การเที่ยวชมประเทศไอซ์แลนด์ในเดือนมกราคมจะเป็นแบบไหน จะมืดมิดและหนาวเย็นหรือไม่ สถานที่ที่ท่องเที่ยวได้และมีกิจกรรมอะไรให้ทำ จะได้เห็นแสงเหนือหรือเปล่า และสภาพอากาศของไอซ์แลนด์ช่วงเดือนมกราคมเป็นอย่างไร สามารถอ่านข้อมูลที่คุณอยากรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับการมาเยือนประเทศไอซ์แลนด์ในช่วงที่หนาวที่สุดได้ที่นี่.



เดือนมกราคมถือเป็นหนึ่งในเดือนที่มืดมิดและหนาวเย็นที่สุดของประเทศไอซ์แลนด์ แต่แม้ว่าจะเป็นช่วงที่มีพระอาทิตย์ออกมาส่องแสงเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน, ถนนหลายสายเต็มไปด้วยน้ำแข็ง, และยิ่งไปกว่านั้นพื้นที่ส่วนใหญ่จะถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งหนาเป็นเมตร และยิ่งเทศกาลคริสมาสต์เข้ามาใกล้เท่าไหร่ ยิ่งเป็นการขับกล่อมให้การท่องเที่ยวในเดือนนี้ ทำให้เดือนนี้เป็นเดือนที่เงียบที่สุดเดือนหนึ่งของประเทศไอซ์แลนด์.

ภาพภูมิทัศน์ช่วงฤดูหนาวของประเทศไอซ์แลนด์จากด้านบน.ภาพถ่ายโดย Radka Valova

สำหรับผู้ที่มีความกล้าหาญพอที่จะเลือกออกไปท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาล เดือนมกราคมถือว่าเป็นเดือนที่มีทิวทัศน์ที่หนาวเย็นที่งดงามมากเดือนหนึ่ง แม้จะมีชั่วโมงมืดมิดที่ยาวนานแต่นั่นเหมาะแก่การออกล่าแสงเหนือ ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆจะมีผู้คนบางตา ประเทศไอซ์แลนด์ในช่วงฤดูหนาวอาจจะเป็นช่วงเวลาที่ไม่ค่อยสะดวกสบายนัก เนื่องจากสภาพอากาศส่วนใหญ่ค่อนข้างรุนแรง แต่สำหรับไม่กี่คนที่เลือกมาท่องเที่ยวช่วงเดือนนี้สามารถแน่ใจได้เลยว่าจะมีวันหยุดช่วงฤดูหนาวที่ยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน.

กิจกรรมในประเทศไอซ์แลนด์ช่วงเดือนมกราคม

ภายในถ้ำน้ำแข็ง.

แม้ว่าประเทศไอซ์แลนด์ค่อนข้างหนาวเย็น, เต็มไปด้วยหิมะและมืดมิดในช่วงเดือนมกราคม แต่ยังคงมีกิจกรรมมากมายให้ทำ ทัวร์จำนวนมากยังคงสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ หรือสำหรับบางทัวร์อาจจะเหมาะสมที่สุดที่จะท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว คุณจะได้ทำกิจกรรมตราบเท่าที่ชั่วโมงที่มีแสงสว่างในช่วงวันท่องเที่ยวของคุณ และนั่นจะไม่ทำให้คุณรู้สึกว่าประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นของคุณสั้นเกินไปแน่นอน.

แสงเหนือในประเทศไอซ์แลนด์ช่วงเดือนมกราคม

การเต้นรำของแสงออโรร่า.

สำหรับผู้ที่เดินทางมายังประเทศไอซ์แลนด์ไม่ว่าช่วงใดก็ตามระหว่างเดือนกันยายนจนถึงเดือนเมษายนจะมีโอกาสที่จะได้ชมแสงเหนือ. แต่สำหรับผู้ที่เดินทางมาเยือนในช่วงเดือนมกราคมจะมีโอกาสมากกว่าที่จะได้ออกไล่ล่า เนื่องจากมีช่วงเวลาที่ท้องฟ้าสว่างเพียงไม่มีชั่วโมง สามารถดูเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้จากตารางด้านล่าง.

 เวลาพระอาทิตย์ขึ้นเวลาพระอาทิตย์ตกชั่วโมงที่มีแสง
1 มกราคม11.1915.444 ชั่วโมง 24 นาที
31 มกราคม10.1017.107 ชั่วโมง 2 นาที

แสงออโรร่าจะสามารถมองเห็นได้จากตัวเมืองเรคยาวิก (Reykjavík) แต่อาจจะเห็นได้น้อยลงหากจุดที่คุณอยู่เต็มไปด้วยแสงและมลภาวะ สถานที่ที่ดีที่สุดในการชมแสงเหนือในช่วงฤดูกาลนี้คือคุณจะต้องออกไปมองหาแสงออโรร่านอกเมืองและออกไปอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ.

แสงออโรร่าเหนือประภาคารโกรททา (Grótta).

