวยงาม สามารถขับรถจากเฮิพน์ไปถึงชายหาด (มีค่าเข้าชมเล็กน้อย) หากมาเที่ยว แนะนำให้พักที่โรงแรมในเฮิพน์
สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Northman ในประเทศไอซ์แลนด์มีที่ไหนบ้าง?
แม้ว่าเรื่องราวใน The Northman (2022) จะดำเนินขึ้นเกือบทั้งหมดในไอซ์แลนด์ แต่ภาพยนตร์ส่วนใหญ่กลับถ่ายทำในไอร์แลนด์เหนือ เนื่องจากข้อจำกัดจากการระบาดของโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ฉากที่เหล่าทาสเดินข้ามผืนน้ำแข็งถ่ายทำที่ธารน้ำแข็งสวีนาเฟลล์สโจกุล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติวาตนาโจกุล ขณะที่องค์ประกอบของฉากภายในหมู่บ้านไวกิ้งบางส่วนมีความเชื่อมโยงกับพื้นที่รอบเมืองอาคูเรย์รี ทางตอนเหนือของไอซ์แลนด์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้นักแสดงและศิลปินชาวไอซ์แลนด์มาร่วมแสดง ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง Björk และ Hafþór Júlíus Björnsson นักแสดงผู้โด่งดัง ช่วยเสริมกลิ่นอายแบบนอร์ดิกให้กับภาพยนตร์ได้อย่างสมจริง ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสภูมิประเทศในบรรยากาศใกล้เคียงกันได้ด้วยการร่วมทัวร์เดินบนธารน้ำแข็งและสำรวจถ้ำน้ำแข็งในอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล
มีภาพยนตร์เรื่องใดบ้างที่ถ่ายทำในเมืองเอกิลสตาดิร์ในประเทศไอซ์แลนด์?
The Secret Life of Walter Mitty (2013) เป็นภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดที่เกี่ยวข้องกับเอกิลสตาดิร์ (Egilsstadir) ฉากเล่นสเก็ตบอร์ดอันโด่งดังถ่ายบนถนนที่ไหลลงสู่เซย์ดิสฟยอร์ดูร์ ซึ่งต้องผ่านเอกิลสตาดิร์ และภูมิประเทศของอีสต์ฟยอร์ดที่อยู่รอบ ๆ ยังถูกใช้แทนฉากอัฟกานิสถานและเทือกเขาหิมาลัยในหนังอีกด้วย หากมาเที่ยว แนะนำให้พักที่เอกิลสตาดิร์ เพื่อเที่ยวภูมิภาคนี้
มีภาพยนตร์เจมส์ บอนด์เรื่องไหนบ้างที่ดำเนินเรื่องในไอซ์แลนด์?
มี ไอซ์แลนด์ถูกใช้เป็นโลเคชั่นในภาพยนตร์ James Bond สองเรื่อง ได้แก่ A View to a Kill (1985) และ Die Another Day (2002) โดย A View to a Kill (1985) ถือเป็นหนังฮอลลีวูดเรื่องแรกที่ถ่ายทำในไอซ์แลนด์ ใช้ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอนเป็นฉากเปิดเรื่องในไซบีเรีย ส่วน Die Another Day (2002) กลับมาสร้างปราสาทน้ำแข็งจริงและถ่ายทำฉากไล่ล่าโฮเวอร์คราฟต์ โดยเพิ่มฉากที่ธารน้ำแข็งวัทนาโจกุลและบลูลากูน
Stranger Things ถ่ายทำที่ไอซ์แลนด์หรือเปล่า?
Stranger Things ส่วนใหญ่ถ่ายทำในสหรัฐอเมริกา แต่มีบางฉากที่ใช้ภูมิประเทศของไอซ์แลนด์เพื่อสร้างบรรยากาศลึกลับเหนือจริง โดยฉากสุดท้ายที่ Eleven ยืนอยู่ในธรรมชาติอันกว้างใหญ่ ถ่ายทำที่ไฮฟอสส์ (Haifoss) ทางตอนใต้ของไอซ์แลนด์
Game of Thrones ถ่ายทำที่ไหนในไอซ์แลนด์?
Game of Thrones ทำให้โลเคชั่นถ่ายทำที่อยู่ในไอซ์แลนด์โด่งดังไปทั่วโลก นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวสถานที่ถ่ายทำ Game of Thrones ในไอซ์แลนด์ได้กับทัวร์ตามรอยเกมออฟโธรสน์ โดยจุดสำคัญ ได้แก่: - ทะเลสาบมิวาทน์ (Myvatn): ถ้ำ Grjotagja (ฉาก Jon & Ygritte) เปิดให้เข้าชมแต่ห้ามลงแช่น้ำเพราะร้อนเกินไป - ธารน้ำแข็งสวีนาเฟลล์สโจกุล (Svinafellsjokull): ไฮกิ้งที่นี่กับทัวร์ไฮกิ้งบนธารน้ำแข็งพร้อมไกด์ได้ตลอดปี - อุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ (Thingvellir): เป็นที่ตั้งรัฐสภาแห่งแรกของไอซ์แลนด์และรอยแยกของแผ่นเปลือกโลก - ภูเขาคิร์กจูเฟลล์ (Kirkjufell) (บนคาบสมุทรสไนแฟลซเนส): ยอดเขารูปหัวลูกศรที่เป็นแรงบันดาลใจของ "arrowhead mountain" ในซีรีส์ นอกจากนี้ น้ำตกคิร์กจูเฟลล์ฟอสส์ก็ยังปรากฏในหลายฉาก
ภูเขาจากเรื่อง Game of Thrones ในไอซ์แลนด์อยู่ที่ไหน?
ภูเขาที่โด่งดังจาก Game of Thrones ในไอซ์แลนด์คือคิร์กจูเฟลล์ ตั้งอยู่บนคาบสมุทรสไนแฟลซเนสในไอซ์แลนด์ตะวันตก ภูเขานี้มียอดเขารูปหัวลูกศรที่เป็นแรงบันดาลใจให้ "arrowhead mountain" ในซีรีส์ และน้ำตกคิร์กจูเฟลล์ฟอสส์ที่อยู่ใกล้กันก็ปรากฏในหลายฉาก นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวคิร์กจูเฟลล์และสถานที่ถ่ายทำ Game of Thrones ทั่วไอซ์แลนด์ได้เมื่อใช้บริการทัวร์ตามรอย Game of Thrones
Trapped ถ่ายทำที่เมืองเอกิลสตาดิร์หรือเปล่า?
ใช่ Entrapped ซีซั่น 3 ของซีรีส์ Trapped (Ófærð) โดย Baltasar Kormákur ถ่ายทำในไอซ์แลนด์ตะวันออก โดยมีเอกิลสตาดิร์และเซย์ดิสฟยอร์ดูร์เป็นโลเคชั่นหลัก เรื่องนี้ฉายทาง Netflix ในปี 2022 ส่วนซีซั่นก่อนหน้าถ่ายทำที่ซิกูลฟยอร์ดูร์และเรคยาวิกเป็นหลัก

