การพาเด็กๆไปเที่ยวไอซ์แลนด์จะเป็นอย่างไร  ทัวร์แบบไหนกิจกรรมอะไรการผจญภัยแบบไหนที่เด็กๆสามารถมีส่วนร่วมได้  สิ่งใดที่น่าสนใจมากที่สุดหากคุณจะพาครอบครัวมาเที่ยวพักผ่อนในไอซ์แลนด์  อ่านบทความต่อไปนี้แล้วคุณจะทราบข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับการวางแผนทริปเที่ยวไอซ์แลนด์ที่สมบูรณ์แบบ



ไอซ์แลนด์เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวที่มีความโดดเด่นมากที่สุดแห่งหนึ่ง วัฒนธรรมของคนในท้องถิ่นนั้นให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมาก และเด็กๆ ที่อยู่ในไอซ์แลนด์ก็สามารถออกมาวิ่งเล่นข้างนอกบ้านในตอนกลางคืนได้ แม้ในช่วงฤดูหนาวที่มีแสงสว่างในช่วงกลางวันแค่เพียงระยะเวลาสั้นๆ ก็ตาม 

ไอซ์แลนด์มีอัตราการเกิดอาชญากรรมน้อยมากและไอซ์แลนด์ครองตำแหน่งแชมป์ในดัชนีสันติภาพโลก (GPI) มาติดต่อกันเป็นปีที่สิบแล้ว ซึ่งการที่ชาวไอซ์แลนด์มีความรู้สึกปลอดภัยมากขนาดนี้ทำให้นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนอาจมองว่าชาวไอซ์แลนด์มีขนบธรรมเนียมแปลกๆ หรือออกจะประมาทเกินไปที่ไม่ระมัดระวังตัวเท่าที่ควร

Nickelodion เป็นรายการทีวียอดนิยมที่ถือกำเนิดขึ้นในประเทศไอซ์แลนด์

ตัวอย่างของวัฒนธรรมการทำตัวสบายๆ ที่เห็นได้บ่อยก็เช่นนักท่องเที่ยวมักจะเห็นชาวไอซ์แลนด์ปล่อยเด็กทารกทิ้งไว้ตามลำพังในรถเข็นที่จอดทิ้งไว้ที่หน้าร้านกาแฟหรือร้านอาหารซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนถนนช้อปปิ้งที่มีผู้คนพลุกพล่าน ถ้าบังเอิญคุณไปเจอเด็กถูกปล่อยไว้แบบนี้ก็อย่าเพิ่งตกอกตกใจไปเพราะว่าพ่อแม่ของพวกเขาก็ไม่ได้ทิ้งไปไหนโดยมากก็มักจะนั่งอยู่ในร้านและคอยมองดูอยู่นั่นแหละ

และอีกสาเหตุหนึ่งที่เด็กๆ มักถูกปล่อยไว้ข้างนอกร้านเพราะว่าอากาศด้านนอกนั้นบริสุทธิ์และชาวไอซ์แลนด์ก็เชื่อว่าดีต่อสุขภาพของเด็กมากกว่าถ้าได้นอนหลับอยู่กลางแจ้ง แต่พวกเขาก็ตระหนักดีถึงอากาศที่หนาวเย็นและได้แต่งกายให้เด็กๆ อย่างเหมาะสมสำหรับอยู่ข้างนอกอยู่แล้ว



คุณไม่จำเป็นต้องทำตามชาวไอซ์แลนด์ในเรื่องนี้แต่ถ้าคุณกำลังวางแผนมาเที่ยวไอซ์แลนด์อยู่ก็ขอให้รู้ไว้ว่าคุณกำลังจะเดินทางมาในสถานที่ๆ มีความปลอดภัยสูงและเหมาะสำหรับทริปครอบครัวมาก 

ธรรมชาติเป็นผู้ปกครองของเด็กชาวไอซ์แลนด์ทุกคนคุณปู่กับหลานสาวที่หาดโกรททา - ภาพโดยÓmar Sverrisson 

หากคุณกำลังคิดวางแผนทริปการเดินทางพร้อมกับครอบครัวอยู่ ที่ไอซ์แลนด์มีกิจกรรมสนุกๆ รอให้พวกคุณได้มาทำร่วมกันมากมาย แต่คุณจะสามารถพาเด็กๆ ไปกับทัวร์ภูเขาไฟทัวร์ปีนธารน้ำแข็ง หรือขึ้นเรือออกไปกับทัวร์ดูวาฬได้หรือไม่ ทัวร์เหล่านี้มีการจำกัดอายุหรือเปล่า และแต่ละทัวร์มีคำแนะนำอะไรเป็นพิเศษสำหรับเด็กหรือไม่คงต้องติดตามอ่านบทความนี้ต่อไป

และเมื่อครั้งนี้เป็นทริปสำหรับครอบครัว คุณอาจจะอยากเช่าที่พักแบบบังกะโลแทนก็ได้เพราะสะดวกมากกว่าโดยเฉพาะสำหรับครอบครัวใหญ่ โดยทั่วไอซ์แลนด์นั้นมีที่พักแบบบังกะโลให้เลือกพักหลายแบบทั้งที่มีขนาดและรูปทรงแตกต่างกันไป บางแห่งนั้นสามารถพักได้ถึง 16 ท่านเลยทีเดียว ซึ่งทุกคนในครอบครัวจะได้พักรวมอยู่ที่เดียวกันทั้งหมด และส่วนใหญ่แล้วที่พักแบบนี้มักจะมีอ่างน้ำร้อนและมีพื้นที่ไว้ให้เด็กๆ เล่นกันด้วย

บทความนี้เราได้รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ อย่างเช่น ข้อจำกัดเรื่องอายุสำหรับทัวร์แต่ละแบบ และคำแนะนำดีๆ ที่จะทำให้ทั้งคุณและพวกเด็กๆ ได้สนุกสนานกันอย่างเต็มที่เมื่อเดินทางท่องเที่ยวอยู่บนเกาะแห่งน้ำแข็งและไฟแห่งนี้ไม่ว่าจะเดินทางมาในช่วงฤดูใดก็ตาม

ดังนั้นกรุณาอ่านบทความนี้ให้จบเพื่อที่คุณจะได้วางแผนทริปครอบครัวสุดพิเศษครั้งนี้และหากิจกรรมให้เด็กๆ ได้ประทับใจด้วย

เที่ยวชมสถานที่ต่างๆ

น้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์อันยิ่งใหญ่บนชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์ น้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์บนชายฝั่งทางใต้มีถ้ำให้เข้าไปชมได้ด้วย

