ไอซ์แลนด์แพงแค่ไหน? ค่าเงินของไอซ์แลนด์เป็นอย่างไร? มาดูกันว่าการเดินทางไปไอซ์แลนด์ต้องใช้งบประมาณประมาณเท่าไร เพื่อช่วยให้คุณวางแผนค่าใช้จ่ายสำหรับทริปได้ดียิ่งขึ้น อ่านต่อเพื่อค้นพบคู่มือเกี่ยวกับการใช้จ่ายและการประหยัดเงินเมื่อเที่ยวไอซ์แลนด์
แม้ว่าไอซ์แลนด์จะขึ้นชื่อเรื่องภูมิประเทศธรรมชาติอันน่าทึ่งและค่าท่องเที่ยวที่ค่อนข้างสูง แต่ปัจจุบันการเดินทางไปที่นั่นก็มีความคุ้มค่ามากขึ้น และเริ่มมีค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกับจุดหมายปลายทางอื่น ๆ ในยุโรปเหนือมากขึ้น
ทำไมคุณถึงวางใจในเนื้อหาของเราได้
Guide to Iceland คือแพลตฟอร์มท่องเที่ยวที่น่าเชื่อถือที่สุดในไอซ์แลนด์ ในแต่ละปี เราช่วยเหลือนักท่องเที่ยวหลายล้านคน เนื้อหาทั้งหมดของเราเขียนและตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่นที่รู้จักไอซ์แลนด์อย่างลึกซึ้ง คุณจึงมั่นใจได้ว่าคำแนะนำด้านการท่องเที่ยวของเรามีความถูกต้อง ทันสมัย และเชื่อถือได้
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากปัจจัยในช่วงหลัง เช่น ความต้องการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลง โครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาดีขึ้น และอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น แม้ว่าค่าครองชีพในไอซ์แลนด์ยังคงสูงกว่าสหรัฐอเมริกาประมาณ 15.8% แต่นักเดินทางที่วางแผนอย่างรอบคอบก็สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้
ปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถหาตั๋วเครื่องบินไปเรคยาวิกในราคาที่เข้าถึงได้ รวมถึงที่พักราคาประหยัด ขณะที่ทัวร์แบบคุ้มค่าในไอซ์แลนด์ก็ช่วยให้การเที่ยวชมประเทศเป็นเรื่องง่ายโดยไม่ต้องใช้งบมากเกินไป สำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นมากขึ้น ทริปขับรถเที่ยวด้วยตนเองพร้อมรถเช่าราคาประหยัดก็เป็นอีกตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม
อีกหนึ่งวิธีประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างชาญฉลาดคือการใช้วีไอพีคลับของ Guide to Iceland ซึ่งมอบส่วนลดพิเศษสำหรับร้านอาหาร บาร์ และร้านค้าทั่วประเทศ และสิทธิพิเศษนี้สำหรับลูกค้าของเราทั้งหมด
โดยเฉลี่ยแล้ว ค่าใช้จ่ายในทริปเที่ยวไอซ์แลนด์อยู่ที่ประมาณ 100–200 USD ต่อวัน ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้จ่ายและรูปแบบการท่องเที่ยว แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็มีหลายวิธีในการลดค่าใช้จ่ายโดยไม่ลดทอนประสบการณ์
ในบทความนี้ คุณจะได้ค้นพบช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเดินทางเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย รวมถึงสิ่งที่คาดหวังได้ในด้านราคาอาหาร การช้อปปิ้ง และค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ อ่านต่อเพื่อเรียนรู้วิธีใช้เวลาในไอซ์แลนด์ให้คุ้มค่าที่สุดในทุกงบประมาณ
ประเด็นสำคัญ
-
ไอซ์แลนด์อาจมีค่าใช้จ่ายสูง: ที่พัก อาหาร และกิจกรรมต่าง ๆ มักมีราคาสูงกว่าหลายประเทศ แต่สามารถควบคุมงบประมาณได้ด้วยการวางแผนที่ดี
-
เดินทางช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว: หากต้องการประหยัด ควรพิจารณาเดินทางในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิหรือต้นฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งราคาตั๋วเครื่องบินและที่พักจะถูกลง และสภาพอากาศยังเหมาะกับการท่องเที่ยว
-
เลือกตัวเลือกอาหารราคาประหยัด: การรับประทานอาหารนอกบ้านอาจมีราคาสูง แต่สามารถเลือกตัวเลือกที่ประหยัดได้ เช่น ฮอตด็อกสไตล์ไอซ์แลนด์ หรือซื้อของจากซูเปอร์มาร์เก็ตราคาประหยัด
-
เข้าร่วมทัวร์ที่คุ้มค่า: การเข้าร่วมทัวร์ในไอซ์แลนด์เป็นวิธีที่คุ้มค่าในการเที่ยวชมสถานที่สำคัญ โดยช่วยประหยัดทั้งค่าเดินทางและค่าเข้าชม
-
เรียนรู้วิธีหลีกเลี่ยง 9 กับดักนักท่องเที่ยวที่แย่ที่สุดในไอซ์แลนด์
ควรไปเที่ยวไอซ์แลนด์ช่วงไหนเพื่อประหยัดเงิน
เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเที่ยวไอซ์แลนด์คือช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Shoulder season) โดยราคาตั๋วเครื่องบินและที่พักจะถูกกว่าช่วงฤดูร้อนที่เป็นช่วงพีค แนะนำให้เดินทางมาไอซ์แลนด์ในฤดูใบไม้ผลิ (พฤษภาคม–มิถุนายน) หรือไอซ์แลนด์ในฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–ตุลาคม) เพื่อให้ได้ราคาที่ดีกว่า
สภาพอากาศยังคงเหมาะกับการท่องเที่ยว และมีนักท่องเที่ยวน้อยกว่า ทำให้สามารถเที่ยวชมสถานที่ยอดนิยมได้สะดวกโดยไม่ต้องเจอฝูงชนหรือราคาที่สูง แม้ว่าไอซ์แลนด์จะเคยถูกมองว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่มีค่าใช้จ่ายสูง แต่แนวโน้มล่าสุดแสดงให้เห็นว่าค่าใช้จ่ายเริ่มมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น
“เรากำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไอซ์แลนด์ โดยราคาเริ่มปรับให้สู้กับที่อื่นได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงหลายปีที่ผ่านมา” ออดด์นี อาร์นาร์ดอตตีร์ ซึ่งดูแลด้านการท่องเที่ยวอเมริกาเหนือของ Islandsstofa หน่วยงานส่งเสริมการค้าและการลงทุนของไอซ์แลนด์ กล่าว
