แผนที่สถานที่ท่องเที่ยวของประเทศไอซ์แลนด์

คุณกำลังจะไปเที่ยวไอซ์แลนด์เป็นครั้งแรกและกำลังสงสัยว่าสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ อยู่บนส่วนไหนของแผนที่กันบ้างใช่ไหม คุณอยากรู้ว่าที่เที่ยวน่าสนใจในเรคยาวิก (Reykjavík) อยู่บริเวณไหนหรือมีน้ำตกอะไรบ้างที่อยู่บนชายฝั่งทางตอนใต้ ถ้าเช่นนั้นคุณสามารถดูแผนที่ด้านล่างนี้ได้เลย เราได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ และสถานที่ยอดนิยมในไอซ์แลนด์ไว้ให้อย่างครบถ้วน



เมื่อเดินทางไปยังประเทศใหม่ที่ไม่คุ้นเคย การเตรียมความพร้อมนั้นมีประโยชน์เสมอ คุณอาจเริ่มจากการมองหาทำเลที่พัก เริ่มจดบันทึกหรือเมมใส่หัวเอาไว้ หรือถ้าทำได้คุณจะหาสถานที่ที่คุณอยากไปและตำแหน่งเอาไว้ด้วยเลยก็ได้

แต่ก็มีบางคนที่ไม่ค่อยวางแผนล่วงหน้าและชอบไปลุยเอาข้างหน้ามากกว่า สำหรับคุณผู้อ่านที่เป็นนักวางแผน เราก็มีแผนที่สำหรับช่วยวางแผนการเดินทางรอบไอซ์แลนด์มาไว้ให้แล้ว แผนที่นี้จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าคุณจะไม่พลาดไฮไลต์สำคัญของไอซ์แลนด์

เนื้อหา

แผนการเดินทางท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์ 

แผนที่ขับรถเที่ยวเส้นทางวงกลมในไอซ์แลนด์ 

ด้านบนเป็นแผนที่สำหรับขับรถเที่ยวรอบไอซ์แลนด์ พร้อมด้วยสถานที่ท่องเที่ยวหลักซึ่งเราได้ปักหมุดสีต่างๆ ไว้ให้คุณสามารถซูมเข้าไปดูแต่ละแห่งได้

ประเทศไอซ์แลนด์มีถนนวงแหวนอยู่หนึ่งสาย (ถนนหมายเลข 1) ซึ่งจะวนรอบประเทศ และบนเส้นทางสายนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น น้ำตก ภูเขาไฟ ธารน้ำแข็ง และหาดทราย และหากขับออกจากเส้นทางหลักบนถนนวงแหวนไปทางตะวันออกของไอซ์แลนด์หรือออกไปบนคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนสในทางตะวันตกก็ยังจะมีแหล่งท่องเที่ยวที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักอยู่อีกหลายแห่ง

ภูเขาเวสตราฮอร์น ที่ทางตะวันออกของประเทศไอซ์แลนด์

แต่ถ้าคุณต้องการไปเที่ยวทางเหนือหรือทางตะวันออกของไอซ์แลนด์ คุณควรขับรถรอบวงกลมทั้งหมดโดยเริ่มต้นจากเรคยาวิกไปสิ้นสุดที่เมืองเอกิลสตาดีร์ (Egilsstaðir) ในทางตะวันออกของไอซ์แลนด์ และไม่ว่าคุณจะเลือกเดินทางขึ้นเหนือหรือลงใต้คุณก็จะได้เห็นทิวทัศน์ที่หลากหลายในทุกภาคของประเทศ

คุณสามารถจองแพ็กเกจขับรถเที่ยวด้วยตัวเอง 10 วันได้ที่นี่

เส้นทางวงกลมในไอซ์แลนด์ & ฟยอร์ดทางตะวันตก 

ฟยอร์ดทางตะวันตกเป็นพื้นที่ห่างไกลที่สุดของไอซ์แลนด์เนื่องจากเป็นเขตที่ไม่ได้อยู่บนถนนวงแหวนจึงต้องเดินทางออกไปไกลอีกหน่อย ถนนส่วนใหญ่ก็เป็นถนนลูกรัง ดังนั้นการขับรถชมวิวจากฟยอร์ดแห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่งจะต้องใช้เวลาอยู่พอสมควร ฟยอร์ดทางตะวันตกนั้นเข้าถึงยากในช่วงฤดูหนาวเพราะมีหิมะตกหนัก มีการปิดเส้นทางบนถนนหลายสาย และบางทีก็มีหิมะถล่มด้วย ดังนั้นภูมิภาคนี้จึงเหมาะกับการมาเที่ยวในช่วงฤดูร้อนมากกว่า



วิวที่สวยงามของฟยอร์ดทางตะวันออก

หากคุณต้องการเที่ยวบริเวณฟยอร์ดตะวันตกนี้ด้วย คุณจำเป็นต้องมีเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์จึงจะสามารถเดินทางได้ทั่วทั้งบนถนนวงแหวนและฟยอร์ดทางตะวันตก ถ้าคุณแค่ต้องการตรงไปดูฟยอร์ดทางตะวันตกอย่างเดียวหลังจากเดินทางออกจากเรคยาวิกก็สามารถทำได้เหมือนกันโดยจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์

คุณสามารถลดเวลาในการขับรถได้ด้วยการใช้บริการเฟอร์รี่บัลเดอร์ (Baldur) ในการเดินทางระหว่างสติกกิโฮลมูร์ (Stykkishólmur) และปรอย์นสไลคูร์ (Brjánslækur) ซึ่งสามารถเลือกแวะที่เกาะแฟลทเทย์ (Flatey) อันเงียบสงบ หนึ่งในสถานที่เที่ยวลับๆ ซึ่งไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวรู้จักได้อีกด้วย