ทัวร์ชมแสงเหนือสามารถนำเที่ยวโดยรถบัสเพื่อความประหยัด หรือโดยรถซุปเปอร์จี๊ปเพื่อให้คุณได้ออกไปนอกเมืองได้มากยิ่งขึ้นและไปยังสถานที่ที่ยานพาหนะอื่นเดินทางไปไม่ถึง จากทั้งเมืองเรคยาวิกและอาคูเรย์ริ (Akureyri) ที่คุณจะสามารถเลือกเดินทางออกไปล่องเรือชมแสงเหนือ ที่จะเป็นโอกาสอันแสนพิเศษที่ไม่เพียงคุณจะได้ชมแสงออโร่ร่าเหนือท้องฟ้าแต่คุณยังจะได้ชมแสงที่กระทบกับพื้นน้ำอีกด้วย.

แน่นอนว่าคุณสามารถเลือกที่จะเช่ารถ และขับออกไปท่ามกลางธรรมชาติเพื่อออกไปชมแสงเหนือด้วยตัวคุณเอง แต่หากคุณเลือกวิธีนี้คุณจำเป็นจะต้องตรวจสอบการพยากรณ์แสงเหนือให้แน่ใจว่าอยู่ที่ค่ามากกว่า  ‘3’, และตรวจสอบการปกคลุมของก้อนเมฆเพื่อที่จะได้มองหาสถานที่ที่มีท้องฟ้าโปร่ง การเช่ารถในประเทศไอซ์แลนด์ช่วงเดือนมกราคมอาจจะมีความเสี่ยงและควรจะทำโดยผู้ที่ขับรถที่มั่นใจและมีประสบการณ์ในการขับรถบนน้ำแข็งตามถนน และจะต้องเป็นยานพาหนะประเภทขับเคลื่อนสี่ล้อ และต้องไม่ลืมที่จะขอที่กันลื่นล้อติดไปด้วย.



ถ้ำน้ำแข็งในประเทศไอซ์แลนด์ช่วงเดือนมกราคม

แสงส่องสว่างถ้ำน้ำแข็ง.

เดือนมกราคมถือเป็นช่วงเดือนกลางฤดูกาลถ้ำน้ำแข็ง ที่เริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม ด้วยอุณหภูมิที่ต่ำกว่าศูนย์องศา สามารถมั่นใจได้เลยว่าโครงสร้างของถ้ำน้ำแข็งจะมีความสมบูรณ์ นั่นหมายถึงถ้ำน้ำแข็งจะยังคงมีอยู่เว้นแต่จะถ้ำเหล่านี้จะถูกน้ำท่วม.

การได้ชมถ้ำน้ำแข็งภายใต้ธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล (Vatnajokull) ถือเป็นการผจญภัยที่ยอดเยี่ยมที่สุดของประเทศไอซ์แลนด์.


ทัวร์ถ้ำน้ำแข็งส่วนใหญ่จะเริ่มเดินทางจากทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน (Jökulsárlon) และยังมีทั้งแพ็คเกจสองวันหรือแพ็คเกจสามวันที่เดินทางออกจากเมืองเรคยาวิก ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้คุณได้เพลิดเพลินกับถ้ำน้ำแข็ง แต่ยังให้คุณได้เพลิดเพลินกับบริเวณรอบๆและชายฝั่งทางใต้ด้วย.



ทัวร์ธารน้ำแข็งในประเทศไอซ์แลนด์ช่วงเดือนมกราคม

พื้นผิวที่งดงามของปลายธารน้ำแข็ง.ภาพถ่ายโดย Radka Valova

ธารน้ำแข็งส่วนใหญ่เปิดให้ปีนเขาได้ตลอดทั้งปี กิจกรรมนี้ถือเป็นกิจกรรมที่ยอดเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นช่วงไหนของปี แต่ในช่วงเดือนมกราคม ในช่วงที่หนาวที่สุดของปี ธารน้ำแข็งจะมีความงดงามไปอีกแบบ เนื่องจากธารน้ำแข็งได้ถูกปกคลุมใหม่ๆ น้ำแข็งสีฟ้าใสเหล่านี้มักจะจะละลายในทุกๆช่วงฤดูใบไม้ผลิ.

โซลเฮมาร์โจกุล (Sólheimajökull) ถือเป็นธารน้ำแข็งที่สามารถเข้าถึงและปีนขึ้นไปได้ง่ายที่สุด ซึ่งใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมงบนเส้นทางชายฝั่งทางใต้ และมีทัวร์ออกเดินทางทุกวันจากเมืองเรคยาวิก สำหรับผู้ที่ท่องเที่ยวในทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศสามารถเดินทางกับทัวร์ที่เดินทางออกจากศูนย์อนุรักษ์สกัฟตาเฟลล์ (Skaftafell) ไปยังสวีนาเฟลลส์โจกุล (Svinafellsjökull) หรือเลือกทัวร์ไปยังธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล.



นักขับรถเลื่อนหิมะบนธารน้ำแข็งลางโจกุล.ภาพถ่ายจาก The Golden Circle, Monster Truck & Snowmobiling

การขับรถเลื่อนน้ำแข็งก็เป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้ตลอดทั้งปีเช่นกัน และจะสามารถทำได้เฉพาะนักขับที่ได้การรับรองเท่านั้นที่สามารถขับได้ และไม่ว่าใครที่มีอายุเกินกำหนดแล้วก็สามารถเป็นผู้โดยสารเช่นกัน ทัวร์ส่วนมากมักจะไปยังธารน้ำแข็งลางโจกุลเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นทัวร์ที่เริ่มจากน้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss) หรือเมืองเรคยาวิก.

