ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ, ดนตรี, วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ เมืองเรคยาวิกก็สามารถจัดหาสิ่งเหล่านั้นมาให้คุณได้. แต่จะเริ่มจากที่ไหนดี? อ่านบทความนี้ให้จบบและ คุณจะได้รู้ 10สิ่งที่ต้องทำเมื่อมาเยือนเมืองหลวงแห่งนี้.



เมืองเรคยาวิค ชื่อเมืองมีความหมายว่า อ่าวที่มีควันคลุ้ง เมืองนี้เป็นเมืองหลวงที่อยู่เหนือสุดของโลก และแม้จะไม่ค่อยเห็นประชากรหนาแน่นบนท้องถนนของเมืองแต่ประชากรที่อาศัยอยู่ที่นี่มีอยู่ประมาณ 200,000 ครัวเรือน ในเมืองนี้มีทั้งทัศนียภาพที่สวยงาม รวมถึงกิจกรรมทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ และกิจกรรมยามค่ำคืนอีกมากมาย.

เช่นเดียวกับเมืองอื่นๆ ที่เมืองเรคยาวิคกิจกรรมให้เลือกทำมากมายที่ไม่อาจจะบอกได้หมด และต่อไปนี้คือกิจกรรมที่เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาความผ่อนคลาย รวมทั้งผู้ที่ต้องการที่จะดื่มด่ำกับวัฒนธรรมของประเทศไอซ์แลนด์เพื่อ สร้างความทรงจำไปตลอดชีวิต.



อันดับ 10 สระว่ายน้ำในเมืองเรคยาวิค

ไปว่ายน้ำในเมือง

จากธารน้ำแข็งที่ยิ่งใหญ่ไหลไปตามเกลียวคลื่นของมหาสมุทรแอตแลนติก (The Atlantic Ocean ) ไปจนถึงทุ่งน้ำพุร้อน นี่อาจเป็นคำนิยามที่บ่งบอกถึงความเป็นประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งในทุกๆคำบ่งบอกถึงความเป็นน้ำ ฉะนั้นคุณเห็นด้วยกับเราไหมว่าการที่จะเชื่อมต่อกับวัฒนธรรมและความเป็นไอซ์แลนด์ให้ได้มากที่สุดคงไม่มีอะไรดีไปกว่า การลองไปเล่นน้ำที่สระน้ำของเมืองเรคยาวิค ต้องขอบคุณนโยบายการทดแทนพลังงานของประเทศนี้ ทำให้ถึงแม้ว่าจะใช้น้ำเป็นจำนวนมาก เช่น บริการสระว่ายน้ำ หรือซาวน่า มีราคาไม่สูงนัก และนั่นก็ทำให้ชาวไอซ์แลนด์พอใจมากทีเดียว.

ความพึงพอใจนี้ เป็นผลให้สระว่ายน้ำทั้ง 18 แห่งในเมืองเรคยาวิคใช้พื้นที่ส่วนใหญ่ในเมือง บางแห่งให้บริการทั้งสระว่ายน้ำในร่มและกลางแจ้ง รวมถึงบริการซาวน่าบางแห่งที่มีอ่างน้ำร้อนอย่างน้อย 7-8 อ่างเลยทีเดียว และต้องขอบคุณอีกครั้งที่สระว่ายน้ำเหล่านี้มีบริการน้ำอุ่น ทำให้สามารถให้บริการตลอดทั้งปี.

หากจินตนาการถึงสระว่ายน้ำในประเทศไอซ์แลนด์ สามารถนึกได้ถึงบริการสปาหรูๆสักแห่งที่เป็นมากกว่าสระทั่วๆไป ค่าบริการสระน้ำที่นี่มีราคาเพียง 900 โครนา (ISK) ซึ่งนี่อาจจะเป็นค่าบริการสปาที่ถูกที่สุดที่คุณเคยจ่ายมาก็ได้ ยิ่งไปกว่านั้นหากคุณมองหาอะไรที่ออกแนวธรรมชาติสักหน่อย คุณสามารถไปใช้บริการได้ที่ทุ่งน้ำพุร้อนที่อยู่ใกล้ๆชายหาดของเมืองเรคยาวิค ที่ชื่อว่าเนยโทลล์วิค (Nauthólsvík) หรือที่บ่อแช่เท้าเล็กๆที่ชื่อว่ากวิคกา(Kvika) ที่บริเวณประภาคารโกรททา (Grótta Lighthouse)ได้.

Vesturbæjarlaug เป็นสระว่ายน้ำที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองเรคยาวิกรูปภาพจาก Reykjavik.is

ถ้าคุณพักอยู่กลางใจเมืองเรคยาวิค ซุนเฮิล เรคยาวิค (Sundhöll Reykjavíkur) จะเป็นสระว่ายน้ำที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นมากที่สุด สระนี่ตั้งอยู่ด้านหลังโบสก์ฮัลล์กริมสคิริยา (Hallgrímskirkja) ที่ห่างไปไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น สระว่ายน้ำแห่งนี้เป็นสระว่ายน้ำในร่มที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองเรคยาวิค สร้างขึ้นตั้งแต่ปีคริสตศักราชที่ 1937 และได้รับการปรับปรุงให้เป็นสระกลางแจ้งใหม่เอี่ยมในปี 2017 ที่มีทั้งบริการอ่างน้ำร้อนและซาวน่า ซึ่งก่อนหน้าที่นี่มีเพียงสระว่ายน้ำในร่ม และอ่างน้ำร้อนกลางแจ้งอีก 2 อ่างเท่านั้น แต่ตอนนี้ที่นี่ให้บริการทั้งสระว่ายน้ำในร่ม และกลางแจ้ง พร้อมทั้งมีบริการห้องซาวน่า 2 ห้อง และอ่างน้ำร้อนอีก 3 อ่าง รวมถึงสระเด็กและสระน้ำเย็นด้วย.

เวสตูแบจาลัง (Vesturbæjarlaug) เป็นสระว่ายน้ำอีกแห่งที่เป็นที่นิยมสำหรับคนที่นี่ และตั้งอยู่ใจกลางเมืองเรคยาวิคเช่นกัน  สระว่ายน้ำแห่งนี้อยู่ทางตะวันตกของเมือง เวสตูแบจาลังบริการสระว่ายน้ำกลางแจ้ง อ่างน้ำร้อน และห้องซาวน่าอีก 2 ห้อง สระว่ายน้ำแห่งนี้ยังเป็นสถานที่แฮงค์เอ้าท์ยอดนิยมสำหรับทั้งคนที่นี่และนักท่องเที่ยวอีกด้วย ที่สระว่ายน้ำแห่งนี้มีบริการค่าเฟ่เล็กๆน่ารักที่ชื่อว่า คัฟฟี่เวสส์ (Kaffi Ves)ตั้งอยู่ตรงข้ามกับสระว่ายน้ำ ซึ่งเหมาะมากสำหรับการจิบกาแฟอุ่นๆหลังจากการพักผ่อนในอ่างน้ำร้อนอีกด้วย.