“ความต้องการที่ชะลอตัวลงเล็กน้อย ประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนามากขึ้น ความพร้อมในการให้บริการที่เพิ่มขึ้น และอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง ช่วยให้ราคาปรับตัวลดลง
บริการด้านการท่องเที่ยวหลายอย่างในไอซ์แลนด์ในปัจจุบันมีราคาใกล้เคียง หรือบางครั้งถูกกว่าจุดหมายปลายทางอื่น ๆ ในยุโรปเหนือ ทำให้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะอย่างยิ่งในการเดินทาง”
การเที่ยวไอซ์แลนด์ในฤดูหนาว (พฤศจิกายน–มีนาคม) ก็สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากเช่นกัน โดยเฉพาะค่าตั๋วเครื่องบินและโรงแรม แม้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งอาจเข้าถึงได้ยากขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศ แต่ข้อดีคือค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่ถูกลง
นอกจากนี้ ฤดูหนาวยังเป็นโอกาสพิเศษในการชมแสงเหนือ และสัมผัสภูมิประเทศของไอซ์แลนด์ในบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นมิตรกับงบประมาณมากขึ้น หากวางแผนดี ฤดูหนาวก็เป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่าและน่าประทับใจในการเดินทาง
ค่าใช้จ่ายด้านที่พักและการเดินทางในไอซ์แลนด์
ค่าใช้จ่ายสำหรับที่พักในไอซ์แลนด์ขึ้นอยู่กับประเภทของที่พักที่คุณเลือกเป็นหลัก เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นว่าโดยรวมแล้วคุณจะต้องใช้เงินเท่าไรในไอซ์แลนด์ เราได้แปลงราคาทั้งหมดจากสกุลเงิน ISK เป็น USD แล้ว
อย่างไรก็ตาม โปรดจำไว้ว่าอัตราแลกเปลี่ยนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นราคาที่แสดงที่นี่อาจมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อย และคุณจะต้องชำระเงินจริงในสกุล ISK เสมอ
ตั้งแต่กระท่อมให้เช่าแบบไอซ์แลนด์ โฮสเทลราคาประหยัด ไปจนถึงเกสต์เฮาส์ที่มีกลิ่นอายท้องถิ่น ตัวเลือกที่มีนั้นหลากหลายและมีช่วงราคากว้างมาก ซึ่งก็มีตัวเลือกที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของคุณได้อย่างแน่นอน
แม้ว่าตัวเลือกโรงแรมในไอซ์แลนด์จะมีราคาค่อนข้างสูง แต่ที่พักระดับลักชัวรีแท้ ๆ ยังถือว่ามีไม่มาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรมระดับสามดาว อย่างไรก็ตาม ราคาที่คุณต้องจ่ายอาจใกล้เคียงกับโรงแรมในนิวยอร์กหรือลอนดอน
สำหรับโรงแรมระดับสามหรือสี่ดาว ราคาจะอยู่ระหว่างประมาณ 50 ถึง 850 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืน โดยส่วนใหญ่มีบริการ Wi-Fi ฟรี และมักมีอาหารเช้าให้บริการ แต่ไม่ได้รวมอยู่ในราคาทุกแห่ง
-
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่พักในไอซ์แลนด์
-
ดูเพิ่มเติม: 10 โรงแรมที่ดีที่สุดในเรคยาวิก
เรคยาวิกกำลังเผชิญกับวิกฤตที่อยู่อาศัยที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยกลุ่มคนส่วนน้อยในชุมชนเป็นผู้ควบคุมตลาดเช่า ทำให้หลายคนไม่สามารถซื้อบ้านหรือแม้แต่หาที่เช่าได้เลย
หนึ่งในปัจจัยสำคัญของปัญหานี้คือจำนวนอพาร์ตเมนต์ที่ถูกปล่อยเช่าผ่าน Airbnb เป็นจำนวนมาก หากคุณกำลังพิจารณาตัวเลือกนี้ ควรตระหนักถึงผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น และพยายามไม่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น
ลองพิจารณาจองที่พักอย่างเป็นทางการ และอย่าลืมว่าการเช่าอพาร์ตเมนต์ในไอซ์แลนด์ก็ยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
คุณยังสามารถพักในกระท่อมฤดูร้อนบรรยากาศอบอุ่นในชนบท ที่ให้ความใกล้ชิดกับธรรมชาติ ความเงียบสงบ และความเป็นส่วนตัว หลายแห่งมักมีอ่างน้ำร้อนส่วนตัวให้ใช้งาน ในขณะที่ราคายังถือว่าเข้าถึงได้
ไม่มีใครอยากใช้เวลาทั้งทริปอยู่แต่ในโรงแรม ดังนั้นการวางแผนกิจกรรมและการออกไปสำรวจจึงเป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่าคุณจะเลือกที่พักราคาประหยัดที่สุดแล้ว แต่ค่าใช้จ่ายด้านทัวร์ การเดินทาง และอาหารก็ยังสามารถเพิ่มขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม คุณสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายโดยรวมได้ด้วยการจองแพ็กเกจท่องเที่ยวในไอซ์แลนด์ หรือใช้บริการทัวร์สำหรับขับรถเที่ยวแบบประหยัดที่รวมประสบการณ์น่าสนใจ ที่พัก และการเดินทางไว้ด้วยกัน ซึ่งจะมีราคาถูกกว่าการจองแยกแต่ละส่วนด้วยตัวเอง

เมื่อไปตั้งแคมป์ในไอซ์แลนด์ คุณยังจำเป็นต้องมีวิธีเดินทางไปยังสถานที่ที่คุณเลือก ซึ่งการเช่ารถในไอซ์แลนด์หรือการจองทริปขับรถเที่ยวเองจึงเป็นตัวช่วยที่สะดวก
คุณจะได้รับรถที่มีเต็นท์บนหลังคา หรือรถแคมเปอร์แวนให้เช่า พร้อมแผนการเดินทางแบบละเอียดที่ทำให้คุณเป็นไกด์ของตัวเอง สามารถขับเที่ยวรอบเกาะและแวะสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ
อย่าลืมว่าไอซ์แลนด์ตั้งอยู่ใกล้ขอบวงกลมอาร์กติก ทำให้การตั้งแคมป์ในช่วงฤดูร้อนทำได้ง่ายกว่ามาก