ทัวร์ขับรถเลื่อนหิมะนี้สามารถรวมไปกับการเดินทางท่องเที่ยวอื่นๆหรือกิจกรรมอื่นๆได้ หนึ่งในตัวเลือกยอดฮิต ได้แก่ การไปเที่ยวชมอุโมงค์น้ำแข็งในธารน้ำแข็งลางโจกุล โดยการขับรถเลื่อนหิมะไปยังที่นั่นทั้งขาไปและขากลับ.



การดำน้ำตื้นและการดำน้ำลึกในประเทศไอซ์แลนด์ช่วงเดือนมกราคม

ซิลฟรามีทั้งสีและทัศนวิสัยใต้น้ำที่น่าเหลือเชื่อ.ภาพถ่ายจาก ทัวร์ดำน้ำตื้นในซิลฟรา & ขี่ม้า

การดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกในประเทศไอซ์แลนด์ช่วงเดือนมกราคมอาจจะฟังดูน่ากลัว แต่ด้วยอุปกรณ์ดรายสูทที่ทันสมัยทำให้กิจกรรมนี้กลายเป็นเหมือนรางวัลและโอกาสที่น่าตื่นเต้นเลยที่เดียว. ซิลฟรา (Silfra) เป็นสถานที่ที่มีทัวร์ทั้งดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกไปเยือนมากที่สุด ที่นี่เหมือนกับธรรมชาติได้ผุดขึ้นกลางช่องแคบและไม่เคยแข็งตัว ที่นี่ยังได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในสิบสุดยอดสถานที่ดำน้ำลึกของโลก.

ด้วยเหตุผลของสถานที่ตั้งของที่นี่และทัศนวิสัย เพราะซิลฟราตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติธิงเวลลีย์ (Þingvellir) นั่นหหมายถึงที่นี่ตั้งอยู่ระหว่างแผ่นเปลือกโลกและล้อมรอบด้วยการก่อตัวของธรรมชาติที่น่าทึ่ง. ในช่วงเวลานี้ของปีหุบเขาจะถูกขีดเส้นด้วยหิมะและความงดงามของประติมากรรมน้ำแข็ง เพราะในช่วงฤดูใบไม้ผลิน้ำที่นี่จะถูกเติมมาจากใต้ดินมานับหลายทศวรรษผ่านรูพรุนของหินลาวา ทำให้น้ำที่นี่มีทัศนวิสัยกว่า 100 เมตร.

ผู้ที่ดำน้ำตื้น, จะได้รับการป้องกันอย่างดีด้วยเวทสูท.ภาพถ่ายจาก วงกลมทองคำ & ดำน้ำตื้นในซิลฟราจากเมืองเรคยาวิกพร้อมทั้งชมปล่องภูเขาไฟเคริด

แม้ว่าการดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกในซิลฟราช่วงเดือนมกราคมเป็นกิจกรรมที่ปลอดภัย แต่คุณจะต้องมีคุณสมบัติที่เพียงพอที่จะเข้าร่วม:

 ดำน้ำตื้นด้วยดรายสูทดำน้ำตื้นด้วยเวทสูทดำน้ำลึกด้วยดรายสูท
อายุขั้นต่ำ161618
อายุสูงสุด606060
ความสูงขั้นต่ำ145 เซนติเมตร150 เซนติเมตร150 เซนติเมตร
น้ำหนักขั้นต่ำ45 กิโลกรัม50 กิโลกรัม45 กิโลกรัม

ประสบการณ์

ที่จำเป็น

จะต้องว่ายน้ำได้  จะต้องว่ายน้ำได้ 

จะต้องมีประสบการณ์ดำน้ำด้วยชุดดรายสูท

อย่างน้อย 10 ครั้ง หรือได้รับการรับรองว่าเป็นนักดำน้ำด้วยชุดดรายสูท

 

คนดำน้ำตื้นเป็นช่างภาพจากด้านล่าง.ภาพถ่ายจาก ทัวร์ดำน้ำตื้นในซิลฟรา

สตรีมีครรภ์ไม่สามารถเข้าร่วมทัวร์นี้ได้. ผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ, ระบบไหลเวียนโลหิตและระบบประสาทจะต้องมีใบอนุญาตจากแพทย์ด้วย รวมถึงผู้ที่มีอายุเกิน 45 ปีและสูบบุหรี่และดื่มจัด.

เป็นไปได้ที่จะเริ่มทัวร์ดำน้ำตื้นหรือดำน้ำลึกจากเมืองเรคยาวิก ทัวร์ดำน้ำตื้นสามารถรวมไปกับกิจกรรมอื่นๆได้ เช่น การชมถ้ำและการชมเส้นทางวงกลมทองคำ.



การขี่ม้าในประเทศไอซ์แลนด์ในช่วงเดือนมกราคม

ม้าสายพันธุ์ไอซ์แลนด์เดินเล่นชิลล์ในช่วงเดือนมกราคม.

การขี่ม้าเป็นกิจกรรมที่ทำได้ตลอดทั้งปี และถือเป็นกิจกรรมยอดฮิตทั้งกับคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ไม่เพียงแต่กิจกรรมนี้จะนำคุณไปชมภูมิทัศน์ฤดูหนาวที่งดงาม แต่กิจกรรมนี้ยังแนะนำให้คุณรู้จักกับม้าสายพันธุ์ไอซ์แลนด์ที่น่าหลงใหลนี้อีกด้วย.

