วงกลมทองคำ

กิจกรรมอะไร และ การท่องเที่ยวแบบไหนที่ได้รับความนิยมากที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์. ค้นหาโปรแกรม และ ทัวร์ที่คุณไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงประเทศไอซ์แลนด์ได้เลยที่นี่

คำถามส่วนใหญ่ที่เรามักจะถูกถามมาทางหน้าเว็บไซต์ (Guide to Iceland) ก็คือ “อะไรที่ไม่ควรพลาดในตอนที่ไปเที่ยวในประเทศไอซ์แลนด์” เพื่อช่วยคุณในการตอบคำถามเหล่านี้ เราได้รวบรวมโปรแกรมท่องเที่ยวยอดฮิตที่จะพาคุณไปยังสถานที่ที่ตื่นตาตื่นใจและคุ้มค่าไว้ที่นี่แล้ว. 



แน่นอนว่าใครๆก็อยากเห็นและทำในสิ่งที่แตกต่างเมื่อได้มาเที่ยวที่ไอซ์แลนด์ บางโปรแกรมอาจมีข้อจำกัดในเรื่องของอายุซึ่งอาจจะไม่เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก บางโปรแกรมอาจต้องจำกัดจำนวนคน หรือบางโปรแกรมเหมาะสำหรับผู้ชอบการผจญภัย ในขณะที่บางโปรแกรมก็เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนจริงๆ.

ไฮแลนด์ ในประเทศไอซ์แลนด์สามารถไปได้แค่ช่วง เดือนมิถุนายนถึง เดือนกันยายน

ในตอนที่คุณต้องตัดสินใจเลือกโปรแกรมทัวร์ ต้องดูด้วยว่าโปรแกรมที่คุณเลือกสามารถไปได้ตลอดทั้งปีหรือไม่ หรืออาจเป็นโปรแกรมเฉพาะฤดูกาลอย่างเช่น โปรแกรมชมแสงเหนือหรือถ้ำน้ำแข็ง ที่จะมีเฉพาะช่วงฤดูนาวเท่านั้น หรือ โปรแกรมเฉพาะช่วงฤดูร้อนเช่น โปรแกรมเที่ยวชมภายในภูเขาไฟ หรือ ล่องแพ.

การท่องเที่ยวเดินชมธารน้ำแข็งและทัวร์ชมวาฬ ถือเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์และสามารถไปได้ตลอดทั้งปี.

หลังจากเราได้ลองพิจารณาจากโปรแกรมทั้งหมดแล้ว เราจึงได้ทำการจัดอันดับโปรแกรมท่องเที่ยวบางส่วนขึ้นเพื่อให้คุณได้ใช้เป็นตัวเลือกได้.

เพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติม เราคิดว่าวิธีที่ดีที่สุดในการเติมเต็มการท่องเที่ยวและความสนุกสนานในประเทศไอซ์แลนด์ในช่วงพักร้อนของคุณ ก็คือการเลือกที่จะท่องเที่ยวไปในแบบของคุณเอง ซึ่งเรามีตัวเลือกให้คุณมากมายในการขับรถเที่ยวเองโดยมีคำแนะนำจากเรา โดยเราจะดูแลทั้งในส่วนของโปรแกรมการเดินทางและที่พักที่จองไว้ให้คุณล่วงหน้าแล้วด้วย หรือคุณอาจเลือกที่จะกำหนดเส้นทางด้วยตัวคุณเองอีกด้วย. 



หรือคุณอาจจะชอบที่จะผจญภัยด้วยตัวของคุณเอง โดยไม่ต้องมีตารางใดๆมากำหนด ง่ายๆแค่เช่ารถ แล้วลุยเลย แต่ถ้าคุณต้องการไกด์นำเที่ยวชมสถานที่ต่างๆหรือทำกิจกรรมที่จำเป็นต้องมีคนนำเที่ยว ให้ลองหาข้อมูลพร้อมทั้งเปรียบเทียบโปรแกรมในตลาดการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ได้ที่นี่.

ติดตามการจัดอันดับ 10 โปรแกรมท่องเที่ยวยอดฮิตในประเทศไอซ์แลนด์กันเลย.

อันดับ 10 เส้นทางวงกลมทองคำ        

เส้นทางวงกลมทองคำ(Golden Circle)เป็นเส้นทางที่คุณจะพลาดไม่ได้ เส้นทางนี้สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และเป็นเส้นทางยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวอีกด้วย ในเส้นทางวงกลมทองคำนี้ คุณจะได้พบกับน้ำตกกุลล์ฟอสส์(Gullfoss)ที่สวยงามจนทำให้คุณแทบจะลืมหายใจ ทุ่งน้ำพุร้อนไกเซอร์(Geysir)(ที่นี่คุณอาจจะได้เห็นไกเซอร์ที่ชื่อว่าสโตกูร์ (Strokkur) ปะทุขึ้นในทุกๆไม่กี่นาทีก็ได้)และสุดท้ายคืออุทยานแห่งชาติธิงค์เวลล์ลีย์ (Þingvellir National Park )ที่ได้รับการยกย่องจากองค์กรยูเนสโก้ ให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย.

ใช้เวลาเพียงครึ่งวันในการเที่ยวชมทั้ง 3 สถานที่นี้ ดังนั้นจึงมีการรวมโปรแกรมการท่องเที่ยวในเส้นทางวงกลมทองคำนี้ไปกับโปรแกรมอื่นๆอีกครึ่งวัน ฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมโปรแกรมเส้นทางการท่องเที่ยววงกลมที่เป็นที่นิยมนี้มักจะถูกรวมกับโปรแกรมอื่นด้วย.

