Guide to Iceland
สำรวจไอซ์แลนด์
ธรรมชาติในประเทศไอซ์แลนด์
ไอซ์แลนด์ในเดือนพฤษภาคม | กิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยว

ไอซ์แลนด์ในเดือนพฤษภาคม | กิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยว

Michael Chapman
โดย Michael Chapman
ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรอง
ไปที่เรื่อง

พฤษภาคมเป็นเดือนที่มีแสงสว่างมากขึ้น ลมลดกำลังลง และอากาศอุ่นขึ้น ฤดูใบไม้ผลิดกำลังจะมาถึงแล้ว!

กิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดที่ไอซ์แลนด์ในช่วงเดือนพฤษภาคมคืออะไร อุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงนี้อยู่ที่เท่าไหร่ และนักท่องเที่ยวจะได้เจอกับฝน หิมะ หรือแสงแดด ช่วงนี้มีแสงสว่างวันละกี่ชั่วโมง ฉันจะได้เห็นแสงเหนือหรือพระอาทิตย์เที่ยงคืน อีเว้นท์ทางวัฒนธรรมในช่วงเดือนนี้มีอะไรบ้าง อ่านบทความนี้เพื่อค้นหาทุกสิ่งที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับไอซ์แลนด์ในเดือนพฤษภาคม 



สำหรับดินแดนแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างไอซ์แลนด์นั้น แต่ละเดือนจะไม่เหมือนกัน และเดือนพฤษภาคมเป็นเดือนที่นักท่องเที่ยวโปรดปรานมากที่สุดอีกเดือนหนึ่ง

ในเดือนพฤษภาคม ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และรถเช่า จะมีราคาถูกกว่าเนื่องจากเป็นช่วงเวลาก่อนที่ไอซ์แลนด์จะเข้าสู่ฤดูร้อน และอุณหภูมิในช่วงนี้ก็เริ่มสูงขึ้นด้วย เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่ไอซ์แลนด์กลายเป็นดินแดนแห่งดอกไม้บาน ธรรมชาติเริ่มฟื้นกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และแสงอาทิตย์ก็เริ่มปรากฏให้เห็น

เดือนพฤษภาคมชาวไอซ์แลนด์ต่างเริ่มทยอยออกมาจากการจำศีลในฤดูหนาว เพื่อมาสัมผัสกับแสงอาทิตย์ ท้องฟ้าสีคราม และช่วงเวลากลางวันที่ยาวนานมากขึ้น และช่วงนี้เองที่ทุกอย่างที่นี่กลับมาสดชื่นมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ชาวไอซ์แลนด์ขึ้นชื่อว่ารู้จักตักตวงช่วงเวลาดีๆ ยามที่มีแสงแดด ไม่ว่าจะเป็นออกมาพักผ่อนกันตามสวนสาธารณะในเมือง เพลิดเพลินกับชายหาดพลังงานความร้อนใต้พิภพ ไปไฮกิ้งที่ภูเขาเอสยา (Mt. Esja) ไปนั่งจิบเบียร์ตามลานเบียร์ พายคายัก หรือจัดปาร์ตี้บาร์บีคิว ในช่วงเวลาแห่งความตื่นเต้นที่ทุกคนเฝ้ารอคอยแบบนี้ นักท่องเที่ยวอาจจะได้เห็นชาวไอซ์แลนด์พากันนุ่งกางเกงกีฬาขาสั้นกันมากมาย



แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่จะมาเที่ยวไอซ์แลนด์ คือ ตลอดทั้งเดือนพฤษภาคมนี้มีทัวร์และกิจกรรมเปิดให้บริการกันมากมายเกือบจะทุกชนิดเลยก็ว่าได้ อาทิ ดูวาฬ ดำน้ำตื้นสน็อกเกิ้ล ดำน้ำลึกสกูบา ขี่เอทีวี ขี่ม้า เที่ยวถ้ำลาวา เที่ยวน้ำพุร้อน ปีนเขาและปีนกลาเซียร์ ขี่เสือภูเขา เล่นเซิร์ฟ เที่ยวชมสถานที่ ฯลฯ และยิ่งมีช่วงกลางวันที่มีแสงสว่างยาวนานมากขึ้น ไอซ์แลนด์ในช่วงนี้ก็ยิ่งมีกิจกรรมแอดเวนเจอร์ให้ทำแบบไม่รู้จบ

ภาพมุมสูงของเซ็นทรัลไฮแลนด์ของไอซ์แลนด์

แต่ว่าในช่วงนี้คุณจะไม่ได้เห็นแสงเหนือ

แสงออโรรา บอเรลลิส เป็นปรากฏการณ์ทางสุริยะซึ่งมองเห็นได้เมื่อมีท้องฟ้าปลอดโปร่งในตอนกลางคืนเท่านั้น ดังนั้นในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์อยู่จุดสูงสุด (พระอาทิตย์เที่ยงคืน) จึงไม่สามารถมองเห็นแสงเหนือได้เลย

เดือนพฤษภาคมยังมีเทศกาล อีเว้นท์ และวันหยุดราชการจำนวนมากด้วย ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาในช่วงนี้ได้เห็นวัฒนธรรมของไอซ์แลนด์ไปโดยปริยาย ซึ่งนอกจากงานใหญ่สองงานอย่างงานไอซ์แลนดิกอิเล็กทรอนิกส์อาร์ต  (RAFLOST: Icelandic Festival of Electronic Arts) และซากา เฟส (Saga Fest) แล้วก็ยังมีการเฉลิมฉลองวันหยุดทางศาสนาและอีเว้นท์ที่จัดขึ้นในวันม้าไอซ์แลนด์อีกด้วย

ดังนั้นอย่าเพิ่งหยุดอ่าน! แล้วคุณจะได้เห็นว่าคุณมีโอกาสทำอะไรบ้างที่ไอซ์แลนด์ในเดือนพฤษภาคม ไม่ว่าคุณจะอยากมีวันหยุดพักผ่อนสบายๆ หรืออยากทำกิจกรรมแบบสนุกสดเหวี่ยงให้อะดรีนาลีนฉีดพล่าน ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น



กิจกรรมสำหรับเดือนพฤษภาคมที่ไอซ์แลนด์

การมาเยือนไอซ์แลนด์ในเดือนพฤษภาคม คุณมีโอกาสเข้าถึงกิจกรรมสนุกในทริปนี้มากมาย ตั้งแต่กิจกรรมแบบผ่อนคลายไปจนถึงกิจกรรมโลดโผนผจญภัย

แม้ว่าบางส่วนของประเทศจะยังไม่เปิดให้เข้าในช่วงเดือนพฤษภาคม อาทิ เซ็นทรัลไฮแลนด์ แต่ประสบการณ์อื่นๆ สำหรับหน้าร้อนนั้นพร้อมรอให้คุณมาสัมผัสแล้ว

น้ำพุร้อนและสระว่ายน้ำในเดือนพฤษภาคมของไอซ์แลนด์

ผ่อนคลายในสระน้ำพลังงานความร้อนใต้พิภพเป็นกิจกรรมผ่อนคลายอย่างหนึ่งของที่นี่เครดิต: ขี่ม้าในหุบเขาเรคยาดาลูร์  | ทัวร์น้ำพุร้อน แบบวันเดียว