ม้าสายพันธุ์นี้ทั้งน่ารักและมีเอกลักษณ์ อย่างแรกคือม้าสายพันธุ์นี้ถือเป็นม้าสายพันธุ์ยอดฮิตสำหรับการแข่งขันเพราะม้าสายพันธุ์นี้มีท่าทางการเดินถึงห้าท่า (ซึ่งม้าสายพันธุ์อื่นๆมีเพียงสามหรือสี่ท่า). อย่างที่สองคือม้าสายพันธุ์นี้เป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลกเพราะสิ่งที่เจ้าของจะแจ้งให้คุณทราบถึงความแสนรู้และความฉลาดที่ทำให้กลายเป็นคู่หูของชาวแผ่นดินใหญ่ (และนี่ถือเป็นการกล่าวขวัญที่น่าภาคภูมิใจ).

การขี่ม้าสามารถเริ่มจากเมืองเรคยาวิกและรวมไปกับการท่องเที่ยวอื่นๆเช่น การชมเส้นทางวงกลมทองคำ, การชมวาฬ, การชมถ้ำและการขี่รถเอทีวี.



เทศกาลในประเทศไอซ์แลนด์ช่วงเดือนมกราคม

ฮาร์ปาในวันส่งท้ายปีเก่า.

มีเทศกาลมากมายตลอดทั้งปีและทั่วทั้งประเทศ ขณะที่ในช่วงเดือนแห่งฤดูร้อนโดยทั่วไปจะมีเทศกาลเกิดขึ้นมากกว่า แต่ยังคงมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่น่าตื่นเต้นตลอดเดือนมกราคมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก.



วันส่งท้ายปีเก่า

เดือนมกราคมในประเทศไอซ์แลนด์เริ่มต้นด้วยการเฉลิมฉลองมากมาย.

การเฉลิมฉลองวันส่งท้ายปีเก่าแน่นอนว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 31 ธันวาคม แต่การจุดดอกไม้ไฟที่งดงามอย่างน่าเหลือเชื่อจะมีขึ้นไปจนถึงชั่วโมงเริ่มวันที่ 1 มกราคม. ประชาชนหลายพันคนซื้อดอกไม้ไฟและพากันจุดไปทั่วเมืองโดยที่ไม่ต้องนัดหมาย. จากจุดที่งดงาม เช่น โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrímskirkja) ที่บนท้องฟ้าจะเต็มไปด้วยสีสันและบรรยากาศที่รื่นเริงทุกพื้นที่.

เพิ่มเติมด้วยวันคริสมาสต์อย่างเป็นทางการของที่นี่จะตรงกับวันที่ 6 มกราคม หรือ "คริสมาสต์ที่สิบสาม" คือเมื่อยูลล์ ลาร์ด คนที่ 13 ซึ่งเป็นคนสุดท้ายได้เดินทางออกจากเมือง. ในวันนั้นกองไฟจะถูกจุดขึ้นในหลายพื้นที่รอบๆเมืองเรคยาวิกและในชนบท และมีการจุดพลุดอกไม้ไฟที่เหลือจากการเฉลิมฉลอง.



วันดนตรีที่มืดมิด

ในช่วงปลายเดือนมกราคม มีงานวันดนตรีที่มืดมิดจัดขึ้นที่ฮาร์ปาโดยสมาคมนักแต่งเพลงไอซ์แลนด์ เทศกาลมีการจัดแสดงความสามารถขึ้นทั้งระดับประเทศและระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปินที่กำลังมาแรงและเพลงใหม่ของประเทศไอซ์แลนด์ มีวัตถุประสงค์ในการค้นหาเพื่อและเผยแพร่คำนิยามของดนตรีร่วมสมัย.

กีฬานานาชาติเมืองเรคยาวิก

นักสเกตระหว่าการแข่งขัน.ภาพถ่ายจาก เพจเฟซบุ๊ค the Reykjavík International Games

ทุกๆปีในเดือนมกราคมม จะมีการงานกีฬานานาชาติเมืองเรคยาวิกขึ้น ที่นี่นักกีฬาที่เก่งที่สุดได้ทำการแข่งขันกันด้วยความสามารถที่น่าเหลือเชื่อจากทั้งรอบโลกในทุกแขนง ทั้งจากการแสดงฟันดาบ, การแสดงพละกำลังในการสกี, ศิลปะการจัดร่างกายในการสเกต. กิจกรรมถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โตในสวนเลยการ์ดาลูร์ (Laugadalur) ในเมืองเรคยาวิก.

มีอะไรให้ชมในประเทศไอซ์แลนด์ช่วงเดือนมกราคม

3 วันแห่งช่วงฤดูหนาวที่มหัศจรรย์ใน Jökulsárlón, Golden Circle, South Coast & Ice Caving with Northern Lights tour

เนื่องจากเดือนมกราคมนับว่าเป็นช่วงกลางฤดูหนาว พื้นที่จำนวนมากของประเทศไอซ์แลนด์ไม่สามารถเข้าถึงได้; ถนนที่ไปยังที่ราบสูง เป็นต้น ซึ่งถนนทั้งสายจะถูกปิดกั้นด้วยหิมะ, พื้นที่จำนวนมากของฟยอร์ดทางตะวันตกก็ไม่สามารถเดินทางไปได้ และฟยอร์ดทางตะวันออกก็เดินไปได้อย่างยากลำบากด้วย.