อุทยานแห่งชาติธิงเวลลีย์ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

ตัวเลือกอาจจะมีมากมาย ถ้าคุณชอบการขยับแข้งขาคุณอาจเลือกดูโปรแกรมท่องเที่ยวเส้นทางวงกลมทองคำและขับรถเลื่อนหิมะ หรือ ร่วมกับโปรแกรมขี่ม้า หรือ ดำน้ำตื้น แต่ถ้าคุณต้องการกิจกรรมที่ไม่ต้องออกแรงมากนักอาจจะเลือก ที่จะไปชมถ้ำหรือ แช่น้ำที่ บลูลางกูน (Blue Lagoon) ในวันเดียวกันกับการท่องเที่ยวในเส้นทางวงกลมทองคำได้.

โปรแกรมการขับรถเลื่อนหิมะนับได้ว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะมาก หากคุณมองหาความตื่นเต้นให้กับการเดินทางของคุณ คุณจะได้ท่องเที่ยวไปกับรถซุปเปอร์จี๊ปที่ผู้เป็นแฟนตังยงของรถไม่ควรพลาด ธารน้ำแข็งแลงโจกุลล์เป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ธารน้ำแข็งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากน้ำตกกุลล์ฟอสล์มากนัก แต่ในการเดินทางไปที่นั่นจะต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น บนธารน้ำแข็งสีขาวที่กว้างใหญ่นี้ คุณจะได้พบกับทัศนียภาพที่สวยงามในวันที่ท้องฟ้าสดใสและตื่นเต้นกับการขับรถเลื่อนหิมะท่ามกลางอากาศที่สดชื่น. 



ดูวาฬ

หากคุณไม่ชอบความตื่นเต้นและเป็นคนรักสัตว์ บางทีคุณอาจจะเหมาะกับโปรแกรมดูวาฬและเที่ยวในเส้นทางวงกลมทองคำ โปรแกรมนี้จะเริ่มที่ท่าเรือในเมืองเรคยาวิคและนั่งเรือไปดูวาฬเป็นเวลา 3 ชั่วโมงในตอนเช้าก่อนที่จะไปเที่ยวชมเส้นทางวงกลมในตอนบ่าย.

มีตัวเลือกมากมายในการไปเที่ยวชมวงกลมทองคำ คุณสามารถตัดสินใจเลือกที่จะขับรถง่ายๆเอง หรือ เลือกไปกับตัวเลือกโปรแกรมท่องเที่ยวเส้นทางวงกลมทองคำต่างๆได้ที่นี่ หรือ คุณสามารถเช่ารถที่นี่ได้เช่นกัน.



อันดับ 9 ชมทะเลสาบมิทวาร์นและทางเหนือ         

จากเมืองเรคยาวิก ทำไมไม่ลองเสี่ยงตรงไปทางเหนืออีกหน่อยให้ถึงเมืองอาคูเรริย์(Akureyri) ที่นี่เป็นเมืองหลวงของทางเหนือ และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองจากเมืองเรคยาวิค.

อคูเรยรี่ตั้งอยู่ในอ่าวเล็กๆที่สวยงาม ล้อมรอบด้วยภูเขาและศิลปกรรมที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของศิลปะ ร้านอาหารที่มีอยู่เรียงรายและสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ รวมถึงลานสกีที่ดีที่สุดในประเทศที่เรียกว่าฮีดาฟฟยาร์ท(Hlíðarfjall).

ไม่ไกลจากอาคูเรริย์ เป็นทะเลสาบที่งดงามมากที่ชื่อว่าทะเลสาบมิทวาห์น(Mývatn) ที่นี่มีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายตั้งแต่พื้นที่ที่เต็มไปด้วยดอกไม้และสัตว์ต่างๆ น้ำตก ภูเขาไฟ ปล่องภูเขาไฟ และทุ่งน้ำพุร้อน.

รอบๆทะเลสาบมิวาท์น

นามมาสกัส(Námaskarð)เป็นสถานที่คุณจะต้องไม่พลาดในการไปชมน้ำพุร้อน ที่สีสันของพื้นดินและกลิ่นของซัลเฟอร์ที่คุณอาจทำให้คุณชอบหรือเกลียดไปเลยก็ได้ พลังงานใต้ดินนี้เป็นเหตุให้เกิดน้ำพุร้อน ไม่เพียงแต่ในนามมาสกัสเท่านั้นแต่รวมไปถึง ถ้ำเกรียวตาเกาจ์(Grjótagjá) ที่น่าตื่นตา และพลังงานเหล่านี้ยังทำให้เกิดอ่างน้ำตามธรรมชาติมิทวาห์น ซึ่งที่นี่ถือเป็นจุดแช่น้ำร้อนที่ยอดเยี่ยมที่สุดด้วย.

เส้นทางภูเขาที่คุณไม่ควรพลาดอีกจุดคือการไปเที่ยวชมภูเขาไฟแฮฟเฟลล์(Hverfell)หรือที่เรียกว่าแฮฟยอร์จ(Hverfjall)และภูเขาไฟคาฟรา(Krafla)ที่อยู่ใกล้กับทะเลสาบมิทวาห์น คุณยังสามารถเที่ยวชมปล่องภูเขาไฟสกูตูสตาดากี่การ์(Skútustaðagígar)ได้ด้วย ดิมมูร์ดอร์กิลล์(Dimmuborgir)หรือที่แปลว่าเมืองแห่งความมืดที่นี่เป็นเหมือนทุ่งลาวาที่น่าขนลุกที่ไม่ควรพลาดในการเดินทางมาเที่ยวทางเหนือของประเทศไอซ์แลนด์เช่นกัน ทางเดินนี้ใช้เวลาสั้นๆเพียง 15 นาทีหรืออาจจะ 2 ชั่วโมงหากคุณหลงอยู่ในทุ่งหินลาวาเหล่านี้.