ที่ไอซ์แลนด์น้ำพุร้อนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากในช่วงหน้าร้อน เนื่องจากมีอากาศอบอุ่นและลมสงบ และว่ากันว่าเดือนพฤษภาคมอาจจะเป็นเดือนที่เหมาะสมกับการมาแช่น้ำพุร้อนมากที่สุด

ไอซ์แลนด์มีสระน้ำพลังงานความร้อนใต้พิภพอยู่มากมาย ทั้งที่โด่งดัง และที่กำลังจะเป็นที่รู้จักในไม่ช้า สระแต่ละแห่งนั้นมีสภาพแวดล้อมและอุณหภูมิที่แตกต่างกันไป แต่ทุกแห่งก็สามารถทำให้คุณสนุกผ่อนคลายได้ทั้งสิ้น



ทั้งนี้คุณต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับสระที่จะไปให้ดีก่อนออกเดินทาง เพราะว่าบางสระอาจจะตั้งอยู่ในพื้นที่ส่วนบุคคล ซึ่งคุณต้องขออนุญาตจากเจ้าของสถานที่ก่อน คำแนะนำคือให้ลองสอบถามชาวเมืองว่าสระตรงไหนดีที่สุดเพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องหลงทางไปไกล

ข้อดีอีกอย่างของการมาเที่ยวน้ำพุร้อนในช่วงนี้คือคุณไม่ต้องวิ่งจากบ่อไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าภายใต้อุณหภูมิติดลบเหมือนอย่างในช่วงหน้าหนาว ซึ่งประสบการณ์การแช่น้ำร้อนในเดือนพฤษภาคมนั้นจะเป็นอะไรที่คุณเล่าได้ไม่รู้จบ

เมื่อใกล้ถึงฤดูใบไม้ผลิ ชาวไอซ์แลนด์ต่างเริ่มออกมาใช้สระน้ำกลางแจ้งกันบ่อยขึ้นเครดิต:  สระว่ายน้ำที่ดีที่สุดในไอซ์แลนด์ 



หากคุณอยากหากิจกรรมอะไรที่แตกต่างไปจากการเที่ยวชมธรรมชาติ (แต่สำหรับวัฒนธรรมของชาวไอซ์แลนด์แล้วการแช่น้ำคือส่วนหนึ่งของธรรมชาติที่ขาดไม่ได้) ในช่วงเดือนพฤษภาคมถือเป็นเวลาที่เหมาะในการไปเที่ยวสระว่ายน้ำที่มีอยู่หลายแห่งในเรคยาวิก (Reykjavík)

ทั้งแสงอาทิตย์ที่สองสว่างและบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยฮอลิเดย์สปิริตจะทำให้คุณรู้สึกแปลกใจว่าทำไมสระว่ายน้ำที่ไอซ์แลนด์นั้นดูเหมือนสปาที่มีทั้งอ่างน้ำร้อน ซาวน่า และห้องอบไอน้ำ และการได้ไปผ่อนคลายให้หายเหนื่อยจากอาการเจ็ทแล็กและเริ่มต้นวันหยุดพักผ่อนของคุณแบบตัวเบาสบายนั้นก็ถือเป็นไอเดียที่น่าสนใจไม่น้อย

หนึ่งในสระน้ำที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และเข้าถึงได้ง่ายที่สุดด้วยก็คือเลยการ์ดาลสเลย (Laugardalslaug) ในเรคยาวิก นอกจากจะมีบ่อน้ำร้อนแล้ว ที่นี่ยังมีสไลเดอร์ ห้องอบไอน้ำและซาวน่า โรงยิม สระว่ายน้ำขนาดโอลิมปิก และสระสำหรับเด็กด้วย นอกจากนี้ยังมีสระน้ำตื้นๆ ที่มีน้ำร้อนเอาไว้ให้ไปยืดเส้นยืดสายผ่อนคลายกันแบบสบายๆ ด้วย และที่นี่ก็เหมือนกับสระอื่นๆ ในไอซ์แลนด์ที่ไม่จำกัดอายุของผู้เล่นสไลเดอร์ ดังนั้นไม่มีใครแก่เกินกว่าที่จะได้สนุก!

แต่สระว่ายน้ำสาธารณะก็ต้องมีกฎให้ปฏิบัติตาม ซึ่งการถอดเสื้อผ้าออกให้หมดทั้งตัวเพื่ออาบน้ำชำระล้างร่างกายก่อนลงสระถือว่าเป็นทั้งวัฒนธรรมและกฎที่บังคับใช้กันทั่วไปในไอซ์แลนด์ ที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้มีสิ่งสกปรกหรือเชื้อโรคไปแพร่กระจายในสระน้ำ

ดำน้ำและดำน้ำตื้นด้วยสน็อกเกิ้ลในเดือนพฤษภาคมของไอซ์แลนด์

นักท่องเที่ยวสวมสน็อกเกิ้ลลอยตัวอยู่ที่ 'The Cathedral' ในรอยแยกซิลฟราจาก: ทัวร์ดำน้ำตื้นวันเดียวที่ซิลฟรา

อุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ (Þingvellir National Park) ซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโกนั้นตั้งอยู่ใกล้กับเมืองหลวง โดยสามารถขับรถไปถึงได้ภายใน 40 นาที และรอยแยกซิลฟรา (Silfra Fissure) หรือหุบเหวแห่งธารน้ำแข็ง ที่อยู่ภายในบริเวณอุทยานฯ ถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน 10 แหล่งดำน้ำลึกและดำน้ำตื้นสน็อกเกิ้ลที่ดีที่สุดในโลก

ที่นี่เป็นเหมือนลำธารที่มีน้ำไหลแผ่วเบา โดยมีน้ำใสราวกับคริสตัลจากธารน้ำแข็งลางโจกุล (Langjökull) ค่อยๆ เดินทางมาทางใต้ดิน ผ่านเทือกเขากลางสมุทรที่คดเคี้ยว ซึ่งกินระยะเวลาที่เดินทางถึงกว่า 50 ปี และด้วยเหตุนี้นักดำน้ำที่ลงไปในรอยแยกซิลฟราจึงได้สัมผัสกับกระแสน้ำที่พัดเบาๆ ในระดับใกล้เคียงกับสระน้ำวนที่ทำให้พวกเขาลอยตัวไปได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องลำบากออกแรงว่าย 



การดำน้ำที่ซิลฟราทั้งแบบสกูบาและสน็อกเกิ้ลต่างก็มีข้อบังคับพื้นฐานเพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมกิจกรรมเองและผู้ที่พาคุณลงไปในน้ำด้วย