การตั้งแคมป์ในฤดูหนาวของไอซ์แลนด์เหมาะสำหรับนักเดินป่าที่มีประสบการณ์สูงเท่านั้น ควรตรวจสอบเว็บไซต์ของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาไอซ์แลนด์เพื่อเช็กพยากรณ์อากาศ และเตรียมอุปกรณ์ให้เหมาะสม
-
ดูข้อมูลเพิ่มเติม: ควรเตรียมอะไรไปไอซ์แลนด์ในแต่ละฤดูกาล
-
ดูเพิ่มเติม: สภาพอากาศ ภูมิอากาศ และอุณหภูมิของไอซ์แลนด์ตลอดทั้งปี

หากคุณอยากเพิ่มความตื่นเต้น ก็ยังมีตัวเลือกอย่างการโบกรถในไอซ์แลนด์ ซึ่งถือว่าปลอดภัยมาก หากคุณเช่ารถขับ การรับคนโบกรถขึ้นมาด้วยและชวนให้ช่วยออกค่าน้ำมัน ก็เป็นวิธีที่ช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้อย่างดี
สำหรับการเดินทางในไอซ์แลนด์ เมื่ออยู่ภายในเมือง ควรใช้แท็กซี่เฉพาะเมื่อจำเป็นและในระยะทางสั้น ๆ เท่านั้น เนื่องจากมีราคาสูงมาก จริง ๆ แล้วตัวเมืองเรคยาวิกเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการเดินเท้าอย่างมาก
นอกจากนี้ยังมีบริการรถบัสสาธารณะสเตรทโต (Straeto) โดยค่าโดยสารปกติอยู่ที่ประมาณ 4.95 USD และสามารถใช้เดินทางได้ไม่จำกัดภายในหนึ่งชั่วโมง อีกทั้งยังมีตั๋วแบบรายวันและรายเดือนในราคาที่คุ้มค่ามากขึ้น ขึ้นอยู่กับว่าคุณวางแผนจะใช้รถบัสในเมืองเรคยาวิกมากแค่ไหน
แต่กระนั้นการขนส่งสาธารณะนอกเมืองในไอซ์แลนด์ก็ไม่ค่อยดีนัก หากคุณจะเดินทางออกไปนอกเมือง คุณควรทราบว่าการเช่ารถขนาดเล็กในไอซ์แลนด์นั้นมักจะมีราคาถูกกว่าการนั่งรถสาธารณะเสมอ
ผู้ที่เพิ่งเคยมาที่นี่บางท่านอาจจะทำผิดพลาดครั้งใหญ่ด้วยการเรียกแท็กซี่จากสนามบินเคฟลาวิกเพื่อเดินทางเข้าเมือง ซึ่งราคาแพงอย่างไม่น่าเชื่อ แทนที่จะนั่งแท็กซี่ การเช่ารถ หรือจองบริการรถ Flybus เพื่อเดินทางไปยังเรคยาวิก ช่วยคุณประหยัดเงินได้กว่าสิบเท่า
อาหารและเครื่องดื่มในไอซ์แลนด์มีราคาเท่าไหร่
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ร้านอาหารท้องถิ่นในประเทศไอซ์แลนด์เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้มีร้านอาหารระดับเวิลด์คลาสกระจายอยู่ทั่วเมืองหลวง บางแห่งมีดาวมิชลินและมีการกล่าวถึง!
ดังนั้นคุณจึงมีตัวเลือกแบบไม่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นอาหารไอซ์แลนด์แบบดั้งเดิมฟิวชั่นกับอาหารนานาชาติ หรืออาหารที่ปรุงโดยใช้วัตถุดิบแปลกใหม่จากต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้มักถูกนำมาใช้สร้างประสบการณ์แบบไฟน์ไดนิ่งเพื่อให้ร้านมีความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง
แต่อาหารในไอซ์แลนด์จะแพงแค่ไหน? การรับประทานอาหารนอกบ้านนั้นมีราคาค่อนข้างแพง (ค่าอาหารเฉลี่ยตกจานละตั้งแต่ 15-40 USD) ดังนั้นชาวไอซ์แลนด์จึงมักจะไปร้านอาหารเฉพาะในโอกาสพิเศษเท่านั้นไม่ใช่มื้อธรรมดาทั่วไป
ถ้าระหว่างที่คุณมาเที่ยวไอซ์แลนด์ คุณคิดว่าจะรับประทานอาหารที่ร้านอาหารทุกคืนแล้วล่ะก็ งบประมาณของคุณจะต้องบานปลายอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีร้านอาหารราคาย่อมเยาในเรคยาวิกที่น่าสนใจให้ลองไปเช็กอิน การไปเดินฟู้ดฮอลล์ แวะร้านเบเกอรีชื่อดัง หรือหยิบฮอตดอกไอซ์แลนด์ยอดนิยมมาลอง ก็ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้พร้อมกับได้ลิ้มรสอาหารท้องถิ่น
-
ดูตัวเลือกร้านอาหารที่ดีที่สุดในเรคยาวิก
-
อ่านคู่มือแนะนำร้านอาหารวีแกนและมังสวริติในเรคยาวิก
ประหยัดด้วยการซื้อของกินราคาย่อมเยา

การซื้ออาหารประเภทฟาสต์ฟู้ด เช่น พิซซ่า เบอร์เกอร์ หรือแซนด์วิช ก็ต้องระมัดระวังเช่นกัน หลายท่านอาจจะคิดว่ามันประหยัดกว่า แต่ร้านอาหารประเภทแคชวลแบบนี้ในเรคยาวิกก็มีราคาเรตเดียวกับร้านประเภทไฟน์ไดนิ่ง
พิซซ่าปกติมีราคาประมาณ 15-20 USD ซึ่งก็ไม่ต่างจากไปกินในร้านอาหารดีๆ เท่าไหร่นัก
การรับประทานอาหารนอกบ้านในเรคยาวิกมีราคาแพง วิธีที่ช่วยให้ประหยัดเงินได้มากที่สุดคือใช้ประโยชน์จากช่วงมื้อกลางวัน ซึ่งร้านอาหารในเมืองหลายแห่งจะลดราคาหรือมีโปรแบบมาสองจ่ายหนึ่งสำหรับบางเมนู
วิธีประหยัดที่สุดในการกินอาหารในไอซ์แลนด์คือการทำอาหารกินเอง เมื่อไปซื้อของในไอซ์แลนด์ ควรหลีกเลี่ยงซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง 10-11 หรือ Krambudin ซึ่งเป็นร้านที่มีราคาสูงที่สุดในประเทศ
การซื้อของจากร้านเหล่านี้อาจทำให้ค่าใช้จ่ายของคุณเพิ่มขึ้นถึงสองเท่า! ทางที่ดีควรไปซูเปอร์มาร์เก็ตราคาประหยัดที่คนท้องถิ่นนิยมซื้อของกันแทน

เลือกซื้อจากร้านราคาประหยัดอย่าง Kronan ซึ่งมีหลายสาขาทั้งในเมืองหลวงและนอกเมือง และขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีราคาถูกที่สุดในไอซ์แลนด์
คุณจะพบสินค้าคุณภาพดีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในราคาย่อมเยา ทำให้วิธีนี้เป็นทางเลือกที่ช่วยให้ทริปไอซ์แลนด์ของคุณประหยัดมากขึ้น
ร้าน Kronan เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการแวะซื้ออาหารกลางวันติดตัวก่อนออกจากเมืองไปผจญภัย โดยเฉพาะถ้าคุณต้องการแซนด์วิช ขนมอบ หรือเมนูง่าย ๆ ที่หยิบกินได้ทันที
ด้วยวิธีนี้ คุณสามารถหลีกเลี่ยงร้านข้างทางที่มักขายอาหารอย่างเบอร์เกอร์หรือฮอตดอก แต่กลับมีราคาสูงไม่ต่างจากร้านอาหารในเมือง!
เลือกซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากแหล่งที่เหมาะสม
ไอซ์แลนด์กับแอลกอฮอล์นั้นมีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างซับซ้อน ข้อห้ามในการดื่มเบียร์ที่นี่ถูกยกเลิกไปเมื่อปี 1989 แต่ในปัจจุบันก็ยังเข้าถึงได้ยากกว่าหลายประเทศอื่นอยู่บ้าง
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะมีจำหน่ายที่ร้านขายสุราของรัฐที่เรียกว่า Vinbudin เท่านั้น (ในภาษาไอซ์แลนด์เรียกว่า Rikid ที่แปลว่ารัฐ) ร้านนี้เปิดขายแบบจำกัดเวลาด้วย และมักจะปิดในวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
ดังนั้นหากคุณวางแผนที่จะออกไปดื่มข้างนอกหรือดื่มอยู่ในที่พัก แนะนำให้ซื้อตุนเอาไว้ก่อนล่วงหน้า นอกจากนี้ร้านสุราที่ดำเนินการโดยรัฐเหล่านี้ยังมีภาษีที่สูงมากด้วย ดังนั้นการซื้อจากร้านค้าปลอดภาษีในสนามบินเมื่อเดินทางมาถึงเลยจะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้มากกว่า
คุณควรระวังเครื่องดื่มที่ดูเหมือนเบียร์บนชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่น เพราะจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เบียร์ ซูเปอร์มาร์เก็ตในไอซ์แลนด์สามารถจำหน่ายได้เฉพาะเครื่องดื่มที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ไม่เกิน 2.25% เท่านั้น
ถึงอย่างนั้น คุณก็เลี่ยงการออกไปสังสรรค์ไม่ได้อยู่ดี เพราะเรคยาวิกขึ้นชื่อเรื่องบาร์และผับคุณภาพดีที่น่าไปลอง
แม้ว่าราคาจะค่อนข้างสูง (ประมาณ 8–10 USD ต่อเบียร์หนึ่งไพน์) แต่บาร์ในเรคยาวิกก็มักมีช่วงแฮปปี้อาวร์ หากคุณเลือกเวลาไปให้ดี ก็สามารถได้ราคาที่คุ้มค่า
เมื่อคุณรู้แล้วว่าไอซ์แลนด์มีค่าครองชีพสูง อย่าคาดหวังว่าจะประหยัดเงินจากช็อต มิกเซอร์ หรือค็อกเทล เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้มักไม่รวมอยู่ในเมนูแฮปปี้อาวร์ โดยส่วนใหญ่แฮปปี้อาวร์จะรวมไวน์แดงและไวน์ขาวของร้าน และบางครั้งอาจมีไซเดอร์รสหวานให้เลือก หากคุณไม่ดื่มเบียร์
แล้วราคากาแฟในไอซ์แลนด์ล่ะเป็นอย่างไร

กาแฟหนึ่งแก้วในไอซ์แลนด์ราคาเท่าไร? ลาเต้หรือคาปูชิโน่หนึ่งแก้วมีราคาประมาณ 5 USD ชาประมาณ 3 USD (โดยทั่วไปสามารถเติมน้ำร้อนได้ฟรี) และกาแฟดำราคาจะอยู่ที่ประมาณ 2.50 ถึง 4 USD เช่นเดียวกับหลาย ๆ ที่ การเลือกดื่มกาแฟฟิลเตอร์ธรรมดา ๆ มักจะประหยัดที่สุด โดยเฉพาะเพราะส่วนใหญ่มักสามารถเติมได้
อีกหนึ่งเคล็ดลับในการประหยัดเงินคือหลีกเลี่ยงการซื้อน้ำดื่มแบบขวด น้ำประปาในไอซ์แลนด์ถือว่าสะอาดและบริสุทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์ และสามารถดื่มได้อย่างปลอดภัย เพียงพกขวดน้ำติดตัวไป และมั่นใจได้ว่าทุกร้านยินดีเติมน้ำให้คุณ
การช้อปปิ้งในไอซ์แลนด์

เมื่อไปช้อปปิ้งในไอซ์แลนด์ ราคาสินค้าจะขึ้นอยู่กับว่าคุณมาซื้ออะไรและยินดีจ่ายในราคาไหน แม้ว่าคนที่ไม่รวยก็สามารถมาเที่ยวพักผ่อนในไอซ์แลนด์ได้ แต่การช้อปปิ้งที่นี่ดูเหมือนว่าจะเป็นกิจกรรมที่สงวนไว้สำหรับผู้ที่มีเงินเหลือกินเหลือใช้เท่านั้น
เสื้อผ้าแฟชั่นในไอซ์แลนด์บวกภาษีเอาไว้สูงลิ่ว เช่น ราคาของกางเกงยีนส์ Levi หนึ่งตัวจะบวกไปอีกประมาณ 40% ของราคาที่ซื้อขายกันในสแกนดิเนเวีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา
ชาวไอซ์แลนด์ส่วนมากจึงนิยมช้อปสินค้าออนไลน์หรือซื้อจากต่างประเทศมากที่สุด เช่น ไปช้อปที่ห้างค้าปลีกราคาประหยัดในโคเปนเฮเกนหรือเบอร์ลินระหว่างที่เดินทางท่องเที่ยว
นอกจากนี้ชาวไอซ์แลนด์ยังชอบตามล่าหาสินค้าลดราคาด้วย ในเรคยาวิกมีห้างแบบนี้อยู่สองแห่ง คือ Kringlan และ Smaralind

ภายในเมืองมีร้านขายงานดีไซน์ที่ออกแบบโดยชาวไอซ์แลนด์มากมาย แต่ละแห่งจะเน้นเสื้อผ้าแฮนด์เมดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีราคาที่น่าดึงดูดใจ การซื้อของเก่าก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง มีร้านขายของมือสองดีๆ มากมายอยู่บนถนนเลยกาแวกูร์ (Laugavegur) ซึ่งคุณสามารถเลือกซื้อโลปาเปย์ซาของแท้ได้ในราคาถูกกว่า
คุณยังสามารถไปที่ตลาดนัดโคลาพอร์ทิด (Kolaportid) ที่นี่ดูเหมือนจะเป็นสถานที่เดียวในเรคยาวิกที่คุณสามารถต่อรองราคาได้ ตลาดแห่งนี้เปิดทำการเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ คุณสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ขนสัตว์ของไอซ์แลนด์ สแตมป์ โปสการ์ด และเสื้อผ้ามือสองได้ในราคาดี