สระว่ายน้ำแห่งที่ 3 นี้ชื่อว่า สระว่ายน้ำเลยการ์ดาร์ลัง (Laugardalslaug pool) เป็นสระว่ายน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเรคยาวิค สระว่ายน้ำแห่งนี้อยู่ภายในศูนย์สันทนาการของเมืองเรคยาวิค ที่ศูนย์สันทนาการแห่งนี้ คุณสามารถสนุกกับกิจกรรมหลายอย่าง เช่น ศูนย์กีฬา สวนสุขภาพ สวนสัตว์ และสวนสำหรับครอบครัว พิพิธภัณฑ์รูปปั้น โรงยิมขนาดใหญ่ระดับเวิร์ลคลาส เลยการ์สปา (Laugar Spa) และลานสเก็ต..

อ่างน้ำจากทะเล ที่ Laugardalslaug ในเมืองเรคยาวิก้รูปจาก Reykjavik.is

เพื่อเป็นข้อมูลให้กับนักท่องเที่ยวของเรา สิ่งหนึ่งที่ต้องระวังไว้คือ ตามกฏคุณจะต้องเปลือยเหมือนกับคนอื่นๆในเมืองนี้และทุกคนต้องล้างตัวให้สะอาดหมดจดก่อนที่จะลงสระ ถ้าคุณไม่ยอมเปลือย แน่นอนว่าคุณจะได้รับคำเตือนจากคนที่นี้ หรือไม่ก็พนักงานรักษาความปลอดภัยด้วย!

บางทีบริการสระว่ายน้ำ อาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในเมืองเรคยาวิคเพราะผู้คนในเมืองสามารถมีความสุขร่วมกันตลอดทั้งปีไม่ว่าภูมิอากาศจะเป็นแบบไหน คุณก็สามรถที่จะสนุกกับการแช่น้ำในอ่างน้ำร้อนกลางแจ้งได้แม้แต่ท่ามกลางอุณหภูมิ -5 องศาเซลเซียสและมีหิมะตก สามารถตรวจสอบจากแผนที่ด้านบนและมองหาสระว่ายน้ำที่ใกล้ที่สุดและไปสนุกกัน.



อันดับ 9 เยี่ยมชมโบสถ์ ฮัลล์กริมสคิร์คยา                 

โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา ที่เมืองเรคยาวิก

หากคุณเห็นตึกสูงที่อยู่ตรงใจกลางเมืองเรคยายิค นั่นคือโบสถ์ฮัลล์กริมสคิร์คยา คุณจะสามารถมองเห็นโบสถ์นี้ได้จากทุกที่จากในเมืองนั่นทำให้ที่นี่มองหาได้ง่ายมาก บนยอดตึกที่นี่มีความสูงถึง 74.5 เมตร จึงสามารถมองเห็นวิวทั้งเมืองได้ 360 องศา และมองได้ไกลถึงอาคารพาร์ลาน (Perlan) ที่อยู่บนเขาเอิสคูสลิด (Öskjuhlíð) ได้เลยทีเดียว ที่โบสถ์ฮัลล์กริมสคิร์คยา ถือเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดในเมืองเลยทีเดียว. 

ตึกนี้เปิดให้บริการทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ที่เป็นวันเข้าโบสถ์ของคนที่นับถืิศาสนาคริสต์ทำให้คนค่อนข้างแน่น โบสถ์นี้เป็นโบสถ์ที่สามารถใช้จัดพิธีต่างๆได้ ทำให้บางทีอาจจะถูกปิดเพื่อการจัดงานคอนเสิร์ตหรือทำกิจกรรมต่างด้วย ค่าธรรมเนียมในการเข้าชมอยู่ที่ 900 ISK สำหรับผู้ใหญ่ 100 ISK สำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 4-7 ปี  และฟรีสำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 4 ขวบ..

โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา ที่เมืองเรคยาวิก

โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ สถานที่แห่งนี้ได้ถูกตั้งชื่อตามบาทหลวงและนักกวีในอดีตที่ชื่อว่า ฮัลล์กรีมมูร์ ปีเตอร์สัน(Hallgrímur Pétursson) ผู้ประพันธ์บทเพลงสวดที่ชื่อว่าพาซิอุสซอมมา (Passíusálmar) ที่แปลว่าบทเพลงแห่งความรักอีกด้วย โครงสร้างของโสถ์นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเสาหินบะซอลล์ที่งดงามจากน้ำตกสวาร์ติฟอสส์ (Svartifoss) ที่อยู่ในทางใต้ของประเทศ ตึกนี้ได้ถูกออกแบบโดย นายกุลล์ยงซา มูแอลล์ซอง (Guðjón Samúelsson) หนึ่งในสถาปนิกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศอีกด้วย  เขายังเป็นสถาปนิกที่ออกแบบโรงคอนเสิร์ตออร์แกนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอีกด้วย โรงคอนเสิร์ตออร์แกนนี้มีความสูง 15 เมตรและมีท่อของออร์แกนถึง 5275 ตัวกับอีก 25 โทนเสียงอีกด้วย อาคารนี้ได้เปิดใช้งานตั้งแต่ปี 1986 เป็นต้นมา.

และคุณจะต้องไม่ลืมที่จะหยุดชื่นชมความงดงามของประตูทางเข้าและงานกระจกโมเสก ที่ออกแบบโดยนักศิลปะของท้องถิ่นที่ชื่อ เลย์เฟอร์ เบรดฟรอค (Leifur Breiðfjörð) และตรงด้านหน้าโบสถ์ยังมีรูปปั้นของ เลิฟ อีริคสัน (Leif Eriksson) ผู้ค้นพบอเมริกาเหนือเมื่อปีคริสตศักราชที่ 1000 ซึ่งเป็นการค้นพบก่อนโคลัมบัสถึง 500 ปี.