ถ้าคุณมีงบจำกัดแต่อยากเที่ยวไอซ์แลนด์ให้ทั่วประเทศในเวลา 2 สัปดาห์ เราแนะนำให้คุณจองแพ็กเกจขับรถเที่ยวเองแบบประหวัด 14 วัน ซึ่งรวมทั้งบริการรถเช่าและที่พักราคาประหยัดไว้เสร็จสรรพ แต่ถ้าคุณอยากได้ที่พักแบบมีห้องน้ำในตัวด้วยให้คุณเลือกเป็นแพ็กเกจขับรถเที่ยวเอง 14 วัน | วงกลมไอซ์แลนด์ & ฟยอร์ดตะวันตก

แผนที่ขับรถเที่ยวชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์ 

มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายบนชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์ ซึ่งเส้นทางนี้กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากเรคยาวิกและสามารถเข้าถึงได้ตลอดทั้งปี

ในช่วงฤดูหนาวเราไม่แนะนำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปในฟยอร์ดตะวันตก ทางตะวันออกของไอซ์แลนด์และทางเหนือของไอซ์แลนด์ เพราะถึงแม้ว่าบางวันจะไม่มีปัญหาในการเดินทางไปยังสถานที่เหล่านี้ แต่เราก็ไม่สามารถคาดการณ์สภาพอากาศล่วงหน้าได้ว่าจะเป็นอย่างไรเมื่อคุณมาถึง

ถ้าคุณทำการจองที่พักในสถานที่เหล่านี้เอาไว้ล่วงหน้า ก็อาจมีความเป็นไปได้สูงทีเดียวที่คุณจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบากเมื่อเดินทางมาถึง ซึ่งอาจเป็นเพราะมีพายุหิมะหรือมีการปิดถนนหรืออาจจะเจอทั้งสองอย่าง แต่ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นก็พยายามยืดหยุ่นกับสภาพอากาศให้ได้มากที่สุดอยู่แล้ว



วิวในหน้าหนาวของวีค ที่ประเทศไอซ์แลนด์

ในช่วงฤดูหนาวทั้งในทางตอนใต้และทางตะวันตกก็อาจมีพายุหิมะและมีการปิดถนนได้เหมือนกัน แต่ก็มีเกิดขึ้นไม่บ่อยเท่ากับที่อื่น ทั้งนี้คุณอย่าลืมคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ด้วยเมื่อวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวไอซ์แลนด์ในฤดูหนาว โดนคุณอาจจะเผื่อเวลาในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ไว้บ้างหรือบางทีคุณอาจตัดสินใจเลือกเดินทางไปกับทัวร์แทน



รายละเอียดการเดินทางท่องเที่ยว 9 วันออกแบบขึ้นมาสำหรับฤดูหนาว แต่แน่นอนว่ามันสามารถนำไปใช้กับฤดูร้อนได้เช่นเดียวกัน ซึ่งก็จะทำให้นักท่องเที่ยวได้ใช้เวลากับสถานที่แต่ละแห่งมากขึ้น จองแพ็กเกจขับรถเที่ยวด้วยตัวเอง 9 วันได้ที่นี่

แผนที่ขับรถเที่ยวชายฝั่งตะวันตกของไอซ์แลนด์ 

แผนที่นี้รวมสถานที่ไฮไลต์ของทางตะวันตกเฉียงใต้และตะวันตกของไอซ์แลนด์ รวมทั้งวงกลมทองคำ บลูลากูน น้ำตกเฮินฟอซซ่า (Hraunfossar) อันสวยงาม และที่เที่ยวยอดนิยมอีกหลายแห่งบนคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส (Snæfellsnes Peninsula)



สถานที่เหล่านี้สามารถขับรถเข้าไปได้ทั้งในฤดูร้อนและฤดูหนาวหากสภาพอากาศเอื้ออำนวย

วิวหน้าหนาวของภูเขาเคิร์คจูแฟส ที่ทางตะวันตกของประเทศไอซ์แลนด์

สำหรับบริเวณนี้เราแนะนำให้ใช้เวลาอย่างน้อย 3 วันและคุณสามารถจองแพ็กเกจขับรถเที่ยวด้วยตัวเอง 3 วัน | วงกลมทองคำและน้ำตกเฮินฟอซซ่าได้ที่นี่

แผนที่ไอซ์แลนด์: สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ 

แผนที่น้ำตกในไอซ์แลนด์ 

ไอซ์แลนด์มีน้ำตกสวยๆ จำนวนมากมายนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะไปบริเวณไหนในไอซ์แลนด์หรืออยู่ในภูมิประเทศแบบไหนคุณก็สามารถเจอกับน้ำตกได้ตลอด แม้กระทั่งในเขตชายขอบของเมืองเรคยาวิกเองก็ยังมีน้ำตกอยู่หนึ่งแห่งคือที่หุบเขาเอลิดเอาร์ดาลูร์ (Elliðaárdalur)

จำนวนน้ำตกในไอซ์แลนด์ที่บอกว่านับไม่ถ้วนนั้นคือนับกันไม่ไหวจริงๆ น้ำตกบางแห่งยังไม่มีชื่อด้วยซ้ำและในทุกๆ ปีก็จะมีน้ำตกที่เกิดขึ้นใหม่จากการที่ธารน้ำแข็งละลายหรือจากการเปลี่ยนแปลงที่ใต้ดินอันเนื่องมาจากแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิด 

อย่างไรก็ตาม แผนที่ด้านบนเป็นแผนที่น้ำตกซึ่งรวมทั้งน้ำตกที่ใหญ่ที่สุด สูงที่สุด ทรงพลังที่สุด และว่ากันว่าเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมากที่สุดในไอซ์แลนด์ 