วิธีที่ง่ายที่สุดในการพาครอบครัวเดินทางเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ รอบไอซ์แลนด์คือการจองทัวร์หรือแพ็กเกจขับรถเที่ยวเอง ซึ่งคุณจะสามารถควบคุมทริปครั้งนี้ได้เองทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวลาหรือสถานที่ โดยทัวร์ประเภทนี้จะจัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้ในแพ็กเกจหมดแล้วก่อนที่คุณจะเดินทางมาถึง ซึ่งมีทั้งรถเช่าที่พัก สถานที่เที่ยวและรายละเอียดแผนการเดินทาง โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญในท้องถิ่นมาช่วยออกแบบทริปให้เป็นพิเศษแบบเฉพาะบุคคลเลยทีเดียว

การเดินทางมีอะไรให้เห็นมากกว่าการไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ และการทำกิจกรรมที่หลากหลายนั้นจะทำให้เด็กๆ สนุกสนานตื่นเต้น ได้รับความรู้ และสร้างความประทับใจให้กับพวกเขาได้อย่างแน่นอน

เที่ยวเส้นทางวงกลมทองคำ

ไกเซอร์สโทรคูร์พ่นน้ำให้เห็นทุกๆ ไม่กี่นาทีตลอดทั้งปี

วงกลมทองคำเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดและเป็นเส้นทางที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไอซ์แลนด์ สิ่งที่น่าสนใจบนเส้นทางนี้มีไกเซอร์พ่นน้ำที่ทุ่งน้ำพุร้อนเฮยคาดาลูร์ (Haukadalur Geothermal Valley) น้ำตกกุลล์ฟอสส์  (Gullfoss) อันยิ่งใหญ่ และหุบเขารอยแยกระหว่างทวีปที่ธิงเวลลีย์ (Þingvellir) ซึ่งมีประวัติความเป็นมาเกี่ยวข้องกับพวกไวกิง

เห็นมีที่เที่ยวหลากหลายขนาดนี้แต่การเดินทางไปยังเส้นทางวงกลมทองคำนั้นไม่ได้ลำบากอะไรเลยเนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากเรคยาวิก (Reykjavík) เมืองหลวง และยังสามารถเดินทางเที่ยวได้ภายในวันเดียวด้วย การขับรถไปยังที่เที่ยวแต่ละแห่งก็สะดวกและคุณไม่ต้องขับรถกลับไปกลับมาให้เสียเวลาด้วยเพราะสามารถขับวนเป็นวงกลมไปตามเส้นทางที่มีความยาวประมาณ 230 กิโลเมตร (140 ไมล์) ได้เลย



ถ้าคุณและครอบครัวพักที่ในเรคยาวิกและการเช่ารถเองหรือจองแพ็กเกจขับรถเที่ยวนั้นยังไม่ตรงกับแผนที่คุณคิดไว้ คุณก็ยังมีตัวเลือกอื่นอีกคือการไปกับบัสทัวร์ที่พาเที่ยววงกลมทองคำ ซึ่งแม้ว่าส่วนใหญ่แล้วทัวร์ที่ไปกับรถบัสเหล่านี้จะไม่มีการจำกัดอายุของผู้ร่วมคณะ แต่ก็มีระยะเวลาในการเที่ยวและกิจกรรมที่พาไปทำแตกต่างกัน ถ้ามาแบบครอบครัวและมีเด็กเล็กมาด้วยนั้น เราแนะนำให้เลือกแพ็กเกจที่ระยะเวลาสั้นหน่อยเพื่อให้เหมาะกับความพร้อมของเด็กๆ ด้วยอย่างเช่นแพ็กเกจระยะเวลา 6 ชั่วโมงแพ็กเกจนี้



แช่บ่อร้อนและสระน้ำร้อนจากพลังงานความร้อนใต้พิภพ

แช่น้ำที่บลูลากูน

การว่ายน้ำในแหล่งน้ำจากพลังความร้อนใต้พิภพถือว่าเป็นกิจกรรมโปรดสำหรับครอบครัวชาวไอซ์แลนด์มาตั้งแต่สมัยยุคแห่งการตั้งถิ่นฐาน ซึ่งความร้อนจากใต้ผืนดินที่ยังใหม่นี้ได้ให้ความอบอุ่นแก่ผู้ที่อยู่อาศัยบนเกาะที่มีน้ำแข็งปกคลุมแห่งนี้เป็นอย่างดีมาโดยตลอด

ปัจจุบันมีสระว่ายน้ำสาธารณะตั้งอยู่ในเกือบจะทุกเมืองและทุกหมู่บ้านในไอซ์แลนด์ซึ่งส่วนใหญ่แล้วสระพวกนี้จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเด็กอย่างสระสำหรับเด็กและสไลเดอร์ขนาดเล็กให้ด้วย



อย่างที่ทราบกันดีว่าไอซ์แลนด์มีสระน้ำร้อนธรรมชาติหลายแห่งมาก ซึ่งคุณสามารถเดินทางไปได้เองหากคุณเช่ารถขับเองหรือเลือกเป็นแพ็กเกจสำหรับขับรถเที่ยวด้วยตนเอง ตัวอย่างเช่นถ้าคุณขับรถไปบนเส้นทางวงกลมทองคำคุณสามารถไปแวะที่ทุ่งน้ำพุร้อนเรคยาดาลูร์ (Reykjadalur) ที่อยู่ติดกับแคว์ราแกดิร์ (Hveragerði) และเดินขึ้นไปยังบ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่อยู่ด้านบนซึ่งมีอยู่หลายแห่งด้วยกัน หรือคุณจะซื้อแพ็กเกจทัวร์บ่อน้ำร้อนแทนก็ได้ 

นักท่องเที่ยวเพลินดเพลินกับน้ำร้อนในแม่น้ำในเรคยาดาลูร์

เพื่อให้ได้ประสบการณ์ในการแช่น้ำร้อนที่ดีที่สุด สถานที่ต่างๆ ในไอซ์แลนด์จึงใช้น้ำร้อนจากพลังงานธรรมชาติใต้พิภพ โดยจะไปสร้างขึ้นอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเลย ที่มีชื่อเสียงมากๆ จนโด่งดังไปทั่วโลกได้แก่บลูลากูน สปาพลังงานความร้อนใต้พิภพที่ตั้งอยู่ระหว่างเมืองเรคยาวิกกับสนามบินเคฟลาวิก ที่นี่อนุญาตให้เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไปสามารถเข้าใช้บริการได้ 