อันดับ 8 เดินเท้าชมรอบเมือง          

จากโบสถ์ฮัลล์กริมสคริร์คยา หากคุณต้องการที่จะท่องเที่ยวไปยังถนนใกล้เคียง ในใจกลางเมืองเรคยาวิค วิธีทีดีที่สุดคือการเดินเท้าหรือปั่นจักรยาน เพื่อที่จะได้ดื่มด่ำกับวัฒนธรรมของที่นี่ได้อย่างแท้จริง แน่นอนว่าคุณจะต้องไม่พลาดถนนสายช๊อปปิ้งของเมืองนี้เช่น เลยการ์แวร์กูร์ (Laugavegur) บานกัสไรตี (Bankastræti) เอยส์เตยสแลตี (Austurstræti) แลกจาร์กาตา (Lækjargata) และสโกลาโวแลคตีกูร์ (Skólavörðustígur) ถนนทุกสายนี้สามารถเดินเท้าถึงกันได้ง่ายๆจากใจกลางเมือง.

วิวจาก โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา

ถ้าคุณรักการช๊อปปิ้งเป็นชีวิตจิตใจ เรามีความยินดีที่จะแนะนำร้านเสื้อผ้าแบรนด์ชั้นนำต่างๆที่มีร้านอยู่ทั่วไปตามริมถนน ที่ขายเสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาวและอุปกรณ์กลางแจ้ง เช่น ซิกตี้ซิก นอร์ท (66° North) ซินตามานิ (Cintamani) โซออน (Zo-On) and ไอซ์แวร์ (Ice Wear).

คุณสามารถตามหาแฟชั่นในแบบประเทศไอซ์แลนด์เพื่อที่จะไม่ตกเทรนด์ได้ที่นี่ คุณสามารถพบกับคอลเลคชั่นใหม่ๆตามช๊อปต่างๆเช่น คามม์ (Kraum) สปาร์คมันสยาร์รี (Spaks Manns Spjarir)  เอยรุม (Aurum) เฮราฟาตาแวร์สลัน โคมาร์คส์ แอนด์ แสคลจาร์ (Herrafataverzlun Kormáks & Skjaldar) แวร์สลัน กุสเตน เอลยงโซนาส์ (Verslun Guðsteins Eyjólfssonar) จีเค (GK) อาฟเทอร์ (Aftur) และ จอร์ (Jör).

นอกเหนือจากถนนแห่งการช๊อปปิ้งแล้ว ยังมีถนนอีกหลายอย่างสายที่คุ้มค่าในการค้นหาในเมืองเรคยาวิคนี้ เช่นถนนสายพระเจ้า หรือ ซิงโกติน( Þingholtin) มีที่พักอาศัยมากมายบานถนนสายนี้ และถนนนี้ตั้งอยู่ระหว่าง โบสถ์ฮัลล์กริมสคิร์คยาและสระน้ำของเมืองอีกด้วย.

ชื่อของถนนต่างๆใกล้เคียงนี้ส่วนใหญ่มาจากอิทธิพลมาจากทางยุโรป ซึ่งมีทั้ง ถนนแห่งโอดิน (Óðinsgata) ถนนแห่งธอร์ (Þórsgata) ทางเท้าแห่งโลกิ(Lokastígur) และถนนแห่งเฟรยา (Freyjugata) เป็นต้น ที่นี่ยังมีบ้านที่มีสีสันสดใสมากมาย สวนอันโรแมนติก และถนนสายศิลปะอีกมากมาย และ คุณต้องระวังที่จะเดินชนแมวที่นี่เพราะแมวเป็นสัตว์เลี้ยงทั่วไปในกลางเมืองเรคยาวิค. 

สระเมือง เรคยาวิก และ ศาลากลางเมืองเรคยาวิก

สระน้ำของเมืองเรคยาวิค ที่ชื่อว่า เรคยาวิคคูร์จอน (Reykjavíkurtjörn) หรือเรียกสั้นๆว่า ทีจอห์นนิน (Tjörnin) เป็นสระน้ำที่มีชื่อเสียงมากในหมู่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการส่องนก ในช่วงฤดูหนาว น้ำในน้ำแห่งนี้จะกลายเป็นน้ำแข็ง นั่นหมายถึงคุณจะสามารถเดินข้าม เล่นสเก็ต หรือแม้แต่เป็นสนามฟุตบอลที่ค่อนข้างลื่นได้ และตรงข้างๆสระแห่งนี้จะเป็นศาลากลางที่เป็นที่ตั้งของศูนย์ให้ข้อมูลและบริการนักท่องเที่ยวของประเทศไอซ์แลนด์ และที่นี่ยังมีแผนที่ให้ข้อมูลของประเทศไอซ์แลนด์แบบ สามมิติอีกด้วย.

ทางใต้ของสระน้ำกลางเมืองนี้ จะสามารถพบ บ้านสไตลล์นอร์ดิก(Nordic House)  และมหาวิทยาลัยแห่งชาติไอซ์แลนด์ (University of Iceland) บ้านสไตล์นอร์ดิก นี้เป็นเพียงแห่งเดียวที่ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฟินแลนด์ที่มีชื่อเสียง อัลวา อัลลโต(Alvar Aalto) ที่อาคารนี้มักจะมีการจัดนิทรรศการหรือดนตรีสดภายใน และแน่นอนที่นี่มีบริการร้านอาหารที่แสนอร่อยด้วย. 

หากเดินลงไปทางใต้อีกหน่อย คุณก็จะไปถึงชายทะเล และสามารถเดินเลียบไปบนถนนอากิสสิคา (Ægissíða) หรือหากไปทางตะวันออกคุณจะผ่านสนามบินภายในประเทศและตรงไปจนถึงหาดเนยโทลล์วิคค์ (Nauthólsvík) และ ป่าแห่งเขาเอิสคูฮลิด (Öskjuhlíð)ที่นี่คุณจะได้พบกับจุดชมวิวที่ยอดเยี่ยมที่สุด หรือคุณอาจจะอยากเดินไปไกลอีกหน่อยทางทิศตะวันตกคุณจะพบกับบรรยากาศอันแสนโรแมนติกของโกรททา(Grótta)และ ประภาคารของที่นั่น ชายหาดแสนสวยกับอ่างแช่เท้าที่มีวิวดีๆ การเดินไปตามถนนเส้นนี้อาจมีระยะทางค่อนข้างไกล คุณอาจจะต้องใช้จักรยานหรืออย่างน้อยอาจต้องเผื่อเวลากับทริปนี้ 1 วันเต็ม.