น้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss) เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดโดยน้ำตกแห่งนี้อยู่บนเส้นทางวงกลมทองคำอันโด่งดัง น้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์ (Seljalandsfoss) และน้ำตกสโกการ์ฟอสส์ (Skógafoss) เป็นน้ำตกคู่หูที่ได้รับความนิยมมากบนชายฝั่งทางใต้ ทั้งสองแห่งนี้อยู่บนเส้นทางวงแหวนเหมือนกันและอยู่ห่างกันนิดเดียวโดยใช้เวลาขับรถเพียง 30 นาทีเท่านั้น และทั้งสองแห่งนี้ก็ยังมีน้ำตกอื่นๆ ที่อิงแอบอยู่ภายในบริเวณน้ำตกเหมือนกัน น้ำตกกลูยฟราบูอิ (Gljúfrabúi) อยู่ห่างจากน้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์โดยเดินเพียง 5 นาที น้ำตกนี้แทรกตัวอยู่ระหว่างหลืบผาสองแห่งจนดูเหมือนกับมีน้ำตกที่หน้าถ้ำ ส่วนน้ำตกสโกการ์ฟอสส์นั้นถ้าเดินไปตามทางขึ้นเขาไปจนถึงด้านบนน้ำตกคุณจะเจอกับน้ำตกที่เรียงรายอยู่ในบริเวณโดยรอบอีกประมาณ 30 แห่ง

ดินยานติ เป็นน้ำตกที่น่าประทับใจในประเทศไอซืแลนด์

น้ำตกเดตติฟอส (Dettifoss) ในทางเหนือของไอซ์แลนด์เป็นน้ำตกที่ทรงพลังมากที่สุดในยุโรป ในขณะที่น้ำตกกลีมูร์ (Glymur) ในทางตะวันตกของไอซ์แลนด์เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศ และน้ำตกดินยานดิ (Dynjandi) ในฟยอร์ดตะวันตกที่สายน้ำตกมีลักษณะเหมือนมงกุฎได้รับฉายาว่าเป็น “มงกุฎแห่งฟยอร์ดตะวันตก”

ถ้าคุณต้องการความท้าท้ายเล็กๆ น้อยๆ ในการเข้าไปชมน้ำตกสวย เราขอแนะนำเส้นทางเดินขึ้นเขา 1-2 ชั่วโมงที่จะพาคุณไปยังน้ำตกกลีมูร์ (Glymur) ซึ่งสูงเป็นอันดับสอง และน้ำตกเฮนกีฟอสส์ (Hengifoss) ในทางตะวันออกของไอซ์แลนด์ซึ่งสูงเป็นอันดับสาม ส่วนเส้นทางเดินขึ้นเขาไปยังน้ำตกสวาร์ติฟอสส์ (Svartifoss) ในสกัฟตาเฟลล์ (Skaftafell) ที่มีเสาหินสีดำล้อมรอบนั้นมีระยะทางเดินที่สั้นกว่าเล็กน้อย

น้ำตกเคริ์คจูแฟสฟอสส์ นั้นน่าประทับใจมาในภาคตะวันตกของประเทศไอซ์แลนด์

และยังมีน้ำตกเล็กๆ ที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติอันสวยงามอยู่อีกมากมาย เช่น น้ำตกเคิร์คจูแฟสฟอสส์ (Kirkjufellsfoss)  ที่อยู่ใกล้กับภูเขาเคิร์คจูแฟส (Kirkjufell) รูปทรงกรวยบนคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส และน้ำตกเฮินฟอซซ่า (Hraunfossar) ในทางตะวันตกของไอซ์แลนด์ซึ่งมีน้ำไหลออกมาจากลาวา

ไม่ว่าคุณจะมุ่งหน้าไปทางทิศไหนในไอซ์แลนด์ คุณก็ต้องเจอกับน้ำตกสวยๆ แน่นอน!



แผนที่บ่อน้ำร้อนและสระว่ายน้ำในไอซ์แลนด์ 

แผนที่ของ บ่อน้ำร้อนในประเทศไอซ์แลนด์ และ สระว่ายน้ำ

เมืองเล็กๆ ที่อยู่ในไอซ์แลนด์ทุกเมืองจะมีสระว่ายน้ำ ในเรคยาวิกและบริเวณโดยรอบนั้นมีสระมากถึง 17 แห่ง! นอกจากสระว่ายน้ำแล้วยังมีบ่อน้ำร้อนและสปาอีกมากมายทั้งแบบที่สร้างขึ้นมาใหม่และแบบธรรมชาติ

สระว่ายน้ำนั้นหาไม่ยากเลยเพราะจะมีป้ายบอกทางอยู่ในเมืองและเมืองและหมู่บ้านในไอซ์แลนด์นั้นมีขนาดเล็กมากๆ ยังไงคุณก็ต้องเจอย่านใจกลางเมืองและสระว่ายน้ำในชุมชนภายในไม่กี่นาทีหลังจากเข้าไปในตัวเมืองอย่างแน่นอน ว่ากันว่าสระว่ายน้ำที่สวยที่สุดในไอซ์แลนด์อยู่ที่ฮอฟซอส (Hofsós) ในทางตอนเหนือของไอซ์แลนด์ซึ่งเป็นสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้พูลที่มีวิวริมทะเลกว้างไกลไร้สิ่งบดบัง