เช่นเดียวกับกิจกรรมใต้น้ำอื่นๆ ผู้ที่มาดำน้ำที่ซิลฟราต้องมีความรู้ มีความเคารพในกฎระเบียบ และต้องสามารถดูแลและช่วยเหลือตัวเองได้ ส่วนข้อบังคับพื้นฐานสำหรับการดำน้ำด้วยสน็อกเกิ้ลคือต้องมีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป สูงตั้งแต่ 150 เซนติเมตรขึ้นไป และมีน้ำหนักมากกว่า 45 กิโลกรัม ผู้ทำกิจกรรมต้องมีสุขภาพแข็งแรง สามารถว่ายน้ำได้ และต้องไม่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ สำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปจำเป็นต้องมีใบรับรองแพทย์

สำหรับการดำน้ำแบบสกูบานั้นมีข้อบังคับที่เคร่งครัดกว่าเล็กน้อย หลักๆ แล้วคือต้องมีใบอนุญาตดำน้ำโอเพ่นวอเตอร์ของ PADI และมีหลักฐานแสดงประสบการณ์ในการใช้ดรายสูทมาภายในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา

การดำน้ำด้วยดรายสูท โดยเฉพาะในน้ำที่เย็นจัดนั้น แตกต่างจากการสวมชุดเว็ทสูทหรือกางเกงขาสั้นดำน้ำในทะเลแคริบเบียน โดยผู้ร่วมกิจกรรมจำเป็นต้องผ่านการเรียนรู้ทฤษฎีและมีการฝึกดำน้ำจริงมาอย่างเข้มข้น โดยที่ซิลฟรานั้นกำหนดอายุของผู้เข้าร่วมไว้ที่อย่างน้อย 17 ปี แต่ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีทุกคนต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครองตามกฎหมายมาแสดง และผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังจะต้องเซ็นหนังสือยินยอมด้านความรับผิดชอบและแบบฟอร์มทางการแพทย์ก่อนที่จะลงน้ำด้วย



นอกจากรอยแยกแล้ว นักท่องเที่ยวที่มาเยือนยังจะได้เห็นความยิ่งใหญ่และความงดงามของบริเวณรอบๆ อุทยานธิงเวลลีร์ด้วย

อุทยานแห่งนี้มีความสำคัญต่อชาวไอซ์แลนด์หลายอย่าง อย่างแรกคือเคยเป็นสถานที่ตั้งของรัฐสภาแห่งแรกของโลก ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังเป็นที่รู้จักกันในชื่ออัลธิงกิ (Althingi) แม้ว่าปัจจุบันสภาจะย้ายไปอยู่ในเรคยาวิกแล้วก็ตาม และทุกวันนี้นักท่องเที่ยวก็ยังสามารถเดินไปชมสถานที่ที่รัฐสภาในประวัติศาสตร์แห่งนี้เคยตั้งอยู่ได้ 

นักดำน้ำสกูบากำลังดำดิ่งไปในรอยแยกดาวิดจาก: ทัวร์ดำน้ำวันเดียว | ดาวิดสยา - รอยแยกดาวิด

เหตุผลที่สองคือลักษณะทางธรณีวิทยา ธิงเวลลีร์เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งบนโลกที่คุณจะได้เห็นทั้งแผ่นเปลือกโลกของทวีปอเมริกาเหนือและทวีปยุโรปพร้อมกัน ทุ่งภูเขาไฟที่ปกคลุมไปด้วยมอสซึ่งตั้งอยู่ระหว่างแผ่นเปลือกโลกทั้งสองแผ่นนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็น “ดินแดนที่ไม่มีเจ้าของ” ก็น่าจะได้

ผู้ประกอบการดำน้ำแบบสกูบาบางเจ้านั้นอาจจะจัดทริปพาไปดำน้ำที่อื่นซึ่งอยู่ไกลออกไปด้วย เช่นที่ดาวิดสยา (Davíðsgjá) หรือรอยแยกดาวิด (David’s Crack) ในธิงวัลลาวาทน์ (Þingvallavatn) ซึ่งมืดกว่าและมีน้ำลึกกว่าที่ซิลฟรา จุดดำน้ำอื่นๆ ยังมีที่สตรีตัน (Strýtan) ซึ่งมีซากเรือสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง (El Grillo) แม่น้ำลิทเลา (Litlaá) และที่การ์ดูร์ (Garður) ซึ่งอยู่ในมหาสมุทร

สถานที่เหล่านี้มีข้อบังคับแตกต่างกันไปและอาจจะเปิดให้เข้าได้แค่บางช่วงของปีเท่านั้น สำหรับจุดดำน้ำที่อื่นๆ นอกจากนี้ เราแนะนำให้คุณติดต่อกับผู้ประกอบการดำน้ำเองโดยตรง

เส้นทางไฮกิ้งในเดือนพฤษภาคมของไอซ์แลนด์

ภูเขาเอสยากับทิวทัศน์ตระการตาที่ด้านหลังเมืองหลวงของไอซ์แลนด์Wikimedia. Creative Commons. เครดิต: MartinPutz 

ถ้าไม่นับเรื่องอากาศที่เปลี่ยนไปมาตลอด การไปไฮกิ้งในเดือนพฤษภาคมของไอซ์แลนด์เป็นกิจกรรมสันทนาการที่วิเศษมากสำหรับวันหยุดพักผ่อน ไม่ใช่แค่คุณจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์เท่านั้น แต่ไฮกิ้งยังเป็นวิธีที่คุณจะได้เข้าถึงชนบทอันสดชื่นของไอซ์แลนด์ ได้สัมผัสกับบรรยากาศของทุ่งหญ้า หุบเขา และลำธารที่มีน้ำไหลริน ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ไอซ์แลนด์เป็นไอซ์แลนด์อย่างในทุกวันนี้



ภูเขาเอสยา (Mt. Esja) ซึ่งหันหน้าเข้าหาเมืองเรคยาวิกมีเทรลสำหรับไฮกิ้งที่ถือว่าอยู่ใกล้กับเมืองหลวงมากที่สุด โดยเขาสูง 914 เมตรลูกนี้มีเทรลที่มีชื่อเสียงอยู่สองเส้นทาง คือ เส้นทางไปสู่ยอดสแวร์เฟลล์สฮอร์น (Þverfellshorn) ที่ความสูง 780 ม. และยอดแคร์โฮลากัมบูร์ (Kerhólakambur) ที่ความสูง 851ม.