ถนนเมืองเรคยาวิกที่มีบ้านเรียงกันหลายสี

ออสสตูร์เวอร์ลูร์ สแควร์ (Austurvöllur Square) อยู่ทางตอนเหนือของสระน้ำของเมือง ที่นี่เหมาะกับการเป็นจุดนัดพบกับเพื่อนๆหรือครอบครัว ในวันที่มีแสงแดดผู้คนมักจะพากันออกมาดื่มเบียร์และอาบแดดที่นี่ และในช่วงวันฉลองชาติคอนเสิร์ตถูกจัดขึ้นที่นี่เช่นกัน อีกทั้งยังเป็นจุดที่ผู้คนพากันมาประท้วงในเรื่องที่เกี่ยวกับการเมืองต่อรัฐสภาไอซ์แลนด์ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆอีกด้วย อีกฝั่งหนึ่งของที่นี่เต็มไปด้วยคาเฟ่ และร้านค้าต่างๆ ส่วนด้านหลังของรัฐสภาก็ยังเป็นที่ตั้งของโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองเรคยาวิคที่ชื่อว่า โดมเคริคจัน (Dómkirkjan)ด้วย.

ระหว่างที่คุณเดินเที่ยวไปในเมืองนี้ น่าจะลองตรงไปยังท่าเรือเก่าที่สวยงาม ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำที่มีอยู่ในประเทศและคุณยังสามารถจองทริปชมวาฬได้จากบริเวณท่าเรือนี้เช่นกัน หากคุณยังอยู่ในเรคยาวิคจนถึงช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่ท่าเรือเก่านี้คุณจะได้เดินชมตลาดนัดของทำมือในเมืองนี้ที่ชื่อว่าโคลาพอคติก (Kolaportið) ที่นี่คุณอาจหาซื้อจั๊มเปอร์ขนสัตว์ทอมือที่เรียกว่าโลปาเปซา (lopapeysa) ที่เป็นของที่ระลึกที่จะต้องมี!

ตลาดนัดของทำมือแห่งนี้ ตั้งอยู่ทางใต้ของท่าเรือเรคยาวิค ที่นี่มีของใช้น่าสนใจมากมาย รวมถึงอาหารพื้นเมือง โดยเฉพาะหอย บรรยากาศที่นี่ดูมีชีวิตชีวา และช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการที่จะได้ต่อราคากับผู้ขายจะอยู่ระหว่าง 11.00 - 17.00 ในวันเสาร์และอาทิตย์.

ท่าเรือเก่าเมืองเรคยาวิก

ตรงไปอีกนิดยังกรานดิ เขตตลาดปลาของเมืองเรคยาวิค ซึ่งเป็นโรงงานปลาและโรงซ่อมเรือเก่าที่ตอนนี้ถูกเปลี่ยนไปเป็นร้านค้า คาเฟ่ มีบริษัทเปิดใหม่ พิพิธภัณฑ์ ร้านอาหารและโรงเบียร์ ที่นี่ยังเป็นตัวอย่างในการเปลี่ยนโฉมหน้าของเมืองนี้อีกด้วย.

ะหว่างที่อยู่ที่นี่คุณสามารถไปเดินไปยังวาลดิส (Valdís) ที่นี่เป็นมีไอศครีมที่อร่อยที่สุดในเมือง แถมยังมีโรงเบียร์ท้องถิ่นที่ชื่อว่า โรงเบียร์ บรีคจัน (Bryggjan Brewery). คุณยังสามารถไปที่มาแชลเฮ้าส์ (Marshall House)  พิพิธภัณฑ์วาฬ (Whales of Iceland Museum) หรือพิพิธภัณฑ์แสงออโรร่าเรคยาวิค (Aurora Reykjavík Museum) พร้อมทั้งสามารถชมวิวอันงดงานของถนนสายศิลปะบนเวสตูกาตา(Vesturgata) หรือเยี่ยมชมเขากระจก ซูฟ่า (Þúfa )หรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะ โดยโอลอฟ นอดาล (Ólöf Nordal).

หรือคุณสามารถเลือกที่ไปกับโปรแกรมเดินเที่ยวในเมืองที่มีสีสันและเมืองแห่งศิลปะวัฒนธรรมโดยไม่มีค่าใช้จ่ายในโปรแกรมเดินเที่ยวในเมืองเรคยาวิค ซึ่งใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงเท่านั้น.



อันดับ 7 ไปผจญภัยกัน          

เฮลิคอปเตอร์บนเมืองเรคยาวิก

เรคยาวิคเป็นเมืองที่มักจะมีเรื่องประหลาดใจให้คุณอยู่เสมอ คุณสามารถที่จะค้นหาคุมสมบัตินี้ด้วยตัวคุณเอง หรืออาจสร้างทีมกับคนในท้องถิ่น โดยทีมงานของคุณจะต้องมีไฟแรงมากพอในการพาคุณไปเที่ยวรอบๆเมืองด้วย.

ที่นี่มีอะไรให้คุณค้นหามากมายเช่น สำรวจร้านอาหารจานเด็ดในเรคยาวิคและลิ้มรสอาหารสุดอร่อยของประเทศหรือ คุณสามารถนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมทิวทัศน์เหนือเมือง เพื่อชมวิวของทั้งเมือง รวมถึงชมทัศนียภาพของภูเขารอบๆด้วย.

ยังมีโปรแกรมอื่นๆ ทั้งในและนอกตัวเมืองนี้ที่เป็นที่นิยมอีกมากมาย รวมไปถึง การไปโปรแกรมดูปลาวาฬและชมนก หรือ โปรแกรมผจญภัยบนหลังม้า โดยทั่วไปแล้วสามารพอเห็นวาฬมิ้งค์ วาฬหลังค่อม วาฬหัวบาตร หรือโลมา ได้ที่อ่าวฟาซาโฟอิ( Faxaflói) ที่อยู่ถัดไปจากเมืองเรคยาวิค ในบางโปรแกรมอาจพาคุณไปยังเกาะนอกชายฝั่งของเมือง เกาะที่มีชื่อเสียงที่สุดชื่อว่าวีดเอย์ (Viðey) ที่ตั้งของหอสันติภาพ เลนนอนและโอโนะ (Lennon/Ono peace-tower) และที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมนกนานาชนิด เช่นนกแกนเน็ต นกนางนวล นกกาน้ำ นกนางนวลอาร์คติก และแน่นอนนกพัฟฟินของที่นี่.