ภาพจาก Wikimedia ครีเอทีฟคอมมอนส์ โดย Karl Gunnarsson ไม่มีการแก้ไขใดๆ
"ร้านพัฟฟิน" หรือ Puffin Shops ที่มีอยู่เกลื่อนตามท้องถนนทั่วไปก็อาจจะยอมให้คุณต่อรองราคาสำหรับของฝากและของที่ระลึกจากไอซ์แลนด์ได้เหมือนกัน แต่ที่นี่เป็นร้านสำหรับนักท่องเที่ยวที่มักจะขายสินค้าที่ทำจากพลาสติกที่สั่งผลิตมาครั้งละจำนวนมากจากโรงงานในต่างประเทศ
แถมร้านเหล่านี้ยังไม่ส่งผลดีต่อร้านค้าของคนในท้องถิ่นด้วย ดังนั้นคุณจึงควรไปหาซื้อของที่ระลึกจากไอซ์แลนด์จริงๆ ที่ขายกันตามร้านขายของที่ระลึกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไอซ์แลนด์ สมาคมงานถักทอของไอซ์แลนด์ หรือที่ตลาดนัดโคลาพอร์ทิดจะดีกว่า
ประสบการณ์สนุกๆ จากกิจกรรมแอดเวนเจอร์และภาพจำของสถานที่ทางธรรมชาติที่งดงามคือสิ่งที่ดีที่สุดที่คุณสามารถใช้เงินซื้อหาได้ ดังนั้นอย่าลืมนำกล้องถ่ายรูปมาด้วยเพื่อที่คุณจะได้นำความทรงจำเหล่านี้กลับบ้านไปด้วย
ค่าใช้จ่ายสำหรับการเที่ยวชมสถานที่ในไอซ์แลนด์
ว่ากันว่าสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตมักจะเป็นของที่ได้มาฟรี ธรรมชาติของไอซ์แลนด์เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนในโลก ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่มีพลังงานความร้อนใต้พิภพ ทั้งแหล่งน้ำพุร้อนและไกเซอร์ รวมถึงหมู่บ้านชายฝั่งในชนบท ซึ่งมีความแตกต่างไปจากพื้นที่ไฮแลนด์ซึ่งเป็นดินแดนแบบดิบๆ ไร้ผู้คนอยู่อาศัยอย่างสิ้นเชิง
แม้ว่าการชมสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้จะไม่มีค่าใช้จ่าย แต่คุณก็ยังคงต้องเสียค่าเดินทาง ค่าที่พัก ตลอดจนค่าอุปกรณ์และไกด์นำทางอยู่ดี เพราะธรรมชาติสวยๆ ไม่ได้มีไว้ให้มองด้วยตาเพียงอย่างเดียว คุณยังสามารถเข้าร่วมกับกิจกรรมต่างๆ ที่มีนำเสนอในสถานที่แต่ละแห่งได้ด้วยเพื่อให้ได้รับประสบการณ์อย่างเต็มรูปแบบมากที่สุด
ดังนั้นเมื่อคุณเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยว เช่น อุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ (Thingvellir National Park) ซึ่งเป็นหุบเขารอยแยกที่เป็นจุดบรรจบกันของแผ่นเปลือกโลกสองแผ่น คุณสามารถเพิ่มกิจกรรมทัวร์ดำน้ำตื้นด้วยสน็อกเกิลในรอยแยกซิลฟราเข้าไปในทริปของคุณได้
หากคุณไปอุทยานแห่งชาติสกัฟตาเฟลล์ (Skaftafell National Park) คุณจะได้เห็นพืดน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป คุณสามารถไปเข้าร่วมกับทัวร์ไฮกิ้งบนธารน้ำแข็ง หรือมุ่งหน้าลงไปทางตะวันออกเฉียงใต้เพื่อไปยังทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอน ซึ่งคุณสามารถเข้าไปสำรวจถ้ำน้ำแข็งคริสตัลสีน้ำเงินได้
โชคดีที่ไอซ์แลนด์มีทัวร์สำหรับทำกิจกรรมแบบมีไกด์ให้นักท่องเที่ยวเลือกได้หลากหลายตามความชอบ รวมถึงกิจกรรมที่เกี่ยวกับปรากฏการณ์บนท้องฟ้าอย่างการพาชมแสงเหนือในไอซ์แลนด์ด้วย
แม้ว่าแสงเหนือจะปรากฏบนท้องฟ้าแค่ในหน้าหนาว แต่ก็มีเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเกี่ยวกับการคำนวณโอกาสการเกิดแสงเหนืออย่างมุ่งมั่นตลอดทุกวันไม่หยุดด้วยการคำนวณตัวเลขค่าลมสุริยะและพยากรณ์อากาศ และหากคุณยังไม่ได้เห็นแสงเหนือปรากฏ บริษัทที่ให้บริการทัวร์ส่วนใหญ่ก็จะอนุญาตให้คุณออกทริปเพื่อชดเชยได้อีก
โดยพวกเขาจะอนุญาตให้คุณออกไปกับทัวร์เดิมที่คุณเลือกในคืนอื่นอีกเพื่อให้คุณได้ไปลองเสี่ยงโชคดูอีกหน เพียงตรวจสอบกับผู้ให้บริการทัวร์ที่คุณเลือก ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดในการดูแสงออโรร่าคือการจองทัวร์ชมแสงเหนือตั้งแต่วันแรกๆ ที่คุณมาถึงเลย
ทัวร์แต่ละแพ็คเกจมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันมาก และเราแนะนำให้คุณจองหลายแพ็คเกจด้วยเนื่องจากเมื่อคุณได้ทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์ไปหนึ่งครั้ง คุณจะต้องรู้สึกโหยหาความสนุกสนานเช่นนั้นอีกแน่นอน และถ้าหากคุณซื้อทัวร์แยกกันทีละหนึ่งแพ็คเกจ ราคาก็จะแพงกว่าแบบที่มีผู้เชี่ยวชาญจัดรวมกิจกรรมหลายๆ อย่างเอาไว้ให้พร้อมกัน