ทะเลสาบบลูลากูนแห่งนี้เป็นตัวเลือกยอดนิยมมาตลอดแต่ก็ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลือกเดียวที่มีคุณสมบัติเข้าตา ในไอซ์แลนด์ยังมีสถานที่แช่น้ำร้อนอื่นๆ อีก อย่างที่สระน้ำธรรมชาติฟอนทานา (Fontana Geothermal Baths) ในเลยการ์วาท์น (Laugarvatn) นั้นไม่มีการจำกัดอายุผู้เข้าใช้บริการและให้เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีเข้าฟรี หรือที่สระน้ำธรรมชาติมิวาทน์ (Mývatn) ในทางเหนือของไอซ์แลนด์ก็มีเงื่อนไขแบบเดียวกัน ส่วนที่ซีเครทลากูนอันสวยงามที่หมู่บ้านฟลูดิร์ (Flúðir) นั้นก็ให้เด็กอายุต่ำกว่า 14 ปีเข้าใช้ได้โดยไม่เสียค่าบริการ 



ครอบครัวในวันอากาศดีที่เนยโทลส์วิคเครดิตรูปภาพ: 'Helgi Halldórsson' - Wikimedia Creative Commons 

ไอซ์แลนด์อาจจะฟังดูไม่เหมือนจุดหมายปลายทางสำหรับการไปพักผ่อนตากอากาศบนชายหาดสักเท่าไรนัก แต่ในวันที่อากาศดีคุณก็สามารถทาครีมกันแดดแล้วไปเล่นวอลเลย์บอลที่เนยโทลส์วีค (Nauthólsvík) ซึ่งเป็นชายหาดที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยนำพลังงานความร้อนใต้พิภพมาให้ความร้อนกับพื้นที่หาดส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแอตแลนติก ในบริเวณนี้มีทั้งอ่างน้ำร้อนธรรมชาติกลางแจ้งและห้องสำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้าไว้ให้บริการแก่ชาวเมืองที่นิยมไปนอนอาบแดด หาดแห่งนี้อยู่ติดกับมหาวิทยาลัยเรคยาวิก



มีตัวเลือกไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับกิจกรรมการท่องเที่ยวในไอซ์แลนด์ ซึ่งทั้งครอบครัวสามารถเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมโปรดของชาวไอซ์แลนด์ได้อย่างพร้อมเพรียงไม่ว่าจะเป็นการแช่น้ำ ว่ายน้ำ เล่น ผ่อนคลายหรือชาร์จพลังท่ามกลางบรรยากาศกลางแจ้งและน้ำอุ่น

รู้จักกับสัตว์ต่างๆ ในไอซ์แลนด์ 

ไม่มีเด็กคนไหนที่ไม่ชอบสัตว์จริงไหม โชคดีที่สัตว์ที่มีอันตรายร้ายแรงที่สุดในไอซ์แลนด์คือผึ้งหรือตัวต่อ ดังนั้นคุณและพวกเด็กๆ สามารถวางใจได้ว่าจะปลอดภัยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ที่น่าประทับใจและเป็นมิตรในไอซ์แลนด์

ในไอซ์แลนด์เด็กๆ จะได้พบเห็นสัตว์สุดคูลอย่างปลาวาฬ แมวน้ำ ม้า และนกพัฟฟิน ในขณะที่เด็กเล็กหน่อยก็จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติด้วย และต่อไปนี้คือกิจกรรมเกี่ยวกับสัตว์สนุกๆ ที่เราคิดว่าเด็กๆ ทุกวัยจะต้องชื่นชอบ 



ดูวาฬและนกพัฟฟิน 
 

วาฬหลังค่อมกระโดดขึ้นจากน้ำวาฬหลังค่อม - เครดิต: 'Whit Welles' Wikimedia Creative Commons

สำหรับกิจกรรมดูวาฬนั้น นักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยจะได้เห็นสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่แหวกว่ายอย่างอิสระอยู่ในธรรมชาติ มีปลาวาฬหลายสายพันธุ์ที่มาอาศัยอยู่ตามชายฝั่งในไอซ์แลนด์แต่ที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดได้แก่วาฬมิงก์เจ้าเสน่ห์ ตามด้วยวาฬหลังค่อมที่ชอบโชว์โลดโผน โลมาปากขาวจอมขี้เล่น พอร์พอยส์ฮาร์เบอร์ขี้อาย และวาฬเพฌชฆาตที่น่าเกรงขาม หลังจากสิ้นสุดทัวร์นี้แล้วรับรองว่าเด็กๆ จะต้องมีสายพันธุ์วาฬในดวงใจที่พวกเขาชื่นชอบแน่นอน

ทัวร์ดูวาฬนั้นเดินทางด้วยเรือแบบดั้งเดิมและไม่มีการจำกัดอายุผู้เข้าร่วม นอกจากนี้ยังออกเดินทางได้ตลอดทั้งปีจากหลายแห่ง ทั้งจากท่าเรือเก่าในเมืองหลวงอย่างเรคยาวิก อาคูเรย์ริ (Akureyri) ฮูสาวิค (Húsavík) ในทางตอนเหนือ และคาบมหาสมุทรสไนล์แฟลซเนส (Snæfellsnes) ในทางตะวันตก และคุณสามารถพาเด็กเล็กไปด้วยได้ตราบใดที่คลื่นลมสงบ



นกพัฟฟินผสมพันธุ์

เพื่อเพิ่มความสนุกตื่นเต้นให้กับกิจกรรมดูวาฬ ในช่วงหน้าร้อนบรรดาผู้ประกอบการทัวร์จึงมักจะจัดกิจกรรมการดูนกพัฟฟินเพิ่มเข้าไปในโปรแกรมด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เรือ RIB หรือเรือยางท้องไฟเบอร์กลาสเป็นพาหนะและมักจะจำกัดอายุผู้เข้าร่วมทัวร์โดยต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 10 ปี หากเด็กๆ ยังโตไม่พอที่จะออกเดินทางกับทัวร์ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปเพราะว่าตอนที่ขับรถเที่ยวบนชายฝั่งทางใต้และฟยอร์ดตะวันตก (Westfjords) ในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนสิงหาคมนั้นคุณก็มีโอกาสได้เห็นนกพัฟฟินระหว่างทางเหมือนกัน

การได้เห็นสัตว์ที่แสนอ่อนโยนน่ารักแบบใกล้ชิดเป็นประสบการณ์ที่เด็กๆ ไม่ควรพลาด ดังนั้นอย่าลืมจัดทัวร์ดูวาฬและนกพัฟฟินไว้ในกลุ่มกิจกรรมที่ต้องทำในไอซ์แลนด์สำหรับครอบครัวของคุณด้วย