สระว่ายน้ำในประเทศไอซ์แลนด์รูปภาพจาก Ása Steinarsdóttir

สระธรรมชาตินั้นหายากกว่าหน่อยเพราะว่าสระพวกนี้ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้แสดงผลอยู่บนแผนที่ของกูเกิ้ลและก็มักจะตั้งอยู่กลางป่ากลางเขาที่ไม่มีถนนตัดผ่าน ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้อยู่ในแผนที่ด้วย ดังนั้นที่ดีที่สุดคือให้ลองถามชาวบ้านในพื้นที่ว่าในบริเวณนั้นมีสระน้ำร้อนหรือไม่

สระน้ำแต่ละแห่งมีลักษณะ ขนาด และอุณหภูมิของน้ำที่แตกต่างกันไป บ่อน้ำร้อนธรรมชาติส่วนใหญ่เป็นสถานที่ต้องห้ามที่คุณไม่สามารถลงไปได้เนื่องจากมีอันตราย (เช่น มีอุณหภูมิสูงเกินไปหรือมีหินถล่มลงมา) หรือไม่ก็เป็นเพราะว่าต้องการปกป้องรักษาสระและสิ่งแวดล้อมรอบๆ สระซึ่งมีความเปราะบางเอาไว้ และถ้าบ่อน้ำร้อนนั้นอยู่ในพื้นที่ส่วนบุคคลคุณก็ต้องไม่ลืมที่จะขออนุญาตก่อนเข้าไปด้วย

แผนที่ด้านบนมาจากแพ็กเกจขับรถเที่ยวบ่อน้ำร้อนในฤดูร้อน 15 วัน ซึ่งในแพ็กเกจนี้จะมีรายการเที่ยวสระว่ายน้ำ สปา แหล่งน้ำร้อนจากพลังงานความร้อนใต้พิภพ และบ่อน้ำร้อนธรรมชาติจำนวนมาก พร้อมด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกหลายแห่งตลอดเส้นทาง

สระแบบไหนที่น่าไปนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการสถานที่แบบไหน ถ้าคุณต้องการความสะดวกสบายสไตล์โมเดิร์นอย่างเช่นมีห้องสำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้า ฝักบัวและห้องน้ำ คุณก็อาจจะต้องมองหาสระที่แตกต่างไปจากสระบรรยากาศดิบๆ อย่างสระที่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้ากันกลางแจ้งท้าแดด ท้าฝน ท่ามกลางสายลมหรือท่ามกลางหิมะโปรยปราย ซึ่งอันนี้ก็ไม่เป็นปัญหาเพราะไอซ์แลนด์มีตัวเลือกให้คุณเลือกเยอะ

บลูลากูนในประเทศไอซ์แลนด์

บลูลากูนเองนั้นถูกมองว่าเป็นสปามากกว่าเป็นสระน้ำร้อนธรรมดาๆ ที่บลูลากูนมีทั้งฝักบัว ห้องพักผ่อน ห้องแต่งตัว มีบริการนวด มีบาร์ คาเฟ่ และร้านอาหาร หรือแม้กระทั่งโรงแรม ถ้าคุณอยากนอนพักค้างคืนที่บลูลากูนหรืออยากได้สิทธิ์ในการเข้าใช้ลากูนแบบส่วนตัวก็ให้พักโรงแรมที่นี่ อ่างน้ำธรรมชาติมิวาทน์ในทางเหนือของไอซ์แลนด์ก็มีความคล้ายคลึงกับบลูลากูนอยู่เหมือนกันแต่ว่าคุณจะไม่ได้สัมผัสประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่เท่าที่บลูลากูน (แต่มิวาทน์ก็มีราคาถูกกว่า)

ซีเครทลากูนที่หมู่บ้านฟลูดิร์ (Flúðir) ในทางใต้ของไอซ์แลนด์เป็นสระน้ำร้อนอีกแห่งหนึ่ง ที่นี่มีไกเซอร์เล็กๆ อยู่ในบริเวณใกล้เคียงด้วย เพียงเสียค่าธรรมเนียมคุณก็สามารถลงไปแช่น้ำร้อนในสระว่ายน้ำที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในไอซ์แลนด์ได้แล้ว คุณสามารถเพลิดเพลินกับสระที่นี่ได้ในทริปวงกลมทองคำและซีเครทลากูน

หรือคุณจะเดินทางไปที่ฟอนทานาสปา (Fontana Spa) ที่อยู่ข้างทะเลสาบเลยการ์วาท์น (Laugarvatn) ก็ได้ ที่นั่นมีซาวน่าที่สร้างครอบอยู่บนน้ำพุไอน้ำร้อนเลย และเมื่ออุณหภูมิภายในห้องซาวน่าสูงเกินไปคุณก็แค่เปิดประตูออกมาเพื่อให้อากาศสดชื่นจากภายนอกเข้าไป

เครยมา (Krauma) เป็นสปาน้องใหม่ล่าสุดในไอซ์แลนด์ โดยสปาแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับบ่อน้ำพุร้อนเดลดาร์ตุงกูเวอร์ (Deildartunguhver) ซึ่งมีปริมาณน้ำไหลมากที่สุดในยุโรป ที่นี่คุณสามารถใช้บริการบ่อน้ำร้อนอันทันสมัย และยังมีบริการซาวน่าและร้านอาหารแบบสมัยใหม่อยู่ภายในบริเวณด้วย



แผนที่ภูเขาไฟในไอซ์แลนด์ 

ในไอซ์แลนด์มีภูเขาไฟอยู่ประมาณ 130 ลูก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว การที่มีภูเขาไฟมากมายขนาดนี้ทำให้เราไม่สามารถใส่ทุกแห่งลงไปบนแผนที่ได้ แต่อย่างไรก็ตามเราก็ได้รวมภูเขาไฟที่มีชื่อเสียงมาไว้ในแผนที่ด้านบนให้แล้ว