น้ำตกโกดาฟอสส์ ระหว่างมิวาท์นและ เมืองอาคุเรย์ริ

ระหว่างทางจากอาคูเรริย์ไปทะเลสาบมิทวาห์น มีน้ำตกกุลล์ฟอสส์ที่โด่งดัง และหากไปต่ออีกหน่อยทางตะวันออกของทะเลสาบมิทหวาห์นจะได้พบกับน้ำตกเดดติฟอสส์(Dettifoss)ที่น่าประทับใจด้วย.

เมืองที่มีเสน่ห์อย่างฮูสาวิค(Húsavík)ที่ตั้งอยู่ระหว่างอาคูเรริย์และทะเลสาบมิทหวาห์นเป็นจุดที่เหมาะที่สุดในโปรแกรมการชมวาฬ และถ้าคุณตรงไปอีกหน่อยทางตะวันออกคุณก็จะค้นพบดินแดนแห่งฮีโยดั๊คเลตตา(Hljóðaklettar)ที่น่าหลงไหลหรือที่เรียกอีกชื่อว่าหุบเขาเอาส์บิร์กิ(Ásbyrgi) ที่เขียวชอุ่มได้.

น้ำตกเดตติร์ฟอสส์ อยู่ใกล้กับทะเลสาบมิวาท์น

ากอาคูเรยริย์ เพื่อให้เป็นวันที่น่าประทับใจอีกวันของคุณ คุณสามารถเลือกจองโปรแกรมชมบ่อน้ำพุร้อนรอบๆทะเลสาบมิทวาห์น เพื่อเที่ยวชม น้ำตก ปล่องภูเขาไฟ การก่อตัวของลาวา บ่อน้ำพุร้อน และอ่างน้ำร้อนตามธรรมชาติที่อยู่ตรงปลายภูเขาน้ำแข็ง ที่นี่ถือเป็นบริเวณที่สวยงามที่น่าอัศจรรย์ที่ล้อมรอบทะเลสาบที่สวยที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ และสามารถไปเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี.

ถ้าคุณอยู่ในเรคยาวิคและต้องการที่จะท่องเที่ยวแบบวันเดียว คุณสามารถเลือกโปรแกรมชมทัศนียภาพและบ่อน้ำร้อนโดยเครื่องบิน และที่นี่ก็เป็นอีกโปรแกรมที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี.



อันดับ 8 เที่ยวชมภายในภูเขาไฟ         

ในภูเขาไฟ

ประเทศไอซ์แลนด์เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของดินแดนแห่งไฟและน้ำแข็ง หรือดินแดนแห่งภูเขาไฟและธารน้ำแข็ง คนส่วนใหญ่ที่มาที่ประเทศนี้เพื่อต้องการที่จะเห็นภูเขาไฟ และมีภูเขาไฟจำนวนมากที่ได้ถูกเลือกให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว(แม้ว่าจะไม่มีภูเขาไฟลูกไหนเกิดการปะทุต่อเนื่องอีกเลย).

ในตอนที่ภูเขาไฟเกิดการปะทุขึ้นในประเทศไอซ์แลนด์ บางครั้งเราอาจไปเที่ยวชมได้ ขึ้นอยู่ว่าการปะทุเป็นแบบไหน ภูเขาไฟลูกสุดท้ายที่เกิดการปะทุ ปะทุขึ้นระหว่างเดือนกันยายน ปี 2014 ไปจนถึง เดือนกุมภาพันธ์ ปี2015 ในเบาดาร์บุงการ์(Bárðarbunga). 

โปรแกรมชมภูเขาไฟธีร์นูกากิกูร์(Thrihnukagigur)นี้ นำเสนอการเที่ยวชมในอีกด้านหนึ่งที่ให้คุณมีโอกาสได้เข้าไปด้านในภูเขาไฟ แต่ไม่ต้องกังวลเพราะภูเขาไฟลูกนี้ที่ชื่อว่าธีร์นูการ์กิกูร์ ได้สงบมาตั้งแต่ 4000 ปีก่อนและไม่มีสัญญานที่จะเกิดการปะทุอีกเลย ที่นี่ปลอดภัยและคุณยังสามารถลงไปด้านจนถึงด้านล่างที่เป็นเหมือนโถงของแมกมา คุณจะได้รับการต้อนรับโดยสีสันของถ้ำที่สวยงาม ถ้ำมีความใหญ่พอที่จะใส่แม้แต่รูปปั้นของเทพีเสรีภาพได้เลย แต่สิ่งเดี่ยวที่คุณจะไม่ได้เห็นด้านล่างนั่นคือ สายลาวา.

ภูเขาไฟแห่งนี้เป็นเพียงสถานที่เดียวในโลกที่คุณสามารถเข้าไปภายในโถงลาวาของภูเขาไฟ และโปรแกรมนี้สามารถไปเที่ยวได้เฉพาะช่วงฤดูร้อน ด้วยเวลาที่จำกัดนี้ อย่ารีรอที่จะจองโปรแกรมตั้งแต่เนิ่นๆ.

ถ้าคุณสนใจที่จะไปชมภูเขาไฟ ยังมีโปรแกรมเที่ยวชมภูเขาไฟอีกมากมายไว้ให้คุณเลือก ซึ่งดูได้จากภูเขาไฟ 130 ลูกที่อยู่รอบๆประเทศไอซ์แลนด์ทั้งที่ยังมีการปะทุ และ ไม่มีการปะทุแล้ว.