 

อันดับ 6 ท่องราตรีในเมืองเรคยาวิค            

เที่ยวกลางคืนที่เมืองเรคยาวิก นั้นเด็ดมาก

ขึ้นอยู่กับว่าคนที่ถามเป็นใคร เพราะชีวิตกลางคืนในเมืองเรคยาวิคจะถือว่ามีชื่อเสียงหรือไม่ก็ได้ ผู้คนมักจะมาตั้งแต่เริ่มเปิด จนปิดบริการ ตามท้องถนนจะเต็มไปด้วยนักดื่มจากปาร์ตี้ทั้งหลาย ที่ทั้งกำลังจะกลับบ้านและหาที่ไปต่อ.

จากวันอาทิตย์จนถึงวันพฤหัส คาเฟ่ทั้งหลายจะเปิดจนถึงตี 1 แต่ในวันศุกร์และเสาร์ หลายๆที่จะเปิดจนถึงตี 5 ทั้งบาร์และค่าเฟ่ที่นี่มักจะแสดงดนตรีสดในช่วงกลางคืน แต่เมืองก็จะมีความจอแจพอสมควร เมืองจะเต็มไปด้วยการแสดงสดมากมาย ทั้ง การแสดงเดี่ยวตลก โรงหนัง โอเปร่า โชว์สาวประเภทสอง การแสดงคาบาเร่ ดนตรี หรือแม้กวีประโลมโลก.


ในช่วงวันธรรมดาหลายๆที่มักจะมีการจัดแสดงดนตรีแจ๊สในคาเฟ่ต่างๆอยู่มากมาย แต่ทุกคืนวันอาทิตย์จะมีการแสดงแจ๊สที่โรงเบียรร์บริคจัน (Bryggjan Brewery) คืนวันจันทร์ที่ ฮูลาร์ (Húrra) คืนวันอังคารที่ เคกส์ โฮสเตล (Kex Hostel) และทุกๆคืนวันพุธที่ ปีเตอร์สัน สูท (Peterson Suite) มูแลงแจ๊สบาร์ (Múlinn jazz bar) บนอาคารคอนเสร์ตฮาร์ปา ซึ่งมันคุ้มค่าที่จะไปดู. 

ที่อิคโน (IÐNÓ) นี้มีการจัดงานแทบทุกคืนตลอดสัปดาห์ ส่วนใหญ่เป็นงานสำหรับบุคคลทั่วไปแต่อาจจะมีงานส่วนตัวบ้างเช่นงานแต่งงาน และงานกิจกรรมสาธารณะได้แก่การจัดการแสดงดนตรีสด ละคร หรือการแสดงเต้น เทศกาลดนตรี หรือแม้แต่คืนแห่งบทกวีประโลมโลก

ที่เกยกูรินน์ (Gaukurinn) มีการแสดงเดี่ยวตลกเป็นภาษาอังกฤษในคืนวันจันทร์ และยังเป็นที่พบปะของสาวประเภทสองที่ชื่อว่า แดรค ซูกูลล์ (Drag-Súgur) อีกด้วย ที่นี่เป็นที่ที่ประจำของเจ้าของบล๊อคเกอร์ชื่อดัง วันดาร์ สตาร์(Wanda Star) อีกด้วย

Bíó Paradís เป็นโรงหนังอาร์ทของเมืองเรคยาวิก

ทจาร์นาบิโอ(Tjarnarbíó) เป็นย่านที่เต็มไปด้วยโรงละคร การแสดงเต้นและดนตรี ตั้งอยู่ด้านขวาของศาลากลาง ทิโอเลกูรร์สคจาร์ลาริน( Þjóðleikhúskjallarinn )หรือโรงละครแห่งชาติ มักเป็นที่ที่จัดให้มีภาพยนต์ให้ชมทุกสัปดาห์เช่นเดียวกับ การแสดงคาบาเร่ และ บิโอ พาราทิส (Bíó Paradís ) ที่เมืองแห่งโรงหนังที่มักจะฉายภาพยนต์คลาสสิคของชาวไอซ์แลนด์และมีคำบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ รวมทั้งยังมีการฉายภาพยนต์คลาสสิคของนานาชาติทุกอาทิตย์อีกด้วย.

มีงานเทศกาลภาพยนต์ 2 งานที่ถูกจัดขึ้นใน เรคยาวิคคือ เทศกาลภาพยนต์นานาชาติเรคยาวิค (Reykjavík International Film Festival) ช่วงเดือน กันยายน-ตุลาคม และ เทศกาลภาพยนต์นานาชาติ (Stockfish Film Festival) ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม เทศกาลทั้งสองนี้จะจัดไปตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน หากคุณต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับงานเทศกาลทั้งหมดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ศาลากลางหรือดูโปรแกรมการจัดเทศกาลในไอซ์แลนด์จากเราได้ที่ 10 สุดยอดเทศกาลในไอซ์แลนด์.



5. อันดับ5   กินอาหารในแบบของคุณที่เมืองเรคยาวิค         

ทานอาหาร ไฟน์ไดนิ่งที่  Gallerý ในโรงแรมHotel Holt ในเมืองเรคยาวิก

ที่เรคยาวิคจะมีบริการทั้งอาหารพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ไปจนถึงอาหารนานาชาติ คุณสามารถมองหาร้านอาหารที่เสริฟเฉพาะอาหารทะเล หรือเนื้อย่าง ยิ่งไปกว่านั้นร้านอาหารในประเทศไอซ์แลนด์ ยังมีทั้งร้านอาหารไทย อิตาเลียน อินเดีย แมกซิกัน ญี่ปุ่น หรือแม้แต่อาหารเอธิโอเปีย ก็ยังหาได้ที่นี่

อาหารพิ้นเมืองที่นี่มักจะเป็นอาหารจำพวกอาหารทะเลและแกะ และถ้าคุณไม่เคยสั่งผิด โดยสั่งจานปลาในร้านอาหารในเมืองเรคยาวิค มันเป็นจานที่สุดยอดมาก หัวปลาค๊อดปรุงในน้ำสต๊อคไก่ ที่ร้านมาตูร์ โอ๊ค ดริกกูร (Matur og Drykkur) เป็นอาหารยอดฮิตที่มีชื่อเสียงที่สุด รับรองว่าคุณจะติดใจ.

กั้งที่ร้านอาหาร Food Cellar ในเมืองเรคยาวิก



และถ้าคุณอยากจะหาอาหารแบบแปลกๆ ให้ลองไปที่ร้านอาหารพื้นเมืองของชาวไอซ์แลนด์ อยู่ตรงสถานีรถประจำทาง บีเอสไอ (BSÍ) ที่ร้าน ฟลอท ออค ก๊อต (Fljótt og gott) คุณสามารถสั่งหัวแกะต้มแบบท้องถิ่นในราคาไม่แพงได้ด้วย.