ภูเขาไฟบางแห่งนั้นสวยงามมากเมื่อมองจากที่ไกลๆ อย่างเช่นสไนล์เฟลส์โจกุล (Snæfellsjökull) ที่โด่งดังเพราะเป็นประตูสู่ใจกลางของโลกในนิยายคลาสสิกของจูลส์ เวิร์น (Jules Verne) เรื่องการเดินทางสู่ใจกลางโลก (Journey to the Centre of the Earth) 

ภูเขาไฟสไนล์เฟลส์โจกุล ทางภาคตะวันตกของประเทศไอซืแลนด์ จากไกลๆ

ภูเขาไฟลูกอื่นๆ ก็มีเส้นทางเดินขึ้นเขาที่สวยงามมาก เช่น ที่เอยาฟยาลลาโจกุลล์ (Eyjafjallajökull) ก็อยู่ติดกับเส้นทางเดินฟิมม์วอร์ดูฮอลส์ (Fimmvörðuháls) อันโด่งดังเลย

ปากปล่องภูเขาไฟบางแห่งมีขนาดเล็กแต่งดงามและสามารถเดินขึ้นไปชมบริเวณรอบๆ ได้ง่าย เช่น ที่ฮเวอร์ฟยาล (Hverfjall) และเคริด (Kerið) นอกจากนี้คุณยังสามารถเข้าไปชมแอ่งยุบในปากปล่องภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้วได้ด้วย โดยจะมีแพ็กเกจทัวร์พาชมด้านในภูเขาไฟ ซึ่งนี่ก็เป็นเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่คุณจะสามารถเข้าไปชมห้องโถงแมกมาสีสันงดงามที่อยู่ด้านในได้

ภูเขาไฟระเบิดที่ โฮลุเฮริิน  ประเทศไอซ์แลนด์

ภูเขาไฟอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ห่างไกลในบริเวณไฮแลนด์ ได้แก่ เบราดาร์บุงกา (Bárðarbunga) และฮอลูเฮิร์น (Holuhraun) ซึ่งพลังทำลายล้างของภูเขาเหล่านี้สามารถทำให้ภูมิประเทศเปลี่ยนแปลงไปได้เลย แต่ก็ไม่ได้เป็นอันตรายต่อเมืองหรือหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ตามชายฝั่งแต่อย่างใด



แผนที่เมืองและหมู่บ้านในไอซ์แลนด์ 

บางครั้งจะมีนักเดินทางติดต่อเข้ามาสอบถามเราเกี่ยวกับเมืองอื่นๆ ในไอซ์แลนด์ที่ไม่ใช่เรคยาวิก และคำตอบสั้นๆ ของเราก็คือที่ไอซ์แลนด์ไม่มีเมืองอื่น

เรคยาวิกเองตามมาตรฐานสากลแล้วเป็นเมืองที่มีขนาดเล็ก โดยมีประชากรไม่ถึง 200,000 คนที่อยู่อาศัยในเรคยาวิกและบริเวณโดยรอบ ส่วนเมืองใหญ่ที่สุดที่อยู่นอกเรคยาวิกคือเมืองอาคูเรยรี่ (Akureyri) ในทางตอนเหนือของไอซ์แลนด์ ซึ่งก็มีประชากรอยู่น้อยกว่า 20,000 คน



หมู่บ้านวิก มีคนอยู่ประมาณ 300คน

ดังนั้นไม่ต้องคาดหวังว่าจะเจอกับเมืองใหญ่ถ้าคุณมุ่งหน้าไปทางหมู่บ้านวิก (Vík) ที่มีคนอยู่ประมาณ 300 คน หรือหมู่บ้านอาร์นาร์สตาปิ (Arnarstapi) ซึ่งมีคนอาศัยอยู่ประมาณ 15 คน

เมืองหลวงของไอซ์แลนด์ตะวันออกหรือเอกิลสตาดีร์ (Egilsstaðir) มีประชากรประมาณ 2,300 คน และเมืองหลวงของฟยอร์ดตะวันตก หรืออีสาฟยอร์ดูร์ (Ísafjörður) นั้นก็มีประชากรจำนวนใกล้เคียงกัน ส่วนเมืองที่ค่อนข้างใหญ่อีกแห่งหนึ่งในทางตะวันออกของไอซ์แลนด์คือเมืองเฮิฟน์ (Höfn) ซึ่งมีประชากรราว 2,200 คน



โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา ตั้งตระง่านอยู่กลางเมืองเรคยาวิก

ในทางตะวันตกของไอซ์แลนด์เมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือบอร์การ์เนส (Borgarnes) ซึ่งมีคนอยู่อาศัยไม่ถึง 2,000 คน และเมืองสติกกิโฮลมูร์ (Stykkishólmur) ซึ่งมีประชากรน้อยกว่า 1,200 คน เมืองใหญ่ที่สุดในทางใต้ของไอซ์แลนด์คือเมืองเซลฟอสส์ (Selfoss) ซึ่งก็มีคนอยู่ไม่ถึง 7,000 คน

ดังนั้นร้านอาหารและร้านขายของชำที่คุณจะแวะในแต่ละเมืองได้นั้นก็มีจำนวนจำกัดตามไปด้วย โรงแรมก็เช่นกัน และเนื่องจากตอนนี้มีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเที่ยวไอซ์แลนด์เพิ่มมากขึ้นอย่างมากเราจึงแนะนำให้คุณจองที่พักเอาไว้ล่วงหน้าและแวะตุนเสบียงจากเมืองใหญ่ที่คุณผ่าน

แพ็กเกจทัวร์ส่วนใหญ่จะออกเดินทางจากเรคยาวิก แต่ว่าก็มีแพ็กเกจอีกจำนวนมากที่ออกเดินทางจากอาคูเรยรี่ (Akureyri) อีสาฟยอร์ดูร์ (Ísafjörður) ทะเลสาบมิวาทน์ (Lake Mývatn) และเอกิลสตาดีร์ (Egilsstaðir) 