ไอซ์แลนด์ยังมีตัวเลือกสำหรับกิจกรรมเดินป่าให้เลือกมากมาย คุณสามารถออกสำรวจความกว้างใหญ่ของพื้นที่ไฮแลนด์ได้โดยใช้เวลาสองสามวันในขณะที่พักค้างคืนในเคบิน
การเดินป่าในไอซ์แลนด์เป็นกิจกรรมสำหรับหน้าร้อน แต่คุณก็ยังคงต้องใช้เสื้อผ้าที่อบอุ่น รองเท้าเดินป่าที่มีสภาพดี และต้องนำอาหารติดตัวมาด้วยเนื่องจากในบริเวณนั้นไม่มีร้านค้าให้บริการ
สำหรับทริปที่ใช้เวลานาน อย่าลืมส่งแผนการเดินทางบนเว็บไซต์ Safetravel เสมอ เพื่อให้สามารถตามหาและช่วยเหลือคุณได้หากเกิดปัญหา ธรรมชาติของไอซ์แลนด์ไม่ควรถูกประเมินต่ำเกินไป แต่หากปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างถูกต้อง คุณก็จะปลอดภัย
นอกจากการผจญภัยกลางธรรมชาติแล้ว ยังมีโอกาสมากมายในการเที่ยวชมภายในเขตเทศบาลด้วย เรคยาวิก เมืองหลวง มีพิพิธภัณฑ์และสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง บางแห่งเข้าชมฟรี ส่วนบางแห่งก็สามารถประหยัดค่าเข้าชมได้ด้วยการซื้อบัตรพาส
สำหรับการสำรวจเมืองหลวงของไอซ์แลนด์ บัตรเรคยาวิกซิตี้การ์ด (Reykjavik City Card) เป็นวิธีที่ช่วยให้คุณประหยัดเงินได้มากสำหรับการเที่ยวในเมืองหลวง บัตรนี้ใช้เข้าแกลเลอรี่และพิพิธภัณฑ์ได้หลายแห่ง รวมถึงการเข้าใช้บริการสระว่ายน้ำในเมืองเรคยาวิกทุกแห่งและบริการขนส่งสาธารณะ
บัตรพาสนี้ยังมอบส่วนลดสำหรับทัวร์และบริการอีกหลายแบบเมื่อคุณออกไปเที่ยวนอกเมืองด้วย ซึ่งหมายความว่าบัตรนี้ไม่ได้แค่ช่วยคุณประหยัดเงินได้เฉพาะในเมืองเท่านั้น คุณสามารถซื้อบัตรเรคยาวิกซิตี้การ์ดได้ตามระยะเวลาที่ต้องการ โดยมีให้เลือกทั้งบัตรเรคยาวิกซิตี้การ์ดแบบ 24 ชั่วโมง, 48 ชั่วโมง และ 72 ชั่วโมง
-
อ่านเรื่องนี้ด้วย 15 อันดับกิจกรรมยอดฮิตในเมืองเรคยาวิก
-
อ่านเรื่องนี้ด้วย สถานที่เที่ยวลับ | ฮิดเด้นเจมส์ในเมืองเรคยาวิก
งบประมาณรายสัปดาห์และรายวัน: คุณจะใช้จ่ายเท่าไรในไอซ์แลนด์
บทความนี้น่าจะทำให้คุณได้ไอเดียเกี่ยวกับการใช้จ่ายในรูปแบบต่างๆ และสิ่งที่คุณอาจจะต้องพบเจอเมื่อเดินทางท่องเที่ยวอยู่ในไอซ์แลนด์พอสมควรแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่เรื่องของงบประมาณที่คุณควรทราบคร่าวๆ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนทริปในฝันได้ดีขึ้น
สายแบกเป้
วิธีเดินทางเที่ยวแบบแบ็คแพ็คเกอร์ในไอซ์แลนด์หมายถึงไม่ต้องเตรียมตัวเรื่องการเดินทาง เว้นแต่จองรถรับส่งจากสนามบินเข้าไปในเมืองเรคยาวิกเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นก็ใช้วิธีโบกรถเอา
นักท่องเที่ยวจะกางเต็นท์พักค้างคืนในเมือง ซึ่งแบบถูกที่สุดราคาคืนละประมาณ 23 USD ต่อคน ราคานี้รวมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมต่างๆ แล้ว เช่น ค่าไฟ และค่าบริการใช้เครื่องซักผ้า
นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มักจะทำอาหารรับประทานเอง ราคาวัตถุดิบสำหรับหนึ่งสัปดาห์อยู่ที่ประมาณ 70 USD และเมื่อซื้อบัตรเรคยาวิกซิตี้การ์ดแบบ 72 ชั่วโมงอีกสองใบก็สามารถไปใช้บริการห้องอาบน้ำที่สระว่ายน้ำพลังงานความร้อนใต้พิภพแห่งใดแห่งหนึ่งในเมืองเรคยาวิกได้ทุกวัน
แบ็คแพ็คเกอร์สามารถเที่ยวชมเมือง เดินขึ้นภูเขาเอสยา (Mount Esja) และโบกรถไปยังพื้นที่ชุมชนใกล้เคียง เช่น หุบเขาน้ำพุร้อนเรคยาดาลูร์ในเมืองฮแวราแกร์ดิ (Hveragerdi) หรือไปหาดทรายดำเรย์นิสฟยาราใกล้หมู่บ้านวิก (Vik)
เมื่อใช้วิธีนี้ค่าใช้จ่ายสำหรับหนึ่งสัปดาห์จะอยู่ที่ประมาณ 300 USD หรือวันละ 42 USD ต่อคน
เพิ่มเติม: ซื้อความสุขให้กับทริปแบกเป้
เมื่อรวมค่าเที่ยวกลางคืนหนึ่งครั้ง ค่ารับประทานอาหารนอกบ้านหนึ่งมื้อ และทัวร์ราคาประหยัด เช่น ทัวร์เที่ยววงกลมทองคำด้วยรถมินิบัสสำหรับหนึ่งคน ค่าใช้จ่ายโดยประมาณก็จะเพิ่มขึ้นอีกเป็น 435 USD สำหรับหนึ่งสัปดาห์ หรือวันละ 62 USD
สายมินิมอล
วิธีเดินทางท่องเที่ยวแบบมินิมอลลิสต์นั้นหมายถึงการพักในที่พักประเภทโฮสเทลที่มีราคาประมาณ 55 USD ต่อคืน ในที่พักจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการทำอาหารให้แล้ว นักท่องเที่ยวเพียงซื้อวัตถุดิบสำหรับทำอาหารของตนเอง ซึ่งราคาจะอยู่ที่ประมาณ 70 USD ต่อสัปดาห์ หรือจะซื้อเบียร์ไอซ์แลนด์แช่เอาไว้ในตู้เย็นด้วยก็ได้ เบียร์หนึ่งแพ็คก็มีราคาประมาณ 16 USD