อาหารในเมืองเรคยาวิก ก็แปลกอยู่นะ

อาหารที่ดูน่ากลัวสำหรับบางคน แต่อาจจะดูน่ากินสำหรับบางคนก็ได้ อาหารที่ขึ้นชื่อของประเทศไอซ์แลนด์น่าจะเป็นฉลามดอง ฉลามมักจะถูกดองด้วยเหล้ายินสีดำพื้นเมืองของชาวไอซ์แลนด์ ที่เรียกว่าเบรนวินิน (Brennivín) เหล้าดองฉลามมักถูกใช้ในพิธีกรรมต่างๆ หรือพวกเขานำมาดื่มเพื่อทดสอบพละกำลังและชาวไอซ์แลนด์มักจะนำมาดื่มดวลกับนักท่องเที่ยวอีกด้วย สามารถหาชิมฉลามดองได้ที่ ตลาดโคล่าพอร์ทิก(Kolaportið) ที่เปิดทุกๆสุดสัปดาห์อีกด้วย. 



คนส่วนใหญ่มักจะเชิญชวนให้คุณชิมฮอทดอกของประเทศไอซ์แลนด์ ที่ร้านแบจามิน เบสตู (Bæjarins bestu) ที่มีความหมายว่าดีที่สุดในเมือง ตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือเรคยาวิค ฮอทดอกที่นี่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ และคุณอาจจะต้องต่อคิวรอยาวโดยเฉพาะในช่วงบ่ายและวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะพูดว่า นี่เป็นไส้กรอกที่อร่อยที่สุดในโลก แม้แต่ บิล คลินตัน (Bill Clinton ) และ เจมส์ เฮทฟิลล์ (James Hetfield) ยังต้องยกนิ้วให้.

เมนูยอดฮิตของที่นี่ได้แก่ เอน่า เมด โอลู (eina með öllu) ที่หมายถึงใส่ทุกอย่าง คือ มายองเนส มาสตาด ซอสมะเขือเทศ หัวหอมทอด และหัวหอมสด หรืออะไรก็ตามที่คุณอย่างใส่ลงไปในฮอทดอกของคุณ ถ้าคุณหลงไหลอาหารประเภทฮอทดอก ที่นี่เป็นที่ที่คุณไม่คุณพลาด เพราะคุณอาจจะต้องทุบกะปุกมาซื้อเลยทีเดียว.



Kaffi Vínyl เป็นคาเฟ่ที่บริการอาหารมังสวิรัติ ที่เมืองเรคยาวิกภาพถ่ายโดย Visit Reykjavík

เช่นเดียวกับร้านค่าเฟ่ในเรคยาวิคที่มีอยู่มากมายในเมือง แต่ร้านที่คุณน่าจะได้ไปลองน่าจะเป็นที่ร้านคาฟเฟ่ไวนิล (Kaffi Víny)ที่มีทั้งกาแฟและอาหารมังสวิรัติแสนอร่อย ร้านคาเฟ่โลกิ(Café Loki)ที่นี่จะเสริฟอาหารประจำชาติของประเทศไอซ์แลนด์ หรือร้านบรรยากาศสบายๆอย่างร้านสโตฟานฟอร์(Stofanfor) ร้านคาฟฟี่เบนสลาล(Kaffibrennslan)ที่เป็นเป็นจุดนัดพบยอดฮิต ร้านคุคูเนส (The Cuckoo's Nest) ที่เหมาะสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์ สวาตาร์คาฟฟี่โอ (Svarta Kaffið) ที่นี่เสิร์ฟซุปสุดอร่อยในถ้วยที่ทำจากขนมปัง และร้านเพทเตอร์ซัน สูท(Peterson Suite ) หรือที่ลอฟ โฮสเทล(Loft Hostel)ที่เหมาะสำหรับการนั่งชมวิวของเมืองเรคยาวิค สุดท้ายร้านเรคยาวิคโรสเตอร์ (Reykjavík Roasters) ที่เสริฟกาแฟที่อร่อยที่สุดในเมือง ที่แค่ตัวอย่างร้านคาเฟ่เล็กๆน้อยเท่านั้น คุณสามารถหาคาเฟ่ที่เหมาะกับคุณได้ที่เรคยาวิคแน่นอน.

และหากคุณต้องการให้การทริปนี้สมบูรณ์แบบ คุณจะต้องไม่พลาดการชิมขนมปังชินนาม่อนของร้านเบรดแอนด์โค (Bread&Co)



4.

อันดับ 4 เที่ยวชม ฮาร์ปา คอนเสิร์ต ฮอลล์ และท่าเรือเก่า           

โรงคอนเสิร์ตฮาร์ปาร์ ที่เมืองเรคยาวิก

ฮาร์ปา (Harpa) คอนเสิร์ตและคอนเฟอเรนซ์ฮอลล์ (Harpa Concert and Conference Hall ) อาคารกระจกที่หรูหราแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตท่าเรือเก่าในเมืองเรคยาวิค มันคุ้มค่ามากที่จะได้มีโอกาสได้เข้าชมอาคารที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นแห่งนี้ มันน่าทึ่งทั้งคู่ไม่ว่าจะเป็นภาพจากด้านในหรือด้านนอก

และมันก็คุ้มค่ามากถ้าในช่วงที่คุณมาเที่ยวที่ประเทศไอซ์แลนด์ คุณได้มีโอกาสเยี่ยมชมที่ฮาร์ปา (Harpa) เพราะคุณอาจได้ชมการซ้อมการแสดงซิมโฟนีออเครสตร้าแห่งประเทศไอซ์แลนด์หรือคอนเสิร์ตจากวงดังๆอีกด้วย

ฮาร์ปาเป็นสถานที่จัดงานเพียงแห่งเดียวที่มีการจัดเทศกาลดนตรีอิเลทรอนิคที่ชื่อว่าโซน่าร์ เรคยาวิค(Sónar Reykjavík)และยังเป็นสถานที่สำหรับจัดรายการวิทยุของไอซ์แลนด์ รวมถึงเทศกาลแฟชั่นเรคยาวิค (Reykjavík Fashion Festival) เทศกาลอีฟ แฟนเฟส (Eve Fanfest) ที่นี่ยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรมและการเจรจาระหว่างเทศกาลดีไซน์ ประจำปี หรือ ดีไซน์ มาร์ช (Design March) และช่วงปลายปี 2017 ที่นี่ได้เป็นสถานที่จัดงานการแสดงในหัวข้อเทศกาลและถิ่นที่อยู่ของศิลปะ ที่ชื่อว่า นอร์ดูร์ ออร์ค นิดูร์  (Norður og Niður) เป็นเวลา 3 วันโดยวงซิกูร์ โรส (Sigur Rós) ของประเทศไอซ์แลนด์ด้วย.



มีการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรมที่หลากหลายถูกจัดขึ้นที่ตึกนี้และในช่วงกลางคืน โอลาฟเฟอร์ เอเลียสสัน (Ólafur Elíasson)ยังได้แสดงศิลปะที่เคลื่อนไหวได้โดยการใช้แสงแอลอีดีอีกด้วย แสงไฟของอาคารนี้ได้เคยถูกนำมาใช้ในการแสดงหรือการตอบสนองต่าง เช่น ในตอนที่มีการแสดงว่าคนสามารถควบคุมแสงได้โดยการเล่นออร์แกนแสง ผ่านการแผ่กระจายสีโดยการควบคุมจากโทรศัพท์ หรือจากเกมส์ปองในคอมพิวเตอร์ โดยใช้ตัวตึกนี้เป็นจอแสดงภาพ. 



อันดับ 3 ดื่มด่ำกับศิลปะ และวัฒนธรรม​​​​​​​         

Sólfarið หรือ Sun Voyager เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นที่ริมทะเลเมืองเรคยาวิก

ไม่ใช่แค่ในฮาร์ปา หรือในการแสดงสดที่แสดงถึงศิลปะในเมืองเรคยาวิค ที่นี่ยังมีทังพิพิธภัณฑ์ แกลลอรี่ รูปปั้นกลางแจ้ง และสตรีทอาร์ท ก็สามารพบได้ทั่วไปในเมืองเรคยาวิค.

สถาปัตยกรรม ซัน โวยาจ (Sun Voyager) ที่อยู่ในรูปด้านบน ถือเป็นจุดสนใจยอดฮิตที่ตั้งอยู่บนเลียบชายฝั่งทะเลใกล้กับฮาร์ปาร์คอนเสิร์ตฮอลล์ รูปปั้นที่เรียงรายมุ่งตรงไปยังภูเขาเอสจันเหล่านี้ถือเป็นทัศนียภาพ(Mt Esjan)ที่สวยงามมาก ถ้าคุณได้ลองสังเกตดูก็จะเห็นว่ามีรูปปั้นอื่นๆมากมายอยู่ทั่วไปในเมืองนี้  พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมที่ใหญ่ที่สุดสองแห่งของที่นี่มีชื่อว่าพิพิธภัณฑ์อิน่า จอนสัน (Einar Jónsson Museum) ตั้งอยู่ใกล้กับโบสถ์ฮัลล์กริมสครียา และพิพิธภัณฑ์ แอสมันดรู(Ásmundur Museum)ในอยู่ในจุดพักผ่อนแลงการ์ดาลูร์(Laugardalur).

รูปปั้นของท่าน Tómas Guðmundsson ตั้งอยู่ที่ศาลากลางเมืองเรคยาวิก

ที่เรคยาวิคยังมีพิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมอื่นๆรอบเมืองอีกด้วย เช่น สวนฮอลล์สเตรน (Laugardalur) ในกรูฟัน (Gufunes) และโฮลล์มาเซล (Hólmasel) ในเบรอิคโฮลล์ (Breiðholt) หากคุณเดินเล่นไปเรื่อยๆบนถนนแกรนดี (Grandi) คุณจะได้พบกับสถาปัตยกรรมกลางแจ้งที่ชื่อว่าปูฟา(Þúfa) ซึ่งเป็นเนินเขากลมสีเขียวและหากคุณสามารถเดินไปจนถึงยอดจะได้เห็นวิวของฮาร์ปาคอนเสิร์ตฮอลล์อีกด้วย.

ที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะอื่นๆอีกมากมาย รวมทั้งแกลลอรี่ศิลปะเล็กๆอื่นๆ  พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ชื่อว่าพิพิธภัณฑ์คจาร์วาล (Kjarval Museum)และพิพิธภัณฑ์แห่งชาติประเทศไอซ์แลนด์ และพิพิธภัณฑ์ล่าสุดของที่นี่ก็คือมาแชลล์เฮ้าส์.

นอกจากพิพิธภัณฑ์ท้้งสามแห่งนี้ ยังมีสถานที่จัดการแสดงเล็กๆอีกหลายแห่งทั่วเมือง เช่น เมนกิ(Mengi) เบิร์คคอนเทมโพลาร์ลี่(Berg Contemporary) ไอ8 (i8) อาร์ทแกลลอรี่ 101(Art Gallery 101) แกลลอรี่อาร์ท67 (ART67 Gallery ) แกลลอรี่โฟลล์ (Gallery Fold ) และลิสต์แกลลอรี่ (Gallery List) นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆน้อยๆเท่านั้น.

สตรีทอาร์ทที่ในเมืองเรคยาวิก

แต่ที่สุดของแกลลอรี่เหล่านั้นก็คือ สตรีทอาร์ทที่เกิดขึ้นมากมายในช่วงหลายปีนี้ มีงานศิปะที่ชวนหลงไหลถูกวาดขึ้นมากมายตามข้างตึกต่างๆรอบเมือง

ถ้าคุณกำลังมองหาศิลปะหรือความรู้เกี่ยวกับประเทศไอซ์แลนด์ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติและสัตว์ป่า คุณสามารถเลือกไประหว่างพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ เช่นพิพิธภัณฑ์ซากา(The Saga Museum) พิพิธภัณฑ์แห่งชาติประเทศไอซ์แลนด์ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งอาร์แบร์ (Árbær) หรือที่เกี่ยวกับธรรมชาติได้แก่ พิพิธภัณฑ์แมรีไทม์ (Maritime Museum)  พิพิธภัณฑ์วาฬ (Whales of Iceland Museum) หรือเกี่ยวกับแสงออโรร่าในเรคยาวิคที่ศูนย์แสงเหนือ (The Northern Lights Centre).



อันดับ 2 สำรวจพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะ​​​​​​​         

สวน Fossvogsdalur ที่เมืองเรคยาวิกเครดิต: Axel Kristinsson. 