การไฮกิ้งแบ่งออกเป็นสี่ช่วง ซึ่งจะค่อยๆ เพิ่มความยากขึ้นตามระยะทาง ทำให้ต้องใช้ประสบการณ์และทักษะที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน ผู้ที่สามารถไปถึงจุดสูงสุดได้จะได้เห็นวิวพาโนรามาที่สวยงามเหลือเชื่อของเมืองเรคยาวิกและพื้นที่ข้างเคียงอย่างคาบสมุทรเรคยาเนส (Reykjanes)

หมายเหตุ: ในช่วงเดือนพฤษภาคม บริเวณเซ็นทรัลไฮแลนด์ (Central Highlands) รวมถึงเส้นทางไฮกิ้งในนั้นยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไป เนื่องจากถนนยังไม่ปลอดภัยและการแอบเข้าไปนั้นเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าไปเทรกในเซ็นทรัลไฮแลนด์และลานมันนาเลยการ์ (Landmannalaugar) ให้มาในช่วงเดือนกรกฎาคมจะเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด

ตกปลาในเดือนพฤษภาคมของไอซ์แลนด์

นักตกปลาพากันหย่อยเบ็ดที่ด้านข้างของเรือดูวาฬจาก: ทริปตกปลาในทะเล ออกเดินทางจากเรคยาวิก และปลาที่ตกได้เป็นของคุณ 

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการตกปลา เดือนพฤษภาคมอยู่ในฤดูตกปลาของไอซ์แลนด์ และกิจกรรมนี้ได้รับความนิยมตลอดตั้งแต่ช่วงต้นฤดู

ไอซ์แลนด์มีชื่อเสียงเรื่องการตกปลาในแม่น้ำ แต่การตกปลาในมหาสมุทรก็เป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้

สถานที่ตกปลาในไอซ์แลนด์นั้นเป็นของเอกชนทั้งหมด และช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของเจ้าของสถานที่ ซึ่งส่วนใหญ่อยากให้ปลาได้อยู่กันอย่างสงบทั้งปีมากกว่า

แต่สิ่งนี้เป็นเครื่องการันตีว่าที่ไอซ์แลนด์จะมีประชากรปลาอาศัยอยู่ในน้ำเพียบ และธรรมชาติบนดินก็ไม่ถูกเหยียบย่ำจนเสียหายโดยกองทัพนักตกปลาด้วย

วิธีที่ดีที่สุดสำหรับไปทริปตกปลาที่ไอซ์แลนด์ เราแนะนำให้จองทัวร์ตกปลาแบบมีไกด์เอาไว้ล่วงหน้า เพราะไกด์จะรู้จักสถานที่ที่ดีที่สุด รวมถึงรู้เทคนิคในการตกปลา และกฎข้อบังคับต่างๆ ของที่นี่ด้วย

ส่วนจะมาตกปลาที่ไอซ์แลนด์เวลาไหนนั้นขึ้นอยู่กับประเภทของการตกปลาที่คุณสนใจมากกว่า

ตามกฎหมายของไอซ์แลนด์ ปลาเทราต์สีน้ำตาลสามารถตกได้ระหว่างเดือนเมษายนและเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นเวลาที่แม่น้ำสายต่างๆ จะเปิดให้คนทั่วไปได้เข้าไปตกปลา

ปลาแซลมอนแอตแลนติก ก็สามารถจับได้ในช่วงฤดูเดียวกันนี้ แต่ปลาอาร์กติกชาร์ นั้นสามารถจับได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน (เนื่องจากประชากรปลาอาร์กติกชาร์เริ่มลดลงทุกปี)

ปลาเทราต์ทะเล และปลาเทราต์ทะเลบราวน์รัน สามารถจับได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป

ก่อนที่จะไปตกปลาในไอซ์แลนด์ คุณต้องทราบก่อนว่าประเทศนี้มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการตกปลาค่อนข้างเคร่งครัด เช่น อุปกรณ์ตกปลาที่เคยใช้ในต่างประเทศมาก่อนจะไม่สามารถนำมาใช้ในไอซ์แลนด์ได้นอกจากมีใบรับรองว่าปราศจากเชื้อโรค ทั้งนี้เพื่อป้องกันการปนเปื้อนในน้ำและมลพิษต่างๆ และที่ไอซ์แลนด์นั้นไม่อนุญาตให้นำเหยื่อตกปลาที่มีชีวิตมาใช้อย่างเด็ดขาด

ดังนั้นก่อนจะวางแผนทริปตกปลาถ้าได้ศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาล่วงหน้าบ้างก็อาจจะมีประโยชน์ไม่น้อย

ขี่ม้าในเดือนพฤษภาคมของไอซ์แลนด์

ม้าไอซ์แลนด์มีหลายสีหลายขนาด

ตลอดทั้งเดือนพฤษภาคม การขี่ม้าถือเป็นวิธีที่วิเศษที่สุดในการชมธรรมชาติของไอซ์แลนด์แบบใกล้ชิด และยังถือเป็นโอกาสดีที่คุณจะได้ทำความรู้จักกับม้าไอซ์แลนด์ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมากๆ ด้วย

นักท่องเที่ยวสามารถพบเห็นม้าไอซ์แลนด์ได้ทั่วไป แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าพวกมันถูกสร้างขึ้นมาอย่างไรจนกว่าจะได้ไปลองขี่ด้วยตัวเอง 



แม้ม้าไอซ์แลนด์จะมีรูปร่างเล็กกว่าม้าในประเทศอื่นๆ แต่พวกมันก็ขึ้นชื่อว่าเชื่อง ฉลาด แข็งแรง และเชื่อถือได้เสมอ นอกจากนี้ม้าไอซ์แลนด์ยังมีประสบการณ์ในการเจอนักท่องเที่ยวมาเยอะมาก จนแม้แต่คนที่ขี่ม้าไม่เป็นก็สามารถขึ้นขี่ได้

ทั้งนี้ ผู้ที่จะขี่ม้าจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำเบื้องต้นก่อนขึ้นนั่งบนหลังม้า อาจจะเป็นรูปแบบวิดีโอหรือบรีฟคร่าวๆ จากไกด์ จากนั้นจึงค่อยไปที่คอกม้าเพื่อขึ้นหลังม้า และออกไปสำรวจความงดงามของธรรมชาติในไอซ์แลนด์ ซึ่งมีทั้งฟาร์มเกษตรกรรม แม่น้ำ และหุบเขา และคุณจะได้เห็นมุมมองสวยๆ ของการเที่ยวชมธรรมชาติของไอซ์แลนด์อย่างแน่นอน



สำหรับผู้ที่หลงใหลในประวัติศาสตร์และวรรณกรรม ม้าพวกนี้ได้รับการเชิดชูให้อยู่คู่กับวัฒนธรรมของไอซ์แลนด์มานานและมีบทบาทสำคัญในตำนานเทพนอร์สด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือสเลปนีร์ (Sleipnir) ม้าแปดขาของโอดิน ที่ตามตำราบอกว่าเป็นผู้ที่สร้างหุบเขาเอาส์บิร์กิ (Ásbyrgi) อันสวยงามขึ้นมาเมื่อครั้งที่มันกระทืบกีบเท้าขนาดมหึมาลงไปบนดิน

ถ้าย้อนกลับมาดูที่ประชากรม้าในไอซ์แลนด์ทุกวันนี้และการที่พวกมันได้รับความนิยมมากขึ้นในฐานะผู้ช่วยสร้างความเพลิดเพลินให้กับมนุษย์ เราคงเถียงไม่ออกเลยว่าพวกมันยังคงได้รับการเชิดชูบูชาไม่น้อยไปกว่าในอดีต ดีไม่ดีจะมากกว่าด้วยซ้ำไป

ถ้ำลาวาในเดือนพฤษภาคมของไอซ์แลนด์

เที่ยวถ้ำลาวาทำให้คุณได้ลงไปสำรวจโลกใต้ดินของไอซ์แลนด์จาก: ทัวร์วงกลมทองคำ & ถ้ำลาวา