แผนที่เรคยาวิก  

แผนที่สถานที่ท่องเที่ยวหลักในเรคยาวิก 

เรคยาวิกเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมสวยๆ อารต์แกลเลอรี่ พิพิธภัณฑ์ สวนสาธารณะ หรือตลาด 

โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrímskirkja) เป็นสัญลักษณ์ที่สูงตระหง่านอยู่ที่กลางใจเมือง โดยมีความสูงถึง 74.5 เมตรและสามารถมองเห็นได้จากทุกมุมในเรคยาวิกและจากนอกเมืองก็ยังเห็น จากด้านบนของโบสถ์คุณจะมองเห็นวิวเมืองเรคยาวิกอันสวยงาม จุดชมวิวอีกแห่งหนึ่งคือที่อาคาร์ พาร์ลาน (Perlan) หรือไข่มุก (Pearl) ที่เพิ่งเปิดให้เข้าชมนิทรรศการธารน้ำแข็งในอาคารและยังมีทั้งคาเฟ่และร้านอาหารอยู่ภายในบริเวณด้วย

คอนเสิร์ตฮอลล์ & ศูนย์ประชุมฮาร์ปา (Harpa Concert Hall & Conference Centre) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจมากเพราะมีสถาปัตยกรรมที่งดงามโดยมีกระจกประดับไฟ LED สว่างไสวและยังมีกิจกรรมคอนเสิร์ต เฟสติวัล และนิทรรศการมากมาย รวมทั้งร้านอาหารที่มีวิวสวยๆ ด้วย แนะนำว่าให้เช็คปฏิทินอีเว้นท์ของที่นี่ก่อนที่คุณจะเดินทางไปชม



ศุนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว Guide to Iceland ตั้งอยู่ีในศาลากลาง เรคยาวิก

ในส่วนของธรรมชาติสวยๆ นั้นนักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับวิวที่ทเยอร์นิน (Tjörnin) ซึ่งเป็นสระน้ำที่อยู่ในเมือง โดยอยู่ติดกับซิตี้ฮอลล์เลย ซึ่งซิตี้ฮอลล์นั้นก็เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตลอดเหมือนกัน ที่ด้านในซิตี้ฮอลล์คุณจะเจอกับศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวของ Guide to Iceland และยังมีโต๊ะประชาสัมพันธ์ข้อมูลการเดินทางที่เกี่ยวกับความปลอดภัยซึ่งมีบริการอัปเดตข้อมูลสภาพถนนด้วย และถ้าหากคุณโชคดีเมื่อมาที่นี่คุณอาจได้เจอกับการแสดงดนตรีสดหรือมีการจัดนิทรรศการภาพถ่ายเข้าพอดี

และคุณยังจะได้เห็นแผนที่ไอซ์แลนด์แบบ 3D ขนาดใหญ่มาก ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับภูมิประเทศของไอซ์แลนด์ที่ดีทีเดียว

ถ้าคุณชอบศิลปะก็มีแกลเลอรี่ พิพิธภัณฑ์ และนิทรรศการสตรีทอาร์ตอยู่สิบกว่าแห่งให้เลือกชม อาร์ตแกลเลอรี่หลักๆ จะแสดงอยู่ในแผนที่ด้านบนแล้ว แต่ก็ยังมีแกลเลอรี่เล็กๆ บนถนนสายช้อปปิ้งที่เลยการแวกูร์ (Laugavegur) สโกลาเวอร์ดูสตีกูร์ (Skólavörðustígur) และที่แควร์ฟีสกาตา (Hverfisgata) และถนนโดยรอบอีก



The Sun Voyager เป็นหนึ่งในสิ่งที่สวยงามในเมืองเรคยาวิก

ในเมืองยังมีประติมากรรมสวยๆ ให้ชมอยู่หลายแห่งด้วย ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือที่โซลฟาริด (Sólfarið) หรือ The Sun Voyager ซึ่งอยู่ริมทะเล สวนประติมากรรมของเอนาร์ ยอนส์สัน (Einar Jónsson) ที่ตั้งอยู่ข้างโบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrímskirkja) ก็สามารถเข้าชมได้ฟรี 

ถ้าคุณเดินทางไปทางเลยการ์ดาลูร์ (Laugardalur) ซึ่งเป็นพื้นที่พักผ่อนในเรคยาวิก คุณจะสามารถไปชมพิพิธภัณฑ์ประติมากรรมเอาส์มุนดาร์ซาฟน์ (Ásmundarsafn Sculpture Museum) ได้ด้วย นอกจากนี้ที่เลยการ์ดาลูร์ยังมีสวนพฤกษศาสตร์ มีแอดเวนเจอร์การ์เด้นและสวนสัตว์สำหรับครอบครัว มีสระว่ายน้ำเลยการ์ดัลสเลยก์ (Laugardalslaug) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีสนามฟุตบอล ลานสเก็ต และสถานที่กางเต๊นท์ และที่นี่ยังเป็นสถานที่จัดงานมิวสิคเฟสติวัลหรือเทศกาลดนตรีท่ามกลางแสงอาทิตย์เที่ยงคืนประจำปีอีกด้วย