อย่างไรก็ตามจุดหมายปลายทางยอดฮิตที่สุดเช่น วงกลมทองคำ, ชายฝั่งทางใต้และคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส (Snaefellsnes) ยังคงสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ และจะมีความสวยงามเป็นพิเศษเมื่อถูกปกคลุมไปด้วยหิมะในช่วงฤดูหนาว.

วงกลมทองคำในประเทศไอซ์แลนด์ช่วงเดือนมกราคม

ธิงเวลลีย์ในช่วงฤดูหนาว.

หากนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมดในประเทศไอซ์แลนด์ ไม่มีสถานที่ใดจะมีชื่อเสียงไปกว่าเส้นทางวงกลมทองคำอีกแล้ว ธิงเวลลีย์มักจะเป็นสถานที่แห่งแรกที่ผู้คนจะไปท่องเที่ยวจากเมืองเรคยาวิก ที่นี่ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างแผ่นเปลือกโลกอเมริการเหนือและยูเรเชีย และมีความมหัศจรรย์จากภูมิศาสตร์และภูมิทัศน์ และที่นี่ยังเป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของประเทศไอซ์แลนด์ด้วย เนื่องจากเมื่อปีคริสตศักราช 930 ผู้ก่อตั้งกลุ่มแรกได้ก่อตั้งสิ่งที่กลายเป็นรัฐสภาที่มีการดำเนินงานยาวนานที่สุดในโลก.

ทุ่งน้ำพุร้อนไกเซอร์ (Geysir) ในหุบเขาเฮยคาดาลูร์ ที่นี่เป็นจุดแวะแห่งที่สองในการท่องเที่ยวบนเส้นทางวงกลมทองคำ บริเวณนี้มีพุก๊าซและสายน้ำที่ผุดขึ้นมาจากพื้นโลกที่เต็มไปด้วยหิมะ รวมถึงพื้นดินที่นี่ยังมีสีสันที่สวยงามและแปลกตา. และคุณยังสามารถชมไกเซอร์สโทรคูร์ (Strokkur) ที่มีการปะทุขึ้นทุกๆ 5-10 นาทีอีกด้วย.

น้ำตกกุลล์ฟอสส์ที่ถูกล้อมรอบด้วยน้ำแข็ง.

สถานที่สุดท้ายที่คุณจะได้ชมบนเส้นทางวงกลมนี้ ได้แก่ น้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss)  ที่เป็นหนึ่งในสถานที่ที่งดงามที่สุดของประเทศไอซ์แลนด์ น้ำตกแห่งนี้ไหลลงมาจากทั้งสองฝั่งของหุบเขา. ในช่วงเดิอนมกราคมก้อนหินที่อยู่รอบๆถูกแช่อยู่ในน้ำแข็ง และทำให้ที่นี่งดงามมากยิ่งขึ้น.



ชายฝั่งทางใต้ช่วงเดือนมกราคม

น้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์ภายใต้ความมหัศจรรย์ของหิมะ.

สถานที่ที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับสองรองจากวงกลมทองคำในหมู่นักท่องเที่ยว ได้แก่ ชายฝั่งทางใต้. ถนนสายที่ 1 จากเมืองเรคยาวิกไปยังเฮิฟน์ (Höfn) เป็นเส้นทางที่งดงามและคุ้มค่ามากสำหรับการเดินทางไปเยือน.

สถานที่แห่งแรกบนเส้นทางนี้คือน้ำตกสองแห่ง ได้แก่ น้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์ (Seljalandsfoss ) และน้ำตกสโกการ์ฟอสส์ (Skógafoss). น้ำตกแห่งแรกตกลงมาจากถ้ำหน้าผา เป็นภาพที่แปลกตามาก และในขณะเดียวกันที่น้ำตกแห่งหลังมีความกว้างและมีพลังงานมากกว่ามาก.

เดินทางต่อไปบนเส้นทางนี้ คุณจะได้ชมธารน้ำแข็ง เช่น มิร์ดาลสโจกุล (Mýrdalsjökull) ที่ปกคลุมภูเขาไฟคัทลา (Katla) ไว้, เอยาฟยาลลาโจกุลล์ (Eyjafjallajökull) อันฉาวโฉ่ และธารน้ำแข็งโซลเฮมาร์โจกุล (Sólheimajökull) ก่อนที่จะเดินทางไปยังหมู่บ้านวิก (Vík).

เหนือหน้าผาดิร์โอลาเอย์ในประเทศไอซ์แลนด์ช่วงเดือนมกราคม.ภาพถ่ายโดย Radka Valova

รอบๆเมืองที่งดงามของหมู่บ้านวิกมีทิวทัศน์ของชายฝั่งที่งดงาม คุณสามารถมองเห็นหน้าผาดิร์โอลาเอย์ (Dyrhólaey) และซุ้มหิน, ชายหาดเรย์นิสฟยารา (Reynisfjara) และชั้นหินกลางทะเลเรนิสแดรงเกอร์ (Reynisdranga)r เป็นที่รู้กันว่าคลื่นทะเลของที่นี่ไม่อาจคาดเดาได้และค่อนข้างอันตราย ดังนั้นกรุณาระวังตัวให้ดี หลังจากเพลิดเพลินกับพื้นที่บริเวณนี้แล้ว คุณจะได้เดินทางข้ามผืนทรายสีดำขนาดใหญ่ที่ชื่อว่าโซลเฮมาซานดูร์ (Sólheimasandur) จนไปถึงศูนย์อนุรักษ์สกัฟตาเฟลล์ (Skaftafell).