ทัวร์ถ้ำลาวานั้นเปิดตลอดทั้งเดือนพฤษภาคม และเป็นทริปที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเพราะคุณจะได้ลงไปสัมผัสกับโลกใต้ภูเขาไฟของไอซ์แลนด์

นอกจากจะได้เห็นสีสันอันน่ามหัศจรรย์ของหินลาวาสีแดง ส้ม และม่วงแล้ว ถ้ำลาวายังเป็นโอกาสดีที่นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับลักษณะทางธรณีวิทยาของไอซ์แลนด์อย่างลึกซึ้งด้วย เพราะคงไม่มีที่ไหนอีกแล้วที่เราจะได้สัมผัสกับฟอสซิลของแม่น้ำลาวาโบราณที่แข็งตัวผ่านกาลเวลามานานตั้งแต่สมัยที่ไอซ์แลนด์ยังเป็นศูนย์กลางที่หลอมรวมแร่ธาตุร้อนๆ เอาไว้ 



ส่วนใหญ่แล้วถ้ำลาวาในไอซ์แลนด์เข้าไปชมได้ไม่ยากสำหรับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง แต่ทั้งนี้ก็มีถ้ำบางแห่งที่ค่อนข้างแคบและคุณต้องก้มตัว คลาน หรือปีนขึ้นไปตามชะง่อนหิน

ดังนั้นผู้ที่ไม่ชอบความมืดหรือบริเวณที่มีพื้นที่จำกัดก็อาจจะต้องคิดทบทวนให้ดีก่อนไปเที่ยวถ้ำลาวาแม้ว่าเราจะมีไกด์ที่มีประสบการณ์พร้อมดูแลลูกค้าที่มีความต้องการหลากหลายรูปแบบก็ตาม



ไกด์นำเที่ยวถ้ำจะมีอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้เตรียมไว้ให้คุณแล้ว เช่น หมวกกันน็อก ตะเกียงแบบครอบหัว ฯลฯ และพวกเขาก็พร้อมตอบทุกคำถามเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และการก่อตัวของเครือข่ายใต้ดินเหล่านี้ อย่าลืมเตรียมรองเท้าสำหรับปีนเขาดีๆ ติดกระเป๋าไปด้วยเพราะว่าในถ้ำนั้นขรุขระและบางส่วนก็เปียกและลื่น

ปีนกลาเซียร์ในเดือนพฤษภาคมของไอซ์แลนด์

ปีนกลาเซียร์ในไอซ์แลนด์เป็นกิจกรรมแอดเวนเจอร์สำหรับฤดูหนาวจาก: ประสบการณ์บนธารน้ำแข็งสีฟ้าในสกัฟตาเฟลล์| ระดับง่าย

ไอซ์แลนด์มีทัศนียภาพที่ลึกลับซับซ้อน และมีผืนน้ำแข็งขนาดมหึมาทอดตัวปกคลุมอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งน้ำแข็งเหล่านี้ได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่โอ้อวดวิวพาโนรามาอันงดงามอย่างไม่น่าเชื่อ

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนไอซ์แลนด์จำนวนมากเลือกที่จะเข้าไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติแบบใกล้ชิด โดยพวกเขามักเลือกไปสนุกกับทัวร์ปีนกลาเซียร์หรือปีนน้ำแข็งกัน ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นทริปที่จะทำให้คุณรู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นอะดรีนาลีนสูบฉีดท่ามกลางความงดงามของธรรมชาติที่ไอซ์แลนด์



แต่ก่อนที่จะทำให้คุณหลงเชื่อคำชักชวนไปมากกว่านี้ เราก็มีสิ่งที่ควรบอกให้คุณรู้ตรงๆ ด้วยเหมือนกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการปีนกลาเซียร์โดยไม่มีไกด์นั้นเป็นการกระทำที่เป็นอันตรายและไร้ความรับผิดชอบเป็นอย่างยิ่ง เพราะคุณนั้นไม่รู้เส้นทาง ไม่รู้เทคนิค หรือความเสี่ยงต่างๆ อย่างที่ไกด์นำเที่ยวกลาเซียร์ เพราะไกด์เหล่านี้มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในการสอนการปีนป่าย การไฮกิ้ง รวมถึงการปฐมพยาบาล



ไกด์เหล่านี้ไม่ได้แค่รู้จักเส้นทางที่สวยและปลอดภัยมากที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขายังช่วยจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นในการผจญภัยบนผืนน้ำแข็งได้ด้วย เช่น หมวกนิรภัย รองเท้าสำหรับหิมะ ไม้ค้ำสำหรับไฮกิ้ง และรองเท้าตะปู

สำหรับผู้ที่ตั้งใจจะไปเที่ยวธารน้ำแข็ง ก็อย่าลืมแต่งกายให้อบอุ่นหลายๆ ชั้น เตรียมถุงเท้าไปหลายๆ คู่ และอย่าลืมนำกล้องถ่ายรูปไปบันทึกภาพน่าประทับใจข้างบนนั้นเป็นอันขาด 

ดูวาฬในเดือนพฤษภาคมของไอซ์แลนด์

วาฬมิงก์ลอดใต้เรือดูวาฬจาก: ทัวร์ดูวาฬแบบออรินัลออกเดินจากฮูสาวิก 

พฤษภาคมเป็นช่วงเวลาแห่งการดูวาฬที่ไอซ์แลนด์ เนื่องจากช่วงนี้ไม่มีลมหนาวแล้ว นักท่องเที่ยวบนเรือเลยมีโอกาสดื่มด่ำกับทิวทัศน์สวยๆ เกลียวคลื่น และสัตว์ทะเลของไอซ์แลนด์กันอย่างเต็มที่ และแทนที่จะล่องเรือสามชั่วโมงท่ามกลางกระแสลมแรงแบบในหน้าหนาว ทริปนี้นักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศผ่อนคลายบนเรือที่แล่นอยู่ใต้แสงแดด หรืออาจจะจิบเครื่องดื่มไปด้วยระหว่างเฝ้ารอการปรากฏตัวของเจ้าปลาขนาดมหึมาก็ได้



ไอซ์แลนด์มีสัตว์ทะลที่เลี้ยงลูกด้วยนมอยู่หลายสายพันธุ์ ทั้งวาฬเพชฌฆาต ฮาร์เบอร์พอร์พอยส์ โลมาปากสั้น วาฬมิงก์ วาฬหัวทุย และวาฬหลังค่อม หรือแม้กระทั่งวาฬสีน้ำเงิน

ในทริปล่องเรือดูวาฬนั้นคุณมีโอกาสได้เห็นพวกสัตว์เหล่านี้แน่ๆ อย่างน้อยก็หนึ่งสายพันธุ์ และวาฬสายพันธุ์เล็กอย่างพวกฝูงโลมานั้นพบเห็นได้บ่อยที่สุด 

เรือดูวาฬในไอซ์แลนด์นั้นมีเทคโนโลยีเรดาร์ใหม่ล่าสุดและเวลาออกเรือพวกคนขับก็ติดต่อพูดคุยกันอยู่ตลอด ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสการเห็นวาฬให้กับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น