ในไอซ์แลนด์ไม่ค่อยมีตลาดให้เห็นมากนัก แต่คุณก็สามารถไปเดินตลาดนัดที่โคลาปอร์ติด (Kolaportið) ซึ่งอยู่ข้างท่าเรือเก่าได้ และในปี 2017 มีตลาดอาหารเปิดใหม่ที่เฮลมมูร์ เรียกว่าเฮลมมูร์มาเธิล (Hlemmur Mathöll) ส่วนตลาดเกราส์ (Krás) ที่โฟเกตาการ์ดูร์สแควร์ (Fógetagarður Square) จะเป็นตลาดอาหารที่มีร้านแบบป๊อบอัปมาตั้งขายเป็นประจำในช่วงฤดูร้อน

และหากคุณต้องการขยับออกจากใจกลางเมืองไปหน่อยเพื่อไปชมธรรมชาติและวิวพระอาทิตย์ตกดินสวยๆ ให้ไปที่ประภาคารโกรททา (Grótta) หรือที่อิเมจินพีซทาวเวอร์ (Imagine Peace) เกาะวิดเอย์ (Viðey Island) 



แผนที่สถานที่เที่ยวกลางคืนในเรคยาวิก 

เรคยาวิกเป็นเมืองที่สามารถเดินเที่ยวตอนกลางคืนได้สบายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่พักอยู่ในบริเวณใจกลางเมือง คุณสามารถวางแผนเดินเท้าออกสำรวจไนต์คลับและผับที่มีอยู่มากมายในเรคยาวิกได้ตามใจชอบ แต่อันที่จริงแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะมีไนต์คลับมากมายอะไรหรอก เพราะสถานที่เที่ยวกลางคืนในเรคยาวิกส่วนใหญ่จะออกแนวพวกคาเฟ่ ร้านอาหาร บาร์ โรงแรม สถานที่ฟังเพลง และคลับเสียมากกว่า

พวกบาร์ส่วนใหญ่จะอยู่บนถนนช้อปปิ้งสตรีทเลยการแวกูร์ (Laugavegur) หรือใกล้ๆ แถวนั้น แต่ก็มีอยู่สองสามแห่งที่ตั้งอยู่ที่อื่น และในยามค่ำคืนเมืองหลวงของชาวนอร์ดิกแห่งนี้ก็จะเต็มไปด้วยสีสันและบรรยากาศที่เหมาะแก่การดื่มแอลกอฮอล์อย่างแท้จริง และการเดินจากร้านหนึ่งไปยังร้านถัดไปใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น



ดิ่มเบียร์ และฟังเพลงแจ๊ซที่  Bryggjan Brewery

ถ้าคุณมีแพลนจะท่องราตรีไปตามบาร์ต่างๆ บางทีคุณอาจจะเริ่มต้นจากการจิบค็อกเทลที่โรงแรมก่อน โรงแรมหรูในเรคยาวิกส่วนใหญ่ก็มีสถานที่เก๋ๆ สำหรับให้นักท่องเที่ยวและชาวไอซ์แลนด์เองมานั่งจิบค็อกเทลหรือเครื่องดื่มมึนเมาต่างๆ อยู่แล้ว หรือจะเริ่มจากไวน์สักแก้วสองแก้วพร้อมมื้ออาหารในร้านอาหารของโรงแรมก็ได้ แต่ถ้าคุณต้องการหาอะไรดื่มอย่างเดียวคุณอาจอยากลองใช้บริการแอปพลิเคชันแอปปี้อาวร์อันนี้เพื่อส่องหาโปรเครื่องดื่มดีๆ 

แต่ถ้าคุณเป็นสายคราฟต์ในเรคยาวิกก็มีบาร์เบียร์พื้นเมืองอยู่สองสามแห่งที่เหมาะสำหรับเริ่มต้นคืนของคุณ บาร์คราฟต์เบียร์ที่ดีที่สุดในเรคยาวิก ได้แก่ สกูลี (Skúli) ไมโครบาร์ (MicroBar) มิกเคลเอลร์ (Mikkeller) และโรงเบียร์บริกยาน (Bryggjan Brewery)



หลังจากดื่มเครื่องดื่มสักหนึ่งแก้วที่โรงแรมหรือที่บาร์คราฟต์เบียร์เสร็จแล้ว ทีนี้คุณก็สามารถย้ายไปต่อที่โฮสเทล อย่างเช่นที่ เค็กซ์  (Kex Hostel) หรือลอฟต์ (Loft Hostel) ซึ่งจะมีวงมาเล่นดนตรีสด มาอ่านบทกวีให้ฟัง หรือบางทีก็มีโชว์ของสาวประเภทสองด้วย ซึ่งคุณจะสามารถผ่อนคลายได้มากขึ้นเพราะมันง่ายกว่าที่จะทำตัวกลมกลืนไปกับคนแปลกหน้าในเวลาที่หัวเราะไปกับการแสดงเดี่ยวไมโครโฟนหรือฟังการแสดงดนตรีแจ๊สแบบสดๆ ไปพร้อมกัน

คุณสามารถเลือกไปต่อกันที่บาร์ซึ่งมีจำนวนมากกว่าไนต์คลับแบบเท่าตัวเลยทีเดียว บาร์ส่วนใหญ่ในเรคยาวิกจะปิดตีห้าในช่วงสุดสัปดาห์และมีดนตรีเล่นให้ฟังกันตลอด

หากดนตรีสด โรงละคร คาบาเร่ บทกวี หรือการแสดงตลกเป็นสิ่งที่คุณโปรดปรานแล้วละก็ในเรคยาวิกมีสถานที่แจ่มๆ ให้คุณเลือกมากมาย