นักท่องเที่ยวสามารถเข้าคาเฟ่สองสามครั้งและรับประทานอาหารที่ร้านหนึ่งมื้อ และซื้อทัวร์คอมโบอย่างทัวร์คอมโบที่รวมดูวาฬและเที่ยววงกลมทองคำแพ็คเกจนี้ ซึ่งมีราคาประมาณ 200 USD
นักท่องเที่ยวอาจจะจองบริการรถรับส่งเพื่อเดินทางมาจากสนามบินเคฟลาวิกในราคาประมาณ 37 USD หรือไม่อย่างนั้นอาจจะเลือกใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ หรือเช่ารถขนาดเล็กมาใช้หนึ่งวันในราคาประมาณ 46 USD
สำหรับการขับรถเที่ยวหนึ่งวันบนชายฝั่งทางใต้หรือคาบสมุทรสไนแฟลซเนสนั้น การใช้รถเช่าที่มีขนาดเล็กก็เพียงพอแล้วหากเดินทางมาในช่วงหน้าร้อน
ค่าใช้จ่ายหนึ่งสัปดาห์สำหรับวิธีนี้อยู่ที่ประมาณ 570 USD หรือวันละ 81 USD
เพิ่มเติม: ซื้อความสุขให้กับทริปแบบมินิมอล
หากจองบัตรเข้าใช้บริการสกายลากูนอันหรูหราและเที่ยวกลางคืนในเรคยาวิกหนึ่งคืน ค่าใช้จ่ายโดยรวมจะอยู่ที่ประมาณ 675 USD ต่อสัปดาห์ หรือวันละ 96 USD
สายลุย

วิถีของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้คือจองโรงแรมหรือเกสต์เฮ้าส์ในราคาประมาณ 85 USD ต่อคืนและเช่ารถขับเคลื่อนสี่ล้อขับเที่ยวในไอซ์แลนด์ตลอดทั้งสัปดาห์ ซึ่งค่าน้ำมันราคาประมาณ 2.30 USD ต่อลิตร
นักท่องเที่ยวอาจจะเข้าคาเฟ่ 3 ครั้ง กินข้าวในร้านอาหาร 4 มื้อ และซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต 62 USD กลุ่มนี้ซื้อทัวร์แบบนัดพบกันที่สถานที่สักสองสามแพ็คเกจด้วย เช่น ทัวร์ขี่ม้าท่ามกลางภูมิประเทศอันสวยงามของฮแวราแกร์ดิในราคาประมาณ 93 USD และทัวร์แอดเวนเจอร์ดำน้ำตื้นด้วยสน็อกเกิลที่ซิลฟราในธิงเวลลีร์ในราคา 182 USD
พวกเขาเลือกใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเพราะต้องการเดินทางบนถนนในไฮแลนด์ เพื่อไปชมธรรมชาติอันดิบเถื่อนของไอซ์แลนด์ และกลุ่มนี้จะพักค้างคืนอยู่นอกเมืองเรคยาวิกเป็นเวลาหลายคืน
ค่าใช้จ่ายของกลุ่มนี้สัปดาห์หนึ่งจะอยู่ที่ประมาณ 1,380 USD หรือวันละ 197 USD
เพิ่มเติม: ซื้อความสุขให้กับทริปแบบสายลุย
เมื่อเพิ่มทัวร์เดินชิมเบียร์และชแนปส์ในเรคยาวิกแบบรวมทุกอย่างในราคา 119 USD และการเข้าใช้บริการบลูลากูนที่มีชื่อเสียงระดับโลกเข้าไป ค่าใช้จ่ายต่อสัปดาห์จะอยู่ที่ประมาณ 1,594 USD หรือวันละ 227 USD
สายเปย์จ่ายไม่อั้น
นักท่องเที่ยวกลุ่มกระเป๋าหนักคือผู้ที่จองโรงแรมดีๆ ในราคาคืนละ 235 USD หรือจองกระท่อมคอตเทจในชนบทในราคาคืนละ 118 USD เพื่อให้ได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของชนบทอันงดงามและเมืองหลวงได้อย่างเต็มที่
กลุ่มนี้จะเลือกเช่ารถหรูใช้ตลอดทั้ง 7 วัน ซึ่งราคาค่าเช่าตกประมาณ 95 USD ต่อวัน และซื้อทัวร์คอมโบ 3 แพ็คเกจในราคา 490 USD
พวกเขาเข้าคาเฟ่ 5 ครั้งในหนึ่งสัปดาห์ และรับประทานอาหารที่ร้านทุกคืน แถมยังไม่ลังเลที่จะสั่งไวน์และคราฟต์เบียร์มาดื่มพร้อมมื้ออาหารด้วย ซึ่งทำให้บิลค่าอาหารเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
นักท่องเที่ยวสายเปย์อาจจะใช้จ่ายมากกว่านี้อีก แต่ในที่นี้เราคิดแค่การใช้จ่ายในหนึ่งสัปดาห์แบบประหยัด โดยไม่เน้นการใช้เงินมากนัก
นักท่องเที่ยวสายนี้ใช้เงินสัปดาห์ละ 2,720 USD หรือวันละ 388 USD
เพิ่มเติม: ซื้อความสุขให้กับทริปแบบสายเปย์
นักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้ไม่มีเพดานในการใช้จ่ายเพื่อพิ่มความสุขให้กับทริป ทำไมไม่ลองสำรวจไอซ์แลนด์จากมุมสูงด้วยทัวร์เฮลิคอปเตอร์? เฮลิคอปเตอร์สามารถพาไปลงจอดบนธารน้ำแข็งจริง พร้อมเที่ยวถ้ำน้ำแข็ง หรือบินชมเหนือภูเขาไฟก็ยังได้
การเปรียบเทียบแพ็คเกจท่องเที่ยวไอซ์แลนด์
หลังจากที่ได้เห็นการประเมินค่าใช้จ่ายในการเที่ยวไอซ์แลนด์แบบต่างๆ แล้ว คุณก็จะสามารถเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายระหว่างการขับรถเที่ยวเองและการจองแพ็คเกจที่รวมทุกอย่างมาแล้วได้
ทัวร์ขับรถเที่ยวรอบเส้นทางริงโร้ดครบวงจรในไอซ์แลนด์ 7 วัน พร้อมรถ ที่พัก อาหารเช้า และบัตรเข้าบลูลากูนสปาเริ่มต้นที่ประมาณ 754 USD หากรวมค่าอาหารเพิ่มเติมและค่าน้ำมัน ค่าใช้จ่ายโดยประมาณจะอยู่ที่ 140 USD ต่อวัน
นี่จะมากกว่าการเที่ยวแบบนักเดินทางทั่วไป โดยมีความสะดวกสบายมากขึ้นและได้ชมสถานที่มากขึ้น อีกทั้งยังมีทริปขับรถเที่ยวราคาประหยัด เช่น ทัวร์โกลเดนเซอร์เคิลและชายฝั่งทางใต้แบบประหยัด ราคา 743 USD — เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายมินิมอลที่สุด