ขี่ม้าไอซ์แลนด์

ม้าไอซ์แลนด์มีหลากสี

แม้ว่าการขี่ม้าจะจัดว่าเป็นกิจกรรมโปรดสำหรับเด็กๆ ทั่วโลก แต่ว่าไม่มีม้าที่ไหนจะเหมาะสำหรับเด็กเล็กหรือผู้ขี่ที่ไม่มีประสบการณ์มากเท่ากับม้าไอซ์แลนด์อีกแล้ว ม้าไอซ์แลนด์เป็นม้าที่มีโครงสร้างเล็กแต่แข็งแรง มีเสน่ห์ไม่เหมือนใครแถมยังขึ้นชื่อว่าเป็นม้าอารมณ์ดีและเป็นมิตรมากๆ ด้วย โดยพวกมันเป็นเพื่อนคู่ใจคนท้องถิ่นและเด็กๆ ในไอซ์แลนด์มานานแสนนาน

สัตว์มหัศจรรย์เหล่านี้เข้ามาที่ไอซ์แลนด์พร้อมๆ กับกลุ่มผู้อพยพรุ่นแรกๆ เลยทีเดียว และเนื่องจากพวกมันอาศัยอยู่ตามธรรมชาติแบบไม่เคยมีนักล่ามารังควาญ สัตว์เหล่านี้จึงไม่ขี้ตกใจและยอมให้คนเข้าไปสัมผัสได้ไม่ยาก เด็กอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไปสามารถเข้าร่วมทัวร์ขี่ม้าไอซ์แลนด์ได้ ทั้งนี้แต่ละแพ็กเกจจะมีระยะเวลาและสถานที่ขี่ม้าที่แตกต่างกัน คุณสามารถเลือกทัวร์ที่เหมาะสมกับคุณและครอบครัวได้



พบกับสุนัขลากเลื่อน

ใบหน้าปุกปุยพวกนั้นกำลังคิดอะไรสุนัขลากเลื่อนที่ทะเลสาบมิวาทน์ - เครดิต:Snow Dog

กิจกรรมที่เพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ได้ไม่นานอย่างเลื่อนสุนัขกลายเป็นประสบการณ์ที่ห้ามพลาดสำหรับคนรักสัตว์อย่างรวดเร็ว ซึ่งเด็กๆ จะได้พบกับสุนัขลากเลื่อนน่ารักๆ หลากหลายสายพันธุ์ อย่างสุนัขกรีนแลนด์ สุนัขไซบีเรียน และสุนัขอลาสกัน ฮัสกี้

ทัวร์เหล่านี้จัดขึ้นตลอดทั้งปี ซึ่งพอเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนเมื่อหิมะเริ่มละลายสกีที่ใช้เป็นฐานเลื่อนจะถูกเปลี่ยนเป็นล้อแทน และคนบังคับเลื่อนจะทำหน้าที่เป็นไกด์คอยบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเลื่อนสุนัขและแนะนำให้พวกเด็กๆ ได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ขนปุกปุย ซึ่งเด็กๆ สามารถกอดและเล่นกับสุนัขได้ก่อนที่พวกมันจะเริ่มลากเลื่อนพาพวกเขาออกเดินทาง

ส่วนใหญ่แล้วทัวร์นั่งสุนัขลากเลื่อนจะจำกัดอายุโดยรับเฉพาะเด็กที่มีอายุ 6 ปีขึ้นไป แต่ก็มีบางแพ็กเกจที่รับเด็กเล็กอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไปด้วย นอกจากนี้ผู้ประกอบการบางแห่งยังให้ราคาลดพิเศษสำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปีด้วย หากลูกของคุณชอบสุนัข (ซึ่งก็คงไม่มีเด็กคนไหนไม่ชอบสุนัข) คุณน่าจะเพิ่มกิจกรรมนี้ไว้ในทริปให้พวกเขาได้ลองนั่งเลื่อนสุนัขไปตามชนบทของไอซ์แลนด์เหมือนอย่างชาวเอสกิโมดูสักหน่อย



ดูแมวน้ำ

แมวน้ำออกมาเล่นบนน้ำแข็ง

ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน (Jökulsárlón) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของไอซ์แลนด์ ที่นี่มีภูเขาน้ำแข็งขนาดมหึมาจำนวนมากลอยอยู่เหนือผืนน้ำในทะเลสาบสีฟ้าสวยและยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของแมวน้ำไอซ์แลนด์ด้วย พวกมันเป็นสัตว์ที่มีความอยากรู้อยากเห็นมากจนมักจะทนไม่ไหวต้องออกมาทักทายนักท่องเที่ยวที่มาถึงเยือนถิ่น การนั่งเรือชมทะเลสาบด้วยเรือสะเทินน้ำสะเทินบกนั้นไม่มีการจำกัดอายุผู้เข้าร่วม แต่ถ้าเป็นเรือท้องแบนโซดิแอก ผู้โดยสารต้องมีอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป

ลองนึกดูว่าเด็กๆ จะได้รับความทรงจำดีๆ กลับไปมากขนาดไหนหลังจากที่พวกเขาได้ล่องเรือวนดูแมวน้ำอาร์กติกนอนอาบแดดเล่นอยู่บนภูเขาน้ำแข็งขนาดยักษ์แบบใกล้ๆ ทัวร์ดูแมวน้ำจะรวมอยู่ในแพ็กเกจทัวร์คาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส (Snæfellsnes) ในทางตะวันตกของไอซ์แลนด์ แต่คุณก็มีโอกาสได้เจอพวกแมวน้ำตาใสออกมาเล่นอยู่ตามชายฝั่งรอบๆ ไอซ์แลนด์ได้เหมือนกัน

ถ้าลูกๆ ของคุณชอบอกชอบใจกับเจ้าแมวน้ำเหล่านี้เอามากๆ ศูนย์แมวน้ำไอซ์แลนด์ (Icelandic Seal Centre) บนคาบสมุทรวาทสเนส (Vatnsnes) เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่คุณไม่ควรพลาด เพราะศูนย์แห่งนี้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแมวน้ำเอาไว้มากมายตั้งแต่ระบบกายวิภาคไปจนถึงเรื่องราวเกี่ยวกับพวกมันที่มีปรากฏอยู่ในวัฒนธรรมและนิทานสอนใจของชาวไอซ์แลนด์ 