เพิ่มเติมเกี่ยวกับ ภูเขาไฟในไอซ์แลนด์ได้ที่นี่.
 

อันดับ 7 ดำน้ำตื้นระหว่างแผ่นดิน2ทวีป         

ธิงเวลลิร์จุดดำน้ำตื้นที่ร่องน้ำซิลฟรา(Silfra)ถือเป็นจุดดำน้ำที่ดีที่สุดในโลก น้ำที่ใสราวกับคริสตันมีทัศนวิสัยใต้น้ำถึง 100 เมตร ประสบการณ์ที่น่าเหลือเชื่อนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง แต่ที่นี่เหมาะสำหรับผู้ที่สามารถทนความหนาวเย็นได้เท่านั้น เพราะน้ำที่นี่เย็นมาก(และจำเป็นต้องใช้ดรายสูทด้วย).

เรามีโปรแกรมดำน้ำตื้นมากมายรอนำเสนอให้คุณ แต่สุดยอดโปรแกรมที่เราอยากแนะนำคือโปรแกรมดำน้ำตื้นในซิลฟรา ที่มีราคาไม่สูงและสามารถไปได้ตลอดทั้งปี.

สนอร์เกิ้ลล์ที่ซิลฟรา ในทางวงกลมทองคำภาพโดย Snorkelling Silfra Day Tour

โปรแกรมการดำน้ำตื้นสามารถถูกรวมได้กับโปรแกรมท่องเที่ยวเส้นทางวงกลมทองคำได้เช่นกัน ฉะนั้นอย่าลืมหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมท่องเที่ยวเส้นทางวงกลมทองคำและดำน้ำตื้น หากคุณต้องการที่จะเพิ่มรสชาติให้กับการท่องเที่ยวของคุณ นี่จะเป็นอีกโปรแกรมที่เที่ยวได้ตลอดทั้งปี.

หากคุณมีใบอนุญาตดำน้ำลึก คุณยังมีอีกตัวเลือกคือโปรแกรมดำน้ำลึกที่ซิลฟรา มีทั้งจุดดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกอยู่มากมายในประเทศไอซ์แลนด์ถ้าคุณอยากจะสำรวจภูมิประเทศของประเทศไอซ์แลนด์จากโลกใต้น้ำ. 



อันดับ 6 หุบเขาธอร์สมอค หรือลานมันนาร์เลยการ์       

ท่องที่ธอร์มอคในประเทศไอซ์แลนด์ ที่ควรไปในช่วงหน้าร้อน

เส้นทางภูเขาของประเทศไอซ์แลนด์สามารถไปเที่ยวชมได้เฉพาะช่วงฤดูร้อนคือช่วงปลายเดือนมิถุนายนไปจนถึงต้นเดือนกรกฎาคมไปจนถึงเดือนกันยายน จุดหมายปลายทางของเส้นทางภูเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดมี 2 แห่ง และแตกต่างกันอย่างชัดเจนคือ ที่ธอร์สมอค(Þórsmörk) และ ลานมันนาร์เลยการ์(Landmannalaugar) เราไม่อาจตัดสินใจแทนคุณได้ว่าที่ไหนดีกว่า เราจึงเลือกทั้ง 2 แห่งมานำเสนอคุณ.

ธอร์สมอค แปลว่า หุบเขาแห่งธอร์ ชื่อที่น่าประทับใจนี้ได้มาจากสถานที่ตั้งที่น่าหลงไหลนี้ การที่จะไปถึงธอร์สมอคคุณจะต้องข้ามแม่น้ำ เส้นทางลูกรังและข้ามเส้นทางภูเขาด้วย ในทางที่คดเคี้ยวนั้นทัศนียภาพก็จะสวยขึ้นเรื่อยๆ เส้นทางปกคลุมไปด้วยต้นเบิรชและการก่อตัวของก้อนหิน หุบเขานี้เขียวชอุ่มแต่ก็ค่อนข้างลำบากไปพร้อมๆกัน แน่นอนว่าผู้ชื่นชอบธรรมชาติไม่ควรพลาดเส้นทางนี้เด็ดขาด.

ลานมันนาร์เลยการ์ที่ตั้งอยู่บนไฮแลนด์ที่ควรไปในช่วงไหน้าร้อน

ลานมันนาร์เลยการ์ตั้งอยู่ห่างจากธอร์สมอคไปทางเหนือ 55 กิโลเมตร และมีสวยงามพอๆกัน แม้ว่าเส้นทางจะต่างกันโดยสิ้นเชิง ลานมันนาร์เลยการ์เต็มไปด้วยทรายหลากสี ภูเขาหินมากมาย แต่พืชพันธุ์มีไม่มากเท่าไหร่ นั่นเพราะการปะทุของผืนดินใต้ลานมันนาร์เลยการ์ทำให้เกิดสีสันที่หลากหลายทั้งสีเขียว ฟ้า แดง ชมพูและม่วง ที่นี่ยังมีทุ่งลาวาและทะเลสาบด้วย.

เช่นเดียวกับโปรแกรมอื่นๆ หากถ้าคุณกำลังวางแผนในการไปเที่ยวทั้งที่ธอร์สมอคและลานมันนาร์เลยการ์ เราสามารถรวมไปกับโปรแกรมเส้นทางวงกลมทองคำได้ ลองไปดูที่โปรแกรม 6 วันแคมป์ปิ้งและขับรถเที่ยวเองบนเส้นทางภูเขา น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ.