สกัฟตาเฟลล์เป็นสถานที่ที่งดงามได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ด้วยทุ่งลาวาและผืนป่า, ปลายธารน้ำแข็งและทะเลสาบ, แม่น้ำและน้ำตก. ที่นี่มีชื่อเสียงมากในหมู่นักปีนเขาเพราะที่นี่มีเส้นทางเดินป่าหลายเส้นสำหรับหลายระดับความสามารถ หนึ่งในเส้นทางที่ดีที่สุดจะนำคุณตรงไปยังน้ำตกสวาร์ติฟอสส์ (Svartifoss) ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องของแนวหินหกเหลี่ยมที่อยู่ล้อมรอบน้ำตก.

น้ำแข็งในโจกุลซาลอน.

สถานที่สุดท้ายบนเส้นทางชายฝั่งทางใต้ ได้แก่ โจกุลซาลอน (Jökulsárlon) ซึ่งเป็นทะเลสาบธารน้ำแข็งที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศไอซ์แลนด์ การได้ชมภูเขาน้ำแข็งที่ล่องลอยไปตามทะเลสาบเพื่อไปยังทะเลช่างน่าหลงใหลมาก น้ำแข็งบางก้อนมีขนาดใหญ่เท่าตึกหลายชั้น. เมื่อไปถึงมหาสมุทร ภูเขาน้ำแข็งเหล่านี้จะถูกซัดขึ้นไปบนชายหาดทรายดำที่ชื่อว่าไดมอนด์บีช เนื่องจากชายหาดนี้ได้ส่องประกายอยู่ในเกลียวคลื่น.



ทางเหนือของประเทศไอซ์แลนด์ในช่วงเดือนมกราคม

น้ำตกโกดาฟอสส์ช่วงกลางฤดูหนาว.

ทางเหนือของประเทศไอซ์แลนด์เป็นพื้นที่ที่น่ามหัศจรรย์ที่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งฤดูหนาว ที่นี่สามารถขับรถไปถึงหรือเลือกที่จะนั่งเครื่องบินจากสนามบินภายในประเทศเมืองเรคยาวิกเพื่อไปยังเมืองหลวงของทางเหนือที่ชื่อว่าเมืองอาคูเรย์ริ (Akureyri) หากสภาพอากาศเป็นใจ.

ที่นี่ถูกปกคลุมด้วยหิมะและยังคงสว่างไสวด้วยไฟของเทศกาลทำให้เมืองอาคูเรย์ริดูน่าหลงใหล ที่นี่มีร้านขายเสื้อผ้า, ร้านอาหารและบาร์จำนวนมาก และยังดูมีชีวิตชีวาตลอดทั้งปี. เมืองอาคูเรย์ริยังถือว่าเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการเล่นสกีในประเทศไอซ์แลนด์อีกด้วย.

ขับรถไปไม่ไกลจากเมืองอาคูเรริย์ คุณจะได้ชมน้ำตกที่งดงามมากมาย เช่น น้ำตกโกดาฟอสส์ (Goðafoss) และน้ำตกเดตติฟอสส์ (Dettifoss) หากสภาพถนนเอื้ออำนวย.



บ่อโคลนเดือดในภูมิภาคมิวาท์น.

จุดหมายปลายทางที่มีชื่อเสียงที่สุดของทางเหนือตลอดทั้งปี ได้แก่ ทะเลสาบมิวาท์น (Mývatn). ภูมิภาคที่มีความหลากหลายนี้มีชื่อเสียงในหลายพื้นที่ เช่น ป้อมปราการลาวาดิมมูร์บอร์กิร์ (Dimmuborgir), ทุ่งน้ำพุร้อนเนามาฟย์าท (Námafjall), ปล่องภูเขาไฟวิติ (Víti) และปล่องภูเขาไฟสกูตูสตาดากีการ์ (Skútustaðagígar).

 เดือนมกราคมถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ไปเที่ยวชมยังทะเลสาบมิวาท์น โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟนซีรี่ส์เรื่องมหาศึกชิงบัลลังก์ (Game of Thrones) ทางช่อง HBO ที่มีหลายฉากถูกถ่ายทำที่นี่ เช่น กำแพงของทางเหนือรวมถึงกำปั้นของชายคนแรก (Fist of the First Men) และค่ายคนเถื่อนของแมนซ์ เรย์เดอร์ (Mance Rayder’s Wildling Camp) และที่นี่คุณจะยังได้ชมอีกหลายสถานที่ที่ยังไม่เคยถูกถ่ายทำภายใต้หิมะช่วงฤดูหนาว.



คาบสมุทรสไนล์แฟลซเนสในประเทศไอซ์แลนด์ช่วงเดือนมกราคม

แสงเหนือเหนือบูดิร์.

คาบสมุทรสไนล์แฟลซเนสถูกเรียกอีกชื่อว่า "ประเทศไอซ์แลนด์ย่อส่วน" เนื่องจากที่นั่นเต็มไปด้วยความหลากหลายทางภูมิทัศน์และสถานที่ต่างๆตลอดเส้นทาง 90 กิโลเมตรตามแนวชายฝั่ง. สถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในบริเวณนี้ ได้แก่ ธารน้ำแข็งสไนล์เฟลส์โจกุลและภูเขาไฟ จากนวนิยายที่มีชื่อเสียงของฌูล แวร์น (Jules Verne) ที่ชื่อว่า "ดิ่งทะลุสะดือโลก" (Journey to the Centre of the Earth).