ส่วนใครที่เป็นนักดูนกก็สามารถเพลิดเพลินกับนกทะเลที่มาทำรังอยู่ตามริมหน้าผาจำนวนมาก หรือรอดูตอนพวกมันโฉบหาปลาอยู่เหนือเกลียวคลื่นก็ได้ นกที่พบ ได้แก่ นกนางนวล นกฟูลมาร์ นกอ๊อค เป็ด และนกบูบี  

ในบางพื้นที่นักท่องเที่ยวอาจจะได้เห็นนกพัฟฟินซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์อีกอย่างของไอซ์แลนด์ เจ้านกน้อยน่ารักนี้จะอพยพขึ้นฝั่งมาที่ไอซ์แลนด์ทุกปีตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน



จุดดูวาฬที่ดีที่สุดสามารถออกเดินทางได้ทั้งจากอ่าวฟาซาโฟลอิ (Faxaflói Bay) ในเรคยาวิก (Reykjavík) และจากฮูสาวิก (Húsavík) ในอาคูเรย์ริ (Akureyri) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของทางตอนเหนือ แม้ว่าสายพันธุ์ของวาฬในแต่ละจุดจะไม่ได้แตกต่างกัน แต่ท่าเรือแต่ละแห่งก็ให้อารมณ์ไม่เหมือนกัน

ทัวร์ดูนกพัฟฟินในเดือนพฤษภาคมของไอซ์แลนด์​​​​​​​

พัฟฟินน้อยทำรังบนชายฝั่งของไอซ์แลนด์

ไอซ์แลนด์มีประชากรนกแอตแลนติกพัฟฟินมากที่สุดในยุโรป พวกมันบินมาทำรังบริเวณริมชายฝั่งในช่วงฤดูร้อน โดยมาถึงในเดือนเมษายน ดังนั้นเดือนพฤษภาคมเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดในการดูนกน่ารักที่ได้รับฉายาว่า “ตัวตลกแห่งท้องทะเล” 

ถ้าคุณแพลนที่จะขับรถเที่ยวเองในแถบชายฝั่งทางใต้หรือบนถนนวงแหวน ให้คุณแวะไปที่ดิร์โอลาเอย์ (Dyrhólaey) ด้วยเพราะนกพัฟฟินที่อยู่แถวนั้นไม่กลัวคน



หน้าร้อนเป็นโอกาสที่นักท่องเที่ยวจะได้เข้าไปเที่ยวชมฟยอร์ดทางตะวันตก ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่นั้นไม่สามารถเข้าถึงได้ในช่วงฤดูหนาว และถ้าคุณไปเที่ยวแถวริมหน้าผาลาทราบียอร์ก (Látrabjarg) ที่ทางตะวันตกสุดของไอซ์แลนด์ ซึ่งอันที่จริงแล้วก็เป็นทางตะวันสุดของทวีปยุโรปด้วย คุณจะได้เห็นนกพัฟฟินตัวอ้วนกลมน่ารักอยู่มากมาย ลาทราบียอร์กมีนกอาศัยอยู่หลากหลายชนิดมาก แต่คุณอย่าดูเพลินจนลืมตัวว่าคุณกำลังอยู่บนหน้าผาก็แล้วกัน

โดยมากแพ็คเกจดูนกพัฟฟินมักรวมอยู่กับการพาไปดูปลาวาฬ และก็มีผู้ประกอบการในไอซ์แลนด์หลายเจ้าที่เน้นพาคุณไปดูเจ้าสัตว์โลกน่ารักๆ เหล่านี้แบบใกล้ชิด อย่างทัวร์นี้ที่ออกเดินทางจากเรคยาวิกออกแบบมาสำหรับผู้ที่รักสัตว์และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาแบบครอบครัวโดยเฉพาะ

ไอซ์แลนด์มีอะไรในเดือนพฤษภาคมบ้าง​​​​​​​

นอกจากแหล่งท่องเที่ยวมากมายที่สามารถเข้าชมได้ในเดือนพฤษภาคม ไอซ์แลนด์ยังมีเทศกาลต่างๆ ที่ดึงดูดให้ผู้คนออกจากบ้านมาเที่ยว รวมถึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติให้มาร่วมงานด้วย เช่นงานไฮไลต์อย่างงานอินเตอร์เนชั่นแนลมิวสิกแอนด์อาร์ตแห่งไอซ์แลนด์ และเดือนพฤษภาคมยังมีการเฉลิมฉลองในทางศาสนาและประวัติศาสตร์ หรือแม้กระทั่งวันรำลึกถึงม้าไอซ์แลนด์ด้วย

ซากา เฟส​​​​​​​

ซากา เฟส ได้รับแรงบันดาลใจส่วนใหญ่มาจากเรื่องราวเก่าแก่ในวรรณกรรมไอซ์แลนด์เครดิต: The Saga Movement Facebook

Saga Fest หรือซากา เฟส เป็นงานเทศกาลเกี่ยวกับดนตรีและศิลปะที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นานนัก แต่ก็พิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่ามีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร งานนี้ก่อตั้งขึ้นโดย Scott Shigeoka และเป็นงานที่มีวัตถุประสงค์ในการ “เชื่อมโยงทั้งผู้คนและธรรมชาติเข้าด้วยกัน”



เทศกาลนี้ให้ความสำคัญทั้งความเป็นชุมชนและความยั่งยืน และยังเป็นช่วงเวลาสองวันแห่งจินตนาการและความคิดริเริ่มด้วย โดยบัตรเข้างานนั่นมาพร้อมกับเมล็ดพันธุ์พืชที่ให้ผู้เข้าร่วมงานช่วยกันปลูกเพื่อสร้างผืนป่าให้กับไอซ์แลนด์

แขกที่มางานซากา เฟส จะได้สร้างมิตรภาพใหม่ๆ ผู้เข้าร่วมงานทุกคนจะมีส่วนในการสร้างบรรยากาศของงานโดยรวม ผ่านการแสดง การเป็นอาสาสมัคร และการจัดงาน และซากา เฟส เป็นงานแห่งความเสมอภาค ที่เน้นให้เห็นว่าไม่มีการแบ่งลำดับชั้นในหมู่ศิลปินและผู้เข้าร่วมงาน



 ชุมชนเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์ในงานซากา เฟสเครดิต: The Saga Movement Facebook

หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการจัดงานในครั้งแรก Scott Shigeoka ผู้ก่อตั้งซากา เฟส กล่าวว่า “ผมรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ความซาบซึ้งใจ แรงบันดาลใจ รู้สึกตื่นเต้น อบอุ่น และเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน ซากา เฟส เป็นงานที่หนักสำหรับบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ท้ายที่สุดแล้ว อุปสรรคทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นในการจัดไลฟ์อีเว้นท์ครั้งนี้ได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นประสบการณ์ที่สวยงามและส่งผลอันยิ่งใหญ่ต่อทุกคน”



งานซากา เฟสครั้งก่อนนี้มีบรรยากาศที่มีความเป็นนานาชาติอย่างไม่น่าเชื่อ นอกเหนือจากศิลปินท้องถิ่นของไอซ์แลนด์เองแล้ว ยังมีตัวแทนจากกว่าสิบหกประเทศ รวมถึงปากีสถาน เยอรมนี และฮ่องกงมาเข้าร่วมด้วย