ทุ่งธอร์มอค

ระหว่างธอร์สมอคและลานมันนาร์เลยการ์ที่เป็นเส้นทางภูเขา ยังมีเส้นทางเดินป่าที่มีชื่อเสียงที่สุดที่ชื่อว่าเลยกาแวร์กูริน(Laugavegurinn)ด้วย ที่นี่ถูกตั้งชื่อตามถนนสายช๊อปปิ้งของเรคยาวิค ถนนสายนี้แม้ไม่ได้เป็นถนนที่พลุกพล่านเหมือนถนนสายช๊อปปิ้งแต่เส้นทางเดินป่านี้มีความสวยงามกว่ามาก.

ถ้าคุณเป็นคนที่ปรารถนาการท่องเที่ยวในเส้นทางภูเขา และมีความแข็งแรงพร้อมทั้งมีเวลาประมาณ 4-6 วัน เรายินดีที่จะแนะนำโปรแกรมเส้นทางภูเขาที่ลานมันนาร์เลยการ์ในทางผ่านฟิมเวอร์ดูร์ฮ้ลล์(Fimmvörðuháls)  ในเส้นทางนี้คุณจะข้ามธารน้ำแข็ง แม่น้ำ หุบเขาและภูเขาไฟหลายแห่งด้วย.

สถานที่แคมปิ้งที่ แอมสทูร์  บนทางปีนเขา เลยการ์เวกูร์ ประเทศไอซ์แลนด์ภาพโดย Philip Gunkel

สำหรับที่พักของการเดินทางนี้อาจจะเป็นกระท่อมที่มีอยู่เรียงรายระหว่างทางหรือเต้นท์หากคุณต้องการจะประหยัดค่าใช้จ่าย คุณสามารถเลือกที่จะจองหนังสือเดินทางสำหรับนักเดินทางไกล และวางแผนการเดินทางเอง นั่นหมายถึงคุณจะต้องถือสัมภาระเสื้อผ้า อาหาร เต้นท์ และแม้แต่ปรุงอาหารเอง หรือสามารถจองไกด์นำเที่ยวของเราและพวกเขาจะจัดการทุกอย่างให้คุณเอง.

ถึงจะมีการนำเสนอโปรแกรมการท่องเที่ยวเส้นทางภูเขาที่หลากหลาย แต่ดูเหมือนว่าโปรแกรมแคมป์ปิ้ง 4 วันในลานมันนาร์เลยการ์และธอร์สมอค น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด และโปรแกรมเส้นทางภูเขาในพื้นที่นี้สามารถไปได้เฉพาะช่วงหน้าร้อนเท่านั้น.

ปีนเขาที่ลานมันนาร์เลยการ์สามารถทำได้แค่ช่วงหน้าร้อน

ในอีกมุมนึง หากคุณต้องการแค่ไปเที่ยวชมที่บริเวณนี้แบบวันเดียว คุณสามารถเลือกโปรแกรมท่องเที่ยวชายฝั่งทางใต้และหุบเขาสมอคธอร์ที่จะพาคุณไปในเส้นทางภูเขาในธอร์สมอค(ช่วงฤดูร้อนเท่านั้น) และโปรแกรมเที่ยวชมภูเขาไฟเฮร์การ์และลานมันนาร์เลยการ์ที่จะให้คุณได้มีโอกาสไปเที่ยวชมเส้นทางภูเขาและพักผ่อนที่น้ำพุร้อนธรรมชาติที่นั่น(เฉพาะช่วงฤดูร้อนเช่นกัน).

ผ่อนคลายในอ่างลานมันนาร์เลยการ์ในช้วงหน้าหนาวภาพโดย Super Jeep & Northern Lights Landmannalaugar Winter Tour.

วิธีเดียวที่จะไปเที่ยวที่ลานมันนาร์เลยการ์ในช่วงฤดูหนาวได้ก็คือการไปกับ โปรแกรมเที่ยว 3 วันโดยรถซุปเปอร์จิ๊ปและล่าแสงเหนือที่ลานมันนาร์เลยการ์ในช่วงฤดูหนาวการที่เข้าไปที่พื้นที่ที่ยากลำบากทั้งทางด้านสภาพอากาศและเส้นทาง นี้จะต้องถูกนำไปโดยไกด์ผู้เชี่ยวชาญ หรือ โปรแกรม 10 วันกับการผจญภัยในช่วงฤดูหนาวแบบสุดๆในเส้นทางภูเขาและถ้ำน้ำแข็งหากคุณมีเวลาในการท่องเที่ยวหลายวัน.



อันดับ 5 เส้นทางธารน้ำแข็ง          

ปีนเกลเซียร์

แน่นอนว่าระหว่างการมาท่องเที่ยวในดินแดนแห่งน้ำแข็งและไฟนี้ คุณต้องไม่พลาดการได้ไปเที่ยวชมธารน้ำแข็ง.

ถ้าคุณมีเวลาไม่มากในการท่องเที่ยวในประเทศไอซ์แลนด์ แต่ก็ต้องการที่จะเห็นธารน้ำแข็งให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าเช่นนั้นคุณควรจะจอง โปรแกรมเที่ยววันเดียวที่เส้นทางน้ำแข็งและล่องเรือ เพื่อที่จะได้ไปชมธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดที่ชื่อ วัทนาโจกุล(Vatnajökull) ความรู้สึกที่ได้เดินอยู่เหนือธารน้ำแข็งที่ยิ่งใหญ่มันช่างน่าอัศจรรย์และอาจทำให้คุณรู้สึกกลัวในธรรมชาติ เรือจะแล่นไปตามทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน(Jökulsárlón)ที่ได้ถูกรวมไว้กับทัวร์นี้ด้วย และโปรแกรมนี้จะมีเฉพาะช่วงฤดูร้อนเท่านั้น.