วางแผนทริปตามรอยภาพยนตร์ยอดเยี่ยมที่ถ่ายทำในไอซ์แลนด์

น้ำตกเดตติฟอสส์ (Dettifoss) ในภาคเหนือของไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำอันน่าตื่นตาตื่นใจในภาพยนตร์เรื่อง Prometheus

ตั้งแต่ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับบล็อกบัสเตอร์ไปจนถึงผลงานภาพยนตร์นอกกระแสที่ซ่อนอยู่ ไอซ์แลนด์ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มอบทัศนียภาพในการถ่ายทำที่สวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในโลก ซึ่งไม่ว่าคุณจะเป็นคอหนังตัวยงหรือเป็นนักเดินทางที่กำลังมองหาภูมิประเทศอันทรงพลังและตระการตา สถานที่เหล่านี้ล้วนคุ้มค่าแก่การไปเยือนและออกสำรวจอย่างยิ่ง

วิธีเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือการออกไปสำรวจตามเส้นทางและสัมผัสประสบการณ์สุดคลาสสิกที่เชื่อมโยงสถานที่ถ่ายทำเหล่านี้เข้าด้วยกัน โดยคุณอาจพิจารณาจองแพ็กเกจท่องเที่ยวไอซ์แลนด์ ที่ครอบคลุมทั้งชายฝั่งตอนใต้ คาบสมุทรสไนแฟลซเนส และไอซ์แลนด์ตอนเหนือ เพื่อช่วยให้คุณสามารถเดินทางไปเยือนจุดเช็กอินอันเป็นเอกลักษณ์เหล่านี้ได้ครบถ้วนภายในทริปเดียวที่มีการวางแผนมาอย่างลงตัว

และทั้งหมดนี้คือรายชื่อภาพยนตร์ที่มาถ่ายทำกันที่ประเทศไอซ์แลนด์ แล้วคุณล่ะ ชอบภาพยนตร์เรื่องไหนในลิสต์นี้มากที่สุด? หรือมีสถานที่ถ่ายทำแห่งไหนในไอซ์แลนด์ที่อยากไปเยือนมากที่สุดในชีวิต? มาร่วมแชร์และพูดคุยกับเราได้ในช่องคอมเมนต์ด้านล่างนี้เลย!

Andri Gunnar Hauksson
Andri Gunnar Hauksson
ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรอง
เกี่ยวกับผู้เขียน

I’m Andri Gunnar Hauksson, a marketing specialist, travel writer, and copywriter from Keflavík who specializes in Icelandic travel, local culture, and destination storytelling. I’m an expert in the Reykjanes Peninsula and passionate about sharing the region’s volcanic landscapes, coastal scenery, hidden spots, and cultural history through engaging and informative content. Now based in downtown Reykjavík, I write about travel, music, culture, and local experiences while helping businesses communicate through clear, effective copywriting and marketing.

เพิ่มเติมโดยผู้เขียน

บทความอื่นที่น่าสนใจ

Link to appstore phone
ติดตั้งแอปท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของไอซ์แลนด์

ดาวน์โหลดตลาดการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของไอซ์แลนด์ลงในโทรศัพท์ของคุณเพื่อจัดการการเดินทางทั้งหมดของคุณได้ในที่เดียว

สแกนรหัส QR นี้ด้วยกล้องในโทรศัพท์ของคุณแล้วกดลิงก์ที่ปรากฏขึ้นเพื่อเพิ่มตลาดการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของไอซ์แลนด์ไว้ในกระเป๋าของคุณ ป้อนหมายเลขโทรศัพท์หรือที่อยู่อีเมลของคุณเพื่อรับ SMS หรืออีเมลพร้อมลิงก์ดาวน์โหลด