ตัวเลือกอย่างแพ็คเกจไอซ์แลนด์วันเดอร์แบบปรับแต่งได้นี้ มีที่พักในเรคยาวิก 5 คืน พักโรงแรมในชนบท 1 คืน และทัวร์รถบัส 2 ทริป เริ่มต้นที่ 1,627 USD
เพิ่มค่ากิจกรรมกลางคืนอีกสักสองสามคืน ค่าใช้จ่ายโดยประมาณจะอยู่ที่ 210 USD ต่อวัน ซึ่งใกล้เคียงกับแนวทางของนักเดินทางสายลุย และยังประหยัดกว่าการใช้จ่ายแบบนักท่องเที่ยวสายเปย์อย่างมาก ความเป็นไปได้มีมากมาย แต่ตัวเลขนี้ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมได้
สกุลเงินของไอซ์แลนด์

อาจทำให้หลายคนประหลาดใจที่ประเทศที่มีประชากรประมาณ 390,000 คน มีสกุลเงินของตัวเอง สกุลเงินของไอซ์แลนด์เรียกว่าโครนา (ISK) มีประวัติศาสตร์ยาวนานในการดำเนินนโยบายการเงินอย่างอิสระ รวมถึงเคยผูกค่าเงินกับโครนเดนมาร์กและยูโร
ประวัติศาสตร์ของโครนาค่อนข้างซับซ้อน ชาวไอซ์แลนด์มักมีการถกเถียงกันเสมอว่าจะรักษาสกุลเงินนี้ไว้หรือไม่ โครนามีมูลค่าน้อยนอกประเทศ ธนาคารกลางไอซ์แลนด์เป็นผู้กำหนดค่า และมีเพียงไม่กี่ธนาคารนอกไอซ์แลนด์ที่รับแลกหรือมีสกุลเงินนี้
แม้ว่าคุณสามารถแลกเงินได้ที่สนามบิน แต่ธนาคารในเรคยาวิกมักให้เรตแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า ก่อนเดินทางกลับ ควรแลกเงินโครนาที่เหลือทั้งหมด เพราะธนาคารส่วนใหญ่ในต่างประเทศมักไม่รับแลก
ทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นมักชำระเงินด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตเป็นหลัก ตั้งแต่ร้านอาหารเล็ก ๆ ไปจนถึงศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ทุกที่ในไอซ์แลนด์รับชำระด้วยบัตร จึงไม่ต้องพกเงินให้ยุ่งยากและใช้บัตรชำระเงินได้สะดวก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาสินค้าและบริการในไอซ์แลนด์
ด้านล่างนี้เป็นคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในไอซ์แลนด์
ไอซ์แลนด์แพงไหม?
ใช่ ไอซ์แลนด์ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่มีราคาสูง ค่าใช้จ่ายสำหรับที่พัก อาหาร และกิจกรรมมักสูงกว่าค่าเฉลี่ยของยุโรป
ทำไมไอซ์แลนด์ถึงแพง?
ไอซ์แลนด์แพงเนื่องจากตั้งอยู่ห่างไกล มีค่าใช้จ่ายในการนำเข้าสินค้าสูง และทรัพยากรจำกัด นอกจากนี้ เศรษฐกิจที่แข็งแรง ค่าแรงสูง และความต้องการจากการท่องเที่ยวก็ทำให้ราคาสูงขึ้นอีกด้วย
อาหารหนึ่งมื้อในไอซ์แลนด์ราคาเท่าไหร่?
โดยเฉลี่ย มื้ออาหารในร้านอาหารไอซ์แลนด์มีราคาประมาณ 15–40 USD ขึ้นอยู่กับประเภทของร้านและเมนูอาหาร
โค้กหนึ่งกระป๋องในไอซ์แลนด์ราคาเท่าไหร่?
โค้กกระป๋องในไอซ์แลนด์มักมีราคาประมาณ 2–3 USD แต่ราคาสามารถแตกต่างเล็กน้อยตามสถานที่
ทริปไอซ์แลนด์ 5 วันแพงแค่ไหน?
สำหรับทริปประหยัด อาจต้องเตรียมเงินประมาณ 500–800 USD สำหรับ 5 วัน ขึ้นอยู่กับที่พัก อาหาร และกิจกรรม หากต้องการทริปสบายขึ้น ควรเตรียม 1,200–1,500 USD หรือมากกว่า
เที่ยวไอซ์แลนด์ให้คุ้มค่าตามงบประมาณใดก็ได้
แม้ว่าไอซ์แลนด์จะขึ้นชื่อเรื่องค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวที่สูง แต่คุณก็ยังสามารถเที่ยวแบบประหยัดได้ด้วยการวางแผนอย่างถูกวิธี คุณสามารถเพลิดเพลินกับความงามของประเทศโดยไม่ใช้เงินเกินจำเป็น เช่น การใช้วีไอพีคลับของ Guide to Iceland เลือกทัวร์ขับรถเอง หรือเลือกที่พักราคาย่อมเยา
การเข้าร่วมทัวร์หลายวันแบบมีไกด์ในไอซ์แลนด์ก็ช่วยให้เที่ยวได้อย่างคุ้มค่า สามารถใช้เวลาเที่ยวไอซ์แลนด์ได้เต็มที่ ในขณะที่ยังอยู่ในงบประมาณที่ตั้งไว้ ด้วยเคล็ดลับและแหล่งข้อมูลที่เหมาะสม การผจญภัยในฝันของคุณที่ไอซ์แลนด์ก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม
คุณเคยไปไอซ์แลนด์แล้วหรือกำลังวางแผนไปเร็ว ๆ นี้? เราอยากฟังความคิดเห็นและประสบการณ์ของคุณ! แบ่งปันคำแนะนำหรือคำถามเกี่ยวกับการท่องเที่ยวไอซ์แลนด์ได้ในคอมเมนต์ด้านล่าง
สิ่งที่ควรทราบ: ราคาทั้งหมดที่กล่าวมานี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งเราจะพยายามอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบันที่สุด หากคุณมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางในไอซ์แลนด์ คุณสามารถทิ้งคำถามไว้ที่คอมเมนต์ด้านล่างได้