ธารน้ำแข็งในประเทศไอซ์แลนด์นั้น น่ามหัสจรรย์อย่างยิ่ง!

อีกโปรแกรมที่น่าสนใจคือเส้นทางของธารน้ำแข็งโซเฮมาโจกุลล์ ที่อยู่ในธารน้ำแข็งโซเฮมาโจกุลล์ทางใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ คุณสามารถเลือกที่จะเจอกับไกด์ของเราที่ธารน้ำแข็งหรือว่าที่จุดนัดพบในเรคยาวิคก็ได้ โปรแกรมนี้สามารถไปได้เฉพาะช่วงฤดูร้อนเท่านั้น.


โปรแกรมท่องเที่ยวเส้นทางธารน้ำแข็งและปีนน้ำแข็งนี้ คุณไม่เพียงจะได้เดินไปตามเส้นทางน้ำแข็งเท่านั้น(รวมถึงที่ธารน้ำแข็งโซลเฮมาโจกุลล์) แต่คุณจะได้ลองปีนน้ำแข็งด้วยมือของคุณเอง และโปรแกรมนี้สามารถไปได้ตลอดปีด้วย.

การท่องเที่ยวชายฝั่งทางใต้และเส้นทางธารน้ำแข็งนี้ ไม่เพียงพาคุณไปพบกับประสบการณ์ในการเดินชมธารน้ำแข็งโซเฮมาร์โจกุลล์เท่านั้น แต่ที่นี่ยังภูมิใจนำเสนอทัศนียภาพอันตระการตาของน้ำตกและหาดทรายสีดำด้วย ในวันที่ท้องฟ้าสดใสคุณจะสามารถมองเห็นเส้นทางที่ตรงไปยังเกาะเวสแมน(Westman) โปรแกรมนี้ถือเป็นโปรแกรมมีความสวยงามและสะดวกสบาย คุณจะมีเวลาเหลือเฟือในการดื่มด่ำกับธรรมชาติ และโปรแกรมนี้เที่ยวได้เฉพาะช่วงเดือน พฤษภาคมและธันวาคม.



อันดับ 4 ดื่มด่ำกับคาบสมุทรสไนลล์แฟลชเนส      

สไนเฟลล์โจกุล ในช่วงหน้าร้อน ของประเทศไอซ์แลนด์

คาบสมุทรสไนล์แฟลชเนส(Snæfellsnes)เป็นคาบสมุทรที่มีความสวยงามมาก เต็มไปด้วยน้ำตกที่งดงาม นกนานาชนิด ทุ่งลาวา ชายหาดกรวดสีดำและภูเขาที่น่าตื่นตา และต้นเชอรรี่ที่อยู่ตรงยอดธารน้ำแข็งสไนเฟลล์โจกุลล์(Snæfellsjökull)เป็นเหมือนมงกุฎที่อยู่ตรงปลายของคาบสมุทรด้วย.

ธารน้ำแข็งสไนเฟลชโจกุลล์ยังเป็นภูเขาไฟที่รองรับกับทุ่งลาวารอบๆด้วย ภูเขาไฟแห่งนี้ยังได้เป็นทางเข้าไปสู่ใจกลางโลกในในนวนิยายที่มีชื่อเสียงของ จูเลส เวิร์น (Jules Verne)ในเรื่องดิ่งทะลุสะดือโลก(Journey to the Centre of the Earth).

ภูเขาเคิร์คจูแฟส และ น้ำตกเคิร์คจูแฟส ประเทศไอซ์แลนด์

นอกจากธารน้ำแข็งและภูเขาไฟ ที่นี่ยังมีจุดที่น่าสนใจอีกมากมายบนคาบสมุทรแห่งนี้ซึ่งจะทำให้การเดินทางของคุณคุ้มค่ายิ่งขึ้น นั่นรวมไปถึงทิวทัศน์ของภูเขาที่ชื่อเคิร์คจูแฟส(Kirkjufell) และน้ำตกที่อยู่รอบๆภูเขาแห่งนี้ และนี่เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของช่างภาพมากมายเลยทีเดียว.

อาร์นาร์สทาปิ ที่ คาบมหาสมุทร สไนล์แฟลซเนส

เส้นทางเดินเล่นสั้นๆที่อยู่ระหว่างหมู่บ้านเฮลนาร์(Hellnar)และอาร์นาสปตี(Arnarstapi) ก็เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรพลาดเช่นกัน ทัศนียภาพที่น่าประทับใจที่อยู่ตรงหน้าของคุณที่ฝั่งหนึ่งจะเป็นแนวชายฝั่งและในอีกฝั่งหนึ่งเป็นธารน้ำแข็ง ชายหาดดูร์พาลลงซานดูร์(Djúpalónssandur) เป็นชายหาดทรายและกรวดสีดำที่สวยไม่แพ้กันกับความสวยงามของเรนิสจาร์รา(Reynisfjara)ในทางตอนใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ โบสถ์สีดำโดยบูร์เคร์ (Búðir) ถูกล้อมรอบด้วยทั้งชายหาดขาวและธารน้ำแข็งสุดลูกหูลูกตา. 