ภูเขาเคิร์คจูแฟสบนคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนสในช่วงเดือนมกราคม.

ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เดียวที่คุณจะได้ชมบนคาบสมุทรแห่งนี้ในช่วงเดือนมกราคม เพราะคุณจะได้ชมสิ่งต่างๆรอบๆที่นี่ด้วยเช่น ฝูงแมวน้ำที่อิทรี ทุงกา (Ytri Tunga), หมู่บ้านชาวประมงชายฝั่งที่อาร์นาร์สตาปิ (Arnarstapi), เฮลล์นาร์ (Hellnar) และสติกกิโฮลมูร์ (Stykkishólmur), ภูเขาเคิร์คจูแฟส (Kirkjufell), ชายหาดตูปาโลนส์ซานดูร์ (Djúpalónssandur), ทุ่งลาวาบูดาเฮริน (Búðahraun) และเสาหินบะซอลต์ลอนตรังการ์ (Lóndrangar).

สามารถเดินทางไปยังคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนสด้วยทัวร์วันเดียวจากเมืองเรคยาวิกหรือด้วยทัวร์สองวันเพื่อที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับสถานที่นี้ได้อย่างเต็มที่.



สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับประเทศไอซ์แลนด์ในช่วงเดือนมกราคม

รถยนต์เหล่านี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ขับขี่อย่างปลอดภัยหรือไม่ขับเลย.ภาพถ่ายโดย Radka Valova

แม้ว่าจะมีอะไรให้เที่ยวชมและให้ทำมากมายในประเทศไอซ์แลนด์ช่วงเดือนมกราคม แต่ยังคงมีอะไรอีกหลายอย่างที่คุณควรจะทราบไว้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการเตรียมตัวให้เหมาะกับสภาพอากาศ.

สภาพอากาศในประเทศไอซ์แลนด์ช่วงเดือนมกราคม

อุณหภูมิในเมืองหลวงเรคยาวิกตลอดช่วงเดือนมกราคมจะอยู่ระหว่าง 1 และ -1 องศาเซลเซียส (ระหว่าง 30 องศาฟาเรนซ์ไฮต์ และ 33 องศาฟาเรนซ์ไฮต์) และอาจจะลดต่ำได้ถึง -10 องศาเซลเซียส (14 องศาฟาเรนซ์ไฮต์). วันที่เหน็บหนาวที่สุดในเมืองเรคยาวิก (ส่วนใหญ่) สามารถวัดได้ในวันที่ 21 มกราคม ในปี 1918 ได้ที่  -24.5 องศาเซลเซียส (-12 องศาฟาเรนซ์ไฮต์).

น้ำตกกุลล์ฟอสส์ในระเทศไอซ์แลนด์ช่วงเดือนมกราคม.ภาพถ่ายโดย Radka Valova

เดือนมกราคมถือเป็นเดือนที่ค่อนข้างเปียกชื้นมีปริมาณการตกของหยาดน้ำฟ้าถึง 88 มิลลเมตร ซึ่งอาจตกลงมาได้หลายรูปแบบ คุณอาจจะได้เจอกับทั้งฝน, หิมะ, ลูกเห็บ, ลม และอาจจะเป็นวันที่มีพระอาทิตย์สดใสในช่วงที่คุณพักอยู่ในประเทศไอซ์แลนด์.

คุณจะต้องติดตามการพยากรณ์อากาศให้ดีเพราะพายุส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว พายุอาจทำให้เกิดลมแรง ดังนั้นจะต้องระวังคำเตือนเกี่ยวกับสภาพอากาศเพราะนั่นจะเกี่ยวกับความปลอดภัยของคุณด้วย.

คุณควรจะเตรียมเสื้อผ้าที่กันลมและกันน้ำ และรองเท้าปีนเขาที่แข็งแรงติดไปด้วยหากคุณต้องเดินทางออกจากเมืองเรคยาวิก คุณจะต้องคอยดูว่าสภาพอากาศ ณ จุดหมายปลายทางของคุณจะเป็นอย่างไร ด้วย.

คุณไม่สามารถเปลี่ยนสภาพอากาศได้ ดังนั้นหากสภาพอากาศมีผลกับแผนการเดินทางของคุณ คุณอาจจะลองหาวิธีอื่นที่เหมาะที่สุดกับการเดินทางของคุณ ลองอ่านข้อเสนอแนะบางส่วนได้ที่นี่

การขับรถในประเทศไอซ์แลนด์ช่วงเดือนมกราคม


ถนนที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งช่วงกลางฤดูหนาว.

เราไม่แนะนำให้คุณเช่ารถขับในประเทศไอซ์แลนด์ในช่วงเดือนมกราคม นอกจากจะเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อและจะต้องมีประสบการณ์มากมายในการขับรถบนถนนที่เป็นน้ำแข็ง.

แม้ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเช่ารถที่มีโซ่พันล้อกันลื่น แต่เป็นไปได้ที่จะเลือกรถที่มียางกันลื่น บริษัทรถเช่าส่วนใหญ่จะต้องมีบริการนี้ไว้แล้ว ดังนั้นคำแนะนำที่ดีที่สุดคือแจ้งความต้องการของคุณล่วงหน้าหนึ่งหรือสองวันก่อนเดินทางมาถึง.