วันแห่งการเสด็จสู่สวรรค์ของพระเยซูคริสต์ (วันหยุดราชการ)​​​​​​​

โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา หนึ่งในแลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียงของเรคยาวิก

วันแห่งการเสด็จสู่สวรรค์ของพระเยซูคริสต์ หรือ Ascension Day เป็นหนึ่งในวันหยุดที่เก่าแก่ของชาวคริสต์ ที่จัดขึ้นสี่สิบวันหลังจากวันอีสเตอร์ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่พระเยซูคริสต์เสด็จขึ้นสู่สวงสวรรค์ วันนี้เป็นวันหยุดราชการในไอซ์แลนด์ เด็กๆ ได้หยุดเรียนและสถานที่ทำงานส่วนใหญ่ปิดทำการ ชาวไอซ์แลนด์มักจะใช้เวลาในวันนี้อยู่บ้านกับครอบครัวและมักจะรับประทานอาหารตามประเพณีดั้งเดิม

หากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนไอซ์แลนด์มีความสนใจในด้านศาสนา (หรือสถาปัตยกรรม) ก็สามารถใช้โอกาสนี้ไปเที่ยวโบสถ์สำคัญๆ ของไอซ์แลนด์ได้



เรคยาวิกที่เดียวมีทั้งโบสถ์ลูเธอแรนสมัยใหม่ โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrímskirkja) ซึ่งเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของเมืองด้วย และโบสถ์ Fríkirkjan í Reykjavík หรือโบสถ์หลังคาเขียวปี 1899 ที่ตั้งอยู่ข้างสระน้ำทเยิร์นนิน (Tjörnin) นอกจากนี้ยังมีโบสถ์ลังดาโกสคิร์คยา (Landakotskirkja) ที่เคยเรียกกันว่า The Basilica of Christ the King ซึ่งเป็นโบสถ์ที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นโบสถ์คาทอลิกแห่งไอซ์แลนด์ด้วย

อาคูเรย์ราร์คิร์คยา มีสไตล์การก่อสร้างที่แตกต่างไปจากโบสถ์อื่นๆ ในไอซ์แลนด์อย่างเห็นได้ชัดเครดิต: Sbs_iceland 



ยังมีโบสถ์สวยๆ อีกมากมายหลายแห่งทั่วไอซ์แลนด์ที่น่าไปเที่ยว อย่างอาคูเรย์ราร์คิร์คยา (Akureyrarkirkja) นั้นก็เป็นโบสถ์ลูเธอแรนในอาคูเรย์ริ ที่มียอดทรงลูกบาศก์คิวบอยด์สองยอดโดดเด่นเป็นสง่า เสริมความน่าสนใจด้วยนาฬิกาที่อยู่ตรงกลางและบันไดทางขึ้นสู่ตัวโบสถ์ที่ด้านหน้า โบสถ์คาทอลิกคาโธลสกา คิร์คยัน (Kaþolska Kirkjan) เองก็อยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่

RAFLOST:เทศกาลไอซ์แลนดิกอิเล็กทรอนิกอาร์ต

ตั้งแต่ปี 2007 RAFLOST ถือเป็นเทศกาลที่บุกเบิกงานสำหรับศิลปินแนวอิเล็กทรอนิก ทั้งในสายคอมพิวเตอร์ เต้นรำ ดนตรี เกม และบทกวี ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมานั้น งานนี้ดึงดูดศิลปินมากมายจากทั่วโลกให้มาเข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ร่วมกัน 

RAFLOST มีการจัดนิทรรศการท้าทายจินตนาการมากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับศิลปินและเทคโนโลยีเครดิต: www.raflost.is

งานนี้จัดขึ้นที่เรคยาวิกในเดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยมีการร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม และสถาบันศิลปะของไอซ์แลนด์ เพื่อชักชวนให้ทุกคนที่มีความสนใจในอิเล็กทรอนิกส์อาร์ตได้มารวมตัวกัน โดยผู้จัดงานมีความมุ่งหวังว่างานที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีนี้จะช่วยทำให้ชาวไอซ์แลนด์หันมาให้ความสนใจในอิเล็กทรอนิกส์มิวสิกมากขึ้น



RAFLOST ดึงดูดศิลปินจากเกือบทั่วทุกมุมโลกและเป็นเซฟสเปซที่เหมือนเป็นพื้นที่ที่ให้ศิลปินมากความสามารถทั้งในท้องถิ่นและจากนานาชาติได้มีโอกาสได้เติบโต ในอดีตยักษ์ใหญ่แห่งวงการอิเล็กทรอนิกา อย่าง Morton Subotnick, Todor Todoroff, และ Mikael Fernström เองก็เคยมาสร้างความประทับใจให้กับผู้ฟังในงาน RAFLOST นี้เหมือนกัน

สิ่งที่น่าสนใจภายในงาน RAFLOST ส่วนใหญ่เป็นอะไรที่ท้าท้ายจินตนาการของผู้ชมมาก ในปีก่อนๆ นั้น ผู้เข้าร่วมงานต่างได้เป็นสักขีพยานในการรับชมการแข่งขันซูโม่หุ่นยนต์ การแสดงดนตรีแนวอิเล็กโทรอะคูสติก อินเตอร์เน็ตวิดีโอปาร์ตี เวิร์กช็อป DIY Hacking ไปจนถึงบทกวีที่แต่งโดยคอมพิวเตอร์

นอกจากเรื่องของอนาคตและความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีแล้ว RAFLOST ยังมีการจัดประชุมและนิทรรศการขึ้นโดยมีแขกรับเชิญและศิลปินขึ้นมาพูดในงานด้วย

อินเตอร์เนชันแนลเดย์ออฟไอซ์แลนดิกฮอร์ส​​​​​​​

พาเหรดในเรคยาวิกในวันม้านานาชาติของไอซ์แลนด์เครดิต: Horses of Iceland Facebook.

วันอินเตอร์เนชันแนลเดย์ออฟไอซ์แลนดิกฮอร์ส เป็นความร่วมมือระหว่างสมาคมขี่ม้าของไอซ์แลนด์และไอเดียทางการตลาดสุดบรรเจิด งานม้าไอซ์แลนด์นี้มีขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับม้าสายพันธุ์พิเศษของประเทศ งานจะจัดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์และมีทั้งขบวนพาเหรดม้าในเมืองเรคยาวิกและคอกม้าทั่วประเทศต่างพร้อมใจกันเปิดให้เข้าชม

พาเหรดประจำปีจะเริ่มขึ้นที่ในใจกลางเมือง โดยมีทั้งขบวนม้าและผู้ขี่ม้าที่ภักดีมารวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียง เวลาบ่ายโมงนายกเทศมนตรีเมืองเรคยาวิกจะกล่าวสุนทรพจน์เปิดงานและพาเหรดก็จะเริ่มเคลื่อนขบวนอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยผ่าน Skólavörðustíg, Bankastræti, Austurstræti, Pósthússtræti และ Vonarstræti