เที่ยวสวนสัตว์เลี้ยงสลักกิ

สวนสัตว์เลี้ยงเปิดโอกาสให้เด็กได้สัมผัสกับลูกสัตว์น่ารักๆ

สวนสัตว์เลี้ยง Dýragarðurinn í Slakka เป็นสวนสัตว์และฟาร์มอยู่บนชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์ สัตว์ที่นี่มีทั้งลูกแมว ลูกสุนัข ลูกวัว ลูกหมู กระต่าย หนู และนกแก้ว ที่นี่ไม่จำกัดอายุผู้เข้าชม ดังนั้นทุกคนในครอบครัวรวมทั้งสมาชิกตัวน้อยๆ ที่รักสัตว์สามารถเพลิดเพลินกับชีวิตในฟาร์มและใกล้ชิดกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ 

นอกจากนี้ภายในสวนสัตว์ยังมีโต๊ะพูล สนามเด็กเล่น เกมอาเขตและมินิกอล์ฟคอร์ส รวมทั้งคาเฟ่และร้านขายไอศกรีมไว้คอยอำนวยความสะดวกด้วย สลักกิเปิดให้บริการทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ในช่วงเดือนเมษายนและเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนสิงหาคม ถ้าคุณเดินทางมาเป็นหมู่คณะสามารถจองเข้าเที่ยวชมนอกเวลาทำการได้ด้วยโดยสามารถติดต่อกับทางสวนสัตว์ได้โดยตรง

สนุกกับทริปแอดเวนเจอร์

ถ้าอยากให้วันหยุดพักผ่อนของครอบครัวเต็มไปด้วยความสนุกตื่นเต้น ที่ไอซ์แลนด์ก็มีทัวร์แนวแอดเวนเจอร์ที่เหมาะสำหรับเด็กๆ ในหลากหลายช่วงวัยให้เลือก ต่อไปนี้เป็นแพ็กเกจทัวร์ที่เราแนะนำพร้อมด้วยข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับข้อจำกัดเรื่องอายุสำหรับกิจกรรมแอดเวนเจอร์ในประเทศไอซ์แลนด์

เดินขึ้นธารน้ำแข็งหรือเข้าไปในกลาเซียร์ 

ภายในถ้ำน้ำแข็งที่ธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล

กิจกรรมแอดเวนเจอร์สุดคลาสสิกของไอซ์แลนด์อย่างหนึ่งคือการไปปีนธารน้ำแข็งหรือกลาเซียร์ที่บนหนึ่งในผืนน้ำแข็งอันงดงามซึ่งมีอยู่มากมายหลายแห่งในประเทศนี้ สำหรับทัวร์ที่มีระยะสั้นและไม่ยากจนเกินไปนั้นส่วนใหญ่จำกัดอายุผู้เข้าร่วมโดยต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 8 หรือ 10 ปี อย่างไรก็ตามทัวร์ปีนกลาเซียร์ที่ธารน้ำแข็งสกาลลาเฟลส์โจกุล (Skálafellsjökull) จะพาคุณเดินทางด้วยรถซุปเปอร์จี๊ปขึ้นไปก่อนและค่อยให้คุณเดินบนน้ำแข็งที่ด้านบนโดยแพ็กเกจนี้ยินดีให้เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปีเข้าร่วมกิจกรรมได้

การสำรวจภายในกลาเซียร์ที่ประเทศไอซ์แลนด์เป็นทริปที่เหล่านักท่องเที่ยวผู้มีใจรักในกิจกรรมแอดเวนเจอร์ต่างเสาะแสวงหา โดยทำได้ 2 แบบด้วยกัน คือหนึ่งเข้าไปในถ้ำน้ำแข็งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในช่วงฤดูหนาว หรือสองเข้าไปในอุโมงค์น้ำแข็งที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งอันหลังนี้สามารถเข้าชมได้ตลอดทั้งปี

สำหรับการเข้าร่วมทัวร์ถ้ำน้ำแข็งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาตินั้น เด็กๆ ต้องมีอายุอย่างน้อย 8 ปีขึ้นไป แต่สำหรับทริปเข้าชมอุโมงค์น้ำแข็งที่มนุษย์สร้างขึ้นที่ธารน้ำแข็งลางโจกุล (Langjökull) ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศนั้นไม่จำกัดอายุผู้เข้าร่วม เพียงแต่ผู้ปกครองต้องคอยรับผิดชอบดูแลบุตรหลานด้วยตัวเอง



ล่องแก่งในแม่น้ำ

ครอบครัวสุขสันต์ใต้แสงอาทิตย์ล่องแก่งในแม่น้ำฮวิทเอา - เครดิต:Arctic Adventures

หากคุณอยากพาครอบครัวไปสนุกกับกิจกรรมล่องแก่งในแม่น้ำ แม่น้ำธารน้ำแข็งฮวิทเอา (Hvítá) ในทางตอนใต้ของไอซ์แลนด์เป็นหนึ่งในสถานที่ล่องแก่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศ โดยช่วงครึ่งแรกของแม่น้ำสายนี้มีน้ำไหลเอื่อยทำให้เด็กๆ ที่มีอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ แต่ถ้าอยากล่องแบบเต็มๆ ตลอดทั้งเส้นทางผู้เข้าร่วมจะต้องมีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป

แม่น้ำเวสตารี โจกุลเซา (Vestari Jökulsá) ในทางตอนเหนือของประเทศ มีทัวร์ล่องแก่งสำหรับครอบครัวโดยเฉพาะ โดยทัวร์นี้ยินดีต้อนรับนักล่องแก่งที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไปและแพ็กเกจจะรวมทั้งการล่องแก่ง ว่ายน้ำ เล่นน้ำ และยังได้ชิมเครื่องดื่มช็อกโกแลตร้อนที่ชงจากน้ำพุร้อนธรรมชาติแถวๆ นั้นด้วย



สำรวจถ้ำลาวา

กิจกรรมท้าท้ายใต้พื้นพิภพถ้ำลาวาที่เรยฟาร์โฮลเฮลลิร์ - เครดิต.อุโมงค์ลาวาที่เรยฟาร์โฮล์เฮลลิร์  | เดย์ทัวร์

การเข้าไปในถ้ำลาวาจะทำให้คุณและครอบครัวได้เห็นโลกอีกใบที่อยู่ใต้ผืนดินที่เต็มไปด้วยกิจกรรมพลังงานความร้อนใต้พิภพของไอซ์แลนด์ โดยอุโมงค์หลากสีสันเหล่านี้จะเปิดโลกแห่งการผจญภัยให้กับเด็กๆ ที่ชอบความท้าทายด้วย

ภายในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติสไนล์เฟลซโจกุล (Snæfellsjökull) ในทางตะวันตกของประเทศไอซ์แลนด์ คุณจะได้เห็นถ้ำลาวาวาท์ทเฮลลิร์ (Vatnshellir) ซึ่งเป็นโลกใต้ดินที่มีสีสันงดงามและง่ายต่อการสำรวจจนแม้เด็กอายุเพียง 5 ปีก็สามารถเข้าร่วมทริปได้ ส่วนอีกแห่งหนึ่งคืออุโมงค์ลาวาลีอาเรนดิ (Leiðarendi) บนคาบสมุทรเรคยาเนส (Reykjanes) ซึ่งเป็นอุโมงค์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและเปิดให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไปเข้าชมได้เช่นเดียวกัน โดยแพ็กเกจทัวร์จะรวมบริการรับ-ส่งจากในตัวเมืองเรคยาวิกให้พร้อมสรรพ

ส่วนถ้ำที่เหมาะสำหรับนักสำรวจทุกวัยและทุกระดับได้แก่ถ้ำเรยฟาร์โฮลเฮลลิร์ (Raufarhólshellir) ซึ่งอยู่ใกล้กับแคว์ราแกดิร์ (Hveragerði)ในทางใต้ของไอซ์แลนด์ ถ้ำแห่งนี้มีบันไดด้วยเผื่อคุณพ่อคุณแม่อุ้มไม่ไหวเด็กเล็กก็พอจะเดินได้เองบ้าง ถ้ำนี้ไม่จำกัดอายุในการเข้าชมและเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีสามารถเข้าร่วมทัวร์นี้ได้โดยไม่เสียค่าบริการ

นั่งเฮลิคอปเตอร์ 

บินเหนือ Veiðivötn ในไฮแลนด์

มีเฮลิคอปเตอร์ทัวร์ให้บริการพาบินชมวิวธรรมชาติและเทือกเขาในไอซ์แลนด์ซึ่งเป็นทิวทัศน์ที่งดงามแบบหาที่เปรียบยากและไปส่งลงยังจุดจอดหลากหลายแห่งทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้ที่จะเข้าร่วมทัวร์เหล่านี้ต้องมีอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป แต่ระยะเวลาของทัวร์แต่ละเจ้านั้นแตกต่างกันไปโดยมีตั้งแต่ 40 นาทีไปจนถึงทัวร์หลายชั่วโมง

ผู้ประกอบการทัวร์เฮลิคอปเตอร์บางเจ้ามีเข็มขัดนิรภัยพิเศษสำหรับเด็กทารกที่อายุต่ำกว่า 2 ปีให้ด้วย เราเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเด็กเล็กๆ จะเพลิดเพลินกับทิวทัศน์จากข้างบนหรือไม่แต่ที่แน่ๆ คือคุณสามารถพาพวกเขาขึ้นไปด้วยได้



เรคยาวิกสำหรับเด็กๆ  

The Sun Voyager ใต้แสงอาทิตย์ยามเย็นTheSun Voyagerริมหาดในใจกลางเรคยาวิกเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับครอบครัว 

หลังจากอ่านเกี่ยวกับสถานที่และกิจกรรมนอกเมืองที่เหมาะสำหรับเด็กๆ กันไปแล้ว ตอนนี้เรามาพูดถึงตัวเลือกสำหรับครอบครัวที่อยู่ภายในเมืองหลวงกันบ้าง เรคยาวิกเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาและเป็นชุมชนเมืองที่มีขนาดเล็กจึงเป็นเมืองที่มีความลงตัวมากเพราะมีกลิ่นอายของความสนุกตื่นเต้นแบบเมืองใหญ่แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงความบริสุทธิ์เฉกเช่นเมืองท่าขนาดเล็กเอาไว้ได้



ใจกลางเมืองหรือที่เรียกกันว่าดาวน์ทาวน์นั้นเป็นบริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุดและเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมเข้ามาพักระหว่างที่มาท่องเที่ยวในประเทศไอซ์แลนด์ สิ่งแรกที่เราอยากแนะนำคือให้พาเด็กๆ เข้ามาเดินเล่นที่บริเวณใจกลางเมือง ซึ่งมีร้านรวงที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัยตั้งอยู่มากมาย รวมถึงคาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านเสื้อผ้าแฟชั่นด้วย

เด็กๆ เล่นที่ถนนช้อปปิ้งเลยการแวกูร์



หากคุณเดินทางมาที่เรคยาวิกในช่วงฤดูร้อน คุณสามารถใช้เวลาช่วงกลางวันอันสว่างไสวในสวนสาธารณะที่มีอยู่มากมายหลายแห่งในเมือง เช่นที่แคลมบราทุน (Klambratún) ซึ่งมีพื้นที่สีเขียวกินบริเวณกว้างและยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์คยาร์วาลสตาดิร์ (Kjarvalsstaðir) และมีกิจกรรมกีฬาให้เล่นหลายอย่าง ได้แก่ สนามวอลเลย์บอลและสนามกอล์ฟจานร่อนหรือฟริสบี้กอล์ฟคอร์ส

ฮีลยอมสเกาลาการูรินน์ (Hljómskálagarðurinn) เป็นสวนสาธารณะที่น่าสนใจอีกหนึ่งแห่งโดยมีลานกว้างมองเห็นศาลาและสวนประติมากรรมขนาดเล็กอันสวยงาม สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับสระน้ำของเมือง

เจ้าพวกนี้หิวตลอดเวลา

อีกหนึ่งกิจกรรมสำหรับครอบครัวที่ชาวไอซ์แลนด์โปรดปรานมากคือการไปพักผ่อนที่สระน้ำที่ว่านี้ สระน้ำทเยิร์นนิน (Tjörnin) เปรียบเสมือนอัญมณีล้ำค่าที่ซุกซ่อนอยู่ภายในเมือง พวกเด็กๆ ชาวไอซ์แลนด์หลายต่อหลายรุ่นต่างๆ ก็สนุกกับการนำขนมปังไปให้เป็ดและหงส์ที่อาศัยอยู่ในสระน้ำแห่งนี้

อย่างไรก็ตามช่วงหลังๆ มานี้ไม่แนะนำให้ไปให้อาหารพวกมันในฤดูร้อนแล้ว เนื่องจากพวกเป็ดมีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์อยู่แล้วและขนมปังก็ไม่ดีต่อท้องไส้ของพวกมันสักเท่าไรนักและยังดึงดูดให้ฝูงนกนางนวลมากินลูกเป็ดและลูกหงส์ด้วย หากคุณอยากให้อาหารแก่สัตว์ปีกเหล่านี้ให้เลือกให้เป็นพวกผักกาดหอม ข้าวโพด หรือถั่วแทน