ก่อนเดินทางทุกครั้ง คุณควรจะตรวจสอบที่ เว็บไซต์ Road.is เพื่อตรวจสอบสภาพถนน. ซึ่งไม่เพียงแต่สภาพอากาศร้ายแรงที่ต้องระวังแต่ถนนอาจจะปิดเนื่องจากหิมะถล่มหรือน้ำท่วมได้.

หากถนนบางส่วนมีสัญญลักษณ์ว่าถูกปิด คุณจะไม่สามารถใช้เส้นทางนี้ได้ อย่าพยายามฝ่าเข้าไปบนถนนที่ถูกปิดเพราะคุณมีโอกาสสูงที่จะต้องขอความช่วยเหลือ นั่นทำให้ทั้งคุณและผู้ที่มาช่วยเหลือตกอยู่ในความเสี่ยง คุณอาจจะต้องจ่ายค่าปรับราคาแพงและนั่นไม่ได้ถูกรวมอยู่ในประกัน.

ตารางการเดินทางแนะนำสำหรับประเทศไอซ์แลนด์ในช่วงเดือนมกราคม

ผนังของถ้ำน้ำแข็ง.

มีอะไรให้ทำมากมายในประเทศไอซ์แลนด์ในช่วงเดือนมกราคม และคุณก็สามารถปรับแต่งการเดินทางให้เหมาะสมกับความต้องการ, งบประมาณ, ความสนใจและเวลาที่จำกัดสำหรับกลุ่มของคุณ. อย่างไรก็ตามด้านล่างต่อไปนี้จะเป็นตารางการเดินทางโดยทั่วไปคร่าวๆ.

คนส่วนใหญ่ที่มายังประเทศไอซ์แลนด์ในช่วงเดือนมกราคมจะรู้สึกสบายใจที่ได้เดินทางไปพร้อมกับไกด์ทัวร์มากกว่าการขับรถเที่ยวเอง ซึ่งนั่นหมายถึงคุณจะได้ไม่ต้องรู้สึกกดดันกับเส้นทางท่ามกลางความมืด, ถนนที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งในสภาพอากาศที่เลวร้าย. วิธีเดียวที่จะกำจัดความเครียดเหล่านี้คือการจองการจัดการเป็นแพ็คเกจซึ่งรวมไปถึงที่พัก, การเดินทางและทัวร์.

น้ำตกโกดาฟอสส์ในช่วงฤดูหนาว.

แพ็คเกจถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะทำให้คุณได้เห็นประเทศไอซ์แลนด์ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่นถนนวงแหวนที่มีอยู่รอบๆประเทศที่จะนำคุณไปยังฟยอร์ดทางตะวันออกซึ่งยากที่เดินทางเข้าไป. คุณจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยเจ็ดวันเพื่อที่จะได้ไปยังสถานที่ทั้งหมด หรือหากคุณเลือกแพ็คเกจที่ยาวนานกว่านั้นเช่น แพ็คเกจ 12 วัน นั่นจะทำให้คุณจะได้ไปยังคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนสด้วย.

ทั้งสองทัวร์นี้จะทำให้คุณได้มีโอกาสในการสำรวจถ้ำน้ำแข็งและปีนธารน้ำแข็ง คุณจะมีเวลาเพียงพอที่จะได้ชมแสงออโรร่าในยามค่ำคืนอย่างไม่จบสิ้น และกิจกรรมเดียวกันนี้สามารถทำได้เช่นกันด้วยแพ็คเกจ 7 วัน ซึ่งจะนำคุณเดินทางไปรอบๆประเทศวนตามเข็มนาฬิกา เพื่อไปยังเมืองอาคูเรย์ริ จากที่นั่นคุณจะได้นั่งเครื่องบินกลับมายังเมืองเรคยาวิก.

ไดมอนด์บีชที่น่าเหลือเชื่อ.

หากคุณมีเวลาน้อยกว่าหนึ่งสัปดาห์ ยังมีแพ็คเกจที่ใช้ระยะเวลาที่สั้นกว่าที่จะนำคุณไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆโดยที่ไม่ต้องเร่งรีบ เช่น คุณสามารถเลือกใช้เวลาห้าวัน ในการชมสถานที่ต่างๆรอบๆมิวาท์น หรือใช้เวลาสี่วันในการสำรวจทางใต้พร้อมทั้งการได้สำรวจถ้ำน้ำแข็ง.

เมืองเรคยาวิกถูกปกคลุมด้วยหิมะในช่วงเดือนมกราคม.

โดยสรุปแล้ว นอกจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น นักท่องเที่ยวจะได้ทำกิจกรรมและชมสถานที่ช่วงฤดูหนาวที่น่าตื่นเต้นได้ในระหว่างการเดินทางมาเยือนประเทศไอซ์แลนด์ในช่วงเดือนมกราคม และจะได้มีโอกาสที่จะได้ชมแสงเหนือ และชมฤดูหนาวสถานที่ต่างๆมากมาย.

ด้วยปริมาณนักท่องเที่ยวที่พลุกพล่านตามสถานที่ต่างๆ ทำให้วันหยุดพักผ่อนในช่วงเดือนมกราคมที่นี่เป็นการพักผ่อนที่น่าหลงใหลและเป็นประสบการณ์ในประเทศไอซ์แลนด์ที่คุณจะจดจำไว้ในอีกหลายปีถัดไป.