 รถทัวร์ท่องเที่ยวที่ไปคาบสมุทรสไนแฟลชเนส มีบริการที่ดีและมีราคาที่สมเหตุสมผล ซึ่งรถจะจอดทุกๆสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ หรืออาจจะจอดเพิ่มเติมหากเวลาเอื้ออำนวย หรือคุณสามารถเลือกจองโปรแกรมเที่ยวชมคาบสมุทรสไนแฟลชเนสได้ที่นี่ตลอดทั้งปี.

โบสท์สีดำที่ ปูดิร์ ที่ คาบมหาสมุทร สไนล์แฟลซเนส ประเทศไอซ์แลนด์

ในเมืองที่มีเสน่ห์ที่ชื่อว่าสติกกิโฮลมูร์(Stykkishólmur) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรแห่งนี้และที่นี่ยังมีเรือจำนวนมากจอดอยู่รอบๆเกาะของเปรียดาฟอร์ดูร์ตะวันตก(Breiðafjörður fjord )  สติกกิโฮลมูร์ยังเป็นประตูไปสู่ฟยอร์ชทางตะวันตก(Westfjords)ที่สะดวกสบายตั้งแต่มีเฟอร์รี่บัลดูร์(Baldur) เฟอรรี่ประจำทางสำหรับการข้ามไปทางฝั่งตะวันตกหรือสามารถเลือกที่จะหยุดลงที่เกาะฟลาเต้(Flatey)ที่เงียบสงบได้ด้วย.

แต่หากคุณไม่ต้องการความเร่งรีบ คุณสามารถจ้างรถและใช้เวลาประมาณ 2-3 วันในการผจญภัยที่คาบสมุทรนี้ หรืออาจจะนานกว่านั้นหากต้องการไปเที่ยวชมที่ฟยอร์ชทางตะวันตกด้วย.



อันดับ 3 แสงเหนือ          

แสงเหนือ

ในช่วงฤดูหนาว มักมีโปรแกรมล่าแสงเหนือให้คุณเลือกมากมาย ทั้งมีการทำนายการเกิดแสงออโรร่าทางออนไลน์ ที่คุณสามารถเข้าไปตรวจสอบว่าแสงเหนือจะมีกำลังแรงแค่ไหนตามคำพยากรณ์ท้องฟ้าโปร่ง.

เพราะแสงเหนือสามารถเห็นได้มีที่มืดและท้องฟ้าโปร่ง คุณสามารถหาข้อมูลทั้งหมดได้ที่ โปรแกรมล่าแสงเหนือและวันพักผ่อน เพียงไม่กี่ชั่วโมงจากโปรแกรมการท่องเที่ยวแบบหลายวัน เช่น โปรแกรมขับรถท่องเที่ยวเองใน 7 วัน.

คุณยังสามารถล่องเรือชมแสงเหนือได้ด้วย หรือแม้แต่ไต่เขาขึ้นไปตั้งแคมป์บนภูเขาในเรคยาวิค ในกางเต้นท์ค้างคืนในโปรแกรมแคมป์ปิ้งชมแสงเหนือ.

แสงเหนือที่ ภูเขาเวสตราฮอร์น ทางตะวันออกของประเทศไอซ์แลนด์

ถ้าคุณต้องการที่เพิ่มรสชาติให้การเดินทางของคุณอีกหน่อยด้วยกิจกรรมหรืออาหารอร่อยๆ ในโปรแกรมล่าแสงเหนือ ชมถ้ำและกินลอปสเตอร์ นี่จะเป็นตัวเลือกที่ดีทีสุดในช่วงฤดูหนาว คุณจะเริ่มโปรแกรมด้วยการผจญภัยภายในถ้ำเลยดาร์เรนดี(Leiðarendi)ตามด้วยงานเลี้ยงลอปสเตอร์ในร้านอาหาร(ราคารวมในแพคเกจแล้ว) หลังจากอาหารมื้ออร่อย คุณจะได้ออกไปล่าแสงเหนือด้วยรถจี๊ปที่สะดวกสบาย แต่ต้องมั่นใจด้วยว่าคุณได้เลือกไปในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง. 

ในโปรแกรมล่าแสงเหนือส่วนใหญ่ ถ้าคุณไม่สามารถตามหาแสงเหนือได้คุณสามารถไปใหม่ในคืนถัดไป (แต่จะไม่รวมกับโปรแกรมท่องเที่ยวหรือกิจกรรมอื่นๆเช่น อารหารเย็น).

คุณสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมล่าแสงเหนือที่มีหลากหลายรูปแบบได้ที่นี่

อันดับ 2 เที่ยวชมชายฝั่งทะเลทางใต้ และทะเลสาบน้ำแข็งโจกุลซาลอน          


โปรแกรมท่องเที่ยววันเดียวที่ทะเลสาบน้ำแข็งโจกุลซาลอน(Jökulsárlón) ที่ใช้เวลานานถึง 14  ชั่วโมงใน1 วัน โปรแกรมนี้จะพาคุณท่องเที่ยวไปตามชายฝั่งทะเลทางใต้ของประเทศที่มีทัศนียภาพเป็นหมู่บ้านชาวประมงตลอดสองข้างทาง ตรงไปถึงทะเลสาบน้ำแข็งโจกุลซาลอนที่สวยงามที่คุณต้องประทับใจ.

บนเส้นทางนี้คุณจะผ่านทางน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ที่ชื่อ วัทนาโจกุล และน้ำตกเซลล์ยาแลนด์ฟอลล์(Seljalandsfoss) และ สโกการ์ฟอสส์(Skógafoss)ที่สวยงาม คุณสามารถหยุดพักเดินเล่นได้รอบๆบริเวณน้ำตกเซลล์ยาแลนด์ฟอลล์หรือขึ้นบันไดไปยังยอดขอน้ำตกสโกการ์ฟอสส์ได้เช่นกัน.