วงดรตรี ชาวไอซ์แลนด์ Of Monsters and Men

เกยกุรินน์ (Gaukurinn) เป็นแหล่งบันเทิงที่ขึ้นชื่อสำหรับการแสดงของสาวประเภทสองในไอซ์แลนด์ อย่างเช่นที่แดร็กชูเกอร์ (Drag-Súgur) และมีการแสดงสแตนด์อัพคอมเมดี้เป็นภาษาอังกฤษด้วย จิอาร์นาบิโอ (Tjarnarbíó) อีดโน (Iðnó) และเธียวเดล็กฮูสยาลารินน์ (Þjóðleikhúskjallarinn) ก็มีการแสดงละครหลากหลายรูปแบบ รวมทั้งดนตรีสดและการแสดงตลกกันตลอดทั้งสัปดาห์ เรคยาวิกคาบาเร่ (Reykjavík Kabarett) มีการแสดงคาบาเร่เป็นประจำโดยสถานที่จัดนั้นจะวนเวียนไปตามที่ต่างๆ รอบเมือง

นอกจากนี้ยังมีดนตรีแจ๊สแสดงสดให้เข้าชมได้ฟรีที่โรงเบียร์บริกยาน (Bryggjan Brewery) ทุกคืนวันอาทิตย์ ที่ฮูร์รา (Húrra) ทุกคืนวันจันทร์ ที่เค็กซ์โฮสเทล Kex (Hostel) ทุกคืนวันอังคาร และที่ปีเตอร์สันสวีท (Peterson Suite) ทุกคืนวันพุธ  และที่มูลิน (Múlinn) ซึ่งเป็นคลับดนตรีแจ๊สอยู่ในฮาร์ปาคอนเสิร์ตฮอลล์ (Harpa Concert Hall) ก็มีการแสดงดนตรีแจ๊สทุกวันพุธโดยเก็บค่าเข้าชมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ส่วนการแสดงที่ดิลลอน (Dillon) และบาร์ 11 (Bar 11) จะออกเป็นแนวร็อค เมทัล หรือดนตรีอิเล็กทรอนิกส์มากกว่า

และบิโอ พาราดิส (Bíó Paradís) หรือพาราไดซ์ซีเนม่าก็ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับชมภาพยนตร์คลาสสิกของไอซ์แลนด์ (มีซับภาษาอังกฤษ) หรือภาพยนตร์อาร์ตนานาชาติเท่านั้น แต่ที่นั่นยังเสิร์ฟเบียร์และมีโซฟานุ่มๆ ให้นั่งด้วยโดยเป็นสถานที่ยอดนิยมที่ชาวเมืองเรคยาวิกชอบไปพักผ่อนหรือเล่นเกมส์กัน และก็ไม่ใช่เพียงสถานที่เดียวที่น่าสนใจในกรณีที่คุณอยากลองสัมผัสกับสีสันของการแฮงก์โอเวอร์แบบชาวเรคยาวิก



แผนที่สระว่ายน้ำในเรคยาวิก 

ตามที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่ามีสระว่ายน้ำอยู่หลายสิบแห่งทั่วไอซ์แลนด์ และที่ในเมืองเรคยาวิกและบริเวณใกล้เคียงเองก็มีอยู่สิบกว่าแห่งได้ และอย่าลืมว่าสระว่ายน้ำในไอซ์แลนด์นั้นเทียบได้กับสปาในหลายๆ ประเทศเลยทีเดียว แถมยังมีราคาค่าเข้าแบบไม่แพงด้วย

สระว่ายน้ำเลยการ์ดัลสเลยก์ (Laugardalslaug) เป็นสระว่ายน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเรคยาวิกและในไอซ์แลนด์ โดยมีทั้งสระว่ายน้ำในร่มและกลางแจ้ง มีซาวน่า มีห้องนวด มีอ่างน้ำร้อน 7 อ่างและมีอ่างน้ำเย็นอีกหนึ่งอ่าง แต่เท่านั้นยังไม่พอเพราะที่นี่ยังมียิมขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่าเวิลด์คลาส (World Class) และสปาอันสงบเงียบชื่อเลยการ์ (Laugar) ซึ่งตั้งอยู่ติดกันเลยด้วย หากคุณสนใจอยากใช้บริการก็มีค่าธรรมเนียมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

อ่างแช้น้ำที่ เลยการ์ดาลส์เลยก์ ที่เรคยาวิก

สระว่ายน้ำที่ใจกลางเรคยาวิกอย่างที่ Sundhöll Reykjavíkur จากเดิมที่เคยมีแค่สระว่ายน้ำในร่มหนึ่งสระ อ่างน้ำร้อน 2 อ่าง และซาวน่าอีกหนึ่งห้อง ก็มีการปรับปรุงใหม่ในปี 2017 โดยมีการสร้างห้องซาวน่า อ่างน้ำร้อนและอ่างน้ำเย็นเพิ่มเข้าไปอีก

สระว่ายน้ำเวสเทอร์บายาร์เลยก์ (Vesturbæjarlaug) และเซลยาร์นาร์เนสเลยก์ (Seltjarnarneslaug) ก็อยู่ใกล้กับใจกลางเมืองมากเช่นกัน แต่ทั้งสองแห่งนี้เป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้ง (น้ำร้อน) และมีอ่างน้ำร้อนและซาวน่าด้วย

สำหรับราคาค่าเข้าสระว่ายน้ำในเรคยาวิกอยู่ที่ประมาณ 950 โครนาต่อครั้งสำหรับผู้ใหญ่ แต่ถ้าซื้อบัตรแบบ 10 ครั้งจะมีราคาเพียง 4,400 โครนาเท่านั้น ซึ่งประหยัดไปได้เกือบครึ่งราคาต่อครั้ง สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี สามารถเข้าได้ฟรีและเด็กอายุระหว่าง 6-17 ปี คิดราคา 150 โครนา ราคานี้อัปเดตเมื่อปี 2017



หากคุณอยากเห็นสถานที่ไหนอยู่ในแผนที่อีก คุณบอกเรามาในคอมเม้นต์ได้เลย!