ในหน้าหนาวน้ำที่ทเยิร์นนินจะแข็งตัวคุณสามารถไปเล่นสเก็ตน้ำแข็งที่นี่ได้

และตึกสวยๆ ที่ลอยอยู่เหนือน้ำในสระแห่งนี้ก็คือเรคยาวิกซิตี้ฮอลล์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ให้บริการนักท่องเที่ยวของ Guide to Iceland ของเราด้วย หลังจากพาเด็กๆ ไปดูแผนที่ 3 มิติของไอซ์แลนด์ซึ่งอยู่ภายในอาคารแล้ว คุณสามารถไปหาซื้อบัตร เรคยาวิกซิตี้การ์ด ได้ที่นี่ด้วย ซึ่งบัตรนี้เป็นบัตรที่สะดวกและเหมาะสำหรับคนที่ต้องการท่องเที่ยวอยู่ภายในเมืองเรคยาวิกเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมของชาวไอซ์แลนด์ให้มากขึ้น

เรคยาวิกซิตี้การ์ดมีทั้งสำหรับเด็กและสำหรับผู้ใหญ่ และมีทั้งแบบ 24, 48, และ 72 ชั่วโมง เมื่อซื้อบัตรนี้แล้วคุณจะใช้มันเป็นบัตรเข้าพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่ส่วนใหญ่ภายในเมืองได้แบบไม่จำกัด ซึ่งรวมทั้งที่เอาร์ไบร์โอเพ่นแอร์มิวเซียม (Árbær Open Air Museum) ด้วย เอาร์ไบร์เป็นพิพิธภัณฑ์แอดเวนเจอร์แบบอินเทอร์แอคทีฟที่เด็กๆ สามารถมีส่วนร่วมกับยุคต่างๆ ในประวัติศาสตร์ของไอซ์แลนด์ได้อย่างสนุกสนาน

วันแดดจ้าที่สระว่ายน้ำพลังงานความร้อนใต้พิภพที่เลยการ์ดาลสเลย

นอกจากนี้บัตรเรคยาวิกซิตี้การ์ดยังใช้เป็นเวาเชอร์เข้าสระว่ายน้ำพลังงานความร้อนใต้พิภพที่ตั้งอยู่ในเมืองเรคยาวิกได้หลายแห่ง ซึ่งสระพวกนี้ส่วนใหญ่จะมีสระสำหรับเด็ก ของเล่น และสไลเดอร์ไว้บริการ และแม้คุณจะไม่ได้เช่ารถขับ การเดินทางในเมืองก็จะไม่เป็นปัญหา เพราะบัตรนี้สามารถใช้เป็นพาสปอร์ตขึ้นรถประจำทางได้ด้วย



บัตรใบเดียวกันนี้ยังใช้เป็นบัตรผ่านประตูเพื่อเข้าสวนสนุกและสวนสัตว์เรคยาวิกแฟมิลี่ปาร์คแอนด์ซู (Reykjavík Family Park and Zoo) ที่เลยการ์ดาลูร์วัลลีย์ (Laugardalur Valley) ได้ด้วย โดยเรคยาวิกซิตี้การ์ดมีทั้งบัตรสำหรับผู้ใหญ่และบัตรสำหรับเด็กอายุ 6-18 ปี และที่ไม่มีบัตรสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีก็เพราะว่าเด็กที่อายุต่ำกว่า 6 ปีมักไม่ต้องเสียค่าบริการในการทำกิจกรรมส่วนใหญ่ในเมืองเรคยาวิก 

และเมื่อพูดถึงการเข้าใช้บริการได้ฟรีแล้วก็ต้องไม่พลาดพูดถึงเลยการ์ดาลูร์วัลลีย์ที่อยู่ติดกับเรคยาวิกแฟมิลี่ปาร์คแอนด์ซูด้วยเพราะเป็นที่ตั้งของสวนพฤกษศาสตร์เรคยาวิก (Reykjavík Botanical Gardens) ซึ่งคุณสามารถเข้าไปชื่นชมธรรมชาติและดอกไม้อันงดงามของประเทศไอซ์แลนด์ได้

สวนอันงดงามแห่งนี้มีพืชพรรณกว่า 5,000 ชนิดและเปิดให้เข้าชมได้ตลอดทั้งปีโดยไม่เสียค่าบริการ และเราแนะนำให้ไปรับประทานอาหารที่ Flóran Garden Bistro ซึ่งตั้งอยู่ภายในสวนด้วย ร้านนี้เป็นศาลาริมสระน้ำบรรยากาศน่ารักๆ และในสระก็มีปลาคาร์ฟสีสันสดใสอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

ครอบครัวแพะในสวนสัตว์เรคยาวิกแฟมิลี่ปาร์คแอนด์ซูเรคยาวิกแฟมิลี่ปาร์คแอนด์ซู

ก่อนออกเดินทางจากเลยการ์ดาลูร์วัลลีย์คุณก็อย่าลืมไปชมลานสเก็ตน้ำแข็งเรคยาวิกอีกหนึ่งที่ ที่นี่เป็นลานสเก็ตน้ำแข็งในร่มที่มีรองเท้าสเก็ตให้เช่าด้วย  และที่เลยการ์ดาลูร์วัลลีย์ก็ยังเป็นที่ตั้งของสระว่ายน้ำพลังงานความร้อนใต้พิภพเลยการ์ดาลสเลย (Laugardalslaug) ซึ่งเป็นสถานที่โปรดของเด็กๆ จำนวนมากเพราะที่นี่มีสไลเดอร์ที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดแห่งหนึ่งในไอซ์แลนด์



ประโยชน์ของเรคยาวิกซิตี้การ์ดยังไม่หมดแค่นั้นเพราะบัตรนี้ยังสามารถใช้เป็นเวาเชอร์สำหรับเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือเรคยาวิกไปยังเกาะวีเดย์ (Viðey Island) ได้อีก เกาะนี้อยู่ที่บริเวณอ่าวคอลลาฟยอร์ดูร์ (Kollafjörður) ห่างออกไปจากบริเวณท่าเรือเรคยาวิกไม่ไกลนัก โดยเป็นสถานที่ที่มีซากปรักหักพังและมีนกกว่า 30 ชนิดมาอาศัยอยู่ เกาะนี้เหมาะสำหรับมาปิกนิกและพักผ่อนหลบหนีจากความวุ่นวายบนท้องถนนในเมืองและยังเป็นสถานที่ที่ให้ทั้งความสนุกสนานและความรู้กับเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี

ซากปรักหักพังบนเกาะแห่งนี้เป็นซากหมู่บ้านร้าง ซึ่งมีทั้งบ้านโบราณแบบเทิร์ฟ วัด รวมถึงบ้านและโบสถ์ในศตวรรษที่ 12 ของสกูลิ แมกนูสัน (Skúli Magnússon) บิดาแห่งเรคยาวิก อีกทั้งอิเมจินพีซทาวเวอร์ (Imagine Peace Tower) ของโยโกะ โอโนะ ก็ตั้งอยู่บนเกาะแห่งนี้ด้วยเหมือนกัน ซึ่งในระหว่างวันที่ 9 ตุลาคมถึง 8 ธันวาคมของทุกปีซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดและวันเสียชีวิตของจอห์น เลนนอน ที่นี่จะมีการประดับไฟเพื่อรำลึกถึงเขาด้วย 

และแน่นอนว่าถ้าจะพูดถึงการใช้เวลาร่วมกับครอบครัวอย่างมีคุณภาพในเรคยาวิกนั้นทุกอย่างเป็นไปได้แบบไร้ข้อจำกัด ห้องสมุดเรคยาวิก (Reykjavík City Library) ซึ่งอยู่ใกล้กับท่าเรือก็มีหนังสือทั้งภาษาไอซ์แลนด์และภาษาอังกฤษไว้รอหนอนหนังสืออยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ที่ห้องสมุดยังมีอีเว้นท์พิเศษอย่างการทำงานฝีมือ การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และเวิร์กชอปงานศิลปะด้วย

ถัดจากห้องสมุดคุณจะเจอกับตลาดนัดโคลาปอร์ติด (Kolaportið Flea Market) ซึ่งเปิดทำการทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ ถ้าคุณอยากคุ้ยหาพวกเครื่องประดับ สเวตเตอร์หนังแท้ ดีวีดี แผ่นเสียง และหนังสือจากทั่วโลกก็ให้ไปที่ตลาดนัดแห่งนี้ได้เลย

เสื้อสเวตเตอร์ขนสัตว์ถักมือของชาวไอซ์แลนด์ที่ตลาดนัดโคลาปอร์ติด

มีทัวร์หลายประเภทที่ออกเดินทางจากในเมืองเรคยาวิก รวมทั้งทัวร์ขี่ม้า ดูวาฬ ทัวร์ซิตี้วอล์ก และทัวร์แอดเวนเจอร์ต่างๆ นอกจากนี้คุณสามารถเดินขึ้นเขาผ่านป่าเอิสคูฮลีด (Öskjuhlíð) และไปสิ้นสุดเส้นทางที่อาคาร์พาร์ลาน (Perlan) โดมกระจกที่สร้างขึ้นบนแทงก์น้ำขนาดใหญ่จำนวน 6 ใบ โดยด้านบนของโดมมีหอสังเกตการณ์เอาไว้ชมวิวอันสวยงามของเมืองเรคยาวิกและบริเวณโดยรอบ

หลังจากปรับปรุงสถานที่ครั้งล่าสุดเมื่อเร็วๆ นี้อาคาร์พาร์ลานก็มีการจัดนิทรรศการธารน้ำแข็งแห่งไอซ์แลนด์ (Glacier Exhibition of Iceland) ซึ่งเป็นการจัดแสดงที่ผู้ชมสามารถมีส่วนร่วมกับผจญภัยไปบนธารน้ำแข็งและถ้ำน้ำแข็งของไอซ์แลนด์ หากเด็กๆ ยังอายุน้อยเกินไปที่จะเข้าร่วมกับทัวร์แอดเวนเจอร์บนธารน้ำแข็ง นิทรรศการที่นี่ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากที่สุดและคงจะทำให้พวกเขาตื่นเต้นได้อย่างแน่นอน

ในอนาคตอันใกล้นี้จะมีการเปิดตัวนิทรรศการในส่วนอื่นๆ อีก เช่น นิทรรศการ “ผืนดิน ชายฝั่ง มหาสมุทร และแสงเหนือ” และหอดูดาวแห่งแรกของไอซ์แลนด์ ในอาคาร์พาร์ลานมีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านขายของที่ระลึกไว้บริการนักท่องเที่ยว

หากลูกของคุณยังเล็กเกินไปที่จะไปถ้ำน้ำแข็งของจริง นิทรรศการที่อาคาร์พาร์ลานเป็นสิ่งที่เหมาะกับพวกเขามากคุณพ่อกับลูกสาวใต้ธารน้ำแข็งจำลอง  - อนุเคราะห์ภาพจากPerlan Museum

มาถึงตอนนี้คุณอาจรู้สึกอยากซื้อตั๋วสำหรับรถบัสนำเที่ยวเมืองเรคยาวิกแบบ Hop On - Hop Off ซึ่งจะทำให้คุณและครอบครัวสามารถสำรวจสถานที่น่าสนใจในเมืองอย่างเช่นอาคาร์พาร์ลาน (Perlan) โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrímskirkja) และพิพิธภัณฑ์ปลาวาฬแห่งไอซ์แลนด์ (Whales of Iceland) ซึ่งเป็นอินเทอร์แอคทีฟมิวเซียมได้อย่างสะดวกมากขึ้นแบบไม่ต้องเร่งรีบ

และไม่ว่าคุณจะอยากขับรถเที่ยวรอบเกาะด้วยตนเอง หรืออยากพักอยู่ในเมืองและซื้อทัวร์ออกไปเที่ยว ทั้งสองแบบก็ดีและมีตัวเลือกมากมายไม่รู้จบพอๆ กัน และเราได้รวบรวมกิจกรรมแอดเวนเจอร์ที่เหมาะกับทุกคนแม้กระทั่งเจ้าตัวเล็กที่อายุน้อยที่สุดในครอบครัวมาไว้ให้แล้ว

ตอนนี้ก็เหลือแค่วางแผนแล้วมาพบกับกิจกรรมแอดเวนเจอร์สนุกๆ ที่ไอซ์แลนด์ด้วยกัน คุณสามารถติดต่อกับผู้เชี่ยวชาญในท้องถิ่นได้ด้วย ซึ่งพวกเขาเต็มใจให้ความช่วยเหลือในการจัดการวางแผนวันหยุดสุดเพอร์เฟ็กสำหรับครอบครัวให้กับคุณ

ไอซ์แลนด์รอให้คุณและครอบครัวมาเที่ยวอยู่นะ!


คุณคิดว่าบทความคู่มือเที่ยวไอซ์แลนด์สำหรับครอบครัวบทความนี้มีประโยชน์หรือไม่ คุณมีแพลนจะพาเด็กๆ ไปเที่ยวที่ไหนบ้างในไอซ์แลนด์ คุณมีคำถามอื่นเพิ่มเติมไหม หากมีข้อสงสัยอะไรคุณก็สามารถสอบถามเข้ามาได้หรือจะทิ้งความเห็นไว้ในคอมเม้นต์ด้านล่างนี้ก็ได้!