ขบวนจะไปสิ้นสุด ณ จตุรัสรัฐสภาที่ Asturvöllur ซึ่งผู้ที่มารับชมจะมีโอกาสได้พบปะกับพวกม้าและขี่พวกมันด้วย

ส่วนที่สองของงานนั้นเป็นการร่วมมือกันระหว่างเจ้าของคอกม้าและสมาชิกผู้กระตือรือร้นในชุมชนม้าไอซ์แลนด์ ในช่วงโอเพ่นเดย์นี้คอกม้าที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศจะเปิดให้เพื่อนฝูงและครอบครัวได้พบปะกับม้าสายพันธุ์ไอซ์แลนด์กันแบบใกล้ชิด

งานนี้ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบนั้นต้องการโชว์ความสามารถและลักษณะพิเศษที่โดดเด่นของม้าไอซ์แลนด์ให้กับชาวต่างชาติได้เห็น และยังถือเป็นการกระตุ้นให้ชุมชนม้ารวมถึงผู้ประกอบการทัวร์ในไอซ์แลนด์เกิดการเติบโตด้วย โดยทางรัฐบาลได้อนุมัติความช่วยเหลือเป็นเงินทุน 25 ล้านโครนาไอซ์แลนด์สำหรับรอบสี่ปีเพื่อช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมนี้

เมย์เดย์​​​​​​​

เมย์เดย์เป็นวันหยุดราชาการในไอซ์แลนด์และแอบเป็นวันประท้วงอย่างไม่เป็นทางการด้วย

วันเมย์เดย์ วันเลเบอร์เดย์ วันแรงงาน (ขึ้นอยู่กับจะเรียก) หรือวันที่ 1 พฤษภาคมเป็นวันหยุดราชการและตรงกับวันอินเตอร์เนชันแนลเดย์ออฟไอซ์แลนดิกฮอร์สด้วย 

วันแรงงานที่ไอซ์แลนด์นั้นเป็นเหมือนวันประท้วงอยู่กลายๆ ผู้คนต่างถือป้ายและสัญลักษณ์เพื่อเรียกร้องหาทางออกให้กับปัญหาต่างๆ แม้ว่าจะไม่ได้มีเรื่องหนึ่งเรื่องใดโดยเฉพาะ แต่ชาวไอซ์แลนด์จำนวนมากก็มักโต้เถียงเกี่ยวกับเรื่องค่าจ้าง ความเท่าเทียม วันทำงานและสัปดาห์ทำงานที่สั้นลง และเวลาเข้าออกออฟฟิศที่ยืดหยุ่นได้มากขึ้น

ในปีก่อนๆ ผู้ประท้วงมารวมตัวกันที่สถานีขนส่ง Hlemmur Bus Station และออกเดินไปบนเลยการแวกูร์ (Laugavegur) ซึ่งเป็นถนนสายหลักในดาวน์ทาวน์เรคยาวิก จนไปสิ้นสุดที่จตุรัส Ingólfstorg Square และมีการกล่าวสุนทรพจน์โดยมีเค้กและกาแฟที่ได้รับการสปอนเซอร์จากตัวแทนสมาคมสหภาพการค้าของไอซ์แลนด์มาแจกจ่ายด้วย



อากาศในเดือนพฤษภาคมของไอซ์แลนด์เป็นอย่างไร​​​​​​​

เที่ยวไอซ์แลนด์เดือนพฤษภาคมทำให้ได้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวเกือบทุกแห่ง ทั้งน้ำตก ธารน้ำแข็ง ทะเลสาบ เส้นทางบนภูเขา ฯลฯ

อากาศที่ไอซ์แลนด์ในเดือนพฤษภาคมนั้นแน่นอนว่าเป็นช่วงที่ทุกอย่างดีขึ้น เพราะช่วงนี้เป็นเหมือนลมหายใจเฮือกสุดท้ายสำหรับวันแห้งๆ ของฤดูหนาว และแสงอาทิตย์ก็เริ่มมาปรากฏให้เห็นเป็นประจำ ส่วนลมที่เคยพัดแรงก็ค่อยๆ ลดกำลังลงจนเหลือเพียงสายลมอ่อนๆ เท่านั้น

โดยเฉลี่ยแล้วในเดือนพฤษภาคมจะมีชั่วโมงที่มีแสงแดดยาวนานกว่าเดือนอื่นๆ และมีฝนตกน้อยที่สุดด้วย อุณหภูมิอาจจะอยู่ที่ระหว่าง 5° C (41° F) และ 20° C (68° F) ซึ่งหมายความว่าชาวไอซ์แลนด์เริ่มเอาเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นออกมาจากตู้กันแล้ว



แต่ไม่ว่ายังไงคุณก็ต้องเตรียมเสื้อผ้าอบอุ่นสำหรับฤดูหนาวติดมาด้วยอยู่ดี เพราะว่าอากาศที่นี่นั้นยากจะคาดเดา และบางทีแม้จะเป็นเดือนพฤษภาคมคุณก็อาจจะเจอกับพายุลูกเห็บได้เหมือนกัน

แนะนำให้นำเสื้อผ้ามาให้หลากหลายสำหรับทริปในเดือนพฤษภาคม เพราะอากาศที่นี่แปรปรวนแบบไม่สามารถคาดเดาได้



สำหรับชั่วโมงที่มีแสงสว่าง เดือนพฤษภาคมเริ่มมีแสงสว่างมากขึ้นกว่าเดือนเมษายน ในช่วงต้นเดือนพระอาทิตย์ขึ้นเวลาตีห้าและตกเวลาสี่ทุ่ม ส่วนช่วงปลายเดือนพระอาทิตย์ขึ้นตั้งแต่ตีสามครึ่งและตกเวลาห้าทุ่มครึ่ง ซึ่งหมายความว่ามีช่วงเวลาที่ความมืดปกคลุมแค่เพียงสี่ชั่วโมงเท่านั้น

เดือนพฤษภาคมจึงถือเป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวสามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการท่องเที่ยวได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด โดยการไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ และทำกิจกรรมให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้

แผนการเดินทางที่แนะนำสำหรับเดือนพฤษภาคม​​​​​​​

หากคุณยังไม่รู้จะทำอะไรดี ลองดูแผนการท่องเที่ยวจาก Guide To Iceland เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับทริปในช่วงเดือนพฤษภาคมของคุณก่อนก็ได้ เรามีความยาวของทริปให้เลือกหลายแบบเพื่อช่วยให้คุณเลือกได้ตรงกับความต้องการ

คุณชอบประสบการณ์ในเดือนพฤษภาคมของคุณที่ไอซ์แลนด์หรือเปล่า คุณทำอะไรมาบ้างและอากาศเป็นอย่างไร มีอะไรที่คุณพบว่ามันยังไม่เปิดให้เข้าหรือเปล่า กรุณาแบ่งปันกับเราโดยฝากคอมเมนต์และคำถามไว้ในเฟซบุ๊กอินบ๊อกซ์ที่ด้านล่างได้เลย

บทความที่ได้รับความนิยม

บทความอื่นที่น่าสนใจ