เมื่อคุณไปถึงที่ทะเลสาบน้ำแข็งนี้ คุณจะได้ล่องเรือไประหว่างก้อนน้ำแข็งในทะเลสาบ โปรแกรมนี้สามารถไปได้ช่วงเดือนเมษายนและเดือนตุลาคม แต่ก็ยังมีโปรแกรมท่องเที่ยวชายฝั่งทางใต้อีกมากมายที่สามารถไปได้ในช่วงฤดูหนาวด้วย.

การไปที่นั่นในช่วงฤดูหนาวคือคุณอาจเลือกโปรแกรมเที่ยว 2 วันในโจกุลซาลอนหรือโปรแกรมเที่ยว 3 วันในทะเลสาบน้ำแข็ง ถ้ำน้ำแข็งและเดินบนธารน้ำแข็ง โบนัสพิเศษที่คุณจะได้รับจากการไปเที่ยวชมโจกุลซาลอนในช่วงฤดูหนาวคือ คุณจะได้มีโอกาสเข้าไปชมภายในถ้ำน้ำแข็งซึ่งรายละเอียดจะอยู่ในหัวข้อถัดไป.

ทะเลสาบธารน้ำแข็ง โจกุลซาลอน

และที่ตรงข้างๆทะเลสาบยังเป็นหาดทรายสีดำที่ปกคลุมไปด้วยแผ่นน้ำแข็ง ที่ชื่อว่า ไดมอน บีช (Diamond Beach) เพราะความแวววาวของน้ำแข็งเมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์ด้วย.

ทัศนียภาพของทางใต้ของประเทศไอซ์แลนด์มีความสวยงามมาก คุณสามารถขับรถไปเองได้ง่ายๆ หรือแน่นอนเราสามารถหาคนขับรถให้คุณได้ เพื่อว่าคุณจะได้ใช้เวลาในการชื่นชมสิ่งแวดล้อมรอบๆแทนการที่ต้องมองถนนตลอดเวลา.

โปรแกรมท่องเที่ยวชายฝั่งทางใต้มีหลากหลายหรือคุณสามารอ่านเพิ่มเติมได้ที่โปรแกรมท่องเที่ยวโจกุลซาลอน.

อันดับ 1 ชมความงามของถ้ำน้ำแข็งตามธรรมชาติ


ถ้ำน้ำแข็งสามารถไปเที่ยวชมได้เฉพาะช่วงฤดูหนาว เพราะมันจะหายไปในช่วงฤดูร้อน เมื่ออากาศเริ่มอุ่นขึ้นถ้ำเหล่านี้จะเริ่มยุบตัวและละลาย ฉะนั้นถ้ำเหล่านี้เป็นถ้ำที่มีโครงสร้างชั่วคราวแต่จะเกิดขึ้นใหม่ในทุกๆปี.

แต่ละถ้ำจะมีเอกลักษณ์ของตัวเอง พร้อมทั้งขนาดและรูปร่างที่หลากหลาย แต่ถ้ำทั้งหมดจะมีสีฟ้างดงาม ที่เหมือนกับในวีดีโอด้านบนหรือภาพด้านล่าง คุณจำเป็นต้องมีไกด์พาคุณเข้าไป เพราะไกด์เหล่านี้จะรู้จักสถานที่สวยงามและปลอดภัยเหล่านี้เป็นอย่างดี.

ภายในถ้ำข้ำแข็ง

ถ้ำน้ำแข็งนี้เกิดจากธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ธารน้ำแข็งวัทนาโจกุลอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ใช้เวลาขับรถประมาณ 6 ชั่งโมงจากเมืองเรคยาวิค เพื่อความสะดวก โปรแกรมสามารถเริ่มจากที่ทะเลสาบน้ำแข็งโจกุลซาลอน ดังนั้นคุณจะสามารถใช้เวลาที่เหลือในการผจญภัยบนธารน้ำแข็งที่ยิ่งใหญ่ไดมอนด์ บีชที่อยู่ใกล้ๆกันด้วย.

ถ้าคุณเลือกที่จะขับรถเอง คุณสามารถนัดพบกับไกด์ของเราได้ที่ธารน้ำแข็งวัทนาโจกุลและเข้าร่วมไปกับโปรแกรมชมถ้ำน้ำแข็งหรือคุณสามารถจองโปรแกรมท่องเที่ยว 3 วันแบบขับรถเองในช่วงฤดูหนาว.

ถ้าหากคุณไม่อยากขับรถเอง คุณสามารถเลือกไปกับ โปรแกรมทัวร์ 2 วันชมถ้ำน้ำแข็ง หรือโปรแกรมท่องเที่ยว 3 วันในเส้นทางวงกลมทองคำ เดินเล่นบนธารน้ำแข็ง ชมถ้ำน้ำแข็ง และล่าแสงเหนือ.


แน่นอนว่าการเดินทางท่องเที่ยวในฤดูหนาวช่างเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นจริงๆ.

สำหรับสุดยอดแพคเกจในช่วงฤดูหนาว เรามีความยินดีในการแนะนำแพคเกจ 5 วันในฤดูหนาว  ที่รวมไปถึงการชมถ้ำน้ำแข็ง ล่าแสงเหนือ เส้นทางวงกลมทองคำ บลูลางกูนและชายฝั่งทางใต้ของประเทศไอซ์แลนด์.


คุณเคยไปเที่ยวที่ประเทศไอซ์แลนด์ไหม แล้วโปรแกรมไหนเป็นโปรแกรมสุดโปรดของคุณ.