คุณสามารถพบเห็นพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะมากมายในเมืองเรคยาวิค สวนสาธารณะที่มีในเมืองนี้รวมไปถึง ฮัลล์ลาร์การ์ลูร์ (Hallargarður ) และฮิโจมสกาลาการ์ค(Hljómskálagarður) ที่ตั้งอยู่ข้างๆสระน้ำของเมือง เช่นเดียวกับกับคลัมบาตุน/มิคลาตุน(Klambratún/Miklatún) ที่อยู่รอบๆ พิพิธภัณฑ์คจาร์วาลสเตอร์เรอร์ (Kjarvalsstaðir) เหล่านี้คือสถานที่ยอดนิยมสำหรับคนที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงตลอดฤดูร้อน.

อีกจุดหมายปลายทางยอดฮิตที่เที่ยวได้ตลอดปีคือโกรททาที่มีประภาคารเป็นจุดเด่นและทิวทัศน์เหนืออ่าวแฟลคซาฟัวร์(Faxaflói) ประกอบกับภูเขาเอสจันที่เป็นสัญญลักษณ์ของเมืองเรคยาวิค(แม้แต่ธารน้ำแข็งสแนเฟลล์โจกุลล์ในวันที่ท้องฟ้าสดใส) หรือคุณสามารถใช้บริการบ่อแช่น้ำ ควิกา(Kvika) ที่อยู่ท่ามกลางโขดหินที่ชายฝั่งทะเล ที่นี่เป็นจุดสุดยอดสำหรับการแช่เท้าในน้ำอุ่นๆ ขณะจิบเครื่องดื่มที่นำมาเอง( BYO) พร้อมชมแสงเหนือไปด้วย.

สวนดอกไม้ในเรคยาวิก ช่วงหน้าหนาว

ถ้าคุณต้องการที่จะแช่ตัวอยู่ใกล้ตัวเมือง และชมวิวของมหาสมุทรไปพร้อมๆกัน ต้องตรงไปที่หาดโนโทสวิค (Nauthólsvík) ที่นี่มีสระทรายอุ่นๆไว้ให้คุณแช่ เหมือนกับสระน้ำอุ่นข้างชายทะเลเลยทีเดียว และถ้าคุณมีความกล้าพอ คุณสามารถลงว่ายน้ำในมหาสมุทรได้ ที่นี่มีบริการยังสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมือนกับในคาเฟ่เช่นขนมง่ายๆพร้อมเครื่องดื่มด้วย.

ถัดจากโนวโทรวิคก็จะเป็นเขาออสจูลิค ที่นี่คุณอาจจะสะดุดบังเกอร์เก่าๆที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ซึ่งสามารถพบเห็นได้ระหว่างสองข้างทางของทางเดินป่า แต่อย่าลืมสังเกตให้ทั่วคุณอาจจะเจอกับกระต่ายป่าที่นี่สักตัวสองตัว.

ที่นี่มีเอลิคอาร์ดาลูร์ (Elliðaárdalur)ตั้งยู่ตรงกลางเมือง ที่นี่คุณสามารถลองจับปลาด้วยมือเปล่าหรือปิคนิคข้างน้ำตกเล็กๆ เอลิคอาร์ดาลูร์มีเป็นที่นิยมมากสำหรับคนที่นี่ในการไปวิ่งออกกำลังกาย หรือขี่จักรยานที่เหมือนกับเข้าไปยังในสวรรค์.

ขี่ม้าที่  Rauðhólar ท่ามกลางวิวภูเขาไฟ ที่เมืองเรคยาวิก

หากชอบความเสี่ยงสักนิด ออกไปไกลอีกหน่อยตรงชานเมืองเรคยาวิค ที่เรย์ดโอล่า (Rauðhólar) หรือที่แปลว่าเขาสีแดง และที่เฮคมอค (Heiðmörk) เขาสีดำแดงแห่งนี้มีสีตัดกันอย่างสวยงาม หรือคุณอาจเลือกโปรแกรมขี่ม้าไปตามเส้นทางภูเขาไฟ ในพื้นที่ที่สวยงามแห่งนี้ได้ตลอดปี เฮคมอคเป็นสถานที่ที่มีสีเขียวขจี มีทั้งถ้ำและพื้นที่สำหรับบาบีคิวปิกนิค การไปที่นี่คุณจะต้องนั่งรถประจำทางจากตัวเมือง เช่ารถหรือหากขี่จักรยานก็อาจเป็นระยะทางที่ค่อนข้างไกล. 



อันดับ 1ในสุดยอดกิจกรรมในเรคยาดวิค คือ การชมแสงเหนือ​​​​​​​          

ประเทศไอซ์แลนด์ก็นับได้ว่าเป็นประเทศที่ดีที่สุดในโลก ที่คุณจะได้ค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆที่หาดูได้ยาก  และชมสุดยอดแสงเหนือ คุณอาจจะเห็นแสงเหนือได้จากตัวเมืองเรคยาวิค แต่สถานที่ที่คุณจะสามารเห็นแสงเหนือที่สวยที่สุดมีเพียงไม่คือกี่แห่ง และที่สวยที่สุด คือ เขตชายฝั่งเซลยานาเนส (Seltjarnarnes).

ที่นั่นคุณจะได้ออกห่างจากแสงสีในตัวเมือง และสามารถดื่มด่ำกับบรยากาศได้อย่างสุดยอด โดยเฉพาะในกรอทตาที่จะสวยที่สุด มีรังนกมากมายที่นั่น และยังมีประภาคารเก่าแก่น่าหลงไหล ที่นี่คุณจะได้ภาพถ่ายที่สมบูรณ์ที่สุด. 

ที่ไหนก็ได้ที่คุณจะได้ออกห่างจากแสงสีและมลภาวะในเมืองให้ได้มากที่สุด ถ้าจะให้ดีเลือกจุดที่อยู่ตามแนวชายฝั่ง และมองไปให้สุดขอบฝั่งทะเล.

แสงเหนือที่ ประภาคาร Grótta

คุณสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแสงเหนือและโปรแกรมท่องเที่ยวชมแสงเหนือทั้งหมดได้ที่นี่ แสงเหนือจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมไปจนถึงต้นเดือนพฤษภาคมเท่านั้น ฉะนั้นหากคุณมาเที่ยวที่นี่ในช่วงฤดูร้อนคุณก็จะได้ชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนแทน

สำหรับคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่พักและงบประมาณ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 9 กิจกรรมที่ถูกและดีที่สุดในเมืองเรคยาวิค แต่หากคุณต้องการที่จะบอกหรือแสดงวามคิดเห็นเกี่ยวกับสุดยอดสิ่งที่ควรทำในเรคยาวิค ก็สามารถบอกเราได้ที่ช่องคอมเมนท์ได้เลย